登入แผลใจที่เธอได้รับมาจากเมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้ 'กันยา' ตัดสินใจหนีไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ เมื่อคิดว่าทุกอย่างคงเลือนหายไปตามเวลา หญิงสาวก็ตัดสินใจกลับมายังประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง ใครจะคาดคิดว่าโลกใบนี้กลับตลกร้ายกว่าที่เธอคิด เพราะต้นเหตุของความเสียใจปางตายอย่าง 'กรณ์' ไม่เคยไปไหนไกล ซ้ำยังอยู่ใกล้กันกว่าเดิมโดยที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ความรักครั้งเก่านี้ จะสามารถกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งได้หรือไม่? หรือหนังสือเล่มเก่า... ไม่ว่าจะทำอย่างไร? สุดท้ายก็คงจบเหมือนเดิม
查看更多3 ปีก่อนปัจจุบัน
'นี่ พวกแกรู้กันหรือยังว่ามีคนเห็นพี่กรณ์กับคนชื่อน้ำหอมห้อง 5 แอบนัวกันแถวห้องพยาบาลอะ'
เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นระงมในช่วงพักเที่ยง
ขณะนี้ที่โรงอาหารเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนในเครื่องแบบชุดมัธยมอย่างเนืองแน่นแออัด
เสียงพูดคุยที่ดังเซ็งแซ่ไม่หยุดนั้นต่างก็มีหัวข้อเดียวกันจนจับใจความสำคัญได้ไม่ยาก
'โห แล้วแบบนี้กันยาไม่ช็อคแย่เลยหรอ เห็นว่ามีคนถ่ายคลิปไว้ด้วยแหละ'
'คงช็อคตายไปแล้วมั้ง สมน้ำหน้า คิกๆ'
'ดูนั่นๆ นางเดินมานู่นแล้ว'
'นั่นไงกันยาอะ'
'เฮ้ย นางเดินมาแล้ว'
ทันทีที่ร่างของกันยาเด็กสาวรูปร่างอวบเดินเข้ามาในบริเวณโรงอาหารเสียงซุบซิบนินทาก็ดังเซ็งแซ่ขึ้นมาอีกยกใหญ่
ใบหน้าของเด็กสาวดูจะงุนงงเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองดังมาจากแทบจะทุกกลุ่มที่ยืนเกาะกันอยู่ตามจุดต่างๆ ในโรงอาหาร
'อย่าไปสนใจเลยกันย์ ไปกินข้าวกัน''
เสียงหวานของน้ำผึ้งดังขึ้น เธอเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มเดียวกันกับกันยา
เด็กสาวพยักหน้ารับคำเพื่อนก่อนจะเตรียมเดินไปยังร้านอาหารร้านหนึ่งที่หมายมั่นไว้ตั้งแต่เช้าว่าอยากจะกิน
แต่แล้วกลับมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาขวางหน้าไว้พร้อมกับเริ่มต้นประโยคด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ
'เอ่อ พี่กันยาคะ หนูไม่รู้ว่าพี่เห็นคลิปนี้หรือยัง แต่หนูคิดว่าพี่ควรจะได้เห็นมันนะคะ'
เป็นเด็กรุ่นน้องคนหนึ่งที่กันยาเคยเห็นหน้ามาบ้างแบบผ่านๆ
ใบหน้าหวานของกันยายังคงมีสีหน้าที่ดูงุนงงแต่ถึงอย่างนั้นมือของเด็กสาวก็เลื่อนไปรับมันมาอย่างช่วยไม่ได้
ทันทีที่เห็นภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอใบหน้าหวานก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อภาพเคลื่อนไหวนั้นถือได้ว่าเป็นภาพที่ค่อนข้างอนาจารอย่างถึงที่สุด หนำซ้ำบุคคลในภาพคนหนึ่งยังเป็นคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแฟนเธออีกด้วย
ฝ่ายน้ำผึ้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองนิ่งไปก็ตัดสินใจแย่งโทรศัพท์ในมือของเพื่อนขึ้นมาดูบ้าง
จนเมื่อได้เห็นคลิปวิดีโอที่กำลังเล่นอยู่นั้นเธอก็รีบส่งมันคืนกลับไปให้เด็กรุ่นน้องคนเมื่อครู่พร้อมร้องถามอย่างเอาเรื่อง
'นี่มันเรื่องอะไรกัน! แล้วคลิปบ้านี่มันอะไร!'
'อ้าว นี่พวกหนูหวังดีนะคะถึงได้เอามาให้พี่กันยาดู'
เด็กสาวรุ่นน้องพูดขึ้น น้ำผึ้งมองเด็กสาวรุ่นน้องที่ตอนนี้สีหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยันอย่างปิดไม่อยู่ด้วยอารมณ์ที่กำลังพุ่งถึงขีดสุดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
จนเมื่อหันไปมองเพื่อนสาวของตัวเองก็เห็นยังช็อคค้างอยู่อย่างนั้นจนต้องดึงมือกันยาให้เดินออกจากบริเวณนี้ไปด้วยกัน
'แกต้องไปหาพี่กรณ์! เดี๋ยวนี้!!!'
ไม่นานนักร่างสองร่างของเด็กสาวในชุดมัธยมต้นทั้งสองอย่างกันยาและน้ำผึ้งก็เดินถ่อมาไหลถึงตึกฝ่ายมัธยมปลาย
โชคดีที่กว่าจะเดินมาถึงตรงนี้เวลาพักเที่ยงของแผนกมัธยมปลายก็กำลังจะเริ่มพอดีทำให้รุ่นพี่บนตึกมีไม่มากนัก
กันยาเดินมาจนถึงหน้าห้องประจำชั้นมัธยมปีที่ 4 ด้วยความสับสน เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเริ่มจากตรงไหนดี
ควรจะเริ่มถามเขาด้วยคำถามแบบไหน แล้วเธอจะถูกเขามองด้วยสายตาแบบไหน
มือบางเริ่มสั่นไหวเบาๆ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ตัวเองกำลังหยุดยืนอยู่หน้าห้องที่กำลังปิดประตูสนิท มือเล็กๆ ของกันยาทาบลงที่ประตูอย่างแผ่วเบา
'อืม... อย่าสิพี่กณ์...'
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นภายในห้อง เสียงนั้นไม่ได้ทำให้กันยารู้สึกตกใจมากไปกว่าชื่อของใครคนหนึ่งที่เด่นชัดมาจากประโยคนั้น
มือบางเลื่อนขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้เมื่อเริ่มรู้สึกได้ถึงอาการจุกอยู่ที่อกของตัวเอง ดวงตาที่มองจ้องไปยังช่องระหว่างบานประตูนั้นพร่ามัวเพราะคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่ร้อนผ่าว
ลำคอนั้นตีบตีนจนไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็ยังได้ยินเสียงที่คนทั้งคู่ขยับตัวไปมาได้อย่างชัดเจน
ดูเหมือนจะเป็นน้ำผึ้งที่ทนเห็นเพื่อนเอาแต่นิ่งเงียบไม่ไหวจนตัดสินใจกระชากบานประตูห้องเรียนให้เปิดออกอย่างจัง
จนเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในชุดนักเรียนชายที่ไม่เรียบร้อยนักเพราะกระดุมถูกปลดออกจนหมด ส่วนหญิงสาวในห้องก็ร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับพยายามปิดร่างกายที่ตอนนี้เสื้อผ้าหลุดลุ่ยของตัวเอง
'ไอ้พี่กรณ์!'
น้ำผึ้งชี้หน้าพร้อมร้องเรียกชื่อแฟนเพื่อนอย่างโมโห
ซึ่งนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของชื่อนั้นหันมามองทางเด็กสาวทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์นัก สายตาของชายหนุ่มเลื่อนมาหยุดที่กันยาอย่างแปลกใจ ก่อนมันจะกลับไปราบเรียบไร้ความรู้สึก
'มีอะไร'
ชายหนุ่มถามกลับ เขามองเมินดวงตาที่แดงก่ำของกันยาทีได้ชื่อว่าเป็นแฟนสาวของตัวเองอย่างไร้ความรู้สึก
มือของชายหนุ่มเลื่อนมาติดกระดุมของตัวเองอย่างลวกๆ โดยแทบจะไม่ได้สนใจกันยาด้วยซ้ำ
'ทำบ้าอะไรของพี่เนี่ย รู้มั้ยว่า...!'
'พอแล้วผึ้ง...' ไม่ทันที่น้ำผึ้งจะตะโกนด่าให้จบประโยค
เสียงสั่นๆ ของกันยาก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตานั้นจ้องมองร่างสูงของกรณ์นิ่งราวกับกำลังจดจำภาพตรงหน้าของตัวเองไว้
'พออะไร! นี่แกก็เห็นว่า...'
'เห็นแล้วผึ้ง เราเห็นแล้ว'
กันยารวบรวมพลังที่มีตอบกลับเพื่อนสาวไปอีกครั้งก่อนจะหันไปหาร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างเด็กสาวอีกคนที่เธอเคยเห็นหน้ามาบ้างแบบผ่านตา
'แล้วแก...'
'ที่ผ่านมาเคยรักกันบ้างมั้ยคะ'
กันยาตัดสินใจถามขึ้น คำถามนั้นทำให้น้ำผึ้งที่เตรียมจะโวยวายนั้นเงียบเสียงลงไป
พร้อมกับร่างสูงที่เลื่อนสายตากลับมามองเจ้าของคำถาม
'ที่ผ่านมา... เคยคิดจะรักกันย์บ้างมั้ย'
กรณ์นิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามนั้น หากไม่นานนักเขาก็เหยียดยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ยตอบราวกับไร้ความรู้สึก
'ไม่'
'โห! ไอ้ #@$&@#$*@)#$'
น้ำผึ้งที่ได้ยินคำตอบนั้นรีบตะโกนด่าร่างสูงของกรณ์ทันทีเพราะกลัวว่าเพื่อนสาวจะห้ามไม่ให้เธอด่าผู้ชายตรงหน้าอีก
แต่เมื่อหันไปมองกันยาก็พบว่าเพื่อนสาวของตัวเองเงียบไปหลังได้ยินคำตอบนั้น แต่ไม่นานกันยาก็เริ่มพูดอีกครั้ง
'งั้นกันย์ขอถามสักคำได้มั้ยคะ' กันยาถาม 'วันนั้น... ทำไมถึงต้องเป็นกันย์ ทำไมถึงต้องมาขอคบกันย์ด้วย'
'ประชดแฟนเก่า'
ร่างสูงตอบกลับมาแทบจะในทันทีโดยที่ไม่ต้องคิด
กันยายิ้มออกมาบางๆ ทั้งที่น้ำตายังไหลอยู่ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้งพร้อมกับตัดสินใจว่าจะให้มันเป็นครั้งที่สุดท้ายที่เธอจะพูดกับเขา
'เข้าใจแล้วค่ะ ถ้างั้นเราเลิกกันเถอะนะคะ เพราะตอนนี้คงมีคนมาแทนกันย์แล้ว'
พูดจบเด็กสาวก็ตัดสินใจเดินออกจากตรงนั้นทันทีโดยมีน้ำผึ้งวิ่งตามโดยไม่วายตะโกนด่าร่างสูงไปตลอดทาง
และนี่... เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งในห้องเรียนวิชาวรรณกรรมของพวกปีสอง แก๊งของกรณ์ก็เพิ่งจะเสร็จสิ้นบทเรียนไปได้ไม่นานเช่นกัน ตอนนั้นเองกลุ่มเพื่อนที่เป็นเด็กกิจกรรมประจำรุ่นก็ปรบมือดังๆ สองสามครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนไปรวมกัน"ฉันประกาศกิจกรรมออกไปแล้วนะ ดูเหมือนน้องๆ จะให้การตอบรับที่ดีมากๆ ด้วย" เพื่อนสาวคนหนึ่งพูดขึ้น เธอคนนี้ก็คือหนึ่งในประธานประจำปีสองซึ่งจะคอยทำหน้าที่ในการกำหนดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประสานงานต่างๆ ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องของมหาวิทยาลัยด้วยความจริงเดิมทีแล้วกลุ่มของกรณ์ไม่ใช่เด็กกิจกรรมกันสักเท่าไหร่นัก แต่จะเรียกว่าเด็กเรียนนั้นก็นับว่าห่างไกล พวกเขาเป็นเด็กคณะศิลปกรรมศาสตร์กันทั้งหมด เพียงแต่ไม่ได้เป็นพวกหนอนหนังสือแล้วก็ไม่ได้เป็นพวกบ้ากิจกรรมด้วยเช่นกันก็ใช้ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แหละนะ"งั้นจะเฉลยสายรหัสกันตอนไหนล่ะ?" เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้น เขาคนนี้คือรองประธานรุ่น มักจะคอยทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ข้างๆ ประธานรุ่นอยู่เสมอ"ก็ต้องดูก่อนว่ารุ่นเราเหลือเล่นสายรหัสกันกี่คน" ประธานรุ่นสาวพูดต่อพลางมองมาทางสี่หนุ่มที่นั่งเอกเขนกกันอยู่ ไม่รู้ว
หลังจากเรียนมาทั้งวัน ในที่สุดก็ถึงช่วงเย็นที่สองสาวต้องเรียนวิชาสุดท้าย ซึ่งตามตารางของปีหนึ่งแล้ว วันนี้พวกเธอทั้งคู่จะเรียนทั้งหมดสามวิชา แบ่งเป็นหนึ่งวิชาเช้า หนึ่งวิชาช่วงสาย และอีกหนึ่งวิชาช่วงบ่ายที่ยิงยาวไปจนถึงสี่โมงเย็นภายในห้องเรียนของนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษชั้นปีที่หนึ่งเวลานี้นั้นเต็มไปดว้ยความสนุกสนาน เนื่องจากอาจารย์ประจำวิชาที่กำลังสอนอยู่ในขณะนี้นั้นมักจะมีมุกตลกมาเล่นให้นักศึกษาขบขันได้แทบจะตลอดเวลาที่เรียน เรียกได้ว่าแทบจะทุกสิบห้านาทีที่เริ่มสอนเนื้อหาเลยก็ว่าได้หนึ่งในคนที่หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากน้ำผึ้งที่นั่งหัวเราะจนตัวสั่นเพราะอาการขำค้าง เนื่องจากความเป็นคนเส้นตื้นอยู่แล้วตามปกติ พอเจอเหตุการณ์ที่ต้องมารับมุกตลอดเวลาก็ทำเอาน้ำผึ้งหัวเราะจนเหนื่อย ท้องคัดท้องแข็งเสียจนไม่เป็นอันเรียน แต่แล้วตอนนั้นเองที่หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงอาการที่แปลกไปของเพื่อนสาวที่นั่งข้างกันกันยาเพื่อนสาวหน้าหวานของเธอในเวลานี้ดูเหม่อลอยผิดปกติ นอกจากจะไม่หัวเราะแล้วแม้แต่ยิ้มบางๆ หรืออาการตอบสนองใดๆ ก็ไม่เกิดขึ้นเลยแม้แต
1 อาทิตย์ต่อมา“ช่วงนี้มึงแปลกๆ นะไอ้กรณ์” เสียงทุ้มต่ำของโปรพูดขึ้นเมื่อหลายวันมานี้เขาสังเกตเห็นอาการของเพื่อนสนิทดูแปลกไปจากทุกครั้ง เพราะหมู่นี้มันดูครุ่นคิดตลอดเวลาผิดจากทุกครั้งที่ถึงแม้ว่ามันจะดูนิ่งๆ แต่ก็ดูไม่คิดอะไร ดูไม่น่ามีเรื่องเครียดอะไรเท่าไหร่แต่ครั้งนี้มันมาแปลกว่ะ“กูก็ปกติดี” กรณ์ตอบกลับไปขณะที่ก้มลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองพร้อมกับเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างไร้อารมณ์ตามปกติโปรชะโงกหน้าไปมองก็เห็นว่ามันไถหน้าจอแอปฟ้าแบบเลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย จะว่าดูสาวก็ไม่ใช่ ดูข่าวก็ไม่เชิงเหมือนมือว่างเฉยๆ เลยเลื่อนๆ ปัดทิ้งไป“แล้ววันนั้นคนที่มึงเดินไปหาคือใครวะ” ตี๋พูดขึ้นบ้างอย่างสงสัย“อะไรวะ วันไหน เมื่อไหร่ เกิดอะไรขึ้น” ครั้งนี้เป็นจอมพลที่ถามขึ้นด้วยความสงสัย สายตามองไปที่เพื่อนร่วมกลุ่มอย่างสนใจ“ก็วันนั้นที่ลานเบียร์ตอนมึงออกไปคุยกับน้องน้ำหอมอะ” โปรพูดขึ้นอีกครั้ง “วันนั้นจู่ๆ แม่งก็ลุกขึ้นยืน... ตอนแรกกูก็นึกว่ามันจะเดินไปหามึง แต่แม่งดันเดินไปหาผู้หญิงคนนึง หน้าโคตรเหมือนน้องกันยาเลย”"เออใช่ แต่หุ่นนี่
“เฮ้ยไอ้พล นั่นน้ำหอมไม่ใช่หรอวะ”จู่ๆ ไอ้ตี๋ก็พูดขึ้นซึ่งนั่นก็เรียกสายตาของคนในกลุ่มให้หันไปมองได้แทบจะในทันทีผมปรายตาขึ้นไปมองทางเจ้าของชื่อนั้นก็เห็นร่างบางเล็กของน้ำหอมที่กำลังนั่งดื่มเบียร์เงียบๆ อยู่คนเดียวตรงบาร์ของร้านเครื่องดื่มร้านหนึ่งด้วยใบหน้านิ่งเรียบผมหันไปมองไอ้พลที่จากตอนแรกมีท่าทีขี้เล่นกลายเป็นท่าทีเย็นชาด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นักแต่เพราะไม่อยากจะมีปัญหาอะไรผมเลยทำแค่เดินออกจากโต๊ะแล้วตรงไปยังร้านเจ๊น้ำหวานอีกครั้งเพื่อเอาเบียร์อีกสามขวดที่เหลือ แต่เมื่อผมเดินมาถึงกลับไม่เห็นเจ๊น้ำหวานอยู่ในร้านเสียอย่างนั้น“ยัยกันย์ เอาอีกแก้วเร็วเข้า!” เสียงตะโกนปลุกเร้าของน้ำผึ้งดังลั่นไปทั่วบริเวณร้านทำให้ผมชะงักขาที่กำลังจะก้าวเดินออกไปหากแต่ว่าสิ่งที่ผมทำให้ชะงักไปกลับเป็นชื่อของใครคนหนึ่งที่ถูกเรียกขึ้นต่างหาก“ไม่เอาแล้วผึ้ง... อือออ” เสียงหวานๆ ของคนที่ถูกรบเร้ารีบร้องปฏิเสธน้ำผึ้งด้วยอาการมึนเมาผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัย นั่นก็เพราะผมกำลังมีลางสังหรณ์บางอย่างลึกๆ ในใจ และถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นจริงสักเท่าไหร่นัก...“โอ๊ยยย กรณ์! ขอโทษทีรอนานมั้ย พอดี