Share

บทที่ 3 ตอนที่ 1/2

last update Dernière mise à jour: 2026-01-24 14:30:54

ภายในห้องหนังสือของเซี่ยอวิ๋น แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง ทอแสงกระทบม้วนกระดาษเซวียนจื่อที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ฮวาหลิงก้าวเท้าเข้ามาอย่างสำรวม นางสวมอาภรณ์สีม่วงครามปักลายกลีบเหมยที่ดูมิดชิดกว่าทุกวัน ทว่าสิ่งนั้นกลับยิ่งขับเน้นความลึกลับน่าค้นหาให้โดดเด่นขึ้น

"เจ้ามาแล้วหรือ หลิงเอ๋อร์... มานี่สิ ข้ามีสิ่งสำคัญอยากให้เจ้าชม"

ฮวาหลิงนวยนาดเข้าไปใกล้ สายตาของนางจับจ้องไปที่ ‘แท่นฝนหมึกหยกขาว’ ที่แกะสลักจากหยกมันแพะเนื้อดีที่สุด ลวดลายมังกรคะนองน้ำสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจงประหนึ่งมีชีวิต

"นี่คือหยกขาวจากแดนใต้ที่ข้าเพิ่งได้มา... มันมีความพิเศษและล้ำค่ากว่าแท่นหินทั่วไป" เซี่ยอวิ๋นกล่าวพลางหยิบแท่งหมึกสีดำสนิทประทับตราทองคำรูปกวางขึ้นมา

"และนี่คือหมึกกวางชั้นเลิศ สกัดจากสมุนไพรหายากเจ็ดชนิด กลิ่นของมันจะทำให้ใจคนสงบ... หรืออาจจะว้าวุ่นยิ่งกว่าเดิมก็มิอาจรู้ได้"

เขาขยับสละที่ว่างให้แก่นาง "การฝนหมึกที่ดีมิใช่เพียงการออกแรง... แต่มันคือการถ่ายเทน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ หากหนักไปหมึกจะหยาบ หากเบาไปหมึกจะจาง เจ้าลองดูเถิด"

ฮวาหลิงทรุดกายลงนั่งข้างเขา กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมปนเปกับกลิ่นหนังสือเก่าทำให้นางรู้สึกใจสั่นสะท้านน้อยๆ นางหยิบแท่งหมึกขึ้นมา พรมหยดน้ำลงบนแท่นหยกขาวอย่างแช่มช้า เซี่ยอวิ๋นนั่งจ้องมองการเคลื่อนไหวของนาง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องข้อมือที่อ่อนช้อยสลับกับใบหน้าที่ตั้งใจแน่วแน่ของโฉมงาม

ยามเมื่อหมึกเริ่มละลาย กลิ่นหอมลุ่มลึกที่แฝงเร้นด้วยเสน่ห์รัญจวนใจก็ขจรขจายออกมา กลิ่นหมึกนี้รุนแรงประหนึ่งสุราชั้นดีที่เพียงได้สูดดมก็ทำเอาชีพจรเต้นผิดจังหวะ

"หอมเหลือเกินเจ้าค่ะใต้เท้า กลิ่นนี้ราวกับมีมนต์มอมเมาข้า"

เซี่ยอวิ๋นโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ที่ข้างแก้มของนาง เขาวางมือหนาทับลงบนหลังมือของนางที่กำลังฝนหมึก บังคับให้ข้อมือเล็กขยับตามจังหวะที่เขาปรารถนา จากนั้นเขาจึงเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบพู่กันขนจิ้งจอกขึ้นมา

"การเขียนอักษรคือการถ่ายทอดวิญญาณลงบนกระดาษ... ทว่าคืนนี้ดูเหมือนกระดาษเซวียนจื่อพวกนี้จะเย็นชืดและไร้ชีวิตชีวาเกินไปสำหรับเจ้า หลิงเอ๋อร์"

เขาจุ่มปลายพู่กันขนจิ้งจอกลงในอ่างหมึกที่นางเพิ่งฝนเสร็จอย่างใจเย็น ขนพู่กันที่เคยขาวสะอาดค่อยๆ ดูดซับน้ำหมึกสีดำสนิทจนชุ่มโชก ฮวาหลิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาฉ่ำปรอยแฝงไปด้วยรอยยิ้มยั่วยวนที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี บุรุษผู้สูงศักดิ์เช่นเขา มิได้ต้องการเพียงโฉมงามที่วางเฉย ทว่าต้องการแรงดึงดูดที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นเพริศ

"หากกระดาษเย็นชืดเกินไป... ใต้เท้าจะจารึกบทกวีของท่านไว้ที่ใดเล่าเจ้าคะ" นางถามพลางเอียงคอเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหงขาวผ่องที่สั่นระริกตามจังหวะชีพจรที่พุ่งพล่าน

"ที่ที่คู่ควรกับความงามของเจ้าอย่างไรเล่า"

เซี่ยอวิ๋นมิรอช้า เขาจับมือซ้ายของนางขึ้นมาวางแผ่ลงบนโต๊ะ แล้วเริ่มตวัดปลายพู่กันชุ่มหมึกลงบนหลังมือเนียนเป็นเส้นแรก

"อ๊ะ..."

ความนุ่มละเอียดของขนจิ้งจอกที่ลากไล้ไปตามร่องผิวแผ่วเบาประหนึ่งปีกผีเสื้อขยับปีก ทว่ากลับทิ้งรอยความซ่านสยิวไว้ทุกตารางนิ้วที่พู่กันผ่านไป เซี่ยอวิ๋นลากพู่กันจารึกโคลงกลอน เขาจงใจลากปลายพู่กันให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้นางได้ซึมซับทุกสัมผัสที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อ

ฮวาหลิงขยับกายเข้าไปใกล้จนปทุมถันอวบอิ่มเบียดเสียดกับท่อนแขนแกร่งของเขา

"ใต้เท้า... รอยจารึกนี้ช่างงามนัก แต่มันจะงดงามยิ่งกว่า... หากท่านจารึกมันลงไปในที่ที่ลึกซึ้งกว่าหลังมือของข้า"

เซี่ยอวิ๋นมองดูรอยหมึกดำขลับวาววับที่ตัดกับผิวขาวราวหิมะบนมือของนาง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสาบเสื้อที่ปิดบังความลับของหญิงสาว

"ในเมื่อเจ้าอาสา ข้าก็จะใช้ร่างของเจ้าแทนกระดาษเซวียนจื่อในจวนแห่งนี้"

กลิ่นหมึกกวางอันลุ่มลึกเริ่มออกฤทธิ์ประหนึ่งยาปลุกกำหนัดชั้นเลิศ เซี่ยอวิ๋นวางพู่กันลงบนที่พัก

"หลิงเอ๋อร์... เจ้าจงเผยผืนแพรแห่งผิวพรรณของเจ้าออกมาให้ข้าจารึกเถิด"

ฮวาหลิงยิ้มรับด้วยจริตที่พิถีพิถัน นางค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดปมเชือกที่รัดสาบเสื้อออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองเขาอย่างท้าทายขณะที่อาภรณ์เนื้อบางค่อยๆ เลื่อนหลุดจากไหล่นวล ปทุมถันสีระเรื่อชูชันสู้ ประหนึ่งดอกเหมยที่เบ่งบานอย่างสง่างามท่ามกลางหิมะขาว

"ใต้เท้า... ร่างกายของข้าหยาบช้านัก ข้าเกรงว่าพู่กันขนจิ้งจอกราคาแพงของท่านจะมัวหมองเพราะหยาดเหงื่อของข้าเสียก่อน" นางเอ่ยเสียงพร่าพลางแอ่นอกรับสายตาที่ลุกโชนของเขาอย่างเต็มใจ

“ความงามของเจ้าคือความสุนทรีย์ที่ข้าถวิลหา... ขยับเข้ามาสิ หลิงเอ๋อร์”

เซี่ยอวิ๋นประคองร่างอรชรของนางให้คุกเข่าลงเบื้องหน้า เขาหยิบพู่กันจุ่มลงในน้ำหมึกสีดำขลับที่นางเพิ่งฝนเสร็จใหม่จนชุ่มโชก มือซ้ายเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้น สบตาที่ลุกโชนด้วยไฟราคะ ส่วนมือขวาที่ถือพู่กันเริ่มจรดปลายขนละเอียดลงบนเนินปทุมถันซ้ายของนางอย่างแผ่วเบา

“ใต้เท้า... พู่กันของท่านช่างหนักแน่นนัก ข้าเกรงว่าหยาดหมึกนี้จะซึมลึกไปถึงกระดูก จนข้ามิอาจล้างออกได้ชั่วชีวิต” นางครางกระเส่า พยายามรักษาร่างกายให้นิ่งสนิท ทว่ายอดถันที่สั่นระริกกลับประจานความกระสันภายในอย่างปิดไม่มิด

“หากซึมถึงกระดูกได้จริง ข้าก็จะจารึกไว้อย่าให้ลบเลือน... ว่าเจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”

เซี่ยอวิ๋นตวัดพู่กันเขียนบทกวีบทถัดไปลงบนทรวงอกอีกข้างอย่างตั้งใจ “กวีบทนี้กล่าวถึง... พู่กันรุกล้ำถ้ำบุปผา จารึกหยาดน้ำค้างบนเกสร เจ้าว่าไพเราะหรือไม่”

“ไพเราะเจ้าค่ะ... แต่ออกจะรุกล้ำเกินไปนิดนะเจ้าคะ ท่านจารึกเกสรข้างบนจนชุ่มหมึกถึงเพียงนี้ แล้วเมื่อใดท่านจะลงไปจารึกหยาดน้ำวสันต์ที่เบื้องล่างเล่าเจ้าคะ”

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะต่ำในลำคอ เขาประคองร่างนางให้หันหลัง แล้วบรรเลงบทกวีที่ยาวกว่าเดิม ลากปลายขนจิ้งจอกจากลำคอระหงต่ำลงมาจนถึงบั้นเอวคอดกิ่ว

“อยู่นิ่งๆ ... หลิงเอ๋อร์ หากเจ้าขยับเพียงนิด อักขระที่ข้าตั้งใจสลักไว้อาจผิดเพี้ยนไป” เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวทาบลงบนสีข้างของนางเพื่อยึดให้มั่น

“ใต้เท้าใจร้ายนัก... ท่านแกล้งให้ข้าทรมาน”

เซี่ยอวิ๋นทอดสายตามองอักขระที่เขาวาดไว้บนยอดถันและแผ่นหลังเนียน เขาค่อยๆ วางพู่กันลง แล้วใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามขอบอักขระที่ยังไม่แห้งสนิทบนเนินอกอวบอิ่ม จงใจทำให้น้ำหมึกเปรอะเปื้อนปลายนิ้ว

“อ๊ะ... ใต้เท้า...”

ร่างบางบิดเร้าด้วยความซ่านสยิว ทรวงอกอวบหยัดหยันเบียดเสียดเข้าหากัน จังหวะที่นางขยับกายนั้นทำให้น้ำหมึกที่ยังไม่แห้งซึมเปรอะเปื้อนไปทั่ว เส้นสายที่เคยคมชัดบัดนี้กลายเป็นรอยปื้นสีดำที่ไหลย้อยลงไปตามร่องอกลึก

“หลิงเอ๋อร์... เจ้าช่างซุกซนนัก บทกวีที่ข้าตั้งใจสลักเสลามานับชั่วยาม บัดนี้กลับเลอะเลือนเพราะความใจร้อนของเจ้าเสียแล้ว ศิลปะที่งดงามเช่นนี้ เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร”

“ข้าขออภัยเจ้าค่ะใต้เท้า หากท่านจะลงทัณฑ์ที่ข้าทำศิลปะของท่านมัวหมอง... ข้าก็พร้อมน้อมรับทุกประการ”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องเก็บกวาดสิ่งที่เลอะเทอะนี้ด้วยวิธีของบัณฑิต”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นในยามนี้ช่างมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาเปรียบประดุจลำธารน้ำเย็นที่ไหลชโลมบาดแผลจากไฟป่า เขาดูเหมือนเทพบุตรที่ยอมก้าวลงมาในบ่อโคลนเพียงเพื่อฉุดรั้งนางไว้ เขาเชยคางมนของนางขึ้นช้าๆ ดวงตาฉ่ำน้ำของคณิกาสาวประสานเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ โน้มลงมาหาจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกันเซี่ยอวิ๋นประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของนางอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่บุรุษคนหนึ่งจะกระทำได้ จุมพิตนี้ไร้ซึ่งการรุกราน ไร้ซึ่งอำนาจสั่งการ มีเพียงความละมุนละไมที่พยายามซึมซาบเข้าไปปลอบประโลมความบอบช้ำ เขาถอนริมฝีปากออกเพียงนิด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาที่ข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน... หลิงเอ๋อร์”เสียงน้ำกระเพื่อมไหวรุนแรงขึ้นเมื่อเซี่ยอวิ๋นมิได้หยุดอยู่เพียงขอบสระ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก้าวลงมาในน้ำทั้งที่ยังสวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มเต็มยศ ผ้าไหมปักลายเมฆามงคลที่มีน้ำหนักมหาศาลยามเปียกโชกกลับมิได้เป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นของเขาแม้แต่น้อย เขาสละสิ้นซึ่งมาดขุนนางผู้สุขุมเพื่อก้าวเข้ามาหาหญิงสาวที่เขาเทิดทูนเหนือสิ่งใดไอร้อนจากสระหยกโอบล้อมร

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 1/3

    ลำแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง ฮวาหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า นางพยายามจะขยับกายทว่าความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านจากท้องน้อยลามไปถึงไขสันหลังกลับทำให้นางต้องนิ่วหน้าและครางแผ่วออกมาด้วยความระทมนางรู้สึกปวดร้าวประหนึ่งถูกขุนเขาบดทับ การเคลื่อนไหวแม้เพียงปลายนิ้วคือการตอกย้ำถึงความป่าเถื่อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผิวพรรณของนางรู้สึกแห้งตึง อบอวลไปด้วยคราบไคลและคราบน้ำรักที่แห้งกรังติดกายเสี่ยวชุ่ย สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาพร้อมตะเกียงดวงเล็ก แสงไฟสลัวกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล นางวางถาดน้ำแกงบำรุงลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบา"พี่ฮวาหลิง... ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"สาวใช้ตัวน้อยหลบสายตาทันทีเมื่อเหลือบเห็นรอยช้ำสีกุหลาบเข้มที่ซอกคอและลาดไหล่ซึ่งโผล่พ้นสาบเสื้อ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเวทนาและหวาดกลัว ฮวาหลิงเห็นเงาสะท้อนนั้นแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มในใจ สภาพของนางในยามนี้มิอาจเรียกได้ว่าเป็นสตรีผู้เลอโฉม ผิวกายของนางมิต่างจากหนังสัตว์ที่ถูกพยัคฆ์ร้ายขย้ำจนยับเยินไม่นานนัก แม่เล้าแห่งหอชิงโหลวก็ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งเช่นทุกวัน นางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังคงอ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 3/3

    เจ้าเสวียนจินพ่นลมหายใจร้อนพร่าออกมาเมื่อความคับแน่นรุกรานเข้าสู่จุดที่ลึกที่สุดในโพรงปากของนาง ฮวาหลิงใช้จุดกระสันภายในดูดดึงมังกรยักษ์อย่างเป็นจังหวะถี่รัว สลับกับการใช้นิ้วเรียวคลึงวนที่ฐานอย่างรู้หน้าที่ ความชำนาญของนางทำให้ฮ่องเต้หนุ่มผู้เคยผ่านสตรีนับร้อยถึงกับต้องใช้มือแกร่งค้ำขอบโต๊ะไว้มั่น มัดกล้ามเนื้อตามท่อนแขนและลำคอเกร็งเขม็งจนเส้นเลือดปูดโปน"รสชาติของพระองค์... ช่างดุดันและดียิ่งนักเพคะ" นางผละริมฝีปากออกมาเพียงครู่เพื่อกระซิบด้วยเสียงที่พร่าระรวย หยาดน้ำหวานใสไหลย้อยจากมุมปากดูเย้ายวนใจเกินพรรณนา"หม่อมฉันอยากจะกลืนกินพระองค์ไว้ทั้งหมด... มิให้เหลือแม้เพียงหยดเดียว"แสงเทียนสลัวภายในห้องบรรทมส่องกระทบร่างเปลือยเปล่า ที่คุกเข่าหมอบราบอยู่แทบเท้าโอรสสวรรค์ เส้นผมสลวยที่เคยเกล้าไว้อย่างประณีตบัดนี้ยุ่งเหยิงปรกใบหน้าและลาดไหล่เนียน ทว่าความกระเซอะกระเซิงนั้นกลับขับเน้นให้นางดูงดงามปานเทพธิดาจำแลงที่กำลังทำเรื่องหยาบโลนที่สุดเพื่อปรนเปรอพระเจ้าในดวงใจ"นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์... คณิกาเช่นเจ้าทำไมถึงได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้"เจ้าเสวียนจินสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานเ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 2/3

    เจ้าเสวียนจินคำรามกึกก้อง พระองค์ทรงกระชากสาบเสื้อของฮวาหลิงออกจนพ้นไหล่นวลอย่างมิใยดี ก่อนจะบีบปลายคางนางให้แหงนเงยจนลำคอระหงตึงเครียดเพื่อเพ่งมองรอยหมึกนั้นให้ชัด แววตาของมังกรคลั่งวาวโรจน์ไปด้วยความพิโรธ"อึก... ฝ่าบาท... หม่อมฉัน..."นางยังมิทันได้เอ่ยคำแก้ตัว เจ้าเสวียนจินก็ทรงฝังใบหน้าลงบนรอยหมึกนั้นอย่างป่าเถื่อน พระองค์ทรงใช้ริมฝีปากและไรฟันคมบดเค้น ดูดดึงผิวเนื้อขาวนวลอย่างรุนแรงประหนึ่งจะกระชากเอาสีหมึกนั้นออกไปจากผิวของนาง แรงดูดดึงมหาศาลทำให้ผิวเนื้อขึ้นห้อเลือดสีเข้มทับถมลงบนรอยหมึกของชายอื่นจนมิดสิ้น"เจ้ามันร่านนักนะ หลิงเอ๋อร์! ร่างกายนี้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ร่องรอยของชายอื่นข้าจะขยี้มันให้จมดิน!"พระองค์สบถด่าทอนางด้วยวาจาหยาบโลนเพื่อกดให้นางสยบยอม ก่อนจะจับร่างของฮวาหลิงพลิกหันหลังให้อย่างรวดเร็ว ทรงกดแผ่นหลังนวลให้แอ่นรับแรงอารมณ์ในท่ายืนกลางห้อง ทรงงัดมังกรยักษ์ที่ร้อนระอุและขยายขนาดจนสุดขีดออกมา แล้วจ้วงแทงเข้าสู่ถ้ำวสันต์ที่ยังชุ่มโชกจากศึกก่อนหน้าอย่างอุกอาจ"อ๊าาาาาาา!"ฮวาหลิงหวีดร้องสุดเสียงเมื่อความใหญ่โตมหาศาลรุกรานเข้ามาโดยมิบอกกล่าว ในขณะที่ช่วงล่าง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 1/3

    ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหอมบุปผา บัดนี้กลับถูกยึดครองด้วยกลิ่นกำยานมังกรอันเข้มข้น กลิ่นไม้หอมและพิมเสนป่าอันแสนดุดันมอมเมาประสาทสัมผัสจนกลิ่นอายเดิมของเจ้าของห้องเลือนหายไปสิ้น ประหนึ่งเป็นการประกาศก้องว่าทุกอณูในเขตคามแห่งนี้คืออาณาเขตของจักรพรรดิเพียงผู้เดียวเจ้าเสวียนจินประทับยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สุรเสียงทรงอำนาจสั่งไล่ข้าราชบริพารและองครักษ์ออกไปจนสิ้น เหลือเพียงพระองค์กับยอดคณิกาที่อยู่ในอาภรณ์แพรบางเบา ดูประหนึ่งลูกกวางหลงทางท่ามกลางรังพยัคฆ์พลาญฮวาหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับความสั่นเทาให้แปรเปลี่ยนเป็นจริตจะก้านที่แสนสุนทรีย์ สะโพกมนส่ายไหวอย่างเย้ายวนภายใต้ผ้าแพรโปร่งในยามที่นางสืบเท้าเข้าหา ฮวาหลิงหยุดลงตรงหน้าพระองค์ในระยะที่ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนของมังกรคลั่งรดรินลงบนนวลหน้าผากนางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ขนตางอนหนาสั่นระริกดูน่าทะนุถนอมประหนึ่งบุปผาต้องหยาดพิรุณ"หม่อมฉันจะช่วยเปลื้องอาภรณ์นะเพคะ..."เรียวนิ้วสวยที่ได้รับการบำรุงด้วยน้ำมันหอมจนนุ่มละมุน ลูบไล้ผ่านสายคาดเอวหยกอย่างเชื่องช้า นางจงใจให้ปลายนิ้วกรีดกรายผ่านหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้า

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 4/4

    แรงเสียดทานที่เพิ่มขึ้นทำให้กลีบบุปผาที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำสังวาทส่งเสียงแฉะชื้น เร้าอารมณ์ยิ่งกว่าเสียงดนตรีใดในหอแดงแห่งนี้ เรียวขาที่พาดอยู่บนบ่าแกร่งมิได้วางไว้เฉยๆ ฮวาหลิงใช้ส้นเท้าจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมดาบของจักรพรรดิ แล้วออกแรงดึงรั้งให้ร่างหนาบดเบียดเข้ามาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การกระทำนี้ช่วยให้มังกรยักษ์กระแทกเข้าถึงจุดตายที่ลึกที่สุดจนนางต้องจิกเกร็งปลายนิ้วเท้าแน่น ร่างกายเบื้องล่างสั่นระริกจากการถูกเติมเต็มจนล้นปรี่"มังกรของข้ามันใหญ่โตจนเจ้าจุกไปถึงทรวงเลยใช่ไหม! บอกข้าสิว่ามิมีบุรุษใดทำเจ้าได้ถึงใจเท่าข้าอีก!" เจ้าเสวียนจินคำรามพลางกดสะโพกเน้นย้ำลงไปซ้ำๆ จนตั่งไม้สั่นคลอน"อ๊าาา... ฝ่าบาท... ฮือออ... แรงกระแทกของพระองค์... มันจุกไปทั้งท้องน้อยเลยเพคะ..." ฮวาหลิงหวีดร้องออกมาอย่างมิอาจกลั้น "เสียวจน... เสียวจนหม่อมฉันจะกั้นน้ำไว้มิอยู่แล้วเพคะ!"ความจุกเสียดและความซ่านสยิวที่พุ่งทะยานทำให้นางรู้สึกวูบวาบประหนึ่งหยาดน้ำจะราดรดลงบนตั่งไม้ สะโพกมนแอ่นขึ้นรับแรงกระแทกอย่างลืมอาย สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านมือเรียวสวยเลื่อนขึ้นลูบไล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status