Share

บทที่ 3 ตอนที่ 1/2

last update publish date: 2026-01-24 14:30:54

ภายในห้องหนังสือของเซี่ยอวิ๋น แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง ทอแสงกระทบม้วนกระดาษเซวียนจื่อที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ฮวาหลิงก้าวเท้าเข้ามาอย่างสำรวม นางสวมอาภรณ์สีม่วงครามปักลายกลีบเหมยที่ดูมิดชิดกว่าทุกวัน ทว่าสิ่งนั้นกลับยิ่งขับเน้นความลึกลับน่าค้นหาให้โดดเด่นขึ้น

"เจ้ามาแล้วหรือ หลิงเอ๋อร์... มานี่สิ ข้ามีสิ่งสำคัญอยากให้เจ้าชม"

ฮวาหลิงนวยนาดเข้าไปใกล้ สายตาของนางจับจ้องไปที่ ‘แท่นฝนหมึกหยกขาว’ ที่แกะสลักจากหยกมันแพะเนื้อดีที่สุด ลวดลายมังกรคะนองน้ำสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจงประหนึ่งมีชีวิต

"นี่คือหยกขาวจากแดนใต้ที่ข้าเพิ่งได้มา... มันมีความพิเศษและล้ำค่ากว่าแท่นหินทั่วไป" เซี่ยอวิ๋นกล่าวพลางหยิบแท่งหมึกสีดำสนิทประทับตราทองคำรูปกวางขึ้นมา

"และนี่คือหมึกกวางชั้นเลิศ สกัดจากสมุนไพรหายากเจ็ดชนิด กลิ่นของมันจะทำให้ใจคนสงบ... หรืออาจจะว้าวุ่นยิ่งกว่าเดิมก็มิอาจรู้ได้"

เขาขยับสละที่ว่างให้แก่นาง "การฝนหมึกที่ดีมิใช่เพียงการออกแรง... แต่มันคือการถ่ายเทน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ หากหนักไปหมึกจะหยาบ หากเบาไปหมึกจะจาง เจ้าลองดูเถิด"

ฮวาหลิงทรุดกายลงนั่งข้างเขา กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมปนเปกับกลิ่นหนังสือเก่าทำให้นางรู้สึกใจสั่นสะท้านน้อยๆ นางหยิบแท่งหมึกขึ้นมา พรมหยดน้ำลงบนแท่นหยกขาวอย่างแช่มช้า เซี่ยอวิ๋นนั่งจ้องมองการเคลื่อนไหวของนาง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องข้อมือที่อ่อนช้อยสลับกับใบหน้าที่ตั้งใจแน่วแน่ของโฉมงาม

ยามเมื่อหมึกเริ่มละลาย กลิ่นหอมลุ่มลึกที่แฝงเร้นด้วยเสน่ห์รัญจวนใจก็ขจรขจายออกมา กลิ่นหมึกนี้รุนแรงประหนึ่งสุราชั้นดีที่เพียงได้สูดดมก็ทำเอาชีพจรเต้นผิดจังหวะ

"หอมเหลือเกินเจ้าค่ะใต้เท้า กลิ่นนี้ราวกับมีมนต์มอมเมาข้า"

เซี่ยอวิ๋นโน้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ที่ข้างแก้มของนาง เขาวางมือหนาทับลงบนหลังมือของนางที่กำลังฝนหมึก บังคับให้ข้อมือเล็กขยับตามจังหวะที่เขาปรารถนา จากนั้นเขาจึงเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบพู่กันขนจิ้งจอกขึ้นมา

"การเขียนอักษรคือการถ่ายทอดวิญญาณลงบนกระดาษ... ทว่าคืนนี้ดูเหมือนกระดาษเซวียนจื่อพวกนี้จะเย็นชืดและไร้ชีวิตชีวาเกินไปสำหรับเจ้า หลิงเอ๋อร์"

เขาจุ่มปลายพู่กันขนจิ้งจอกลงในอ่างหมึกที่นางเพิ่งฝนเสร็จอย่างใจเย็น ขนพู่กันที่เคยขาวสะอาดค่อยๆ ดูดซับน้ำหมึกสีดำสนิทจนชุ่มโชก ฮวาหลิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาฉ่ำปรอยแฝงไปด้วยรอยยิ้มยั่วยวนที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี บุรุษผู้สูงศักดิ์เช่นเขา มิได้ต้องการเพียงโฉมงามที่วางเฉย ทว่าต้องการแรงดึงดูดที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นเพริศ

"หากกระดาษเย็นชืดเกินไป... ใต้เท้าจะจารึกบทกวีของท่านไว้ที่ใดเล่าเจ้าคะ" นางถามพลางเอียงคอเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหงขาวผ่องที่สั่นระริกตามจังหวะชีพจรที่พุ่งพล่าน

"ที่ที่คู่ควรกับความงามของเจ้าอย่างไรเล่า"

เซี่ยอวิ๋นมิรอช้า เขาจับมือซ้ายของนางขึ้นมาวางแผ่ลงบนโต๊ะ แล้วเริ่มตวัดปลายพู่กันชุ่มหมึกลงบนหลังมือเนียนเป็นเส้นแรก

"อ๊ะ..."

ความนุ่มละเอียดของขนจิ้งจอกที่ลากไล้ไปตามร่องผิวแผ่วเบาประหนึ่งปีกผีเสื้อขยับปีก ทว่ากลับทิ้งรอยความซ่านสยิวไว้ทุกตารางนิ้วที่พู่กันผ่านไป เซี่ยอวิ๋นลากพู่กันจารึกโคลงกลอน เขาจงใจลากปลายพู่กันให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้นางได้ซึมซับทุกสัมผัสที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวเนื้อ

ฮวาหลิงขยับกายเข้าไปใกล้จนปทุมถันอวบอิ่มเบียดเสียดกับท่อนแขนแกร่งของเขา

"ใต้เท้า... รอยจารึกนี้ช่างงามนัก แต่มันจะงดงามยิ่งกว่า... หากท่านจารึกมันลงไปในที่ที่ลึกซึ้งกว่าหลังมือของข้า"

เซี่ยอวิ๋นมองดูรอยหมึกดำขลับวาววับที่ตัดกับผิวขาวราวหิมะบนมือของนาง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสาบเสื้อที่ปิดบังความลับของหญิงสาว

"ในเมื่อเจ้าอาสา ข้าก็จะใช้ร่างของเจ้าแทนกระดาษเซวียนจื่อในจวนแห่งนี้"

กลิ่นหมึกกวางอันลุ่มลึกเริ่มออกฤทธิ์ประหนึ่งยาปลุกกำหนัดชั้นเลิศ เซี่ยอวิ๋นวางพู่กันลงบนที่พัก

"หลิงเอ๋อร์... เจ้าจงเผยผืนแพรแห่งผิวพรรณของเจ้าออกมาให้ข้าจารึกเถิด"

ฮวาหลิงยิ้มรับด้วยจริตที่พิถีพิถัน นางค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดปมเชือกที่รัดสาบเสื้อออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองเขาอย่างท้าทายขณะที่อาภรณ์เนื้อบางค่อยๆ เลื่อนหลุดจากไหล่นวล ปทุมถันสีระเรื่อชูชันสู้ ประหนึ่งดอกเหมยที่เบ่งบานอย่างสง่างามท่ามกลางหิมะขาว

"ใต้เท้า... ร่างกายของข้าหยาบช้านัก ข้าเกรงว่าพู่กันขนจิ้งจอกราคาแพงของท่านจะมัวหมองเพราะหยาดเหงื่อของข้าเสียก่อน" นางเอ่ยเสียงพร่าพลางแอ่นอกรับสายตาที่ลุกโชนของเขาอย่างเต็มใจ

“ความงามของเจ้าคือความสุนทรีย์ที่ข้าถวิลหา... ขยับเข้ามาสิ หลิงเอ๋อร์”

เซี่ยอวิ๋นประคองร่างอรชรของนางให้คุกเข่าลงเบื้องหน้า เขาหยิบพู่กันจุ่มลงในน้ำหมึกสีดำขลับที่นางเพิ่งฝนเสร็จใหม่จนชุ่มโชก มือซ้ายเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้น สบตาที่ลุกโชนด้วยไฟราคะ ส่วนมือขวาที่ถือพู่กันเริ่มจรดปลายขนละเอียดลงบนเนินปทุมถันซ้ายของนางอย่างแผ่วเบา

“ใต้เท้า... พู่กันของท่านช่างหนักแน่นนัก ข้าเกรงว่าหยาดหมึกนี้จะซึมลึกไปถึงกระดูก จนข้ามิอาจล้างออกได้ชั่วชีวิต” นางครางกระเส่า พยายามรักษาร่างกายให้นิ่งสนิท ทว่ายอดถันที่สั่นระริกกลับประจานความกระสันภายในอย่างปิดไม่มิด

“หากซึมถึงกระดูกได้จริง ข้าก็จะจารึกไว้อย่าให้ลบเลือน... ว่าเจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”

เซี่ยอวิ๋นตวัดพู่กันเขียนบทกวีบทถัดไปลงบนทรวงอกอีกข้างอย่างตั้งใจ “กวีบทนี้กล่าวถึง... พู่กันรุกล้ำถ้ำบุปผา จารึกหยาดน้ำค้างบนเกสร เจ้าว่าไพเราะหรือไม่”

“ไพเราะเจ้าค่ะ... แต่ออกจะรุกล้ำเกินไปนิดนะเจ้าคะ ท่านจารึกเกสรข้างบนจนชุ่มหมึกถึงเพียงนี้ แล้วเมื่อใดท่านจะลงไปจารึกหยาดน้ำวสันต์ที่เบื้องล่างเล่าเจ้าคะ”

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะต่ำในลำคอ เขาประคองร่างนางให้หันหลัง แล้วบรรเลงบทกวีที่ยาวกว่าเดิม ลากปลายขนจิ้งจอกจากลำคอระหงต่ำลงมาจนถึงบั้นเอวคอดกิ่ว

“อยู่นิ่งๆ ... หลิงเอ๋อร์ หากเจ้าขยับเพียงนิด อักขระที่ข้าตั้งใจสลักไว้อาจผิดเพี้ยนไป” เขาเอ่ยเสียงเข้มพลางใช้ฝ่ามือร้อนผ่าวทาบลงบนสีข้างของนางเพื่อยึดให้มั่น

“ใต้เท้าใจร้ายนัก... ท่านแกล้งให้ข้าทรมาน”

เซี่ยอวิ๋นทอดสายตามองอักขระที่เขาวาดไว้บนยอดถันและแผ่นหลังเนียน เขาค่อยๆ วางพู่กันลง แล้วใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามขอบอักขระที่ยังไม่แห้งสนิทบนเนินอกอวบอิ่ม จงใจทำให้น้ำหมึกเปรอะเปื้อนปลายนิ้ว

“อ๊ะ... ใต้เท้า...”

ร่างบางบิดเร้าด้วยความซ่านสยิว ทรวงอกอวบหยัดหยันเบียดเสียดเข้าหากัน จังหวะที่นางขยับกายนั้นทำให้น้ำหมึกที่ยังไม่แห้งซึมเปรอะเปื้อนไปทั่ว เส้นสายที่เคยคมชัดบัดนี้กลายเป็นรอยปื้นสีดำที่ไหลย้อยลงไปตามร่องอกลึก

“หลิงเอ๋อร์... เจ้าช่างซุกซนนัก บทกวีที่ข้าตั้งใจสลักเสลามานับชั่วยาม บัดนี้กลับเลอะเลือนเพราะความใจร้อนของเจ้าเสียแล้ว ศิลปะที่งดงามเช่นนี้ เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร”

“ข้าขออภัยเจ้าค่ะใต้เท้า หากท่านจะลงทัณฑ์ที่ข้าทำศิลปะของท่านมัวหมอง... ข้าก็พร้อมน้อมรับทุกประการ”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องเก็บกวาดสิ่งที่เลอะเทอะนี้ด้วยวิธีของบัณฑิต”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   ตอนพิเศษ 4/4

    การตั้งครรภ์ของซูฉิงใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้ว อวี้เหยียนทุ่มเททุกสิ่งที่มีเพื่อเตรียมห้องคลอดให้สมบูรณ์แบบที่สุด เขาจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยที่สุดที่เขาเคยสร้างขึ้น และจัดเตรียมยาบำรุงพิเศษสำหรับซูฉิงในห้องคลอด อวี้เหยียนกำลังตรวจร่างกายซูฉิงด้วยความเคร่งครัดและความกังวล“ซูฉิง ข้าได้ออกแบบยาบำรุงที่จะทำให้กล้ามเนื้อ ของเจ้าแข็งแกร่งและยืดหยุ่นในเวลาที่เหมาะสมที่สุด แต่ข้าก็ยังคงกลัวความทรมานที่เจ้าจะต้องเผชิญอยู่ดี”ซูฉิงจับมือสามีไว้แน่น“ท่านหมอเจ้าคะ ท่านต้องเชื่อมั่นในผลสำเร็จของ ยาบำรุงชั้นเลิศของท่าน โครงสร้างชีวิตใหม ที่เกิดขึ้นนี้ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยความรักและสูตรยาของท่านมานานหลายเดือน ร่างกายของข้าแข็งแกร่งและพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังชีวิตใหม่แล้วเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ ท่านคือหมอและสามีที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว”อวี้เหยียนกอดภรรยาอย่างอ่อนโยนในคืนสุดท้ายก่อนกำหนดคลอด อวี้เหยียนยังคงมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเขาจะพยายามควบคุมสีหน้าด้วยความเคร่งครัดตามแบบแพทย์ผู้ดูแล แต่ดวงตาของเขาก็ฉายแววความห่วงใยและความกลัวต่อความเจ็บปวดที่ภรรยาจะต้องเผชิญอวี้เหยียนเ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   ตอนพิเศษ 3/4

    ขณะที่โรงหมอบำรุงกายใจอบอวลไปด้วยความสุขจากการตั้งครรภ์ของฮูหยินซูฉิง ปรากฏการณ์ทางสังคมที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับลูกศิษย์คนสนิทของอวี้เหยียน นั่นคือ เถียนเถียนวันหนึ่ง บัณฑิตหลี่ ชายหนุ่มรูปงามและสุภาพจากหอสมุดในเมืองข้างเคียงได้เดินทางมาถึงโรงหมอพร้อมกับสมุนไพรหายากบางชนิดที่ต้องการแลกเปลี่ยนกับ สูตรบำรุง ของท่านหมออวี้เหยียนบัณฑิตหลี่เป็นบุรุษที่ใช้ภาษาที่สุภาพและให้เกียรติ สตรีอย่างสูง เขาตกหลุมรักความสดใสและความใสซื่อ ของเถียนเถียนทันทีที่เห็นใต้ร่มไม้ใหญ่ บัณฑิตหลี่ยื่นพู่กันอันงดงามให้เถียนเถียน“เถียนเถียน พู่กันนี้ทำจากขนหางของนกกระเรียนที่เลี้ยงในป่าไผ่ มันสามารถช่วยให้การจดบันทึก สูตรยา ของเจ้ามีความประณีตยิ่งขึ้น โปรดรับไว้เพื่อเป็นมิตรไมตรีด้วยเถิด”เถียนเถียนรับพู่กันด้วยความซื่อบริสุทธิ์และดีใจ“ขอบคุณท่านบัณฑิตหลี่มากเจ้าค่ะ ท่านช่างมีความเมตตา ข้าจะใช้มันอย่างระมัดระวังและให้ความเคารพต่อวัสดุที่มีคุณค่านี้เจ้าค่ะ”บัณฑิตหลี่ยิ้มอ่อนโยน และเริ่มใช้เวลาในโรงหมอมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างว่าต้องการศึกษาการจัดเรียงสมุนไพรตามหลักการแพทย์จากเถียนเถียนอาการเสียสมดุลทางอารมณ์ ท

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   ตอนพิเศษ 2/4

    “ซูฉิง ข้า... ข้าต้องยอมรับว่า การบำบัด นี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความเสถียรของสารสื่อประสาทในสมองของข้า ความถี่ในการรักษาต้องเพิ่มขึ้น อย่างเร่งด่วน ข้าไม่สามารถปล่อยให้วงจรความสุขนี้ขาดช่วงไปได้”ซูฉิงหัวเราะอย่างมีความสุข“ท่านหมอเจ้าคะ ท่านนี่ช่างเชี่ยวชาญในการใช้ ศัพท์ทางการแพทย์มาออดอ้อนจริงๆ เลยนะเจ้าคะ”อวี้เหยียนยังคงกล่าวต่อด้วยตรรกะทางการแพทย์ที่ซูฉิงหลงใหล“ดังนั้น ข้าขอสั่งให้เจ้าดำเนินการ การบำบัดด้วยการสัมผัสขั้นสูงสุด นี้ทุกคืนและข้าจะปลดปล่อยพลังงานหยางอย่างเต็มที่เพื่อบำรุงพลังหยินของเจ้าให้สมบูรณ์ นี่คือข้อกำหนดทางการแพทย์ที่ไม่อาจละเลยได้”สิ่งที่ทำให้ซูฉิงประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ การใช้คำทะลึ่ง ของอวี้เหยียนที่เริ่มติดมาจากเธอ เขาเริ่มใช้โค้ดลับ บางคำที่ซูฉิงเคยสอนเพื่ออ้อนขอการปรนนิบัติ“ซูฉิง ข้าต้องการให้เจ้าครอบครองแกนกลางของข้าอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง จงทำให้สารโดพามีนของข้าพลุ่งพล่าน จนข้าไม่สามารถคิดเรื่องสมุนไพรได้อีกเลย เจ้าต้องบำรุงข้าด้วยความวุ่นวายของเจ้า”ซูฉิงรู้สึกว่าความทะลึ่งของเธอได้ถูกยอมรับและยกระดับ ให้กลายเป็นภาษาแห่งความรัก ที่ทำให้ท่านห

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   ตอนพิเศษ 1/4

    หลายเดือนได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่พิธีสมรสทางแพทย์ศาสตร์ที่จบลงด้วยเสียงโห่ร้องและเสียงประหลาดใจของผู้คนในโรงหมอ ชีวิตคู่ของซูฉิงกับอวี้เหยียนดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีความสุขอย่างถึงที่สุด พวกเขายังคงใช้ห้องทำงานเป็นห้องวิจัยร่วมกัน และแบ่งปันห้องหอที่เต็มไปด้วยตำราและสมุนไพรบำรุงหัวใจซูฉิงยังคงพยายามควบคุมอาการปากไวใจทะลึ่งด้วยความรักและความเข้าใจของสามี ส่วนอวี้เหยียนก็ยอมรับความทะลึ่งของภรรยาในฐานะภาษาแห่งความรักที่เขาเข้าใจดีที่สุดอย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ซูฉิงเริ่มรู้สึกไม่สมบูรณ์ตามหลักการชีวภาพ นั่นคือการที่เธอยังไม่ตั้งครรภ์ ซูฉิงมองว่าการมีบุตรคือจุดสูงสุดของความผูกพันทางชีวภาพเป็นการพิสูจน์ว่าสมการเคมีในชีวิตคู่ของพวกเขานั้นแข็งแกร่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง“ท่านหมอเจ้าคะ” ซูฉิงกล่าวขณะกำลังจัดเรียงตำราในห้องทำงาน เธอมองดูอวี้เหยียนที่กำลังจดบันทึกวิจัยด้วยสีหน้าเคร่งครัด“ท่านคิดว่าร่างกายของเรายังขาดสารตั้งต้นแห่งชีวิตใหม่อยู่หรือไม่เจ้าคะ ข้าใช้สูตรบำรุงที่ท่านให้ทุกวัน แต่ทำไมวงจรการก่อกำเนิดของเราถึงยังไม่เริ่มทำงานอย่างเต็มที่”อวี้เหยียนวางพู่กันลง เขา

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 20 (จบ)

    หลายเดือนได้ผ่านพ้นไปนับตั้งแต่พิธีสมรสทางแพทย์ศาสตร์และคืนเข้าหอที่ถูกขัดจังหวะ ซูฉิงกับอวี้เหยียนใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในโรงหมอบำรุงกายใจ พวกเขายังคงวิจัยยาต้านถาวรอย่างต่อเนื่อง โดยมีความรักและความผูกพันเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดชีวิตคู่ของท่านหมอเทวดาผู้เคร่งครัดและภรรยาจอมทะลึ่งนั้นเต็มไปด้วยความสมดุลที่น่าประหลาดใจ อวี้เหยียนยังคงเคร่งครัดเรื่องระเบียบและวิชาการ แต่ความเคร่งครัดนั้นก็ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความรักและความอ่อนโยนของซูฉิงซูฉิงเองก็ควบคุมอาการปากไวใจทะลึ่งได้อย่างยอดเยี่ยม เธอใช้ยาต้านชั่วคราวที่อวี้เหยียนเตรียมให้ และที่สำคัญที่สุด... ความรักและความรู้สึกปลอดภัยที่เธอได้รับจากเขาก็ช่วยระงับสารโดพามีนที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ในสัปดาห์นี้ ซูฉิงได้ใช้สมุนไพรและบันทึกวิจัยทั้งหมดที่มีในการสกัดยาต้านถาวรจนสำเร็จสมบูรณ์ ยาต้านนั้นเป็นสารสกัดเข้มข้นที่ถูกบรรจุไว้ในขวดแก้วขนาดเล็ก มันคือความหวังสุดท้ายที่จะทำให้เธอหายขาดจากความทะลึ่งอย่างถาวรซูฉิงถือขวดยาต้านถาวรไว้ในมือ เธอจ้องมองไปยังของเหลวใสที่ส่องประกายด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกถึงความต

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 19 ตอนที่ 2/2

    “อาฟู่” เถียนเถียนกระซิบด้วยความตกใจ “ศิษย์พี่ซูฉิงกำลังร้องขอให้ท่านหมอครอบครอง แต่ท่านหมอกลับหักห้าม ข้าว่าท่านหมออาจจะกำลังบังคับศิษย์พี่ด้วยการรักษาที่รุนแรงเกินไปแล้ว” อาฟู่ที่ได้ยินเสียงโวยวายและคำพูดทะลึ่งที่คล้ายกับการทรมานก็ถึงกับหวาดกลัวอย่างที่สุด เขาจำได้ว่าซูฉิงเคยโวยวายกลางตลาด“ท่านหมอ... ท่านอาจจะกำลังใช้ยาต้านที่รุนแรงเกินไปขอรับศิษย์น้อง ฮูหยินซูฉิงกำลังร้องขอให้ท่านหมอหยุด” อาฟู่ตีความผิดอย่างรุนแรงภายในห้องหอ ซูฉิงกำลังพยายามทำให้ความรักของอวี้เหยียนพลุ่งพล่านที่สุด“ท่านหมอ ท่านต้องปลดปล่อย อย่าควบคุมตัวเอง ท่านต้องทำให้ข้าสมบูรณ์ด้วยความรักของท่าน” ซูฉิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะลึ่ง อวี้เหยียนพยายามควบคุมความรู้สึกของตัวเองอย่างหนักหน่วง เขาถึงกับกัดฟันเพื่อควบคุมความปรารถนาที่เกิดขึ้น“ซูฉิง ข้า... ข้าพยายามควบคุมอยู่ ข้าต้องทำให้การบำบัดนี้เป็นไปอย่างถูกต้อง” อวี้เหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างรุนแรงเถียนเถียนและอาฟู่ที่แอบฟังอยู่ภายนอกถึงกับเบิกตากว้าง“ท่านหมอไม่อ่อนโยนเลยเจ้าค่ะ” เถียนเถียนกระซิบด้วยความหวาดกลัว “ท่านหมอกำลังบังคับให้ศิ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 1/2

    ภายในตำหนักบรรทมอันวิจิตรส่วนพระองค์ ฮวาหลิงบรรจงเปิดผอบหยกขาวนวลที่บรรจุผง ‘กำยานนิทรานารี’ กลิ่นของมันหอมสดชื่นประหนึ่งดอกเหมยยามต้องเหมันต์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นน้ำผึ้งป่าที่หวานฉุนและรัญจวนใจ ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวอย่างแนบเนียน ฮวาหลิงใช้ช้อนเงินเล็กๆ ตักผงกำยานวางลงบนถ่านร้อนฟู่...คว

    last updateLast Updated : 2026-03-30
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 11 ตอนที่ 2/2

    จากนั้นเซี่ยอวิ๋นก็อุ้มร่างของฮวาหลิงขึ้นวางบนโต๊ะตำรา แรงสั่นสะเทือนทำให้ม้วนคัมภีร์บางส่วนร่วงหล่นสู่พื้น ทว่าสายตาของทั้งคู่กลับจดจ้องเพียงกันและกัน บนโต๊ะกว้างมีกระดานหมากล้อมหยกคั่นกลาง เม็ดหมากสีดำและขาวกระจายตัวอยู่ เซี่ยอวิ๋นจดจ้องดวงตาของนาง แววตาของเขาหาใช่บัณฑิตผู้ถ่อมตนที่ฮ่องเต้ทรงเห็น

    last updateLast Updated : 2026-03-29
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 9 ตอนที่ 2/3

    เขายังไม่ข้ามเส้น... ยังไม่แทรกซอนเข้าสู่ภายใน ทว่าเพียงการบดเบียดภายนอกที่หนักหน่วงก็ทำเอาฮวาหลิงแทบสิ้นสติ นางหอบหายใจรัวเร็ว ปล่อยให้เสียงใบไผ่เสียดสีกันช่วยกลบเสียงครางเครือในลำคอเซี่ยอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาคมคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดล้ำลึกก่อนจะเอ่ยบทกวีที่กลั่นออก

    last updateLast Updated : 2026-03-26
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 7 ตอนที่ 2/3

    ความโกรธเกรี้ยวของขุนนางโฉดทำเอาฮวาหลิงใจสั่น ทว่านางมิใช่หญิงสาวไร้เดียงสาที่จะพ่ายแพ้ต่อคำขู่ นางสูดลมหายใจรวบรวมจริตที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วง ปล่อยตัวให้อ่อนระทวยซบลงบนตักของเขา แสร้งทำเป็นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดแสน“ใต้เท้า... เหตุใดจึงดุดันกับข้าน้อยเพียงนี้ ข้าน้อยเป็นเพียงคณ

    last updateLast Updated : 2026-03-23
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status