ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ

ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-01
โดย:  zueyจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
8
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
118บท
2.9Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ลู่หยวนซีต้องทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งที่เนื้อเรื่องตัวร้ายต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว แต่ระบบที่น่าสงสัยกลับต้องการให้เธอช่วยชีวิตเขาเพื่อแลกกับการกลับไปยังโลกเดิมของตน แต่เมื่อเธออยู่ในยุคโบราณกลับได้รู้โดยบังเอิญว่า แฟนเก่าและอดีตเพื่อนรักของเธอที่เคยทรยศ ต่างก็ทะลุมิติมาด้วยเช่นกัน ลู่หยวนซีจะทำอย่างไร แก้แค้นพวกเขาหรือร่วมมือกันเอาชีวิตรอด

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

เสี่ยวซีเอ๋อ

Ida

Je n'aurais jamais dû dire oui.

La phrase tourne en boucle dans ma tête tandis que je pousse la porte vitrée de l'étude notariale. Le vent de mars s'engouffre derrière moi, glacé, et je serre ma veste contre ma poitrine comme une armure dérisoire. Fribourg-en-Brisgau est noyée sous une bruine fine, de celle qui s'infiltre partout et colle les cheveux aux tempes. Un jour de Toussaint en plein printemps. Le ciel pleure à ma place.

La salle d'attente sent l'encaustique et le vieux papier. Une secrétaire aux ongles trop rouges me désigne une chaise sans lever les yeux. Je m'assois. Mes mains sont moites. Je les essuie sur ma robe, un modèle bleu marine que j'ai acheté exprès pour l'occasion, sobre et sans éclat , comme doit l'être, paraît-il, une future épouse.

Mariée.

Je vais me marier. Dans dix minutes. Avec un homme dont je connais à peine le nom. Klaus Meier. Trente-deux ans , comptable ,

non-fumeur. Une fiche signalétique, pas une histoire d'amour.

Ma mère m'a suppliée en pleurant. Une dette colossale, des créanciers qui menaçaient de saisir la maison, de nous jeter à la rue. Et puis cet avocat surgi de nulle part, ce M. Waldstein, avec son offre miraculeuse , un mariage arrangé, une compensation financière assez large pour effacer l'ardoise et payer les soins de Maman. Cent mille euros en échange de mon célibat. Le prix de ma liberté.

Je n'ai pas hésité une seconde. On n'hésite pas quand on aime.

La porte s'ouvre. Je me lève, le cœur battant trop vite, et je le vois pour la première fois.

Il est grand. C'est la première chose que je remarque. Plus grand que ce que j'imaginais, avec de larges épaules mal dissimulées sous un costume gris anthracite visiblement coupé sur mesure. Ses cheveux bruns sont coiffés avec soin, trop sages, comme plaqués par un devoir de correction qu'ils ne demandent qu'à trahir. Ses lunettes sont épaisses, écaillées sur les branches. Un comptable. Vraiment.

Il s'approche. Son visage est impassible, une forteresse sans meurtrières. Ses yeux sont d'un vert éteint, gris-vert, la couleur de l'étang derrière la boutique quand le brouillard se lève. Il ne sourit pas. Il me jauge, rapidement, comme on vérifie une marchandise avant de signer le bon de livraison.

L'espace d'une seconde, je le déteste.

— Mademoiselle Brandt, dit-il d'une voix neutre. Je suis Klaus Meier.

Il tend la main.

Je devrais dire quelque chose. Un mot poli, une formule de circonstance. Mais ma gorge est nouée et mes pensées s'entrechoquent comme des billes dans un sac. Tout ça est absurde. Irréel. Je tends la main à mon tour, mécaniquement, et nos doigts se touchent.

Et là.

Une décharge. Un courant brûlant qui remonte de ma paume à mon épaule, qui vrille dans ma poitrine comme un coup de foudre miniature. Ma respiration se bloque. Ce n'est pas une métaphore. C'est physique, électrique, une secousse qui me traverse l'échine et me fait retirer la main plus vite que je ne le voudrais.

Lui aussi a senti quelque chose. Ses doigts se sont crispés, son poignet a tressailli. Ses yeux , ces yeux gris-vert que je croyais éteints – se sont élargis une fraction de seconde. Juste une fraction. Mais assez pour que je comprenne. Il n'est pas de marbre. Il cache quelque chose.

Il me regarde une seconde de trop. Puis il détourne la tête.

Le notaire toussote.

— Eh bien, si vous voulez bien vous asseoir, nous allons procéder aux formalités.

Je m'assois sur la chaise rembourrée. Lui prend place à côté de moi, pas en face. Je sens sa présence comme un champ magnétique, une chaleur animale malgré la distance réglementaire qu'il maintient entre nos accoudoirs. Mon pouls ne redescend pas. Ce n'est pas normal. Aucun inconnu ne devrait me faire cet effet. Aucun homme, point.

Le notaire déblatère des clauses, des articles, des conséquences juridiques. Je hoche la tête aux bons moments sans rien écouter. Klaus, lui, est parfaitement immobile. Il fixe le contrat comme s'il mémorisait chaque virgule. Ses mains sont posées à plat sur ses cuisses, longues, nerveuses, avec des jointures légèrement abîmées. Pas des mains de comptable, ça non plus.

Quand vient le moment de signer, il prend le stylo sans hésiter. Son écriture est rapide, anguleuse. Il pousse les documents vers moi sans un regard. Je signe à mon tour. Mon nom tremble un peu sur le papier. Ida Brandt. Voilà. C'est fait.

— Félicitations, dit le notaire avec un sourire mécanique. Vous êtes mariés.

Klaus se lève, ajuste son costume, et se tourne vers moi. Son expression n'a pas changé. Impassible , impénétrable.

— Je vous attends dehors, dit-il simplement.

Et il sort, me laissant seule avec l'odeur d'encaustique et le goût métallique de l'erreur sur ma langue.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

กัลปังหา สีชมพู
กัลปังหา สีชมพู
มาแล้ว ยินดียิ่งค่า
2025-11-27 15:34:48
0
0
Alisa Shorty
Alisa Shorty
สนุกดี มาอัพเพิ่มนะคะ อย่าให้รอนาน
2025-12-16 17:20:32
0
0
118
เสี่ยวซีเอ๋อ
“เด็กๆ!! ตื่นได้แล้วจ้ะ”ลู่หยวนซีพลิกผ้าห่มดึงออกจากร่างเล็กของเด็กหญิงอายุราวห้าหกขวบ สี่คนที่นอนเรียงกันอยู่บนเตียง“พี่หยวนซี วันนี้เป็นวันหยุดนี่คะ ทำไมต้องรีบตื่นแต่เช้าขนาดนี้”เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดงัวเงียลุกขึ้นนั่ง ก่อนหันไปพูดกับพี่สาวทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา ร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพู ผูกผมหางม้าเอาไว้หลวมๆ ที่ด้านหลัง ยกยิ้มอย่างใจดีก่อนจะดันตัวเด็กทั้งสี่คนให้ลุกขึ้น“ลืมแล้วหรือว่าวันนี้เป็นวันครบรอบสิบแปดปีของการก่อตั้งบ้านเด็กกำพร้าฉือชุน เอาล่ะ รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว พี่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แล้วรีบไปล้างหน้าล้างตานะจ๊ะ”เด็กหญิงสี่คนพยักหน้ารับ ก่อนทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย หลังจากเปลี่ยนชุดใหม่ให้ทุกคนเสร็จแล้ว เธอยังเดินเข้าไปในห้องอีกหลายห้อง เพื่อปลุกน้องๆ ที่อยู่ในความดูแลของบ้านเด็กกำพร้าฉือชุนทุกคนลู่หยวนซีเป็นเด็กคนแรกที่อยู่มานานที่สุด ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบ้านเด็กกำพร้าขึ้น จุดประสงค์ของผู้ก่อตั้งก็เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ไร้ที่พึ่งพิงสิบแปดปีก่อน เด็กทารกหญิงวัยสองเดือนถูกพบในกล่องไม้ใต้ซากตึกที่พังถล่มลงมาเพราะแผ่นดินไหว ข้างกล่องยังพบร่างชายหญิงอายุราวยี่สิบกว
อ่านเพิ่มเติม
คุณเป็นใคร
ขอบตาแดงก่ำของลู่หยวนซี บ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แววตาของเธอสั่นไหวเพราะพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ“ฉันรู้เรื่องนี้มานานแล้ว อย่าได้เสียเวลาอีกเลย เสี่ยวซีเอ๋อ เธอไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้เองทั้งหมดหรอกนะ ออกไปใช้ชีวิตที่โลกภายนอกเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ซะ ที่ฉันดูแลพวกเธอมาสิบกว่าปี ฉันหวังเพียงว่าพวกเธอจะเติบโตขึ้นและมีชีวิตที่ดีก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า ฉันได้เตรียมการเอาไว้เพื่อพวกเขาเรียบร้อยแล้ว เธอไม่ต้องเป็นห่วง แคกๆๆๆ”พูดยังไม่ทันจบผอ.ฟางก็ไอออกมาอย่างหนักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีเลือดปนออกมากว่าปกติ ลู่หยวนซีไม่ฟังที่ผอ.ฟางห้ามอีกแล้ว เธอรีบวิ่งไปตามหมอมาตรวจดูอีกครั้ง หลังจากอาการไอทุเลาลง ผอ.ฟางก็ได้หลับไปเพราะฤทธิ์ของยาลู่หยวนซีย้อนกลับมาที่บ้านเด็กกำพร้าฉือชุนอีกครั้ง เธอไม่กล้าบอกความจริงเกี่ยวกับอาการของผอ.ฟางให้เด็กๆ ได้รู้ เพราะเธอกลัวว่าทุกคนจะตื่นตระหนกและขวัญเสียกว่าครึ่งเดือนที่ ผอ.ฟางได้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมือง ทุกครั้งที่อาการของเธอกำเริบลู่หยวนซีรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกบีบรัดจนไม่สามารถอธิบายถึงควา
อ่านเพิ่มเติม
แลกเปลี่ยน
สิ้นเสียงของเธอ แรงดูดมหาศาลแรงหนึ่งได้พาร่างของเธอไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นตา ลู่หยวนซีล้มหัวคะมำลงไปอย่างแรง เธอพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางตื่นตระหนก“สวัสดีและยินดีต้อนรับ คุณลู่หยวนซี”เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เธอสะดุ้งจนตัวโยน ลู่หยวนซีมองไปรอบๆ หาที่มาของเสียง แต่แล้วกลับพบเพียงความเปล่าเท่านั้น“ที่นี่คือที่ไหน คุณเป็นใคร พาฉันมาที่นี่ทำไม”ลู่หยวนซีถามออกไปอย่างลนลาน เวลานี้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็จำเป็นต้องทำใจดีสู้เสือเข้าไว้“ใจเย็นๆ ก่อน ผมจะค่อยๆ อธิบายให้คุณได้เข้าใจไปทีละเรื่อง ถ้าพร้อมแล้วอย่างนั้นเราก็มาเริ่มกันเลย”เสียงที่ไร้ที่มาดังขึ้นกังวานภายในหัวของเธอ ลู่หยวนซีนิ่งเงียบเพื่อรอฟังว่าเจ้าเสียงนั้นจะพูดอะไรต่อ“ผมคือ ระบบ โปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถคิดด้วยตนเองได้ ที่นี่คือภายในโลกของผม และคุณคือคนที่ผมเลือกให้ทำหน้าที่ต่อจากนี้ไป”ลู่หยวนซีได้ฟังแล้วรู้สึกว่ามันค่อนข้างเชื่อได้ยากมาก หรือว่าเธอกำลังถูกทดลองอะไรบางอย่างจากรัฐบาลอยู่หรือเปล่า“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแน่นอน โลกของคุณนั้นยังล้าหลังเกินไปที่จะมีโปรแกรมระบบอัจฉริยะอย่างผมได้ เอาเถอะ
อ่านเพิ่มเติม
นี่หรือคือที่อยู่ของคน
หลังจากที่ลู่หยวนซีเดินมาถึงหน้าเรือนหลังเล็กตามความทรงจำที่ได้รับมา นางคิดจะผลักประตูหน้าเรือนเข้าไป แต่แล้วก็ได้ยินเสียงไอราวกับจะขาดใจดังแว่วมา ก่อนเสียงตุ๊บ!จะดังขึ้นให้ได้ยิน ร่างบางรีบผลักประตูรั้วเข้าไป ก่อนวิ่งตามเสียงนั้นไปยังห้องเล็กห้องหนึ่งที่อยู่ริมสุดทางเดินเมื่อนางผลักประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นสายหนึ่งก็โชยออกมาทำเอาลู่หยวนซีต้องรีบยกมือขึ้นปิดจมูก กลิ่นเหม็นภายในห้องนั้นทำให้นางเกือบจะอาเจียน“กลิ่นเหม็นอะไรกันเนี่ย”ร่างบางก้าวเข้าไปในห้องเล็กมืดและเหม็นเน่าก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่างนอนอยู่ที่พื้น ร่างผอมแห้งที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกกำลังคลานมาที่เท้าของนางช้าๆ ลู่หยวนซีเห็นภาพนั้นก็ตกใจจนกรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษา“กรี๊ด!!!!ผีหลอก”ยังไม่ทันที่นางจะทันได้วิ่งหนีออกไปจากห้อง เสียงแหบแห้งก็ดังตะคอกกลับมาก่อน“หุบปาก!!แล้วไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ”เสียงที่ได้ยินทำเอาลู่หยวนซีต้องหยุดชะงักไป เขาเป็นคนหรือผีกันแน่ เหตุใดถึงได้ดูดุร้ายเพียงนี้ ร่างบางค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ แสงที่ส่องลอดจากบานประตูทำให้นางมองเห็นบุรุษที่ผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกนอนอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน บนใบ
อ่านเพิ่มเติม
นางเป็นใครกันแน่
ลู่หยวซีจุ๊ปากเบาๆ แม้นางจะเคยเห็นดารานักร้องมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นใครเหมือนชายผู้นี้สักคน ใบหน้าของเขานั้นทำให้คนที่เห็นยากจะละสายตาได้ แม้แต่รอยตะขาบไฟสีแดงที่ขึ้นตามลำคอลากยาวมาจนถึงใบหน้าของเขา ก็ไม่อาจลดทอนความหล่อเหลาของคนผู้นี้ได้เลย มันทั้งดูลึกลับและน่าค้นหาในเวลาเดียวกันลู่หยวนซีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ไม่ได้ๆ จะมาไขว้เขวเพราะรูปร่างหน้าตาของเขาไม่ได้ ท่องเอาไว้ว่าชายคนนี้เป็นเพียงตัวละครในนิยายเท่านั้น ขอเพียงรักษาเขาให้หายดีนางก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติของตนแล้วลู่หยวนซีรีบสระผมให้กู้จิ่งเหยียนโดยที่ไม่ได้ปริปากเอ่ยสิ่งใดออกมา มีเพียงเสียงถอนหายใจของนางเท่านั้นที่ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ภายในใจของกู้จิ่งเหยียนกำลังคิดว่านางคงจะรังเกียจตนเองที่ทั้งอัปลักษณ์และพิกลพิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้เป็นแน่ หึ!! ใครอยากให้สตรีร้ายกาจเช่นเจ้ามาดูแลข้ากันหลังจากอาบน้ำให้กู้จิ่งเหยียนเสร็จแล้ว ลู่หยวนซีก็กลับเข้าไปในห้องของเขาอีกครั้งเพื่อนำชุดใหม่มาเปลี่ยน แต่ภายในห้องที่ยังคงมีกลิ่นเหม็นนั้นกลับไม่มีชุดเสื้อผ้าของเขาอยู่เลย“คงไม่ใช่ว่ามีแค่ชุดที่ข้าฉีกทิ้งไปหรอกนะ”ลู่หยวนซีค้นดูภายใ
อ่านเพิ่มเติม
ขอสงบศึกชั่วคราว
แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับมีอาการป่วยอย่างกะทันหัน อาการป่วยที่แม้แต่หมอหลวงยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ จากนั้นขาทั้งสองข้างก็เริ่มอ่อนแรง เพียงไม่นานอวัยวะท่อนล่างของเขาก็ไร้ความรู้สึกและไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป เท่านั้นยังไม่พอ ดวงตาที่เคยมองเห็นได้อย่างชัดเจนก็เริ่มมืดดำจนกลายเป็นมองไม่เห็นไปโดยปริยายอาการที่เกิดกับเขาทั้งหมด มันได้เกิดขึ้นกับพี่ชายต่างมารดาของเขาด้วย หลังจากหาหมอภายในเมืองทั้งหมดก็ยังไม่สามารถรักษาทายาทตระกูลกู้ทั้งสองได้ บิดาที่ร้อนใจได้ออกจากจวนเพื่อสืบเสาะหาหมอมารักษาพวกเขาพี่น้องไปทั่วทุกหนแห่งผ่านไปหลายเดือนหัวหน้าตระกูลกู้ได้กลับมาพร้อมกับหมอเทวดาชื่อดัง หมอเทวดาได้วินิจฉัยว่าพวกเขาพี่น้องถูกพิษและโชคดีที่เขาเองก็มียารักษาอยู่ แต่น่าเสียดายยาแก้พิษที่เขามีนั้นสามารถรักษาชีวิตบุตรชายตระกูลกู้เอาไว้ได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น เพราะสมุนไพรส่วนประกอบที่สร้างยาหนึ่งเม็ดขึ้นมาล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่หายาก บางอย่างเป็นสมุนไพรที่เหล่าบรรพบุรุษของอาจารย์ที่ทิ้งเอาไว้ให้ศิษย์รุ่นหลัง เวลานี้มีเพียงหนึ่งระหว่างสองพี่น้องที่สามารถมีชีวิตรอดไปได้ไม่ต้องคิดให้ลำบาก แม้เขาจะโดดเด่นเหนือพ
อ่านเพิ่มเติม
ความฝันของนาง
สิ่งของเหล่านี้ล้วนถูกซ่อนเอาไว้ภายในห้องของนาง ดูเหมือนตัวประกอบหญิงที่ไร้ค่าคนนี้จะซ่อนอาหารเอาไว้ทานเพียงคนเดียวไม่น้อยเลย ช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ ทั้งที่เป็นเพียงตัวประกอบในนิยายที่ไม่มีแม้แต่ชื่อ กลับมีผลต่อการมีชีวิตรอดของตัวร้ายมากกว่าใคร“คุณชาย ข้าป้อนให้ท่านดีหรือไม่ รับรองว่าอาหารที่ข้าทำต้องอร่อยถูกปากท่านแน่นอน เพราะน้องๆ ของข้าพูดเสมอว่าข้าทำอาหารเก่ง”ลู่หยวนซีพยายามพูดตะล่อมเอาใจให้เขารู้สึกถึงความเป็นมิตรของนาง แต่กู้จิ่งเหยียนกลับยังคงนิ่งเฉย ตอนนี้นางไม่รู้แล้วว่าควรทำเช่นไรต่อไปดีให้เขารู้สึกว่านางไม่ได้มาร้าย ถ้าหากจะให้บังคับนางก็กลัวว่าเขาจะตั้งกำแพงกับนางสูงมากกว่าเดิม“หรือไม่อย่างนั้น ถ้าไม่ชอบให้ข้าป้อนท่านก็ทานเองดีหรือไม่ มาเถอะข้าช่วยพยุง”ลู่หยวนซีมองปฏิกิริยาเล็กน้อยที่เขาตอบสนองด้วยใบหน้าพอใจ เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตั้งแง่กับนางมากจนเกินไป ลู่หยวนซีจับมือของกู้จิ่งเหยียนให้จับชามและตะเกียบ จากนั้นนางคีบอาหารลงไปในชามให้เขา กู้จิ่งเหยียนรอสักพักก่อนจะยอมทานอาหารแต่โดยดี ที่เขาทำเช่นนั้นก็เพราะเขารอให้ได้ยินเสียงขยับตะเกียบทานอาหารในชามของนางก่อนทั้งข้าวใ
อ่านเพิ่มเติม
ใช้ระบบช่วยชีวิตกู้จิ่งเหยียน
ร่างผอมพยายามอดทนอย่างสุดความสามารถไม่ให้ตนเองปลดปล่อยสิ่งปฏิกูลภายในห้องนี้ เพราะเขายังคงจำได้ดีว่านางเคยพูดว่าห้องนี้เป็นห้องของนาง เขาจะไม่มีวันทำให้ตนเองต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าสตรีผู้นั้นเป็นอันขาดแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด ร่างกายที่เจ็บป่วยมานาน ไม่สามารถอดทนต่อความต้องการปลดปล่อยที่เกิดจากธรรมชาติของร่างกายได้ กลิ่นเหม็นเน่าสายหนึ่งก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง เวลานี้กู้จิ่งเหยียนโมโหตนเองจนอยากจะตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอดเพราะความอับอายมือผอมแห้งทุบลงไปบนพื้นด้วยความโมโหหลายครั้นจนแดงช้ำ กู้จิ่งเหยียนคิดว่าสองปีมานี้ตนเองได้ปล่อยวางทุกอย่างลงได้แล้ว ทุกวันนี้เพียงมีชีวิตอยู่เช่นนี้เพื่อรอความตายก็เท่านั้น แต่เหตุใดสวรรค์ถึงไม่ยอมปล่อยให้เขาตายไปเสียที เหตุใดถึงได้ทรมานเขาเช่นนี้อยู่ร่ำไป เขาทำสิ่งใดผิดมากมายนักหรือน้ำตาที่เคยคิดว่าแห้งเหือดไปแล้ว เมื่อยามที่เขารู้ว่าตนเองถูกบิดาแท้ๆ ขับไล่ให้มาอยู่ในหมู่บ้านทุรกันดารอันห่างไกล มันได้ไหลออกมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว ริมฝีปากซีดขาวเม้มแน่นด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตนเองก็เป็นสายเลือดที่เขาให้กำเนิด แต่แล้วเหตุใดบิดาขอ
อ่านเพิ่มเติม
เนื้อเรื่องในนิยาย
ลู่หยวนซีหยุดพูดเพื่อดูปฏิกิริยาของเขา แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่นางก็เห็นว่าหัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ร่างบางเอ่ยกับเขาอย่างใจเย็น เพราะคิดว่าเขาเองก็คงมีเรื่องบางอย่างที่ไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้“ถึงแม้ท่านจะไม่เห็นค่าของชีวิตตน แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้ามิได้คิดเช่นนั้น คุณชายข้าบังอาจขอร้องท่านสักเรื่องได้หรือไม่ ไม่ว่าท่านจะประสบกับเรื่องที่หนักหนาเพียงใด ขอให้ท่านอย่าได้ทำร้ายตนเองเช่นนี้อีก ต่อให้ท่านโมโห ท่านโกรธแค้น หรือไม่พอใจสิ่งใด ขอให้มาลงที่ข้า ถึงแม้ข้าจะเป็นเพียงสาวใช้ที่ต่ำต้อย แต่เรื่องทุกอย่างของท่าน ขอให้ข้าเป็นคนแบกรับเอาไว้เองได้หรือไม่”ลู่หยวนซีจับมือผอมแห้งที่ขาวซีดของกู้จิ่งเหยียนมากุมเอาไว้ จากนั้นจึงตบลงไปเบาๆ เพื่อให้กำลังใจแก่เขา นางไม่รู้ว่าคำพูดของนางจะซึมลึกเข้าไปในจิตใจของเขาได้หรือไม่ หรือต่อให้เขาตั้งกำแพงกับนางสูงเสียดฟ้านางก็ไม่สนขอเพียงเขาไม่ทำร้ายตนเองในยามที่นางไม่อยู่เท่านั้นเป็นพอ เพราะถ้าเขาตายตัวนางเองก็คงไม่สามารถกลับไปยังโลกเดิมของตนได้ แล้วสัญญาที่นางเคยให้ไว้กับผอ.ฟางว่าจะสร้างบ้านเด็กกำพร้าฉือชุนขึ้นมาใหม่ คงจะกลายเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้
อ่านเพิ่มเติม
คนรักของตัวประกอบที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ในนิยาย
“ท่านตื่นแล้ว เช่นนั้นอยากจะเข้าห้องน้ำหรือไม่ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ข้าจะเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อของสักหน่อย”เมื่อนางพูดเรื่องเข้าห้องน้ำขึ้นมา ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของกู้จิ่งเหยียนก็คล้ายมีปฏิกิริยาบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากนางไม่สังเกตก็คงจะมองไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกโมโหเป็นแน่ แต่เพราะอยู่กับเขามาสักพักทำให้นางสามารถสังเกตอาการต่างๆ ที่เขาแสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกหรือความต้องการของเขาลู่หยวนซีเดินกลับเข้าไปในครัวก่อนยกถาดน้ำชาติดมือมาด้วย ข้างกันยังมีขนมที่ร่างเดิมแอบซ่อนเอาไว้วางอยู่ในจาน เสียงถาดกระทบลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงเบาๆ ทำให้กู้จิ่งเหยียนรู้ว่านางนำบางอย่างมาวางเอาไว้“หากท่านยังไม่อยากเข้าห้องน้ำตอนนี้ เช่นนั้นข้าไปก่อนนะเจ้าคะ กระโถนสำหรับเข้าห้องน้ำวางอยู่ใต้เตียง น้ำชาวางอยู่บนโต๊ะ และขนมทานเล่นวางอยู่ใกล้กัน ท่านไม่ต้องกลัวว่ามันจะร้อนเพราะว่าน้ำชาข้าชงทิ้งเอาไว้สักพักแล้ว”เอ่ยจบนางก็เดินผละจากไป ความรู้สึกของวันนั้นกลับมาวนเวียนอยู่ภายในหัวอีกครั้ง วันที่ลู่หยวนซีเดินออกจากเรือนหลังนี้ไป และกู้จิ่งเหยียนก็ทำร้ายตนเองจนได้รับบาดเจ็บเสียเลือดไปไม่น้อยร่างบาง
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status