Masukเพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ลู่หยวนซีต้องทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งที่เนื้อเรื่องตัวร้ายต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว แต่ระบบที่น่าสงสัยกลับต้องการให้เธอช่วยชีวิตเขาเพื่อแลกกับการกลับไปยังโลกเดิมของตน แต่เมื่อเธออยู่ในยุคโบราณกลับได้รู้โดยบังเอิญว่า แฟนเก่าและอดีตเพื่อนรักของเธอที่เคยทรยศ ต่างก็ทะลุมิติมาด้วยเช่นกัน ลู่หยวนซีจะทำอย่างไร แก้แค้นพวกเขาหรือร่วมมือกันเอาชีวิตรอด
Lihat lebih banyakMalam di Kediaman Jing selalu terasa bagai neraka yang membeku bagi Jing Huan.
Jing Huan meringkuk di sudut bangsal kayu yang terbengkalai, sebuah gudang tua berbau hapak yang tak layak dihuni manusia. "Lapar..." bisik Jing Huan seraya memegangi perutnya yang berbunyi. Sudah dua hari ia hanya diberi sisa nasi basi yang bercampur tanah oleh para pelayan. Bahkan pelayan terendah di Kediaman Jing pun berani meludahinya. Bagi mereka, menindas anak yatim piatu tanpa Dan Tian Kultivasi adalah hiburan gratis di waktu senggang. Tiba-tiba, pintu gudang di tendangan keras hingga roboh menimpa lantai! BRAK! "Heh, si sampah masih bernapas?" sebuah suara yang sangat familier di depan pintu. Kuang Jio adalah pelayan Jing Huo, Tuan muda kedua. Ia melangkah masuk disusul oleh Wang Coi yang memegang obor. Jing Huan gemetar, berusaha merayap mundur hingga punggungnya menempel pada dinding kayu yang dingin. "Kuang Jio... Wang Coi... ada apa malam-malam begini?" "Ada apa? Kau sendiri ada apa di gudang dapur ini? Mau mencuri makanan lagi?" tanya Kuang Jio bercekak pinggang seolah-olah dia adalah Tuan Muda kediaman Jing. "Aku lapar... aku mau makan," kata Jing Huan berusaha untuk berdiri. "Kamu mau mencuri lagi? Apa kau tahu makanan di sini sangat mahal, dan tidak pantas di makan oleh pria sampah seperti mu! Apa lagi aku baru saja naik tingkat penempaan tubuh bintang 2. Aku butuh samsak, kebetulan sekali ada Tuan Muda sampah di sini. Siapa lagi yang lebih cocok selain dirimu?" Kuang Jio tertawa terbahak-bahak, matanya penuh niat jahat. Sebelum Jing Huan sempat memohon, Kuang Jio sudah melangkah maju dan mencekik leher Jing Huan dengan satu tangan, mengangkat tubuh kerempeng berumur 15 tahun itu ke atas. "Uhukk! K-Kuang jio... tolong..." leher Jing Huan terasa hendak patah. Pasokan udara terputus seketika. "Dengar, Jing Huan! Ayahmu dulu mati konyol karena racun dingin, dan ibumu mati melahirkan sampah sepertimu! Keberadaanmu di kediaman ini hanya mempermalukan nama besar Keluarga Jing! Kakek mu bahkan enggan melihat wajahmu!" bentak Kuang Jio tepat di depan wajah Jing Huan. "J-jangan... sebut orang tuaku..." bisik Jing Huan susah payah, matanya mulai memerah karena menahan sakit dan amarah. "Kenapa? Kamu marah?" Wang Coi tertawa makin keras. Tanpa peringatan, ia menghantamkan tongkat kayu tebal ke tempurung lutut Jing Huan! KRAK! "AGHHH!" jeritan Jing Huan kesakitan luar biasa. Kuang Jio melempar tubuh Jing Huan ke lantai tanah yang kotor. Tanpa belas kasihan, mereka mulai menginjak-injak, tubuh Jing Huan tanpa henti. Mereka memperlakukannya tak ubahnya seperti seekor anjing kurap. "Pukul terus! Hajar saja dia! Pukul sampai dia tahu jika dirinya adalah sampah!" teriak Wang Coi seraya menendang Jing Huan dan menikmatinya. "Hahaha, benar. Jika Tuan Muda Jing Huo tau kita memperlakukan Jing Huan seperti binatang, dia pasti akan berterima kasih kepada ku," kata Kuang Jio tertawa puas. Sementara Jing Huan terkapar di tanah dengan napas tersengal-sengal. Darahnya menggenang di lantai gudang, membasahi pakaian lusuhnya yang penuh tambalan. Tubuhnya terasa remuk dan sakit semua. Dari kecil, ayahnya meninggal dunia karena racun dingin, sementara ibunya meninggal saat melahirkan dirinya. Sementara Kakeknya sebagai kepala keluarga, hanya mementingkan para sepupunya yang memiliki kultivasi sebagai kebanggaan keluarga Jing. Jing Huan hanya luntang-lantung seorang diri. Bahkan untuk makan saja, ia harus mencuri di dapur. Jika ketahuan, ia akan dipukul hanya demi mengisi perutnya yang lapar. Dan sekarang, ia sudah berusia 15 tahun. Selain tidak bisa berkultivasi, tubuhnya juga kurus karena tekanan batin di hina dan mendapatkan perlakuan buruk dari orang-orang sekitarnya. "Kuang Jio. Ayo cepat ambil gandumnya. Jika terlambat, kita akan di marahi Tuan Muda Jing Huo. Besok kita beresian si sampah ini lagi!" kata Wang Coi mengingatkan jika mereka sudah beberapa lama di gudang tersebut. "Tunggu pembalasan kami lagi Tuan muda sampah!" kata Kuang Jio bergegas mengambil gandum untuk di masak malam ini, karena Tuan Muda Jing Huo lapar. Mereka melempar Jing Huan keluar dari gudang penyimpanan tersebut, lalu menguncinya dengan kuat, lalu meninggalkan Jing Huan babak belur, tubuhnya gemetar hebat, untuk berdiri saja ia tak sanggup. Setelah mereka pergi, Jing Huan berusah untuk duduk sambil mengatur nafasnya sambil menatap langit-langit. "Kenapa... hidup ku seperti ini? Jika aku tidak bisa berkultivasi, setidaknya biarkan aku hidup tenang... aku sudah cukup menderita tanpa ayah dan ibu, semua keluarga membenciku. Bahkan pelayanan saja tidak menganggap ku manusia... hidup ku benar mengenaskan!" keluh Jing Huan meratapi nasibnya yang malang. Makanan tidak dapat, tapi ia harus pulang ke kediamannya lusuh itu dengan luka yang cukup parah. Berikut ranah kultivasi: Tingkat rendah Penempaan tubuh ⭐ 1 Penempaan tubuh ⭐ 2 Penempaan tubuh ⭐ 3 Penempaan tubuh ⭐ 4 Penempaan tubuh ⭐ 5 Penempaan tubuh ⭐ 6 Penempaan tubuh ⭐ 7 Penempaan tubuh ⭐ 8 Penempaan tubuh ⭐ 9 Tingkat menengah Pembentukan jiwa ⭐ 1 Pembentukan jiwa ⭐ 2 Pembentukan jiwa ⭐ 3 Pembentukan jiwa ⭐ 4 Pembentukan jiwa ⭐ 5 Pembentukan jiwa ⭐ 6 Pembentukan jiwa ⭐ 7 Pembentukan jiwa ⭐ 8 Pembentukan jiwa ⭐ 9 Tingkat lanjutan Mulia abadi tahap l Mulia abadi tahap ll Mulia abadi tahap lll Raja abadi tahap l Raja abadi tahap ll Raja abadi tahap lll Kaisar abadi tahap l Kaisar abadi tahap ll Kaisar abadi tahap lll Tingkat puncak Legenda Manusia Surgawi Dewa surgawi Tubuh suci“เอ๊ะ!”มู่หยุนถิงอุทานเบาๆ ตอนแรกคิดเพียงแค่ต้องการเห็นหน้าท่านประธานใกล้ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะใกล้ไปแล้ว“นี่!คุณ”มู่หยุนถิงตกใจที่ได้เห็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของผู้ชายทั้งสองคน เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนและจ้าวหลี่เสวียนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือว่าตนเองยังฝันอยู่ มู่หยุนถิงหยิกแขนตนเองเบาๆ จากนั้นจึงร้องซี๊ดขึ้นมา“คุณคือมู่หยุนถิงลูกสาวคนเดียวของประธานมู่สินะครับ”ชายหนุ่มที่มีหน้าตาเหมือนจ้าวหลี่เสวียนพูดขึ้น ทำเอามู่หยุนถิงถึงกับอ้ำอึ้งไป นอกจากหน้าตาจะเหมือนกันเสียงของเขายังเหมือนกันอีกด้วย ดวงตาสับสนของมู่หยุนถิงปรากฏขึ้นยามเมื่อมองไปที่เขา“ผมคือเยี่ยนจืออี้ เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาและผมเป็นคู่หมั้นของคุณ”เยี่ยนจืออี้ชี้ไปยังร่างสูงที่ยืนเงียบจ้องไปยังลู่หยวนซีที่ยังมีอาการตกตะลึงอยู่ เธอไม่คิดว่าจะได้พบคนที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาอย่างกะทันหัน ความสับสน ความคิดถึง ความเศร้า ทุกความรู้สึกที่ลู่หยวนซีมีมันปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเธอ น้ำตาเม็ดโตผุดขึ้นมาในดวงตางามอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบก้มหน้าซ่อนมันทันทีก่อนที่จะมีใครเห็น“นี่ ถึงกับตะลึงไปเลยหรอ เขาหล่อใช่ไหมล่ะ”มู่หยุนถิงเอ่ยเย้าเพื่อนสาว
หลายสิบปีผ่านไป เหล่าลูกหลานของลู่หยวนซีต่างมีวิถีชีวิตตามเส้นทางของตนเอง เหล่าญาติสนิทต่างก็ทยอยจากโลกนี้ไปทีละคน ตอนนี้นางเองก็ชรามากแล้วแต่สามีของนางก็ยังคงรักและดูแลนางไม่แตกต่างจากช่วงเวลาของชีวิตที่ผ่านมาสองสามีภรรยาได้หยุดการเดินทางของตนลงจากนั้นจึงย้ายมาอยู่หมู่บ้านในหุบเขาเล็กๆ สถานที่ที่ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเงียบสงบ คนในหมู่บ้านต่างก็ไม่รู้ที่มาของพวกเขา รู้เพียงสองผู้เฒ่าเป็นคนจิตใจดีและเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นลู่หยวนซีนั่งรับลมอยู่ที่เก้าอี้หน้าเรือนทำให้นางหวนนึกถึงช่วงเวลาที่คอยดูแลเฮ่อเหวินจิ่งเหยียน เขาเป็นคนที่ดื้อรั้นแต่นางกลับดื้อรั้นกว่า ตอนนี้ต้นพลับที่อยู่ริมรั้วเติบโตสูงใหญ่เพราะผ่านมานานหลายสิบปี นางยิ้มให้กับตนเองเมื่อรู้สึกว่าชีวิตของนางนั้นช่างคุ้มค่าที่ได้เกิดมาตอนนี้นางไม่รู้สึกว่าตนเองต้องการอะไรอีกแล้ว นางมีสามีที่รักนางเพียงคนเดียวและลูกๆ ทั้งสองคนที่ประสบความสำเร็จแต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่สามารถทำใจได้คือ นางยังไม่ต้องการจากชายอันเป็นที่รักอย่างเขาไป แต่สังขารของมนุษย์นั้นมิอาจฝืน จึงทำได้เพียงหวังว่าหลังจากตนเองจากไปแล้วคงได้มี
ช่วงหลายวันมานี้ลู่หยวนซีดูอารมณ์แปรปรวนและง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งนางก็หาเรื่องทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องไร้สาระอย่างเช่นวันนี้ เมื่อเห็นภรรยาอารมณ์ไม่ดีชายหนุ่มจึงออกจากห้องไป รอให้นางเข้านอนแล้วจึงได้ย้อนกลับมา“ลู่หยวนซีผมกลับมาแล้ว”ในความว่างเปล่าหญิงสาวยืนอยู่เพียงลำพัง เมื่อเสียงทักทายที่ฟังคุ้นหูดังขึ้นเธอก็จำได้ทันทีว่าคือใคร“เอ๊ะนี่!! คุณ...คือระบบหรือคะ คุณกลับมาแล้วหรือฉันเป็นห่วงแทบแย่ คุณหายไปไหนมากันแน่เป็นสิบปี”“เฮ่อ! จะหายไปไหนได้ ก็ถูกกักบริเวณน่ะสิโทษฐานเข้าแทรกแซงการทำงานของผู้อื่น เจ้านักเขียนนั่นใจร้ายชะมัด ถึงกับรายงานผม”ลู่หยวนซีได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าฉงน เพื่อช่วยพวกตนเขาถึงกับยอมถูกลงโทษ เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร“คุณถูกขังเป็นสิบปีเลยหรือคะ น่าเห็นใจจริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพียงเพราะคุณต้องการช่วยชีวิตผู้อื่นถึงกับต้องทำกันรุนแรงขนาดนี้”ระบบเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยราวกับจะร้องไห้ของลู่หยวนซี ถึงกับทำอะไรไม่ถูก จึงได้รีบอธิบายความเข้าใจผิดของเธอ“เอ่อไม่ใช่แบบนั้น มันก็แค่เดือนเดียวที่ถูกพักงานน่ะ ตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว เห็นเธอยังสุขสบายดีอยู่แบบนี้ดูเหมือนต้นฉบั
เช้าวันต่อมา ช่วงสายลู่หยวนซีที่ถูกเฮ่อเหวินจิ่งเหยียนจับอาบน้ำแต่งกายเพื่อไปคารวะน้ำชาบิดามารดา นางที่ถูกเขาเคี่ยวกรำอย่างหนักแสดงออกว่ายังอ่อนเพลีย แต่ประเพณีที่ต้องทำก็ยังต้องทำ ไม่อย่างนั้นจะถูครหาเอาได้“มาแล้วหรือ”เจียงจื่ออิ๋งที่เล่นอยู่กับเสี่ยวอวิ๋นในห้องโถงหันมาทักทายสามีภรรยาหมาดๆ ที่กำลังเดินเคียงคู่กันมา“ท่างแม่ลู่”ส่วนเสี่ยวอวิ๋นที่เห็นลู่หยวนซีเจ้าหัวไชเท้าก็พุ่งเข้าหานางทันที เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนเห็นเช่นนั้นเขาก็หิ้วเจ้าเด็กน้อยด้วยมือเดียว ก่อนจะอุ้มเขาเอาไว้“นางไม่ค่อยสบาย ข้าจะอุ้มเจ้าเอง”เสี่ยวอวิ๋นทำหน้ายู่ไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมให้ชายหนุ่มอุ้มตนแต่โดยดี เจียงจื่ออิ๋งที่ยืนมองดูภาพนั้นนางได้แต่นึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้พบหน้ามาปีกว่าแล้ว เขาจะรู้หรือไม่ว่าบุตรชายของเขาตอนนี้วิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าลิง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ในใจคิดว่าชาตินี้พวกเขาคงจะไม่ได้พบหน้ากันอีก“คามนับ...คามนาบ”เสี่ยวอวิ๋นนั่งลงด้านข้างของเฮ่อเหวินจิ่งเหยียน ก่อนจะทำท่าคำนับเหมือนกับที่พวกเขาทำ เรียกเสียงหัวเราะและความเอ็นดูให้กับคนทั้งห้องโถง“เสี่ยวอวิ๋นมาหายายซิ”เฟิงฉู่หรันที่รับเจียงจ
ลู่หยวนซีแสดงออกชัดเจนว่านางมั่นใจว่าจะสามารถดูแลตนเองได้ องค์รัชทายาทเฮ่อเหวินเจ๋อจึงได้พานางมาที่คุกใต้ดินทันที เสียงก้าวเดินเป็นจังหวะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลินจีโหรวขยับร่างเน่าเฟะที่แม้แต่กระดูกก็เริ่มละลายหลอมรวมกัน ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องขัง ตอนนี้แม้แต่ผู้คุมยังไม่อยากที่จะย่
“พวกท่านไปสืบดูเกี่ยวกับสตรีที่มีนามว่าลู่หยวนซีแล้วหรือยัง อาจเป็นเพราะนางกู่ทั้งหมดของข้าจึงถูกสังหารจนสิ้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ แม้แต่นางพญากู่โลหิตที่ท่านปู่มอบให้ยังแทบเอาชีวิตไม่รอด สตรีนางนั้นเป็นผู้ใดกันแน่ทั้งที่นางไม่เหมือนชาวเผ่าเหมียวของเรา แต่ไม่รู้เหตุใดเมื่อนางเข้าใกล้ กู่ของข้าถึงได้ก
ถึงแม้ภายในแคว้นจิ้นกำลังจะมีเรื่องมงคลในอีกไม่นาน แต่เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนก็มิได้ปล่อยวางเรื่องที่หลินมามาและมู่จื้อหยวนหายตัวไป เขายังคงสั่งให้คนคอยเฝ้าดูสถานการณ์ภายในเมืองหลวงอย่างลับๆ และคอยจับตาดูคนตระกูลมู่เอาไว้ด้วย “ข้าไม่คิดว่าเรื่องราวทั้งหมดจะถูกเปิดโปงรวดเร็วเพียงนี้ หากแม้ตอนนี้เรายังม
“อะแฮ่ม!! นางก็...งดงามในแบบของนาง มั้งนะ”ลู่หยวนซีไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องนี้เพราะตนเองก็มิได้สนิทกับองค์หญิงผู้นั้นเท่าใดนัก แต่คนที่สนิทกับนางคือท่านหญิงไป๋เยว่ซินคู่หมั้นขององค์รัชทายาทจ้าวหลี่เสวียน ซึ่งนางก็มิได้รู้สึกดีต่อพวกนางทั้งสองคน อีกอย่างนางเป็นองค์หญิงที่เมิ่งฮองเฮาเป็นผู้เลี้ยงดูแน่
Ulasan-ulasan