ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ

ทะลุมิติมาช่วยชีวิตตัวร้ายคนโปรดของระบบ

作家:  zuey完了
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
8
2 評価. 2 レビュー
118チャプター
3.0Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

เศร้าใจ

รักคนเดียว

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

หมอ

อิสระ

การหักหลัง

นอกใจ

ราชวงศ์

เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ลู่หยวนซีต้องทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งที่เนื้อเรื่องตัวร้ายต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว แต่ระบบที่น่าสงสัยกลับต้องการให้เธอช่วยชีวิตเขาเพื่อแลกกับการกลับไปยังโลกเดิมของตน แต่เมื่อเธออยู่ในยุคโบราณกลับได้รู้โดยบังเอิญว่า แฟนเก่าและอดีตเพื่อนรักของเธอที่เคยทรยศ ต่างก็ทะลุมิติมาด้วยเช่นกัน ลู่หยวนซีจะทำอย่างไร แก้แค้นพวกเขาหรือร่วมมือกันเอาชีวิตรอด

もっと見る

第1話

เสี่ยวซีเอ๋อ

สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む

レビュー

กัลปังหา สีชมพู
กัลปังหา สีชมพู
มาแล้ว ยินดียิ่งค่า
2025-11-27 15:34:48
0
0
Alisa Shorty
Alisa Shorty
สนุกดี มาอัพเพิ่มนะคะ อย่าให้รอนาน
2025-12-16 17:20:32
0
0
118 チャプター
เสี่ยวซีเอ๋อ
“เด็กๆ!! ตื่นได้แล้วจ้ะ”ลู่หยวนซีพลิกผ้าห่มดึงออกจากร่างเล็กของเด็กหญิงอายุราวห้าหกขวบ สี่คนที่นอนเรียงกันอยู่บนเตียง“พี่หยวนซี วันนี้เป็นวันหยุดนี่คะ ทำไมต้องรีบตื่นแต่เช้าขนาดนี้”เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดงัวเงียลุกขึ้นนั่ง ก่อนหันไปพูดกับพี่สาวทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา ร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพู ผูกผมหางม้าเอาไว้หลวมๆ ที่ด้านหลัง ยกยิ้มอย่างใจดีก่อนจะดันตัวเด็กทั้งสี่คนให้ลุกขึ้น“ลืมแล้วหรือว่าวันนี้เป็นวันครบรอบสิบแปดปีของการก่อตั้งบ้านเด็กกำพร้าฉือชุน เอาล่ะ รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว พี่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แล้วรีบไปล้างหน้าล้างตานะจ๊ะ”เด็กหญิงสี่คนพยักหน้ารับ ก่อนทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย หลังจากเปลี่ยนชุดใหม่ให้ทุกคนเสร็จแล้ว เธอยังเดินเข้าไปในห้องอีกหลายห้อง เพื่อปลุกน้องๆ ที่อยู่ในความดูแลของบ้านเด็กกำพร้าฉือชุนทุกคนลู่หยวนซีเป็นเด็กคนแรกที่อยู่มานานที่สุด ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบ้านเด็กกำพร้าขึ้น จุดประสงค์ของผู้ก่อตั้งก็เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ไร้ที่พึ่งพิงสิบแปดปีก่อน เด็กทารกหญิงวัยสองเดือนถูกพบในกล่องไม้ใต้ซากตึกที่พังถล่มลงมาเพราะแผ่นดินไหว ข้างกล่องยังพบร่างชายหญิงอายุราวยี่สิบกว
続きを読む
คุณเป็นใคร
ขอบตาแดงก่ำของลู่หยวนซี บ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แววตาของเธอสั่นไหวเพราะพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ“ฉันรู้เรื่องนี้มานานแล้ว อย่าได้เสียเวลาอีกเลย เสี่ยวซีเอ๋อ เธอไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้เองทั้งหมดหรอกนะ ออกไปใช้ชีวิตที่โลกภายนอกเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ซะ ที่ฉันดูแลพวกเธอมาสิบกว่าปี ฉันหวังเพียงว่าพวกเธอจะเติบโตขึ้นและมีชีวิตที่ดีก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า ฉันได้เตรียมการเอาไว้เพื่อพวกเขาเรียบร้อยแล้ว เธอไม่ต้องเป็นห่วง แคกๆๆๆ”พูดยังไม่ทันจบผอ.ฟางก็ไอออกมาอย่างหนักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีเลือดปนออกมากว่าปกติ ลู่หยวนซีไม่ฟังที่ผอ.ฟางห้ามอีกแล้ว เธอรีบวิ่งไปตามหมอมาตรวจดูอีกครั้ง หลังจากอาการไอทุเลาลง ผอ.ฟางก็ได้หลับไปเพราะฤทธิ์ของยาลู่หยวนซีย้อนกลับมาที่บ้านเด็กกำพร้าฉือชุนอีกครั้ง เธอไม่กล้าบอกความจริงเกี่ยวกับอาการของผอ.ฟางให้เด็กๆ ได้รู้ เพราะเธอกลัวว่าทุกคนจะตื่นตระหนกและขวัญเสียกว่าครึ่งเดือนที่ ผอ.ฟางได้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมือง ทุกครั้งที่อาการของเธอกำเริบลู่หยวนซีรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกบีบรัดจนไม่สามารถอธิบายถึงควา
続きを読む
แลกเปลี่ยน
สิ้นเสียงของเธอ แรงดูดมหาศาลแรงหนึ่งได้พาร่างของเธอไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นตา ลู่หยวนซีล้มหัวคะมำลงไปอย่างแรง เธอพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางตื่นตระหนก“สวัสดีและยินดีต้อนรับ คุณลู่หยวนซี”เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เธอสะดุ้งจนตัวโยน ลู่หยวนซีมองไปรอบๆ หาที่มาของเสียง แต่แล้วกลับพบเพียงความเปล่าเท่านั้น“ที่นี่คือที่ไหน คุณเป็นใคร พาฉันมาที่นี่ทำไม”ลู่หยวนซีถามออกไปอย่างลนลาน เวลานี้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็จำเป็นต้องทำใจดีสู้เสือเข้าไว้“ใจเย็นๆ ก่อน ผมจะค่อยๆ อธิบายให้คุณได้เข้าใจไปทีละเรื่อง ถ้าพร้อมแล้วอย่างนั้นเราก็มาเริ่มกันเลย”เสียงที่ไร้ที่มาดังขึ้นกังวานภายในหัวของเธอ ลู่หยวนซีนิ่งเงียบเพื่อรอฟังว่าเจ้าเสียงนั้นจะพูดอะไรต่อ“ผมคือ ระบบ โปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถคิดด้วยตนเองได้ ที่นี่คือภายในโลกของผม และคุณคือคนที่ผมเลือกให้ทำหน้าที่ต่อจากนี้ไป”ลู่หยวนซีได้ฟังแล้วรู้สึกว่ามันค่อนข้างเชื่อได้ยากมาก หรือว่าเธอกำลังถูกทดลองอะไรบางอย่างจากรัฐบาลอยู่หรือเปล่า“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแน่นอน โลกของคุณนั้นยังล้าหลังเกินไปที่จะมีโปรแกรมระบบอัจฉริยะอย่างผมได้ เอาเถอะ
続きを読む
นี่หรือคือที่อยู่ของคน
หลังจากที่ลู่หยวนซีเดินมาถึงหน้าเรือนหลังเล็กตามความทรงจำที่ได้รับมา นางคิดจะผลักประตูหน้าเรือนเข้าไป แต่แล้วก็ได้ยินเสียงไอราวกับจะขาดใจดังแว่วมา ก่อนเสียงตุ๊บ!จะดังขึ้นให้ได้ยิน ร่างบางรีบผลักประตูรั้วเข้าไป ก่อนวิ่งตามเสียงนั้นไปยังห้องเล็กห้องหนึ่งที่อยู่ริมสุดทางเดินเมื่อนางผลักประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นสายหนึ่งก็โชยออกมาทำเอาลู่หยวนซีต้องรีบยกมือขึ้นปิดจมูก กลิ่นเหม็นภายในห้องนั้นทำให้นางเกือบจะอาเจียน“กลิ่นเหม็นอะไรกันเนี่ย”ร่างบางก้าวเข้าไปในห้องเล็กมืดและเหม็นเน่าก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่างนอนอยู่ที่พื้น ร่างผอมแห้งที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกกำลังคลานมาที่เท้าของนางช้าๆ ลู่หยวนซีเห็นภาพนั้นก็ตกใจจนกรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษา“กรี๊ด!!!!ผีหลอก”ยังไม่ทันที่นางจะทันได้วิ่งหนีออกไปจากห้อง เสียงแหบแห้งก็ดังตะคอกกลับมาก่อน“หุบปาก!!แล้วไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ”เสียงที่ได้ยินทำเอาลู่หยวนซีต้องหยุดชะงักไป เขาเป็นคนหรือผีกันแน่ เหตุใดถึงได้ดูดุร้ายเพียงนี้ ร่างบางค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ แสงที่ส่องลอดจากบานประตูทำให้นางมองเห็นบุรุษที่ผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกนอนอยู่บนพื้นได้อย่างชัดเจน บนใบ
続きを読む
นางเป็นใครกันแน่
ลู่หยวซีจุ๊ปากเบาๆ แม้นางจะเคยเห็นดารานักร้องมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นใครเหมือนชายผู้นี้สักคน ใบหน้าของเขานั้นทำให้คนที่เห็นยากจะละสายตาได้ แม้แต่รอยตะขาบไฟสีแดงที่ขึ้นตามลำคอลากยาวมาจนถึงใบหน้าของเขา ก็ไม่อาจลดทอนความหล่อเหลาของคนผู้นี้ได้เลย มันทั้งดูลึกลับและน่าค้นหาในเวลาเดียวกันลู่หยวนซีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ไม่ได้ๆ จะมาไขว้เขวเพราะรูปร่างหน้าตาของเขาไม่ได้ ท่องเอาไว้ว่าชายคนนี้เป็นเพียงตัวละครในนิยายเท่านั้น ขอเพียงรักษาเขาให้หายดีนางก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติของตนแล้วลู่หยวนซีรีบสระผมให้กู้จิ่งเหยียนโดยที่ไม่ได้ปริปากเอ่ยสิ่งใดออกมา มีเพียงเสียงถอนหายใจของนางเท่านั้นที่ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ภายในใจของกู้จิ่งเหยียนกำลังคิดว่านางคงจะรังเกียจตนเองที่ทั้งอัปลักษณ์และพิกลพิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้เป็นแน่ หึ!! ใครอยากให้สตรีร้ายกาจเช่นเจ้ามาดูแลข้ากันหลังจากอาบน้ำให้กู้จิ่งเหยียนเสร็จแล้ว ลู่หยวนซีก็กลับเข้าไปในห้องของเขาอีกครั้งเพื่อนำชุดใหม่มาเปลี่ยน แต่ภายในห้องที่ยังคงมีกลิ่นเหม็นนั้นกลับไม่มีชุดเสื้อผ้าของเขาอยู่เลย“คงไม่ใช่ว่ามีแค่ชุดที่ข้าฉีกทิ้งไปหรอกนะ”ลู่หยวนซีค้นดูภายใ
続きを読む
ขอสงบศึกชั่วคราว
แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับมีอาการป่วยอย่างกะทันหัน อาการป่วยที่แม้แต่หมอหลวงยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ จากนั้นขาทั้งสองข้างก็เริ่มอ่อนแรง เพียงไม่นานอวัยวะท่อนล่างของเขาก็ไร้ความรู้สึกและไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป เท่านั้นยังไม่พอ ดวงตาที่เคยมองเห็นได้อย่างชัดเจนก็เริ่มมืดดำจนกลายเป็นมองไม่เห็นไปโดยปริยายอาการที่เกิดกับเขาทั้งหมด มันได้เกิดขึ้นกับพี่ชายต่างมารดาของเขาด้วย หลังจากหาหมอภายในเมืองทั้งหมดก็ยังไม่สามารถรักษาทายาทตระกูลกู้ทั้งสองได้ บิดาที่ร้อนใจได้ออกจากจวนเพื่อสืบเสาะหาหมอมารักษาพวกเขาพี่น้องไปทั่วทุกหนแห่งผ่านไปหลายเดือนหัวหน้าตระกูลกู้ได้กลับมาพร้อมกับหมอเทวดาชื่อดัง หมอเทวดาได้วินิจฉัยว่าพวกเขาพี่น้องถูกพิษและโชคดีที่เขาเองก็มียารักษาอยู่ แต่น่าเสียดายยาแก้พิษที่เขามีนั้นสามารถรักษาชีวิตบุตรชายตระกูลกู้เอาไว้ได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น เพราะสมุนไพรส่วนประกอบที่สร้างยาหนึ่งเม็ดขึ้นมาล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่หายาก บางอย่างเป็นสมุนไพรที่เหล่าบรรพบุรุษของอาจารย์ที่ทิ้งเอาไว้ให้ศิษย์รุ่นหลัง เวลานี้มีเพียงหนึ่งระหว่างสองพี่น้องที่สามารถมีชีวิตรอดไปได้ไม่ต้องคิดให้ลำบาก แม้เขาจะโดดเด่นเหนือพ
続きを読む
ความฝันของนาง
สิ่งของเหล่านี้ล้วนถูกซ่อนเอาไว้ภายในห้องของนาง ดูเหมือนตัวประกอบหญิงที่ไร้ค่าคนนี้จะซ่อนอาหารเอาไว้ทานเพียงคนเดียวไม่น้อยเลย ช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ ทั้งที่เป็นเพียงตัวประกอบในนิยายที่ไม่มีแม้แต่ชื่อ กลับมีผลต่อการมีชีวิตรอดของตัวร้ายมากกว่าใคร“คุณชาย ข้าป้อนให้ท่านดีหรือไม่ รับรองว่าอาหารที่ข้าทำต้องอร่อยถูกปากท่านแน่นอน เพราะน้องๆ ของข้าพูดเสมอว่าข้าทำอาหารเก่ง”ลู่หยวนซีพยายามพูดตะล่อมเอาใจให้เขารู้สึกถึงความเป็นมิตรของนาง แต่กู้จิ่งเหยียนกลับยังคงนิ่งเฉย ตอนนี้นางไม่รู้แล้วว่าควรทำเช่นไรต่อไปดีให้เขารู้สึกว่านางไม่ได้มาร้าย ถ้าหากจะให้บังคับนางก็กลัวว่าเขาจะตั้งกำแพงกับนางสูงมากกว่าเดิม“หรือไม่อย่างนั้น ถ้าไม่ชอบให้ข้าป้อนท่านก็ทานเองดีหรือไม่ มาเถอะข้าช่วยพยุง”ลู่หยวนซีมองปฏิกิริยาเล็กน้อยที่เขาตอบสนองด้วยใบหน้าพอใจ เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตั้งแง่กับนางมากจนเกินไป ลู่หยวนซีจับมือของกู้จิ่งเหยียนให้จับชามและตะเกียบ จากนั้นนางคีบอาหารลงไปในชามให้เขา กู้จิ่งเหยียนรอสักพักก่อนจะยอมทานอาหารแต่โดยดี ที่เขาทำเช่นนั้นก็เพราะเขารอให้ได้ยินเสียงขยับตะเกียบทานอาหารในชามของนางก่อนทั้งข้าวใ
続きを読む
ใช้ระบบช่วยชีวิตกู้จิ่งเหยียน
ร่างผอมพยายามอดทนอย่างสุดความสามารถไม่ให้ตนเองปลดปล่อยสิ่งปฏิกูลภายในห้องนี้ เพราะเขายังคงจำได้ดีว่านางเคยพูดว่าห้องนี้เป็นห้องของนาง เขาจะไม่มีวันทำให้ตนเองต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าสตรีผู้นั้นเป็นอันขาดแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด ร่างกายที่เจ็บป่วยมานาน ไม่สามารถอดทนต่อความต้องการปลดปล่อยที่เกิดจากธรรมชาติของร่างกายได้ กลิ่นเหม็นเน่าสายหนึ่งก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง เวลานี้กู้จิ่งเหยียนโมโหตนเองจนอยากจะตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอดเพราะความอับอายมือผอมแห้งทุบลงไปบนพื้นด้วยความโมโหหลายครั้นจนแดงช้ำ กู้จิ่งเหยียนคิดว่าสองปีมานี้ตนเองได้ปล่อยวางทุกอย่างลงได้แล้ว ทุกวันนี้เพียงมีชีวิตอยู่เช่นนี้เพื่อรอความตายก็เท่านั้น แต่เหตุใดสวรรค์ถึงไม่ยอมปล่อยให้เขาตายไปเสียที เหตุใดถึงได้ทรมานเขาเช่นนี้อยู่ร่ำไป เขาทำสิ่งใดผิดมากมายนักหรือน้ำตาที่เคยคิดว่าแห้งเหือดไปแล้ว เมื่อยามที่เขารู้ว่าตนเองถูกบิดาแท้ๆ ขับไล่ให้มาอยู่ในหมู่บ้านทุรกันดารอันห่างไกล มันได้ไหลออกมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว ริมฝีปากซีดขาวเม้มแน่นด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตนเองก็เป็นสายเลือดที่เขาให้กำเนิด แต่แล้วเหตุใดบิดาขอ
続きを読む
เนื้อเรื่องในนิยาย
ลู่หยวนซีหยุดพูดเพื่อดูปฏิกิริยาของเขา แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่นางก็เห็นว่าหัวคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ร่างบางเอ่ยกับเขาอย่างใจเย็น เพราะคิดว่าเขาเองก็คงมีเรื่องบางอย่างที่ไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้“ถึงแม้ท่านจะไม่เห็นค่าของชีวิตตน แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้ามิได้คิดเช่นนั้น คุณชายข้าบังอาจขอร้องท่านสักเรื่องได้หรือไม่ ไม่ว่าท่านจะประสบกับเรื่องที่หนักหนาเพียงใด ขอให้ท่านอย่าได้ทำร้ายตนเองเช่นนี้อีก ต่อให้ท่านโมโห ท่านโกรธแค้น หรือไม่พอใจสิ่งใด ขอให้มาลงที่ข้า ถึงแม้ข้าจะเป็นเพียงสาวใช้ที่ต่ำต้อย แต่เรื่องทุกอย่างของท่าน ขอให้ข้าเป็นคนแบกรับเอาไว้เองได้หรือไม่”ลู่หยวนซีจับมือผอมแห้งที่ขาวซีดของกู้จิ่งเหยียนมากุมเอาไว้ จากนั้นจึงตบลงไปเบาๆ เพื่อให้กำลังใจแก่เขา นางไม่รู้ว่าคำพูดของนางจะซึมลึกเข้าไปในจิตใจของเขาได้หรือไม่ หรือต่อให้เขาตั้งกำแพงกับนางสูงเสียดฟ้านางก็ไม่สนขอเพียงเขาไม่ทำร้ายตนเองในยามที่นางไม่อยู่เท่านั้นเป็นพอ เพราะถ้าเขาตายตัวนางเองก็คงไม่สามารถกลับไปยังโลกเดิมของตนได้ แล้วสัญญาที่นางเคยให้ไว้กับผอ.ฟางว่าจะสร้างบ้านเด็กกำพร้าฉือชุนขึ้นมาใหม่ คงจะกลายเป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้
続きを読む
คนรักของตัวประกอบที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ในนิยาย
“ท่านตื่นแล้ว เช่นนั้นอยากจะเข้าห้องน้ำหรือไม่ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ข้าจะเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อของสักหน่อย”เมื่อนางพูดเรื่องเข้าห้องน้ำขึ้นมา ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของกู้จิ่งเหยียนก็คล้ายมีปฏิกิริยาบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากนางไม่สังเกตก็คงจะมองไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกโมโหเป็นแน่ แต่เพราะอยู่กับเขามาสักพักทำให้นางสามารถสังเกตอาการต่างๆ ที่เขาแสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกหรือความต้องการของเขาลู่หยวนซีเดินกลับเข้าไปในครัวก่อนยกถาดน้ำชาติดมือมาด้วย ข้างกันยังมีขนมที่ร่างเดิมแอบซ่อนเอาไว้วางอยู่ในจาน เสียงถาดกระทบลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงเบาๆ ทำให้กู้จิ่งเหยียนรู้ว่านางนำบางอย่างมาวางเอาไว้“หากท่านยังไม่อยากเข้าห้องน้ำตอนนี้ เช่นนั้นข้าไปก่อนนะเจ้าคะ กระโถนสำหรับเข้าห้องน้ำวางอยู่ใต้เตียง น้ำชาวางอยู่บนโต๊ะ และขนมทานเล่นวางอยู่ใกล้กัน ท่านไม่ต้องกลัวว่ามันจะร้อนเพราะว่าน้ำชาข้าชงทิ้งเอาไว้สักพักแล้ว”เอ่ยจบนางก็เดินผละจากไป ความรู้สึกของวันนั้นกลับมาวนเวียนอยู่ภายในหัวอีกครั้ง วันที่ลู่หยวนซีเดินออกจากเรือนหลังนี้ไป และกู้จิ่งเหยียนก็ทำร้ายตนเองจนได้รับบาดเจ็บเสียเลือดไปไม่น้อยร่างบาง
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status