LOGINเพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ลู่หยวนซีต้องทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งที่เนื้อเรื่องตัวร้ายต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว แต่ระบบที่น่าสงสัยกลับต้องการให้เธอช่วยชีวิตเขาเพื่อแลกกับการกลับไปยังโลกเดิมของตน แต่เมื่อเธออยู่ในยุคโบราณกลับได้รู้โดยบังเอิญว่า แฟนเก่าและอดีตเพื่อนรักของเธอที่เคยทรยศ ต่างก็ทะลุมิติมาด้วยเช่นกัน ลู่หยวนซีจะทำอย่างไร แก้แค้นพวกเขาหรือร่วมมือกันเอาชีวิตรอด
View More“เอ๊ะ!”มู่หยุนถิงอุทานเบาๆ ตอนแรกคิดเพียงแค่ต้องการเห็นหน้าท่านประธานใกล้ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะใกล้ไปแล้ว“นี่!คุณ”มู่หยุนถิงตกใจที่ได้เห็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของผู้ชายทั้งสองคน เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนและจ้าวหลี่เสวียนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือว่าตนเองยังฝันอยู่ มู่หยุนถิงหยิกแขนตนเองเบาๆ จากนั้นจึงร้องซี๊ดขึ้นมา“คุณคือมู่หยุนถิงลูกสาวคนเดียวของประธานมู่สินะครับ”ชายหนุ่มที่มีหน้าตาเหมือนจ้าวหลี่เสวียนพูดขึ้น ทำเอามู่หยุนถิงถึงกับอ้ำอึ้งไป นอกจากหน้าตาจะเหมือนกันเสียงของเขายังเหมือนกันอีกด้วย ดวงตาสับสนของมู่หยุนถิงปรากฏขึ้นยามเมื่อมองไปที่เขา“ผมคือเยี่ยนจืออี้ เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาและผมเป็นคู่หมั้นของคุณ”เยี่ยนจืออี้ชี้ไปยังร่างสูงที่ยืนเงียบจ้องไปยังลู่หยวนซีที่ยังมีอาการตกตะลึงอยู่ เธอไม่คิดว่าจะได้พบคนที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาอย่างกะทันหัน ความสับสน ความคิดถึง ความเศร้า ทุกความรู้สึกที่ลู่หยวนซีมีมันปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเธอ น้ำตาเม็ดโตผุดขึ้นมาในดวงตางามอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบก้มหน้าซ่อนมันทันทีก่อนที่จะมีใครเห็น“นี่ ถึงกับตะลึงไปเลยหรอ เขาหล่อใช่ไหมล่ะ”มู่หยุนถิงเอ่ยเย้าเพื่อนสาว
หลายสิบปีผ่านไป เหล่าลูกหลานของลู่หยวนซีต่างมีวิถีชีวิตตามเส้นทางของตนเอง เหล่าญาติสนิทต่างก็ทยอยจากโลกนี้ไปทีละคน ตอนนี้นางเองก็ชรามากแล้วแต่สามีของนางก็ยังคงรักและดูแลนางไม่แตกต่างจากช่วงเวลาของชีวิตที่ผ่านมาสองสามีภรรยาได้หยุดการเดินทางของตนลงจากนั้นจึงย้ายมาอยู่หมู่บ้านในหุบเขาเล็กๆ สถานที่ที่ทั้งสองได้พบกันครั้งแรกใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเงียบสงบ คนในหมู่บ้านต่างก็ไม่รู้ที่มาของพวกเขา รู้เพียงสองผู้เฒ่าเป็นคนจิตใจดีและเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นลู่หยวนซีนั่งรับลมอยู่ที่เก้าอี้หน้าเรือนทำให้นางหวนนึกถึงช่วงเวลาที่คอยดูแลเฮ่อเหวินจิ่งเหยียน เขาเป็นคนที่ดื้อรั้นแต่นางกลับดื้อรั้นกว่า ตอนนี้ต้นพลับที่อยู่ริมรั้วเติบโตสูงใหญ่เพราะผ่านมานานหลายสิบปี นางยิ้มให้กับตนเองเมื่อรู้สึกว่าชีวิตของนางนั้นช่างคุ้มค่าที่ได้เกิดมาตอนนี้นางไม่รู้สึกว่าตนเองต้องการอะไรอีกแล้ว นางมีสามีที่รักนางเพียงคนเดียวและลูกๆ ทั้งสองคนที่ประสบความสำเร็จแต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่สามารถทำใจได้คือ นางยังไม่ต้องการจากชายอันเป็นที่รักอย่างเขาไป แต่สังขารของมนุษย์นั้นมิอาจฝืน จึงทำได้เพียงหวังว่าหลังจากตนเองจากไปแล้วคงได้มี
ช่วงหลายวันมานี้ลู่หยวนซีดูอารมณ์แปรปรวนและง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา บางครั้งนางก็หาเรื่องทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องไร้สาระอย่างเช่นวันนี้ เมื่อเห็นภรรยาอารมณ์ไม่ดีชายหนุ่มจึงออกจากห้องไป รอให้นางเข้านอนแล้วจึงได้ย้อนกลับมา“ลู่หยวนซีผมกลับมาแล้ว”ในความว่างเปล่าหญิงสาวยืนอยู่เพียงลำพัง เมื่อเสียงทักทายที่ฟังคุ้นหูดังขึ้นเธอก็จำได้ทันทีว่าคือใคร“เอ๊ะนี่!! คุณ...คือระบบหรือคะ คุณกลับมาแล้วหรือฉันเป็นห่วงแทบแย่ คุณหายไปไหนมากันแน่เป็นสิบปี”“เฮ่อ! จะหายไปไหนได้ ก็ถูกกักบริเวณน่ะสิโทษฐานเข้าแทรกแซงการทำงานของผู้อื่น เจ้านักเขียนนั่นใจร้ายชะมัด ถึงกับรายงานผม”ลู่หยวนซีได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าฉงน เพื่อช่วยพวกตนเขาถึงกับยอมถูกลงโทษ เขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร“คุณถูกขังเป็นสิบปีเลยหรือคะ น่าเห็นใจจริงๆ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพียงเพราะคุณต้องการช่วยชีวิตผู้อื่นถึงกับต้องทำกันรุนแรงขนาดนี้”ระบบเห็นใบหน้าเศร้าสร้อยราวกับจะร้องไห้ของลู่หยวนซี ถึงกับทำอะไรไม่ถูก จึงได้รีบอธิบายความเข้าใจผิดของเธอ“เอ่อไม่ใช่แบบนั้น มันก็แค่เดือนเดียวที่ถูกพักงานน่ะ ตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว เห็นเธอยังสุขสบายดีอยู่แบบนี้ดูเหมือนต้นฉบั
เช้าวันต่อมา ช่วงสายลู่หยวนซีที่ถูกเฮ่อเหวินจิ่งเหยียนจับอาบน้ำแต่งกายเพื่อไปคารวะน้ำชาบิดามารดา นางที่ถูกเขาเคี่ยวกรำอย่างหนักแสดงออกว่ายังอ่อนเพลีย แต่ประเพณีที่ต้องทำก็ยังต้องทำ ไม่อย่างนั้นจะถูครหาเอาได้“มาแล้วหรือ”เจียงจื่ออิ๋งที่เล่นอยู่กับเสี่ยวอวิ๋นในห้องโถงหันมาทักทายสามีภรรยาหมาดๆ ที่กำลังเดินเคียงคู่กันมา“ท่างแม่ลู่”ส่วนเสี่ยวอวิ๋นที่เห็นลู่หยวนซีเจ้าหัวไชเท้าก็พุ่งเข้าหานางทันที เฮ่อเหวินจิ่งเหยียนเห็นเช่นนั้นเขาก็หิ้วเจ้าเด็กน้อยด้วยมือเดียว ก่อนจะอุ้มเขาเอาไว้“นางไม่ค่อยสบาย ข้าจะอุ้มเจ้าเอง”เสี่ยวอวิ๋นทำหน้ายู่ไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ยอมให้ชายหนุ่มอุ้มตนแต่โดยดี เจียงจื่ออิ๋งที่ยืนมองดูภาพนั้นนางได้แต่นึกถึงใครบางคนที่ไม่ได้พบหน้ามาปีกว่าแล้ว เขาจะรู้หรือไม่ว่าบุตรชายของเขาตอนนี้วิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าลิง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ในใจคิดว่าชาตินี้พวกเขาคงจะไม่ได้พบหน้ากันอีก“คามนับ...คามนาบ”เสี่ยวอวิ๋นนั่งลงด้านข้างของเฮ่อเหวินจิ่งเหยียน ก่อนจะทำท่าคำนับเหมือนกับที่พวกเขาทำ เรียกเสียงหัวเราะและความเอ็นดูให้กับคนทั้งห้องโถง“เสี่ยวอวิ๋นมาหายายซิ”เฟิงฉู่หรันที่รับเจียงจ
“ท่านกั๋วกงข้ามีเรื่องอยากจะถามอีกสักเล็กน้อยได้หรือไม่”ติ้งกั๋วกงมองไปยังลู่หยวนซีด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับนางคือบุตรสาวที่หายตัวไปของตน“ได้สิ แล้วเจ้าต้องการรู้เรื่องใด”ลู่หยวนซีหยุดเล็กน้อยก่อนจะถามคำถามที่อยู่ในใจออกไป“คือ...ตัวข้ามีใบหน้าที่เหมือนกับนางเพียงนั้นเชียวหรือ มิใช่ว่าเวลาผ่านไปนาน
“ท่านโกรธเรื่องที่เฮ่อเหวินชิงพูดกับข้าหรือ”ชายหนุ่มเมื่อได้ยินคนรักเอ่ยถามตนเช่นนั้น ความน้อยใจที่พยายามข่มเอาไว้มันก็ตีตื้นกลับขึ้นมาอีก เขาไม่ต้องการให้นางเห็นความอ่อนแอของตน ในเมื่อสัญญาว่าจะทำให้นางเชื่อใจตนเองก็ย่อมจะต้องยอมรับทุกสิ่งที่นางทำ ต่อให้ต้องเจ็บปวดเจียนตายยามเมื่อต้องเห็นนางอยู่ก
ลู่หยวนซีแสดงออกชัดเจนว่านางมั่นใจว่าจะสามารถดูแลตนเองได้ องค์รัชทายาทเฮ่อเหวินเจ๋อจึงได้พานางมาที่คุกใต้ดินทันที เสียงก้าวเดินเป็นจังหวะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลินจีโหรวขยับร่างเน่าเฟะที่แม้แต่กระดูกก็เริ่มละลายหลอมรวมกัน ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องขัง ตอนนี้แม้แต่ผู้คุมยังไม่อยากที่จะย่
“พวกท่านไปสืบดูเกี่ยวกับสตรีที่มีนามว่าลู่หยวนซีแล้วหรือยัง อาจเป็นเพราะนางกู่ทั้งหมดของข้าจึงถูกสังหารจนสิ้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ แม้แต่นางพญากู่โลหิตที่ท่านปู่มอบให้ยังแทบเอาชีวิตไม่รอด สตรีนางนั้นเป็นผู้ใดกันแน่ทั้งที่นางไม่เหมือนชาวเผ่าเหมียวของเรา แต่ไม่รู้เหตุใดเมื่อนางเข้าใกล้ กู่ของข้าถึงได้ก
reviews