Se connecterนางตรึงใจรักเพียงบุรุษผู้เดียวอย่างมิอาจแลเหลียวผู้ใด เพราะใจที่ยึดมั่นเพียงเขาตั้งแต่แรกเห็นจึงปรับเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่เพื่อเขา ทำทุกทางหมายเคียงคู่ วางกระบี่ถือพู่กันวาดคิ้ว กลายเป็นกุลสตรีดีงาม เรียบร้อยอ่อนหวาน มารยาทนุ่มนวลสูงส่งดุจธาราสวรรค์ นางลงทุนลงแรงทำทุกทางจนได้หมั้นหมายสมใจ ทว่าทั้งหมดกลับสูญเปล่า เมื่อเขาบอกกล่าวมาประโยคเดียวว่า ‘สตรีจืดชืดชวนหน่ายเช่นเจ้า ไม่คู่ควรกับข้า...’ แต่ไฉนอดีตคู่หมั้นผู้นี้กลับตามติดนางไม่ห่าง ทั้งใช้สารพัดเล่ห์กลให้นางดูแลอย่างไม่หวงแหนร่างกายเช่นนี้เล่า
Voir plusยิ่งเล่า โจวรั่วหวายิ่งกระซิบกระซาบ ดวงตาสองข้างเบิกโต ทั้งๆ ที่นั่งกันอยู่แค่นี้ มีแค่สี่คนซึ่งก็ไว้ใจได้ทั้งนั้นโจวอวี่เองก็พอรู้ความชอบผิดธรรมชาติของโจวจือหยวน และเขาก็ไม่เห็นว่าจะมีอันใดเป็นปัญหาสำหรับหน้าที่การงาน แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องทายาทบ้างเล็กน้อยหากไม่ยอมร่วมเตียงกับเหล่าภรรยา ซึ่งนั่นมิใช่ปัญหาของเขาชายหนุ่มลอบมองจ้าวเล่อเสียที่มีลูกๆ ให้เขาได้ชื่นชมสมใจ และเขาก็ภูมิใจในตนเองมาก ที่สามารถมอบบุตรใส่ครรภ์ภรรยาแน่นอนว่าต้องยกความดีความชอบให้นางอันดับหนึ่งหลังจากร่ำลาน้องเขยและน้องสาว โจวอวี่ยังไม่ลืมพาจ้าวเล่อเสียเดินทางฝั่งชายแดนอิ๋นโจว เมืองแห่งการค้าระหว่างสองแคว้นพันธมิตรจินฉินมู่จินดีใจมากที่ได้เจอจ้าวเล่อเสีย นางมีความสุขดี ส่วนสามีผู้เคยผิดพลาดก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทางอีกเลยครอบครัวหลี่สามัคคีปรองดองอย่างยิ่งส่วนข่าวการตายของหูเย่หรงในปีนั้นย่อมถูกส่งถึงสกุลหลี่ สามีภรรยาก็เดินทางไปรับศพด้วยตัวเองและจัดงานให้อย่างดีเมื่อมาแล้วโจวอวี่กับจ้าวเล่อเสียจึงไม่ปล่อยโอกาสอันดีไป ทั้งสองมีเหตุผลสำคัญที่มาที่นี่นอกจากมาเยี่ยมเยียนมู่จิน ทั้งสองยังต้องการพบบุต
ทั้งสองตกหลุมรักกันและกัน หากแต่แรกเริ่มอี้ปินไม่มีความมั่นใจในสัมพันธ์จึงตัดรอนนาง ทว่าหญิงสาวกลับมิได้อ่อนหวานเหมือนหน้าตา นางจัดการเขาเสียอยู่หมัดด้วยวาจา ปลุกปลอบมอบความกล้าให้อี้ปินจนสำเร็จ จากนั้นก็พากันไปพบบิดามารดาที่จวนอย่างอาจหาญนับว่าโชคดียิ่งที่บ้านภรรยาไม่รังเกียจเขยจากสกุลพ่อค้า บิดาของนางเป็นขุนนางสัตย์ซื่อมือสะอาด เงื่อนไขในการแต่งงานจึงมีเพียงหนึ่งข้อคือรักมั่นมิแปรผัน เมื่อแต่งงานกันต้องครองคู่เพียงสามีภรรยาเดียวเท่านั้นอี้ปินถึงขั้นเบิกตาฟังอย่างคาดไม่ถึง ข้อกำหนดเช่นนี้ยังเรียกว่าเงื่อนไขผูกมัดได้อย่างไร นั่นคือคำอวยพรอย่างเห็นได้ชัดบัดนี้นอกจากอี้ปินจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุข มีลูกๆ ที่น่าเอ็นดูถึงสองคน เขายังเป็นพ่อค้าร่ำรวยอันดับต้นๆ ของเมืองส่วนเรื่องของอี้ซินก็ดีไม่น้อยหน้า นางกลายเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของพ่อค้าร้านผ้าไหมที่อยู่ติดกับร้านไจ่เหรินทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนรักกันสามีอี้ซินเป็นพ่อหม้ายภรรยาตายพร้อมลูกในครรภ์ ครองตนโดดเดี่ยวมานานหลายปี สุดท้ายก็แพ้ความดีของอี้ซินนอกจากเยี่ยมเยียนสองพี่น้อง โจวอวี่ยังใจดีพา
คำปฏิเสธอันเด็ดขาดนี้บุรุษหนุ่มแน่นผู้มีเลือดลมฉีดพล่านทุกคราเมื่อเจอหน้าภรรยานอกจากไม่ฟังยังหัวเราะหึๆ“ความหมายของเจ้าคือหนึ่งรอบไม่พอกระมัง”“...”“คืนนี้คงไม่นอนด้วยใช่หรือไม่? ให้สามีปรนเปรอกี่รอบดี”“...”ไม่รอเสียงตอบ โจวอวี่ก็ครอบครองภรรยาอย่างเอาแต่ใจ จ้าวเล่อเสียจะปฏิเสธได้เต็มเสียงอย่างเด็ดขาดเฉียบคมเมื่อไรกันหญิงสาวทำได้เพียงส่งเสียงครวญครางสั่นเครือยามถูกสามีเรียกร้องการปรนเปรอให้นางด้วยลีลาหวามไหว ยั่วยวนไปทั้งหัวใจ บอกรักด้วยท่วงทำนองสวรรค์ ให้สมกับความคะนึงหาเท่านั้นกว่าสามีภรรยาจะได้พูดคุยเรื่องงานอันเป็นกิจธุระสำคัญก็ล่วงเข้าอีกวัน“ข้าคุยกับพี่ชายใหญ่ของเจ้าแล้ว สมควรก่อตั้งสำนักศึกษาในเมืองผิงโจวสักแห่ง มีอาจารย์บ่มเพาะสิบสองชั่วยาม ฝึกใช้ชีวิตกินนอนที่นั่น ร่ำเรียนเขียนอ่านไม่แบ่งแยกชนชั้น เจ้าว่าดีหรือไม่?”ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบแก้มเนียนเบาๆ อย่างอ่อนโยน นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผิวนวลนุ่มชื้นเหงื่อเป็นวงกลมอ้อยอิ่งเชื่องช้า ดวงตาเหมือนมีแสงดาวพร่างพราวตลอดเวลา ระยิบระยับปานนั้น“หลังจากจัดการเรื่องลูกๆ เสร็จสิ้น สามีคิดว่าควรพาภรรยาออกท่องหล้าสักเดือนสองเดือนจึ
หญิงสาวจึงยังไม่ยอมพลีกาย ไม่ให้เขาได้ปลดปล่อยง่ายๆนางกางนิ้วทั้งห้าผลักดันใบหน้าหล่อเหลาจนเหยเกขี้ริ้ว แล้วพาไปจัดการโกนหนวดเคราให้อย่างเอาใสใจ“มานั่งนี่เลย”“ใจร้าย...”ตั้งแต่แต่งงาน โจวอวี่ไม่เคยต้องโกนหนวดเองอีกเลย ดังนั้น ไม่ว่าจะไปสะสางงานที่ใด เดินทางนานแค่ไหน เขาก็มักจะเก็บไว้ให้ภรรยาคนงามจัดการทุกครั้งมิใช่แค่หนวด แต่หมายรวมถึงอารมณ์ปรารถนา ที่แม้จะพลุ่งพล่านตามเลือดลมที่สูบฉีดรุนแรงของวัยหนุ่ม แต่เขาก็อดทน ขนความต้องการอันรุ่มร้อนที่สั่งสมในทุกราตรีมาให้ภรรยาเป็นคนจัดการช่วยปลดปล่อยทุกคราการนั่งหลับตาผ่อนคลายในถังไม้ รอรับการปรนนิบัติจากจ้าวเล่อเสียอย่างวางใจเป็นสิ่งที่เขาขาดมิได้ใครก็ทำหน้าที่นี้แทนนางไม่ได้“กอดหน่อย”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมสองแขนยาวที่ยื่นออกมานอกถังไม้ เรียกร้องการสวมกอดอย่างเอาแต่ใจ ห่างหายเนิ่นนานปานนั้น ใครคิดถึงใครมากกว่ากัน คงมิต้องบรรยายจ้าวเล่อเสียอมยิ้ม นางโกนหนวดให้เขาเสร็จพอดีจึงวางมีดปีกจักจั่นลงในถาดไม้ข้างอ่างน้ำแล้วโน้มตัวกอดเขาชายหนุ่มก้มหน้ากดจมูกลงบนเรือนผมนุ่มลื่นของภรรยา สัมผัสอบอุ่นที่มิได้มาจากน้ำในถังไม้แผ่กระจายไป
จ้าวเล่อเสียยามนี้ยังคงพึมพำไม่หยุด“โจวอวี่ หากท่านมองไม่เห็นตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร ข้าอยากดูแลท่านตลอดไป จริงๆ นะ”โจวอวี่ถามโดยไม่หันมา ดวงตามองเบื้องหน้าตลอดเวลา คล้ายพูดคนเดียว“แล้วหากหายดีกลับมามองเห็น เจ้าคงหมดห่วงกระมัง”“ย่อมใช่ ท่านหายดีเมื่อใดข้าย่อมคลายกังวล ไม่ห่วงอันใด อิสรภาพของท่านล้
ไป๋เหลียนกะพริบตาอย่างอึ้งๆ นางสูดลมหายใจยาวทีหนึ่งก่อนพยักหน้าจำนน “เจ้าค่ะ รบกวนพี่สาวตามข้ามาทางนี้”จ้าวเล่อเสียพยักหน้ายิ้มเย็น“ดี เชิญ” นางผายมือให้เจ้าบ้านด้วยท่าทางเย่อหยิ่งสูงส่ง จนอีกฝ่ายไม่มีทางไม่ยอมลงให้ไป๋เหลียนรีบเดินนำหน้าแขกผู้มาเยือนอย่างมีมารยาททันทีครานี้ ท่าทีของสตรีผู้คล้าย
หญิงสาวผู้หนึ่งเป็นลูกจ้างร้านเครื่องเคลือบดินเผาย่อมต้องใส่ชุดของร้านเขาเพื่อสะดวกต่อการทำงานที่สกปรกและแน่นอนว่า นางเพิ่งออกจากเตาเผาเครื่องปั้นมาย่อมมอมแมมเป็นธรรมดา การใช้สายตามองมาเช่นนี้ไม่บอกก็รู้ว่ารังเกียจหรือไม่ดูเถิด เชิญไปนั่งจิบชาในศาลาระหว่างโรงหมอกับเรือนพักก็ยังไม่ทำ ให้ยืนขาแข็งคุ
ไป๋เหลียนล้วงแขนเสื้อหยิบสิ่งหนึ่งออกมายื่นให้คู่สนทนา“นี่คือขี้ผึ้งบรรเทาอาการบาดเจ็บที่พี่สาวให้เขาพกพาไว้ เขาฝากข้ามาคืนท่านเจ้าค่ะ”ขณะเอ่ยวาจา สีหน้านางแฝงแววอึดอัดรู้สึกผิดแทนคนฝากตลอดเวลาจ้าวเล่อเสียยื่นมือรับไว้อย่างอึ้งๆขี้ผึ้งตลับนี้คือสิ่งที่ท่านตาหานตงคิดค้นขึ้นด้วยตัวเอง เปรียบดั่งโ
commentaires