เข้าสู่ระบบ“สวัสดีจ้ะตาเทมส์ น้าคงไม่ได้โทรมากวนเทมส์ใช่มั้ย” คุณวาสนาร้อนใจจะแย่เมื่อเห็นข่าวแฟนของลูกสาวกับผู้หญิงคนอื่น แค่มีเมียคนเดียวก็ยุ่งยากพอแล้วนี่ยังมีผู้หญิงคนใหม่อีกแล้วเมื่อไหร่ลูกสาวของเธอจะได้แต่งงานกับเขากันล่ะ ตอนนี้ก็อดทนรอมาเป็นปีแล้วเหลืออีกแค่หนึ่งปีกฤติธีก็จะหย่ากับภรรยาแล้ว
“ไม่ครับ ว่าแต่คุณน้ามีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
“พอดีน้าเห็นข่าวของเทมส์กับผู้หญิงคนนั้นแล้วน้าก็ไม่สบายใจน่ะ ถ้าเซย่ารู้คงจะเสียใจมากเพราะน้องอดทนรอเทมส์มานานแล้วต้องมาเสียใจเมื่อเห็นข่าวของคนรักกับผู้หญิงอื่นอีก น้าทนเห็นเซย่าเสียใจอีกครั้งใม่ได้แล้วนะเทมส์” วาสนาต่อว่ากฤติธีเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้แต่ความจริงเธอโกรธกฤติธีมากกว่าแต่ไม่กล้าต่อว่าแรง
“คุณน้าคิดมากไปแล้วครับ เรื่องข่าวของผมกับคุณรุจียานั้นไม่มีอะไร ผมกำลังสืบต้นตอและแก้ข่าวครับ” ทุกครั้งที่เขามีข่าวกับผู้หญิงแม้แต่กับภรรยาเวลาออกงานสื่อก็ประโคมข่าวเพราะต้องการขายข่าวแล้วแม่ของแฟนสาวก็จะโทรมาต่อว่าต่อขานเขาแทนลูกสาวและอีกไม่นานทิชาภรณ์ก็รู้และจะโทรมาร้องห่มร้องไห้กับเขา
“จะไม่ให้น้าคิดมากได้ยังไงกันคะ เซย่ามาก่อนเมียของเทมส์แท้ๆแต่กลับเป็นได้แค่ตัวสำรอง ถ้าอยู่เมืองไทยก็คงมีข่าวเสียหายทุกวันถ้าและลูกของน้าไม่รักเทมส์ก็คงไม่ต้องไปอยู่ไกลบ้านไกลพ่อแม่แบบนี้หรอก ฮือๆๆ..” วาสนาพูดแล้วบีบน้ำตาร้องไห้กดดันกฤติธีให้รับผิดชอบลูกสาวของตัวเองและไม่อยากรออีกเพราะการเงินของเธอฝืดเคืองมากและหนี้สินก็บีบรัดอีกจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว
“เอ่อ คุณน้าครับ เรื่องนี้ผมคุยกับเซย่าแล้วเราเข้าใจกันดีนะครับ และผมก็ไม่เคยทอดทิ้งเซย่าผมดูแลเธอทุกอย่างตามที่ผมได้พูดไว้และอีกไม่นานผมก็จะเป็นอิสระและเมื่อนั้นผมจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้องครับ” เขาจะจัดการแน่ แต่จะจัดยังไงกับทิชาภรณ์ ถึงไม่ได้รักเธอแต่เขาเลือกเธอเป็นคู่ครองแล้วสิ่งที่เธอทำเขารับไม่ได้และที่ยังซัพพอร์ตเธอก็เพราะได้พูดเอาไว้ว่าและรอครบสองปีเมื่อไหร่เขาจะจัดการเรื่องของเขากับเธอ
“น้าดีใจที่ได้ยินเทมส์พูดแบบนี้ แล้วเรื่องข่าวของเทมส์ยังไงก็หาคำอธิบายให้เซย่าเข้าใจด้วยนะ น้าเป็นห่วงลูกไม่รู้ว่าคิดไปถึงไหนแล้วป่านนี้คงจะนอนร้องไห้อีกตามเคย” วาสนาพูดไปร้องไห้กระซิกๆและรอให้กฤติธีเสนอตั๋วเครื่องบินและเงินให้เธอไปเยี่ยมลูกสาวที่ฝรั่งเศสเหมือนที่ผ่านมา
“ได้ครับ ผมจะคุยกับเซย่าเองครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ ผมจะไปจัดการเรื่องข่าวก่อนครับ สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุ่มพูดจบก็วางสายไม่รอให้อีกฝ่ายตอบและรู้ว่าแม่ของแฟนสาวร้องห่มร้องไห้กับเขาต้องการอะไร
“เทมส์ ตาเทมส์เดี๋ยวสิลูก บ้าจริงๆๆ..” วาสนาเรียกว่าที่ลูกเขาเสียงดังและกฤติธีไม่ได้ยินเพราะเขาปิดโทรศัพท์โดยที่เธอยังไม่ได้พูดอะไรต่อก็คงต้องให้ลูกสาวช่วยพูดไห้
บริษัทมันตราคีรี กรุงเทพฯ
ต้อนรับนายครรชิตเจ้าของบริษัทไทยสมาร์ทคลับ เทเลวิชชั่น บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการสื่อสารมวลชนของเมืองไทยที่มีสื่ออยู่ในมือและเจ้าของคือนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทยและกำลังจะล้มละลายเพราะเล่นหุ้นที่เป็นการพนันอีกชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้คนหมดตัวได้หากไม่มีเงินสำรองมากพอและเพราะความโลภมากและครรชิตก็เป็นอีกคนที่ทำพลาดทำให้เขาไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมรีสอร์ทที่มีอยู่ทั่วประเทศร่ำรวยหมื่นล้านคิดว่าน่าจะช่วยเขาได้เพราะเงินแค่พันกว่าล้าน
“ฉันบอกแกแล้วนะชิตว่าการเล่นหุ้นมันต้องมีสติไม่ใช่ว่าขาดทุนแล้วก็อยากไปคืนถ้ารู้ว่าไม่ไหวแกไม่ควรลงไปเยอะขนาดนั้นนะ” อติพลพูดกับเพื่อนและไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ช่วยแต่จำนวนเงินมันเยอะเขาต้องปรึกษากับภรรยาและลูกชายกับลูกสะใภ้และเขมรินเพื่อนอีกคนหนึ่งก่อนจะช่วยเหลือ
“ตอนนี้ฉันไม่มีทางเลือกแล้วนะอาร์ท ถ้าแกไม่ช่วยธุรกิจของฉันพังป่นปี้แน่ๆ ฉันไม่อยากให้ทุกคนเดือดร้อนเพราะฉัน” เขาพลาดไปแล้วที่เชื่อคำยุยงของเพื่อนในวงการเทรดหุ้นและทนงตัวเองว่ามีเงินเยอะไม่มีวันหมดแต่สุดท้ายเขาก็ทำมันพังและต้องรักษาธุรกิจไว้ไม่งั้นพนักงานตกงานกันทั้งหมดบริษัท
“ฉันขอปรึกษาครอบครัวก่อนนะชิต เงินมันเยอะฉันไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้” หากเขาช่วยก็กลัวเพื่อนจะว่าเขาอยากได้บริษัท
“ก็ได้ แต่ขอคำตอบเร็วหน่อยนะ ฉันเดือนร้อนจริงๆ”
“ถ้าฉันช่วยแกมันต้องมีอะไรมาการันตีด้วยนะชิต แกก็รู้ว่าเงินมันเยอะและถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันมีแต่เสียกับเสีย” อติพลทำความเข้าใจกับเพื่อนทั้งที่ไม่อยากทำแบบนี้แต่เงินจำนวนมากเกินไปจะให้ยืมเฉยๆก็คิดว่าไม่มีทางได้คืนง่ายหากเงินแค่สิบล้านยี่สิบล้านเขาให้เพื่อนเลยได้
“แกไม่ต้องห่วงหรอกอาร์ท ฉันจะเอาบริษัทมาค้ำประกันและฉันรู้ตัวว่าไม่สามารถกู้สถานการณ์ของบริษัทกลับมาได้ฉันจะยกให้แกช่วยบริหารต่อ” เขารู้ว่าตอนนี้เขาไม่ไหวแน่เพราะไม่มีกระจิตกระใจจะทำงานเพราะปัญหาหนี้สินรุมเร้ากว่าแปดร้อยล้านที่เขาดึงเงินสำรองของบริษัทมาใช้และมันหายไปกับการเล่นหุ้นแล้วเขาไม่สามารถนำมาคืนได้
“ฉันเข้าใจ ว่าแต่เรื่องนี้มีใครรู้บ้างล่ะชิต”
“มีแค่ภรรยากับลูกชายลูกสาวของฉันเท่านั้น ส่วนหุ้นส่วนยังไม่มีใครรู้และฉันต้องหาไปคืนให้ได้ก่อนที่เรื่องมันจะแดง” ครรชิตตอบเพื่อนที่เขามาขอความช่วยเหลือเป็นคนแรกและยังมีเขมรินอีกคนที่สามารช่วยเขาได้เพราะทั้งสองมีฐานะร่ำรวย
“งั้นแกพาลูกเมียมาคุยกับฉันและนายเข้มละกัน จะได้ช่วยกันแก้ปัญหานี้ด้วยกัน หากทำอะไรไปตอนนี้ลูกเมียแกไม่รู้เรื่องแล้วมันจะมีปัญหากันภายหลัง และแกก็รู้ว่าธุรกิจคือธุรกิจ เพื่อนก็คือเพื่อนต้องแยกแยะจากกันด้วย”
“ฉันเข้าใจ ถึงได้แบกหน้ามาขอความช่วยเหลือแกกับนายเข้ม งั้นพรุ่งนี้ฉันจะพาลูกเมียมาพบแกกับนายเข้มนะ แกช่วยนัดให้ด้วยละกัน” ครรชิตพูดกับเพื่อนแล้วคอตกเพราะเขาพลาดไปจริงๆจนทำให้ครอบครัวเดือดร้อนและเขาไว้ใจอติพลกับเขมริน
“ได้ๆ ฉันจะจัดการให้”
“ขอบใจแกมากนะอาร์ท ฉันจะกลับไปรอฟังคำตอบของแกนะ” ครรชิตบอกเพื่อนก่อนจะขอตัวกลับบ้านอย่างน้อยอติพลก็รับปากเขาแล้ว
อติพลมองตามหลังเพื่อนแล้วถอนหายใจและไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยแต่เขาเคยช่วยและเตือนครรชิตหลายครั้งว่าอย่าไปเล่นหุ้นเอาเป็นเอาตายขนาดนั้นแต่ครรชิตไม่เชื่อสุดท้ายก็ทำเอาหมดตัวหากเขาช่วยและเพื่อนเอาบริษัทมาค้ำประกันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเหมือนกับเอามาขายให้เขาเพราะเงินที่ครรชิตต้องการมากกว่วพันล้านบาทแต่จะให้เขาร่วมหุ้นมันก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะเงินพันล้านเขาสามารถสร้างบริษัทสื่อสารออนไลน์หรือสร้างช่องทีวีของตัวเองได้แต่ต้องปรึกษากันก่อนจึงโทรหาเขมริน
“กริ้งงงๆๆ..”
“ว่าไงอาร์ท” เขมรินถามเพื่อนที่ทำงานด้วยกันมานานกว่าสามสิบปีหลังจากเขาแต่งงานกับงามเนตรภรรยาคนแรกที่หย่ากันไปตอนลูกสาวอายุแปดขวบเพราะเขาพลาดมีอะไรกับเลขาจนท้องจึงต้องรับผิดชอบและแอบว่อนไว้จนภรรยาจับได้จึงเลิกกันและหลังจากนั้นไม่กี่ปีงามเนตรก็เสียชีวิตด้วยโรคร้ายเขาจึงทำงานช่วยพ่อตาเพื่อลูกทั้งสองที่อยู่กับท่านและชดใช้ความผิดที่ทำร้ายภรรยาสุดที่รัก
“พอดีมีเรื่องจะคุยกับนายน่ะ เย็นนี้ว่างมาเจอกันหน่อยมั้ย”
“ค่ะยาย เดี๋ยวพั้นซ์มานั่งด้วยนะคะ” วธูยิ้มให้ปู่ตายายพ่อแม่ของสามีแล้วเดินกลับไปหน้างานเลี้ยงเพราะตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเปิดงานแล้ว“อุ้ยตาย วันนี้เธอสวยเซ็กซี่มากนะพั้นซ์ ตอนแรกดูไกลๆก็คิดว่าเป็นดาราจากเกาหลีเสียอีก” พิลาสินีเพิ่งมาถึงเพราะเธออยากจะโดดเด่นที่สุดในงานนี้เพราะเป็นบริษัทของพ่อเธอแต่ดูท่าเธอจะกะเวลาผิดพอมาถึงแขกที่มาร่วมงานก็ซาไปแล้วแต่งานนี้เธอเป็นพิธีการร่วมกับพิธีกรหนุ่มใหญ่ชื่อดังของช่องหนึ่ง“ขอบใจนะพิลาที่ชม เข้าไปในงานเถอะเธอต้องเตรียมตัวอีกนะ” วธูบอกเพื่อนวัยเด็กที่มาช้าจนเธออดกังวลไม่ได้“ไม่ต้องมาบอกฉันหรอกพั้นซ์ ฉันรู้หน้าที่ของตัวเองดีว่าแต่เธอเถอะอย่าให้งานนี้ล่มล่ะเพราะเป็นงานแรกของพี่เทมส์”“ก็ดี ในเมื่อเธอก็รู้หน้าที่ของตัวเองก็ทำมันให้ดีที่สุดด้วยล่ะอย่าทำขายหน้าคนทั้งประเทศและต่างประเทศล่ะ” วธูมองพิลาสินีที่เชิดหน้าใส่เธอแล้วกรอกตาไปมาและรู้ว่าพิลาสินีรักษาชื่อเสียงของตัวเองและไม่ทำอะไรโง่ๆให้ตัวเองตกเป็นข่าวเสียหาย“ปากดีนะ”“ฉันก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนี่”“ก็อย่างว่าแหละนะ พวกชาวไร่ชาวสวนก็เป็นแบบนี้แหละ” พิลาสินีพูดจาดูถูกวธูที่เป็นลูกหหลานชาวสวนต่างจากเ
“งั้นพั้นซ์ไปแต่งตัวสิ พี่จะไปหาอะไรกินก่อน” กฤติธีพูดแล้วยิ้มให้ภรรยาสาวแล้วเดินออกไปจากห้องวธุมองตามหลังร่างสูงเดินออกไปจากห้องแล้วเกินไปหยิบชุดที่เตรียมไว้มาใส่และชุดนี้กาญธิดาเลือกให้เพราะชุดที่เธอเลือกมันเรียบร้อยเกินไปเมื่อใส่ชุดแล้วก็เดินไปยืนหน้ากระจกมองตัวเองในชุดสีโอรสปักเลื่อมด้วยคริสตัลตัวยาวแขนยาวคอวีผ่าหลังจนถึงบั้นเอวมีคริสตัลร้อยเป็นเส้นห้อยคลอเคลียร์แผ่นหลังเนียนนุ่มและผ่าข้างมาถึงโคนขาเรียวสวมเครื่องเพชรชุดเล็กดูสวยหวานซ่อนเปรี้ยวและเซ็กซี่แล้วหยิบกระเป๋าคลัชใบเล็กสีเบทปักด้วยเพชรแท้หยิบโทรศัพท์ใสในกระเป๋าแล้วสวมรองเท้าคัทชูสสีเบท ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอย่างมั่นใจ“ว้าวว..พี่พั้นซ์สวยมากเลยครับ” อนินท์ชมพี่สาวทั้งที่ผลไม้คาปาก“อ้าว ไม่เห็นนายชมพี่เลยล่ะพลับ”“พี่แทมมี่สวยเซ็กซี่สุดๆแล้วครับ แต่พี่พั้นซ์ไม่เคยเห็นแต่งสไตล์นี้มาก่อนนี่ครับ”“เห็นมั้ยพั้นซ์ แทมมี่บอกแล้วว่าชุดนี้เหมาะกับแกมากจริงมั้ยคะพี่เทมส์”กฤติธีหันไปมองก็เห็นด้วยกับอนินท์เพราะวันนี้วธูแต่งตัวสวยเฉี่ยวผิดจากทุกครั้งที่ออกงานจะสวยหวานเรียบหรูก็น่าจะเป็นฝีมือน้องสาวของเขา“สวยจริง..” เสียงห้าวตอบเบ
“เอ่อ คุณแทมมี่จะเอาจริงเหรอครับ” สาครทำหน้าปั้นยากเมื่อน้องสาวของเจ้านายต้องการยาปลุกเซ็กส์และบอกว่าปู่ของเธอบอหให้มาหาเขาให้ช่วยเหลือ“พี่ครหาให้แทมมี่ได้มั้ยคะ แล้วห้ามบอกใครเรื่องนี้นะคะ” หญิงสาวกำชับคนสนิทของพี่ชาย“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะลองถามพรรคพวกให้นะครับ” ของแบบนี้เขาไม่ได้สนใจแต่ก็มีเพื่อนหลายวงการและมันก็หาได้ไม่ยากขอแค่เงินถึงเท่านั้น“ขอบคุณค่ะพี่คร อ้อ พี่เทมส์ก็รู้ไม่ได้นะคะ” กาญธิดาย้ำคนสนิทของพี่ชายอีกครั้งว่าไม่ให้บอกเขา“ครับผม” หรือว่ามันเกี่ยวกับเจ้านายของเขาหรือเปล่าเพราะทายาทหมื่นล้านอย่างกาญธิดาไม่จำเป็นต้องใช้ยาปลุกเซ็กส์แต่ไม่กล้าถามต่อว่าจะเอาไปใช้กับใคร“ถ้าได้แล้วพี่ครบอกแทมมี่ด้วยนะคะ”“ครับผม”เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วกาญธิดาก็ไปอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์และคิดแผนการยกใหญ่ว่าจะทำยังไงให้พี่ชายกับเพื่อนได้ร่วมมือกันผลิตทายาทถึงแม้ว่าทั้งสองไม่ได้รักกันแต่เธอเชื่อว่าวธูจะดูแลลูกได้และเธอก็จะช่วยเพื่อนเลี้ยงหลานแน่นอน“ผมขอตัวไปทำธุระสักครู่นะครับคุณเทมส์” สาครวางสายจากน้องสาวของเจ้านายแล้วก็เดินเข้าไปหาเจ้านายในห้องทำงานเพื่อไปหาของให้กาญธิดาแต่เธอจะเอาไปใช้กับใคร
"ไม่เป็นไรค่ะ น้องโรสพูดได้ค่ะ พี่รับรองว่าไม่เอาไปพูดต่อแน่นนอนค่ะ” เธอได้ยินแค่เด็กในร้านพูดกันก็ไม่เคยถามเพราะเป็นเรื่องของเจ้านายแต่ถ้าเจ้านายเล่าให้ฟังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง"โรสว่าเราไปคุยกันบนห้องดีกว่านะคะ” นริสรายิ้มให้ช่างแต่หน้าทำผมประจำตัวแล้วพากันเดินไปที่ลิฟต์ขึ้นไปห้องพักสดหรูราคาแพงที่เธอจองไว้สำหรับงานเลี้ยงคืนนี้ที่จะทำให้เธอรู้จักดารานักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยและต่างประเทศมากขึ้นส่วนวธูกับกาญธิดาขึ้นไปถึงห้องพักสุดหรูชั้นบนสุดของตึกสามสิบชั้นที่จัดไว้สำหรับคนในครอบครัวไว้พักผ่อนเวลาทำงานดึก“เห็นหน้ายัยดารานี่แล้วของมันขึ้นว่ะแก”“อย่าไปสนใจเลยแก”“ก็ไม่อยากสนใจหรอกนะแก แต่ยัยดารานั่นดูท่าอยากจะแย่งผัวแกนะ”“ถ้าพี่เทมส์สนใจอยากได้เธอเป็นเมียก็เรื่องของเขาสิ”“อ้าว ไหนแกว่าจะมีลูกกับพี่เทมส์ให้ได้ไงล่ะ” ก็วธูพูดกับเธอมาตลอดว่ายังไงก็จะมีลูกกับพี่ชายของเธอให้ได้แคยังคิดไม่ออกว่าจะมีลูกด้วยกันได้ยังไงเพราะพี่เทมส์ไม่ยอมทำอิกซี่และจะมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติซึ่งมันสวนทางกับวธูที่จะอิกซี่และไม่ใช้วิธีธรรมชาติแล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะมีลูกสักทีล่ะ“เห้อะ แกก็เห็นว่าพี่เทมส์บ้างานแค
“วธู หืมม..” เสียงห้าวพูดเบาๆแล้วพลิกตัวนอนคว่ำหน้าลงเพื่อสะกดกลั้นความปรารถนาในกายของเขาที่มีต่อภรรยาที่เขาไม่มีสิทธิ์แตะแต้องเธอ แต่เมื่อคืนเขาฝัน ใช่แล้วเขาฝันว่าจูบกับวธูและเธอก็หวานมากทำให้ร่างกายของเขาตื่นตัวเหมือนเช้านี้เลยกว่าวธูจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้แล้วออกจากห้องน้ำเพื่อมาเลือกชุดใส่ก่อนจะกลับเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำโดยไม่มองไปที่เตียงอีกเลย เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำแม้จัะเป็นชุดเรียบร้อยมิดชิดก็ไม่สามารถปกปิดสายตาแพรวพราวเต้นระริกของเขาได้“เอ่อ../ เอ่อ..” ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกันและไม่มองหน้ากันเพราะหญิงสาวอายแต่ฝ่ายชายกลัวตัวเองจะแสดงอาการหื่นออกเธอเห็นแต่ไม่ทันเมื่อวธูเห็นสายตาหื่นกระหายของเขาจนร้อนๆหนาวๆถึงได้วิ่งหนีเข้าห้องน้ำ“พั้นซ์ลงไปก่อนนะคะ” วธูพูดจบก็เดินไปที่ประตูห้องแล้วเปิดออกเดินลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็วเพราะเห็นร่างหายของเขาเปลี่ยนแปลงชัดเจนกฤติธีมองประตูปิดลงแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากลางเตียงแล้วหลับตาลงเผื่อจะลืมภาพที่เห็นแต่มันกลับชัดเจนทำให้เขาจินตนาการถึงร่างกายอวบอิ่มดอกบัวตูมขาวผ่องและเนินสาวอวบอูมตรงกลางขาเรียวและอยากรู้ว่ารสชาติจะหอม
ส่วนคนเมาก็ลจับลุกขึ้นแล้วเดินโซซัดโซเซไปที่มุ้งครอบสีขาวครอบที่นอนก่อนจะล้มลงข้างที่นอนและกว่าจะลุกแล้วคลานเข้าไปนอนในมุ้งได้ก็ทำเอาเหนื่อยแทบหมดแรงก่อนจะหลับตาลงและนอนฝันหวานทั้งคืน ส่วนสองตาหลานที่นอนมุ้งข้างกันก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรหลับยาวไปถึงเช้าเหมือนกันเช้าวันถัดมายายชวนชมก็ตื่นเช้าตามปกติแล้วทำอาหารเช้าเตรียมตัวไปใส่บาตรหน้าบ้านปกติหลานสาวจะไปใส่บาตรกับท่านแต่เช้านี้ยังไม่ตื่นและท่านก็ไม่คิดจะปลุกหลานสาวเพราะอยากให้นอนสบายพักผ่อนให้เต็มที่หลังจากทำงานมาตลอดทั้งอาทิตย์และท่านทำมาก่อนก็รู้ว่ามันเหนื่อยแค่ไหน พอทำอาหารเสร็จแล้วก็ไปใส่บาตรหน้าบ้านก่อนจะกลับมาดูสามีกับหลานชายที่นอนกอดก่ายในมุ้งเดียวกันกรนเสียงดังสนั่น ส่วนหลานเขยนอนคนเดียวกางแขนกางขาเต็มที่นอนก็ปล่อยให้นอนเต็มที่เวลา 08.20น.วธูนอนหลับสนิททั้งคืนจนกระทั่งสายก็สะดุ้งตื่นเสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นจึงควานหาแล้วกดรับสายเพราะเสียงมันดังบาดหู“ฮาโหล..พั้นซ์พูดสายค่ะ”“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วยัยพั้นซ์ แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนฮึ..” เสียงห้าวดังมาตามสายว่าเพื่อนที่นอนตื่นสายโด่ง“แล้วแกโทรมาทำไมแต่เช้าล่ะเมเม่”“นี่







