Mag-log in"ได้สิ ว่าแต่แกจะไม่บอกฉันหน่อยเหรือว่ามีเรื่องอะไร" เขมรินถามเพื่อนที่จู่ๆก็โทรมานัด
"เรื่องนายชิตมันน่ะ"
"ได้ๆ งั้นเย็นนี้เจอกัน" เมื่อคุยกับเพื่อนจบแล้วก็วางสาย
"คุณอาร์ทว่ายังไงคะคุณ" นารีกระจ่างถามสามีด้วยความอยากรู้ว่าคุยกันเรื่องอะไร
"ไม่รู้เหมือนกัน งั้นเย็นนี้ผมไปกินข้าวกับคุณไม่ได้แล้วล่ะ" เขมรินบอกภรรยาแม้จะไม่ได้รักนารีกระจ่างแต่เขาพลาดไปพอหย่ากับภรรยาเขาก้รับผิดชอบเธอโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่ใครๆก็รู้ว่านารีกระจ่างเป็นภรรยาของเขาและเธอก็พยายามแสดงตัวอย่างออกหน้า
"ได้ยังไงคะคุณเข้ม วันนี้ลูกของเรานัดแฟนมาแนะนำให้รู้จักนะคะ" นารีกระจ่างบอกสามีเพราะวันนี้ลูกสาวจะพาแฟนหนุ่มไฮโซมาแนะนำให้รู้จัก
"เอาไว้วันหลังก็ได้นี่คุณนารี" เขานัดลูกสาวไว้ก็จริงแต่เรื่องของงานสำคัญกว่าและมันมีผลประโยชน์ต่อบริษัทของลูกสาวลูกชาย
"คุณไม่เคยเห็นว่ายัยโรสเป็นลูกเลยนะคะ ทีลูกสาวทางโน้น.."
"ผมบอกแล้วว่าอย่าไปยุ่งก้าวก่ายน้องพั้นซ์น้องเพ้นท์ ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรอไงกัน"
"แตะไม่ได้เลยนะคะ" กว่าเธอจะเป็นภรรยาของเขาอย่างออกหน้าออกตาได้ก็หลังจากภรรยาเก่าของเขาเสียชีวิตและเธอจะไม่ยอมเสียเขาไปและกว่าจะจับเขมรินได้มันไม่ง่ายเลย
นารีกระจ่างไม่พอใจสามีพอพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาเพื่อไปลูกรอสาวที่ร้านเสริมสวยที่เขาเปิดให้เธอดูแลบริหารไม่ให้เธอกับลูกมายุ่งกับบริษัทของเมียเก่า
เขมรินมองตามหลังผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาหลังจากภรรยาเก่าของเขาเสียชีวิตแล้วถอนหายใจเพราะเขาทำตัวเองหากคืนนั้นเขาไปงานเลี้ยงแล้วไม่ดื่มจนเมาก็คงไม่เป็นแบบนี้แล้วจะไปโทษใครได้นอกจากโทษตัวเอง
หลังจากอติพลปรึกษากับเขมรินแล้วทั้งสองตกลงใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือครรชิตแม้ว่าจะใช้เวลานนากว่าจะได้คืนแต่ทั้งสองก็เต็มใจช่วยเพื่อนและนัดมาคุยกันและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
“ขอบคุณคุณอาร์ตกับคุณเข้มมากนะคะที่ช่วยครอบครัวของเราค่ะ” พิมพ์ผกาขอบคุณเพื่อนของสามีที่ช่วยเหลือให้บริษัทของครรชิตได้เดินหน้าต่อไป
“แต่สัญญาแบบนี้ลุงอาร์ทกับลุงเข้มไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยเหรอครับ” พงศกรว่าเพื่อนของพ่อด้วยความไม่พอใจถึงแม้พ่อของเขาจะเสนอให้เพื่อนคนได้คนหนึ่งมาช่วยบริหารต่อทั้งที่เขาก็ทำได้แต่ท่านกลับเลือกเพื่อนของตัวเอง
“ไม่เอาน่าตากร เรื่องนี้พ่อเป็นคนเสนอเอง ถ้าลุงอาร์ทกับลุงเข้มไม่ช่วยบริษัทของเราคงล้มละลายไปแล้ว” ครรชิตปรามลูกชายที่ว่าเพื่อนของเขาทั้งที่อติพลกับเขมรินยื่นมือเข้ามาช่วยบริษัทของเขาไม่ให้ล้มละลาย
“ช่วยกับเทคโอเวอร์แล้วมันต่างกันตรงไหนครับพ่อ” พวกเขามัดมือชกตอนที่พ่อของเขามีภาระหนี้สินนับพันล้านมาชุบมือเปิบฮุบบริษัทของพ่อ
“งั้นแกมีปัญญาหาเงินพันล้านมั้ยล่ะ” ครรชิตถามลูกชายด้วยความหงุดหงิดเพราะทุกอย่างได้ตระเตรียมการไว้หมดแล้วเรียบร้อยแล้ว
“ผมจะไปหาที่ไหนครับ และถ้าพ่อไม่เอาเงินบริษัทไปเล่นจนหมดตัวพวกเราก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก เพราะพ่อคนเดียวที่ทำให้พวกเราลำบาก” พงษกรแผดเสียงใส่พ่อด้วยความโกรธเพราะเขากำลังจะขึ้นเป็นประธานบริษัทแต่พ่อทำพังหมดยังดีที่ยังเหลือบ้านซุกหัวนอนและคอนโดของเขาที่ซื้อเก็บไว้สามสี่แห่ง
“ตากรอย่าก้าวร้าวลุงอาร์ทกับลุงเข้มสิลูก ฉันขอโทษแทนลูกด้วยนะนะคุณอาร์ทคุณเข้ม” พิมพ์ผกาปรามลูกชายที่พูดจาก้าวร้าวใส่เพื่อนสามีที่ยอมช่วยเหลือครอบครัวของเธอและทั้งสองก็ไม่ได้อยากได้บริษัทของสามีเหมือนที่ลูกชายคิด
“ไม่เป็นไรคุณพิม นายกรคงเข้าใจผิดและผมเองก็วางมือเรื่องงานไปแล้วไม่เข้าไปยุ่งหรอกให้พวกคนหนุ่มคนสาวเขาจัดการบริหารกันดีกว่าครับ” เขมรินพูดกับภรรยาของครรชิตที่เข้าใจสถานการณ์และตั้งรับได้เป็นอย่างดีเหมือนกับลูกสาวที่นั่งฟังเงียบๆ
“ถ้าแกจะวางมือก็ให้นายกรบริหารต่อละกันชิต” อติพลเสนอเพื่อนเพราะได้ลงนามในสัญญากันไปแล้วแต่ที่พูดคุยกันก็ฉันท์เพื่อน
“ไม่ได้นะอาร์ท ถ้าให้ตากรบริหาบริษัทได้พังน่ะสิ”
“แล้วพ่อบริหารเองมันไม่พังหรือไง ตอนนี้ยังดีที่ยังเหลือที่ซุกหัวนอนอยู่ไม่งั้นได้นอนข้างถนนกันแน่”
“พอได้แล้วตากร แม่เห็นด้วยกับพ่อของแกว่าจะให้คุณอาร์ทกับคุณเข้มหรือไม่ก็นายเทมส์มาบริหารบริษัทเพื่อความอยู่รอดของพวกเราและลูกคิดว่าจะบริหารได้หรือไง วันๆเอาแต่กินเที่ยวไม่เคยสนใจงานหากจะทำงานจริงก็ต้องทำที่บริษัทไม่ใช่ไปทำงานตามคลับตามบาร์เหมือนที่ลูกทำ” พิมพ์ผกาสุดจะทนกับลูกชายที่ไม่เอาการเอางานเหมือนลูกสาวลูกชายของเพื่อน
“ใช่ผมมันไม่ดี ก็เพราะใครล่ะไม่ใช่พ่อกับแม่หรือไงที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้”
“พ่อทำอะไรให้แกล่ะตากร ที่แกเป็นแบบนี้ก็เพราะว่านิสัยและสันดานของแกเองและไอ้ตำแหน่งรองประธานบริษัทที่แกได้มาก็เพราะแกเป็นลูกของพ่อ แต่แกทำตัวเองแล้วจะไปโทษใครได้และเรื่องนี้แกจะเห็นด้วยหรือไม่ก็เรื่องของแกเพราะพ่อยกให้ลุงอาร์ทกับลุงเข้มบริหารไปแล้ว” ครรชิตบอกลูกชายเสียงเย็นเหยียบ
“ก็ได้ ถ้าพ่อจะเอาแบบนี้ก็ได้ ผมก็จะไม่ทำงานในบริษัทนี้อีกต่อไป แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือนละกันแล้ววันหนึ่งพ่อกับแม่จะสูญเสียทุกอย่างก็เพราะเพื่อของพ่อเอง” พงศกรตะโกนต่อว่าพ่อแม่ดังลั่นห้องงานของอติพลก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธ
“แกจะรีบไปไหนวะกร” กฤติธีกำลังเดินสวนมาพร้อมกับภรรยาเพื่อมาคุยเรื่องงานใหม่ที่พ่อจะให้เขาหรือวธูคนใดคนหนึ่งบริหารร่วมกับพงศกร
“มึงไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีไอ้เทมส์ มึงคงจ้องฮุบบริษัทของกูตลอดเวลาใช่มั้ย” พงศกรพาลพาโลกับเพื่อนด้วยความโกรธทุกคน
“เกิดอะไรขึ้นคะพี่กร” วธูถามไฮโซหนุ่มที่เธอนับถือเหมือนพี่ชายที่กล่าวหาสามีโดยที่เธอกับกฤติธียังไม่รู้เรื่องอะไรเลยและรู้ว่าพงศกรชอบเธอเหมือนผู้ชายคนหนึ่งและไม่ได้รักเธอเหมือนน้องเหมือนที่เธอรักเขาเหมือนพี่ชาย
“อย่าบอกว่าพั้นซ์ไม่รู้นะว่าพ่อของพี่จะขายบริษัทให้พ่อของพั้นซ์กับไอ้เทมส์”
“ขายบริษัทเหรอคะ ไม่จริงค่ะ ลุงชิตไม่ได้ขายบริษัทสักหน่อย”
“มึงฟังอะไรมาผิดหรือเปล่าไอ้กร ลุงชิตเขาแค่ยืมเงินและจะให้กูหรือพั้นช์เข้าไปช่วยมึงบริหารเท่านั้น” กฤติธีแก้ไขคำพูดของเพื่อนที่กล่าวหาเขา
“หึ แต่ที่กูฟังมาพ่อกูจะให้ลุงอาร์ทกับลุงเข้มมาบริหารมันจะแตกต่างอะไรกับฮุบบริษัทของกูวะ” พงศกรมองเพื่อนที่พูดจาดูดีแต่จ้องฮุบบริษัทของเขาขนาดเขาจองวธูไว้มันก็ยังแย่งไป
“ก็แล้วแต่มึงจะคิดนะกร ไปเถอะพั้นซ์” ตอนนี้เขาพูดอะไรไปพงศกรก็ไม่ฟังคงต้องรอให้มันใจเย็นๆก่อนแล้วค่อยนัดพูดคุยกัน
“ค่ะ” วธูจำต้องเดินไปกับสามีแล้วมองพี่ชายต่างสายเลือดอย่างเห็นใจแต่คนถูกมองกลับกล่าวหาว่าเธอสงสารสมเพชเขา
“ก๊อกกๆๆ..”
“สวัสดีครับ/ค่ะคุณลุงคุณป้า”
"ปู่ขอให้หลานรักทั้งสองครองรักกันยืนยาวจนแก่เฒ่าไปด้วยกัน ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองมีความสุขตลอดไป" คุณนทีอวยพรให้หลานชายหลานสาวแล้วยกแก้วแชมเปญชูขึ้นก่อนจะดื่มแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวในค่ำคืนนี้“เซียสสส..” ทุกคนชูแก้วแชมเปญขึ้นแล้วดื่มแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วทุกคนก็ดื่มกินคุยกันสนุกสนาน“ดีใจด้วยนะมึง ตอนนี้เข้าชมรมเกรงใจเมียกับไอ้ช้าง ไอ้ชายและนายเรนแล้วนะเพื่อน หึหึๆๆ..” จักภัทรแซวเพื่อนที่แต่งงานสองครั้งกับเจ้าสาวคนเดิมเพิ่มเติมคือแต่งานด้วยความรัก ต่างจากครั้งแรกที่เหมือนถูกจับไปเชือดอย่างนั้นแหละ“มึงไม่ต้องทำมาพูดดีนะไอ้จักร ไว้ถึงทีมึงแล้วจะพูดไม่ออกเลยแหละ” กฤติธีตอบเพื่อนเพราะครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นมาก่อนและเกือบจะสายไป ดีที่รู้ใจตัวเองก่อน“ไม่มีทาง กูจะแต่งงานกับคนที่กูชอบเท่านั้นแหละ" เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงแต่ที่รู้คือผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วยก็ต้องมาจากความชอบ ส่วนความรักเอาไว้ทีหลัง“พวกกูจะคอยดู” ชยานันท์ว่าเพื่อนเพราะก่อนหน้านั้นเขาก็เคยพูดมาก่อน สุดท้ายก็เข้าชมรมเกรงใจเมียเหมือนเขายิ่งปากดีเหมือนเพื่อนของเขานั
“ไหนคะ ใครมาบ้างล่ะ นี่ต้องเป็นฝีมือนายพลับใช่มั้ยคะ” วธูยิ้มแก้มแตกโอบเอวสามีอย่างออดอ้อนและมีความสุขและซาบซึ้งใจมากที่เขาทำเซอร์ไพรส์เธอ และจำได้ว่าน้องชายที่บอกเธอว่ามาดูงานที่นี่ต้องเป็นฝีมือของอนินท์แน่ๆ“ดูเอาเองสิครับที่รัก” กฤติธีบอกเมียรักแล้วบุ้ยปากไปที่สำนักงานของโรงแรมที่มีห้องอาหารและคาเฟ่ต์บริการให้ลูกค้าที่ปู่นทีกับคุณยายชวนชมเดินนำทุกคนลงมาชายหาดและทุกคนใส่ชุดโทนฟ้าขาวเหมือนกันหมดทำให้ชายหาดดูสดใสสวยงามและแสงไฟกับคบเพลิงที่สว่างขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ตกทะเลก็ทำให้บรรยากาศสุดแสนโรแมนติก“คุณปู่ที คุณยาย คุณพ่อคุณแม่คุณลุงคุณป้าพี่ๆ ทุกคนมาได้ยังไงคะ” วธูยิ้มกว้างมองปู่ยายพ่อแม่ลุงป้าและเพื่อนทุกคนแล้ววางตะกร้านอนของลูกชายบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดวิ่งไปกอดยายด้วยความดีใจและมีความสุข“พั้นซ์แต่งงานทั้งทียายจะไม่มาได้ยังไงลูก” ยายชวนชมกอดหลานสาวแล้วยิ้มท่านเห็นแล้วว่าหลานสาวมีความสุขมากและอยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปและท่านเชื่อว่ากฤติธีจะดูแลหลานเหลนของท่านได้เป็นอย่างดีตลอดไป“หลานปู่ทั้งสองรักกันจะแต่งงานกันปู่ก็ต้องมาแสดงความยินดีด้วยสิลูก” คุณปู่นทีมองหลานทั้งสองแล้วยิ้มมีความ
“แล้วทำไมต้องอดด้วยละคะ ปกติพั้นซ์ก็แทบไม่ได้นอนหลับสบายสักคืนนี่คะ” เสียงหวานถามสามีที่ตอนนี้กลับมาหื่นเหมือนเดิมและอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ“ก็พั้นซ์เพิ่งคลอดลูกและเลี้ยงลูกก็เหนื่อยแล้วถ้าพี่กวนที่รักอีกพี่ก็เลวไปหน่อย พี่ก็เลยต้องอดทนรอจนถึงวันนี้ครับ” เขาศึกษาข้อมูลเรื่องคุณแม่หลังคลอดจากคุณหมอและในเว็บไซต์และหนังสือเรื่องความสัมพันธ์ของสามีภรรยาก็ทำได้ตั้งแต่หกสัปดาห์หลังคลอดแล้วก็เข้าใจจึงไม่อยากให้แม่ของลูกเหนื่อยและเครียดกลัวเธอจะมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด“พั้นซ์นึกว่าพี่เทมส์เบื่อพั้นซ์แล้วค่ะ” เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะเบื่อหรือเธออวบอ้วนและทรุดโทรมไม่สวยเพราะวันๆเลี้ยงลูกปั๊มนมและซักเสื้อผ้าให้ลูกจนหัวหมุนแม้จะมีคนช่วยแต่เธอก็อยากทำให้ลูกด้วยตัวเอง“ไม่มีทาง พี่ไม่มีวันเบื่อที่รักแน่นอน มีแต่จะรักมากขึ้นคลั่งมากขึ้น หลงจนโงหัวไม่ขึ้นต่างหากละครับ” เขาไม่มีวันเบื่อเมียรักเพราะเธอคือยอดดวงใจของเขาและเขารักเธอเท่าชีวิต“งั้นพั้นซ์จะทำให้พี่เทมส์ทั้งรักทั้งหลงจนไม่มีสายตามองผู้หญิงคนอื่นอีกค่ะ” เสียงหวานบอกเขาแล้วช้อนสาวตามองอย่างออดอ้อน“ที่รักไม่ต้องทำอะไรแค่นี้พี่ก็หลงกลรักเมียแ
“ชอบสุดๆครับที่รัก อ่าส์..” กฤติธีมองแม่เสือสาวที่แกล้งเขาอย่างหมั่นเขี้ยวและรอดูว่าเธอจะทำยังไงต่อมันทำให้เขาตื่นเต้นเร้าใจ“ของพี่เทมส์แข็งมากเลยค่ะ ฮืมม..” เธอจับแก่นกายอวบใหญ่แข็งขึงตั้งขึ้นแล้วยกบั้นท้ายลอยขึ้นก่อนจะหย่อนบั้นท้ายลงใส่แก่นกายอวบช้าๆและความเป็นหญิงเล็กแคบจากการคลอดลูกแล้วคุณหมอเย็บแผลช่องคลอดที่ฉีกขาดทำให้กุหลาบดอกงมายังฟิตแน่นเหมือนเดิม“หื้มม..” เสียงห้าวคำรามในลำคอสองมือรวบเอวบางไว้ปล่อยให้เธอทำตามใจและเขาก็ชอบเมื่อกุหลาบงามอ่อนนุ่มรุ่มร้อนบีบรัดแก่นกายอวบ“อ่า พี่เทมส์ขา ซี๊ดด เสียวมากค่ะ อ๊ะ อา อ๊า..” เธอวางมือบนหน้าท้องแกร่งพยุงตัวเองไว้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียซ่านเมื่อความแข็งแกร่งแทรกเข้ากลางกลีบกุหลาบงามเล็กแคบราวกับครั้งแรกของเธอแต่มันไม่ได้เจ็บ มันเสียวซ่านวาบหวิวในกายจนเธอต้องเงยหน้าอ้าปากระบายความเสียวซ่านในกายที่เร่าร้อนหวามไหว“ช้าๆทูนหัว อ่า..” เสียงห้าวบอกเธอเบาๆแล้วขยี้เกสรนุ่มปลุกเร้ากายสาวที่ขย่มบั้นท้ายขึ้นลงใส่แก่นกายอวบใหญ่เป็นจังหวะช้าๆจนกุหลาบงามชุ่มฉ่ำด้วยหยาดน้ำหวานแล้วกลืนกินแก่นกายอวบเข้าไปทั้งลำยาว“แจ่ะๆๆ แจ่ะๆๆ..”“หื้มมม์...” ฮืม
“หืม ที่รัก..” เสียงห้าวแหบพร่าก้มลงทาบริมฝีปากขบเม้มกลีบปากอิ่มแล้วซอกซอนลิ้นร้อนเข้าไปในปากของเธอแล้วจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้งอย่างหลงใหล“ฮืมม..” วธูก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีแล้วบดบั้นท้ายงามงอนลงใส่ตักของเขาด้วยความวาบหวามในช่องท้องจนกายสาวสะท้านด้วยความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นถายในกายจนเร่าร้อนลุกเป็นไฟเพราะห่างหายจาดบทรักสุดแสนหวานดุกันดิบเถื่อนของวามีมาตั้งแต่หลังคลอด“อ่าส์ ที่รัก..” เขาต้องการเธอจะแย่และร่างเล็กก็ไม่แพ้กันจึงพลิกตัวเธอลงนอนบนโซฟาแล้วปลดกระดุมเสื้อแบะออกพร้อมกับจัดการบราเซียสำหรับให้นมลูกดันขึ้นไปบนอกแล้วก้มลงลิ้มรสชาติแสนโปรดปรานของลูกชายอย่างทะนุถนอม“อ๊ะ พี่เทมส์ขา อ่า ฮื้มม..” เสียงหวานครางเบาๆตอนนี้เธอต้องการเขามากเหลือเกิน“พี่ต้องการพั้นซ์ครับที่รัก หื้มม..แผล่บๆๆ จุ๊บบๆๆ..” ปากก็พูดไปพร้อมกับไล้เลียยอดถันแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายทั้งสองข้างสลับกัน ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วกายสาวแล้วพรมจูบไล่ต่ำลงไปหน้าท้องแบนราบที่เข้าที่เร็วมากแล้วรูดกางเกงขาสี่ส่วนออกไปทางปลายเท้าพร้อมกับแพนตี้ตัวจิ๋วแล้วมองเนินเนื้อนุ่มอวบอูมแสนหวานด้วยสายตาหื่นกระหาย“พะ พี่เทมส์ขา อา..”
“พี่เทมส์ไม่ต้องขอโทษพั้นซ์หรอกค่ะ เอาไว้ลูกโตกว่านี้ค่อยไปก็ได้ค่ะ” เธอเข้าใจดีว่าลูกยังเล็กจะไปไหนมาไหนก็ห่วงลูกและมีเวลาอีกเยอะที่จะไปเที่ยว“ขอบคุณครับที่รัก ขอบคุณทุกอย่างที่พั้นซ์ทำเพื่อครอบครัวของเรา จุ๊บๆ..” กฤติธีพูดจบก็หอมแก้มภรรยาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นอุ้มร่างอวบมาแนบอก“อุ้ย ว้ายย..พี่เทมส์” วธูตกใจเมื่อสามีอุ้มเธอขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว“ฮ่าๆๆ..”“คนบ้า พั้นซ์ตกใจหมดเลย จะไปหนคะ”“ดาดฟ้าครับ”“ลูกละคะ”“แป๊บเดียวครับ พี่บอกให้พี่ครกับพี่นุมาอยู่เป็นเพื่อนลูกแล้วครับ” เขารู้ว่าเวลานอนของลูกช่วงเช้าก็ประมาณชั่วโมงกว่าถึงสองชั่วโมงและเขาใช้เวลาไม่นานที่จะขอเมียแต่งงานแม้จะช้าไปหลายปีแต่เขาก็อยากทำในสิ่งที่ควรทำ“พี่เทมส์ระวังสิคะ” เสียงหวานเตือนสามีที่อุ้มเธอขึ้นบันได“พี่ไม่ให้พั้นซ์ตกหรอกครับที่รัก”วธูยิ้มให้สามีแล้วเงยหน้ามองใบหน้าหล่อด้วยความรักสุดซึ้งและการกระทำ ยิ่งนานวันเขาก็ยิ่งทำให้เธอรักใคร่หลงใหลมากขึ้นทุกวันก่อนจะซบหน้าลงบนอกแกร่งของเขา“ปิดตาก่อนครับ” เหลือบันได้อีกสี่ขั้นจะถึงชั้นดาดฟ้ากฤติธีก็วางภรรยาลงยืนบนบันได“ต้องปิดตาด้วยเหรอคะ”“ครับที่รัก ไม่งั้นจะเรียกว่าเซ







