LOGIN“อุ๊ย!” เธอโดนหนามตำเพราะช่วยเขาถอนหญ้า กันภัยรีบเข้ามาดูแผลให้แฟนสาวในทันที
“เป็นยังไงบ้าง” เขาใช้ผ้าขาวม้ากดแผลห้ามเลือดให้เธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไปนั่งก่อนครับ” เขาพาเธอไปนั่งใต้ร่มไม้ก่อนจะล้างแผลใส่ยาให้ รันนรินทร์แอบมองคนช่วยทำแผลให้เธออย่างเบามือก็อมยิ้ม กันภัยอ่อนโยนและห่วงใยเธอเสมอ แรกๆ เลยเขาไม่ได้จีบเธอหรอก เธอเองที่ใจกล้าหน้าด้านจีบเขาก่อน มีมะปรางคอยเป็นแม่สื่อแม่ชักให้และเพิ่งรู้หลังจากเป็นแฟนกันว่า... กันภัยก็แอบชอบเธอเหมือนกันแต่ไม่กล้า รู้สึกมีความสุขที่เธอกับเขาใจตรงกัน
“เพี้ยงๆๆ หายนะครับ ขวัญเอ๊ยขวัญมา”
“เจ็บจังเลยค่ะ” เธออ้อน
“ทำยังไงดีครับ ถึงจะหาย” เขาเงยหน้ามองเธออย่างเป็นห่วงเป็นใย
“นอนตักพี่กันได้ไหมคะ เผื่ออาการจะดีขึ้น” เธออ้อนหนักขึ้น เขาก็ตบตักของตัวเองเบาๆ ให้เธอล้มตัวลงนอนด้วยความยินดีอย่างไม่เกี่ยงงอน
กันภัยลูบศีรษะของเธอไปมาอย่างแสนรัก ปัดปอยผมนุ่มสลวยให้ละไปจากใบหน้าสวยใส ลมพัดเย็นสบายทำให้เธอหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
กันภัยก้มมองคนที่นอนหนุนตักแล้วหุบยิ้มไม่ได้ เธอน่ารักน่ามอง ดูยังไงก็ไม่เบื่อ เธอไม่ได้สวยหยดแต่สดใสน่ารัก อยู่ด้วยแล้วทำให้มีความสุข ทำให้หัวใจของเขาชุ่มชื่นจากที่เคยแห้งแล้งมานาน กลับกลายเป็นคนมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนขึ้น
“รันทำให้พี่กันเสียเวลาทำงานหรือเปล่าคะ” คนขี้อ้อนลืมตาก่อนจะเอ่ยถาม อยากอ้อนเขาแบบนี้บ่อยๆ นอนหนุนตักเขาแล้วอบอุ่นปลอดภัย มีความสุข หัวใจของเธอเต้นแรง เลือดลมสูบฉีดอย่างไม่เคยเป็นกับผู้ชายคนไหนมาก่อน
“ไม่เลยครับ พี่อยากให้รันอยู่ใกล้ๆ แบบนี้แหละ ถ้ารันเป็นเมียพี่ พี่ก็อยากดูแลรันให้ดีที่สุด อยากให้รันสบาย ไม่ลำบาก คอยพี่อยู่บ้านก็พอแล้ว พี่ออกไปทำงานเอง จะหาเงินให้ได้เยอะๆ รันจะได้สบายไง”
“ไม่เอาหรอกค่ะ แบบนั้นกินแรงพี่กันน่ะสิคะ” ถึงเธอจะถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นคุณหนูแต่เด็ก แต่เธอก็อยากใช้ชีวิตให้มีคุณค่าเหมือนคนอื่นเช่นกัน เธอคิดว่าคนเราหากได้ทำงานหรือทำอะไรบ้าง ชีวิตจะไม่น่าเบื่อและมีเป้าหมาย ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
“พี่ไม่อยากให้เมียลำบากนี่ครับ”
“ใครได้เป็นเมียพี่กันโชคดีมากๆ เลยนะคะ” เธอยิ้มหวานให้เขา มองสบตากันแล้วยิ้ม มันหุบยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ
“พี่ต่างหากที่อยากเป็นคนโชคดี ได้ดูแลผู้หญิงตรงหน้า” เขาไล้แก้มนวลของเธอเบาๆ รันนรินทร์จับมือของเขามากุมเอาไว้ เธอหลับตาลงอย่างมีความสุข ไม่มีคำพูดใดๆ อีก มีเพียงความรู้สึกอ่อนหวานที่ถ่ายทอดให้กันและกันเท่านั้น
“แอบหนีมาหาพี่แบบนี้ พ่อกับแม่ของรันไม่ว่าเอาเหรอครับ” เขาไม่ค่อยสบายใจเรื่องนี้นัก
“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่รู้หรอกค่ะ”
“พี่ไม่อยากหลบๆ ซ่อนๆ”
“รันก็เหมือนกันค่ะ แต่เราต้องรอเวลา” เธอรู้ดีว่าบิดามารดาเป็นคนเช่นไร พูดเรื่องนี้ครั้งใดก็รู้สึกเครียดอย่างบอกไม่ถูก
“มาอยู่ที่นี่นี่เอง คิดเอาไว้ไม่มีผิด!” เสียงของมารดาทำให้รันนรินทร์สะดุ้งสุดตัว เธอลุกขึ้นจากตักของแฟนหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“คุณแม่!”
“ใฝ่ต่ำ” เสียงของบิดาทำให้เธอตกใจเข้าไปอีก
“อย่านึกนะว่าฉันไม่รู้ แกแอบลักลอบมาหามันนานแค่ไหนแล้ว” บิดายังคงเกรี้ยวกราดสีหน้าบ่งบอกว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
“คุณพ่อกับคุณแม่ ฟังรันก่อนนะคะ”
“ฉันกับพ่อของแกส่งแกไปเรียนกรุงเทพฯ ไปอยู่กับยายของแก เพื่อให้แกได้เรียนหนังดีๆ มีรสนิยมดีๆ การศึกษาสูง แต่แกกลับตาต่ำมาพลอดรักกับไอ้กระจอกนี่” คุณรำเพยพูดอย่างผิดหวัง อยากให้บุตรสาวได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ อย่างเช่นลูกผู้ว่าราชการจังหวัด หรือลูกเศรษฐีสักคน แต่อีกฝ่ายกลับมาคบกับผู้ชายจนๆ กระจอกงอกง่อย หาเช้ากินค่ำแบบนี้ ไม่รู้ว่าสติดีอยู่หรือเปล่า
“ผมรักรันจริงๆ นะครับ” กันภัยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาเป็นลูกผู้ชายพอ กล้าทำก็ต้องกล้ารับ
“รักเหรอะ! คิดจะเกาะชายกระโปรงลูกสาวของฉันใช่ไหม แกก็รู้ว่ายัยรันน่ะระดับไหน แล้วแกระดับไหน ริจะมาเด็ดดอกฟ้า ไม่เจียมกะลาหัว ความรักบ้าบออะไร ไปพูดกับเด็กปัญญาอ่อนเถอะ!” คุณรำเพยด่าทอไม่ยั้ง
“คุณแม่คะ พี่กันเป็นคนดีนะคะ”
“คนดีแล้วมันกินได้ไหมล่ะ” คุณรำเพยตวาดลั่น สีหน้าบ่งบอกว่าหงุดหงิดอย่างที่สุด
“แกดูบ้านมันกระจอกแค่ไหน ห้องเก็บของบ้านเรายังดูดีกว่าเลย” คำพูดดูถูกนั้นทำให้กันภัยหน้าชาเป็นแถบๆ
“มานี่เลยยัยรัน!” คุณประจวบเรียกบุตรสาวเสียงเข้ม แต่รันนรินทร์ยังปักหลักอยู่ที่เดิม
“ไปดึงตัวลูกสาวฉันมาเดี๋ยวนี้!” คุณประจวบสั่งคนของท่านเสียงเข้ม
“ปล่อยนะ!”
“อย่าทำแบบนี้เลยครับ” กันภัยเข้าขวาง เขาโดนชายฉกรรจ์ซึ่งมากับคุณประจวบเตะต่อยจนล้มคว่ำ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นคนของรชต ลูกชายคนโตที่เลี้ยงเอาไว้ใช้สอยเป็นมือเป็นเท้า ตามทวงหนี้และอื่นๆ แล้วแต่นายจะสั่ง
“คุณพ่ออย่าทำอะไรพี่กันนะคะ” รันนรินทร์ทำท่าจะวิ่งเข้าไปหากันภัย เห็นเขาโดนต่อยเลือดกบปากก็ตกใจไม่น้อย ไม่หนำซ้ำยังโดนรุมซ้อมกระทืบเสียแทบจมดิน “คุณพ่อ อย่าทำอะไรพี่กันเลยนะคะ รันขอร้อง” รันนรินทร์อ้อนวอนขอร้องบิดา กอดแขนกอดขาท่านร้องไห้น้ำตาไหลพราก
“ฉันจะไม่ทำอะไรมันก็ได้ แต่แกห้ามมาเจอมันอีก” คุณประจวบยื่นคำขาด
“แต่รัน” รันนรินทร์มองสภาพของกันภัยแล้วจำต้องรับคำบิดา
“ไม่นะรัน พี่รักรัน โอ๊ย!” แค่พูดออกมาก็โดนกระทืบเสียจมดิน กันภัยยกมือขึ้นไขว่คว้า มองร่างแฟนสาวเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
“ปล่อยสิ บอกให้ปล่อย คุณพ่อ พอเถอะค่ะ” เธอดิ้นรนแต่ไม่หลุดจากเงื้อมือของลูกน้องบิดา
“แกกับลูกสาวของฉันมันคนละชั้นกัน อย่าให้รู้ให้เห็นอีกนะว่าแกแอบมาพบกับลูกสาวของฉัน ไม่อย่างงั้นแกตายแน่!” คุณประจวบมองกันภัยด้วยสายตาดูแคลน
“ผมรักน้องรันจริงๆ นะครับ จะตั้งใจเก็บเงินมาสู่ขอตบแต่งไม่ให้อายใคร”
“กระจอกอย่างแกเหรอะ จะมาสู่ขอลูกสาวฉัน ถุย!” คุณประจวบพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“สินสอดลูกสาวฉันสิบล้านแกมีปัญญาไหมล่ะ ถ้าไม่มีก็ไสหัวไปไกลๆ ซะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คุณรำเพยเบ้ปากอย่างดูถูกดูแคลน
กันภัยฟังแล้วให้หดหู่ใจยิ่งนัก ถ้าเขารวยถึงขนาดนั้นก็คงดี เงินสิบล้านไม่รู้ต้องหาอีกกี่ปี แค่เงินเก็บไม่กี่หมื่นบาทเขาก็ดีใจมากแล้ว มีความหวังว่าจะรวบรวมเงินไปสู่ขอรันนรินทร์ให้ครบแสน แต่ถ้าสิบล้านเขายังไม่รู้จะไปหามาจากไหน
“เงียบทำไมล่ะ น้ำหน้าอย่างแกแสนนึงก็ไม่มีปัญญา!” คุณรำเพยบิดปากอย่างน่าเกลียด
“เงินทองไม่สำคัญหรอกค่ะ คนดีๆ ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ นะคะ พี่กันเป็นคนดีนะคะคุณพ่อคุณแม่ ได้โปรดเห็นใจความรักของเขาด้วยเถิดค่ะ”
“ที่แกเป็นอยู่สุขสบายทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะเงินทองหรือไง มันหมดยุคสมัยกัดก้อนเกลือกินแล้ว ความดีของแกมันกินได้ไหมล่ะยัยรัน เดี๋ยวนี้มันต้องเงินต่อเงิน” คุณรำเพยว่าใส่หน้าบุตรสาว รันนรินทร์ไม่อยากเถียงจึงเงียบเสีย แต่เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
“จำเอาไว้ นี่แค่สั่งสอนอย่ามายุ่งกับลูกสาวของฉันอีก ไอ้กระจอก!” คุณประจวบพยักหน้าให้คนของท่าน ลากบุตรสาวกลับบ้าน ในขณะที่พูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้กันภัยเจ็บช้ำน้ำใจกว่าเดิม
กันภัยค่อยๆ ลุกอย่างทุลักทุเล เขาล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะมาช่วยฉุดเขาขึ้นจากพื้น
...บทส่งท้าย...เสียงหัวเราะของพิมพ์อัปสรทำให้รันนรินทร์อมยิ้ม พ่อลูกตื่นกันตั้งแต่เช้า กันภัยตื่นมาอาบน้ำให้ลูกด้วยตัวเอง จับแต่งตัวก่อนจะลงมาใส่ผ้ากันเปื้อนทำอาหารเช้าให้เธอกับลูกคนชอบทำอาหารมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้กินทุกวัน เขาไม่เคยเบื่อกับการเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว“อร่อยจังเลยค่ะ” อาหารแปลกๆ ที่บิดาทำให้กิน ทำให้เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง“กินเสร็จแล้วไปแปรงฟันแล้วก็อย่าลืมหอมแก้มคุณแม่นะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปส่งที่โรงเรียน” กันภัยทำแบบนี้ทุกวัน เขาไปรับไปส่งลูก กลับมานอนด้วยกัน สอนการบ้าน ทำอาหารให้กินและเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนท้องของรันนรินทร์ค่อยๆ นูนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกอายุครรภ์ที่มากขึ้น กันภัยสรรหาเมนูแปลกๆ มาทำให้เธอรับประทานเสมอ แปลกแต่อร่อยและทรงคุณค่าทางโภชนาการพ่อลูกขี้อ้อนเหมือนกันไม่มีผิด พอพิมพ์อัปสรรู้ว่าจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้เลี้ยง ก็มาออดอ้อนมาลูบท้อง มานั่งเล่านิทาน โดยการอ่านนิทานง่ายๆ ให้น้องฟังกันภัยซื้อหนังสืออ่านเล่นให้ลูกหัดอ่าน จะได้เก่งภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เล่าๆ ไปพอเธอเผลอๆ ก็จะมาลูบท้องนูนๆ ของเธอ คุยกับน้องในท้องจ้อราวกับโต้ตอบกันได้ เธอ
“ได้สิครับ คุณพ่อจะทำเค้กช็อกโกแลตก้อนใหญ่ๆ ให้กินครับ” เขาทำมืออ้าออกว่าใหญ่ๆ เหมือนกัน“ขอบคุณค่ะ คิกๆ” เด็กน้อยโยกร่างน้อยไปมาบนพุงของบิดาอย่างมีความสุข“หนูพิมพ์อยากได้อะไรอีกไหมครับ”“ไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ” เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา“พ่อลูกมาอาบน้ำได้แล้วจ้ะ จะได้เข้านอน” เห็นอยู่ว่าเล่นกันจนเหงื่อโชก สองคนพ่อลูกหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เล่นกันไม่หยุด เธอเห็นแล้วอมยิ้ม รันนรินทร์รู้สึกว่าชีวิตที่ขาดหายหรือเว้าแหว่งไป มันถูกเติมเต็มอีกครั้ง หลังจากกันภัยพาลูกน้อยไปอาบน้ำ สองพ่อลูกก็มาแต่งตัวพร้อมกัน เธอมองแล้วขำทุกที เหมือนเจอลูกลิงสองตัวอยู่ห้องเดียวกัน เช็ดตัวประแป้งช่วยกันสวมเสื้อผ้าแล้วมานอนบนเตียง ทาแป้งเสียหน้าขาววอกไปหมด ดูแล้วบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ กันภัยกับเธอนอนกับพิมพ์อัปสรทุกคืน มันรู้สึกอบอุ่นและถูกเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป จึงไม่อยากแยกห้องนอนกันเลย“หนูพิมพ์รักพ่อไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงกลาง“รักค่ะ แล้วคุณพ่อกันรักหนูพิมพ์ไหมคะ”“รักที่สุดในโลกเลยครับ” แรกๆ พิมพ์อัปสรไม่สนิทกับกันภัยขนาดนี้ แต่เพราะเขาเข้าหาบุตรสาวตลอดทุกวัน จึงกลายเป็นสนิทไปได้โด
“รัน!” เขาร้องเรียกหญิงสาว ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับร่างของกันภัยที่ทรุดฮวบลงไป“พี่กัน!” รันนรินทร์เรียกชายหนุ่มสุดเสียงด้วยความตกใจในขณะที่มะปรางแทบเสียสติ เธอวิ่งมาหาร่างเปื้อนเลือด ก่อนจะถีบรันนรินทร์จนกระเด็น“โอ๊ย!” รันนรินทร์ร้องเสียงดังด้วยความเจ็บ ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง“รัน!” ดนัยเข้ามาประคองร่างของรันนรินทร์เอาไว้ มะปรางกอดร่างไม่ไหวติงของกันภัยก่อนจะร้องไห้โฮ “อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงแกสองคนแน่ๆ ในที่สุด ฉันกับพี่กันก็ได้อยู่ด้วยกัน พวกแกไสหัวไปซะ พวกแกไม่เกี่ยว อย่ามายุ่งกับเราสองคน” เธอเล็งปืนไปยังร่างของดนัยและรันนรินทร์ ในขณะที่กอดร่างไร้สติของกันภัยเอาไว้“ใจเย็นๆ ก่อน” ดนัยพยายามห้ามปราม หัวใจของเขาเต้นแรง ลมหายใจหอบแรงเพราะเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น“พี่กันจ๋า... ปรางจะตามพี่กันไปนะ ไปอยู่ด้วยกัน” มะปรางจ่อปืนที่ใต้คางของตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอต้องการให้เขาอยู่กับเธอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีของเธอ เธอไม่ได้คิดจะทำร้ายเด็ก เพราะไม่อยากติดคุก แต่ไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอรักจะมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเธอแบบนี้“มะปรางอย่า!
บางครั้งกันภัยก็รู้สึกว่าชีวิตเขาเหมือนมีเวรมีกรรม เขามองหญิงสาวที่เติบโตด้วยกันอย่างอ่อนล้ามะปรางวิ่งลงมาหาเขาด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“พี่กันขา ชุดแต่งงานของปรางสวยไหมคะ”“ปราง หนูพิมพ์อยู่ไหน” เขาปลดมือของเธอออก มองเธอด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย“พี่กันน่ะ เรากำลังจะแต่งงานกัน พี่จะถามถึงคนอื่นทำไมกันคะ”“ปราง... พอเถอะ ที่ปรางทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมาจนถึงตอนนี้ ปรางยังไม่สำนึกอีกหรือไง” “พี่กันขา... พี่กันควรจะแต่งตัวเสียใหม่นะคะ วันนี้ปรางให้นายอำเภอมาเป็นสักขีพยานการจดทะเบียนสมรสของเราด้วยนะคะ”“พอสักทีเถอะปราง พี่ถามว่าหนูพิมพ์อยู่ไหน!” เขาสลัดมือเธอออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” มะปรางหัวเราะเมื่อโดนผลักจนเซ“ไม่รู้สิคะ ปรางจำไม่ได้” เธอตอบอย่างยียวนกวนประสาท กันภัยเดินหาบุตรสาวจนทั่ว แต่เขาก็หาไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย“ปรางอย่าเล่นสงครามประสาทกับพี่นะ”“ถ้าปรางไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ ปรางรักพี่กันมาทั้งชีวิต ทำไมพี่กันไม่รักปรางบ้าง ทำไมต้องไปรักแต่นังรันนรินทร์มันด้วย” เธอตะโกนใส่หน้าเขา น้ำเสียงเกลียดชังคนท
“เหรอคะ โล่งใจไปที ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือรันกำลังจะไปรับลูก ฝากดูแลแกด้วยนะคะ ถ้ามีคนแปลกหน้าไม่ว่าจะใครมารับ อย่าให้แกไปกับใครนะคะ”“ได้ค่ะ เราไม่ให้เด็กไปกับคนแปลกหน้าแน่นอนค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”“เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะคะคุณรัน” คุณครูสาวได้ยินเสียงเด็กๆ บอกว่างูตัวใหญ่อยู่ในสนาม จึงรีบวางโทรศัพท์และไปมุงดูในจังหวะนั้นมะปรางก็เข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เธอหมายตาเอาไว้ หลังจากทำให้ทุกคนไปมุงดูงูตัวใหญ่ในสนามได้ ทุกคนแตกตื่นกันใหญ่ เลยไม่มีใครสนใจใครนอกจากสนใจ... งู“สวัสดีจ้ะหนูพิมพ์”“รู้จักหนูด้วยเหรอคะ”“รู้จักสิคะ น้าเป็นเพื่อนของแม่รันกับลุงกันภัยจ้ะ”“เพื่อนเหรอคะ”“ใช่จ้ะ วันนี้แม่หนูเขาให้น้ามารับหนูแทนค่ะ พอดีน้าผ่านมาทางนี้พอดี” มุมนี้ปลอดตาคนเพราะพิมพ์อัปสรเล่นลูกบอล แล้วลูกบอลกลมๆ ก็หลุดมือทำให้ต้องวิ่งออกมาเก็บลูกบอลด้านนอก ไกลจากสนามเด็กเล่นพอสมควร“แต่คุณแม่บอกว่าไม่ให้ไปกับคนแปลกหน้าค่ะ” เด็กน้อยทำท่าคิดก่อนจะถอยหนี “ดีแล้วจ้ะที่แม่รันสอนแบบนี้ งั้นเรารอแม่รันด้วยกันดีกว่า โอเคไหม”“โอเคก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยรับคำ มารดาสอนว่าห้ามเชื่อคนแปลกหน้า“กินขนมไหมจ๊ะ” มะปรางเอ่ยถามอย่างใจเย็
“หมูหวานของคุณลุง อุ๊ย! คุณพ่อบุญธรรมอร่อยจังเลยค่ะ”“เมื่อกี้พูดว่าไงนะ” รันนรินทร์หรี่ตามองบุตรสาวและสีหน้าเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ“คุณพ่อบุญธรรมค่ะ ลุงกันให้เรียกแบบนั้น” คนถูกเรียกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนน่าหมั่นไส้“คุณแม่บอกว่าคอยดูพฤติกรรมก่อนไม่ใช่เหรอคะ” เธอทำเสียงเข้มดุ“คุณแม่ดุแล้วค่ะคุณพ่อบุญธรรมขา” เด็กน้อยหันไปฟ้อง จนรันนรินทร์ต้องค้อนสองพ่อลูก“อย่าดุลูกเลย ลูกอยากเรียกอะไรก็ให้เรียกเถอะ” คนเป็นพ่อให้ท้าย เธอค้อนให้อีกรอบ“พี่กันอย่าตามใจลูกมากสิคะ”“ไม่ได้ตามใจอะไรมากมายนะรัน แค่ให้เรียกว่า... พ่อเอง” ประโยคหลังเขาแอบกระซิบที่ริมหู“คุยอะไรกันคะ หนูพิมพ์ไม่ได้ยินเลย”“เรื่องของผู้ใหญ่จ้ะหนูพิมพ์” รันนรินทร์ปรามบุตรสาว อีกฝ่ายเลยทำหน้างอ “คุณพ่อบุญธรรมกับคุณแม่คุยกันว่าอนุญาตให้หนูพิมพ์เรียกว่าคุณพ่อแล้วครับ เรียกคุณพ่อเฉยๆ ก็พอไม่ต้องใส่บุญธรรมเข้าไปจะได้ไม่ยาว”“แน้...” เธอมองคนหน้ามึนแต่เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างแนบเนียนบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ แต่ลึกๆ เธอกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ความอ่อนหวานที่เกิดขึ้นในหัวใจทำให้เธอเผลอยิ้มเต็มใบหน้า“พี่อยากให้รันยิ้มแบบนี้บ่อยๆ ยิ้ม







