LOGINความรักของชายหนุ่มผู้ยากจน กับหญิงสาวผู้เกิดมาบนกองเงินกองทอง เมื่อ “ฐานะ” ถูกใช้เป็นอาวุธ และ “เงิน” ถูกตั้งเป็นเงื่อนไขของศักดิ์ศรี เขาถูกเหยียบย่ำ ถูกทำลายทุกสิ่ง เพียงเพราะรักผู้หญิงที่สูงเกินเอื้อม เธอถูกบีบบังคับให้เลือก ระหว่างหัวใจ…กับครอบครัว เมื่อกลลวงเริ่มขึ้น เล่ห์สวาทจึงกลายเป็นสนามเดิมพัน ที่มีทั้งรัก แค้น เจ็บ และน้ำตา สุดท้าย…ใครกันแน่จะเป็นผู้แพ้ในเกมนี้
View Moreเสียงตะหลิวผัดข้าวในกระทะเหล็กดังเป็นระยะๆ พร้อมกับกลิ่นอาหารที่ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณร้านทำให้ลูกค้าสาวๆ ในร้านน้ำลายสอไปตามๆ กัน เพราะรสมือพ่อครัวสุดหล่อนั้นอร่อยยิ่งกว่าเชฟในโรงแรมหรูๆ เสียอีก
เพิงเล็กๆ ใช้ผ้ายางกันฝนและฝาสังกะสีตีกั้นเอาไว้พอทำกับข้าวได้ มีโต๊ะตัวเล็กๆ เก้าอี้พลาสติกสีแดงแบบไม่มีพนักพิง เหยือกน้ำพลาสติกถูกจัดวางไว้พร้อมกระดาษทิชชูสีชมพูและไม้จิ้มฟันบนโต๊ะแบบพับเก็บได้และกล่องใส่ช้อน ส้อมและตะเกียบวางใกล้กัน
พ่อครัวหนุ่มนามว่ากันภัย พัทธนพงศ์ อายุ 27 ปี เขาเป็นคนผิวสีแทนใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม
สาวๆ ที่มาอุดหนุนอาหารตามสั่งของร้านเล็กๆ แห่งนี้หรือจะเรียกว่าเพิงข้างทางก็ได้ นอกจากติดใจในรสมือแล้ว ยังติดใจพ่อครัวหนุ่มที่หล่อยิ่งกว่าพระเอกละครทีวีเสียอีก สาวๆ ในซอยเรียกเขาว่า “พี่กันสุดหล่อ” หล่อที่สุดในซอย
อีกฉายาก็คือ “พี่กันหล่อสุดซอย”
กันภัยเป็นคนขยันขันแข็ง สู้งาน แม้ฐานะครอบครัวจะยากจนก็ไม่เคยงอมืองอเท้า เขาทำงานทุกอย่างที่ทำได้ แต่ใจนั้นรักการทำอาหาร เลยหันมาลองเปิดร้านขายอาหารตามสั่งดู ลูกค้าแน่นร้านตั้งแต่เปิดร้านยันปิดร้าน
ความฝันของกันภัยมีอยู่มากมายเต็มหัว เขาอยากจะทำอะไรตั้งหลายอย่าง ไม่อยากเอาความยากจนของครอบครัวที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดมาเป็นปมด้อย หรือเรียกร้องความเห็นใจจากคนอื่น เพราะเขาคิดว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องลงมือทำ ต้องขยัน มีวินัย อดออมและรู้จักลงทุน ไม่ใช่รอแค่โชคชะตา
“ได้แล้วครับ ข้าวผัดกะเพราสิบกล่อง”กันภัยยื่นกล่องข้าวผัดกะเพราให้ลูกค้าสาวที่ชม้ายชายตามองเขาไม่วาง เธอทำงานอยู่แถวนี้ ทุกวันก็จะอาสามาซื้อกับข้าวไปให้พนักงานคนอื่นๆ
“ขายแค่กล่องละยี่สิบห้าบาท ถูกแบบนี้จะได้กำไรสักกี่บาทกันคะ” คนเอ่ยถามยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปรับกล่องข้าวไม่พอ ยังไล้มือขึ้นไปหา ทอดสะพานให้อย่างออกนอกหน้า
กันภัยรับเงินอย่างสุภาพ เขายิ้มรับก่อนตอบเสียงนุ่ม
“ยี่สิบห้าบาทก็ได้กำไรแล้วครับ กะเพรากับพริกผมปลูกเองครับ”
“แหม... หล่อแล้วยังขยันอีกด้วย ไม่อยากหาคนมาช่วยปรนนิบัติพัดวีหลังเลิกงานบ้างเหรอคะ” คนถามยิ้มหวานหยดส่งไปให้
“จนๆ แบบผมคงไม่มีใครเอาหรอกครับ” กันภัยพูดจริงๆ จากใจ
เขารู้ว่ามีผู้หญิงทอดสะพานให้มากมายเพราะหน้าตาของเขา แต่ความจริงใจนั้นเขายังไม่แน่ใจ คนเราต่อให้หล่อให้หน้าตาดีขนาดไหนแต่จะมีใครรักจริงยอมกัดก้อนเกลือกินในยุคสมัยนี้นั้นหายากยิ่ง
เขาเองก็เป็นผู้ชาย หากมีครอบครัวแล้วคงทนให้ครอบครัวลำบากไม่ได้ อยากดูแลลูกเมียให้ดีที่สุด เขาจึงอยากเก็บเงินสักก้อน ขยับขยายกิจการของตัวเองให้มั่นคง แล้วค่อยคิดเรื่องแต่งงาน หัวใจของเขาในเวลานี้กระหวัดไปถึงใครคนหนึ่ง คนที่ทำให้เขามีแรงกายแรงใจที่จะมุ่งมั่นกับการทำงานเพื่อสร้างฐานะให้เป็นปึกแผ่น เขาเชื่อเสมอว่าหากมุ่งมั่นสักวันต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
“แหม... ขยันอย่างพี่กัน ใครได้เป็นแฟน โชคดีมากเลยค่ะ ถ้ามีแฟน แฟนคงรักมากๆ นะคะนี่” คนพูดยิ้มหวานส่งมาให้อีก ก่อนจะตัดใจเดินกลับไปยังที่ทำงานของตัวเอง เป็นร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ประจำจังหวัดที่มีพนักงานจำนวนมากและใครๆ ก็มักพาคอมพิวเตอร์มาซ่อมที่นี่ โรงเรียนและหน่วยงานของรัฐก็มาใช้บริการเป็นประจำ
“กะเพราไก่จานนึงค่ะ” เสียงหวานที่ดังอยู่ด้านหลังทำให้กันภัยหันไปมอง เขาจำเสียงของเธอได้ รันนรินทร์ วรกานต์ หญิงสาววัย 23 ปี
เธอเป็นผู้หญิงที่ยิ้มหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา อีกฝ่ายเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ การเงินและการธนาคารจากกรุงเทพฯ บิดามารดาของเธอเป็นเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในจังหวัด มีบ้านเช่าหลายหลัง พร้อมด้วยที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อีกมากมาย และยังปล่อยเงินกู้อีกด้วย
“ไข่ดาวไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม คนตอบยิ้มแก้มปริก่อนพยักหน้า
“ค่ะ เอาแบบข้างนอกกรอบ ไข่แดงเยิ้มนะคะ”
“ครับ”
“พี่กันทำอาหารอร่อยกว่าเชฟที่โรงแรมดังๆ ในกรุงเทพฯ อีกนะคะ” เธอเอ่ยชมจากใจ
“ยอกันเกินไปแล้ว พี่พอทำได้ ขายไปวันๆ น่ะครับ”
“ที่ไหนกันล่ะ นี่ถ้าไปทำขายที่กรุงเทพฯ รับรองว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเชียวค่ะ” รันนรินทร์มองร่างสูงแข็งแรงของพ่อครัวหนุ่มแล้วอมยิ้ม กันภัยเป็นคนตัวสูง เขาสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ใบหน้าของเขาหล่อเหลา คางผ่า หน้าเรียวคมเข้ม ร่างสูงเพรียว แข็งแรง มีกล้ามให้เห็นเป็นมัดๆ ไร้ไขมันส่วนเกิน เขามีผมดกหนา ดำสนิท คิ้วเข้ม ริมฝีปากกว้างรับกับจมูกโด่งเป็นสัน
เธอไล่มองไปตามเรือนร่างแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเผยอ ริมฝีปากยั่วยวน สายตามองสัดส่วนบนใบหน้าอย่างอ้อยอิ่ง ปลายครางมีรอยเคราเขียวครึ้มที่เพิ่งผ่านการโกนมา
“เสร็จแล้วครับ กะเพราไก่ไข่ดาว”
“ไข่ดาวของพี่กันเป็นรูปหัวใจ” คนถามหน้าแดง
“ก็ใจดวงนี้ยกให้น้องรันคนเดียว” ไม่เกรงใจว่าจะมีลูกค้าเข้ามาอีก เขาจะร้องเพลงจีบเธอเสียเลย
“สาวๆ ติดตรึม รันเห็นนะ”
“แค่ลูกค้าเองครับ พี่รักเดียวใจเดียว” กันภัยมีความสุขเสมอที่ได้พูดคุยกับคนตรงหน้า เขากับเธอตัดสินใจคบกันเป็นแฟนหลายเดือนแล้ว แต่อาภัพหน่อย ตรงที่ต้องเป็นแฟนกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ บิดามารดาของเธอนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ แต่เขาไม่เคยย่อท้อ จะเพียรสร้างเนื้อสร้างตัวให้ เขารักเธอจริงๆ จะไม่ยอมให้เธอน้อยหน้าหรืออับอายใครเด็ดขาดหากต้องแต่งงานกับคนอย่างเขา
รันนรินทร์เป็นผู้หญิงผิวขาวจัด ขาวเนียนผุดผ่องอมชมพูไม่ได้ขาวซีดอย่างสาวเมืองกรุงฯ บางคน ใบหน้าของเธอเรียวรูปไข่ มีลักยิ้ม เธอยิ้มหวานเหลือเกินในความรู้สึกของเขา ดวงตาสวยใสเป็นประกาย ผมนุ่มสลวยสีดำขลับเป็นลอน เงางามสุขภาพดี
“ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยค่ะ” เธอว่ายิ้มๆ แต่เขารู้ว่าเธอแหย่เล่นไม่ได้จริงจังอะไร
“วันนี้จะชวนไปดูอะไร”
“อะไรคะ?”
“ข้าวผัดพริกไข่ดาวสองจานค่ะ” เสียงลูกค้าที่สั่งอาหารก่อนจะทรุดนั่งลงที่โต๊ะ ทำให้กันภัยต้องละสายตาจากแฟนสาวไปเร่งทำอาหารให้ลูกค้าทั้งสองโดยเร็ว
“ขายดีจริงๆ เลยนะคะพี่กัน ไม่คิดจะหาคนช่วยบ้างเหรอคะ” ลูกค้าสาวเอ่ยถาม กันภัยเพียงแค่ยิ้มรับ รันนรินทร์หน้างอเล็กน้อย กันภัยหันมามองเพื่อบอกเธอทางสายตาว่าเขาไม่สนใจใครนอกจากเธอคนเดียวเท่านั้น
กันภัยไม่มีโอกาสได้คุยกับแฟนสาวเลยเมื่อลูกค้าทยอยเข้ามาในร้านเยอะขึ้น รันนรินทร์นั่งมองแฟนหนุ่มแล้วอมยิ้ม กันภัยปาดเหงื่อเบาๆ เมื่อรับเงินจากลูกค้าหลายคนเก็บเข้าในลิ้นชัก วันนี้เขาขายดีและคิดว่าจะปิดร้านเร็วกว่าปกติ
“พี่กันจะชวนรันไปไหนคะ” หญิงสาวแอบกระซิบถาม เธอนัดเจอกับเขาก็ต้องแอบไปกันคนละครั้ง ไปพร้อมกันไม่ได้ เพราะกลัวโดนบิดามารดาจับได้
“จะชวนไปบ้านหน่อยครับ” เขายกมือขึ้นลูบท้ายทอยไปมาอย่างเก้อเขิน
“แน่ะ! ชวนสาวไปบ้าน แล้วหน้าแดงทำไมคะ”
“กลัวสาวไม่ไป” คนตอบพาซื่อ ทำเธอยิ้มขำ
“จะไปดีไหมนะ” รันนรินทร์แกล้งพูดเหมือนตัดสินใจ
“พี่สัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินรัน แค่จะพาไปดูอะไรเท่านั้นเอง”
“ไปก็ได้ค่ะ รันรู้หรอกค่ะว่าพี่กันไม่ทำอะไรรันหรอก” รันนรินทร์ยิ้มให้เขา รู้ดีว่ากันภัยไม่ทำอะไรตนแน่นอน แถมไปกับเขาไม่มีอันตรายอะไร นอกจากความปลอดภัยเพราะชายหนุ่มเป็นสุภาพบุรุษเอามากๆ
ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนเกือบครึ่งปีแล้ว เขาไม่เคยกล้าแตะเธอเลย เธอเป็นคนเริ่มกุมมือเขาก่อนในครั้งแรก
“ไปกันเถอะครับ” เขาบอกหลังจากที่เก็บร้านเรียบร้อยแล้ว
เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ กันภัยเป็นคนซื่อๆ ขยัน เธอชอบที่เขาไม่เจ้าชู้ ไม่หลงตัวเอง ไม่ขี้เกียจ สะอาดสะอ้าน แม้เขาไม่ได้มีฐานะร่ำรวยแต่ตัดเล็บมือเล็บเท้าสะอาดเรียบร้อย เสื้อผ้าซักรีดหอมกรุ่น ผมเผ้าไม่ยุ่งเหยิง ตัดแต่งเข้าทรง หล่อเหลาเรียบร้อย สระผมเสียหอมกรุ่นในทุกๆ วัน เขาไม่มีกลิ่นตัว แต่กลับมีกลิ่นผู้ชายที่น่าหลงใหล
...บทส่งท้าย...เสียงหัวเราะของพิมพ์อัปสรทำให้รันนรินทร์อมยิ้ม พ่อลูกตื่นกันตั้งแต่เช้า กันภัยตื่นมาอาบน้ำให้ลูกด้วยตัวเอง จับแต่งตัวก่อนจะลงมาใส่ผ้ากันเปื้อนทำอาหารเช้าให้เธอกับลูกคนชอบทำอาหารมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้กินทุกวัน เขาไม่เคยเบื่อกับการเข้าครัวเลยสักครั้งเดียว“อร่อยจังเลยค่ะ” อาหารแปลกๆ ที่บิดาทำให้กิน ทำให้เด็กน้อยตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง“กินเสร็จแล้วไปแปรงฟันแล้วก็อย่าลืมหอมแก้มคุณแม่นะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปส่งที่โรงเรียน” กันภัยทำแบบนี้ทุกวัน เขาไปรับไปส่งลูก กลับมานอนด้วยกัน สอนการบ้าน ทำอาหารให้กินและเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนท้องของรันนรินทร์ค่อยๆ นูนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกอายุครรภ์ที่มากขึ้น กันภัยสรรหาเมนูแปลกๆ มาทำให้เธอรับประทานเสมอ แปลกแต่อร่อยและทรงคุณค่าทางโภชนาการพ่อลูกขี้อ้อนเหมือนกันไม่มีผิด พอพิมพ์อัปสรรู้ว่าจะมีน้องตัวเล็กๆ ให้เลี้ยง ก็มาออดอ้อนมาลูบท้อง มานั่งเล่านิทาน โดยการอ่านนิทานง่ายๆ ให้น้องฟังกันภัยซื้อหนังสืออ่านเล่นให้ลูกหัดอ่าน จะได้เก่งภาษาทั้งไทยและอังกฤษ เล่าๆ ไปพอเธอเผลอๆ ก็จะมาลูบท้องนูนๆ ของเธอ คุยกับน้องในท้องจ้อราวกับโต้ตอบกันได้ เธอ
“ได้สิครับ คุณพ่อจะทำเค้กช็อกโกแลตก้อนใหญ่ๆ ให้กินครับ” เขาทำมืออ้าออกว่าใหญ่ๆ เหมือนกัน“ขอบคุณค่ะ คิกๆ” เด็กน้อยโยกร่างน้อยไปมาบนพุงของบิดาอย่างมีความสุข“หนูพิมพ์อยากได้อะไรอีกไหมครับ”“ไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ” เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา“พ่อลูกมาอาบน้ำได้แล้วจ้ะ จะได้เข้านอน” เห็นอยู่ว่าเล่นกันจนเหงื่อโชก สองคนพ่อลูกหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เล่นกันไม่หยุด เธอเห็นแล้วอมยิ้ม รันนรินทร์รู้สึกว่าชีวิตที่ขาดหายหรือเว้าแหว่งไป มันถูกเติมเต็มอีกครั้ง หลังจากกันภัยพาลูกน้อยไปอาบน้ำ สองพ่อลูกก็มาแต่งตัวพร้อมกัน เธอมองแล้วขำทุกที เหมือนเจอลูกลิงสองตัวอยู่ห้องเดียวกัน เช็ดตัวประแป้งช่วยกันสวมเสื้อผ้าแล้วมานอนบนเตียง ทาแป้งเสียหน้าขาววอกไปหมด ดูแล้วบางทีก็อ่อนอกอ่อนใจ กันภัยกับเธอนอนกับพิมพ์อัปสรทุกคืน มันรู้สึกอบอุ่นและถูกเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป จึงไม่อยากแยกห้องนอนกันเลย“หนูพิมพ์รักพ่อไหมครับ” กันภัยเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงกลาง“รักค่ะ แล้วคุณพ่อกันรักหนูพิมพ์ไหมคะ”“รักที่สุดในโลกเลยครับ” แรกๆ พิมพ์อัปสรไม่สนิทกับกันภัยขนาดนี้ แต่เพราะเขาเข้าหาบุตรสาวตลอดทุกวัน จึงกลายเป็นสนิทไปได้โด
“รัน!” เขาร้องเรียกหญิงสาว ก่อนจะผลักอีกฝ่ายออกไปปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดพร้อมกับร่างของกันภัยที่ทรุดฮวบลงไป“พี่กัน!” รันนรินทร์เรียกชายหนุ่มสุดเสียงด้วยความตกใจในขณะที่มะปรางแทบเสียสติ เธอวิ่งมาหาร่างเปื้อนเลือด ก่อนจะถีบรันนรินทร์จนกระเด็น“โอ๊ย!” รันนรินทร์ร้องเสียงดังด้วยความเจ็บ ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง“รัน!” ดนัยเข้ามาประคองร่างของรันนรินทร์เอาไว้ มะปรางกอดร่างไม่ไหวติงของกันภัยก่อนจะร้องไห้โฮ “อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันยิงแกสองคนแน่ๆ ในที่สุด ฉันกับพี่กันก็ได้อยู่ด้วยกัน พวกแกไสหัวไปซะ พวกแกไม่เกี่ยว อย่ามายุ่งกับเราสองคน” เธอเล็งปืนไปยังร่างของดนัยและรันนรินทร์ ในขณะที่กอดร่างไร้สติของกันภัยเอาไว้“ใจเย็นๆ ก่อน” ดนัยพยายามห้ามปราม หัวใจของเขาเต้นแรง ลมหายใจหอบแรงเพราะเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น“พี่กันจ๋า... ปรางจะตามพี่กันไปนะ ไปอยู่ด้วยกัน” มะปรางจ่อปืนที่ใต้คางของตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอต้องการให้เขาอยู่กับเธอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีของเธอ เธอไม่ได้คิดจะทำร้ายเด็ก เพราะไม่อยากติดคุก แต่ไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอรักจะมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเธอแบบนี้“มะปรางอย่า!
บางครั้งกันภัยก็รู้สึกว่าชีวิตเขาเหมือนมีเวรมีกรรม เขามองหญิงสาวที่เติบโตด้วยกันอย่างอ่อนล้ามะปรางวิ่งลงมาหาเขาด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“พี่กันขา ชุดแต่งงานของปรางสวยไหมคะ”“ปราง หนูพิมพ์อยู่ไหน” เขาปลดมือของเธอออก มองเธอด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย“พี่กันน่ะ เรากำลังจะแต่งงานกัน พี่จะถามถึงคนอื่นทำไมกันคะ”“ปราง... พอเถอะ ที่ปรางทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างมาจนถึงตอนนี้ ปรางยังไม่สำนึกอีกหรือไง” “พี่กันขา... พี่กันควรจะแต่งตัวเสียใหม่นะคะ วันนี้ปรางให้นายอำเภอมาเป็นสักขีพยานการจดทะเบียนสมรสของเราด้วยนะคะ”“พอสักทีเถอะปราง พี่ถามว่าหนูพิมพ์อยู่ไหน!” เขาสลัดมือเธอออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” มะปรางหัวเราะเมื่อโดนผลักจนเซ“ไม่รู้สิคะ ปรางจำไม่ได้” เธอตอบอย่างยียวนกวนประสาท กันภัยเดินหาบุตรสาวจนทั่ว แต่เขาก็หาไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย“ปรางอย่าเล่นสงครามประสาทกับพี่นะ”“ถ้าปรางไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ ปรางรักพี่กันมาทั้งชีวิต ทำไมพี่กันไม่รักปรางบ้าง ทำไมต้องไปรักแต่นังรันนรินทร์มันด้วย” เธอตะโกนใส่หน้าเขา น้ำเสียงเกลียดชังคนท





