Masukจะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เมื่อนักเทนนิสสาวแชมป์โลกตื่นมาพบว่าอยู่ในร่างสตรีหย่าร้างอ้วนฉุ อดีตสามี น้องสาว แม่เลี้ยงต่างพากันรังแก แต่เธอจะไม่ยอมเป็นกระสอบทรายอีกต่อไป เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ได้เปิดให้สตรีอ้วนผู้นี่แล้ว!!
Lihat lebih banyakแสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องลงมากระทบผืนดินสีแดงอิฐของศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาทีมชาติแห่งแผ่นดินใหญ่ ไอความร้อนที่ระเหยขึ้นจากพื้นดินผสมปนเปกับกลิ่นหยาดเหงื่อของเหล่านักกีฬาที่กำลังเคี่ยวกรำร่างกายอย่างหนักหน่วง เสียงฝีเท้าที่ย่ำสลับไปมาอย่างรวดเร็วและเสียงไม้แร็กเก็ตที่หวดปะทะลูกสักหลาดดังประสานกันเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ทว่าภายใต้บรรยากาศที่ดูเหมือนจะเป็นการฝึกซ้อมตามปกติ กลับมีคลื่นใต้น้ำแห่งความริษยาเริ่มก่อตัวเป็นรูปธรรมอย่างเงียบเชียบและน่าสะพรึงกลัว คลื่นมืดดำนี้แผ่ขยายออกไปครอบคลุมทุกตารางนิ้วของสนามฝึกซ้อม ทำให้อากาศที่ควรจะบริสุทธิ์กลับกลายเป็นความอึดอัดที่กดทับลงบนบ่าของทุกคน การแบ่งพรรคแบ่งพวกในแคมป์เก็บตัวเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไปต้นเหตุของคลื่นพายุแห่งความอิจฉาริษยานี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา การที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนผู้ทรงอำนาจและเย่อหยิ่งอย่างโค้ชซุน ยอมลดตัวลงมาก้มหัวประจบประแจงและนำอุปกรณ์ระดับพรีเมียมมามอบให้แก่สตรีหม้ายผู้มีประวัติด่างพร้อยด้วยตนเอง ถือเป็นการตบหน้าบรรดานักกีฬาหญิงที่มาจากตระกูลมีระดับอย่างแรงที่สุด พวกหล
แสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ของมหานครปักกิ่งเริ่มสาดส่องทะลุม่านหมอกสีเทาหม่น ทาบทับลงบนอาคารคอนกรีตและผืนดินสีแดงอิฐของศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาทีมชาติ ลมหนาวพัดโชยมาหอบเอาความเย็นเยียบและกลิ่นดินชื้นให้กระจายไปทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงเงียบสงบในยามที่พระอาทิตย์เพิ่งจะพ้นขอบฟ้า ทว่าสำหรับเหล่านักกีฬาเยาวชนผู้แบกรับความหวังของประเทศชาติ วันใหม่ของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เสียงรองเท้ากีฬาที่เสียดสีกับพื้นสนาม เสียงหอบหายใจจากการวิ่งรอบคอร์ต และเสียงไม้แร็กเก็ตที่หวดกระทบลูกสักหลาดดังประสานกันเป็นจังหวะที่คุ้นเคย บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดของการแข่งขันที่แฝงอยู่อย่างเงียบเชียบ นักกีฬาทุกคนต่างรู้ดีว่าการได้เป็นตัวแทนทีมชาติเพื่อก้าวเข้าสู่มหกรรมกีฬาระดับทวีปนั้น ไม่ได้มาจากเพียงแค่พรสวรรค์ ทว่าต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ความอดทน และการฟาดฟันกันเองเพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงที่มีอยู่อย่างจำกัด สายตาของนักกีฬาแต่ละคนที่มองสบกันในยามฝึกซ้อมนั้นไร้ซึ่งความประนีประนอม มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุ
เมื่อถ้อยคำประกาศิตอันเด็ดขาดและแสนจะเย็นเยียบประดุจคมมีดน้ำแข็งได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหยักลึกจนหมดสิ้น มวลอากาศภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเหอก็คล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เหอผู่จั้งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแท่นไม้ยกพื้นสูง นัยน์ตาคู่คมกริบสีดำขลับที่เคยมืดมิดและเต็มไปด้วยรังสีแห่งจิตสังหาร บัดนี้กลับทอประกายความว่างเปล่าและสงบเงียบอย่างประหลาด มันเป็นความสงบที่เกิดขึ้นหลังจากพายุลูกใหญ่ได้กวาดทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากลอง ชายหนุ่มหลุบตาลงมองตราหยกสลักลายพญามังกร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งที่เขาวางทิ้งไว้บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเป็นครั้งสุดท้าย สัญลักษณ์ที่ใครหลายคนในเมืองหลวงต่างหมายปองและพร้อมจะเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิง ทว่าสำหรับเขาแล้ว มันกลับเป็นเพียงก้อนหินที่ถูกสลักลวดลาย เป็นเพียงโคลนตมที่พอกพูนไปด้วยความคาดหวังอันเห็นแก่ตัวและกรอบประเพณีที่เน่าเฟะ ซึ่งคอยฉุดรั้งจิตวิญญาณของเขาให้จมดิ่งอยู่ในหอคอยงาช้างอันมืดมิดมาแสนนานเมื่อพูดสิ่งที่ต้องการจนหมดสิ้น เหอผู่จั้งก็หมุนตัวหันหลังให้กับความเน่าเฟะของสังคมจอมปลอม แผ่นหลังกว้างที่ถูกห่อหุ้มด้
ความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาครอบคลุมห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเหอในยามวิกาลนี้ ไม่ใช่ความเงียบอันเกิดจากความสงบสุขหรือการพักผ่อนหย่อนใจ ทว่ามันคือความเงียบอันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยรังสีความกดดันประดุจพายุหมุนที่เพิ่งจะกวาดล้างทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศย่อยยับ เสียงของจี้หยกขาวบริสุทธิ์สลักลายพญามังกร ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งแห่งตระกูลขุนเธอเก่าแก่ ที่ร่วงหล่นกระทบพื้นโต๊ะไม้จันทน์หอมเมื่อครู่นี้ ยังคงดังก้องกังวานสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทของสตรีสองวัยที่นั่งอยู่บนแท่นไม้ยกพื้นสูง มันไม่ใช่เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทว่ามันกลับมีอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรงยิ่งกว่าเสียงระเบิดกัมปนาท เพราะมันคือเสียงของการตัดขาดสายเลือด เสียงของการทอดทิ้งอำนาจบารมี และเสียงของการประกาศอิสรภาพอย่างสมบูรณ์แบบของบุรุษผู้มีนามว่าเหอผู่จั้งแผ่นหลังกว้างของสารวัตรใหญ่แห่งกรมตำรวจนครบาลค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ ท่วงท่าการก้าวเดินของเขามั่นคง หนักแน่น และไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวที่เขาจะหันหลังกลับมามองซากปรักหักพังของความเย่อหยิ่งที่เขาเพิ่งจะเหยียบย่ำจนจมดิน
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ซึ่งเปิดกว้าง เริ่มทอดตัวยาวและเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอมแดง อาบไล้ไปทั่วบริเวณห้องพักที่บัดนี้สะอาดสะอ้านและปราศจากกลิ่นอับชื้น หมิงหลินเชี่ยนยืนนิ่งอยู่กลางห้องพักซอมซ่อ แผ่แผ่นหลังตั้งตรงอย่างสง่างาม แม้ร่างกายที่อวบอ้วนและเต็มไปด้วยชั้นไขมันจะเต็มไปด้วยห
เสียงโลหะกระทบกันจากการสับกลอนประตูดังลั่นและหนักแน่น มันเป็นเสมือนประกาศิตสุดท้ายที่ตัดขาดโลกภายนอกอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความน่ารำคาญใจออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกปิดตายและลงล็อกอย่างแน่นหนา ความเงียบสงัดก็หวนกลับมาครอบครองพื้นที่ภายในห้องพักซอมซ่อแห่งนี้อีกครั้ง หมิงหล
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน"เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากซึ่งแห้งผากและแตกระแหงของหมิงหลินเชี่ยนนั้น ไม่ได้ดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ทว่ามันกลับอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาลและเย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งทุกสิ่งรอบกาย ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ ดังกังวานก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทของกู้ฟ่านจง ราวกับมีค้อน
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กระท่อมผุพัง บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นละอองสีเทาหม่นที่เกาะกุมอยู่ตามขอบวงกบและขื่อเพดานร่วงหล่นลงมาสู่พื้นกระดานเบื้องล่างอย่างเงียบงัน เสียงตะโกนเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและอำนาจบา





