เสิร์ฟรักพลิกชะตา ราชินีคอร์ตหญ้า ยุค 80

เสิร์ฟรักพลิกชะตา ราชินีคอร์ตหญ้า ยุค 80

last updateLast Updated : 2026-08-20
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
199Chapters
763views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เมื่อนักเทนนิสสาวแชมป์โลกตื่นมาพบว่าอยู่ในร่างสตรีหย่าร้างอ้วนฉุ อดีตสามี น้องสาว แม่เลี้ยงต่างพากันรังแก แต่เธอจะไม่ยอมเป็นกระสอบทรายอีกต่อไป เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ได้เปิดให้สตรีอ้วนผู้นี่แล้ว!!

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ร่างใหม่

ตอนที่ 1 ร่างใหม่

ความมืดมิดคือสิ่งเดียวที่หลินโอบกอดเอาไว้ได้ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะขาดห้วง ภาพสุดท้ายที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำคือแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามากระแทกสายตาจนพร่ามัว เสียงเบรกที่กรีดร้องแหลมบาดแก้วหู และแรงกระแทกมหาศาลที่ฉีกกระชากทุกอณูในร่างกาย รสชาติของคาวเลือดและความเจ็บปวดที่แสนสาหัสควรจะเป็นฉากสุดท้ายของชีวิตนักเทนนิสระดับโลกอย่างเธอ ทว่าในวินาทีที่เธอคิดว่าดวงวิญญาณได้หลุดลอยไปสู่ดินแดนอันว่างเปล่า ความรู้สึกเจ็บปวดระลอกใหม่กลับปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกเหล็กบดขยี้ แต่มันคือความปวดร้าวที่แผดเผาอยู่รอบลำคอ ราวกับมีห่วงเหล็กร้อนระอุรัดตรึงจนกระดูกคอแทบจะแหลกละเอียด หลินพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง แต่กลับพบว่ามันยากลำบากเหลือเกิน ร่างกายของเธอต่อต้านทุกคำสั่งจากสมอง สิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้คือความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ ลำคอของเธอตีบตัน หลอดลมคล้ายถูกบีบอัดจนแคบลง เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าสู่ปอด แต่ลมที่พัดผ่านเข้าไปกลับกลายเป็นเพียงเสียงคลืดคลาดที่น่าสมเพช

ร่างที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นเริ่มกระตุกเกร็ง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งการให้เธออ้าปากกว้างเพื่อกอบโกยอากาศ แต่ยิ่งพยายามสูดหายใจ ความเจ็บปวดบริเวณลำคอก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเงาตามตัว มันปวดแสบปวดร้อนราวกับผิวหนังถูกถลกออก หลินไอสำลักออกมาอย่างรุนแรง การไอแต่ละครั้งสร้างความเจ็บปวดจนน้ำตาทางสรีระไหลซึมออกจากหางตา หยดลงบนพื้นกระดานเบื้องล่าง เธอยกมือขึ้นกุมลำคอของตนเองโดยสัญชาตญาณ สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วรับรู้คือผิวหนังที่หยาบกร้านและรอยนูนที่บวมเป่ง ปลายเล็บของเธอจิกเกร็งลงบนพื้นขณะที่พยายามฝืนทนต่อความทรมานที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ ในที่สุดสติสัมปชัญญะของเธอก็เริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้นพร้อมกับอากาศเฮือกใหญ่ที่สามารถหลุดรอดเข้าไปหล่อเลี้ยงปอดได้สำเร็จ หลินหอบหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการสูดอากาศที่แสนยากลำบาก เมื่อความเจ็บปวดเริ่มทุเลาลงจนพอทนได้ เธอจึงพยายามฝืนเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง

แสงสลัวสีเทาหม่นคือสิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตา ทัศนียภาพรอบตัวยังคงพร่ามัวและหมุนเคว้ง หลินกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสให้เข้ากับสภาพแสงในห้อง ภาพที่เคยขุ่นมัวเริ่มกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย เธอพบว่าตนเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงพยาบาลที่ปูด้วยผ้าปูสีขาวสะอาดตา หรือเตียงคิงไซส์หนานุ่มในเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางเมืองของเธอ ทว่าเธอกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นไม้กระดานเก่าคร่ำคร่า

สัมผัสจากพื้นกระดานนั้นเย็นเยียบและหยาบกระด้าง เสี้ยนไม้หลายชิ้นตำเข้าที่ฝ่ามือและท่อนแขน ฝุ่นละอองที่สะสมมาเนิ่นนานจับตัวเป็นแผ่นหนาอยู่บนพื้น กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นเชื้อราและกลิ่นไม้ผุพังลอยเตะจมูกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี มันเป็นกลิ่นของความยากไร้และสถานที่ที่ถูกทอดทิ้ง หลินพยายามขยับตัว แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนกลับประท้วงด้วยความปวดเมื่อยและไร้เรี่ยวแรง ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ได้ถูกใช้งานหรือได้รับสารอาหารที่เพียงพอมาเป็นเวลานาน

เธอพยายามยันฝ่ามือลงบนพื้นกระดานที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน เพื่อออกแรงผลักตัวเองให้ลุกขึ้น ฝุ่นสีเทาลอยคลุ้งขึ้นมาเตะจมูกทำให้เธอต้องไอสำลักอีกครั้ง ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอและไร้พละกำลัง แตกต่างจากร่างกายของนักกีฬาระดับโลกที่เคยเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงกระชับและพละกำลังมหาศาลของเธออย่างสิ้นเชิง หลินกัดฟันข่มความเจ็บปวด ค่อยๆ พลิกตัวนอนหงายและกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ

สภาพห้องที่ปรากฏแก่สายตาสร้างความประหลาดใจให้แก่เธออย่างใหญ่หลวง ห้องนี้มีขนาดคับแคบจนน่าอึดอัด ผนังห้องทำจากดินและไม้ที่เริ่มผุกร่อน สีที่เคยทาไว้หลุดร่อนออกเป็นแผ่นๆ เผยให้เห็นเนื้อไม้ที่ถูกปลวกแมลงกัดกินจนเป็นโพรง หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเก่าๆ ที่มีรอยแตกร้าว แสงแดดยามเย็นสาดส่องลอดผ่านช่องว่างของหลังคาและหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท เข้ามาเป็นลำแสงเล็กๆ ตกกระทบลงบนพื้นห้อง เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยล่องลอยอยู่ในอากาศ

เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมีเพียงเตียงไม้เก่าๆ ที่ขาเตียงข้างหนึ่งต้องใช้ก้อนอิฐรองรับเอาไว้เพื่อไม่ให้เอียงล้ม บนเตียงมีเพียงฟูกบางๆ ที่สีซีดจางและมีรอยปะชุนเต็มไปหมด ถัดไปคือตู้เสื้อผ้าไม้ที่ประตูบานหนึ่งหลุดห้อยลงมา และโต๊ะไม้ตัวเล็กที่มีเก้าอี้ขาโยกเยกตั้งอยู่เพียงตัวเดียว ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นล้วนบ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้นและชีวิตที่แสนรันทด มันไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีแม้แต่แสงสว่างจากหลอดไฟ

ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของหลิน เธอจำได้แม่นยำว่าตนเองประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง รถสปอร์ตคันหรูของเธอพลิกคว่ำหลายตลบ ร่างกายของเธอถูกอัดอยู่ในซากเหล็ก โอกาสรอดชีวิตแทบจะเป็นศูนย์ แต่แล้วทำไมเธอถึงมาตื่นขึ้นในสถานที่ที่ซอมซ่อและล้าหลังเช่นนี้ สถานที่แห่งนี้ดูคล้ายกับชนบทในยุคอดีตที่เธอเคยเห็นในภาพถ่ายประวัติศาสตร์มากกว่าจะเป็นยุคปัจจุบันที่เธอเคยมีชีวิตอยู่

หลินพยายามรวบรวมสติและปะติดปะต่อเรื่องราว แต่ในจังหวะที่สายตาของเธอกวาดมองไปถึงบริเวณกึ่งกลางของห้อง หัวใจของเธอก็พลันกระตุกวูบและเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น

ตรงขื่อไม้ขนาดใหญ่ที่พาดผ่านกลางหลังคา มีเชือกป่านเส้นหนาห้อยต่องแต่งลงมา ปลายเชือกด้านล่างถูกผูกขมวดเป็นปมห่วงกลมขนาดใหญ่พอที่จะสอดศีรษะของมนุษย์เข้าไปได้ เชือกเส้นนั้นยังคงแกว่งไกวไปมาอย่างแผ่วเบาตามแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ราวกับเพิ่งถูกใช้งานไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ บริเวณพื้นกระดานใต้ห่วงเชือกมีเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งล้มคว่ำอยู่

ภาพตรงหน้าประกอบกับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ลำคอ ทำให้ปริศนาทุกอย่างกระจ่างชัดในห้วงความคิด หลินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดขาดห้วง เธอไม่ได้ตื่นขึ้นมาจากการรอดชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ แต่เธอตื่นขึ้นมาในร่างของใครบางคนที่เพิ่งก่อเหตุอัตวินิบาตกรรมด้วยการแขวนคอตาย

ด้วยความตระหนกตกใจ หลินรวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้าย ยันแขนทั้งสองข้างลงบนพื้นและผลักตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ความหน้ามืดวิงเวียนโจมตีเข้าอย่างจังจนเธอต้องหลับตาลงแน่น มือขวาของเธอยกขึ้นแตะที่ลำคอของตนเองอีกครั้ง คราวนี้เธอสัมผัสและสำรวจมันอย่างละเอียดรอบคอบ

ปลายนิ้วของเธอสัมผัสได้ถึงรอยร่องลึกที่บาดลึกลงไปในเนื้อ รอยนั้นพาดผ่านรอบลำคอเป็นแนวยาว ผิวหนังบริเวณนั้นบวมเป่งและมีรอยถลอกจนเลือดซิบ ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นสู่สมองทุกครั้งที่ปลายนิ้วกดลงไป มันคือร่องรอยของการถูกเชือกหนารัดคออย่างรุนแรงและทิ้งน้ำหนักตัวลงมา ไม่ผิดแน่ ร่างกายนี้เพิ่งผ่านการแขวนคอตายมาหมาดๆ และเหตุผลเดียวที่เธอยังคงมีชีวิตอยู่และนั่งหายใจรวยรินอยู่ตรงนี้ ก็เพราะเชือกป่านที่เก่าและเปื่อยยุ่ยนั้นไม่อาจรับน้ำหนักตัวได้ จึงขาดสะบั้นลงมา ทำให้ร่างนี้ตกลงมากระแทกพื้นก่อนที่จะขาดใจตายอย่างสมบูรณ์

หลินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แม้จะเจ็บปวด แต่เธอก็ฝืนทน ร่างกายนี้อาจจะอ่อนแอและเต็มไปด้วยไขมัน แต่จิตวิญญาณที่สถิตอยู่ภายในคือนักสู้ระดับโลกที่ไม่เคยยอมจำนนต่ออุปสรรคใดๆ เธอเคยผ่านการฝึกซ้อมที่โหดร้าย ผ่านการแข่งขันที่กดดันแสนสาหัส ผ่านอาการบาดเจ็บที่เกือบจะทำลายอาชีพนักกีฬา เธอเคยก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์เพื่อไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโพเดียมมาแล้ว

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างที่ดูไร้ค่าและย่ำแย่ในยุคสมัยที่ล้าหลังเช่นนี้ อาจจะเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่โชคชะตาหยิบยื่นให้ หลินประสานมือที่สั่นเทาเข้าด้วยกันและกำหมัดแน่น ดวงตาของเธอที่เคยมัวหมองบัดนี้สว่างวาบขึ้นด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น

หลินค่อยๆ ยันตัวขึ้นจากพื้นกระดานอย่างเชื่องช้า ขาทั้งสองข้างสั่นเทาและไร้เรี่ยวแรง แต่เธอก็กัดฟันฝืนยืนหยัดขึ้นจนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะโอนเอนไปมา แต่จิตใจของเธอกลับมั่นคงดั่งหินผา เธอหันหลังให้กับเชือกแขวนคอเส้นนั้น สัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้ของเจ้าของร่างเดิม และก้าวเดินออกไปที่หน้าต่างบานเล็ก ผลักบานหน้าต่างไม้ให้เปิดออกกว้าง เพื่อรับแสงสว่างและสายลมแห่งชีวิตใหม่ที่กำลังพัดเข้ามา

"ช่างเป็นชีวิตที่น่าสมเพชเสียจริง"

หลินพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าจากการบาดเจ็บที่หลอดลม แต่ทว่าความหมายของคำพูดนั้นกลับเฉียบขาดและหนักแน่น เธอเดินลากเท้าที่หนักอึ้งไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเก่าๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง กระจกบานนั้นมัวหมองและมีรอยร้าวพาดผ่านตรงกลาง แต่ก็ยังพอสะท้อนภาพของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้

ภาพที่ปรากฏในกระจกคือหญิงสาวที่มีรูปร่างอ้วนฉุและเทอะทะ ใบหน้ากลมแป้นเต็มไปด้วยไขมันจนบดบังดวงตาที่แท้จริง ผิวพรรณหมองคล้ำและหยาบกร้านจากการทำงานหนักและขาดการบำรุง ผมเผ้าแห้งเสียชี้ฟูไม่เป็นทรง สวมใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีมอๆ ที่คับติ้วจนแทบจะปริแตกออกมารอบตัว และที่เด่นชัดที่สุดคือรอยช้ำสีม่วงคล้ำปนรอยถลอกที่พาดผ่านรอบลำคอหนาๆ นั้น มันดูน่ากลัวและน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน

หลินยกมือขึ้นลูบแก้มที่เต็มไปด้วยเนื้อล้นของตนเองในกระจก เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือสิ้นหวังกับรูปร่างที่ย่ำแย่นี้ ตรงกันข้าม เธอกลับมองเห็นว่ามันคือโปรเจกต์ใหม่ที่ท้าทายความสามารถของเธอ ในชาติก่อน เธอคือนักกีฬาที่เคร่งครัดเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายมากที่สุด เธอรู้ดีว่ากล้ามเนื้อแต่ละมัดถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร เธอรู้ว่าต้องรับประทานอาหารแบบไหนเพื่อดึงไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน การลดน้ำหนักและปั้นหุ่นใหม่สำหรับเธอ ไม่ใช่เรื่องยากเกินความพยายาม มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาและวินัยที่แข็งแกร่งเท่านั้น

"ไขมันพวกนี้ ฉันจะจัดการเผามันออกให้หมด ร่างกายที่เคยอ่อนแอและถูกรังแกนี้ จะต้องกลายเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด"

หลินเอ่ยคำสาบานกับเงาของตนเองในกระจก รอยยิ้มที่มุมปากของเธอเริ่มชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่รอยยิ้มของความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของการประกาศสงคราม สงครามกับร่างกายที่ล้มเหลว สงครามกับโชคชะตาที่เล่นตลก และสงครามกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อก้าวไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มองด้วยความสมเพช แต่มองเพื่อประเมินสถานการณ์และหาทางหนีทีไล่ เธอต้องสำรวจทรัพย์สินที่เหลืออยู่ เพื่อใช้เป็นทุนในการตั้งตัวและประทังชีวิตในช่วงแรก หลินเริ่มรื้อค้นตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักโต๊ะอย่างเป็นระบบ เธอพบเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่กี่ชุด และเศษเงินหยวนที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้รอยแยกของแผ่นกระดานก้นลิ้นชัก จำนวนเงินนั้นน้อยนิดเสียจนแทบจะไม่พอซื้อข้าวสารประทังชีวิตได้ถึงสัปดาห์

เธอต้องรีบวางแผน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการฟื้นฟูร่างกายนี้ให้มีเรี่ยวแรงพอที่จะเดินทางออกไปสืบหาสมบัติของบิดา เธอต้องการอาหารที่ดีกว่าเศษผักต้มและน้ำข้าว เธอต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าห้องเช่าที่มีเชือกแขวนคอห้อยอยู่กลางห้อง เธอต้องจัดการโยกย้ายทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นของตระกูลหมิงมาเป็นของเธออย่างถูกต้อง เพื่อตัดช่องทางทำมาหากินของกู้ฟ่านจงและหมิงฉู่หนิงอย่างเด็ดขาด

หลินเดินกลับไปที่เตียงไม้เก่าๆ ทรุดตัวลงนั่งช้าๆ ความเหนื่อยล้าเริ่มโจมตีร่างกายอย่างหนักหน่วง การรับรู้ความทรงจำทั้งหมดและการพยายามลุกขึ้นเดิน ทำให้พลังงานที่มีอยู่น้อยนิดในร่างกายนี้แทบจะหมดเกลี้ยง เธอสูดลมหายใจลึกๆ พยายามปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้สงบลง

แสงแดดยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเริ่มจางหายไป ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมห้องเช่าซอมซ่อแห่งนี้อีกครั้ง แต่ในความมืดมิดนั้น จิตใจของหลินกลับสว่างไสวด้วยเปลวเพลิงแห่งความหวังและความทะเยอทะยาน เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอีกต่อไป เธอคือหลิน ราชินีคอร์ตหญ้าผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
199 Chapters
ตอนที่ 1 ร่างใหม่
ตอนที่ 1 ร่างใหม่ความมืดมิดคือสิ่งเดียวที่หลินโอบกอดเอาไว้ได้ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะขาดห้วง ภาพสุดท้ายที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำคือแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามากระแทกสายตาจนพร่ามัว เสียงเบรกที่กรีดร้องแหลมบาดแก้วหู และแรงกระแทกมหาศาลที่ฉีกกระชากทุกอณูในร่างกาย รสชาติของคาวเลือดและความเจ็บปวดที่แสนสาหัสควรจะเป็นฉากสุดท้ายของชีวิตนักเทนนิสระดับโลกอย่างเธอ ทว่าในวินาทีที่เธอคิดว่าดวงวิญญาณได้หลุดลอยไปสู่ดินแดนอันว่างเปล่า ความรู้สึกเจ็บปวดระลอกใหม่กลับปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงมันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกเหล็กบดขยี้ แต่มันคือความปวดร้าวที่แผดเผาอยู่รอบลำคอ ราวกับมีห่วงเหล็กร้อนระอุรัดตรึงจนกระดูกคอแทบจะแหลกละเอียด หลินพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง แต่กลับพบว่ามันยากลำบากเหลือเกิน ร่างกายของเธอต่อต้านทุกคำสั่งจากสมอง สิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้คือความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ ลำคอของเธอตีบตัน หลอดลมคล้ายถูกบีบอัดจนแคบลง เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าสู่ปอด แต่ลมที่พัดผ่านเข้าไปกลับกลายเป็นเพียงเสียงคลืดคลาดที่น่าสมเพชร่างที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นเริ่มกระตุกเกร็ง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งการให้เธออ้าปากกว้
Read more
ตอนที่ 2 ความทรงจำที่หลั่งไหล
ความเงียบสงัดภายในห้องเช่าซอมซ่อถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจที่หนักหน่วงและแหบพร่า ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นกระดานไม้เก่าคร่ำคร่าเริ่มขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า ทว่าในวินาทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาแจ่มชัด อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้ามาจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว มันไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดาที่เกิดจากการกระทบกระเทือนทางกายภาพ แต่มันลึกล้ำและแผดเผาอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ ราวกับมีลิ่มเหล็กแหลมคมนับพันเล่มตอกทิ่มแทงลงมาพร้อมกัน หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบตามจังหวะการสูบฉีดของสายเลือด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยไขมันบิดเบี้ยวด้วยความทรมานแสนสาหัส ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วสั่นสะท้านไปถึงกระดูก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ถึงรสชาติคาวฝาดของเลือดที่ซึมออกมา เพื่อข่มกลั้นเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดไม่ให้เล็ดลอดออกไปพร้อมๆ กับความเจ็บปวดที่แทบจะระเบิดสมอง ภาพเหตุการณ์ของคนแปลกหน้าจำนวนมหาศาลก็เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิด มันทะลักทลายเข้ามาคล้ายกับทำนบกั้นน้ำที่พังทลายลง ปล่อยให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากสีขุ่นคลั่กพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ภาพใบหน้าของผู้คนที่ไม่เคยรู้จัก สถานที่
Read more
ตอนที่ 3 สลัดทิ้งความโง่งม
แสงสว่างยามเช้าที่สาดส่องลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า บังเกิดเป็นลำแสงเล็กๆ ที่พาดผ่านละอองฝุ่นซึ่งลอยคว้างอยู่ในอากาศ หลินนั่งนิ่งอยู่บนพื้นกระดานไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่มีการขยับตัว หลังจากที่สติสัมปชัญญะและภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอจนตั้งหลักได้แล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ก้มศีรษะลงมาเพื่อสำรวจร่างกายใหม่ของตนเองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ความเจ็บปวดที่บริเวณลำคอยังคงเต้นตุบตามจังหวะชีพจร แต่นั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอได้มากเท่ากับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสายตาของเธอทอดเลื่อนลงมาจับจ้องที่หน้าท้องของตนเอง มันยื่นนูนออกมาจนดันเนื้อผ้าฝ้ายสีมอๆ ที่เก่าและบางเฉียบจนแทบจะปริแตก รอยตะเข็บเสื้อตึงรั้งจนเห็นเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึงได้ทุกเมื่อ หลินพยายามใช้มือทั้งสองข้างทาบทับลงบนหน้าท้องนั้น สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วรับรู้คือความนุ่มนิ่มและย้วยยานของก้อนเนื้อที่หนาเตอะ ไร้ซึ่งความกระชับหรือเค้าโครงของความแข็งแรงใดๆ หน้าท้องที่เคยแบนราบและเต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้ออันเกิดจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงในอดีตชาติ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วย
Read more
ตอนที่ 4 ตั้งปณิธานเหนือขีดจำกัด
ความเงียบงันภายในห้องเช่าซอมซ่อขนาดเท่าแมวดิ้นตาย ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่หนักหน่วงของสตรีร่างอวบอ้วนที่ยืนอยู่กลางห้องเท่านั้นที่ทำลายความเงียบสงัดนั้นลงได้ หลินยืนหลับตาพริ้ม สองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกจมลงไปในฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเนื้อล้น ภายในห้วงลึกของจิตใจ เธอกำลังทำสงครามประสาทอย่างรุนแรงกับเศษซากอารมณ์ที่หลงเหลืออยู่ของหมิงหลินเชี่ยน ความรู้สึกท้อแท้ หดหู่ น้อยเนื้อต่ำใจ และความเศร้าหมองที่เกิดจากการถูกอดีตสามีทรยศหักหลัง พยายามจะตีรวนและแทรกซึมเข้ามาควบคุมการแสดงออกของร่างกายนี้ มันเหมือนกับกลุ่มควันพิษสีดำมืดที่พยายามจะกัดกินจิตวิญญาณอันสว่างไสวของเธอแต่สำหรับอดีตนักกีฬาเทนนิสระดับโลกที่ผ่านการฝึกฝนจิตใจมาอย่างแสนสาหัส การรับมือกับความกดดันและอารมณ์ด้านลบคือสิ่งที่เธอเชี่ยวชาญที่สุด หลินสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด รับเอากลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงภายในห้องเข้าไป ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเชื่องช้าและยาวนาน การกระทำนั้นเปรียบเสมือนการเปิดหน้าต่างบานใหญ่ในจิตใจ ปล่อยให้พายุหมุนแห่งความมุ่งมั่นพัดพากลุ่มควันแห่งความอ่อนแอให้กระจายหายไปจนหมดสิ้น เธอ
Read more
ตอนที่ 5 เสียงเคาะประตู
ความเงียบสงบภายในห้องเช่าซอมซ่อยามบ่ายคล้อยเปรียบเสมือนเกราะกำบังชั้นดีที่โอบอุ้มจิตวิญญาณดวงใหม่เอาไว้ หลินกำลังหลับตาพริ้ม ปล่อยให้จินตนาการและปณิธานอันแรงกล้าชักนำความรู้สึกของเธอให้ล่องลอยกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่บนคอร์ตเทนนิสที่เธอเคยครอบครอง เธอกำลังทบทวนเป้าหมายในชีวิต วางแผนการฟื้นฟูร่างกายที่อ้วนท้วนและเต็มไปด้วยไขมันนี้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน การกำหนดตารางชีวิตใหม่ การเลือกรับประทานอาหารเท่าที่เศษเงินในกระเป๋าจะเอื้ออำนวย และการบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนให้กลับมาทรงพลังอีกครั้ง ทุกอย่างกำลังถูกจัดระเบียบอยู่ในสมองของอดีตราชินีคอร์ตหญ้าอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล ทว่าท่ามกลางความสงบนิ่งที่เธอกำลังสร้างขึ้นเพื่อเป็นรากฐานของการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้นเอง เสียงกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังสนั่นกึกก้องขึ้นเสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างหยาบคายและต่อเนื่อง บานประตูไม้ที่เก่าและผุพังอยู่แล้วสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นผงสีเทาที่เกาะอยู่ตามขอบประตูและขื่อหลังคาร่วงกราวลงมาสู่พื้นกระดานราวกับหิมะสีหม่น การกระทำอันป่าเถื่อนนั้นไร้ซึ่งมารยาทและปราศจากความเคารพต่อสถานที่พักพิงของผู้อื่
Read more
ตอนที่ 6 การเผชิญหน้า
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กระท่อมผุพัง บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นละอองสีเทาหม่นที่เกาะกุมอยู่ตามขอบวงกบและขื่อเพดานร่วงหล่นลงมาสู่พื้นกระดานเบื้องล่างอย่างเงียบงัน เสียงตะโกนเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและอำนาจบาตรใหญ่ของกู้ฟ่านจงดังก้องลอดผ่านช่องโหว่ของแผ่นไม้เข้ามาปะทะโสตประสาท มันเป็นเสียงที่เคยทำให้เจ้าของร่างเดิมต้องหวาดผวา ร้องไห้ฟูมฟาย และรีบลุกลี้ลุกลนคลานไปเปิดประตูเพื่อรองรับอารมณ์ของชายผู้เป็นสามี ทว่าในยามนี้ บุคคลที่ยืนอยู่ใจกลางห้องเช่าซอมซ่อแห่งนี้ ไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอและโง่เขลาคนนั้นอีกต่อไปหมิงหลินเชี่ยน หรือแท้จริงแล้วคืออดีตราชินีคอร์ตหญ้าระดับโลก ยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความสั่นสะเทือนของบานประตู สองเท้าของเธอหยั่งรากลึกลงบนพื้นกระดานราวกับต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีวันโอนเอนตามแรงลม ร่างกายที่อวบอ้วนและเต็มไปด้วยไขมันส่วนเกินไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสง่างามที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณเลยแม้แต่น้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รับเอากลิ่นอับชื้นของห้องเช่าผสานกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเ
Read more
ตอนที่ 7 บานประตูที่ปิดตาย
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน"เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากซึ่งแห้งผากและแตกระแหงของหมิงหลินเชี่ยนนั้น ไม่ได้ดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ทว่ามันกลับอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาลและเย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งทุกสิ่งรอบกาย ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ ดังกังวานก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทของกู้ฟ่านจง ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นฟาดกระหน่ำลงกลางแสกหน้าของเขาอย่างจัง ทันทีที่สิ้นสุดคำรามขับไล่อันเด็ดขาดนั้น บรรยากาศบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องเช่าซอมซ่อก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันที่หนักอึ้งและตึงเครียดจนแทบจะขาดใจหมิงหลินเชี่ยนไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีเวลาประมวลผล ไม่รอให้กู้ฟ่านจงได้ขยับริมฝีปากเพื่อโต้เถียง สบถด่า หรือพ่นวาจาอันโสมมใดๆ ออกมาแก้เกี้ยวแม้แต่ครึ่งคำ สำหรับอดีตราชินีคอร์ตหญ้าผู้ยิ่งใหญ่ การต่อปากต่อคำกับเศษสวะที่ไร้ค่าถือเป็นการกระทำที่สูญเปล่าและลดทอนเกียรติยศของตนเองอย่างถึงที่สุด เธอไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว ไม่ต้องการรับรู้ความรู้สึก และไม่ต้องการมอบพื้นที่ในชีวิตของเธอให้แก่ผู้ชายโง่เขลาคนนี้อีกต่อไปแล้วแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาคมกริบที่ทอประกายเย็นชาดุจน้ำแข็งของเธอจ้องลึกเข้าไป
Read more
ตอนที่ 8 กวาดล้างคราบอดีต
เสียงโลหะกระทบกันจากการสับกลอนประตูดังลั่นและหนักแน่น มันเป็นเสมือนประกาศิตสุดท้ายที่ตัดขาดโลกภายนอกอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความน่ารำคาญใจออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกปิดตายและลงล็อกอย่างแน่นหนา ความเงียบสงัดก็หวนกลับมาครอบครองพื้นที่ภายในห้องพักซอมซ่อแห่งนี้อีกครั้ง หมิงหลินเชี่ยนยืนหันหลังพิงบานประตูอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่ได้มีท่าทีหอบเหนื่อยหรือหวาดหวั่นจากการเผชิญหน้ากับอดีตสามีผู้หยิ่งยโสอย่างกู้ฟ่านจงเลยแม้แต่น้อย ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและเชื่องช้า ทรวงอกที่เคยกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธเกรี้ยวของเจ้าของร่างเดิม บัดนี้สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในทะเลสาบที่ไร้ระลอกคลื่นอดีตราชินีคอร์ตหญ้าค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ทอดสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณห้องพักคับแคบที่ตนเองต้องใช้ชีวิตอยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบที่เต็มไปด้วยการประเมินและวิเคราะห์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือความสับสนวุ่นวายที่สะท้อนถึงสภาพจิตใจอันแหลกสลายของสตรีหม้ายในห้วงเวลาก่อนหน้านี้ ข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไร้ระเบียบ เสื้อผ้าเก่าซอมซ่อที่ถูกรื้อค้นออกมาจาก
Read more
ตอนที่ 9 จุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ซึ่งเปิดกว้าง เริ่มทอดตัวยาวและเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอมแดง อาบไล้ไปทั่วบริเวณห้องพักที่บัดนี้สะอาดสะอ้านและปราศจากกลิ่นอับชื้น หมิงหลินเชี่ยนยืนนิ่งอยู่กลางห้องพักซอมซ่อ แผ่แผ่นหลังตั้งตรงอย่างสง่างาม แม้ร่างกายที่อวบอ้วนและเต็มไปด้วยชั้นไขมันจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจนเสื้อผ้าฝ้ายตัวเก่าเปียกชุ่ม แต่ทว่าความรู้สึกภายในจิตใจกลับปลอดโปร่งและเบาสบายราวกับได้ยกภูเขาอันหนักอึ้งออกจากอก การได้ลงมือปัดกวาดเช็ดถูและกำจัดเศษขยะที่เชื่อมโยงกับอดีตอันน่าสมเพชออกไปจนหมดสิ้น เปรียบเสมือนการชำระล้างจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากปล่อยให้สายลมเย็นสบายพัดพัดพาความเหนื่อยล้าทางกายให้ทุเลาลงชั่วครู่ อดีตราชินีคอร์ตหญ้าก็ไม่ปล่อยให้เวลาอันมีค่าสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เธอรับรู้ดีว่าการมีสถานที่พักพิงที่สะอาดสะอ้านเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการเอาชีวิตรอดเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดในลำดับถัดไปคือการประเมินสถานการณ์ความเป็นจริง เธอต้องรู้ว่าในเวลานี้ตนเองมีต้นทุนชีวิตเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด หมิงหลินเชี่ยนหมุน
Read more
ตอนที่ 10 ก้าวแรกของการทำลายขีดจำกัด
เมื่อความมืดมิดของรัตติกาลเริ่มเจือจางลง แสงสีเงินยวงก็ค่อยๆ ทาบทาบลงบนขอบฟ้าทิศตะวันออก เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมาเยือนของรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ อากาศยามเช้าตรู่ในยุคแปดสิบยังคงแฝงไว้ด้วยความหนาวเย็นที่เสียดแทงผิวหนัง ทว่าความหนาวเย็นนั้นกลับไม่อาจแทรกซึมเข้าไปถึงจิตวิญญาณที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นภายในห้องเช่าซอมซ่อได้เลย หมิงหลินเชี่ยนลืมตาขึ้นในความมืดสลัว นาฬิกาชีวภาพที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดตลอดชีวิตในฐานะนักกีฬาระดับโลก ปลุกให้เธอตื่นจากการหลับใหลในเวลาตีสี่ครึ่งอย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเสียงนาฬิกาปลุกใดๆหญิงสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็งๆ ชั่วครู่เพื่อปรับการรับรู้ของร่างกาย ความปวดเมื่อยล้าจากการลงมือทำความสะอาดห้องพักอย่างหนักหน่วงเมื่อวานนี้ ยังคงตกค้างอยู่ตามเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลังที่ประท้วงด้วยความตึงเครียด ทว่าสำหรับอดีตราชินีคอร์ตหญ้า ความเจ็บปวดทางกายเล็กน้อยเหล่านี้เปรียบเสมือนเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย มันคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายนี้ยังมีชีวิตและพร้อมที่จะถูกเคี่ยวกรำ เธอไม่ได้ส่งเสียงครางออดแอด หรือแสดงความเกีย
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status