เสิร์ฟรักพลิกชะตา ราชินีคอร์ตหญ้า ยุค 80

เสิร์ฟรักพลิกชะตา ราชินีคอร์ตหญ้า ยุค 80

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-22
Oleh:  ยอดกวีสี่ฤดูBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
203Bab
773Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง เมื่อนักเทนนิสสาวแชมป์โลกตื่นมาพบว่าอยู่ในร่างสตรีหย่าร้างอ้วนฉุ อดีตสามี น้องสาว แม่เลี้ยงต่างพากันรังแก แต่เธอจะไม่ยอมเป็นกระสอบทรายอีกต่อไป เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ได้เปิดให้สตรีอ้วนผู้นี่แล้ว!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 ร่างใหม่

Ketika Levi keluar, aku sedang menyeka air dari tanganku. Langkahnya terhenti sejenak.

"Kapan kamu sampai di sini?"

Aku menatapnya. "Baru saja."

Lyra mengikutinya sambil tersenyum alami. "Kak Eve, tadi kami cuma bercanda. Kamu nggak mendengarnya, 'kan?"

Lyra sengaja berdiri di sebelah kananku, tepat di sisi pendengaranku kurang bagus.

Levi mengerutkan kening dan meliriknya. "Jangan usil."

Lyra menjulurkan lidahnya. "Iya, iya, aku nggak usil lagi. Tapi, pendengaran Kak Eve kan memang kurang baik. Mulai sekarang, aku pasti akan berdiri di sebelah kirinya."

Ucapan Lyra terkesan seperti bentuk perhatian. Namun, para pengiring pengantin wanita dan pria di sekitarku tertawa.

Aku menatap Levi. Setiap kali ada yang bercanda tentang pendengaranku dulu, dia pasti akan langsung marah. Dia pernah berkata bahwa memiliki pendengaran yang kurang baik bukanlah salahku. Yang seharusnya merasa malu adalah orang yang bersikap tidak sopan.

Sekarang, dia hanya mengambil kertas berisi sumpah pernikahanku dari tangan Lyra, lalu memberikannya kepadaku. "Jangan terlalu dipikirkan. Dia ngomongnya memang ceplas-ceplos."

Aku mengambil kertas itu. Kata-kata di atasnya sudah dicoret hingga terlihat berantakan.

Awalnya, aku menulis "Terima kasih telah menjadi telinga kananku selama belasan tahun". Akan tetapi, Lyra mengubahnya menjadi "Terima kasih telah sabar menghadapi orang merepotkan sepertiku selama belasan tahun".

Aku menekan ujung jariku ke baris itu. Kertas itu sedikit basah karena tertetes air hujan.

Levi melihatnya dan hendak mengambilnya. "Aku akan minta orang untuk cetak ulang salinannya."

Aku mundur selangkah. "Nggak perlu."

Tangannya membeku di udara.

"Evelyn."

Dia memanggilku dengan nama lengkapku. Aku tahu dia tidak senang.

Lyra berdeham pelan dan berkata, "Levi, jangan begitu galak ke Kak Eve. Dia pasti berpikir aku sudah curi perhatian darinya."

Levi memijat pelipisnya.

"Memangnya yang kukatakan salah?" Lyra menatapku sambil tersenyum. "Gimanapun, ini gladi resik pernikahan kalian, tapi perhatian semua orang malah tertuju padaku. Wajar saja Kak Eve nggak senang."

Seseorang mencoba meredakan situasi dengan berkata, "Sudah, sudah. Ini cuma konflik kecil sebelum pernikahan. Evelyn, jangan marah. Levi sudah baik banget ke kamu."

Levi sepertinya sudah disadarkan oleh kata-kata itu. Dia berjalan mendekat dan menggenggam tanganku. "Ayo jalan, kuantar kamu pulang. Di luar hujan deras."

Telapak tangannya masih terasa hangat. Namun, aku tiba-tiba teringat apa yang dia katakan sebelumnya, "Undangannya sudah dikirim. Apa lagi yang bisa kulakukan?"

Ternyata, dia menikahiku bukan karena itu adalah keinginannya, melainkan karena membatalkannya akan merepotkan.

Aku menarik tanganku dengan pelan dan menjawab, "Nggak usah. Aku bisa pulang sendiri."

Levi menatap telapak tangannya yang kosong. Ekspresinya berubah muram. "Ada apa lagi denganmu?"

Lagi. Begitu mendengar kata itu, telingaku berdengung sesaat.

Lyra melangkah maju. Suaranya melembut. "Kak Eve, aku benar-benar nggak bermaksud begitu. Kalau nggak, aku minta maaf deh."

Saat berbicara, Lyra hendak membungkuk, tetapi Levi menahannya.

Lyra bersandar di lengannya, lalu mengedipkan mata padaku. "Lihat, dia masih peduli padaku."

Suasana di pintu masuk hening sesaat.

Levi segera melepaskan Lyra dan terlihat agak canggung. "Evelyn, dia cuma asal ngomong."

Aku pun mengangguk.

Levi menatapku, seolah-olah menungguku melanjutkan amukanku. Namun, aku tidak mengatakan apa-apa. Aku hanya melipat kertas berisi sumpah pernikahan itu dan memasukkannya ke dalam tas. "Aku pamit dulu."

Levi mengulurkan tangan untuk menghentikanku. "Pernikahan kita akan berlangsung seminggu lagi. Kamu malah mau merajuk sekarang?"

Aku melirik jam tangan di pergelangan tangan Levi. Itu adalah hadiah ulang tahun yang kuberikan padanya tahun lalu. Ada sebaris kalimat terukir di bagian dalam talinya.

[ Janji selamanya. ]

Saat menerimanya, Levi tertawa dan berkata kalimat itu terlalu sentimental. Namun, dia memakai jam tangan itu setiap hari. Sekarang, tangan yang menghalangi jalanku terasa seperti belenggu.

Aku berkata dengan pelan, "Levi, aku sedikit lelah."

Keningnya berkerut makin dalam. "Kalau lelah, tidurlah lagi. Jangan merajuk di saat-saat seperti ini."

Lyra menjulurkan kepala dari belakang Levi dan berujar, "Kak Eve, ada banyak hal yang harus diurus selama beberapa hari ke depan. Kalau kamu merasa nggak enak badan, aku bisa gantikan kamu naik ke panggung untuk gladi resik. Lagian, aku cukup lancar saat bacakan sumpahmu tadi."

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
203 Bab
ตอนที่ 1 ร่างใหม่
ตอนที่ 1 ร่างใหม่ความมืดมิดคือสิ่งเดียวที่หลินโอบกอดเอาไว้ได้ในห้วงเวลาที่สติสัมปชัญญะขาดห้วง ภาพสุดท้ายที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำคือแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามากระแทกสายตาจนพร่ามัว เสียงเบรกที่กรีดร้องแหลมบาดแก้วหู และแรงกระแทกมหาศาลที่ฉีกกระชากทุกอณูในร่างกาย รสชาติของคาวเลือดและความเจ็บปวดที่แสนสาหัสควรจะเป็นฉากสุดท้ายของชีวิตนักเทนนิสระดับโลกอย่างเธอ ทว่าในวินาทีที่เธอคิดว่าดวงวิญญาณได้หลุดลอยไปสู่ดินแดนอันว่างเปล่า ความรู้สึกเจ็บปวดระลอกใหม่กลับปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงมันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกเหล็กบดขยี้ แต่มันคือความปวดร้าวที่แผดเผาอยู่รอบลำคอ ราวกับมีห่วงเหล็กร้อนระอุรัดตรึงจนกระดูกคอแทบจะแหลกละเอียด หลินพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้ง แต่กลับพบว่ามันยากลำบากเหลือเกิน ร่างกายของเธอต่อต้านทุกคำสั่งจากสมอง สิ่งแรกที่เธอรับรู้ได้คือความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ ลำคอของเธอตีบตัน หลอดลมคล้ายถูกบีบอัดจนแคบลง เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าสู่ปอด แต่ลมที่พัดผ่านเข้าไปกลับกลายเป็นเพียงเสียงคลืดคลาดที่น่าสมเพชร่างที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นเริ่มกระตุกเกร็ง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งการให้เธออ้าปากกว้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 ความทรงจำที่หลั่งไหล
ความเงียบสงัดภายในห้องเช่าซอมซ่อถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจที่หนักหน่วงและแหบพร่า ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นกระดานไม้เก่าคร่ำคร่าเริ่มขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า ทว่าในวินาทีที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาแจ่มชัด อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้ามาจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว มันไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดาที่เกิดจากการกระทบกระเทือนทางกายภาพ แต่มันลึกล้ำและแผดเผาอยู่ภายในกะโหลกศีรษะ ราวกับมีลิ่มเหล็กแหลมคมนับพันเล่มตอกทิ่มแทงลงมาพร้อมกัน หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบตามจังหวะการสูบฉีดของสายเลือด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยไขมันบิดเบี้ยวด้วยความทรมานแสนสาหัส ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วสั่นสะท้านไปถึงกระดูก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ถึงรสชาติคาวฝาดของเลือดที่ซึมออกมา เพื่อข่มกลั้นเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดไม่ให้เล็ดลอดออกไปพร้อมๆ กับความเจ็บปวดที่แทบจะระเบิดสมอง ภาพเหตุการณ์ของคนแปลกหน้าจำนวนมหาศาลก็เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิด มันทะลักทลายเข้ามาคล้ายกับทำนบกั้นน้ำที่พังทลายลง ปล่อยให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากสีขุ่นคลั่กพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ภาพใบหน้าของผู้คนที่ไม่เคยรู้จัก สถานที่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 สลัดทิ้งความโง่งม
แสงสว่างยามเช้าที่สาดส่องลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า บังเกิดเป็นลำแสงเล็กๆ ที่พาดผ่านละอองฝุ่นซึ่งลอยคว้างอยู่ในอากาศ หลินนั่งนิ่งอยู่บนพื้นกระดานไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่มีการขยับตัว หลังจากที่สติสัมปชัญญะและภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอจนตั้งหลักได้แล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ก้มศีรษะลงมาเพื่อสำรวจร่างกายใหม่ของตนเองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ความเจ็บปวดที่บริเวณลำคอยังคงเต้นตุบตามจังหวะชีพจร แต่นั่นกลับไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอได้มากเท่ากับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสายตาของเธอทอดเลื่อนลงมาจับจ้องที่หน้าท้องของตนเอง มันยื่นนูนออกมาจนดันเนื้อผ้าฝ้ายสีมอๆ ที่เก่าและบางเฉียบจนแทบจะปริแตก รอยตะเข็บเสื้อตึงรั้งจนเห็นเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึงได้ทุกเมื่อ หลินพยายามใช้มือทั้งสองข้างทาบทับลงบนหน้าท้องนั้น สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วรับรู้คือความนุ่มนิ่มและย้วยยานของก้อนเนื้อที่หนาเตอะ ไร้ซึ่งความกระชับหรือเค้าโครงของความแข็งแรงใดๆ หน้าท้องที่เคยแบนราบและเต็มไปด้วยลอนกล้ามเนื้ออันเกิดจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงในอดีตชาติ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วย
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ตั้งปณิธานเหนือขีดจำกัด
ความเงียบงันภายในห้องเช่าซอมซ่อขนาดเท่าแมวดิ้นตาย ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่หนักหน่วงของสตรีร่างอวบอ้วนที่ยืนอยู่กลางห้องเท่านั้นที่ทำลายความเงียบสงัดนั้นลงได้ หลินยืนหลับตาพริ้ม สองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกจมลงไปในฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเนื้อล้น ภายในห้วงลึกของจิตใจ เธอกำลังทำสงครามประสาทอย่างรุนแรงกับเศษซากอารมณ์ที่หลงเหลืออยู่ของหมิงหลินเชี่ยน ความรู้สึกท้อแท้ หดหู่ น้อยเนื้อต่ำใจ และความเศร้าหมองที่เกิดจากการถูกอดีตสามีทรยศหักหลัง พยายามจะตีรวนและแทรกซึมเข้ามาควบคุมการแสดงออกของร่างกายนี้ มันเหมือนกับกลุ่มควันพิษสีดำมืดที่พยายามจะกัดกินจิตวิญญาณอันสว่างไสวของเธอแต่สำหรับอดีตนักกีฬาเทนนิสระดับโลกที่ผ่านการฝึกฝนจิตใจมาอย่างแสนสาหัส การรับมือกับความกดดันและอารมณ์ด้านลบคือสิ่งที่เธอเชี่ยวชาญที่สุด หลินสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด รับเอากลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงภายในห้องเข้าไป ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเชื่องช้าและยาวนาน การกระทำนั้นเปรียบเสมือนการเปิดหน้าต่างบานใหญ่ในจิตใจ ปล่อยให้พายุหมุนแห่งความมุ่งมั่นพัดพากลุ่มควันแห่งความอ่อนแอให้กระจายหายไปจนหมดสิ้น เธอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 เสียงเคาะประตู
ความเงียบสงบภายในห้องเช่าซอมซ่อยามบ่ายคล้อยเปรียบเสมือนเกราะกำบังชั้นดีที่โอบอุ้มจิตวิญญาณดวงใหม่เอาไว้ หลินกำลังหลับตาพริ้ม ปล่อยให้จินตนาการและปณิธานอันแรงกล้าชักนำความรู้สึกของเธอให้ล่องลอยกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่บนคอร์ตเทนนิสที่เธอเคยครอบครอง เธอกำลังทบทวนเป้าหมายในชีวิต วางแผนการฟื้นฟูร่างกายที่อ้วนท้วนและเต็มไปด้วยไขมันนี้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน การกำหนดตารางชีวิตใหม่ การเลือกรับประทานอาหารเท่าที่เศษเงินในกระเป๋าจะเอื้ออำนวย และการบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนให้กลับมาทรงพลังอีกครั้ง ทุกอย่างกำลังถูกจัดระเบียบอยู่ในสมองของอดีตราชินีคอร์ตหญ้าอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล ทว่าท่ามกลางความสงบนิ่งที่เธอกำลังสร้างขึ้นเพื่อเป็นรากฐานของการเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้นเอง เสียงกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังสนั่นกึกก้องขึ้นเสียงทุบประตูดังขึ้นอย่างหยาบคายและต่อเนื่อง บานประตูไม้ที่เก่าและผุพังอยู่แล้วสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นผงสีเทาที่เกาะอยู่ตามขอบประตูและขื่อหลังคาร่วงกราวลงมาสู่พื้นกระดานราวกับหิมะสีหม่น การกระทำอันป่าเถื่อนนั้นไร้ซึ่งมารยาทและปราศจากความเคารพต่อสถานที่พักพิงของผู้อื่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 การเผชิญหน้า
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กระท่อมผุพัง บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นละอองสีเทาหม่นที่เกาะกุมอยู่ตามขอบวงกบและขื่อเพดานร่วงหล่นลงมาสู่พื้นกระดานเบื้องล่างอย่างเงียบงัน เสียงตะโกนเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและอำนาจบาตรใหญ่ของกู้ฟ่านจงดังก้องลอดผ่านช่องโหว่ของแผ่นไม้เข้ามาปะทะโสตประสาท มันเป็นเสียงที่เคยทำให้เจ้าของร่างเดิมต้องหวาดผวา ร้องไห้ฟูมฟาย และรีบลุกลี้ลุกลนคลานไปเปิดประตูเพื่อรองรับอารมณ์ของชายผู้เป็นสามี ทว่าในยามนี้ บุคคลที่ยืนอยู่ใจกลางห้องเช่าซอมซ่อแห่งนี้ ไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอและโง่เขลาคนนั้นอีกต่อไปหมิงหลินเชี่ยน หรือแท้จริงแล้วคืออดีตราชินีคอร์ตหญ้าระดับโลก ยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความสั่นสะเทือนของบานประตู สองเท้าของเธอหยั่งรากลึกลงบนพื้นกระดานราวกับต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีวันโอนเอนตามแรงลม ร่างกายที่อวบอ้วนและเต็มไปด้วยไขมันส่วนเกินไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสง่างามที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณเลยแม้แต่น้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รับเอากลิ่นอับชื้นของห้องเช่าผสานกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 บานประตูที่ปิดตาย
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน"เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากซึ่งแห้งผากและแตกระแหงของหมิงหลินเชี่ยนนั้น ไม่ได้ดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ทว่ามันกลับอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาลและเย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งทุกสิ่งรอบกาย ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ ดังกังวานก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทของกู้ฟ่านจง ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นฟาดกระหน่ำลงกลางแสกหน้าของเขาอย่างจัง ทันทีที่สิ้นสุดคำรามขับไล่อันเด็ดขาดนั้น บรรยากาศบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องเช่าซอมซ่อก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันที่หนักอึ้งและตึงเครียดจนแทบจะขาดใจหมิงหลินเชี่ยนไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีเวลาประมวลผล ไม่รอให้กู้ฟ่านจงได้ขยับริมฝีปากเพื่อโต้เถียง สบถด่า หรือพ่นวาจาอันโสมมใดๆ ออกมาแก้เกี้ยวแม้แต่ครึ่งคำ สำหรับอดีตราชินีคอร์ตหญ้าผู้ยิ่งใหญ่ การต่อปากต่อคำกับเศษสวะที่ไร้ค่าถือเป็นการกระทำที่สูญเปล่าและลดทอนเกียรติยศของตนเองอย่างถึงที่สุด เธอไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว ไม่ต้องการรับรู้ความรู้สึก และไม่ต้องการมอบพื้นที่ในชีวิตของเธอให้แก่ผู้ชายโง่เขลาคนนี้อีกต่อไปแล้วแม้แต่วินาทีเดียว ดวงตาคมกริบที่ทอประกายเย็นชาดุจน้ำแข็งของเธอจ้องลึกเข้าไป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 กวาดล้างคราบอดีต
เสียงโลหะกระทบกันจากการสับกลอนประตูดังลั่นและหนักแน่น มันเป็นเสมือนประกาศิตสุดท้ายที่ตัดขาดโลกภายนอกอันแสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความน่ารำคาญใจออกไปอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกปิดตายและลงล็อกอย่างแน่นหนา ความเงียบสงัดก็หวนกลับมาครอบครองพื้นที่ภายในห้องพักซอมซ่อแห่งนี้อีกครั้ง หมิงหลินเชี่ยนยืนหันหลังพิงบานประตูอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่ได้มีท่าทีหอบเหนื่อยหรือหวาดหวั่นจากการเผชิญหน้ากับอดีตสามีผู้หยิ่งยโสอย่างกู้ฟ่านจงเลยแม้แต่น้อย ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอและเชื่องช้า ทรวงอกที่เคยกระเพื่อมไหวด้วยความโกรธเกรี้ยวของเจ้าของร่างเดิม บัดนี้สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในทะเลสาบที่ไร้ระลอกคลื่นอดีตราชินีคอร์ตหญ้าค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ทอดสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณห้องพักคับแคบที่ตนเองต้องใช้ชีวิตอยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความราบเรียบที่เต็มไปด้วยการประเมินและวิเคราะห์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือความสับสนวุ่นวายที่สะท้อนถึงสภาพจิตใจอันแหลกสลายของสตรีหม้ายในห้วงเวลาก่อนหน้านี้ ข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไร้ระเบียบ เสื้อผ้าเก่าซอมซ่อที่ถูกรื้อค้นออกมาจาก
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 จุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง
แสงแดดยามบ่ายคล้อยที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ซึ่งเปิดกว้าง เริ่มทอดตัวยาวและเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอมแดง อาบไล้ไปทั่วบริเวณห้องพักที่บัดนี้สะอาดสะอ้านและปราศจากกลิ่นอับชื้น หมิงหลินเชี่ยนยืนนิ่งอยู่กลางห้องพักซอมซ่อ แผ่แผ่นหลังตั้งตรงอย่างสง่างาม แม้ร่างกายที่อวบอ้วนและเต็มไปด้วยชั้นไขมันจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาจนเสื้อผ้าฝ้ายตัวเก่าเปียกชุ่ม แต่ทว่าความรู้สึกภายในจิตใจกลับปลอดโปร่งและเบาสบายราวกับได้ยกภูเขาอันหนักอึ้งออกจากอก การได้ลงมือปัดกวาดเช็ดถูและกำจัดเศษขยะที่เชื่อมโยงกับอดีตอันน่าสมเพชออกไปจนหมดสิ้น เปรียบเสมือนการชำระล้างจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากปล่อยให้สายลมเย็นสบายพัดพัดพาความเหนื่อยล้าทางกายให้ทุเลาลงชั่วครู่ อดีตราชินีคอร์ตหญ้าก็ไม่ปล่อยให้เวลาอันมีค่าสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เธอรับรู้ดีว่าการมีสถานที่พักพิงที่สะอาดสะอ้านเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการเอาชีวิตรอดเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดในลำดับถัดไปคือการประเมินสถานการณ์ความเป็นจริง เธอต้องรู้ว่าในเวลานี้ตนเองมีต้นทุนชีวิตเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด หมิงหลินเชี่ยนหมุน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 ก้าวแรกของการทำลายขีดจำกัด
เมื่อความมืดมิดของรัตติกาลเริ่มเจือจางลง แสงสีเงินยวงก็ค่อยๆ ทาบทาบลงบนขอบฟ้าทิศตะวันออก เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมาเยือนของรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ อากาศยามเช้าตรู่ในยุคแปดสิบยังคงแฝงไว้ด้วยความหนาวเย็นที่เสียดแทงผิวหนัง ทว่าความหนาวเย็นนั้นกลับไม่อาจแทรกซึมเข้าไปถึงจิตวิญญาณที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นภายในห้องเช่าซอมซ่อได้เลย หมิงหลินเชี่ยนลืมตาขึ้นในความมืดสลัว นาฬิกาชีวภาพที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดตลอดชีวิตในฐานะนักกีฬาระดับโลก ปลุกให้เธอตื่นจากการหลับใหลในเวลาตีสี่ครึ่งอย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเสียงนาฬิกาปลุกใดๆหญิงสาวนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็งๆ ชั่วครู่เพื่อปรับการรับรู้ของร่างกาย ความปวดเมื่อยล้าจากการลงมือทำความสะอาดห้องพักอย่างหนักหน่วงเมื่อวานนี้ ยังคงตกค้างอยู่ตามเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลังที่ประท้วงด้วยความตึงเครียด ทว่าสำหรับอดีตราชินีคอร์ตหญ้า ความเจ็บปวดทางกายเล็กน้อยเหล่านี้เปรียบเสมือนเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย มันคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายนี้ยังมีชีวิตและพร้อมที่จะถูกเคี่ยวกรำ เธอไม่ได้ส่งเสียงครางออดแอด หรือแสดงความเกีย
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status