LOGINบ้านเซฟ
"หวัดดีครับแม่" เซฟเดินเข้ามาภายในบ้านแล้วไหว้แม่และหย่อนสะโพกนั่งลงข้างแม่ "ทำไมไม่พาหนูลลิลมาด้วยล่ะ เห็นตัวติดอย่างกับอะไร" แม่พูดพลางทำสีหน้าเอือมระอา "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับแม่ ก็ปกติของคนเป็นแฟนกัน" "แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่หยอกเล่นเฉยๆ" "ธุระที่แม่จะคุยกับผมคืออะไรเหรอครับ" "ลูกมั่นใจแล้วใช่มั๊ยว่าลูกจะแต่งงานกับหนูลลิล" "มั่นใจครับ" "แล้วลูกจะแต่งงานเมื่อไหร่ ที่แม่ถามเพราะเห็นว่าลูกคบกับหนูลลิลมาหลายปีแล้ว แม่ก็อยากให้ลูกได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที" "ผมคิดว่าจะหมั้นเอาไว้ก่อนสักปีแล้วค่อยแต่งครับ" "จะเอาแบบนั้นก็ได้แม่ แล้วแต่ลูกแล้วกัน แล้วลูกจะหมั้นเมื่อไหร่" "อีกสักสองเดือนครับ" "ได้ ถ้างั้นพ่อกับแม่จะได้ไปคุยทางฝั่งหนูลลิลเขาให้" "ครับแม่ แล้วนี่พ่อไปไหนเหรอครับ" "ออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเขาน่ะ เพิ่งออกไปก่อนลูกมาเมื่อไม่นานนี้เอง วันนี้ลูกจะทานข้าวเย็นกับแม่ที่นี่มั๊ย" "ทานที่นี่ก็ได้ครับ" จากนั้น เขาก็ทานข้าวกับแม่ นั่งคุยกันร่วมสองชั่วโมงเขาก็ขอตัวกลับคอนโด คอนโดเซฟ "วันนี้แม่พี่เซฟเรียกไปคุยเรื่องอะไรเหรอคะ" "คุยเรื่องของเรา" "คุยเรื่องอะไรคะ" "เรื่องหมั้นของเรา" "จริงเหรอคะพี่เซฟ" ลลิลยิ้มร่าเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาบอก "จริงสิ พ่อกับแม่พี่จะเข้าไปคุยเรื่องงานหมั้นของเรา งานหมั้นของเราจะจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า" "ลลิลดีใจจังเลยค่ะพี่เซฟ ในที่สุดวันที่ลลิลรอคอยก็มาถึงสักที" "พี่ก็รอวันนี้มานานแล้วเหมือนกัน" ว่าจบ ลลิลก็เอนศีรษะมาซบไหล่ของเขา "เราจะมีลูกกี่คนดีคะพี่เซฟ" "เรื่องนี้พี่ให้ลลิลเป็นคนตัดสินใจนะ พี่ยังไงก็ได้ แล้วแต่ลลิลเลย" เขาตามใจเธอทุกอย่าง เพราะเขารักเธอ "ขอบคุณค่ะพี่เซฟ ที่ตามใจลลิล" "ไม่เป็นไรหรอก สำหรับคนที่พี่รัก พี่ยอมทำให้ได้ทุกอย่าง" "ขอบคุณนะคะที่รักลลิลเสมอมา สัญญานะคะว่าพี่เซฟจะรักลลิลตลอดไป" "พี่สัญญา" ว่าแล้ว ทั้งสองก็สวมกอดกันอย่างรักใคร่ หลายวันต่อมา ด้านพ่อแม่ลลิล "แม่ของเซฟโทรมาบอกว่าอาทิตย์หน้าจะเข้ามาตกลงเรื่องงานหมั้นค่ะคุณ" "ผมบอกตามตรงนะ ผมกลัวว่าต่อไปถ้าเซฟกับลลิลต้องแต่งงานกันจริงๆ แล้วใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ด้วยกัน ผมกลัวว่าเซฟจะรับนิสัยเอาแต่ใจของลูกเราไม่ได้" "แต่ที่เขาคบกันมาเจ็ดปี แล้วไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันที่ต่างประเทศตั้งสี่ปี เขาก็อยู่กันได้นี่คะ แสดงว่าเซฟเขาก็รับนิสัยเอาแต่ใจของลูกเราได้สิคะคุณ" "มันไม่เหมือนกันหรอกคุณ นั่นมันใช้ชีวิตแบบแฟน ยังไม่ได้ใช้ชีวิตครอบครัวแบบเต็มรูปแบบ แต่ถ้าต้องมาใช้ชีวิตครอบครัวแบบเต็มรูปแบบ ผมก็กลัวว่าจะไปกันไม่ได้น่ะสิ เพราะลูกของเราชอบให้ตามใจ ไม่ชอบให้ใครขัดใจด้วยสิ" "งั้นก็แล้วแต่อนาคตแล้วล่ะค่ะ ถ้าเขาเกิดมาเป็นเนื้อคู่กัน เขาก็อยู่ด้วยกันได้แหละค่ะ" "อืม งั้นก็แล้วแต่บุญวาสนาของเขาทั้งสองคนที่ร่วมสร้างกันมาก็แล้วกันนะ" "ค่ะ" บ้านเซฟ 1 เดือนต่อมา งานเลี้ยงได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่น เพราะคนที่ถูกเชิญมาร่วมงานล้วนเป็นญาติสนิทกันทั้งนั้น และรวมไปถึงเพื่อนสนิทของเซฟที่เคยเรียนมาด้วยกันตอนอยู่ที่ไทย "ไงมึง ได้ข่าวว่าเดือนหน้าจะหมั้นแล้วเหรอวะ" หนึ่งในเพื่อนของเซฟเอ่ยถาม" "อืม วันนี้กูถือโอกาสชวนพวกมึงมางานหมั้นของกูกับลลิลด้วยเลยล่ะกัน" "ถึงมึงไม่บอก พวกกูก็มาอยู่แล้ว เพื่อนรักหมั้นทั้งที" "แล้วไหนแฟนมึงล่ะ ไม่ได้พามาด้วยเหรอ" เพื่อนอีกคนเอ่ยถามเซฟ "มาสิ แต่เมื่อกี้เขาขอไปเข้าห้องน้ำ" "ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะอาหารนั้นใครเหรอ" หนึ่งในเพื่อนของเซฟเอ่ยถาม "คนไหนเหรอ" เซฟถาม "คนที่ใส่ชุดเดรสสีครีมไง" "อ๋อ เขาเป็นเลขาของพี่เซน มึงถามทำไม" "มึงรู้มั๊ย ว่าเขามีแฟนหรือยัง" "กูจะไปรู้เหรอ ถ้ามึงอยากรู้ มึงก็ไปถามเขาเองสิ" เซฟตอบอย่างไม่ใส่ใจ "เออๆ ว่างๆกูค่อยเข้าไปถามน้องเขาเองก็ได้" ด้านนารา "หนูนาราจ๊ะ" "คะ คุณป้า" "คืนนี้หนูนอนบ้านป้านะ เพราะมันดึกแล้ว" "นาราว่านารากลับไปนอนที่บ้านดีกว่าค่ะ" "หนูนอนบ้านป้าแหละดีแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันหยุดหนูไม่ต้องไปทำงาน แล้วอีกอย่างดึกป่านนี้แล้วไม่มีรถให้กลับหรอก ถ้าหนูจะกลับแท็กซี่ป้าไม่ยอมเด็ดขาดมันอันตราย ถ้าจะให้คนขับรถไปส่ง ป่านนี้เขาคงหลับกันหมดแล้วล่ะ" "แต่ว่า....นารา" เธอมีสีหน้าลำบากใจเพราะความเกรงใจ "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นนะจ๊ะ นอนที่นี่แหละ แล้วค่อยกลับพรุ่งนี้ ห้องนอนของเซฟก็ว่างอยู่ เขาไม่นอนที่บ้านหรอกเพราะเขาไม่นอนที่บ้านมาสี่ปีแล้ว ตั้งแต่เขากลับมาจากต่างประเทศ เขาก็ไม่เคยกลับมานอนบ้าน เขาไปซื้อคอนโดอยู่กับแฟนเขาโน่น หนูนารานอนที่นี่นะ แล้วพรุ่งนี้ป้าจะให้คนรถขับรถไปส่งที่บ้าน" แม่ของเซฟชอบนารามาก เพราะนาราเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ขยันทำงานมีความรับผิดชอบ และไม่เรื่องมาก ซึ่งเธอรู้มาจากเซนมักเอามาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ เธอเลยชอบนาราไปโดยปริยาย "ก็ได้ค่ะคุณป้า" "ก่อนเข้านอน หนูเอาเสื้อผ้าในตู้ของเซฟเปลี่ยนได้เลยนะ" "ได้ค่ะคุณป้า" "ห้องของเซป พอขึ้นบันไดไปก็อยู่ซ้ายมือเลยนะห้องแรก" "ค่ะคุณป้า" "งั้นป้าไปนอนก่อนนะ" ว่าแล้ว แม่เซฟก็เดินเข้าไปข้างใน ด้านเซฟกับลลิล "พี่เซฟคะ ลลิลต้องรีบกลับก่อนนะคะ" "ทำไมถึงได้รีบกลับล่ะ กลับพร้อมกันสิ" "ที่บอกว่าจะรีบกลับ ไม่ใช่กลับคอนโดค่ะ แต่จะไปโรงพยาบาล" "ทำไมเหรอ" "พ่อโทรมาบอกว่าแม่ลื่นตกบันไดค่ะ" "งั้นก็ไปสิ เดี๋ยวพี่จะไปส่ง" "ไม่เป็นไรค่ะ รถที่บ้านกำลังมารับลลิลค่ะ นี่ก็ใกล้จะมาถึงแล้ว พี่เซฟอยู่คุยกับเพื่อนเถอะค่ะ" "เอางั้นก็ได้ ถ้ามีอะไรโทรมาบอกพี่ด้วยนะ" "ได้ค่ะ ลลิลขอตัวกลับก่อนนะคะพี่ๆทุกคน" ลลิลบอกลาเซฟและเพื่อนของเซฟแล้วรีบเดินออกไป "แฟนมึงยังมีนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจอยู่อีกมั๊ย" หนึ่งในเพื่อนของเซฟเอ่ยถามขึ้นเมื่อลลิลเดินออกไป "ก็..เหมือนเดิม แต่กูรับได้กูไม่ถือหรอก เพราะถ้าจะอยู่ด้วยกันก็ต้องยอมรับข้อเสียของเขาได้ถึงจะอยู่ร่วมกันได้" "มึงเป็นคนใจเย็นมากเลยนะที่อดทนลลิลได้ แต่ถ้าเป็นกู กูเลิกไปตั้งนานแล้วล่ะ" "กูไม่เลิกหรอก เพราะกูรักเขา กูรักมาตั้งเจ็ดปีแล้วนะ จะให้กูเลิกได้ไง" "กูไม่ได้จะบอกให้มึงเลิก แต่กูบอกว่าถ้าเป็นกูกูเลิกไปตั้งนานแล้ว" "กูยอมตามใจลลิลเพราะกูรักเขา ถึงแม้ว่าลลิลจะมีนิสัยเอาแต่ใจก็ตาม" "คงมีแต่มึงเท่านั้นแหละที่ยอม เพราะความรักมันบังตามึงไง" "อืม คงจะเป็นอย่างที่มึงว่านั่นแหละ" "นี่ก็ดึกแล้ว พวกกูขอตัวกลับก่อนนะ" "อืม ตามสบายแล้วเจอกันตอนงานหมั้นกูนะพวกมึง" ว่าจบ เพื่อนๆของเซฟก็พากันกลับบ้าน แขกในงานก็กลับกันหมดแล้ว และจากนั้นเขาก็เข้าไปในบ้านเพราะคืนนี้เขาจะนอนที่นี่ เขาไม่อยากกลับไปนอนคอนโดคนเดียว เขารู้ว่าคืนนี้ลลิลไม่กลับไปนอนคอนโดแน่นอน เพราะต้องอยู่เฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล2 อาทิตย์ต่อมา วันนี้เป็นวันครบกำหนดที่เขาจะต้องพานารากลับบ้านอย่างที่เขาได้ให้สัญญาไว้กับเธอ "ก่อนกลับบ้าน เดี๋ยวเราแวะที่สำนักงานเขตก่อนนะนารา" "แวะไปทำไมคะ" "เราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน" "จดทะเบียนสมรส?" "ใช่ เราเป็นผัวเมียกันทางพฤตินัยแล้ว เราก็ต้องเป็นผัวเมียกันทางกฏหมายด้วยสิ" "พี่เซฟจะรีบจดทำไมคะ" "พี่อยากให้ใครๆได้รู้ว่านารามีเจ้าของแล้ว แล้วพี่ก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน" "พี่เซฟมั่นใจแล้วเหรอคะ ว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับนารา" "ไม่มีอะไรที่พี่จะแน่ใจไปกว่านี้ได้อีกแล้ว" ตอนที่ลลิลบอกอยากแต่งงานแล้วเขาบอกว่าหมั้นเอาไว้ก่อน เพราะเขายังไม่มั่นใจ เขาจึงบอกว่าให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังลังเลในตัวของลลิล เขาเลยอยากยื้อเวลาเอาไว้ เพื่อวันข้างหน้าถ้าเขาคิดว่าไปกันไม่ได้ เขาก็จะขอถอนหมั้นเอง และเขาคิดถูกแล้วที่บอกว่าหมั้นเอาไว้ก่อน ที่เขาเคยบอกว่ารักลลิล แต่ความรู้สึกของเขาแตกต่างกับบอกรักนารา ในความรู้สึกเขา เขาสามารถบอกรักนาราได้เต็มปากและเต็มใจ โดยที่ไม่ต้องฝืนใจ เพราะเขารักนารามากกว่าใคร รักที่มีล้นเปี่ยมออกมาจากหัวใจเขาจริงๆ "งั้น...ก็ได้ค่ะ" "จดก่อนแล้วค่อยแต่งงานนะนารา" "แต่
ด้านเซฟกับนารา 20.50 น. "ยังไม่อาบน้ำเหรอ" เซฟเปิดประตูห้องนอนเข้ามา แล้วเอ่ยถามเธอที่นั่งมองจอโทรศัพท์อยู่บนโซฟา "ยังค่ะ" "แล้วจะอาบตอนไหน" "นาราจะอาบตอนก่อนจะเข้านอนค่ะ" "ยังไม่ง่วงเหรอ" "ไม่ง่วงค่ะ เพราะนารามักจะนอนดึก" เธอจะยื้อเวลาให้เขาหลับก่อนแล้วเธอค่อยนอน "งั้นพี่ไปอาบก่อนนะ" ว่าจบ เขาก็หยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเขาอาบเสร็จแล้วเขาก็เดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวพันเอวสอบที่เผยให้เห็นหน้าท้องที่มีมัดกล้ามสวยงาม แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ "เข้าไปอาบสิ พี่อาบเสร็จแล้ว" "นารายังไม่ง่วงคะ ค่อยอาบแล้วนอนเลยค่ะ" "คิดจะเบี้ยวพี่เหรอ" เขาพูดแล้วพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "ไม่ได้เบี้ยวค่ะ แต่นาราขอนั่งดูโทรศัพท์ก่อนนะคะ" เธอยังมองหน้าจอโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้สนใจเขา "ถ้ามัวลีลา พี่จะทำตรงนี้เลยแล้วกันนะ" ว่าจบ เขาก็ทำท่าปลดปมผ้าเช็ดตัวออก แต่ทว่า "ก็ได้ๆ นาราจะไปอาบตอนนี้เลยค่ะ" ว่าแล้ว เธอก็รีบไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว นาราเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวพันร่างอรชรอ้อนแอ้นเอาไว้เผยให้เห็นเนื้อเนินอกที่ล้นออกมาพ้นขอบผ้าเช็ดตัว เซฟเมื่อเห็นดังนั้นจึงเด
วันต่อมา ตอนเที่ยง นาราลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วกระพริบตาเพื่อรับแสงของวันใหม่ เธอหันไปมองคนด้านข้างที่กอดเธอเมื่อคืน แต่ก็ไม่เห็นเขานอนอยู่แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วออกมาหยิบเสื้อเชิ๊ตตัวใหม่ของเขามาสวม แกร็ก เซฟเปิดประตูเข้ามาแล้วเอ่ยถาม "ตื่นแล้วเหรอ" "ยังไม่ตื่นมั้งคะ" เธอตอบแบบลอยหน้าลอยตา "เมื่อคืนโดนไปสองน้ำ พูดกวนจังเลยนะ" เซฟพูดพลางอมยิ้มแล้วเดินมาหาเธอ "คุณเซฟ! คุณพูดอะไรของคุณน่ะ" "พี่พูดยังไงเหรอ ที่บอกว่าสองน้ำก็เหงื่อไง เหงื่อมันก็น้ำเหมือนกัน" "นารารู้ค่ะว่าคุณไม่ได้หมายถึงเหงื่อ" "ถ้าไม่ได้หมายถึงเหงื่อ แล้วหมายถึงอะไรเหรอ บอกพี่หน่อยสิ" "ไม่รู้ค่ะ" "หิวหรือยัง พี่ทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ไปทานกันเถอะ" "จะให้นาราใส่แต่เสื้อของคุณแบบนี้เหรอคะ" "พี่โทรสั่งให้เลขาของพี่ซื้อมาให้แล้วหลายชุด ทั้งชุดอยู่บ้าน แล้วก็ชุดออกไปข้างนอก รวมถึงชุดชั้นในด้วย แต่พี่ยังไม่ได้เอาขึ้นมายังวางอยู่ชั้นล่าง เดี๋ยววันนี้พี่จะซักแห้งให้ก่อนนะ แล้วค่อยเอามาใส่" เมื่อคืนหลังจากทานข้าวเสร็จ เขาก็ส่งไลน์ไปหามินให้จัดการซื้อให้ วันนี้เธอก็เอามาส่งให้ถึงที่บ้าน ก่อนที่เขาจ
เซฟเดินมาที่เตียงนอนพร้อมกับหย่อนตัวนั่ง แล้วเอนกายนอนลงบนที่นอนและเอ่ยเรียก "นารา" เสียงทุ้มนุ่มเรียกเธอเบาๆ "..." "นารา" "..." "นารา" เขาเพิ่มลิมิตความดังของเสียง "..." แต่เธอยังคงนิ่งไม่ไหวติง หมับ! เซฟคว้าร่างบางแล้วดึงเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขา แต่เธอยังคงแกล้งนอนนิ่งไม่กล้าขยับ เพราะเขาเคยขู่ว่าถ้าดิ้นเขาจะทำแบบนั้นกับเธออีกเพราะฉะนั้นเธอก็จะไม่ดิ้น "ถึงเธอไม่ดิ้น ฉันก็จะทำ" ว่าจบ เขาก็สูดดมไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอจนเต็มปอด ฟอดด ฟอดด "อื้อ คุณเซฟ นาราจะนอนค่ะ อย่ากวนสิคะ" เธอร้องท้วงออกมาแต่ครั้งนี้ไม่เป็นผล เมื่อสิ้นเสียงเธอ เขาก็จับมือเธอล๊อคเอาไว้กับที่นอนไม่ให้เธอขยับแล้วก้มลงไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มและขบเม้มเบาๆ เขาจูบอย่างละเมียดละไมทั้งดูดทั้งดึง จากนั้นเขาสอดลิ้นเข้าไปควานหาลิ้นเล็กของเธอ ก่อนที่จะตวัดเกี่ยวพันกันอยู่เนิ่นนาน เขาถอนจากริมฝีปากเธอมาขบเม้มตรงซอกคอของเธอสลับไปมาทั้งสองข้าง มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อนแล้วถอดออกจนเหลือแต่ร่างที่เปลือยเปล่า จากนั้นเขาก็ถอดผ้าเช็ดตัวออกจากตัวแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่คิด
ด้านเซฟกับนารา เมื่อตอนบ่ายแก่ๆ เซฟออกไปซื้อของสดแล้วกลับมาเข้าครัวและลงมือทำอาหารเพื่อทานกับนารา เมื่อเขาทำเสร็จแล้วเขาจึงขึ้นไปชั้นบนเพื่อตามนาราลงมาทานข้าว 18.45 น. แกร็ก ประตูถูกเปิดเข้ามาโดยร่างสูง "ลงไปทานข้าวเถอะ ฉันทำเตรียมเอาไว้แล้ว" "คุณทำเองเหรอคะ" "ใช่ เธอไม่เชื่อเหรอว่าฉันทำเอง" "ไม่ใช่ไม่เชื่อค่ะ แต่นาราแปลกใจ เพราะนาราไม่เคยเห็นคุณทำอาหารเลย" "ฉันเคยทำทานเองบ่อยตอนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ" นาราเป็นคนแรกที่เขาทำให้ทาน "ตอนที่คุณตามคุณลลิลไปเรียนต่อที่ต่างประเทศใช่มั๊ยคะ" "เธอรู้ได้ยังไง ว่าฉันตามลลิลไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ" "ลูกของเพื่อนป้าเรียมที่ทำงานในบริษัทของคุณ มาเล่าให้ป้าเรียมฟังค่ะ" "มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดหรอกนะ ที่ฉันไปเรียนเพราะพ่อกับแม่ฉันอยากให้ฉันไปเรียนที่นั่น ฉันก็เลยทำตามความประสงค์ของท่าน ฉันไม่ได้ตามลลิลไปสักหน่อย" "แต่ก็ไปอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ" "ฉันไม่ได้จะไปอยู่กับลลิล แต่ลลิลมาขออยู่กับฉันเอง แต่ลลิลก็ไปๆมาๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน" "เหรอคะ" เธอพูดด้วยท่าทีปกติ "เธอพูดเหมือนไม่เชื่อฉัน" "เชื่อค่ะ มีอะไรที่จะต้องไม่เชื่อคะ คุณ
บ้านหลังใหญ่ในเนื้อที่5ไร่ เซฟขับรถเข้ามาจอดในรั้วบ้านหลังใหญ่หรูหราและใหม่เอี่ยม เขาลงจากรถแล้วมาเปิดประตูฝั่งเธอ ในระหว่างทางก่อนมาถึงบ้าน เขาพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง ไม่เหมือนอยู่ในร้านไอศกรีม "ลงมาสิ ถึงแล้ว" "คุณพานารามาที่นี่ทำไมคะ แล้วนี่บ้านของใคร" "บ้านฉันเอง" "บ้านของคุณ?" "ใช่ อย่าถามมาก เข้าไปในบ้านก่อนแล้วค่อยถาม" ว่าแล้ว เขาก็จับมือเธอให้ออกมาจากรถ "แล้วคุณจะพานารากลับบ้านตอนไหนคะ" "ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะพอใจ" "ไม่เอา นาราไม่อยู่กับคุณหรอก นาราอยากกลับบ้านแล้ว" "จะห่วงบ้านอะไรนักหนา ลูกก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้น เธอไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น เพราะลูกอยู่กับปู่ย่าเขาได้รับการดูแลอย่างดี" "เรื่องลูกนาราไม่ห่วงหรอกค่ะ" ที่บอกว่าไม่ห่วงเพราะเธอรู้ดีว่าแม่ของเขาเลี้ยงดูเป็นอย่างดี มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม "แล้วเธอห่วงอะไร" "ไม่ได้ห่วงอะไรหรอกค่ะ แต่มันไม่มีความจำเป็นที่นาราจะต้องมาอยู่กับคุณที่นี่ ในเมื่อบ้านนาราก็มีให้อยู่" "แต่ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่" "คุณผิดสัญญานะคะคุณเซฟ" "ผิดสัญญาเรื่องอะไร" "คุณเคยบอกว่าถ้านาราคลอดแล้ว นาราก็เป็นอิสระโดยที่คุณ
เวลาต่อมาหลังจากที่เซฟเข้าห้องไปแล้ว นาราก็ละจากงานที่ทำแล้วไปชงกาแฟตามที่เขาสั่ง ซึ่งเธอหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาคือเจ้าของบริษัท ถ้าเกิดว่าทำให้เขาไม่พอใจ เขาอาจจะไล่เธอออกก็ได้ เธอไม่อยากถูกโดนไล่ออก เพราะงานไม่ใช่หาได้ง่ายๆ ที่นี่ให้เงินเดือนสูงกว่าที่อื่น และยังมีเจ้านายใจดีอย่างเซนอีก เพราะฉ
ห้องทำงานเซฟ"คุยอะไรกับเลขาของพี่เซนอยู่ตั้งนานคะ" ลลิลเอ่ยถามเมื่อเห็นเซฟเปิดประตูเข้ามา"ทักทายตามประสาคนรู้จักน่ะ""พี่เซฟรู้จักเลขาพี่เซนด้วยเหรอคะ""เขาเป็นรุ่นน้องที่มหาลัย""แสดงว่าเขาคงรวยเหมือนกันนะคะ ถึงได้เรียนมหาลัยเอกชนที่มีค่าเทอมแพง""เขาได้ทุนเรียนที่นั่น" เซฟรู้เพราะได้ยินเพื่อนพู
ร้านอาหารตอนนี้เซฟกับลลิลได้เข้ามานั่งภายในร้านอาหารแล้ว และทั้งสองก็เปิดเมนูเลือกอาหาร แต่ในขณะเดียวกันนั้น เซนกับนาราก็เดินเข้ามาภายในร้านเหมือนกัน เมื่อเซนเห็นน้องชายของเขากับแฟนสาวนั่งอยู่ เขาก็เลยเดินเข้าไปทักทาย"แกก็มาทานข้าวเหมือนกันเหรอเซฟ" เซนเดินมาหยุดที่โต๊ะแล้วเอ่ยถาม"อ้าวพี่เซน พี่ก
เซฟ อายุ 26 ปี มีแฟนแล้วนารา อายุ 23 ปี ....ตัวอย่างนิยาย"ฉันขอให้เธอช่วยเก็บเรื่องระหว่างเราที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไว้เป็นความลับ ห้ามบอกให้ใครรู้""นาราจะไม่บอกใครค่ะ นาราจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนแน่นอนค่ะ""ขอให้ระหว่างเราต่างคนต่างอยู่ ให้เหมือนกับหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอทำได้ใช่มั๊ย""ทำได้ค่ะ"







