INICIAR SESIÓN
ทะเลยืนหน้ามุ้ยอยู่ใต้ตึกเรียน กระเป๋าสะพายพาดไหล่อย่างไม่ใส่ใจสายตาใคร เขากำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กลับต้องชะงัก เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้า
ในมือเล็กๆ ของเธอคือดอกกุหลาบสีแดงที่ดูไม่เข้ากับความลังเลในแววตาเลยสักนิด “อ้วนดำขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเงินซื้อข้าวกิน จะเอามาให้ฉันทำไม” ทะเลปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจหญิงสาวกำดอกกุหลาบแน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่น “ปันอยากให้พี่ทะเลค่ะ” เธอก้มหน้าลงทันที ไม่อยากเห็นสีหน้าแกมดูถูกของเขาอีกต่อไป “ไม่สวยหัดเจียมตัวบ้าง” เขาไม่ยื่นมือไปรับดอกไม้แม้แต่นิดเดียว “ปัน...” เธอพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เขากลับตัดบทอย่างไม่ไยดี “ไปทำตัวให้มันสวยๆ ก่อนเถอะคนที่จะมาเป็นแฟนฉัน ต้องสวยน่ารักเท่านั้น” เขาพูดเสียงเรียบ พูดจบหันหลังให้ทันที เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่กับที่น้ำตาหยดลงบนกลีบกุหลาบทีละหยด ปัญปวีณ์ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหว เธอสูดหายใจลึก ตั้งใจจะเดินหนีไปจากตรงนั้น แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตกอยู่บนพื้นใกล้เท้าพวงกุญแจรูปดาวเล็กๆ หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธอจำได้มันน่าจะเป็นของทะเล เด็กสาวก้มลงเก็บพวงกุญแจนั้นขึ้นมา มือกำแน่นเหมือนกลัวมันจะหายไปอีกอยากวิ่งตามไปคืนเหลือเกิน แต่ภาพสายตาเย็นชากับคำพูดที่ยังฝังอยู่ในใจ ทำให้เธอไม่กล้าไม่กล้าไปเจอหน้าเขาอีกแล้ว ปันปันจึงได้แต่เก็บพวงกุญแจรูปดาวนั้นไว้ พร้อมกับหัวใจที่แตกสลายเงียบๆ “ทำไมพูดกับรุ่นน้องแบบนั้น” เสียงของธาราดังขึ้นจากด้านหลัง ทะเลชะงักเล็กน้อยก่อนหันไปมอง พี่ชายยืนกอดอก สีหน้าไม่พอใจชัดเจนได้ยินทุกคำไม่มีตกหล่น “ก็ไม่สวยบ้านก็จนยังอยากหัดมีความรักอีก” ทะเลตอบเสียงหงุดหงิด ภาพใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นผุดขึ้นมาในหัวยิ่งคิดก็ยิ่งรำคาญ “นายไม่เคยเป็นแบบนี้นะ ถ้าไม่ชอบก็บอกน้องเขาไปดีๆ สิ” ธาราขมวดคิ้ว “ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ตัวอ้วนแบบนั้นควงไปก็อายเพื่อนพอดี” ทะเลสวนกลับทันที “น้องเขายังเด็กกำลังโต” ธาราพยายามกดอารมณ์ “ต่อให้โตก็ไม่สวยหรอก! หยุดพูดได้ยังมันหงุดหงิดจะกลับบ้านแล้วไปรับสายลมด้วยนะ” ทะเลตวาดกลับอย่างหมดความอดทน พูดจบเขาไม่รอฟังคำตอบ หันหลังเดินฉับๆ ออกไปยังลานจอดรถ ทิ้งธาราไว้กับความรู้สึกหนักอึ้งไม่เข้าใจว่าน้องชายเป็นอะไร ทะเลกดรีโมตรถเสียงปลดล็อกดังขึ้น แต่ก่อนจะเปิดประตู สายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับบางอย่างบนกระโปรงรถ ดอกกุหลาบสีแดงวางอยู่เงียบๆ เหมือนถูกทิ้งไว้โดยตั้งใจ เขานิ่งไปชั่วครู่ภาพเด็กผู้หญิงที่ก้มหน้า น้ำตาไหลเงียบๆ แวบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “บ้าเอ๊ย…” เขาพึมพำกับตัวเอง จะทิ้งก็เสียดายของ จะไม่สนใจก็เหมือนมีอะไรค้างคา สุดท้ายเขาก็หยิบดอกกุหลาบนั้นขึ้นมา เปิดประตูรถแล้วโยนมันไว้เบาะข้างคนขับ ก่อนจะสตาร์ทรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทะเลนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องโถงกว้าง มือไถหน้าจอโทรศัพท์ไปมาอย่างไร้จุดหมาย อีกไม่ไกลนัก พ่อของเขานั่งฟังข่าวสารบ้านเมืองจากโทรทัศน์ เสียงผู้ประกาศดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ “บ้าเอ๊ย…” ทะเลสบถเบาๆ พลางขมวดคิ้ว “เป็นอะไรทะเล” คิรินทร์หันมามองลูกชายทันที น้ำเสียงเปลี่ยนจากจริงจังเป็นห่วงใย “ปะ…เปล่าครับ ผมคุยกับเพื่อน” เขารีบแก้ต่าง ทั้งที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอ “คุยกับเพื่อนก็คุยดีๆ อย่าพูดไม่เพราะถ้าแม่เข้ามาได้ยิน เดี๋ยวโดนตีตูดลาย” คนเป็นพ่อเตือน “ครับๆ” นิ้วเรียวกดค้นหาชื่อเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมทุกครั้งไม่พบผู้ใช้ ทะเลลองเปลี่ยนแพลตฟอร์มโซเชียลอีกแอปพลิเคชันหนึ่ง กดส่งคำขอเป็นเพื่อนหน้าจอค้างอยู่แค่ไม่กี่วินาที ก่อนจะขึ้นข้อความเดิมที่ทำให้หัวใจเขาวูบ “บล็อก?” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่ใช่แค่ช่องทางเดียว แต่ทุกช่องทางที่เขาลอง เหมือนถูกปิดตายทั้งหมด ทะเลเอนศีรษะพิงพนักโซฟาถอนหายใจแรง “ผลไม้จ้ะ อีกไม่นานลูกชายแม่ก็จะไปเรียนต่อแล้ว” ไข่มุกยื่นจานผลไม้ให้ทะเล แต่แววตากลับฉายความใจหายชัดเจน ความคิดว่าจะต้องอยู่กันคนละประเทศทำให้หัวใจแม่หวิวทุกครั้งที่นึกถึง “ผมไปแค่ไม่กี่ปีเองครับแม่ ยังมีพี่ธารากับสายลมอยู่ด้วยนี่ครับ” ทะเลยิ้มบางๆ พยายามทำให้น้ำเสียงฟังดูสบาย “แม่ไม่เข้าใจเลยทำไมลูกต้องไปไกลขนาดนั้น” ไข่มุกพูดเบาๆ แม้ในใจจะห่วง แต่สุดท้ายก็เป็นคนอนุญาตให้ลูกไปเอง คิรินทร์ที่นั่งอ่านข่าวอยู่เงยหน้าขึ้นเหมือนนึกอะไรออก “ที่โรงเรียน พ่อได้ยินว่ามีคนหนึ่งไปเรียนต่อที่เมืองนี้เหมือนกันนะ แม่เขาแต่งงานกับสามีที่นั่นใช่ไหม” “คุณพ่อชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” “เอ๊ะ ไอ้ลูกคนนี้” คิรินทร์หันมาว่าลูกแบบไม่ได้จริงจังนัก “ผมชอบเมืองนี้ครับอยากไป” ทะเลชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบพูดแทรก เขาก้มหน้าหยิบส้อมจิ้มผลไม้ ทั้งที่ในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพใบหน้าใครบางคน “ไปก็อย่าไปทำลูกใครท้องแล้วกันไม่งั้นจะตัดออกจากกองมรดก” คิรินทร์พูดเสียงเรียบ แต่สายตาจริงจัง “ผมไม่เหมือนคุณพ่อหรอกนะ” ทะเลยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับทันควัน คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ คิรินทร์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น “ตอนนั้นพ่อแค่ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าไม่รับผิดชอบ” “พอๆ เลิกเถียงกันเถอะ” ไข่มุกพูดแทรกขึ้นน้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความจริงจัง เธอมองหน้าลูกชายอย่างเป็นห่วง “จำไว้นะลูก อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนต้องเป็นเหมือนแม่เมื่อก่อน การเลี้ยงลูกตามลำพังมันเหนื่อยมาก” “ผมไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาดครับแม่” ทะเลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เช้าวันนั้นเป็นวันไปโรงเรียนวันสุดท้าย ก่อนที่ทุกคนจะต้องแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตัวเอง ทะเลถือถุงกระดาษสีแดงลงมาจากชั้นสอง ก้าวเดินช้าๆ สีหน้าเรียบนิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ออก “พี่ทะเลไม่ไปเหรอ” สายลมหันมาถามพี่ชาย “ไม่ไป” เขาตอบสั้นๆ เสียงเรียบ “เสียดายจัง วันนี้ไปเรียนวันสุดท้ายแล้วนะ” เด็กสาวบ่นเบาๆ “แล้วนั่นของใคร?” ธาราที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เหลือบมองถุงกระดาษในมือของน้องชาย “พี่ฝากของนี่ไปให้ใครบางคนหน่อย” ทะเลตอบโดยไม่สบตา “ใครเหรอ ถ้าแฟนของพี่ทะเลเขาไม่อยู่แล้วนะ” สายลมทำหน้าทะเล้น “แฟน? อย่ามาเลอะเทอะ” ทะเลหันมาดุน้องสาวทันที “ก็น้องปันปันเขาไปต่างประเทศแล้วนี่นา” สายลมย่นจมูก แต่ก็ยังพูดต่ออย่างไม่รู้เรื่อง คำพูดนั้นทำให้คิ้วของทะเลกระตุกวูบ หัวใจเหมือนถูกกระชากแรงๆ แต่พยายามปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด “ว่าไงนะ…” เขาไม่พูดอะไรต่อรีบหันหลังกลับ เดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว “อะไรของเขาเนี่ย” สายลมทำหน้างุนงง หันไปมองพี่ธารา ธาราไม่ได้ตอบ เขามองแผ่นหลังของทะเลที่หายลับไปชั้นบน สีหน้าหนักอึ้งกว่าที่เคย ประตูห้องนอนถูกปิดลงทะเลยืนหอบหายใจอยู่กลางห้อง มือกำแน่นจนสั่น ถุงกระดาษสีแดงที่ถือขึ้นมาถูกโยนลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี “อยากรีบไปนักชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย!” เขากัดฟันพูดน้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธที่ควบคุมไม่อยู่ คำพูดนั้นหลุดออกมาทั้งที่หัวใจไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยสักนิด บนเตียงถุงกระดาษสีแดงวางนิ่ง ข้างในคือของขวัญที่ตั้งใจจะให้ใครบางคน แต่ดูเหมือนจะไม่มีวันได้ส่งถึงมือเจ้าของอีกแล้ว “พี่เขาเป็นอะไรลูก” ไข่มุกมองตามแผ่นหลังของลูกชายคนกลางที่หายลับขึ้นชั้นบนไป ดวงตาฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด “นั่นสิคะคุณแม่” สายลมเอียงคออย่างงงๆ “หรือพี่ทะเลจะมีความรัก?” “พ่อว่ามันต้องใช่แน่ๆ ไอ้นี่มันเสือร้ายชัดๆ” คิรินทร์ที่ยืนพิงผนังอยู่ใกล้ๆ ส่ายหน้าเบาๆ “เหมือนคุณพ่อสมัยหนุ่มๆ ใช่ไหมคะ” สายลมหันมายิ้มกวน “สายลม!” คิรินทร์อ้าปากจะเถียง แต่กลับพูดไม่ออก ได้แต่กระแอมเบาๆ แก้เก้อ “ไปกันได้แล้วจ้ะ ปล่อยทะเลไปเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” ไข่มุกมองภาพนั้นแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะถอนหายใจ รุ่นพ่อแม่ อุ้มรักท่านประธานตัวร้ายพะแพงวัยขวบกว่ายืนเกาะขอบฟูก พลางมองน้องชายตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงหนึ่งเดือน เด็กชายเจ้าสมุทรกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนฟูก ใบหน้าเล็กๆ ดูน่าเอ็นดูจนคนเป็นพี่อดใจไม่ไหว“น้อง” นิ้วเล็กๆ ค่อยๆ ยื่นไปจิ้มแก้มของน้องชายเบาๆ“ไม่เอาสิครับ น้องหลับอยู่” ทะเลที่นั่งอยู่ไม่ไกลรีบคว้ามือลูกสาวเอาไว้ทันทีพะแพงเงยหน้ามองพ่อ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด “น้อง”“ใช่ครับ นี่น้อง” เขาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงมองเจ้าสมุทรที่ยังคงหลับปุ๋ยเด็กน้อยมองน้องชายตาแป๋ว ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กๆ อย่างระมัดระวัง คราวนี้ไม่มีการจิ้มแก้มอีก ทะเลมองภาพนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ต้องรักน้องนะครับ ห้ามแกล้งน้อง”“รักน้อง” พะแพงพูดตามเสียงใส ก่อนซบหน้าลงกับไหล่ของพ่อ“เก่งมาก” ชายหนุ่มยิ้มกว้างหันไปมองลูกชายที่กำลังหลับ ก่อนจะมองลูกสาวในอ้อมแขน“พี่ทะเลพาน้องพะแพงไปนอนได้แล้วค่ะ”ปัญปวีณ์เอ่ยขึ้นพลางมองสามีที่ยังคงยืนอยู่ข้างเตียง แม้เธอจะเพิ่งคลอดเจ้าสมุทรได้ไม่นาน แต่หญิงสาวก็กลับมาสวยสดใสจนแทบไม่มีเค้าคนเพิ่งผ่านการคลอดลูก“ครับที่รัก” ทะเลรับคำอ
“ปันท้องเหรอ” ทะเลถามขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังอย่างปิดไม่มิด“ถ้าท้องปันต้องบอกพี่แล้ว” เธอหลบสายตาของเขาอย่างเขินอาย เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มกำลังจ้องเธอราวกับพยายามค้นหาคำตอบจากสีหน้า“เมื่อไหร่จะท้องสักที”“พี่ทะเล! ลูกยังเล็กอยู่เลยนะคะ” เธอหันไปดุสามีทันที แต่คนถูกดุกลับยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน“พี่ก็แค่ถาม” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมา “แต่ปันรู้ไหมว่าปันเคยขโมยของพี่ไปตั้งแต่สมัยเรียน”“ปันขโมยอะไรคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย“ขโมยหัวใจของพี่ไง” ทะเลขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะยิ้มบางๆ“...” หญิงสาวถึงกับนิ่งไป“ปันไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าจดหมายที่ปันเขียนถึงพี่ยังอยู่ วันนั้นที่สนามบาสพี่จงใจทำให้ปันรู้”หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเรื่องในอดีต “หมายความว่ายังไงคะ”“สายตาของพี่มีแค่ปันคนเดียวไง” ทะเลมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนปัญปวีณ์เม้มริมฝีปากพยายามกลั้นรอยยิ้ม แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ สิบปีที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเฝ้ารอเขาเพียงคนเดียวที่แท้หัวใจของผู้ชายคนนี้ก็ถูกเธอขโมยไปตั้งแต่วันนั้นแล้วเหมือนกัน“แล้วทำไมพี่ถึงพูดแบบนั้นกับปันคะ” หญิงสาวถ
ทะเลนั่งประชุมอยู่กับฝ่ายการตลาดและลูกค้าอย่างเคร่งเครียด บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความจริงจัง ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยถึงรายละเอียดของงานจังหวะหนึ่งชายหนุ่มยื่นปากกาให้เอมมิกา แต่ปลายนิ้วของหญิงสาวกลับจงใจแตะและจับมือเขาเอาไว้ เขารีบชักมือกลับ“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” เอมมิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มหวานที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบกลับอย่างสุภาพ สีหน้าแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่ภายในใจกลับรู้สึกอึดอัดจนแทบอยากลุกออกจากห้องประชุมเสียเดี๋ยวนั้นชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกา ก่อนคิดถึงภรรยาและลูกสาวที่รออยู่ที่บ้าน เมื่อก่อนเขาอาจไม่รู้สึกอะไรกับผู้หญิงที่เข้าหา แต่ตอนนี้แค่มีใครแตะเนื้อต้องตัว เขาก็อยากรีบกลับไปหาปัญปวีณ์ทันทีเมื่อการประชุมจบลง ทะเลรีบลุกขึ้นเป็นคนแรกทันที เขาตั้งใจจะกลับไปจัดการงานต่อให้เสร็จโดยเร็ว คิดถึงลูกสาวกับภรรยาใจแทบขาด“เอมมีเรื่องที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอสอบถามคุณทะเลเพิ่มเติมได้ไหมคะ” เอมมิกาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวาน ยังคงรักษาท่าทีสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ได้สิครับ เชิญที่ห้องทำงานของผม”แม้ภายในใจจะอยากปฏิเสธมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าตัวเอ
ทะเลนั่งมองทารกตัวน้อยในเปลรถเข็น หลังจากเพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างเล็กจ้ำม่ำจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กตัวนิดเดียวแบบนี้เข้าไปอยู่ในท้องของปัญปวีณ์ได้อย่างไรกันก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เขายังยืนอยู่หน้าห้องคลอดด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น เมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของภรรยา เขาทนมองเธอทรมานต่อไปไม่ไหว จนสุดท้ายถึงกับเป็นลมหมดสติไปเสียก่อน“คุณพ่อคะ ลองอุ้มน้องดูไหมคะ” พยาบาลยิ้มให้ ก่อนค่อยๆ อุ้มทารกตัวน้อยขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา“ผมอุ้มได้เหรอครับ” ทะเลมองลูกสาวด้วยสีหน้าลังเล มือทั้งสองข้างยกขึ้นค้างอย่างไม่มั่นใจ“ได้สิคะ อย่าตื่นเต้นนะคะเดี๋ยวก็ชิน”ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อยๆ ยื่นมือไปรับร่างเล็กมาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่ลูกสาวซบอยู่กับอก ความรู้สึกบางอย่างก็เอ่อล้นขึ้นมาจนพูดไม่ออก“ตัวใหญ่กว่าเพื่อนในห้องเลย” เขามองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้น“แง่ๆ” เด็กน้อยร้องเสียงเบาเหมือนมีคนมารบกวนเวลานอน“ทักทายพ่อเหรอ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงทันที ชายหนุ่มก้มลงมองลูกสาวอีกครั้ง “พ่อรักหนูนะ”เพียงประโยคส
พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและกองทัพนักข่าวที่มาร่วมทำข่าวงานวิวาห์ของทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านกับนางแบบสาวชื่อดังแต่คนที่ยิ้มกว้างและมีความสุขที่สุดในงาน คงหนีไม่พ้นทะเล ชายหนุ่มที่เฝ้ารอวันนี้มานานถึงสิบปี ในที่สุดก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักเสียที“เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาวหน่อยครับ!”พิธีกรเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะจากแขกในงาน แต่แทนที่ทะเลจะทำตามคำขอ ชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงจูบริมฝีปากของปัญปวีณ์ต่อหน้าทุกคน“พี่ทะเล!” หญิงสาวตีแขนเขาเบาๆ อย่างเขินอาย เพราะรอบข้างเต็มไปด้วยแขกและนักข่าว“นักข่าวเยอะนะอย่าตีพี่สิ เดี๋ยวเขาจะหาว่าพี่กลัวเมีย” ชายหนุ่มกระซิบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้คนรอบข้างหัวเราะและส่งเสียงแซวคู่บ่าวสาวกันยกใหญ่ธารากับสายลมมองภาพตรงหน้าพร้อมกัน ก่อนจะแบะปากออกมาพร้อมกันอย่างหมั่นไส้ ไม่คิดเลยว่าคนเงียบขรึมอย่างทะเลจะกลายเป็นคนแรกในบรรดาพี่น้องที่ได้แต่งงาน“มีครอบครัวแล้วไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย” สายลมบ่นพึมพำเมื่อมองภาพของพี่ชายที่ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนทะเลจะเดินเข้ามาสมทบ“เราอะ รีบหาแฟนได้แล้วจะขึ้นคานเอา” ทะเลแซวน้องสาวด้วยรอยยิ้ม
ปัง!เสียงประตูถูกถีบเปิดออกอย่างแรง ทะเลพุ่งเข้ามาในห้อง และภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ ปัญปวีณ์นอนอยู่บนพื้นใบหน้าซีดเผือด มือทั้งสองข้างมีเลือดเปรอะเปื้อน ขณะที่ลิลลี่ยังคงยืนถือมีดอยู่ไม่ไกล“ปัน!” เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธอทันที ก่อนช้อนร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ลูก...” หญิงสาวพูดออกมาเสียงแผ่ว มือสั่นยกขึ้นกุมหน้าท้อง ความเจ็บบริเวณท้องน้อยทำให้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวชายหนุ่มหน้าซีดลงทันที ก่อนจะหันไปมองลิลลี่ด้วยสายตาโหดเหี้ยมจนแทบไม่มีเค้าความอ่อนโยนเหลืออยู่ เขาไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อน“จับผู้หญิงคนนี้ส่งตำรวจ แล้วอย่าให้หลุดออกมาได้อีกเด็ดขาด” น้ำเสียงของเขาเหี้ยมเกรียมลูกน้องรีบเข้าควบคุมตัวลิลลี่ทันที ขณะที่ทะเลไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขากระชับอ้อมแขนกอดปัญปวีณ์ไว้แน่น ก่อนรีบพาเธอออกจากห้อง“พี่ทะเล ลูกของเรา”“ไม่เป็นไรนะปัน” เขาพยายามปลอบทั้งที่เสียงตัวเองสั่นเครือ“ช่วยลูกกับเมียผมด้วย”ทะเลยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่เขาไม่สนใจภาพลักษณ์หรือสายตาของใครทั้งนั้น สิ่งเดียวที่มีค่าในตอนนี้คือปัญปวีณ์กับลูกในท้อง“ทะเล เ







