LOGINแสงแฟลชสาดเข้ามาจนปัณปวีณ์ต้องหลับตา เปลือกตาบางสั่นไหว ขณะที่มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบและสั่นเทาไปหมด เสียงชัตเตอร์ดังระงมปะปนกับเสียงตะโกนถามของนักข่าวนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบทางเข้าอาคาร
“คุณปันปันท้องจริงหรือเปล่าคะ” “ภาพที่ถูกปล่อยออกมาเป็นภาพน้องปันกำลังไปฝากครรภ์ใช่ไหม” “ใครคือพ่อของเด็กครับ” “ช่วยตอบคำถามหน่อยครับ!” ทุกคำถามพุ่งเข้าใส่ราวกับคมมีด ปัญปวีณ์ก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ พยายามยกมือขึ้นปิดแสงแฟลชที่สาดเข้ามาไม่หยุด ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก ภาพข่าวบนโลกออนไลน์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว “คุณปันปันคะ เงียบแบบนี้หมายความว่ายอมรับหรือเปล่า” “ผู้ชายคนนั้นเป็นคนในวงการใช่ไหมครับ” ร่างบางถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ฝูงนักข่าวกลับขยับตามเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนเธอแทบไม่มีที่ให้ยืนหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ “ใช่ค่ะปันท้อง” ทันทีที่คำตอบหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดเข้ามาจนปัญปวีณ์ต้องยกมือขึ้นบังดวงตา ใบหน้าซีดเซียวของเธอถูกจับจ้องจากสายตาของผู้คนรอบด้าน “ท้องกับใครคะ” คำถามถูกยิงเข้ามาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมอาการสั่นของตัวเอง ก่อนจะฝืนยิ้มออกไป “เรื่องนี้ขอเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ” แต่ดูเหมือนคำตอบนั้นจะไม่ทำให้นักข่าวพอใจ “พ่อของเด็กไม่ยอมรับหรือเปล่าครับถึงได้พูดแบบนี้ หรือเป็นเมียเก็บของเสี่ย” หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาที่พยายามเข้มแข็งเริ่มสั่นไหว แต่เธอยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ “สมัยนี้ไม่เห็นแปลกเลยค่ะ คนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีเยอะแยะ” ทันทีที่สิ้นประโยค เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบตัว บางคนรีบจดบันทึก บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นไลฟ์สด เหตุการณ์ตรงหน้ากลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทว่าคำถามถัดมากลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของปัญปวีณ์แข็งค้าง “หรือว่าเป็นของเล่นของผู้ชายคนไหนหรือเปล่าคะ” บรรยากาศรอบด้านเงียบลงไปชั่วขณะ ปัญปวีณ์เม้มริมฝีปากแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ ความอับอาย ความโกรธ และความเสียใจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน “การที่ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์ ไม่ได้แปลว่าเธอจะเป็นของเล่นของใคร” เธอยังคงฝืนตอบ “เห็นมีข่าวกับผู้ชายบ่อยๆ หรือท้องแล้วไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเด็ก” นักข่าวยังคงเสียมารยาทถามเพื่อให้ได้ข่าวที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจอีกฝ่ายว่าจะรู้สึกอย่างไร แค่ทำให้มีรายได้ก็พอแล้ว “พวกคุณพูดอะไรนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ ท่ามกลางความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยเสียงชัตเตอร์และคำถามมากมาย เสียงทั้งหมดกลับเงียบลงในทันที ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่น เขาเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างปัญปวีณ์ ก่อนจะดึงตัวหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาเข้ามาอยู่ด้านหลังของตัวเอง “คุณทะเล!” เสียงนักข่าวหลายคนอุทานออกมาพร้อมกัน บรรยากาศโดยรอบพลันตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม “เมื่อกี้ใครพูดอะไร” ชายหนุ่มกวาดสายตามองคนตรงหน้าทีละคน ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำกว่าเดิม “เอ่อ ตอนนี้พวกเรากำลังสัมภาษณ์น้องปันปันอยู่ค่ะ” ไม่มีใครกล้าตอบในทันที นักข่าวหญิงคนหนึ่งรีบยิ้มเจื่อนแล้วพูดแก้ตัว “สัมภาษณ์? แบบนั้นเขาเรียกสัมภาษณ์เหรอ เธอไม่ใช่จำเลยของสังคมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามใคร” ทะเลยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาไม่ได้มีความขบขันแม้แต่น้อย ประโยคนั้นทำเอาทุกคนเงียบกริบ เขาหันกลับไปมองปัญปวีณ์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมาสบตากับกลุ่มนักข่าวอีกครั้ง “อีกอย่างพวกคุณไม่มีสิทธิ์พูดจาแบบนั้นกับภรรยาของผม” น้ำเสียงหนักแน่นของเขาดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นรอบด้าน นักข่าวหลายคนรีบยกไมโครโฟนขึ้นมาอีกครั้ง บางคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ภรรยา?” “คุณทะเลกำลังประกาศความสัมพันธ์ใช่ไหมคะ” “แล้วเด็กในท้องเป็นลูกของคุณหรือเปล่า!” แต่คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นปัญปวีณ์ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกายอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “ผมขอตัวก่อน และอย่าให้ผมเห็นอีกว่าพวกคุณมาวุ่นวายกับปันปัน” เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น ก่อนจะพาออกไปจากวงล้อมของนักข่าว ปัง! เสียงปิดประตูดังลั่นไปทั่วห้องจนปัญปวีณ์สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ เมื่อเธอหันกลับไปก็พบว่าทะเลยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าเคร่งเครียดผิดไปจากทุกครั้ง “เธอไม่คิดจะบอกฉันใช่ไหมถ้าไม่มีข่าว ฉันก็คงไม่รู้อะไรเลย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อรู้พร้อมกับคนทั้งประเทศว่าหญิงสาวกำลังตั้งครรภ์ “พูดอะไรของคุณ ปันไม่เห็นรู้เรื่อง” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามหลบสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองเธอไม่วางตา “ปัญปวีณ์!” เขาขึ้นเสียงทันที จนหญิงสาวสะดุ้งอีกครั้ง “ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูด ปันขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบหมุนตัวหมายจะเดินหนี แต่ยังไม่ทันก้าวออกไปเสียงทุ้มก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “เธอคิดว่าฉันจำเรื่องวันนั้นไม่ได้เหรอ” ร่างบางชะงักฝีเท้าทันที มือทั้งสองข้างกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มยังจำทุกอย่างได้ดีจำสัมผัสนั้นได้ และจำได้แม้กระทั่งสายตาที่เธอมองเขาในคืนนั้นเพียงแต่ที่ผ่านมา เขาไม่เคยพูดมันออกมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันกลับไปมองเขา “เรื่องอะไรคะ” แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ แต่ความสั่นไหวในแววตากลับปิดไม่มิด ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ “ปันปันถ้าเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน เธอจะท้องได้ยังไง ฉันไม่พูดเรื่องนี้มาตลอดเพราะฉันอยากรอให้เธอเป็นคนบอกฉันด้วยตัวเอง” หญิงสาวเบิกตากว้างทันทีที่ผ่านมาคิดว่าเขาจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้มาตลอด เธอเลยพยายามปดปิดเพราะความสัมพันธ์คืนนั้นเกิดจากความเมาของเขา “ฉันอยากรู้ความจริงจากปากเธอ เธอท้องลูกของฉันใช่ไหม?” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มสั่นไหว บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ขณะที่ปัญปวีณ์ได้แต่ยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เพราะความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า “ไม่ใช่” เธอยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง “ปันปันเธอไม่ดีใจหรือไงที่ท้องกับผู้ชายที่เธอแอบชอบ ห๊ะ” เขาโกรธที่หญิงสาวยังคงปากแข็งไม่ยอมรับความจริงเสียที “คุณคิดว่าคนเราจะฝังใจกับเรื่องในอดีตขนาดนั้นเลยเหรอ ใครมันจะจมอยู่กับอดีตอีกอย่างคุณไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเท่าไหร่” เธอเห็นข่าวเขาควงผู้หญิงมากหน้าหลายตามาตลอด “ดีไม่ดี ฉันก็มีความรับผิดชอบ” เขาแค่รอให้หญิงสาวเอ่ยปากเท่านั้น “ฉันไม่ได้ท้องกับคุณ” “เธอท้องกับหมาตัวไหน” เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเทา “คุณทะเล เลิกยุ่งกับฉันสักที” “ถ้าเธอก้าวออกจากห้องนี้ไป ฉันไม่รับรองว่าผู้ชายที่เธอมีข่าวด้วยมันจะมีลมหายใจอยู่” “คุณจะทำอะไรกวิน” เธอชะงักทันที ไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง “เธอไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร งั้นก็ไปตรวจดีเอ็นเอ” เขาจับข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาไม่มีท่าทางล้อเล่น “ปล่อยนะ คุณไม่มีสิทธิ์” “เธออยากให้ฉันแสดงสิทธิ์เหรอปันปัน” “คุณมันบ้า” “กลับบ้านกับฉัน ไปให้คุยกันให้รู้เรื่อง” มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยหญิงสาวไป ในเมื่อเขารอวันนี้มานานแสนนาน และตอนนี้เธอยังกำลังอุ้มลูกของเขาไว้อีกด้วยทะเล ปรินวัชร์กุล วัยยี่สิบเก้าปี ทายาทคนรองแห่งตระกูลปรินวัชร์กุล เพิ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานบริหารของบริษัทต่อจากบิดาได้ไม่นาน หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากประเทศอังกฤษแม้อายุยังน้อย แต่ความสามารถและวิสัยทัศน์ในการบริหารของเขากลับเป็นที่ยอมรับของคนในองค์กร ขณะที่พี่ชายคนโตอย่างธารารับหน้าที่ดูแลบริษัทในเครือด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนน้องสาวคนเล็กก็บริหารธุรกิจในเครืออีกแห่ง ทำให้พี่น้องทั้งสามต่างช่วยกันขับเคลื่อนอาณาจักรธุรกิจของครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคงบรรยากาศภายในห้องประชุมเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ พนักงานฝ่ายการตลาดต่างนั่งตัวตรง พลางเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเป็นระยะทะเลก้มมองรายชื่อนางแบบบนแท็บเล็ตในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“นางแบบที่คัดมามีเท่านี้เหรอ”“ค่ะท่านประธาน”“นางแบบในประเทศเหลือแค่นี้หรือไง” เขาเลื่อนดูภาพอีกสองสามวินาที ก่อนจะปิดแท็บเล็ตลงทันทีคำถามสั้นๆ ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ พนักงานสาวรีบเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าอย่างลนลาน ปกติเจ้านายไม่เคยเลือกนางแบบโฆษณาด้วยตัวเอง“ยังมีอีกคนหนึ่งค่ะ แต่คนนี้มีข่า
แสงแฟลชสาดเข้ามาจนปัณปวีณ์ต้องหลับตา เปลือกตาบางสั่นไหว ขณะที่มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบและสั่นเทาไปหมด เสียงชัตเตอร์ดังระงมปะปนกับเสียงตะโกนถามของนักข่าวนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบทางเข้าอาคาร“คุณปันปันท้องจริงหรือเปล่าคะ”“ภาพที่ถูกปล่อยออกมาเป็นภาพน้องปันกำลังไปฝากครรภ์ใช่ไหม”“ใครคือพ่อของเด็กครับ”“ช่วยตอบคำถามหน่อยครับ!”ทุกคำถามพุ่งเข้าใส่ราวกับคมมีด ปัญปวีณ์ก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ พยายามยกมือขึ้นปิดแสงแฟลชที่สาดเข้ามาไม่หยุด ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอกภาพข่าวบนโลกออนไลน์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว“คุณปันปันคะ เงียบแบบนี้หมายความว่ายอมรับหรือเปล่า”“ผู้ชายคนนั้นเป็นคนในวงการใช่ไหมครับ”ร่างบางถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ฝูงนักข่าวกลับขยับตามเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนเธอแทบไม่มีที่ให้ยืนหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ“ใช่ค่ะปันท้อง”ทันทีที่คำตอบหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดเข้ามาจนปัญปวีณ์ต้องยกมือขึ้นบังดวงตา ใบหน้าซีดเซียวของเธอถูก
ทะเลยืนหน้ามุ้ยอยู่ใต้ตึกเรียน กระเป๋าสะพายพาดไหล่อย่างไม่ใส่ใจสายตาใคร เขากำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กลับต้องชะงัก เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้า ในมือเล็กๆ ของเธอคือดอกกุหลาบสีแดงที่ดูไม่เข้ากับความลังเลในแววตาเลยสักนิด “อ้วนดำขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเงินซื้อข้าวกิน จะเอามาให้ฉันทำไม” ทะเลปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจหญิงสาวกำดอกกุหลาบแน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่น “ปันอยากให้พี่ทะเลค่ะ” เธอก้มหน้าลงทันที ไม่อยากเห็นสีหน้าแกมดูถูกของเขาอีกต่อไป “ไม่สวยหัดเจียมตัวบ้าง” เขาไม่ยื่นมือไปรับดอกไม้แม้แต่นิดเดียว “ปัน...” เธอพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เขากลับตัดบทอย่างไม่ไยดี “ไปทำตัวให้มันสวยๆ ก่อนเถอะคนที่จะมาเป็นแฟนฉัน ต้องสวยน่ารักเท่านั้น” เขาพูดเสียงเรียบ พูดจบหันหลังให้ทันที เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่กับที่น้ำตาหยดลงบนกลีบกุหลาบทีละหยด ปัญปวีณ์ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหว เธอสูดหายใจลึก ตั้งใจ







![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)