LOGINแสงแฟลชสาดเข้ามาจนปัณปวีณ์ต้องหลับตา เปลือกตาบางสั่นไหว ขณะที่มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบและสั่นเทาไปหมด เสียงชัตเตอร์ดังระงมปะปนกับเสียงตะโกนถามของนักข่าวนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบทางเข้าอาคาร
“คุณปันปันท้องจริงหรือเปล่าคะ” “ภาพที่ถูกปล่อยออกมาเป็นภาพน้องปันกำลังไปฝากครรภ์ใช่ไหม” “ใครคือพ่อของเด็กครับ” “ช่วยตอบคำถามหน่อยครับ!” ทุกคำถามพุ่งเข้าใส่ราวกับคมมีด ปัญปวีณ์ก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ พยายามยกมือขึ้นปิดแสงแฟลชที่สาดเข้ามาไม่หยุด ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก ภาพข่าวบนโลกออนไลน์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว “คุณปันปันคะ เงียบแบบนี้หมายความว่ายอมรับหรือเปล่า” “ผู้ชายคนนั้นเป็นคนในวงการใช่ไหมครับ” ร่างบางถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ฝูงนักข่าวกลับขยับตามเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนเธอแทบไม่มีที่ให้ยืนหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ “ใช่ค่ะปันท้อง” ทันทีที่คำตอบหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดเข้ามาจนปัญปวีณ์ต้องยกมือขึ้นบังดวงตา ใบหน้าซีดเซียวของเธอถูกจับจ้องจากสายตาของผู้คนรอบด้าน “ท้องกับใครคะ” คำถามถูกยิงเข้ามาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมอาการสั่นของตัวเอง ก่อนจะฝืนยิ้มออกไป “เรื่องนี้ขอเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ” แต่ดูเหมือนคำตอบนั้นจะไม่ทำให้นักข่าวพอใจ “พ่อของเด็กไม่ยอมรับหรือเปล่าครับถึงได้พูดแบบนี้ หรือเป็นเมียเก็บของเสี่ย” หญิงสาวนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาที่พยายามเข้มแข็งเริ่มสั่นไหว แต่เธอยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ “สมัยนี้ไม่เห็นแปลกเลยค่ะ คนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีเยอะแยะ” ทันทีที่สิ้นประโยค เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบตัว บางคนรีบจดบันทึก บางคนยกโทรศัพท์ขึ้นไลฟ์สด เหตุการณ์ตรงหน้ากลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทว่าคำถามถัดมากลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของปัญปวีณ์แข็งค้าง “หรือว่าเป็นของเล่นของผู้ชายคนไหนหรือเปล่าคะ” บรรยากาศรอบด้านเงียบลงไปชั่วขณะ ปัญปวีณ์เม้มริมฝีปากแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ ความอับอาย ความโกรธ และความเสียใจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน “การที่ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์ ไม่ได้แปลว่าเธอจะเป็นของเล่นของใคร” เธอยังคงฝืนตอบ “เห็นมีข่าวกับผู้ชายบ่อยๆ หรือท้องแล้วไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเด็ก” นักข่าวยังคงเสียมารยาทถามเพื่อให้ได้ข่าวที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจอีกฝ่ายว่าจะรู้สึกอย่างไร แค่ทำให้มีรายได้ก็พอแล้ว “พวกคุณพูดอะไรนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ ท่ามกลางความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยเสียงชัตเตอร์และคำถามมากมาย เสียงทั้งหมดกลับเงียบลงในทันที ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับเย็นเยียบจนน่าหวาดหวั่น เขาเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างปัญปวีณ์ ก่อนจะดึงตัวหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาเข้ามาอยู่ด้านหลังของตัวเอง “คุณทะเล!” เสียงนักข่าวหลายคนอุทานออกมาพร้อมกัน บรรยากาศโดยรอบพลันตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม “เมื่อกี้ใครพูดอะไร” ชายหนุ่มกวาดสายตามองคนตรงหน้าทีละคน ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำกว่าเดิม “เอ่อ ตอนนี้พวกเรากำลังสัมภาษณ์น้องปันปันอยู่ค่ะ” ไม่มีใครกล้าตอบในทันที นักข่าวหญิงคนหนึ่งรีบยิ้มเจื่อนแล้วพูดแก้ตัว “สัมภาษณ์? แบบนั้นเขาเรียกสัมภาษณ์เหรอ เธอไม่ใช่จำเลยของสังคมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามใคร” ทะเลยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาไม่ได้มีความขบขันแม้แต่น้อย ประโยคนั้นทำเอาทุกคนเงียบกริบ เขาหันกลับไปมองปัญปวีณ์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมาสบตากับกลุ่มนักข่าวอีกครั้ง “อีกอย่างพวกคุณไม่มีสิทธิ์พูดจาแบบนั้นกับภรรยาของผม” น้ำเสียงหนักแน่นของเขาดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นรอบด้าน นักข่าวหลายคนรีบยกไมโครโฟนขึ้นมาอีกครั้ง บางคนถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ภรรยา?” “คุณทะเลกำลังประกาศความสัมพันธ์ใช่ไหมคะ” “แล้วเด็กในท้องเป็นลูกของคุณหรือเปล่า!” แต่คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นปัญปวีณ์ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกายอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “ผมขอตัวก่อน และอย่าให้ผมเห็นอีกว่าพวกคุณมาวุ่นวายกับปันปัน” เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้แน่น ก่อนจะพาออกไปจากวงล้อมของนักข่าว ปัง! เสียงปิดประตูดังลั่นไปทั่วห้องจนปัญปวีณ์สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ เมื่อเธอหันกลับไปก็พบว่าทะเลยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าเคร่งเครียดผิดไปจากทุกครั้ง “เธอไม่คิดจะบอกฉันใช่ไหมถ้าไม่มีข่าว ฉันก็คงไม่รู้อะไรเลย” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อรู้พร้อมกับคนทั้งประเทศว่าหญิงสาวกำลังตั้งครรภ์ “พูดอะไรของคุณ ปันไม่เห็นรู้เรื่อง” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามหลบสายตาคมกริบที่กำลังจ้องมองเธอไม่วางตา “ปัญปวีณ์!” เขาขึ้นเสียงทันที จนหญิงสาวสะดุ้งอีกครั้ง “ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูด ปันขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบหมุนตัวหมายจะเดินหนี แต่ยังไม่ทันก้าวออกไปเสียงทุ้มก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “เธอคิดว่าฉันจำเรื่องวันนั้นไม่ได้เหรอ” ร่างบางชะงักฝีเท้าทันที มือทั้งสองข้างกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มยังจำทุกอย่างได้ดีจำสัมผัสนั้นได้ และจำได้แม้กระทั่งสายตาที่เธอมองเขาในคืนนั้นเพียงแต่ที่ผ่านมา เขาไม่เคยพูดมันออกมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันกลับไปมองเขา “เรื่องอะไรคะ” แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ แต่ความสั่นไหวในแววตากลับปิดไม่มิด ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ “ปันปันถ้าเราไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน เธอจะท้องได้ยังไง ฉันไม่พูดเรื่องนี้มาตลอดเพราะฉันอยากรอให้เธอเป็นคนบอกฉันด้วยตัวเอง” หญิงสาวเบิกตากว้างทันทีที่ผ่านมาคิดว่าเขาจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้มาตลอด เธอเลยพยายามปดปิดเพราะความสัมพันธ์คืนนั้นเกิดจากความเมาของเขา “ฉันอยากรู้ความจริงจากปากเธอ เธอท้องลูกของฉันใช่ไหม?” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มสั่นไหว บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ขณะที่ปัญปวีณ์ได้แต่ยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เพราะความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า “ไม่ใช่” เธอยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง “ปันปันเธอไม่ดีใจหรือไงที่ท้องกับผู้ชายที่เธอแอบชอบ ห๊ะ” เขาโกรธที่หญิงสาวยังคงปากแข็งไม่ยอมรับความจริงเสียที “คุณคิดว่าคนเราจะฝังใจกับเรื่องในอดีตขนาดนั้นเลยเหรอ ใครมันจะจมอยู่กับอดีตอีกอย่างคุณไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเท่าไหร่” เธอเห็นข่าวเขาควงผู้หญิงมากหน้าหลายตามาตลอด “ดีไม่ดี ฉันก็มีความรับผิดชอบ” เขาแค่รอให้หญิงสาวเอ่ยปากเท่านั้น “ฉันไม่ได้ท้องกับคุณ” “เธอท้องกับหมาตัวไหน” เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเทา “คุณทะเล เลิกยุ่งกับฉันสักที” “ถ้าเธอก้าวออกจากห้องนี้ไป ฉันไม่รับรองว่าผู้ชายที่เธอมีข่าวด้วยมันจะมีลมหายใจอยู่” “คุณจะทำอะไรกวิน” เธอชะงักทันที ไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง “เธอไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร งั้นก็ไปตรวจดีเอ็นเอ” เขาจับข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาไม่มีท่าทางล้อเล่น “ปล่อยนะ คุณไม่มีสิทธิ์” “เธออยากให้ฉันแสดงสิทธิ์เหรอปันปัน” “คุณมันบ้า” “กลับบ้านกับฉัน ไปให้คุยกันให้รู้เรื่อง” มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยหญิงสาวไป ในเมื่อเขารอวันนี้มานานแสนนาน และตอนนี้เธอยังกำลังอุ้มลูกของเขาไว้อีกด้วยพะแพงวัยขวบกว่ายืนเกาะขอบฟูก พลางมองน้องชายตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงหนึ่งเดือน เด็กชายเจ้าสมุทรกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนฟูก ใบหน้าเล็กๆ ดูน่าเอ็นดูจนคนเป็นพี่อดใจไม่ไหว“น้อง” นิ้วเล็กๆ ค่อยๆ ยื่นไปจิ้มแก้มของน้องชายเบาๆ“ไม่เอาสิครับ น้องหลับอยู่” ทะเลที่นั่งอยู่ไม่ไกลรีบคว้ามือลูกสาวเอาไว้ทันทีพะแพงเงยหน้ามองพ่อ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด “น้อง”“ใช่ครับ นี่น้อง” เขาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงมองเจ้าสมุทรที่ยังคงหลับปุ๋ยเด็กน้อยมองน้องชายตาแป๋ว ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กๆ อย่างระมัดระวัง คราวนี้ไม่มีการจิ้มแก้มอีก ทะเลมองภาพนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ต้องรักน้องนะครับ ห้ามแกล้งน้อง”“รักน้อง” พะแพงพูดตามเสียงใส ก่อนซบหน้าลงกับไหล่ของพ่อ“เก่งมาก” ชายหนุ่มยิ้มกว้างหันไปมองลูกชายที่กำลังหลับ ก่อนจะมองลูกสาวในอ้อมแขน“พี่ทะเลพาน้องพะแพงไปนอนได้แล้วค่ะ”ปัญปวีณ์เอ่ยขึ้นพลางมองสามีที่ยังคงยืนอยู่ข้างเตียง แม้เธอจะเพิ่งคลอดเจ้าสมุทรได้ไม่นาน แต่หญิงสาวก็กลับมาสวยสดใสจนแทบไม่มีเค้าคนเพิ่งผ่านการคลอดลูก“ครับที่รัก” ทะเลรับคำอ
“ปันท้องเหรอ” ทะเลถามขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวังอย่างปิดไม่มิด“ถ้าท้องปันต้องบอกพี่แล้ว” เธอหลบสายตาของเขาอย่างเขินอาย เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มกำลังจ้องเธอราวกับพยายามค้นหาคำตอบจากสีหน้า“เมื่อไหร่จะท้องสักที”“พี่ทะเล! ลูกยังเล็กอยู่เลยนะคะ” เธอหันไปดุสามีทันที แต่คนถูกดุกลับยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน“พี่ก็แค่ถาม” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมา “แต่ปันรู้ไหมว่าปันเคยขโมยของพี่ไปตั้งแต่สมัยเรียน”“ปันขโมยอะไรคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย“ขโมยหัวใจของพี่ไง” ทะเลขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะยิ้มบางๆ“...” หญิงสาวถึงกับนิ่งไป“ปันไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าจดหมายที่ปันเขียนถึงพี่ยังอยู่ วันนั้นที่สนามบาสพี่จงใจทำให้ปันรู้”หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเรื่องในอดีต “หมายความว่ายังไงคะ”“สายตาของพี่มีแค่ปันคนเดียวไง” ทะเลมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนปัญปวีณ์เม้มริมฝีปากพยายามกลั้นรอยยิ้ม แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ สิบปีที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเฝ้ารอเขาเพียงคนเดียวที่แท้หัวใจของผู้ชายคนนี้ก็ถูกเธอขโมยไปตั้งแต่วันนั้นแล้วเหมือนกัน“แล้วทำไมพี่ถึงพูดแบบนั้นกับปันคะ” หญิงสาวถ
ทะเลนั่งประชุมอยู่กับฝ่ายการตลาดและลูกค้าอย่างเคร่งเครียด บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความจริงจัง ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยถึงรายละเอียดของงานจังหวะหนึ่งชายหนุ่มยื่นปากกาให้เอมมิกา แต่ปลายนิ้วของหญิงสาวกลับจงใจแตะและจับมือเขาเอาไว้ เขารีบชักมือกลับ“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” เอมมิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มหวานที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบกลับอย่างสุภาพ สีหน้าแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่ภายในใจกลับรู้สึกอึดอัดจนแทบอยากลุกออกจากห้องประชุมเสียเดี๋ยวนั้นชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกา ก่อนคิดถึงภรรยาและลูกสาวที่รออยู่ที่บ้าน เมื่อก่อนเขาอาจไม่รู้สึกอะไรกับผู้หญิงที่เข้าหา แต่ตอนนี้แค่มีใครแตะเนื้อต้องตัว เขาก็อยากรีบกลับไปหาปัญปวีณ์ทันทีเมื่อการประชุมจบลง ทะเลรีบลุกขึ้นเป็นคนแรกทันที เขาตั้งใจจะกลับไปจัดการงานต่อให้เสร็จโดยเร็ว คิดถึงลูกสาวกับภรรยาใจแทบขาด“เอมมีเรื่องที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ขอสอบถามคุณทะเลเพิ่มเติมได้ไหมคะ” เอมมิกาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวาน ยังคงรักษาท่าทีสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ได้สิครับ เชิญที่ห้องทำงานของผม”แม้ภายในใจจะอยากปฏิเสธมากแค่ไหน แต่เขาก็รู้ดีว่าตัวเอ
ทะเลนั่งมองทารกตัวน้อยในเปลรถเข็น หลังจากเพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างเล็กจ้ำม่ำจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กตัวนิดเดียวแบบนี้เข้าไปอยู่ในท้องของปัญปวีณ์ได้อย่างไรกันก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เขายังยืนอยู่หน้าห้องคลอดด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น เมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของภรรยา เขาทนมองเธอทรมานต่อไปไม่ไหว จนสุดท้ายถึงกับเป็นลมหมดสติไปเสียก่อน“คุณพ่อคะ ลองอุ้มน้องดูไหมคะ” พยาบาลยิ้มให้ ก่อนค่อยๆ อุ้มทารกตัวน้อยขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา“ผมอุ้มได้เหรอครับ” ทะเลมองลูกสาวด้วยสีหน้าลังเล มือทั้งสองข้างยกขึ้นค้างอย่างไม่มั่นใจ“ได้สิคะ อย่าตื่นเต้นนะคะเดี๋ยวก็ชิน”ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนค่อยๆ ยื่นมือไปรับร่างเล็กมาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่ลูกสาวซบอยู่กับอก ความรู้สึกบางอย่างก็เอ่อล้นขึ้นมาจนพูดไม่ออก“ตัวใหญ่กว่าเพื่อนในห้องเลย” เขามองใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวด้วยแววตาสั่นไหว ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้น“แง่ๆ” เด็กน้อยร้องเสียงเบาเหมือนมีคนมารบกวนเวลานอน“ทักทายพ่อเหรอ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงทันที ชายหนุ่มก้มลงมองลูกสาวอีกครั้ง “พ่อรักหนูนะ”เพียงประโยคส
พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและกองทัพนักข่าวที่มาร่วมทำข่าวงานวิวาห์ของทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านกับนางแบบสาวชื่อดังแต่คนที่ยิ้มกว้างและมีความสุขที่สุดในงาน คงหนีไม่พ้นทะเล ชายหนุ่มที่เฝ้ารอวันนี้มานานถึงสิบปี ในที่สุดก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักเสียที“เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาวหน่อยครับ!”พิธีกรเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะจากแขกในงาน แต่แทนที่ทะเลจะทำตามคำขอ ชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงจูบริมฝีปากของปัญปวีณ์ต่อหน้าทุกคน“พี่ทะเล!” หญิงสาวตีแขนเขาเบาๆ อย่างเขินอาย เพราะรอบข้างเต็มไปด้วยแขกและนักข่าว“นักข่าวเยอะนะอย่าตีพี่สิ เดี๋ยวเขาจะหาว่าพี่กลัวเมีย” ชายหนุ่มกระซิบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้คนรอบข้างหัวเราะและส่งเสียงแซวคู่บ่าวสาวกันยกใหญ่ธารากับสายลมมองภาพตรงหน้าพร้อมกัน ก่อนจะแบะปากออกมาพร้อมกันอย่างหมั่นไส้ ไม่คิดเลยว่าคนเงียบขรึมอย่างทะเลจะกลายเป็นคนแรกในบรรดาพี่น้องที่ได้แต่งงาน“มีครอบครัวแล้วไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย” สายลมบ่นพึมพำเมื่อมองภาพของพี่ชายที่ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนทะเลจะเดินเข้ามาสมทบ“เราอะ รีบหาแฟนได้แล้วจะขึ้นคานเอา” ทะเลแซวน้องสาวด้วยรอยยิ้ม
ปัง!เสียงประตูถูกถีบเปิดออกอย่างแรง ทะเลพุ่งเข้ามาในห้อง และภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ ปัญปวีณ์นอนอยู่บนพื้นใบหน้าซีดเผือด มือทั้งสองข้างมีเลือดเปรอะเปื้อน ขณะที่ลิลลี่ยังคงยืนถือมีดอยู่ไม่ไกล“ปัน!” เขารีบวิ่งเข้าไปหาเธอทันที ก่อนช้อนร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ลูก...” หญิงสาวพูดออกมาเสียงแผ่ว มือสั่นยกขึ้นกุมหน้าท้อง ความเจ็บบริเวณท้องน้อยทำให้สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวชายหนุ่มหน้าซีดลงทันที ก่อนจะหันไปมองลิลลี่ด้วยสายตาโหดเหี้ยมจนแทบไม่มีเค้าความอ่อนโยนเหลืออยู่ เขาไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อน“จับผู้หญิงคนนี้ส่งตำรวจ แล้วอย่าให้หลุดออกมาได้อีกเด็ดขาด” น้ำเสียงของเขาเหี้ยมเกรียมลูกน้องรีบเข้าควบคุมตัวลิลลี่ทันที ขณะที่ทะเลไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขากระชับอ้อมแขนกอดปัญปวีณ์ไว้แน่น ก่อนรีบพาเธอออกจากห้อง“พี่ทะเล ลูกของเรา”“ไม่เป็นไรนะปัน” เขาพยายามปลอบทั้งที่เสียงตัวเองสั่นเครือ“ช่วยลูกกับเมียผมด้วย”ทะเลยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด แต่เขาไม่สนใจภาพลักษณ์หรือสายตาของใครทั้งนั้น สิ่งเดียวที่มีค่าในตอนนี้คือปัญปวีณ์กับลูกในท้อง“ทะเล เ







