LOGIN"เกิดอะไรขึ้นวะไอ้เธีย"
เสียงของผู้ชายอีกคนที่ฉันได้ยินฝีเท้ากำลังเดินตามกันมาติดๆ นั้นคุ้นเหมือนเสียงผู้ชายที่เพิ่งเอ่ยทักทายกันก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที
อย่าบอกนะว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน ถ้าเป็นแบบนั้นเขาต้องรู้แน่ ๆ ว่าคนทำก๊อกน้ำของโรงเรียนพังแล้วดันพุ่งไปโดนไอ้หมีควายนั่นเป็นฉันน่ะ
"หึ มึงดูสภาพมันแล้วยังจะถาม ไปบอกลุงโชติปิดวาล์วน้ำไป" เหมือนจะมีอีกคนที่ดูใจเย็นกว่าพูดขึ้นแต่ก็แอบได้ยินเขาหัวเราะเยาะเพื่อนเบาๆ
ฉันไม่รู้หรอกว่าสภาพของผู้ชายคนนั้นเป็นยังไง แต่มโนไปเองว่าตอนนี้คนคนนั้นต้องโดนน้ำพ่นใส่จนหมดสภาพแน่
พอผู้ชายอีกคนพูดจบก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินมาใกล้ๆ วินาทีนี้หัวใจของฉันเต้นแรงจนเหมือนมันผิดจังหวะไป ทำได้เพียงหลับตาและขยับตัวให้ชิดกับกำแพงมากที่สุด
อย่ามาทางนี้เลย...ไปให้พ้น!
เหมือนคำภาวนาในใจจะได้ผลเมื่อฝีเท้านั้นหยุดความเคลื่อนไหวก่อนที่จะขยับอีกครั้งแล้วเสียงที่กระทบกับใบไม้แห้งนั้นหายไปในที่สุด ความรู้สึกโล่งใจไม่ถึงนาทีพลันหายไปเมื่อเสียงไอ้หมอนั่นก็ดังอีกครั้งตอนที่ฉันกำลังจะขยับตัวลุกขึ้นไปแอบมองว่าคนพวกนั้นไปกันหรือยัง
"คิดว่าจะรอดหรือไง"
เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ฉันต้องหลับตาปี๋ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสภาพตัวเองกับท่าทางกึ่งหมอบกึ่งคลานตอนนี้คงดูไม่ได้
ฉันค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นแล้วหรี่ตาขึ้นมองผู้ชายที่คิดว่าคงเป็นรุ่นพี่หมีควายทีละนิด แต่ก็ต้องตกใจซ้ำเพราะภาพจินตนาการของเขาในความคิดฉันกับตัวจริงช่างต่างกับราวฟ้ากับเหว
โคตรดูดี!
"เอ่อ..." ฉันขยับปากได้แค่นั้นเขาก็สวนกลับมาด้วยท่าทางเหมือนคนที่อยากจะกระชากหัวฉันเต็มทน ถึงแม้จะไม่โวยวายแต่ก็รู้
"เธอทำฉันหมดสภาพ" เขาพูดแล้วยกมือขึ้นเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง เสื้อพละสีน้ำเงินแบบคอปกของเขาเปียกโชกไปด้วยน้ำจากก๊อกน้ำเจ้าปัญหา ไม่เหลือพื้นที่แห้งๆ เลยแม้แต่น้อย เปียกไปถึงผมทั้งหัวอย่างกับเพิ่งสระมาหมาดๆ ทว่าถึงจะเหมือนลูกหมาตกน้ำแต่เขาก็ยังดูดีอย่างกับนายแบบบนนิตยสารชื่อดัง
แต่ท่าทางของเขาเหมือนคนดิบเถื่อนชอบกล เขาทำเหมือนจะมีเรื่องแม้กระทั่งกับผู้หญิง
"หนูขอโทษค่ะ มะ...ไม่คิดว่ามันจะพัง" ฉันกล่าวขอโทษขอโพยพร้อมกับก้มศีรษะให้เป็นเชิงยอมรับผิด
"ไม่เห็นไงวะ เขาก็แขวนป้ายเท่าบ้านว่าเสีย" เขาขยับเสื้อที่มันเปียกจนทำให้ติดไปตามเนื้อหนังอย่างรำคาญ ก่อนจะหมดความอดทนแล้วถอดมันออกต่อหน้าต่อตา
"ไม่เห็นจริงๆ ค่ะ" ฉันตอบแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง เพราะไม่อยากเผลอมองเนื้อหนังของเขาแล้วโดนด่าเอา คนอะไรดูดีไปหมดเสียอย่างเดียว ปากหมาฉิบหาย!
"ชื่ออะไร ห้องอะไร"
"คะ" อยู่เขาก็ถามชื่อขึ้นมาดื้อๆ พอหันไปมองด้วยความงุนงงก็เห็นความหงุดหงิดที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นเช่นเดิม เขาไม่ได้ถามเพราะความพิศวาสแต่อย่างใด กลับกันฉันคิดว่าการบอกชื่อจริงๆ ของตัวเองนั้นอาจจะสร้างความเดือดร้อนก็เป็นได้ "บี๋ค่ะ มอห้า ห้องเอสอง"
โชคดีที่นึกถึงเพื่อนโรงเรียนเก่าขึ้นมาได้พอดี คิดว่าในห้องสองคงไม่มีใครชื่อนี้หรอกแทบจะไม่ค่อยได้ยินคนชื่อนี้ด้วยซ้ำ แล้วความเป็นจริงคือฉันอยู่ห้องเอหนึ่งซึ่งฉันเพิ่งจะเข้ามาเรียนได้ไม่ถึงเดือนคงไม่มีใครรู้จักขนาดนั้น โรงเรียนนี้มีนักเรียนตั้งหลายพันคน
"ถอดเสื้อมา"
"หา?" ฉันอุทานเป็นคำถามเมื่ออยู่ ๆ เขาก็สั่งเสียงเข้ม แต่บอกให้ถอดเสื้อเนี่ยนะ เขาเห็นฉันเป็นผู้หญิงอยู่ไหม
"เธอทำฉันเปียก รับผิดชอบด้วย ถอดเสื้อเธอมา" เขาพูดหน้ามึนเหมือนที่ตัวเองกำลังสั่งอยู่นั้นเป็นเรื่องปกติ แถมยังชูเสื้อที่เปียกหมาดๆ ขึ้นมาตอกย้ำความผิดของฉันอีกรอบ
"ก็บอกแล้วไงว่าขอโทษ" สาบานได้ว่าฉันไม่ได้พูดเสียงดังแต่รุ่นพี่คนนั้นดันได้ยินฉันชัดแจ๋วจนมองอย่างเอาเรื่อง
"เสื้อคลุม" เขาชี้มาที่ตัวฉัน ถึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ฉันสวมเสื้อแขนยาวแบบมีฮู้ดของพี่เฟรมมาด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะใส่มาหรอกแต่ตอนเช้าดันทำซอสมะเขือเทศเปื้อนเสื้อนักเรียนเห็นมันวางอยู่แถวนั้นเลยหยิบมาใส่
"ออ" ฉันจัดการถอดเสื้อตัวนั้นให้เขาอย่างว่าง่ายตามประสาคนมีคดีติดตัว ไว้ค่อยเอาไปคืนพี่เฟรมทีหลังแล้วกัน "พรุ่งนี้หนูไปเอามาคืนก็ได้พี่ใส่นี่ไปก่อนนะ"
"..." เขาไม่ตอบแต่ยึดเสื้อไปใส่หน้าตาเฉย เขามองรอยเปื้อนที่อกเสื้อนักเรียนของฉัน คงรู้สึกผิดล่ะสิท่าเป็นผู้ชายประสาอะไรมาแย่งเสื้อผู้หญิงใส่
"อ้าว เด็กใหม่ เธอเหรอที่ทำไอ้เธียเหมือนลูกหมาแบบนั้น" เสียงของผู้ชายอีกคนที่อยู่ฝั่งด้านในรั้ว ทำให้เราทั้งคู่ต้องหันไปมองก่อนจะพบว่าเขาคือคนที่เพิ่งทักฉันเมื่อกี้
"หนูไม่รู้ว่ามันพัง" ขณะที่ฉันกำลังอธิบายเหตุผลกับรุ่นพี่ ผู้ชายที่ชื่อเธียคนนั้นก็เดินจากไปดื้อๆ เขาไม่ได้กลับเข้าไปในโรงเรียนแต่เดินผ่านประตูโรงเรียนไปอย่างไม่เกรงใจครูฝ่ายปกครองเลย
ทำได้ยังไง ทำไมไม่มีใครเอาเรื่องเขาล่ะ ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนเลยนะ
นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ
"ไอ้เธียไปแล้วมึงจะออกไปเลยไหมไอ้คีตะ" รุ่นพี่ที่ยังยืนอยู่ขอบรั้วหันไปถามเพื่อนอีกคน น่าจะเป็นคนที่ฉันคิดว่าดูใจเย็นเมื่อกี้ล่ะมั้ง เขาดูเงียบขรึมและใจเย็นจริงๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือพวกเขาสามคนหน้าตาดีกันหมด ดูดีกันไปคนละแบบ
"มึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูเข้าไปคุยงานกับพวกนั้นก่อน"
"ไปก่อนนะเด็กใหม่" พอเพื่อนคนนั้นของเขาเดินจากไปรุ่นพี่ก็หันมาบอกฉันพร้อมยิ้มให้
"ค่ะ"
"อ่อ พี่ชื่อเชน" เดินไปไม่กี่ก้าวเขาก็หันกลับมาบอกฉันด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
น่ารักจัง...
"ค่ะ"
"ยินดีที่ได้รู้จัก" เขาทิ้งท้ายแล้วรีบวิ่งออกจากประตูโรงเรียนตามคนชื่อเธียไปติดๆ ท่าทางเกเรกันใช่เล่นเพราะไม่เกรงกลัวกฎระเบียบของโรงเรียนกันเลยแม้แต่น้อย
ฉันก้มมองดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนเก่าเพราะใช้มาตั้งแต่เข้าชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
อีกตั้งยี่สิบนาที...
ในวันแต่งงานของเราพี่เธียเปิดบ้านรับแขกแต่เช้า เขาแทบจะนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำล่ะมั้งเพราะฉันเห็นเขาเข้านอนตอนเที่ยงคืนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่งขนาดว่าเราไม่ได้เตรียมอะไรมาก จ้างแม่บ้านมาช่วยจัดโต๊ะและทำกับข้าวเลี้ยงแขกที่มีแต่สามสิบกว่าคน พี่เธียก็ยังคงตื่นเต้นกว่าฉันอีก“ไม่คิดเลยนะว่าจะได้เห็นแกอยู่กับพี่เธียวันนี้อีก” เสียงของดรีมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไปทางพี่เธีย ตอนนี้เขากำลังอุ้มน้องพอร์ชไปให้คุณพ่อของเขาอยู่และมีพ่อของฉันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้”ฉันมองภาพรอบๆ ตัว ที่มีผู้คนหลายสิบคนแต่ล้วนเป็นคนที่เรารักและสนิทสนม ทั้งญาติทั้งเพื่อน และที่สำคัญมีพี่เธียอยู่ในนั้นมันทำให้คิดถึงวันที่พวกเราเจอกันครั้งแรกและตอนที่เรายังเป็นเด็กมัธยม ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหนฉันก็ยังคงมองเห็นเขาชัดเจนที่สุด ราวกับว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผู้ชายที่ชื่อว่า…เธีย“แกล่ะ ไม่พาเขามาด้วยเหรอ” ฉันถามเพื่อนสนิทเพราะไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอคนรักของมัน ก่อนจะหันไปมองใครอีกคนที่ดรีมเคยชอบมากๆ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้“เขายุ่งๆ แต่เห็นบอกว่าจะมา” ดรีมตอบแล้วยิ้มให้ฉันบ้าง ก่อนจะห
Episode 64 —The end —เราสองคนคุยกับผู้ใหญ่แล้วว่าจะจัดงานแต่งหลังจากที่พี่เธียเรียนจบ อย่างน้อยก็เพื่อนเชิญญาติและเพื่อนสนิทมาเป็นพยานรักให้กับเราทั้งคู่ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็อีกหลายเดือนฉันคุยกับพี่เธียว่าเราจะไม่จัดงานใหญ่โต เน้นแค่พบปะและพูดคุยกัน เลี้ยงอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแบบโต๊ะยาว ฉันชอบความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเลยขอพี่เธียจัดงานที่เพนเฮ้าส์ของเรานี่แหละ เพราะที่นี่ก็หรูยิ่งกว่าอะไรแล้วและมันเป็นครั้งแรกที่พี่เธียจะเปิดบ้านให้คนอื่นที่ไม่ใช่ฉันกับพ่อของเขาเข้ามาเที่ยวด้วย“พี่เธียชอบแบบนี้ไหม” ฉันชี้รูปชุดตัวอย่างของคุณเจ้าบ่าวให้เขาดู เพราะเราจะต้องใช้ในวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเราตั้งใจจะสวมชุดแต่งงานที่พะรุงพะรังแค่วันที่ถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น ส่วนวันจัดเลี้ยงจะแต่งตัวเรียบ ๆ สบาย ๆ สนุกกับทุกคนน่าจะดีกว่า ไม่ต้องมายุ่งกับการแต่งตัว ไม่ต้องเหนื่อยตื่นเช้า เลิกงานแล้วหมดแรง“พราวว่าดีไหม” เขามองรูปแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน บนตักของเขามีเจ้าอ้วนกลมนั่งอยู่แถมยังพยายามจะคว้าทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความรวดเร็วจนคนเป็นพ่อต้องระวังชุดนี้เป็นสูทสีกรมแบบผูกเนคไทสีแดงแดงเลือ
Episode 63 ฉันโชคดีที่มีเธอ“จะกลับด้วยกันเลยไหม ฉันผ่านทางนั้นพอดี” เจมส์เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้ของมันแล้วถามขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มองฉันตอนนี้เรากำลังออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวันและทุกๆวันพุธเจมส์จะต้องไปถ่ายแบบ ซึ่งเป็นทางผ่านไปบ้านพี่เฟรมพอดีที่ต้องใช้คำว่าบ้านของพี่เฟรมเพราะตอนนี้ฉันพาพอร์ชย้ายไปอยู่กับพี่เธีย แต่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเราตกลงกันแล้วว่าพี่เธียต้องไปคุยกับพ่อของฉันก่อนวันถัดไปเขาจึงพาฉันไปหาพ่อที่ต่างจังหวัด ทีแรกที่ท่านเห็นพวกเราก็ไม่ชอบใจนักแต่ไม่รู้ว่าพี่เธียทำยังไงท่านถึงตกลงให้ฉันกับพี่เธียกลับมาคบกันได้ แต่ท่านกำชับไว้ว่า พี่เธียต้องไม่ทำให้ฉันกับลูกต้องเดือดร้อนอีก“แกกลับก่อนเลยนะ” ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังเพราะกลัวว่าคนฟังจะตกใจ ยิ่งเป็นเจมส์คงได้ช็อคแน่ ๆ เพราะมันเกรง กลัวพี่เธียอย่างกับคนเห็นผี“อ่าว แกยังไม่กลับเหรอ เห็นทุกทีรีบกลับไปหาลูก” เจมส์เอ่ยถามและเป็นจังหวะที่ใครบางคนกำลังเดินมาพอดี แถมเขายังอุ้มพอร์ชมาด้วยโดยไม่อายสายตาสาวๆที่มองเขาตาไม่กระพริบ “ฉันพลาดอะไรไปเนี่ย”“หลายอย่าง” ฉันตอบสั้นๆแล้วขมวดคิ้วมองพี่เธียทีจ้องเราสอง
Episode 62 โหยหามานาน NC++“กลับมาคบเป็นอะไร” พี่เธียเอ่ยถามแล้วเลิกคิดขึ้น ดวงตาคมเข้มมองสบตากับฉันแทบไม่กระพริบ“เป็น…” นั่นสิเป็นอะไรกันดีนะ เป็นแฟนเหรอ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน“ง้อก่อนสิแล้วจะยอมคืนดีด้วย” เขาแกล้งทำเป็นนิ่ง ทั้งที่คำนั้นกำลังสื่อความหมายที่ชวนฉันไปไม่ถูกหลายปีก่อนเขาก็เคยใช้คำนี้ คำว่าให้ง้อคือการที่ฉันต้องเสียเปรียบเขาอยู่ท่าเดียว“ก็ง้ออยู่นี่ไง”“ง้อแบบที่เคยทำ” พี่เธียบอกเสียงเรียบแล้วจ้องฉันไม่วางตา จะแกล้งทำเป็นลืมดีไหมนะ แบบนั้นเขาจะยิ่งโกรธหรือเปล่า“พอร์ชน่าจะหิวนมแล้วนะ” ลูกคือข้ออ้างที่น่าจะทำให้ฉันรอดแต่ดูเหมือนจะริบหรี่เหลือเกินเมื่อพี่เธียตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ“เตรียมไปให้แล้ว” เตรียมการมาหมดทุกอย่างเลยสินะพี่เธีย มันน่าง้อเสียที่ไหน น่าตีต่างหาก“พี่เธียวางแผนแกล้งพราวชัดๆ ไม่ง้อแล้ว!” ฉันแกล้งทำเป็นหงุดหงิดแล้วจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่พี่เธียหรือจะยอม “ฮือ~ พี่เธียปล่อยพราวไปเถอะ”“จะง้อเองดีๆหรือให้พี่ง้อเรา หืม”แบบไหนมันก็เหมือนกัน ยังไงฉันก็เสียเปรียบฉันกัดริมฝีปากใช้ความคิดแต่ก็ไม่มีวิธี จึงจำใจ ‘ง้อ’ ด้วยวิธีที่เราเคยทำเหมือน
Episode 61 หายไปไหนมา...ฉันแกล้งมองผ่านความเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วเดินไปอีกทางที่ไม่ใช่ห้องนอนของพี่เธีย เดินสำรวจและเรียกชื่อพอร์ชอยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีตัวตนของลูกอยู่ที่นี่รู้สึกว่าจะได้กลิ่นแปลกๆคล้ายจะมีกับดักของพี่เธียอยู่ตรงไหนสักแห่ง แต่ที่แน่ ๆ ฉันติดกับดักนั้นไปแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่ เพราะเขาไม่ได้พาพอร์ชมาเพนเฮ้าส์แต่น่าจะพาไปที่อื่น ส่วนตัวเองวางแผนให้ฉันมาหา!"เล่นอะไรพี่เธีย บอกมาว่าเอาลูกไปไว้ไหน กับใคร" ฉันพูดด้วยโทนเสียงไม่ปกติเพื่อให้เขารู้ว่าฉันไม่ตลกด้วยเลย"ก็บอกแล้วว่าถ้าอยากรู้ให้มาคุยกันก่อน เสียเวลาไปกี่นาทีแทนที่จะรู้ตั้งนาน" เขาไหวไหล่แล้วเดินหนีเข้าไปในห้องเอายังไงดีนะ จะตามเข้าไปดีไหมหรือไปหาวิธีอื่นพี่เธียหายเงียบเข้าไปในห้องอยู่นานจนฉันทนไม่ไหวต้องเปิดประตูบานนั้นเข้าไป ก็เจอเข้ากับเจ้าของห้องนั่งพิงหัวเตียงสบายใจอยู่ ต่างจากฉันที่ร้อนอกร้อนใจกลัวเขาจะเอาพอร์ชไปฝากไว้กับผู้หญิงคนไหนที่เขาบอกว่าคุยด้วย"มีอะไรก็พูดมาเลย แล้วก็รีบบอกว่าเอาลูกไปไว้กับใคร พราวไม่อยากหงุดหงิดไปมากกว่านี้" ว่าแล้วฉันก็กอดอกยืนมองเขาอย่างหาเรื่อง ขณะที่พี่เธียนั้นทำเห
Episode 60 เจ้าแผนการวันนี้ฉันมีเรียนถึงบ่ายสอง เลยกลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน และจะเป็นแบบนี้ทุกๆวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ส่วนวันอื่นปกติจะเลิกสี่โมงเย็น หลังจากไม่มีเรียนฉันก็จะกลับบ้านทันทีไม่มีเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนอย่างคนอื่นเคยมีบางครั้งช่วงแรก ๆ ที่มีลูก ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย คิดว่าตัวเองผิดที่ทำอะไรไม่คิดแล้วมีลูกก่อนวัยที่ควรจะมี เพราะขณะที่เพื่อนได้เรียนต่อ ได้เที่ยว ได้ทำกิจกรรม แต่ฉันต้องมาหยุดเรียนเลี้ยงลูก ต้องอดหลับอดนอนจนรู้สึกเครียดแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ดีขึ้น เราอยู่กับความเป็นจริงได้แต่อยู่ที่เดิมไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจกลับมาเรียน เข้าคณะที่ตัวเองฝันอยากเรียน ได้ทำงานที่อยากทำมีลูกชายที่น่ารักอย่างตอนนี้ด้วย ถึงแม้มันยังไม่เคยอยู่ในความตั้งใจของฉัน แต่มันก็เป็นความสุขที่สุดในตอนนี้"รถใครเหรอป้าจันทร์" ฉันถามป้าที่กำลังเดินออกมาจากประตูบ้าน เมื่อเห็นรถคันหนึ่งที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่ชิดรั้วบ้าน ท่าทางจะเป็นคนมีฐานะน่าดู เพราะรถสปอร์ตแบบนี้ไม่ได้มีใครขับมาให้เห็นบ่อยบนท้องถนน"ลองเข้าไปดูเองสิลูก" ป้าจันทร์ทำท่าอึดอัดก่อนจะตอบออกมาแบบนั้น "เดี๋ยวป
Episode 07 หาเรื่องสุดท้ายฉันก็ได้เสื้ออีกตัวกลับมาให้พี่เฟรม เพราะเสื้อของเขาจริงๆมันคือตัวนี้ต่างหากส่วนอีกตัวก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเขาจัดการกับมันยังไง เห็นบอกว่าจะเอาไปคืนเองแล้วเขารู้เหรอว่าเสื้อตัวนั้นเป็นของใครเขาจะรู้จักกับพี่เธีย?ใช่แน่! ทำไมฉันถึงได้โง่อย่างนี้นะ ดูก็รู้ว่าพี่เฟรมไม่พอใจ
Episode 03 พราวรดา"หยุดนะ!"ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันกล้าบ้าบิ่นเสนอหน้าออกไปกลางวงล้อม แถมยังเอาตัวเองไปยืนเป็นกำบังให้ยัยบี๋จนน้ำในถังที่ถูกรุ่นน้องมอฯต้นสาดใส่จนเปียกไปทั้งร่างไม่ต่างจากหมอนั่นเมื่อวานนี้เลยซ่า!~ฉันหลับตาลงโดยทันทีตามสัญชาตญาณเมื่อน้ำกระทบกับใบหน้า เสียงผู้คนรอบข้างทั้งตกใจทั้ง
Episode 02 ต้นเหตุของเรื่อง"ดรีม เธอรู้จักรุ่นพี่ที่ชื่อเธียไหม"ฉันสะกิดแขนเพื่อนที่นั่งด้านข้างขณะที่เรากำลังเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมในคาบสุดท้ายของวัน เธอชื่อว่าดรีมเป็นเพื่อนคนแรกของฉันในโรงเรียนนี้ ส่วนอีกคนชื่อธัญญ่านั่งถัดจากดรีมไป ซึ่งตอนนี้กำลังฟุบหน้าหลับกับโต๊ะเรียนอยู่ ยัยนั่นขี้เซ
บทนำการย้ายโรงเรียนบ่อยไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนักหรอก เพราะมันเท่ากับว่าเราต้องเริ่มปรับตัวให้เข้ากับคนรอบตัวใหม่อีกครั้งสำหรับฉันนี่คงเป็นครั้งที่ห้าแล้วถ้านับตั้งแต่เข้าเรียนชั้นอนุบาล ต้องย้ายโรงเรียนตามพ่อกับแม่เพราะพวกท่านมีเหตุจำเป็นต้องย้ายสถานที่ทำงานอยู่บ่อยๆ ย้ายทีไม่ใช่แค่ต่างหมู่บ้านห







