Masukนางร้ายที่มีเมนเป็นพระรอง ทั้งเขายังเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอ ความใกล้ชิดนี้จะทำให้เธอพิชิตใจเขาได้หรือไม่ หรือว่านางร้ายกับพระรองจะเป็นได้เพียงคู่ขนานของกันและกันเท่านั้น
Lihat lebih banyakคนอื่นทะลุเข้ามาในนิยายต้องมาหนักใจเรื่องความรัก เพราะถ้าดันทะลุมาเป็นนางร้ายของเรื่องก็ต้องคอยมาแก่งแย่งกับนางเอก ไม่ก็ไม่สนตัวเอกไปเลยจนพวกเขาเป็นฝ่ายที่มาสนใจเธอแทน แต่สำหรับน้ำหนาวแล้วไม่ใช่ เพราะปัญหาหลักในนิยายเรื่องที่เธอทะลุเข้ามา เรื่องความรักกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับเธอ เพราะเรื่องที่เธอต้องจัดการคือเรื่องของบริษัทที่เธอต้องมานั่งแท่นผู้บริหารต่อจากนี้ต่างหาก
แต่จะว่าก็ว่าเถอะ เธอน่ะไม่ได้อยากแย่งพระเอกจากนางเอกหรอกนะ แต่พระรองของเรื่องนี้เธอขอได้มั้ยคะ สเปคสุดๆ หน้าคมหุ่นล่ำผิวสีน้ำผึ้งดูสุขภาพดีดูก็รู้ว่าน่าจะต่อยคนเก่ง แต่พระเอกจะออกแนวคุณช้ายคุณชายผิวขาวเป็นยองใย เขาก็หล่อค่ะ ดูดีมากด้วย แต่คนเราชอบไม่เหมือนกันนี่น่า
ก็เธอดันชอบแบบพระรองน่ะสิ ส่วนพระรองแน่นอนชื่อก็บอกอยู่แล้ว เป็นพระรองก็คือชอบนางเอกมาก แต่ก็นะ คุณไม่สมหวังหรอกค่ะ มารักกับนางร้ายอย่างพี่เถอะ แต่ก็อย่างว่าละนะ เรื่องนี้มันก็แล้วแต่วาสนา เพราะงั้นเธอขอโฟกัสที่ตัวเองก่อน
“คุณแม่คะ เข้าบริษัทบ้างเถอะค่ะ มีแต่คนถามหาคุณแม่กันใหญ่”
“เห็นหนูก็เท่ากับเห็นแม่แล้วมั้ยคะ” คุณหญิงอรทิรามองหน้าลูกสาวสุดที่รักด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ไม่เหมือนกันสักหน่อย”
ตอนนี้สองแม่ลูกเจ้าของแบรนด์เครื่องเพชรชั้นนำ นั่งทานข้าวเช้ากันอยู่ที่โต๊ะยาวในบ้านหลังใหญ่
“แม่หาบอดี้การ์ดให้หนูได้แล้วนะลูก” แม่ของเธอพูดขึ้นหลังจากหาการ์ดมาดูแลเธอเมื่อหลายวันก่อนแต่พึ่งจะได้ก็วันนี้ มาแล้วสินะพระรองของเรื่อง เธอยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเพื่อปกปิดรอยยิ้ม
“จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดด้วยเหรอคะคุณแม่” เธอก็พูดไปงั้น รู้ดีว่ายังไงคุณแม่ก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนโดยไม่มีคนคอยดูแล ก็เธอน่ะราวกับเป็นตู้เครื่องเพชรเคลื่อนที่เลยนะสิ
“จำเป็นที่สุด โดยเฉพาะตอนที่หนูไปออกงานน่ะ”
“แล้วเขาจะเริ่มงานวันไหนคะ”
“พรุ่งนี้ทางบริษัทการ์ดจะส่งเขามาตอนเช้าจ่ะ” เธอพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ปกติที่บ้านเธอก็มีการ์ดคอยดูแลอยู่แล้ว แต่มีเขามาเพิ่มและดูแลเธอเป็นการส่วนตัวก็ยิ่งดีมากๆ
“งั้นวันนี้คุณแม่เข้าบริษัทกับหนูนะคะ”
“วันนี้แม่มีนัดแล้ว” คุณหญิงรีบปฎิเสธทันที
“โถ่.. คุณแม่อะ”
“ไม่ต้องโอดครวญแล้ว ถึงเวลาที่ต้องรับใช้แม่ได้แล้ว โตแล้วนะลูก” คุณหญิงอรทิราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เข้าใจแล้วค่า” เธอหน้ายู่พูดเสียงครางยาว
มาถึงตอนนี้เธอก็ยังสงสัยอยู่ว่าผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีโดยคุณหญิงอรทิรา ทำไมถึงได้กลายเป็นนางร้ายของนิยายเรื่องนี้ได้ แต่ไม่รู้ว่าการที่เธอได้เข้ามาอยู่ในร่างของน้ำหนาวแล้ว จะสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในนิยายได้หรือเปล่า หรือไม่ว่ายังไง ก็จะมีเหตุการณ์หรืออะไรสักอย่าง มาทำให้เธอกลายเป็นนางร้ายจนได้
ตอนแรกที่ได้ทะลุมาบอกตามตรงว่าโคตรตื่นเต้น เพราะเธอกลายเป็นนางร้ายที่ทั้งสวยและร่ำรวย แต่พอปรับตัวได้เท่านั้นแหละ ก็ได้รับรู้ว่าเบื้องหลังของความร่ำรวยไม่ได้ ได้มาง่ายๆ เพราะเธอตต้องทำงานในตำแหน่งรักษาการผู้บริหารแทนแม่ของเธอที่เป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งเธอต้องรับทั้งความคาดหวังและความกดดันจากทุกรอบด้าน
แต่กระนั้นเธอก็ได้รับกำลังใจจากคุณหญิงอรทิราอยู่เสมอ ทั้งท่านยังให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาในหลายๆเรื่องอีกด้วย เพราะดูทรงแล้วท่านก็เตรียมจะวางมือแล้วละ จึงเริ่มคายตะขาบให้เธอขนาดนี้ สู้สิวะหญิง ได้มีโอกาสรวยขนาดนี้โดยที่ไม่ต้องชื้อหวยน่ะ
แต่ถ้าพระเจ้าจะให้เธอทั้งรวยและสวยมาก โดยที่ไม่ส่งอุปสรรคมาให้เลยก็ดูจะเพอร์เฟคเกินไปหน่อย ท่านเลยส่งมนุษย์ป้ามาป่วนงานเธอไม่หยุด ทั้งคุณอาของเธอด้วย ตอนแรกก็เหมือนจะดี แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นเหน็บเธอทุกดอกที่มีโอกาส แถมเอาเรื่องเธอไปฟ้องคุณหญิงด้วย
แต่คิดว่าคุณหญิงจะเข้าข้างใครละคะ แน่นอนว่าต้องเป็นลูกสาวสุดสวยคนนี้อยู่แล้ว เธอก็เลยตีตัวออกห่างจากคุณอาท่านนี้ เลือดข้นคนจางมีให้เห็นเยอะแยะ ถ้าไม่มีความจริงใจให้กันเธอก็ไม่จำเป็นต้องให้ใจใครเหมือนกัน เพราะนี่นางร้ายค่ะ ไม่ใช่นางเอกเนอะ
เธอมาทำงานได้ระยะหนึ่งก็สังเกตเห็นอะไรแปลกๆ พนักงานบางคนดูไม่ชอบเธอเอามากๆ แต่บางคนก็อยู่เป็นคอยประจบเก่ง ส่วนคนที่ทำงานเก่งกลับไม่ค่อยพูด เธอละหัวจะปวดกับที่ทำงาน และเธอก็ตัดสินใจแล้วว่ายังไงเธอก็ต้องฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ ถึงในนี้จะมีคนเก่าคนแก่ที่เป็นคนของแม่เธออยู่ แต่พวกเขาก็งานรัดตัว ไม่มีเวลามาช่วยเธอนัก
ซึ่งเรื่องนี้เธอก็เข้าใจได้ เธอก็ยังถือว่าใหม่กับโลกนิยายนี้มาก เธอเลยไม่อยากกดดันตัวเองมากมายอะไร แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เธอจึงเรียกหัวหน้าแผนก HR เข้าพบ เพื่อที่จะรับสมัครพนักงานอีกหลายตำแหน่ง
“เรื่องนี้ต้องปรึกษาทีมบริหารก่อนหรือเปล่าคะ” คุณอัมพาหัวหน้าแผนกเอ่ยถามเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เอาละเจอมนุษย์ป้าอีกคนจนได้
“แน่นอนค่ะ เรื่องนี้หนาวปรึกษาผู้บริหารระดับสูงมาแล้ว ดังนั้น ช่วยออกประกาศตามที่หนาวได้เสนอไปด้วยค่ะ” เอาสิ คนอย่างคุณต้องเจอคนอย่างฉันค่ะคุณน้า ให้มันรู้ซะบ้างว่าหนูน่ะลูกสาวเจ้าของบริษัท
คุณน้ายังทำหน้าอึกอักและไม่ยอมออกไปจัดการเอกสารให้งานมันเดินได้เร็วๆ เธอก็เลยจะช่วยให้คุณน้าตัดสินใจได้เร็วขึ้นหน่อย
“หรือจะให้หนาวต่อสายท่านประธานคะ คุณอัมพาจะได้เชื่อ ว่าเรื่องนี้ผ่านการอนุมัติแล้ว”
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณน้ำหนาว ดิฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ค่ะ” ทำงานกันดีๆไม่ได้ ต้องให้มีขู่ถึงจะยอมทำ มันยังไงกันนัก
“ขอบคุณ คุณอัมพาค่ะ ได้เรื่องยังไงกรุณาแจ้งคุณริสาเลขาหนาวด้วยนะคะ”
“ทราบแล้วค่ะ” คุณอัมพาออกจากห้องไปด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยเต็มใจจะทำงานที่เธอบอกนัก เธอต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย นี่คือเรื่องที่เวลาทำงานบริษัทใหญ่จะต้องเจอ คนเรามันร้อยพ่อพันแม่ จะให้คิดตรงกันทุกอย่างไม่ได้หรอก นี่ถ้าเป็นบริษัทเล็กๆ เธอก็ยังพอจะเลย์ออฟคนที่ไม่เข้ากับระบบออกไปได้บ้าง
แต่นี่คุณแม่ก็เล่นโยนงานยากมาให้เธอเลย แถมไม่มีฝากฝังเธอให้ใครด้วยนะ เรียกว่าถีบเธอให้ลงแม่น้ำและให้เธอได้เรียนรู้วิธีว่ายน้ำเองแบบนี้เลย นี่มันคุณแม่สายฮาร์ดคอร์สุดๆ แต่เธอก็ชอบนะรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตจริงๆอย่างไรอย่างนั้น ต่อจากนี้คงต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม
จะทำให้คุณแม่ผิดหวังไม่ได้ และใช่ เธอเองก็อยากกลายเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลจนได้ลงนิตยสาร forbes อะไรแบบนั้น ต้องดูเท่มากแน่ๆ เธอนั่งจินตนาการไปไกลจนได้ยินเสียงเคาะประตู จึงได้กลับเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในโลกของนิยายอีกทีหนึ่ง และก็พบว่าคุณเลขาหอบกองเอกสารมากมายเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าปนรอยยิ้มนิดๆ
“วันนี้ต้องทำหมดนี่เลยเหรอคะคุณริสา” เธอถามเลขาคนสวยออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน งานก็ยังไม่ได้ทำ แต่เห็นแล้วก็เหนื่อยไว้ก่อนแล้ว
“เปล่าค่ะ” ได้ยินแบบนี้เธอก็พอจะใจชื้นขึ้นมาบ้าง “นี่เป็นของช่วงเช้าค่ะ ช่วงบ่ายเดี๋ยวริสาจะเอามาให้อีกทีนะคะ”
“...” เธอถึงกับอึ้ง และไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำว่า “ค่ะ” เธอจะเสียมาดผู้บริหารไม่ได้ “รบกวนคุณริสาแล้ว”
“เป็นหน้าที่อยู่แล้วค่ะบอส”
และวันนั้นทั้งวันเธอก็ต้องทำงานจนหัวหมุน การจะเป็นนางร้ายผู้ร่ำรวยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถามว่าท้อมั้ย บอกเลยว่าไม่ เพราะพรุ่งนี้ก็จะได้เจอพระรองแล้ว เนื้อคู่ที่เธอใฝ่ฝันน่ะ อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆแล้วสิ
.
.
.
ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เหมือนพวกเขามาเที่ยวจริงๆ กระทั้งอาหลิงรักษาตัวเสร็จแล้ว พวกเขาก็พาน้องอยู่เที่ยวต่ออีกสองวันจึงกลับ เมื่อกลับมาก็ได้รับข่าวดีว่าพี่มิรินกำลังจะแต่งงานแล้ว กับตากล้องชื่อดังท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้พระเอกก็ไม่ใช่วาสนาของนางเอกอีกต่อไปแล้ว น้ำหนาวเองก็คิดว่าจะเลิกสนใจเนื้อหาในนิยายนี่แล้ว เพราะเนื้อเรื่องได้เปลี่ยนแปลงมาตั้งนานแล้ว กระทั่งพระเอกยังไม่ตรงปกเลย วันนั้นพวกเขานั่งทานอาหารค่ำด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน “แล้วเมื่อไหร่อาหมิงจะขอน้องแต่งงานสักทีละ” คุณหญิงอรทิราเปรยขึ้นอย่างสบายๆ แต่คนที่กระอักกระอ่วนที่สุดคือน้ำหนาว แล้วคนที่นั่งคอตั้งหูตั้งที่สุดคงเป็นอาหลิง “ผมไม่ติดอะไรครับ แต่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะพร้อมเมื่อไหร่” ตอนนี้กลายเป็นว่าความกดดันมาตกอยู่ที่เธอ ให้ตายสิ เธอก็เลยพูดไปแบบกวนๆ “ความจริงหนูพร้อมตั้งนานแล้วนะคะ พี่เหอะเมื่อไหร่จะขอ” เธอหยักคิ้วใส่เขา “งั้นเราแต่งงานกันนะครับ” “ฮะ?” ง่ายแบบนี้เลย? เป็นคุณแม่กับอาหลิงที่หัวเราะกันยกใหญ่ กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดอยู่ตรงหน้าเธอในนั้นมีแหวนเพชรน้ำงามอยู่วงหนึ่ง “แต่งงานกับพี่นะครับ” บอกตามตรงว่าเธอไม่คิดไม่ฝันว่
พวกเขาเดินทางมาถึงญี่ปุ่นอย่างราบรื่น อาหลิงถูกพาไปโรงพยาบาลที่มีหมอผู้เชี่ยวชาญรอทำการรักษาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งอาหมิงก็พาคนดูแลมาด้วยอีกสองสามคน และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าพวกเขามาเที่ยวด้วยกันเสียมากกว่า พวกเขาเลือกพักโรงแรมเรียวกังขนาดใหญ่และเป็นส่วนตัวมาก แน่นอนว่าพวกเขาที่หมายถึงไม่มีอาหลิงอยู่ในนั้นด้วย เพราะน้องต้องอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา อาหลิงงอแงอยากไปเที่ยวช่วงแรก แต่ก็โดนผู้เป็นพี่คุมกำเนิด แต่ทุกอย่างที่น้องอยากจะได้ก็จะได้รับมันทั้งหมดหลังรักษาเสร็จ อาหลิงจึงมีแรงฮึดในการรักษามากๆ เพราะเธอตั้งใจจะรีดไถให้พี่ชายหมดตัวกันไปข้าง แต่ที่อาหลิงไม่รู้คือพี่ชายของเธอน่ะโคตรรวย และไม่มีทางหมดตัวง่ายๆอย่างที่เจ้าตัวคิด “หนาวหิวมั้ยครับ จะทานข้าวก่อนหรือจะพักผ่อนก่อนดี” “อือ.. ตอนนี้ยังไม่ค่อยหิวค่ะ” “งั้นพักก่อนนะครับ” “ค่ะ” เมื่อตกลงกันดังนั้นเขาทั้งสองก็ตรงไปยังห้องสวีตทันที ถึงที่นี่จะเป็นโรงแรมดังมีแขกเข้าพักไม่ขาด แต่กลับดูสงบมากสมกับเป็นญี่ปุ่นโดยแท้ เมื่อเปิดประตูระเบียงออกไปก็จะพบกับสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดย่อม ทั้งมองไปด้านนอกก็เป็นวิวภูเขาไฟฟูจิ จนน
ในที่สุดสองพี่น้องก็ได้พบกันสักที หลังจากที่ต้องโกหกคนน้องมานาน แต่ดูเหมือนว่าอาหลิงไม่ได้สนใจพี่ชายขนาดนั้น กลับกันอาหลิงดูจะติดน้ำหนาวเสียมากกว่า “พี่หาข้อมูลมาแล้วนะเราต้องไปรักษาที่ญี่ปุ่น คุณหมอที่เชี่ยวชาญโรคนี้อยู่ที่นั่น” “พี่หนาวไปด้วยหรือเปล่าคะ” อาหมิงเลยหันมามองน้ำหนาวเป็นเชิงว่าไปด้วยกันได้มั้ย แล้วอาหมิงก็เห็นถึงความกังวลจากแววตาเธอ “เรื่องงานไม่ต้องห่วง พี่หาคนมาจัดการให้ได้” เอาเว่ย การมีแฟนเป็นขาทองคำนี่มันดีอย่างนี้ “อย่างนั้นก็ได้ค่ะ จะได้ดูแลน้องด้วย” เธอไปด้วยก็น่าจะดีกว่ายังไงก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายก็ดูจะไม่สะดวกนักเมื่อตกลงกันเสร็จอาหมิงก็ไม่ยอมกลับ แต่ขอนอนอยู่ที่บ้านใหญ่ด้วย แน่นอนว่าเขาขอนอนกับน้ำหนาว ซึ่งเธอไม่ค่อยจะสบายใจนัก “พี่หมิงคะ แบบนี้มันเรียกว่าผิดผีเปล่า” “แต่เราก็ผิดกันไปแล้วนะ” เขาเลิกคิ้ว ส่วนน้ำหนาวก็ขำ เธอไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่เธอเกรงใจคุณแม่ต่างหาก ในวันที่ท่านไม่อยู่บ้าน พวกเธอก็จะทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ “ถ้างั้นพี่นอนห้องรับแขกนะ” “พี่นอนไหนก็ได้แต่หนาวต้องไปนอนกับพี่ด้วย” บทจะเอาแต่ใจเขาก็เอาแต่ใจมากเลยนะผู้ชายคนนี้ สรุปคื
วันนั้นทั้งวันทุกคนในบริษัทวุ่นวายกันหมดตั้งแต่บนลงล่าง แต่ก็ได้คนของอาหมิงเข้ามาดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ทั้งยังจ้างฝ่ายบริหารนอกเข้ามาจัดการระบบทันที เพื่อไม่ให้การทำงานหยุดชะงัก ตอนนี้คนพี่นั่งอยู่ในห้องทำงานของคนน้อง ห้องที่เขาไม่ได้มาที่นี่เสียนาน “ที่นี่คนไม่เยอะเหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอ” พอเขาได้มาอยู่ที่นี่ก็นึกถึงเมื่อก่อนขึ้นมา “หนาวจัดห้องให้พวกเขาแล้วค่ะ จะได้มีเวลาอู้บ้าง ช่วงแรกเป็นหนาวที่อยากเร่งสร้างผลงานก็เลยต้องให้พวกเขาอยู่ที่นี่ไปก่อนเพื่อความรวดเร็วและเรียบร้อย” คนพี่เองก็พยักหน้ารับ “เหนื่อยมากมั้ยครับ” “ก็พอไหวอยู่ค่ะ พี่เถอะ ไปไงมาไงถึงได้มาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียได้” “มาเฟียอะไร นั่นน่ะการ์ดบริษัทพี่ทั้งนั้น” “ฮะ? อ่าว” น้ำหนาวยิ้มเจื่อนคิดว่าจะได้แฟนเป็นมาเฟียท่านหนึ่งเสียแล้ว “แต่ที่หนาวพูดก็ไม่ผิดหนัก ตระกูลพ่อพี่ทำงานสีเทาหลายอย่าง” เธอพยักหน้ารับ ก็ว่าแล้วก็ทรงเขาน่ะ เหมือนพระเอกมาเฟียสุดๆไปเลย เพราะการ์ดพี่เขาแต่ละคนทั้งดูโหดและมีรอยสักเต็มตัว การ์ดที่บ้านเธอก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้ “หนาวครับ” “คะ?” “ตอนนี้พี่คือผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท” เขาเปรยขึ้น ซ





