LOGIN'พี่เธีย' ผู้ชายที่ใครต่อใครเตือนฉันว่าอย่าเข้าใกล้... ฉันไม่เคยเข้าใจความหมายของคำว่าอันตรายจากตัวเขาเลย จนกระทั่ง...ได้ก้าวพลาดเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขา
View Moreการย้ายโรงเรียนบ่อยไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนักหรอก เพราะมันเท่ากับว่าเราต้องเริ่มปรับตัวให้เข้ากับคนรอบตัวใหม่อีกครั้ง
สำหรับฉันนี่คงเป็นครั้งที่ห้าแล้วถ้านับตั้งแต่เข้าเรียนชั้นอนุบาล ต้องย้ายโรงเรียนตามพ่อกับแม่เพราะพวกท่านมีเหตุจำเป็นต้องย้ายสถานที่ทำงานอยู่บ่อยๆ ย้ายทีไม่ใช่แค่ต่างหมู่บ้านหรือต่างอำเภอแต่ต้องไปไกล จากเหนือลงใต้ เรียกได้ว่าย้ายไปเกือบทุกภูมิภาคมาแล้ว
มันเลยกลายเป็นว่าฉันคุ้นชินกับการที่ต้องเริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ในโรงเรียนไปแล้ว แถมชีวิตนี้เลยไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคนเพราะเข้าเรียนที่หนึ่งก็ใช้เวลาแค่สองถึงสามปี บางที่เรียนแค่ปีเดียวเท่านั้น
ครั้งนี้มันต่างออกไปสักหน่อยตรงที่ฉันไม่ได้ย้ายตามพ่อกับแม่ เพราะมีเหตุผลคือโรงเรียนกับสถานที่ทำงานค่อนข้างห่างไกลและเดินทางลำบาก พ่อกับแม่จึงตัดสินใจให้ฉันย้ายกลับมาอยู่แถวบ้านเก่าที่เราเคยอยู่สมัยที่ฉันยังเรียนชั้นอนุบาล มาอาศัยอยู่กับป้าจันทร์พี่สาวคนเดียวของพ่อซึ่งที่นี่ก็คือบ้านของปู่กับย่า แต่ตอนนี้พวกท่านไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว
ในบ้านจึงมีสมาชิกอยู่แค่สองคนคือป้าและพี่เฟรม ลูกชายของป้าจันทร์ที่แก่กว่าฉันหนึ่งปีเราเรียนคนละที่ทำให้เจอกันแค่ตอนอยู่บ้านแต่พี่เฟรมก็เป็นคนที่ฉันสนิทที่สุดเพราะเราได้ติดต่อกันตลอดตั้งแต่สมัยเด็ก
ถึงแม้ว่าจะเป็นย่านที่เคยอยู่แต่ผู้คนที่นี่ก็ยังคงเป็นคนแปลกหน้าสำหรับฉันเพราะแทบไม่รู้จักใครเลยนอกจากญาติสองคนในบ้าน
"ไงเด็กใหม่"
ขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยใครบางคนก็ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ทำให้ฉันหลุดจากความคิดแล้วหันไปมองคนคนนั้นที่กำลังยืนยิ้มอยู่อย่างกวนๆ
"คะ" ฉันโต้ตอบคำทักทายจากผู้ชายในชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งอยู่ ๆ เขาก็ทักทายทั้งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เลิกโรงเรียนแล้วแต่ฉันยังติดภารกิจสำคัญที่เพิ่งถูกครูปกครองสั่งให้ทำเมื่อตอนเที่ยงนี้
"ชื่ออะไรเรา"
ดูจากสัญลักษณ์บนป้ายชื่อแล้วเขาคงเป็นรุ่นพี่อย่างแน่นอน ท่าทางของเขาดูเป็นมิตรพอสมควรเพราะดูจากคำทักทายและแววตาที่สดใสนั่น
"พราว...ค่ะ"
ฉันตอบแล้วยิ้มให้นิดหนึ่งตามมารยาท จากนั้นก็รดน้ำดอกไม้ตรงหน้าโรงเรียนที่ตอนนี้เริ่มผลิดอกให้เห็นแต่ยังไม่บานสะพรั่ง คาดว่าคนปลูกคงเตรียมการมาอย่างดีเพื่อให้มันเบ่งบานในช่วงงานเทศกาลสานสัมพันธ์กับอีกหลายโรงเรียน
"มาไม่กี่วันโดนทำโทษละ" เขาพูดพร้อมกับติดหัวเราะตรงท้ายประโยค
"มาสายค่ะ" ยอมรับว่ามันเป็นความผิดของตัวเองเพราะวันนี้ฉันมัวแต่ยุ่งกับเรื่องคนอื่นจนต้องเข้าโรงเรียนเกือบเที่ยง
ก็คุณยายที่ชอบมานั่งขายขนมตรงปากซอยใกล้ๆโรงเรียน วันนี้แกรถล้มเลยขนของลำบาก ฉันเลยอาสาไปช่วยจนลืมดูเวลาเข้าโรงเรียน คุณยายเขารับขนมจากป้าจันทร์ไปขายแถมแกยังถูกลูกๆทิ้งให้อยู่คนเดียว จะให้ฉันใจดำกับแกได้ยังไง...
"ออ ซ่าน่าดู"
ฉันไม่ได้ตอบกลับคำพูดนั้นของเขา แต่ก็ยิ้มเพียงนิดเพื่อไม่ให้เสียมารยาท พักหนึ่งเขาก็วิ่งกลับไปยังสนามบอลที่ถูกเพื่อนเรียกอยู่
ฉันเดินไปยังก๊อกน้ำที่ติดกับด้านในรั้วซึ่งห่างจากผู้ชายคนนั้นที่อยู่ฝั่งด้านในโรงเรียนไม่กี่เมตร ด้วยความขี้เกียจจึงแอบขโมยสายยางความยาวเพียงหนึ่งเมตรกว่าของลุงภารโรงมาด้วยจะได้ไม่ต้องเดินอ้อมเข้าไปเติมน้ำใส่ฝักบัวด้านในโรงเรียน แค่เอื้อมมือผ่านรั้วเข้าไปต่อสายยางเข้ากับก๊อกน้ำแล้วเติมจากด้านนอก เดี๋ยวก็คงได้กลับบ้านสักที
ซ่า~
"เฮ้ย! เชี่ยไรวะเนี่ย"
ขณะที่ต่อสายยางเข้ากับก๊อกน้ำและมั่นใจว่ามันคงแน่นพอที่จะไม่หลุดจากกันจึงเปิดน้ำจนสุด แต่นอกจากน้ำจะไม่ไหลมาตามสายแล้วหัวก๊อกน้ำยังหลุดออกจากข้อต่อจนน้ำพุ่งไปอีกฝั่งหนึ่งด้านในโรงเรียนที่มีพุ่มไม้เรียงกันเป็นแถว
"ฉิบหายแล้ว!" ฉันเผลอพูดหยาบคายออกมาเพราะตกใจกับน้ำที่พุ่งแรงไปข้างหน้าแต่ไม่เท่ากับที่มันดันไปโดนใครสักคนที่น่าจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งของพุ่มไม้นั่น
ทำไงดีวะพราว!
สมองของฉันประมวลผลได้ไม่นานหันซ้ายหันขวาหาทางออก ขณะเดียวกันก็ปรากฏเงาของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้รวมไปถึงเพื่อนๆของเขาที่พากันเดินตามมาดูเริ่มขยับยั้วเยี้ยออกมาจากอีกฝั่งของพุ่มไม้
สัญชาตญาณความเอาตัวรอดของฉันทำงานโดยอัตโนมัติด้วยการรีบหมอบอยู่ตรงริมรั้วซึ่งครึ่งหนึ่งจะก่ออิฐหนาทึบไม่มีช่องว่างให้มองเห็นภายนอก
"ใครทำวะ! ถ้ามึงไม่ออกมากูตามไปกระทืบแน่"! น้ำเสียงดุๆทำเอาฉันต้องหลับตาปี๋ ต่อให้หน้าใสๆที่ไม่เคยมีสิวขึ้นจะต้องแปดเปื้อนดินทรายฉันก็ยอม
ฟังเสียงดุๆนั่นแล้วภาพจินตนาการของผู้ชายคนนั้นคือหมีควายชัดๆ แถมยังขู่ว่าจะกระทืบอีก
ใครยอมรับก็บ้าแล้ว!
ในวันแต่งงานของเราพี่เธียเปิดบ้านรับแขกแต่เช้า เขาแทบจะนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำล่ะมั้งเพราะฉันเห็นเขาเข้านอนตอนเที่ยงคืนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่งขนาดว่าเราไม่ได้เตรียมอะไรมาก จ้างแม่บ้านมาช่วยจัดโต๊ะและทำกับข้าวเลี้ยงแขกที่มีแต่สามสิบกว่าคน พี่เธียก็ยังคงตื่นเต้นกว่าฉันอีก“ไม่คิดเลยนะว่าจะได้เห็นแกอยู่กับพี่เธียวันนี้อีก” เสียงของดรีมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไปทางพี่เธีย ตอนนี้เขากำลังอุ้มน้องพอร์ชไปให้คุณพ่อของเขาอยู่และมีพ่อของฉันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้”ฉันมองภาพรอบๆ ตัว ที่มีผู้คนหลายสิบคนแต่ล้วนเป็นคนที่เรารักและสนิทสนม ทั้งญาติทั้งเพื่อน และที่สำคัญมีพี่เธียอยู่ในนั้นมันทำให้คิดถึงวันที่พวกเราเจอกันครั้งแรกและตอนที่เรายังเป็นเด็กมัธยม ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหนฉันก็ยังคงมองเห็นเขาชัดเจนที่สุด ราวกับว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผู้ชายที่ชื่อว่า…เธีย“แกล่ะ ไม่พาเขามาด้วยเหรอ” ฉันถามเพื่อนสนิทเพราะไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอคนรักของมัน ก่อนจะหันไปมองใครอีกคนที่ดรีมเคยชอบมากๆ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้“เขายุ่งๆ แต่เห็นบอกว่าจะมา” ดรีมตอบแล้วยิ้มให้ฉันบ้าง ก่อนจะห
Episode 64 —The end —เราสองคนคุยกับผู้ใหญ่แล้วว่าจะจัดงานแต่งหลังจากที่พี่เธียเรียนจบ อย่างน้อยก็เพื่อนเชิญญาติและเพื่อนสนิทมาเป็นพยานรักให้กับเราทั้งคู่ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็อีกหลายเดือนฉันคุยกับพี่เธียว่าเราจะไม่จัดงานใหญ่โต เน้นแค่พบปะและพูดคุยกัน เลี้ยงอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแบบโต๊ะยาว ฉันชอบความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเลยขอพี่เธียจัดงานที่เพนเฮ้าส์ของเรานี่แหละ เพราะที่นี่ก็หรูยิ่งกว่าอะไรแล้วและมันเป็นครั้งแรกที่พี่เธียจะเปิดบ้านให้คนอื่นที่ไม่ใช่ฉันกับพ่อของเขาเข้ามาเที่ยวด้วย“พี่เธียชอบแบบนี้ไหม” ฉันชี้รูปชุดตัวอย่างของคุณเจ้าบ่าวให้เขาดู เพราะเราจะต้องใช้ในวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเราตั้งใจจะสวมชุดแต่งงานที่พะรุงพะรังแค่วันที่ถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น ส่วนวันจัดเลี้ยงจะแต่งตัวเรียบ ๆ สบาย ๆ สนุกกับทุกคนน่าจะดีกว่า ไม่ต้องมายุ่งกับการแต่งตัว ไม่ต้องเหนื่อยตื่นเช้า เลิกงานแล้วหมดแรง“พราวว่าดีไหม” เขามองรูปแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน บนตักของเขามีเจ้าอ้วนกลมนั่งอยู่แถมยังพยายามจะคว้าทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความรวดเร็วจนคนเป็นพ่อต้องระวังชุดนี้เป็นสูทสีกรมแบบผูกเนคไทสีแดงแดงเลือ
Episode 63 ฉันโชคดีที่มีเธอ“จะกลับด้วยกันเลยไหม ฉันผ่านทางนั้นพอดี” เจมส์เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้ของมันแล้วถามขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มองฉันตอนนี้เรากำลังออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวันและทุกๆวันพุธเจมส์จะต้องไปถ่ายแบบ ซึ่งเป็นทางผ่านไปบ้านพี่เฟรมพอดีที่ต้องใช้คำว่าบ้านของพี่เฟรมเพราะตอนนี้ฉันพาพอร์ชย้ายไปอยู่กับพี่เธีย แต่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเราตกลงกันแล้วว่าพี่เธียต้องไปคุยกับพ่อของฉันก่อนวันถัดไปเขาจึงพาฉันไปหาพ่อที่ต่างจังหวัด ทีแรกที่ท่านเห็นพวกเราก็ไม่ชอบใจนักแต่ไม่รู้ว่าพี่เธียทำยังไงท่านถึงตกลงให้ฉันกับพี่เธียกลับมาคบกันได้ แต่ท่านกำชับไว้ว่า พี่เธียต้องไม่ทำให้ฉันกับลูกต้องเดือดร้อนอีก“แกกลับก่อนเลยนะ” ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังเพราะกลัวว่าคนฟังจะตกใจ ยิ่งเป็นเจมส์คงได้ช็อคแน่ ๆ เพราะมันเกรง กลัวพี่เธียอย่างกับคนเห็นผี“อ่าว แกยังไม่กลับเหรอ เห็นทุกทีรีบกลับไปหาลูก” เจมส์เอ่ยถามและเป็นจังหวะที่ใครบางคนกำลังเดินมาพอดี แถมเขายังอุ้มพอร์ชมาด้วยโดยไม่อายสายตาสาวๆที่มองเขาตาไม่กระพริบ “ฉันพลาดอะไรไปเนี่ย”“หลายอย่าง” ฉันตอบสั้นๆแล้วขมวดคิ้วมองพี่เธียทีจ้องเราสอง
Episode 62 โหยหามานาน NC++“กลับมาคบเป็นอะไร” พี่เธียเอ่ยถามแล้วเลิกคิดขึ้น ดวงตาคมเข้มมองสบตากับฉันแทบไม่กระพริบ“เป็น…” นั่นสิเป็นอะไรกันดีนะ เป็นแฟนเหรอ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน“ง้อก่อนสิแล้วจะยอมคืนดีด้วย” เขาแกล้งทำเป็นนิ่ง ทั้งที่คำนั้นกำลังสื่อความหมายที่ชวนฉันไปไม่ถูกหลายปีก่อนเขาก็เคยใช้คำนี้ คำว่าให้ง้อคือการที่ฉันต้องเสียเปรียบเขาอยู่ท่าเดียว“ก็ง้ออยู่นี่ไง”“ง้อแบบที่เคยทำ” พี่เธียบอกเสียงเรียบแล้วจ้องฉันไม่วางตา จะแกล้งทำเป็นลืมดีไหมนะ แบบนั้นเขาจะยิ่งโกรธหรือเปล่า“พอร์ชน่าจะหิวนมแล้วนะ” ลูกคือข้ออ้างที่น่าจะทำให้ฉันรอดแต่ดูเหมือนจะริบหรี่เหลือเกินเมื่อพี่เธียตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ“เตรียมไปให้แล้ว” เตรียมการมาหมดทุกอย่างเลยสินะพี่เธีย มันน่าง้อเสียที่ไหน น่าตีต่างหาก“พี่เธียวางแผนแกล้งพราวชัดๆ ไม่ง้อแล้ว!” ฉันแกล้งทำเป็นหงุดหงิดแล้วจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่พี่เธียหรือจะยอม “ฮือ~ พี่เธียปล่อยพราวไปเถอะ”“จะง้อเองดีๆหรือให้พี่ง้อเรา หืม”แบบไหนมันก็เหมือนกัน ยังไงฉันก็เสียเปรียบฉันกัดริมฝีปากใช้ความคิดแต่ก็ไม่มีวิธี จึงจำใจ ‘ง้อ’ ด้วยวิธีที่เราเคยทำเหมือน
Episode 60 เจ้าแผนการวันนี้ฉันมีเรียนถึงบ่ายสอง เลยกลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน และจะเป็นแบบนี้ทุกๆวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ส่วนวันอื่นปกติจะเลิกสี่โมงเย็น หลังจากไม่มีเรียนฉันก็จะกลับบ้านทันทีไม่มีเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนอย่างคนอื่นเคยมีบางครั้งช่วงแรก ๆ ที่มีลูก ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าเกิ
Episode 52 ความลับที่เริ่มไม่ลับ"เร็วๆพราว จะถึงเวลาเข้าประชุมแล้วนะ" เสี่ยงของเจมส์ที่เร่งเร้าให้ฉันเดินเร็วขึ้นดังอยู่ด้านหน้ากับขายาวๆอย่างนายแบบที่ก้าวเดินฉับ ๆ จนฉันต้องวิ่งตามถึงจะทัน "ถ้าครั้งแรกสายเขาจะไม่ให้เข้าชมรม แกได้ยินยัยรุ่นพี่นั่นพูดไหม""ฉันแทบจะวิ่งสี่คูณร้อยแล้วเนี่ย"ปึก!"โอ๊
Episode 51 รู้สึกผิด"เธอๆ" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมๆกับนิ้วที่จิ้มลงมาบนหลังฉันสองสามทีทำให้ต้องหันไปมองแล้วเลิกคิ้วแทนคำถามเขาเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งแถมยังหุ่นดีอย่างกับนายแบบแต่เท่าที่ดูโดยรวมแล้วเขาอาจจะชอบเพศเดียวกัน"ชื่ออะไร เราชื่อเจมส์นะ""เราพราว" ฉันตอบแล้วยิ้มบางๆ
Episode 40 อะไรสำคัญกว่าฉันกลับมาถึงบ้านก็ยังรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงไม่หาย ทั้งที่จริงๆแล้วพี่เธียบอกฉันล่วงหน้าเอาไว้ว่าวันนี้เขาจะไปทานข้าวที่บ้านของผู้การอู๋อะไรนั่นแต่ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปไหนมาไหนกับยัยลูกแพรด้วย"เป็นอะไรหน้าซีด สอบติดแล้วไม่ดีใจไงวะ" เสียงของพี่เฟรมเอ่ยทักตอนที่ฉันเดินเข้าประตู