Share

Episode 06 คนละคน

last update Tanggal publikasi: 2026-04-01 13:25:40

Episode 06 คนละคน

ผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากเกิดเรื่อง ไม่มีใครรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องไอทีนอกจากยัยเพื่อนสองคนนั้น ซึ่งพวกมันเองก็ไม่ได้ปริปากพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจนผิดปกติ

ไม่สิ คนที่เงียบคือเขาแต่ชีวิตฉันก็ไม่เคยเงียบเหงาอีกเลยเพราะในแต่ละวันต้องมาคอยลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันตัวเองบ้าง

วันก่อนนั้นอยู่ ๆ ก็มีรังมดอยู่ในกระเป๋านักเรียน ทั้งที่มั่นใจว่าฉันไม่ได้ละเลยมันจนปล่อยให้สัตว์แบบนั้นเข้ามาอยู่ได้แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไปกล่าวหาว่าใครเป็นคนทำ โชคดีที่ว่าฉันไม่ใช่คนประเภทที่กลัวอะไรแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าคนทำจะหยุด เพราะวันต่อๆมาฉันก็เจอแต่เรื่องวุ่นวาย ทั้งหนังสือหาย งานที่ส่งครูหายจนโดนทำโทษ ถูกลบชื่อออกจากชมรมจนต้องวิ่งวุ่นหาชมรมใหม่เพราะไม่อย่างนั้นต้องได้ทำกิจกรรมซ่อมเอง แต่แค่นี้ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เจอเมื่อวานที่อยู่ ๆ ก็มีหนังสือเล่มใหญ่ตกลงมาจากระเบียงและมันก็แม่นจนสร้างแผลเป็นรอยยาวจากหน้าผากจนถึงข้างแก้ม

เรื่องทั้งหมดถูกฉันแจ้งครูปกครองแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะฉันไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครเป็นคนทำ แต่ถึงแม้จะไม่เห็นว่าใครทำ ฉันกลับมั่นใจมากว่าคนที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้มีแค่คนเดียว เขาอาจจะไม่ลงมือเองแต่ต้องสั่งให้ใครในโรงเรียนนี้ทำได้แน่ ๆ

"พวกแกไม่ต้องไปส่งหรอก ฉันไปเองได้"

เพราะช่วงนี้ฉันมักจะโดนกลั่นแกล้งอยู่บ่อยโดยรู้สาเหตุดีว่าเพราะอะไร ทั้งดรีมและธัญญ่าเลยเป็นห่วงฉันเวลาไปไหนก็จะมีท่าทีอยากไปส่งอยู่เรื่อยแต่ฉันก็พอจะดูออกว่าพวกมันก็กลัวจะตกอยู่ในอันตรายเหมือนกันเลยรู้สึกเกรงใจเพื่อนขึ้นมา

ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกนั้นถึงได้บอกว่าคนส่วนใหญ่ที่มีปัญหากับพี่เธียต้องย้ายโรงเรียนกันทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนเดียว ก็เพราะเขามันบ้ายังไงล่ะ แถมยังไม่มีใครทำอะไรหมอนั่นได้อีกด้วย คอยดูแล้วกันไอ้พี่เธีย ฉันจะมาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของที่นี่เอง การย้ายโรงเรียนไม่ใช่เรื่องลำบากใจสำหรับฉันเหมือนกับคนอื่นหรอกแต่การเอาชนะผู้ชายอย่างเขามันท้าทายจะตายไป ใครก็บอกว่าฉันเปลี่ยนโรงเรียนเหมือนกับเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ที่นี่จะต้องเป็นที่สุดท้ายของฉันก่อนเรียนจบแน่ ๆ

จะเล่นกันให้ตายก็ลองดู! ฉันไม่ยอมแพ้หรอก

"หน้าด้านจัง" ราวกับว่ามีคนอ่านความคิดของฉันได้

ตอนที่เดินผ่านพวกรุ่นพี่หน้าห้องเรียนห้องหนึ่งก็ได้ยินใครบางคนพูดขึ้น เสียงของผู้หญิงคนนั้นดังมาจากกลุ่มนักเรียนหญิงที่นั่งกันอยู่ตรงระเบียงหน้าห้อง พอหันไปมองก็เห็นทุกสายตามองฉันกันหมดจนเดาไม่ออกว่าใครเป็นคนพูด แต่แน่ใจว่าคนคนนั้นตั้งใจจะพูดให้ฉันได้ยินแน่ ๆ เกลียดนักพวกหมาลอบกัด

แน่จริงก็เปิดเผยตัวออกมาสิวะ!

"ไงเด็กใหม่" กำลังจะเดินผ่านไปก็ถูกพี่เชนเดินออกมาจากห้องเรียนแล้วขวางทางเดินเอาไว้ เขายังคงมีรอยยิ้มส่งมาให้เหมือนเดิม บางทีก็คิดนะว่าเขาเหมือนแสงสว่างที่ชอบมาตอนที่บรรยากาศรอบข้างกำลังมืดมน "จะไปไหนเหรอ"

"เข้าห้องน้ำ" เพราะฉันไม่ค่อยไว้ใจใครเลยตอบไปแบบนั้นรู้ตัวอีกทีก็คิดได้ได้ว่ามันดูไม่น่ารักเลย ถึงเขาจะเป็นเพื่อนกันแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องเลวเหมือนเพื่อนนี่

"ดุจัง พี่มาดีนะไม่ได้มร้าย" น้ำเสียงและสีหน้าของรุ่นพี่ทำให้ความรู้สึกของฉันค่อยๆผ่อนคลายขึ้นบ้าง ท่าทางของเขาเหมือนเด็กที่กำลังโดนดุอยู่จริงๆ

"มีอะไรกับหนูไหมคะ ถ้าไม่มี..."

"มี" คนที่ตอบไม่ใช่พี่เชนแต่เป็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ถึงแม่จะมีแค่คำคำเดียวที่ออกจากปากเขาแต่ฉันกลับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นคนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุด ภาพของเขาเมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในหัวจนฉันต้องหันหลังไปมองแล้วก้าวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าวจนรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังยืนใกล้พี่เชนมากเกินไป

แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาพี่เชนก็หายตัวเข้าไปในห้องทันทีเพราะสายตาของคนตรงหน้า เขามองปราดเดียวไม่ใช่แค่พี่เชนที่เดินหนีแต่รวมไปถึงพวกที่นั่งเกาะกลุ่มอยู่ตรงระเบียงก็หายไปด้วย

"ไม่มีอะไรจะคุย ขอตัว เฮ้ย!" พอหันหลังกลับมาแขนแกร่งก็ตวัดมารัดขอฉันไว้จนตัวฉันถูกดึงไปแนบชิดกับแผงอกของเขา "ปล่อยนะ!"

"หึ...แต่ฉันอยากคุย" ไม่พูดปล่อยแต่เขายังลากฉันติดมาด้วยในท่านั้น ทุกการกระทำของเราถูกสายตาของใครหลายคนจับจ้องฉันอยากจะงับแขนเขาเต็มทนแต่ไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อนเลยจำใจต้องเดินตามแรงกระชากนั้นไปอย่างไม่มีข้อแม้

นี่เขายังเห็นฉันเป็นผู้หญิงอยู่ไหม! ตัวเองแรงเยอะอย่างกับควาย

"มีอะไรก็พูดมาเลย จะมาหาเรื่องอะไรอีก" ฉันสะบัดตัวออกจากแขนแข็งแรงแล้วหันไปยืนประจันหน้ากับเขา ตอนนั้นถึงได้เห็นว่าเขามีรอยช้ำตรงมุมปากเหมือนไปต่อยกับใครมา เป็นพวกที่ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านจริงๆด้วย

"ใครกันแน่วะชอบหาเรื่อง" พี่เธียกอดอกแล้วเลิกคิ้วถาม

ขณะเดียวกันก็เห็นเขามองรอยแผลที่อยู่บนใบหน้าของฉันด้วยแต่แค่ไม่กี่วินาทีเขาก็เลื่อนสายตามาสบตาด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะคาดเดา

มันไม่ใช่อ่อนโยนหรือหลงใหลแต่เหมือนกำลัง วิเคราะห์อะไรบางอย่าง

ฝ่ามือหนาค่อยๆเลื่อนมาตรงใบหน้านิ้วโป้งแตะลงบนรอยแผลที่ตอนนี้เริ่มแห้งกว่าเมื่อวานอย่างเบามือ การกระทำของพี่เธียทำให้ฉันตกใจเล็กน้อยจนต้องก้าวถอยหลังไปติดกับขอบหน้าต่างที่เป็นกระจก

บอกตามตรงเขาทำให้สับสน วันก่อนทำเหมือนจะฆ่าฉันให้ตายคามือได้เลย แต่วันนี้ทำอย่างกับจะญาติดีกันเสียอย่างนั้น

"คิ้วเธอ"

"ทำไม จะสมน้ำหน้าเหรอ" รู้หรอกว่าไม่ใช่ฝีมือพี่เธียแต่แรงจูงใจมาจากเขาไง มันอดไม่ได้ที่จะต่อว่าให้อีกคนสำนึก

"เห็นไหมว่าใครทำ" น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยออกมามันฟังดูใจดีกว่าทุกครั้ง เล่นเอาคนฟังอย่างฉันสับสน สะบัดหน้าเป็นคำตอบพร้อมกับสลัดความรู้สึกมึนงงทิ้งไป

"ไม่ใช่ว่าสั่งใครมาเหรอ อย่ามาทำตัวเป็นคนดีเถอะ" คิดว่าฉันโง่นักหรือไงกันนะ ทั้งโรงเรียนนี้ฉันไม่มีปัญหากับใครเลยนอกจากเขาใครมันจะมาทำร้ายอีกถ้าไม่ใช่เขาหรือไอ้พวกเด็กทาสของเขา

ฉันขยับออกมาด้านข้างเพื่อเว้นระยะห่างจากคนตรงหน้าตอนที่มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดี สายตาของคนพวกนั้นมองมาไม่ต่างจากคนอื่นแต่พี่เธียไม่แม้แต่จะสนใจ นิสัยของเขาคงไม่สนใครอยู่แล้วสินะนอกจากตัวเอง

"ยังไม่เข้าเรียนเหรอเธีย" นักเรียนหญิงรุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มที่กำลังจะเดินไปหันมาถามเขาด้วยทางเหมือนคนที่สนิทกันเหลือเกิน

หรือจะเป็นแฟน...

"ยัง" เขาตอบสั้นๆโดยหันไม่มองแค่แวบเดียว ฉันเองก็เดาไม่ออกว่าสรุปแล้วพวกเขาสนิทกันจริงหรือเปล่า เพราะพี่เธียดูไม่ค่อยสนใจเลย คงต้องตัดตัวเลือกที่ว่าแฟนกันทิ้งไป

"ออ" พอได้คำตอบสั้นๆกลับไปรุ่นพี่ก็ดูหน้าเสียก่อนรีบเดินจากไปพร้อมกับเพื่อนของเธอที่เหลืออีกสามคน แต่ไม่วายที่จะหันมามองฉันอย่างกับไปด่าพ่อล่อแม่พวกหล่อนอย่างนั้นแหละ

ดูยังไงก็รู้ว่ามีคนแอบปลื้มผู้ชายตรงหน้าฉันคนนี้ คนที่ฉันไม่อยากเข้าใกล้สักนิด เขามีอะไรให้อยากพาตัวเองเข้ามากันนะ

"แค่นี้ใช่ไหมที่จะคุย"เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปฉันจึงหาทางออกห่าง ยิ่งอยู่ใกล้เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย มันทั้งระแวงทั้งกลัวแต่ต้องแสดงออกไปว่าไม่กลัวเขาอย่างนี้

"..." เมื่อเขาไม่ตอบฉันจึงเบี่ยงตัวหลบโดยที่ไม่ต้องเอ่ยลาให้เป็นมารยาท เพราะมารยาทไม่จำเป็นต้องใช้กับคนนิสัยไม่ดีอย่างเขาหรอก

"เสื้อเธอ เอาคืนไป"

ไม่ทันที่ฉันจะได้เดินหนี เสื้อตัวหนึ่งที่คุ้นตาก็ถูกยื่นมาตรงหน้า ตอนนั้นเองที่คำพูดของพี่เฟรมดังขึ้นมาในหัวของฉัน คำเตือนของเขาที่ว่า 'อย่าไปยุ่งกับมันอีก' ดังก้องซ้ำไปซ้ำมา ดูเหมือนว่ามันจะเตือนตัวเองไม่ทันซะแล้ว

"ต้องการอะไรกันแน่ วันก่อนทำไมต้องเอาอีกตัวมาให้ด้วย" ฉันดึงเสื้อมาจากมือเขาแล้วกอดมันไว้เหมือนกลัวมันจะหายไปอีกรอบ

"ก็คนมันลืม" พูดจบเขาก็ทำหน้านิ่งแล้วขยับตัวไปพิงตรงขอบหน้าต่างมองมา

เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะลืม ตอนนี้ฉันคิดว่าต้องมีอะไรระหว่างเขากับพี่เฟรมแน่ ๆ ถ้าจำไม่ผิดเคยได้ยินมาแว่วๆว่าโรงเรียนเรากับโรงเรียนนั้นนักเรียนชายค่อนข้างจะเป็นอริกันเสียส่วนใหญ่หรือเขาจงใจหาเรื่องอีกฝ่ายโดยผ่านทางฉันกันนะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยรัก   ตอนพิเศษ

    ในวันแต่งงานของเราพี่เธียเปิดบ้านรับแขกแต่เช้า เขาแทบจะนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำล่ะมั้งเพราะฉันเห็นเขาเข้านอนตอนเที่ยงคืนตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่งขนาดว่าเราไม่ได้เตรียมอะไรมาก จ้างแม่บ้านมาช่วยจัดโต๊ะและทำกับข้าวเลี้ยงแขกที่มีแต่สามสิบกว่าคน พี่เธียก็ยังคงตื่นเต้นกว่าฉันอีก“ไม่คิดเลยนะว่าจะได้เห็นแกอยู่กับพี่เธียวันนี้อีก” เสียงของดรีมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มองไปทางพี่เธีย ตอนนี้เขากำลังอุ้มน้องพอร์ชไปให้คุณพ่อของเขาอยู่และมีพ่อของฉันกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้”ฉันมองภาพรอบๆ ตัว ที่มีผู้คนหลายสิบคนแต่ล้วนเป็นคนที่เรารักและสนิทสนม ทั้งญาติทั้งเพื่อน และที่สำคัญมีพี่เธียอยู่ในนั้นมันทำให้คิดถึงวันที่พวกเราเจอกันครั้งแรกและตอนที่เรายังเป็นเด็กมัธยม ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหนฉันก็ยังคงมองเห็นเขาชัดเจนที่สุด ราวกับว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผู้ชายที่ชื่อว่า…เธีย“แกล่ะ ไม่พาเขามาด้วยเหรอ” ฉันถามเพื่อนสนิทเพราะไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอคนรักของมัน ก่อนจะหันไปมองใครอีกคนที่ดรีมเคยชอบมากๆ คิดแล้วก็อดขำไม่ได้“เขายุ่งๆ แต่เห็นบอกว่าจะมา” ดรีมตอบแล้วยิ้มให้ฉันบ้าง ก่อนจะห

  • กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยรัก   Episode 64 —The end —

    Episode 64 —The end —เราสองคนคุยกับผู้ใหญ่แล้วว่าจะจัดงานแต่งหลังจากที่พี่เธียเรียนจบ อย่างน้อยก็เพื่อนเชิญญาติและเพื่อนสนิทมาเป็นพยานรักให้กับเราทั้งคู่ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็อีกหลายเดือนฉันคุยกับพี่เธียว่าเราจะไม่จัดงานใหญ่โต เน้นแค่พบปะและพูดคุยกัน เลี้ยงอาหาร ของหวาน เครื่องดื่มแบบโต๊ะยาว ฉันชอบความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเลยขอพี่เธียจัดงานที่เพนเฮ้าส์ของเรานี่แหละ เพราะที่นี่ก็หรูยิ่งกว่าอะไรแล้วและมันเป็นครั้งแรกที่พี่เธียจะเปิดบ้านให้คนอื่นที่ไม่ใช่ฉันกับพ่อของเขาเข้ามาเที่ยวด้วย“พี่เธียชอบแบบนี้ไหม” ฉันชี้รูปชุดตัวอย่างของคุณเจ้าบ่าวให้เขาดู เพราะเราจะต้องใช้ในวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเราตั้งใจจะสวมชุดแต่งงานที่พะรุงพะรังแค่วันที่ถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น ส่วนวันจัดเลี้ยงจะแต่งตัวเรียบ ๆ สบาย ๆ สนุกกับทุกคนน่าจะดีกว่า ไม่ต้องมายุ่งกับการแต่งตัว ไม่ต้องเหนื่อยตื่นเช้า เลิกงานแล้วหมดแรง“พราวว่าดีไหม” เขามองรูปแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน บนตักของเขามีเจ้าอ้วนกลมนั่งอยู่แถมยังพยายามจะคว้าทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความรวดเร็วจนคนเป็นพ่อต้องระวังชุดนี้เป็นสูทสีกรมแบบผูกเนคไทสีแดงแดงเลือ

  • กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยรัก   Episode 63 ฉันโชคดีที่มีเธอ

    Episode 63 ฉันโชคดีที่มีเธอ“จะกลับด้วยกันเลยไหม ฉันผ่านทางนั้นพอดี” เจมส์เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้ของมันแล้วถามขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มองฉันตอนนี้เรากำลังออกจากห้องเรียนในคาบสุดท้ายของวันและทุกๆวันพุธเจมส์จะต้องไปถ่ายแบบ ซึ่งเป็นทางผ่านไปบ้านพี่เฟรมพอดีที่ต้องใช้คำว่าบ้านของพี่เฟรมเพราะตอนนี้ฉันพาพอร์ชย้ายไปอยู่กับพี่เธีย แต่ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่นเราตกลงกันแล้วว่าพี่เธียต้องไปคุยกับพ่อของฉันก่อนวันถัดไปเขาจึงพาฉันไปหาพ่อที่ต่างจังหวัด ทีแรกที่ท่านเห็นพวกเราก็ไม่ชอบใจนักแต่ไม่รู้ว่าพี่เธียทำยังไงท่านถึงตกลงให้ฉันกับพี่เธียกลับมาคบกันได้ แต่ท่านกำชับไว้ว่า พี่เธียต้องไม่ทำให้ฉันกับลูกต้องเดือดร้อนอีก“แกกลับก่อนเลยนะ” ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังเพราะกลัวว่าคนฟังจะตกใจ ยิ่งเป็นเจมส์คงได้ช็อคแน่ ๆ เพราะมันเกรง กลัวพี่เธียอย่างกับคนเห็นผี“อ่าว แกยังไม่กลับเหรอ เห็นทุกทีรีบกลับไปหาลูก” เจมส์เอ่ยถามและเป็นจังหวะที่ใครบางคนกำลังเดินมาพอดี แถมเขายังอุ้มพอร์ชมาด้วยโดยไม่อายสายตาสาวๆที่มองเขาตาไม่กระพริบ “ฉันพลาดอะไรไปเนี่ย”“หลายอย่าง” ฉันตอบสั้นๆแล้วขมวดคิ้วมองพี่เธียทีจ้องเราสอง

  • กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยรัก   Episode 62 โหยหามานาน NC++

    Episode 62 โหยหามานาน NC++“กลับมาคบเป็นอะไร” พี่เธียเอ่ยถามแล้วเลิกคิดขึ้น ดวงตาคมเข้มมองสบตากับฉันแทบไม่กระพริบ“เป็น…” นั่นสิเป็นอะไรกันดีนะ เป็นแฟนเหรอ ทั้ง ๆ ที่มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน“ง้อก่อนสิแล้วจะยอมคืนดีด้วย” เขาแกล้งทำเป็นนิ่ง ทั้งที่คำนั้นกำลังสื่อความหมายที่ชวนฉันไปไม่ถูกหลายปีก่อนเขาก็เคยใช้คำนี้ คำว่าให้ง้อคือการที่ฉันต้องเสียเปรียบเขาอยู่ท่าเดียว“ก็ง้ออยู่นี่ไง”“ง้อแบบที่เคยทำ” พี่เธียบอกเสียงเรียบแล้วจ้องฉันไม่วางตา จะแกล้งทำเป็นลืมดีไหมนะ แบบนั้นเขาจะยิ่งโกรธหรือเปล่า“พอร์ชน่าจะหิวนมแล้วนะ” ลูกคือข้ออ้างที่น่าจะทำให้ฉันรอดแต่ดูเหมือนจะริบหรี่เหลือเกินเมื่อพี่เธียตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ“เตรียมไปให้แล้ว” เตรียมการมาหมดทุกอย่างเลยสินะพี่เธีย มันน่าง้อเสียที่ไหน น่าตีต่างหาก“พี่เธียวางแผนแกล้งพราวชัดๆ ไม่ง้อแล้ว!” ฉันแกล้งทำเป็นหงุดหงิดแล้วจะหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงแต่พี่เธียหรือจะยอม “ฮือ~ พี่เธียปล่อยพราวไปเถอะ”“จะง้อเองดีๆหรือให้พี่ง้อเรา หืม”แบบไหนมันก็เหมือนกัน ยังไงฉันก็เสียเปรียบฉันกัดริมฝีปากใช้ความคิดแต่ก็ไม่มีวิธี จึงจำใจ ‘ง้อ’ ด้วยวิธีที่เราเคยทำเหมือน

  • กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยรัก   Episode 61 หายไปไหนมา...

    Episode 61 หายไปไหนมา...ฉันแกล้งมองผ่านความเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วเดินไปอีกทางที่ไม่ใช่ห้องนอนของพี่เธีย เดินสำรวจและเรียกชื่อพอร์ชอยู่นานก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีตัวตนของลูกอยู่ที่นี่รู้สึกว่าจะได้กลิ่นแปลกๆคล้ายจะมีกับดักของพี่เธียอยู่ตรงไหนสักแห่ง แต่ที่แน่ ๆ ฉันติดกับดักนั้นไปแล้วตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่ เพราะเขาไม่ได้พาพอร์ชมาเพนเฮ้าส์แต่น่าจะพาไปที่อื่น ส่วนตัวเองวางแผนให้ฉันมาหา!"เล่นอะไรพี่เธีย บอกมาว่าเอาลูกไปไว้ไหน กับใคร" ฉันพูดด้วยโทนเสียงไม่ปกติเพื่อให้เขารู้ว่าฉันไม่ตลกด้วยเลย"ก็บอกแล้วว่าถ้าอยากรู้ให้มาคุยกันก่อน เสียเวลาไปกี่นาทีแทนที่จะรู้ตั้งนาน" เขาไหวไหล่แล้วเดินหนีเข้าไปในห้องเอายังไงดีนะ จะตามเข้าไปดีไหมหรือไปหาวิธีอื่นพี่เธียหายเงียบเข้าไปในห้องอยู่นานจนฉันทนไม่ไหวต้องเปิดประตูบานนั้นเข้าไป ก็เจอเข้ากับเจ้าของห้องนั่งพิงหัวเตียงสบายใจอยู่ ต่างจากฉันที่ร้อนอกร้อนใจกลัวเขาจะเอาพอร์ชไปฝากไว้กับผู้หญิงคนไหนที่เขาบอกว่าคุยด้วย"มีอะไรก็พูดมาเลย แล้วก็รีบบอกว่าเอาลูกไปไว้กับใคร พราวไม่อยากหงุดหงิดไปมากกว่านี้" ว่าแล้วฉันก็กอดอกยืนมองเขาอย่างหาเรื่อง ขณะที่พี่เธียนั้นทำเห

  • กาลครั้งหนึ่งซึ่งเคยรัก   Episode 60 เจ้าแผนการ

    Episode 60 เจ้าแผนการวันนี้ฉันมีเรียนถึงบ่ายสอง เลยกลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน และจะเป็นแบบนี้ทุกๆวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ส่วนวันอื่นปกติจะเลิกสี่โมงเย็น หลังจากไม่มีเรียนฉันก็จะกลับบ้านทันทีไม่มีเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนอย่างคนอื่นเคยมีบางครั้งช่วงแรก ๆ ที่มีลูก ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าเกิดขึ้นเลย คิดว่าตัวเองผิดที่ทำอะไรไม่คิดแล้วมีลูกก่อนวัยที่ควรจะมี เพราะขณะที่เพื่อนได้เรียนต่อ ได้เที่ยว ได้ทำกิจกรรม แต่ฉันต้องมาหยุดเรียนเลี้ยงลูก ต้องอดหลับอดนอนจนรู้สึกเครียดแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ดีขึ้น เราอยู่กับความเป็นจริงได้แต่อยู่ที่เดิมไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจกลับมาเรียน เข้าคณะที่ตัวเองฝันอยากเรียน ได้ทำงานที่อยากทำมีลูกชายที่น่ารักอย่างตอนนี้ด้วย ถึงแม้มันยังไม่เคยอยู่ในความตั้งใจของฉัน แต่มันก็เป็นความสุขที่สุดในตอนนี้"รถใครเหรอป้าจันทร์" ฉันถามป้าที่กำลังเดินออกมาจากประตูบ้าน เมื่อเห็นรถคันหนึ่งที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่ชิดรั้วบ้าน ท่าทางจะเป็นคนมีฐานะน่าดู เพราะรถสปอร์ตแบบนี้ไม่ได้มีใครขับมาให้เห็นบ่อยบนท้องถนน"ลองเข้าไปดูเองสิลูก" ป้าจันทร์ทำท่าอึดอัดก่อนจะตอบออกมาแบบนั้น "เดี๋ยวป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status