Share

ตอนที่ 5 ถึงเวลาตัดใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-14 12:14:09

สิบวันก่อนพิธีปักปิ่น เสิ่นอวี๋ซินพาหัวใจที่บอบช้ำมายืนดักรอหลี่หานสือที่โรงน้ำชาแห่งเดิม ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้ดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา นางจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เข้าไปร้องขอเพื่อสนทนากับเขาเป็นการส่วนตัวที่ห้องดื่มชาที่เงียบสงัดของชั้นสอง

“พี่หานสือ อีกสิบวันจะถึงงานปักปิ่นขอข้าแล้วนะเจ้าคะ ข้า...”

“หากจะพูดเรื่องไร้สาระก็จงหยุดเสีย” หลี่หานสือพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าว ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง

“ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อน อย่าได้นำเรื่องหยุมหยิมของเจ้ามาขัดความสุนทรีย์ของข้า รีบพูดเข้าเรื่องมาเสียทีว่าเจ้ามีธุระอันใด” ประโยคนั้นทำให้เสิ่นอวี๋ซินสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางสั่นเทา นางสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำที่เก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของใจ

“อวี๋ซินมีใจให้ท่านเจ้าค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าทุ่มเททุกอย่างก็เพื่อท่าน ข้าอยากขอร้องในวันปักปิ่นนี้ ท่านช่วยส่งปิ่นมาหมั้นหมายข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

เมื่อสิ้นประโยค หลี่หานสือพลันก้าวถอยห่างออกไป เขารีบขยับกายหลบเลี่ยงไม่ยอมให้นางเข้าใกล้แม้เพียงชายอาภรณ์ เพราะลึกๆ ในใจเขายังห่วงกังวลว่าหากใครมาเห็นเข้า ชื่อเสียงของนางจะถูกมองไม่ดี แต่ความกังวลนั้นกลับถูกซ่อนไว้ภายใต้วาจาที่แข็งกร้าว

“เลิกตอแยข้าเสียที” เขาตะคอก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอน้ำตาของนาง

“เจ้ายังเด็กนักเสิ่นอวี๋ซิน เด็กเกินกว่าจะรู้จักความรักที่แท้จริง เจ้ามันก็แค่เด็กน้อยที่หลงผิด คิดไปเองฝ่ายเดียว ที่ผ่านมาข้าทนรำคาญใจมามากพอแล้ว แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูลจึงได้ยอมไว้หน้าเจ้าบ้าง แต่ยิ่งข้าเฉย เจ้าก็ยิ่งได้ใจ”

เขาแค่นยิ้มเย็นชาพลางกวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า

 “เลิกทำตัวไร้ยางอายวิ่งไล่ตามบุรุษให้คนเขาติฉินนินทาไปทั่วเมืองเสียที สกุลเสิ่นไม่มีอบรมสั่งสอนเจ้าหรือว่ากุลสตรีที่ดีไม่ควรเที่ยวประกาศรักบุรุษก่อนเช่นนี้”

ในใจของหลี่หานสือนั้นเจ็บแปลบที่เห็นน้ำตาของนาง แต่เขาบอกตัวเองว่าต้องหนักแน่น

เขาเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งและต้องการสร้างรากฐานให้มั่นคงก่อนความรักใดๆ และที่สำคัญ เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่า ต่อให้เขาจะผลักไสนางแรงเพียงใด เด็กสาวผู้มั่นคงคนนี้ก็จะไม่มีวันไปไหน นางจะยังคงรอคอยเขาอยู่ตรงนี้เสมอเมื่อเขาพร้อม

“แต่กฎของตระกูลข้า..” นางถามเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม พยายามจะอธิบายว่านางต้องเลือกคู่ครองตามกฎและธรรมเนียมตระกูลเสิ่น

“พอเถอะ ข้าไม่อยากรับรู้ กลับไปเสีย อย่าให้ข้าต้องพูดจาร้ายกาจไปมากกว่านี้เลย” เขาตอบเสียงหนักแน่นพลางสะบัดหน้าหนี

เสิ่นอวี๋ซินยืนนิ่งงันราวกับถูกคำสาป ความเจ็บปวดครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เพราะมันคือการดับความหวังสุดท้ายของนางลงด้วยมือของเขาเอง

หลี่หานสือหันหลังให้นาง เขาคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า คิดว่าการดัดนิสัยเด็กดื้อเช่นนางต้องใช้วิธีรุนแรงเช่นนี้ แล้ววันหน้าเมื่อเขาก้าวหน้าในราชการ เขาค่อยกลับมาให้โอกาสนางอีกครั้งก็ยังไม่สาย

แต่หลี่หานสือไม่รู้ตัวเลยว่าเขาคำนวณพลาดไป เขาไม่รู้เลยว่าหัวใจที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลกลาญนั้น เมื่อถึงจุดที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี มันจะเปลี่ยนความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่แสนเย็นชาได้อย่างที่เขาคาดไม่ถึง

ภายในห้องนอนที่เคยสดใสของคุณหนูสามเสิ่น บัดนี้กลับเงียบเหงาและเย็นเยียบราวกับสุสาน ร่างบางที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแพรผืนหนาสะอื้นไห้จนตัวโยน เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่พยายามกักเก็บไว้ระคนไปกับเสียงลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่าง

“คุณหนู ดื่มน้ำอุ่นสักนิดเถิดเจ้าค่ะ ร้องไห้จนตาบวมช้ำไปหมดแล้ว” ฉ่งเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางคุกเข่าอยู่ข้างเตียง คอยซับน้ำตาให้เจ้านายด้วยความเห็นใจ

เสิ่นอวี๋ซินพยายามพยุงกายที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมานั่ง ดวงตาที่เคยเป็นประกายสุกใสบัดนี้แดงก่ำและบวมเป่ง ผิวแก้มที่เคยขาวเนียนดูซีดเซียวจนน่าใจหาย

“ฉ่งเอ๋อร์...” นางเอ่ยเสียงแหบพร่า

“เรื่องที่โรงน้ำชาในวันนี้ เจ้าห้ามให้ท่านพ่อกับท่านแม่รู้เด็ดขาดนะ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องอับอายที่มีบุตรสาวหน้าหนา วิ่งไล่ตามบุรุษจนถูกเขาตอกหน้ากลับมาเช่นนี้”

“คุณหนูอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านเพียงแค่ซื่อตรงต่อความรู้สึกตนเอง และยังเด็กนัก” สาวใช้พูดเสียงเบาท้ายประโยค

“ความซื่อตรงของข้ามันช่างน่าขัน ข้าทุ่มเทหัวใจวางไว้ใต้ฝ่าเท้าให้เขาเหยียบย่ำ แต่เขากลับมองว่ามันเป็นเพียงขยะที่น่ารำคาญใจ” นางนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความหวังพลันแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่งถึง

ความเจ็บปวดที่รุนแรงถึงขีดสุดเริ่มกลายเป็นความด้านชาที่กัดกินไปถึงหัวใจ

“ข้าเข็ดแล้วฉ่งเอ๋อร์ ข้าพอแล้วกับความรักที่ต้องวิ่งไขว่คว้าหามาเอง ข้าช่างเขลาที่คิดว่าความพยายามจะชนะทุกสิ่ง ข้าจะไม่ร้องขอสิ่งใดจากเขาอีกต่อไป” นางก้มมองมือตัวเองที่สั่นเทา

“แล้วเรื่องการหมั้นหมายล่ะเจ้าคะ”

“ข้าจะเลือกคู่ตามธรรมเนียมของสกุลเสิ่น ใครก็ตามที่ส่งปิ่นมา ใครก็ตามที่เห็นว่าเหมาะสม ข้าจะยอมรับคนผู้นั้นโดยไม่ข้อแม้ จะเป็นบุรุษหน้าไหน ข้าก็ไม่สนใจอีกต่อไป ในเมื่อหัวใจของข้ามันแหลกสลายไปแล้ว จะแต่งให้ใครก็คงไม่ต่างกัน” เสิ่นอวี๋ซินหลับตาลง หยาดน้ำตาสุดท้ายไหลผ่านร่องแก้ม มารดาของนางพูดถูก นางควรเลือกเป็นคนถูกรัก ดีกว่าวิ่งไล่ตามความรัก

ฉ่งเอ๋อร์มองดูเจ้านายที่ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นเพียงข้ามคืน ทว่าเป็นการเติบโตที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด  

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 80 คนใกล้ตัว

    หลังจากพูดคุยกันจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเย็น คุณหนูต่างสกุลทั้งสองจึงถึงวลาร่ำลา เสิ่นอวี๋ซินเดินเคียงข้างสหายรักมาตามทางเดินยาวที่ขนาบด้วยสวนไม้ดอก เพื่อไปส่งที่ประตูหน้าตามมารยาททว่าในจังหวะที่เดินผ่านโถงกลาง พวกนางกลับพบกับเสิ่นอี้หลุน ที่กำลังยืนตรวจตราความเรียบร้อยของเครื่องเรือนสำหรับงานวันเกิดที่กำลังจะมาถึง“อ้าว จะกลับแล้วหรือคุณหนูหวัง” เสิ่นอี้หลุนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มอบอุ่นอย่างพี่ชายที่แสนดีหวังลี่อินชะงักกึกราวกับถูกมนต์สะกด นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า แววตาที่เคยร่าเริงสดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับอย่างไม่อาจซ่อนเร้น ในใจของนางนึกไปถึงสัมผัสที่แข็งแกร่งยามเขารวบตัวนางหลบรถม้าทว่าในจังหวะที่เสิ่นอี้หลุนหันมาสบตาตอบโดยบังเอิญ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างทำให้สะท้านไปทั้งร่าง หวังลี่อินหน้าร้อนผ่าวแดงลามไปถึงลำคอ“ข้าเห็นเจ้าไม่ได้นำสาวใช้ติดตามมาด้วย จึงเตรียมรถม้าไว้ให้คนไปส่งเจ้า” เขากล่าวเสียงนุ่มนวลด้วยความใส่ใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ ขะ... ข้า

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 79 อวดจดหมาย

    ยามบ่ายที่ตลาดแถบชานเมืองหลวงคึกคักไปด้วยผู้คน เสิ่นอี้หลุนกำลังเดินทอดน่องกลับจวนด้วยท่าทีสงบ ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นหลัก พลันเกิดเหตุชุลมุนเมื่อรถม้าคันหนึ่งเสียหลักพุ่งตรงมายังสตรีร่างบอบบางที่กำลังยืนเลือกซื้อของอยู่ริมทางด้วยสัญชาตญาณอันรวดเร็ว เสิ่นอี้หลุนพุ่งตัวเข้าไปรวบเอวสตรีผู้นั้นแล้วเบี่ยงหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและความตกใจของชาวบ้านรอบข้างเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เขาจึงค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้วก้มลงถามด้วยความห่วงใย“แม่นาง ท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”สตรีผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเช็ดฝุ่นบนแก้มเบาๆ เมื่อเห็นชัดว่าเป็นใคร ทั้งสองก็อุทานออกมาพร้อมกัน“พี่อี้หลุน”“หวังลี่อิน เจ้าเองหรือเนี่ย”น้องสาวตัวน้อยของหวังเจี๋ยรีบจัดแจงเสื้อผ้าพลางย่อกายขอบคุณพี่ชายของสหายรักด้วยรอยยิ้มสดใส“ขอบคุณพี่อี้หลุนมากเจ้าค่ะ หากไม่ได้ท่าน ข้าคงได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนจะได้พบอวี๋ซินแน่ๆ”“เจ้ากำลังจะไปหาน้องสามงั้นหรือ” เสิ่นอี้หลุนเลิกคิ้

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 78 สหายสนิท

    ณ โรงน้ำชาแห่งเดิมที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นใบหอม หวังเจี๋ยทำหน้าที่เป็นหัวแรงใหญ่ในการนัดแนะสหายให้มารวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อเสิ่นอี้หลุนก้าวเข้ามาในห้องรับรอง เขาก็ตรงเข้ามาร่วมวงจิบน้ำชากับเหล่าสหายอย่างเป็นกันเอง“ในเมื่อพวกเจ้าอยู่นี่กันครบ ข้าก็มีเรื่องจะบอก” เสิ่นอี้หลุนเอ่ยพลางรินน้ำชาให้ตนเอง พอจิบไปได้ครึ่งจอกก็กล่าวเรื่องน่ายินดีออกมาทันที“อีกสามวันจะเป็นวันเกิดครบรอบสิบเก้าปีของข้า ท่านแม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในจวน เชิญเฉพาะคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้น หากพวกเจ้าว่าง ก็เชิญไปร่วมดื่มสุราที่จวนข้าเสียหน่อย”“งานสำคัญของสหายเช่นนี้ ข้าจะพลาดได้อย่างไร ยินดียิ่งนักที่เจ้าให้เกียรติเชิญข้า” หลี่หานสือพยักหน้ารับทันที แววตาฉายความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด“ที่จริงข้าน่ะ ไม่อยากจะเชิญเจ้านักหรอก แต่ก็เกรงว่าจะเสียมารยาทหากข้ามหัวซื่อจื่อจวนโหวไป” เสิ่นอี้หลุนแค่นยิ้มพลางมองสหายรักด้วยสายตาที่รู้ทัน“ดูเอาเถิดหวังเจี๋ย นิ่งชวน พอเริ่มสนิทเข้าหน่อย เสิ่นอี้หลุนก็กล้าเล่นหัวข้าเสียแล้ว เมื่อก่อนยังเห็นเกรงอกเกรงใจกันอยู่แท้ๆ” หลี่หานสือหัวเราะร่

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 77 จดหมายทางไกล

    ยามเช้าในจวนสกุลเสิ่น นกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งร่อนลงที่ระเบียงห้องของเสิ่นอวี๋ซิน มันอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง ขนหลุดรุ่ยจากการฝ่าแดดฝ่าลมพายุมาเป็นระยะทางไกลแสนไกล บ่งบอกว่าภารกิจที่มันแบกรับมานั้นเร่งด่วนและสำคัญเพียงใดเสิ่นอวี๋ซินรีบปรี่เข้าไปรับนกตัวนั้นไว้ในอุ้งมือด้วยความถนอม ก่อนจะแกะกระบอกไม้ไผ่จิ๋วที่ผูกติดขาออกอย่างระมัดระวัง เพียงเห็นลายมือที่คุ้นเคยดวงตาของนางก็สั่นระริกด้วยความตื้นตัน“จดหมายจากพี่เมิ่งยวน...”นางค่อยๆ คลี่กระดาษออกอ่าน ทุกตัวอักษรที่บรรจงเขียน แม้จะแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่นางไม่อาจล่วงรู้ กลับกลายเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจสตรีที่เฝ้ารอคอย นางไล่สายตาอ่านไปจนถึงประโยคสุดท้ายที่บอกว่าคิดถึง หัวใจของนางก็พองโตจนแทบลืมหายใจเสิ่นอวี๋ซินมองดูวันที่ในจดหมายแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความสะท้อนใจ จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นที่เมืองตงซานเมื่อเดือนก่อน หากมิใช่ว่าหลินเมิ่งยวนตัดสินใจใช้นกพิราบสื่อสารที่บินได้รวดเร็วกว่าม้าเร็วหลายเท่า นางคงต้องรอไปอีกหลายเดือนกว่าจะได้รับรู้ข่าวคราวของเขา‘พี่เมิ่งยวน... ท่านต้องลำบากถึงเพียงไหนกัน’ นางพึมพำ

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 76 ออกเดินทางอีกครั้ง

    ในที่สุด วันที่เสบียงหลวงเดินทางมาถึงเมืองตงซานก็มาถึง ขบวนคุ้มกันของสำนักตระกูลหลินเริ่มขยับเขยื้อนเตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้งท่ามกลางแสงแดดจ้าจางจื่ออิงอยู่ในชุดรัดกุมสำหรับนักเดินทาง นางนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามเกินกว่าสตรีทั่วไปในห้องหอ มือบอบบางแต่แข็งแรงกระชับสายบังเหียนอย่างคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมงผิดกับภาพลักษณ์บุตรีขุนนางที่เคยจินตนาการไว้ นางควบม้ามาขนาบข้างหลินเมิ่งยวนพร้อมรอยยิ้มสดใสที่มองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าอย่างเปี่ยมความหวังเจ้าของร่างสูงโปร่งกำยำในวัยสิบเก้าเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก ฝ่ามือข้างที่เขากรีดเนื้อเพื่อเตือนสติแม้จะเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่กลับประท้วงความรู้สึกทุกครั้งที่เขาเห็นนาง‘นางเก่งทั้งดนตรี งามทั้งศาสตร์แห่งศิลป์ แต่ยามถืออาวุธ นางกลับองอาจไม่แพ้บุรุษ’ เขาคิดพลางลอบถอนหายใจ นี่มิใช่สตรีที่ข้าเฝ้าตามหามาตลอดชีวิตหรอกหรือสำหรับหลินเมิ่งยวนที่เติบโตมาในสำนักคุ้มกันภัย ชีวิตที่ต้องเดินทางผ่านความเป็นความตายทำให้เขาโหยหาใครสักคนที่สามารถก้าวไปพร้อมกับเขาได้ ไม่ใช่คนที่รออยู่ข้างหลังเพียงอย่า

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 75 เว้นระยะห่าง

    ความเงียบสงัดภายในห้องพักไม่ได้ทำให้ใจของหลินเมิ่งยวนสงบตาม เขาจัดการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ติดกลิ่นแป้งหอมชวนคลื่นเหียนจากหอนางโลมออก แล้วใช้น้ำเย็นจัดลูบไล้ใบหน้าและลำตัว หวังจะให้ความเย็นเยียบนั้นช่วยดับเปลวไฟแห่งความสับสนที่กำลังแผดเผาเขาอยู่“เจ้าเป็นอะไรไป หลินเมิ่งยวน… เสิ่นอวี๋ซินคือสตรีที่เจ้ารอคอยมาทั้งชีวิต นางคือคู่หมั้นที่ขบวนขันหมากเตรียมจะแห่ไปหาทันทีที่กลับถึงเมืองหลวง เจ้าจะปล่อยให้ความหวั่นไหวชั่ววูบต่อสตรีที่เพิ่งพบหน้าไม่กี่วันมาทำลายทุกอย่างเชียวหรือ..” เขาพึมพำกับเงาของตัวเองในอ่างน้ำ แววตาเต็มไปด้วยความสมเพชเขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามเค้นภาพความอ่อนโยนของเสิ่นอวี๋ซินขึ้นมาทับถมภาพความองอาจของจางจื่ออิง เขาเดินไปบรรจงหยิบปิ่นเงินเรียบง่ายที่เสิ่นอวี๋ซินเคยมอบให้เขาไว้ก่อนออกเดินทางขึ้นมา มองปิ่นในมือด้วยความรู้สึกที่บีบคั้น ความรู้สึกผิดต่อเสิ่นอวี๋ซินและความโหยหาในตัวจางจื่ออิงกำลังฉีกกระชากใจเขาเป็นสองเสี่ยง“ต้องมีสติ ข้าต้องซื่อสัตย์ต่อนาง” หลินเมิ่งยวนกัดฟันกรอด ยิ่งเขานึกถึงความตื่นเต้นยามที่ได้ใกล้ชิดจางจื่ออิง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status