Share

ตอนที่ 5 ถึงเวลาตัดใจ

last update Last Updated: 2026-01-14 12:14:09

สิบวันก่อนพิธีปักปิ่น เสิ่นอวี๋ซินพาหัวใจที่บอบช้ำมายืนดักรอหลี่หานสือที่โรงน้ำชาแห่งเดิม ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้ดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา นางจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เข้าไปร้องขอเพื่อสนทนากับเขาเป็นการส่วนตัวที่ห้องดื่มชาที่เงียบสงัดของชั้นสอง

“พี่หานสือ อีกสิบวันจะถึงงานปักปิ่นขอข้าแล้วนะเจ้าคะ ข้า...”

“หากจะพูดเรื่องไร้สาระก็จงหยุดเสีย” หลี่หานสือพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าว ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง

“ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อน อย่าได้นำเรื่องหยุมหยิมของเจ้ามาขัดความสุนทรีย์ของข้า รีบพูดเข้าเรื่องมาเสียทีว่าเจ้ามีธุระอันใด” ประโยคนั้นทำให้เสิ่นอวี๋ซินสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางสั่นเทา นางสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำที่เก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของใจ

“อวี๋ซินมีใจให้ท่านเจ้าค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าทุ่มเททุกอย่างก็เพื่อท่าน ข้าอยากขอร้องในวันปักปิ่นนี้ ท่านช่วยส่งปิ่นมาหมั้นหมายข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

เมื่อสิ้นประโยค หลี่หานสือพลันก้าวถอยห่างออกไป เขารีบขยับกายหลบเลี่ยงไม่ยอมให้นางเข้าใกล้แม้เพียงชายอาภรณ์ เพราะลึกๆ ในใจเขายังห่วงกังวลว่าหากใครมาเห็นเข้า ชื่อเสียงของนางจะถูกมองไม่ดี แต่ความกังวลนั้นกลับถูกซ่อนไว้ภายใต้วาจาที่แข็งกร้าว

“เลิกตอแยข้าเสียที” เขาตะคอก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอน้ำตาของนาง

“เจ้ายังเด็กนักเสิ่นอวี๋ซิน เด็กเกินกว่าจะรู้จักความรักที่แท้จริง เจ้ามันก็แค่เด็กน้อยที่หลงผิด คิดไปเองฝ่ายเดียว ที่ผ่านมาข้าทนรำคาญใจมามากพอแล้ว แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูลจึงได้ยอมไว้หน้าเจ้าบ้าง แต่ยิ่งข้าเฉย เจ้าก็ยิ่งได้ใจ”

เขาแค่นยิ้มเย็นชาพลางกวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า

 “เลิกทำตัวไร้ยางอายวิ่งไล่ตามบุรุษให้คนเขาติฉินนินทาไปทั่วเมืองเสียที สกุลเสิ่นไม่มีอบรมสั่งสอนเจ้าหรือว่ากุลสตรีที่ดีไม่ควรเที่ยวประกาศรักบุรุษก่อนเช่นนี้”

ในใจของหลี่หานสือนั้นเจ็บแปลบที่เห็นน้ำตาของนาง แต่เขาบอกตัวเองว่าต้องหนักแน่น

เขาเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งและต้องการสร้างรากฐานให้มั่นคงก่อนความรักใดๆ และที่สำคัญ เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่า ต่อให้เขาจะผลักไสนางแรงเพียงใด เด็กสาวผู้มั่นคงคนนี้ก็จะไม่มีวันไปไหน นางจะยังคงรอคอยเขาอยู่ตรงนี้เสมอเมื่อเขาพร้อม

“แต่กฎของตระกูลข้า..” นางถามเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลรินอาบสองแก้ม พยายามจะอธิบายว่านางต้องเลือกคู่ครองตามกฎและธรรมเนียมตระกูลเสิ่น

“พอเถอะ ข้าไม่อยากรับรู้ กลับไปเสีย อย่าให้ข้าต้องพูดจาร้ายกาจไปมากกว่านี้เลย” เขาตอบเสียงหนักแน่นพลางสะบัดหน้าหนี

เสิ่นอวี๋ซินยืนนิ่งงันราวกับถูกคำสาป ความเจ็บปวดครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เพราะมันคือการดับความหวังสุดท้ายของนางลงด้วยมือของเขาเอง

หลี่หานสือหันหลังให้นาง เขาคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า คิดว่าการดัดนิสัยเด็กดื้อเช่นนางต้องใช้วิธีรุนแรงเช่นนี้ แล้ววันหน้าเมื่อเขาก้าวหน้าในราชการ เขาค่อยกลับมาให้โอกาสนางอีกครั้งก็ยังไม่สาย

แต่หลี่หานสือไม่รู้ตัวเลยว่าเขาคำนวณพลาดไป เขาไม่รู้เลยว่าหัวใจที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลกลาญนั้น เมื่อถึงจุดที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี มันจะเปลี่ยนความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่แสนเย็นชาได้อย่างที่เขาคาดไม่ถึง

ภายในห้องนอนที่เคยสดใสของคุณหนูสามเสิ่น บัดนี้กลับเงียบเหงาและเย็นเยียบราวกับสุสาน ร่างบางที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแพรผืนหนาสะอื้นไห้จนตัวโยน เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่พยายามกักเก็บไว้ระคนไปกับเสียงลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่าง

“คุณหนู ดื่มน้ำอุ่นสักนิดเถิดเจ้าค่ะ ร้องไห้จนตาบวมช้ำไปหมดแล้ว” ฉ่งเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางคุกเข่าอยู่ข้างเตียง คอยซับน้ำตาให้เจ้านายด้วยความเห็นใจ

เสิ่นอวี๋ซินพยายามพยุงกายที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมานั่ง ดวงตาที่เคยเป็นประกายสุกใสบัดนี้แดงก่ำและบวมเป่ง ผิวแก้มที่เคยขาวเนียนดูซีดเซียวจนน่าใจหาย

“ฉ่งเอ๋อร์...” นางเอ่ยเสียงแหบพร่า

“เรื่องที่โรงน้ำชาในวันนี้ เจ้าห้ามให้ท่านพ่อกับท่านแม่รู้เด็ดขาดนะ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องอับอายที่มีบุตรสาวหน้าหนา วิ่งไล่ตามบุรุษจนถูกเขาตอกหน้ากลับมาเช่นนี้”

“คุณหนูอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านเพียงแค่ซื่อตรงต่อความรู้สึกตนเอง และยังเด็กนัก” สาวใช้พูดเสียงเบาท้ายประโยค

“ความซื่อตรงของข้ามันช่างน่าขัน ข้าทุ่มเทหัวใจวางไว้ใต้ฝ่าเท้าให้เขาเหยียบย่ำ แต่เขากลับมองว่ามันเป็นเพียงขยะที่น่ารำคาญใจ” นางนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความหวังพลันแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่งถึง

ความเจ็บปวดที่รุนแรงถึงขีดสุดเริ่มกลายเป็นความด้านชาที่กัดกินไปถึงหัวใจ

“ข้าเข็ดแล้วฉ่งเอ๋อร์ ข้าพอแล้วกับความรักที่ต้องวิ่งไขว่คว้าหามาเอง ข้าช่างเขลาที่คิดว่าความพยายามจะชนะทุกสิ่ง ข้าจะไม่ร้องขอสิ่งใดจากเขาอีกต่อไป” นางก้มมองมือตัวเองที่สั่นเทา

“แล้วเรื่องการหมั้นหมายล่ะเจ้าคะ”

“ข้าจะเลือกคู่ตามธรรมเนียมของสกุลเสิ่น ใครก็ตามที่ส่งปิ่นมา ใครก็ตามที่เห็นว่าเหมาะสม ข้าจะยอมรับคนผู้นั้นโดยไม่ข้อแม้ จะเป็นบุรุษหน้าไหน ข้าก็ไม่สนใจอีกต่อไป ในเมื่อหัวใจของข้ามันแหลกสลายไปแล้ว จะแต่งให้ใครก็คงไม่ต่างกัน” เสิ่นอวี๋ซินหลับตาลง หยาดน้ำตาสุดท้ายไหลผ่านร่องแก้ม มารดาของนางพูดถูก นางควรเลือกเป็นคนถูกรัก ดีกว่าวิ่งไล่ตามความรัก

ฉ่งเอ๋อร์มองดูเจ้านายที่ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นเพียงข้ามคืน ทว่าเป็นการเติบโตที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด  

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 7 หัวเสีย

    ในจวนเฉิงโหวสกุลหลี่ ขณะที่หลี่ซื่อจื่อกำลังจมอยู่ในความคิดที่ว้าวุ่น บ่าวอีกคนก็ก้มหน้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมชูซองจดหมายสีนวลในมือ“ซื่อจื่อ มีจดหมายมาถึงท่านขอรับ”หลี่หานสือลุกพรวดขึ้นทันที เขารีบฉวยจดหมายฉบับนั้นมาด้วยความรวดเร็ว หัวใจที่เคยกดทับด้วยความขุ่นมัวพองโตขึ้นวูบหนึ่ง เขาคิดว่าในที่สุดนางก็ยอมสยบ แต่เมื่อฉีกซองออกแล้วกวาดสายตาอ่าน แววตาที่สุกใสกลับมืดหม่นลงกว่าเดิมจดหมายฉบับนั้นหาได้มาจากสกุลเสิ่น แต่เป็นจดหมายจากไป๋ซู่อิง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพ่นออกมาอย่างแรงจนไหล่หนาสั่นกระเพื่อม จดหมายในมือถูกกำจนยับย่น“เตรียมรถม้า” เขาตะโกนสั่งเสียงดังลั่นจนบ่าวรับใช้สะดุ้งสุดตัวอินเหยาบ่าวรับใช้คนสนิทที่คอยสังเกตอาการของเจ้านายมาตลอด รีบก้าวเข้ามาถามด้วยความฉงน“ซื่อจื่อจะไปที่ใดหรือขอรับ หากจะไปจวนสกุลเสิ่นตอนนี้”“ใครบอกว่าข้าจะไปที่นั่น” หลี่หานสือสวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวทว่าแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนใจ“ข้าจะไปจวนสกุลไป๋” เขาเดินสะบัดชายอาภรณ์ออกไปจากห้องด้วยท่าทางขัดเคืองใจอย่างยิ่งอินเหยามองตามหลังเจ้านายแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจยาว เขาสัมผัสได้ถึงความสับสนวุ่นวาย

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 6 คนปากแข็ง

    สามวันก่อนถึงพิธีปักปิ่น บรรยากาศภายในจวนเฉิงโหวของสกุลหลี่กลับดูอึดอัดอย่างประหลาดหลี่หานสือนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ มือหนึ่งถือตำรา ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องที่ตัวอักษรแม้แต่น้อยเขาลอบมองไปยังประตูรั้วจวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับกำลังรอคอยเงาร่างของใครบางคน หรืออย่างน้อยก็เทียบเชิญที่ส่งมาให้เขา“หานสือ เจ้าดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ” หวังเจี๋ยที่นั่งดื่มสุราอยู่ข้างๆ เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะกล่าวประโยคที่หยอกเย้าให้อารมณ์ของอีกฝ่ายยิ่งขุ่นมัว“เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญของคุณหนูเสิ่นแล้ว จวนข้าได้รับเทียบเชิญ น้องสาวของข้าเป็นสหายของนาง แล้วเจ้าได้รับเทียบเชิญหรือยัง”หลี่หานสือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งพลิกหน้าตำราด้วยท่าทีเรียบเฉย“ยัง และข้าก็ไม่ได้คาดหวังจะได้รับมัน”“จริงหรือ” หวังเจี๋ยเลิกคิ้วสูง ก่อนจะเย้าแหย่ต่อ“ปกติคุณหนูเสิ่นจะวิ่งโร่มาหาเจ้าล่วงหน้าเป็นสิบวัน แต่นี่เงียบกริบไปเลย หรือว่านางจะถอดใจเพราะวาจาเชือดเฉือนของเจ้าที่โรงน้ำชาวันนั้นเสียแล้ว”“หากนางถอดใจได้จริงก็นับว่าเป็นเรื่องดี ข้าจะได้ไม่ต้องคอยหลบเลี่ยงความวุ่นวาย” หลี่หานส

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 5 ถึงเวลาตัดใจ

    สิบวันก่อนพิธีปักปิ่น เสิ่นอวี๋ซินพาหัวใจที่บอบช้ำมายืนดักรอหลี่หานสือที่โรงน้ำชาแห่งเดิม ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้ดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา นางจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เข้าไปร้องขอเพื่อสนทนากับเขาเป็นการส่วนตัวที่ห้องดื่มชาที่เงียบสงัดของชั้นสอง“พี่หานสือ อีกสิบวันจะถึงงานปักปิ่นขอข้าแล้วนะเจ้าคะ ข้า...”“หากจะพูดเรื่องไร้สาระก็จงหยุดเสีย” หลี่หานสือพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าว ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง“ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อน อย่าได้นำเรื่องหยุมหยิมของเจ้ามาขัดความสุนทรีย์ของข้า รีบพูดเข้าเรื่องมาเสียทีว่าเจ้ามีธุระอันใด” ประโยคนั้นทำให้เสิ่นอวี๋ซินสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางสั่นเทา นางสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำที่เก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของใจ“อวี๋ซินมีใจให้ท่านเจ้าค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าทุ่มเททุกอย่างก็เพื่อท่าน ข้าอยากขอร้องในวันปักปิ่นนี้ ท่านช่วยส่งปิ่นมาหมั้นหมายข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เมื่อสิ้นประโยค หลี่หานสือพลันก้าวถอยห่างออกไป เขารีบขยับกายหลบเลี่ยงไม่ยอมให้นางเข้าใกล้แม้เพียงชายอาภรณ์ เพราะลึกๆ ในใจเขายังห่ว

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 4 ความทุ่มเทที่ไร้ค่า

    ท่ามกลางย่านการค้ากลางเมืองหลวงที่คึกคัก เสิ่นอวี๋ซินบังเอิญพบกับไป๋ซู่อิงอีกครั้ง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“คุณหนูเสิ่น ขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าทำรสชาติดียิ่งนัก ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆ ที่ลำบากทำมาให้”“ท่านได้ชิมขนมนั้นด้วยหรือเจ้าค่ะ” เสิ่นอวี๋ซินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ“อืม หลี่ซื่อจื่อบอกว่าเจ้าตั้งใจทำมาเพื่อข้า เขาเห็นว่าข้าชอบขนมนี้จึงไหว้วานให้เจ้าช่วยจัดการให้ ครั้งก่อนที่เจ้าไปส่งให้ เขาก็นำมาให้ข้าถึงจวน ครั้งนี้เขาก็สั่งให้บ่าวรีบนำมาส่งให้ข้าทันทีที่เจ้าเอาไปให้ที่จวนเฉิงโหว” ไป๋ซู่อิงเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งจากใจจริง มิใช่การโอ้อวด โดยไม่เห็นเลยว่าใบหน้าของคนฟังซีดเผือดลงจนไร้สีเลือดหยาดน้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีนั้น ขนมที่นางตื่นแต่เช้ามานวดแป้งด้วยความรัก ขนมที่นางเฝ้าถนอมทุกขั้นตอนเพื่อให้เขาได้ลิ้มรส แท้จริงแล้วเขามองมันเป็นเพียงเครื่องมือเอาอกเอาใจสตรีอื่นที่เขาพึงใจ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความตั้งใจของนางเลยแม้แต่นิดเดียวนางเดินใจลอยกลับเรือนราวกับคนไร้วิญญาณ ฝีเท้าหนักอึ้งจนฉ่งเอ๋อร์ต้องคอยประคอง เมื่อเดินผ่านหน้าโรงน้ำชาท

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 3 คำสอนมารดา

    เช้าวันต่อมา เสิ่นอวี๋ซินตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสที่หาได้ยากยิ่ง นางรีบรุดไปที่ครัวด้วยตนเอง ไม่ยอมหยิบยืมมือสาวใช้คนใด แม้แต่ฉ่งเอ๋อร์ก็ทำได้เพียงช่วยเตรียมฟืนและน้ำสะอาดเท่านั้นร่างบางที่มัดผมมวยทรงซาลาเปาในชุดลำลองสีเขียวอ่อนขยับกายอย่างคล่องแคล่ว นางบรรจงนวดแป้งอย่างใจเย็น ใส่ใจในทุกสัดส่วนเพื่อให้ได้เนื้อขนมที่นุ่มนวลที่สุด ทุกครั้งที่ลงแรงกด นางจะเผลอยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลี่หานสือยามที่ได้ลิ้มรสขนมของนาง“คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ เหงื่อซึมเต็มหน้าผากหมดแล้ว” ฉ่งเอ๋อร์เอ่ยด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าซับหน้าผากให้“ไม่ได้หรอกฉ่งเอ๋อร์ พี่หานสือเป็นคนปากหนัก หากข้าทำไม่อร่อยจริง เขาคงไม่เอ่ยปากขอเป็นรอบที่สอง” เด็กสาวปาดเหงื่อพลางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขนมกุ้ยฮวาที่ทำเสร็จถูกจัดวางลงในกล่องไม้อย่างประณีต นางตรวจสอบไม่ให้มีข้อผิดพลาดใด จากนั้นเสิ่นอวี๋ซินก็รีบมุ่งหน้าไปยังจวนเฉิงโหวของสกุลหลี่ทันทีทว่าเมื่อไปถึงหน้าประตูใหญ่ ทหารยามกลับยืนขวางไว้ด้วยท่าทีขึงขัง“ซื่อจื่อสั่งไว้ว่าวันนี้ห้ามผู้ใดเข้าพบ โดยเฉพาะ...” ทหารยามชะงักคำพูดพลางเห

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 2 ความหวังที่เลือนลาง

    ภายในห้องโถงกว้างของเรือนสกุลเสิ่น ช่างอาภรณ์ฝีมือดีที่สุดในเมืองหลวงกำลังบรรจงทาบแถบผ้าไหมลงบนกายระหงของเสิ่นอวี๋ซินอย่างระมัดระวัง“คุณหนูสามเสิ่นช่างมีวาสนา รูปร่างของท่านช่างรับกับอาภรณ์ยิ่งนัก เอวบางคอดกิ่ว ช่วงไหล่ตั้งตรงงดงาม หากสวมชุดสีแดงในวันปักปิ่น ข้าเชื่อเหลือเกินว่าแม้แต่บุปผาทั้งเมืองหลวงก็ต้องหลบรัศมีให้แก่ความงามล่มเมืองของท่าน” ช่างอาภรณ์เอ่ยชมจากใจจริง พลางจดบันทึกสัดส่วนที่ไร้ที่ติลงในสมุดเสิ่นอวี๋ซินเพียงแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายความสุขประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม คำชมเหล่านั้นหาได้ทำให้นางลำพองใจ แต่นางกลับนึกไปถึงใบหน้าคมคายของใครบางคน หากเขามองว่านางงดงามและเติบโตเป็นสตรีเต็มตัวแล้ว เขาจะเลิกมองว่านางน่ารำคาญบ้างหรือไม่‘แต่ถึงตอนนั้นแล้วจะมีประโยชน์อันใด หากท่านไร้ใจ ข้าก็ต้องทำตามกฎตระกูล เลือกผู้อื่นมาเป็นคู่หมาย’ นางได้แต่คิดอย่างโศกเศร้าเมื่อการวัดตัวเสร็จสิ้น เสิ่นอวี๋ซินก็มิอาจเก็บกักความตื่นเต้นไว้ได้ นางรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วชวนสาวใช้คนสนิทออกไปนอกเรือนทันที“คุณหนูจะไปที่โรงน้ำชาอีกแล้วหรือเจ้าคะ” ฉ่งเอ๋อร์ถามพลางเร่งฝีเท้าตามเจ้านาย“ข้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status