Share

ตอนที่ 4 ความทุ่มเทที่ไร้ค่า

last update Last Updated: 2026-01-14 12:14:05

ท่ามกลางย่านการค้ากลางเมืองหลวงที่คึกคัก เสิ่นอวี๋ซินบังเอิญพบกับไป๋ซู่อิงอีกครั้ง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“คุณหนูเสิ่น ขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าทำรสชาติดียิ่งนัก ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆ ที่ลำบากทำมาให้”

“ท่านได้ชิมขนมนั้นด้วยหรือเจ้าค่ะ” เสิ่นอวี๋ซินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ

“อืม หลี่ซื่อจื่อบอกว่าเจ้าตั้งใจทำมาเพื่อข้า เขาเห็นว่าข้าชอบขนมนี้จึงไหว้วานให้เจ้าช่วยจัดการให้ ครั้งก่อนที่เจ้าไปส่งให้ เขาก็นำมาให้ข้าถึงจวน ครั้งนี้เขาก็สั่งให้บ่าวรีบนำมาส่งให้ข้าทันทีที่เจ้าเอาไปให้ที่จวนเฉิงโหว” ไป๋ซู่อิงเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งจากใจจริง มิใช่การโอ้อวด โดยไม่เห็นเลยว่าใบหน้าของคนฟังซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด

หยาดน้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีนั้น ขนมที่นางตื่นแต่เช้ามานวดแป้งด้วยความรัก ขนมที่นางเฝ้าถนอมทุกขั้นตอนเพื่อให้เขาได้ลิ้มรส แท้จริงแล้วเขามองมันเป็นเพียงเครื่องมือเอาอกเอาใจสตรีอื่นที่เขาพึงใจ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความตั้งใจของนางเลยแม้แต่นิดเดียว

นางเดินใจลอยกลับเรือนราวกับคนไร้วิญญาณ ฝีเท้าหนักอึ้งจนฉ่งเอ๋อร์ต้องคอยประคอง เมื่อเดินผ่านหน้าโรงน้ำชาที่คุ้นตา นางเห็นหลี่หานสือเดินลงจากรถม้าพร้อมกลุ่มสหาย

‘ยังมีเวลาเหลือ หากข้าขอร้องก่อนเข้าพิธีปักปิ่น เขาอาจจะเปลี่ยนใจ’ นางหลอกตัวเองด้วยเศษเสี้ยวแห่งความหวังที่ริบหรี่

เสิ่นอวี๋ซินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามฝืนปั้นยิ้มสดใสแล้วเดินเข้าไปหาเขา

“พี่หานสือ บังเอิญเหลือเกินเจ้าค่ะที่พบท่านที่นี่” นางย่อกายคารวะเขาและสหายอย่างอ่อนน้อม

“โอ้ คุณหนูเสิ่นนี่เอง” หวังเจี๋ยหัวเราะร่า

“หานสือเอ๋ย หานสือ เจ้านี่ช่างมีวาสนาจริงๆ วันก่อนก็เดินเคียงคู่คุณหนูไป๋ เมื่อเช้าข้ายังเห็นคุณหนูโจวส่งคนมาเทียบเชิญเจ้าไปร่วมงานเลี้ยงบุปผา ตอนนี้ยังมีแม่นางน้อยสกุลเสิ่นมารอดักพบถึงหน้าโรงน้ำชา เสน่ห์ของเจ้าช่างล้นเหลือจนพวกข้าอิจฉานัก”

“พวกเจ้าเลิกพูดจาเหลวไหลเสียที” หลี่หานสือขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมลงทันตา เขามองมาที่เสิ่นอวี๋ซินด้วยสายตาที่เย็นชากว่าครั้งไหนๆ

“อวี๋ซิน เจ้าไม่ควรมาปรากฏตัวต่อหน้าบุรุษมากมายเช่นนี้ มันจะทำชื่อเสียงเจ้าเสียหาย”

เด็กสาวหัวใจพองโตขึ้นมาวูบหนึ่ง นางคิดว่าเขาเป็นห่วงชื่อเสียงของนาง

“พี่หานสือปกป้องอวี๋ซินหรือเจ้าคะ”

“ข้าปกป้องเจ้าที่ไหนกัน” หลี่หานสือเอ่ยขัดเสียงแข็ง แววตาเต็มไปด้วยความรำคาญใจ

“ข้าเพียงไม่อยากให้สหายข้าพูดจาเลอะเทอะ จนคนภายนอกเข้าใจผิดคิดว่าข้ากับเจ้ามีใจให้กัน เจ้าควรเลิกทำตัวเกินวัย เลิกวิ่งไล่ตามข้าเสียที ข้าบอกแล้วว่าเจ้ายังเด็กนัก การที่เจ้าทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้ข้ารำคาญและลำบากใจในการวางตัวกับผู้อื่น” คำพูดที่เย็นชาและดูใจร้ายนั้น เขาเองเจ็บปวดใจ หากแต่ช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไป๋ซู่อิงเริ่มถูกจับตา จึงไม่อยากให้ผู้อื่นสงสัย

เพราะทุกครั้งที่อยู่ใกล้นางแม้จะพยายามเย็นชาใส่ แต่บางครั้งแววตาก็อดมองนางด้วยความอ่อนโยนไม่ได้ ขนาดสหายสนิทก็ยังมองออกว่าเขาเองก็พึงใจเด็กสาว

คำว่า ‘รำคาญ’ สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของนางพังทลายลง สหายของเขากลับมาเงียบกริบเมื่อสัมผัสได้ถึงความตึงเครียด

“ข้าขออภัยที่ทำให้ซื่อจื่อต้องลำบากใจเจ้าค่ะ” นางพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เรียกเขาอย่างเป็นทางการมากขึ้นจนคนฟังใจหาย

“กลับไปเถอะ” เขาพูดเสียงเรียบ

หลี่หานสือไม่แม้แต่จะมองความเจ็บปวดในดวงตานาง เขาหมุนตัวเดินเข้าโรงน้ำชาไปพร้อมกลุ่มสหาย ทิ้งให้เสิ่นอวี๋ซินยืนอยู่ท่ามกลางสายตาเวทนาของคนรอบข้าง

นางก้มหน้าลงมองพื้น หิมะที่เริ่มตกลงมาดูจะไม่หนาวเหน็บเท่ากับใจของนางในยามนี้

“คุณหนู กลับกันเถิดเจ้าค่ะ” ฉ่งเอ๋อร์กระซิบเรียกน้ำตาคลอ

เด็กสาวพยักหน้าช้าๆ ความรู้สึกที่เคยมีให้เขาอย่างล้นปรี่ กลับกลายเป็นรอยร้าวที่ยากจะประสาน นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานางไม่ได้เดินเข้าไปใกล้หัวใจของเขาเลย แต่นางกำลังเดินถอยหลังลงเหวด้วยมือของนางเอง

ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยความหวัง บัดนี้กลับปกคลุมด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า

เสิ่นอวี๋ซินทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ต่อหน้าเขาพรั่งพรูออกมาจนเปียกชุ่มหมอนอิง นางร้องไห้จนตัวโยน ไหล่บางสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน

“คุณหนูของบ่าว พอเถอะเจ้าค่ะ” ฉ่งเอ๋อร์คุกเข่าลงข้างเตียง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจ

“ท่านทำเพื่อผู้อื่นมามากพอแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมามีแต่คำดูถูกและความเย็นชา ตัดใจเถอะเจ้าค่ะ ยิ่งท่านวิ่งตามเขา เขายิ่งมองเห็นท่านเป็นเพียงฝุ่นผงที่น่ารำคาญใจ”

นางเงยหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำสบมองสาวใช้คนสนิท

“ฉ่งเอ๋อร์ ข้ารู้ ข้ารู้ทุกอย่างที่เจ้าพูด แต่ใจข้ามันไม่รักดี” นางปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ท่าทางลนลานราวกับคนกำลังจะจมน้ำที่พยายามคว้าเศษไม้

“ข้าจะให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ครั้งสุดท้ายในชีวิต ข้าจะขอร้องให้เขาส่งปิ่นมาเข้าร่วมพิธีคัดเลือกคู่”

“คุณหนู อย่าทำเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ” ฉ่งเอ๋อร์ร้องเสียงหลง

“หากท่านเชิญเขาลับหลังนายท่าน แล้วเขามิส่งปิ่นมา ท่านจะไม่ยิ่งเสียหน้าและเจ็บปวดไปกว่านี้หรือเจ้าคะ” สาวใช้ไม่รู้จะหว่านล้อมอย่างไรดี ความรักของเด็กสาวนั้นรุนแรงจนเกรงว่านางจะเสียใจจนรับไม่ไหวในภายหลัง

“ข้ายอมเจ็บ หากครั้งนี้เขาไม่เลือกข้า ข้าก็จะยอมจำนนต่อโชคชะตา” คุณหนูสามเสิ่นแค่นยิ้มที่ดูขมขื่นยิ่งกว่าการร้องไห้

“ข้าอยากรู้ว่าหากข้าหยิบยื่นโอกาสสุดท้ายนี้ให้เขาด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ข้ามี เขาจะยังเหยียบย่ำมันลงกับดินหรือไม่” นางกล่าวเสียงสั่น แม้จะยังไม่ผ่านพ้นวัยปักปิ่นแล้วอย่างไร นางก็มีหัวใจเหมือนกัน

ฉ่งเอ๋อร์มองใบหน้าที่งดงามทว่าดูเปราะบางของเจ้านายแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจยาว นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางนั้นแม้ภายนอกจะดูอ่อนหวาน แต่ภายในกลับมีความรั้นอย่างที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของบุรุษนามหลี่หานสือผู้นั้น

‘คุณหนูหนอคุณหนู ท่านช่างเขลาในรักยิ่งนัก’ ฉ่งเอ๋อร์คิดในใจด้วยความเวทนา

นางมองเห็นเด็กสาวที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพียงเพื่อเศษเสี้ยวความรักจากคนใจดำ ทุ่มเทจนลืมไปว่าตนเองก็มีค่า ทุ่มเทจนลืมรักตัวเองไปเสียสิ้น

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 7 หัวเสีย

    ในจวนเฉิงโหวสกุลหลี่ ขณะที่หลี่ซื่อจื่อกำลังจมอยู่ในความคิดที่ว้าวุ่น บ่าวอีกคนก็ก้มหน้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมชูซองจดหมายสีนวลในมือ“ซื่อจื่อ มีจดหมายมาถึงท่านขอรับ”หลี่หานสือลุกพรวดขึ้นทันที เขารีบฉวยจดหมายฉบับนั้นมาด้วยความรวดเร็ว หัวใจที่เคยกดทับด้วยความขุ่นมัวพองโตขึ้นวูบหนึ่ง เขาคิดว่าในที่สุดนางก็ยอมสยบ แต่เมื่อฉีกซองออกแล้วกวาดสายตาอ่าน แววตาที่สุกใสกลับมืดหม่นลงกว่าเดิมจดหมายฉบับนั้นหาได้มาจากสกุลเสิ่น แต่เป็นจดหมายจากไป๋ซู่อิง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพ่นออกมาอย่างแรงจนไหล่หนาสั่นกระเพื่อม จดหมายในมือถูกกำจนยับย่น“เตรียมรถม้า” เขาตะโกนสั่งเสียงดังลั่นจนบ่าวรับใช้สะดุ้งสุดตัวอินเหยาบ่าวรับใช้คนสนิทที่คอยสังเกตอาการของเจ้านายมาตลอด รีบก้าวเข้ามาถามด้วยความฉงน“ซื่อจื่อจะไปที่ใดหรือขอรับ หากจะไปจวนสกุลเสิ่นตอนนี้”“ใครบอกว่าข้าจะไปที่นั่น” หลี่หานสือสวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวทว่าแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนใจ“ข้าจะไปจวนสกุลไป๋” เขาเดินสะบัดชายอาภรณ์ออกไปจากห้องด้วยท่าทางขัดเคืองใจอย่างยิ่งอินเหยามองตามหลังเจ้านายแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจยาว เขาสัมผัสได้ถึงความสับสนวุ่นวาย

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 6 คนปากแข็ง

    สามวันก่อนถึงพิธีปักปิ่น บรรยากาศภายในจวนเฉิงโหวของสกุลหลี่กลับดูอึดอัดอย่างประหลาดหลี่หานสือนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ มือหนึ่งถือตำรา ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องที่ตัวอักษรแม้แต่น้อยเขาลอบมองไปยังประตูรั้วจวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับกำลังรอคอยเงาร่างของใครบางคน หรืออย่างน้อยก็เทียบเชิญที่ส่งมาให้เขา“หานสือ เจ้าดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ” หวังเจี๋ยที่นั่งดื่มสุราอยู่ข้างๆ เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะกล่าวประโยคที่หยอกเย้าให้อารมณ์ของอีกฝ่ายยิ่งขุ่นมัว“เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญของคุณหนูเสิ่นแล้ว จวนข้าได้รับเทียบเชิญ น้องสาวของข้าเป็นสหายของนาง แล้วเจ้าได้รับเทียบเชิญหรือยัง”หลี่หานสือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งพลิกหน้าตำราด้วยท่าทีเรียบเฉย“ยัง และข้าก็ไม่ได้คาดหวังจะได้รับมัน”“จริงหรือ” หวังเจี๋ยเลิกคิ้วสูง ก่อนจะเย้าแหย่ต่อ“ปกติคุณหนูเสิ่นจะวิ่งโร่มาหาเจ้าล่วงหน้าเป็นสิบวัน แต่นี่เงียบกริบไปเลย หรือว่านางจะถอดใจเพราะวาจาเชือดเฉือนของเจ้าที่โรงน้ำชาวันนั้นเสียแล้ว”“หากนางถอดใจได้จริงก็นับว่าเป็นเรื่องดี ข้าจะได้ไม่ต้องคอยหลบเลี่ยงความวุ่นวาย” หลี่หานส

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 5 ถึงเวลาตัดใจ

    สิบวันก่อนพิธีปักปิ่น เสิ่นอวี๋ซินพาหัวใจที่บอบช้ำมายืนดักรอหลี่หานสือที่โรงน้ำชาแห่งเดิม ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้ดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา นางจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เข้าไปร้องขอเพื่อสนทนากับเขาเป็นการส่วนตัวที่ห้องดื่มชาที่เงียบสงัดของชั้นสอง“พี่หานสือ อีกสิบวันจะถึงงานปักปิ่นขอข้าแล้วนะเจ้าคะ ข้า...”“หากจะพูดเรื่องไร้สาระก็จงหยุดเสีย” หลี่หานสือพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าว ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง“ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อน อย่าได้นำเรื่องหยุมหยิมของเจ้ามาขัดความสุนทรีย์ของข้า รีบพูดเข้าเรื่องมาเสียทีว่าเจ้ามีธุระอันใด” ประโยคนั้นทำให้เสิ่นอวี๋ซินสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางสั่นเทา นางสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำที่เก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของใจ“อวี๋ซินมีใจให้ท่านเจ้าค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าทุ่มเททุกอย่างก็เพื่อท่าน ข้าอยากขอร้องในวันปักปิ่นนี้ ท่านช่วยส่งปิ่นมาหมั้นหมายข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เมื่อสิ้นประโยค หลี่หานสือพลันก้าวถอยห่างออกไป เขารีบขยับกายหลบเลี่ยงไม่ยอมให้นางเข้าใกล้แม้เพียงชายอาภรณ์ เพราะลึกๆ ในใจเขายังห่ว

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 4 ความทุ่มเทที่ไร้ค่า

    ท่ามกลางย่านการค้ากลางเมืองหลวงที่คึกคัก เสิ่นอวี๋ซินบังเอิญพบกับไป๋ซู่อิงอีกครั้ง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“คุณหนูเสิ่น ขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าทำรสชาติดียิ่งนัก ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆ ที่ลำบากทำมาให้”“ท่านได้ชิมขนมนั้นด้วยหรือเจ้าค่ะ” เสิ่นอวี๋ซินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ“อืม หลี่ซื่อจื่อบอกว่าเจ้าตั้งใจทำมาเพื่อข้า เขาเห็นว่าข้าชอบขนมนี้จึงไหว้วานให้เจ้าช่วยจัดการให้ ครั้งก่อนที่เจ้าไปส่งให้ เขาก็นำมาให้ข้าถึงจวน ครั้งนี้เขาก็สั่งให้บ่าวรีบนำมาส่งให้ข้าทันทีที่เจ้าเอาไปให้ที่จวนเฉิงโหว” ไป๋ซู่อิงเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งจากใจจริง มิใช่การโอ้อวด โดยไม่เห็นเลยว่าใบหน้าของคนฟังซีดเผือดลงจนไร้สีเลือดหยาดน้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีนั้น ขนมที่นางตื่นแต่เช้ามานวดแป้งด้วยความรัก ขนมที่นางเฝ้าถนอมทุกขั้นตอนเพื่อให้เขาได้ลิ้มรส แท้จริงแล้วเขามองมันเป็นเพียงเครื่องมือเอาอกเอาใจสตรีอื่นที่เขาพึงใจ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความตั้งใจของนางเลยแม้แต่นิดเดียวนางเดินใจลอยกลับเรือนราวกับคนไร้วิญญาณ ฝีเท้าหนักอึ้งจนฉ่งเอ๋อร์ต้องคอยประคอง เมื่อเดินผ่านหน้าโรงน้ำชาท

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 3 คำสอนมารดา

    เช้าวันต่อมา เสิ่นอวี๋ซินตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสที่หาได้ยากยิ่ง นางรีบรุดไปที่ครัวด้วยตนเอง ไม่ยอมหยิบยืมมือสาวใช้คนใด แม้แต่ฉ่งเอ๋อร์ก็ทำได้เพียงช่วยเตรียมฟืนและน้ำสะอาดเท่านั้นร่างบางที่มัดผมมวยทรงซาลาเปาในชุดลำลองสีเขียวอ่อนขยับกายอย่างคล่องแคล่ว นางบรรจงนวดแป้งอย่างใจเย็น ใส่ใจในทุกสัดส่วนเพื่อให้ได้เนื้อขนมที่นุ่มนวลที่สุด ทุกครั้งที่ลงแรงกด นางจะเผลอยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลี่หานสือยามที่ได้ลิ้มรสขนมของนาง“คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ เหงื่อซึมเต็มหน้าผากหมดแล้ว” ฉ่งเอ๋อร์เอ่ยด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าซับหน้าผากให้“ไม่ได้หรอกฉ่งเอ๋อร์ พี่หานสือเป็นคนปากหนัก หากข้าทำไม่อร่อยจริง เขาคงไม่เอ่ยปากขอเป็นรอบที่สอง” เด็กสาวปาดเหงื่อพลางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขนมกุ้ยฮวาที่ทำเสร็จถูกจัดวางลงในกล่องไม้อย่างประณีต นางตรวจสอบไม่ให้มีข้อผิดพลาดใด จากนั้นเสิ่นอวี๋ซินก็รีบมุ่งหน้าไปยังจวนเฉิงโหวของสกุลหลี่ทันทีทว่าเมื่อไปถึงหน้าประตูใหญ่ ทหารยามกลับยืนขวางไว้ด้วยท่าทีขึงขัง“ซื่อจื่อสั่งไว้ว่าวันนี้ห้ามผู้ใดเข้าพบ โดยเฉพาะ...” ทหารยามชะงักคำพูดพลางเห

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 2 ความหวังที่เลือนลาง

    ภายในห้องโถงกว้างของเรือนสกุลเสิ่น ช่างอาภรณ์ฝีมือดีที่สุดในเมืองหลวงกำลังบรรจงทาบแถบผ้าไหมลงบนกายระหงของเสิ่นอวี๋ซินอย่างระมัดระวัง“คุณหนูสามเสิ่นช่างมีวาสนา รูปร่างของท่านช่างรับกับอาภรณ์ยิ่งนัก เอวบางคอดกิ่ว ช่วงไหล่ตั้งตรงงดงาม หากสวมชุดสีแดงในวันปักปิ่น ข้าเชื่อเหลือเกินว่าแม้แต่บุปผาทั้งเมืองหลวงก็ต้องหลบรัศมีให้แก่ความงามล่มเมืองของท่าน” ช่างอาภรณ์เอ่ยชมจากใจจริง พลางจดบันทึกสัดส่วนที่ไร้ที่ติลงในสมุดเสิ่นอวี๋ซินเพียงแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายความสุขประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม คำชมเหล่านั้นหาได้ทำให้นางลำพองใจ แต่นางกลับนึกไปถึงใบหน้าคมคายของใครบางคน หากเขามองว่านางงดงามและเติบโตเป็นสตรีเต็มตัวแล้ว เขาจะเลิกมองว่านางน่ารำคาญบ้างหรือไม่‘แต่ถึงตอนนั้นแล้วจะมีประโยชน์อันใด หากท่านไร้ใจ ข้าก็ต้องทำตามกฎตระกูล เลือกผู้อื่นมาเป็นคู่หมาย’ นางได้แต่คิดอย่างโศกเศร้าเมื่อการวัดตัวเสร็จสิ้น เสิ่นอวี๋ซินก็มิอาจเก็บกักความตื่นเต้นไว้ได้ นางรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วชวนสาวใช้คนสนิทออกไปนอกเรือนทันที“คุณหนูจะไปที่โรงน้ำชาอีกแล้วหรือเจ้าคะ” ฉ่งเอ๋อร์ถามพลางเร่งฝีเท้าตามเจ้านาย“ข้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status