Share

ตอนที่ 4 ความทุ่มเทที่ไร้ค่า

last update Last Updated: 2026-01-14 12:14:05

ท่ามกลางย่านการค้ากลางเมืองหลวงที่คึกคัก เสิ่นอวี๋ซินบังเอิญพบกับไป๋ซู่อิงอีกครั้ง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“คุณหนูเสิ่น ขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าทำรสชาติดียิ่งนัก ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆ ที่ลำบากทำมาให้”

“ท่านได้ชิมขนมนั้นด้วยหรือเจ้าค่ะ” เสิ่นอวี๋ซินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ

“อืม หลี่ซื่อจื่อบอกว่าเจ้าตั้งใจทำมาเพื่อข้า เขาเห็นว่าข้าชอบขนมนี้จึงไหว้วานให้เจ้าช่วยจัดการให้ ครั้งก่อนที่เจ้าไปส่งให้ เขาก็นำมาให้ข้าถึงจวน ครั้งนี้เขาก็สั่งให้บ่าวรีบนำมาส่งให้ข้าทันทีที่เจ้าเอาไปให้ที่จวนเฉิงโหว” ไป๋ซู่อิงเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งจากใจจริง มิใช่การโอ้อวด โดยไม่เห็นเลยว่าใบหน้าของคนฟังซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด

หยาดน้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีนั้น ขนมที่นางตื่นแต่เช้ามานวดแป้งด้วยความรัก ขนมที่นางเฝ้าถนอมทุกขั้นตอนเพื่อให้เขาได้ลิ้มรส แท้จริงแล้วเขามองมันเป็นเพียงเครื่องมือเอาอกเอาใจสตรีอื่นที่เขาพึงใจ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความตั้งใจของนางเลยแม้แต่นิดเดียว

นางเดินใจลอยกลับเรือนราวกับคนไร้วิญญาณ ฝีเท้าหนักอึ้งจนฉ่งเอ๋อร์ต้องคอยประคอง เมื่อเดินผ่านหน้าโรงน้ำชาที่คุ้นตา นางเห็นหลี่หานสือเดินลงจากรถม้าพร้อมกลุ่มสหาย

‘ยังมีเวลาเหลือ หากข้าขอร้องก่อนเข้าพิธีปักปิ่น เขาอาจจะเปลี่ยนใจ’ นางหลอกตัวเองด้วยเศษเสี้ยวแห่งความหวังที่ริบหรี่

เสิ่นอวี๋ซินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามฝืนปั้นยิ้มสดใสแล้วเดินเข้าไปหาเขา

“พี่หานสือ บังเอิญเหลือเกินเจ้าค่ะที่พบท่านที่นี่” นางย่อกายคารวะเขาและสหายอย่างอ่อนน้อม

“โอ้ คุณหนูเสิ่นนี่เอง” หวังเจี๋ยหัวเราะร่า

“หานสือเอ๋ย หานสือ เจ้านี่ช่างมีวาสนาจริงๆ วันก่อนก็เดินเคียงคู่คุณหนูไป๋ เมื่อเช้าข้ายังเห็นคุณหนูโจวส่งคนมาเทียบเชิญเจ้าไปร่วมงานเลี้ยงบุปผา ตอนนี้ยังมีแม่นางน้อยสกุลเสิ่นมารอดักพบถึงหน้าโรงน้ำชา เสน่ห์ของเจ้าช่างล้นเหลือจนพวกข้าอิจฉานัก”

“พวกเจ้าเลิกพูดจาเหลวไหลเสียที” หลี่หานสือขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมลงทันตา เขามองมาที่เสิ่นอวี๋ซินด้วยสายตาที่เย็นชากว่าครั้งไหนๆ

“อวี๋ซิน เจ้าไม่ควรมาปรากฏตัวต่อหน้าบุรุษมากมายเช่นนี้ มันจะทำชื่อเสียงเจ้าเสียหาย”

เด็กสาวหัวใจพองโตขึ้นมาวูบหนึ่ง นางคิดว่าเขาเป็นห่วงชื่อเสียงของนาง

“พี่หานสือปกป้องอวี๋ซินหรือเจ้าคะ”

“ข้าปกป้องเจ้าที่ไหนกัน” หลี่หานสือเอ่ยขัดเสียงแข็ง แววตาเต็มไปด้วยความรำคาญใจ

“ข้าเพียงไม่อยากให้สหายข้าพูดจาเลอะเทอะ จนคนภายนอกเข้าใจผิดคิดว่าข้ากับเจ้ามีใจให้กัน เจ้าควรเลิกทำตัวเกินวัย เลิกวิ่งไล่ตามข้าเสียที ข้าบอกแล้วว่าเจ้ายังเด็กนัก การที่เจ้าทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้ข้ารำคาญและลำบากใจในการวางตัวกับผู้อื่น” คำพูดที่เย็นชาและดูใจร้ายนั้น เขาเองเจ็บปวดใจ หากแต่ช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไป๋ซู่อิงเริ่มถูกจับตา จึงไม่อยากให้ผู้อื่นสงสัย

เพราะทุกครั้งที่อยู่ใกล้นางแม้จะพยายามเย็นชาใส่ แต่บางครั้งแววตาก็อดมองนางด้วยความอ่อนโยนไม่ได้ ขนาดสหายสนิทก็ยังมองออกว่าเขาเองก็พึงใจเด็กสาว

คำว่า ‘รำคาญ’ สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของนางพังทลายลง สหายของเขากลับมาเงียบกริบเมื่อสัมผัสได้ถึงความตึงเครียด

“ข้าขออภัยที่ทำให้ซื่อจื่อต้องลำบากใจเจ้าค่ะ” นางพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เรียกเขาอย่างเป็นทางการมากขึ้นจนคนฟังใจหาย

“กลับไปเถอะ” เขาพูดเสียงเรียบ

หลี่หานสือไม่แม้แต่จะมองความเจ็บปวดในดวงตานาง เขาหมุนตัวเดินเข้าโรงน้ำชาไปพร้อมกลุ่มสหาย ทิ้งให้เสิ่นอวี๋ซินยืนอยู่ท่ามกลางสายตาเวทนาของคนรอบข้าง

นางก้มหน้าลงมองพื้น หิมะที่เริ่มตกลงมาดูจะไม่หนาวเหน็บเท่ากับใจของนางในยามนี้

“คุณหนู กลับกันเถิดเจ้าค่ะ” ฉ่งเอ๋อร์กระซิบเรียกน้ำตาคลอ

เด็กสาวพยักหน้าช้าๆ ความรู้สึกที่เคยมีให้เขาอย่างล้นปรี่ กลับกลายเป็นรอยร้าวที่ยากจะประสาน นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานางไม่ได้เดินเข้าไปใกล้หัวใจของเขาเลย แต่นางกำลังเดินถอยหลังลงเหวด้วยมือของนางเอง

ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยความหวัง บัดนี้กลับปกคลุมด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า

เสิ่นอวี๋ซินทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ต่อหน้าเขาพรั่งพรูออกมาจนเปียกชุ่มหมอนอิง นางร้องไห้จนตัวโยน ไหล่บางสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน

“คุณหนูของบ่าว พอเถอะเจ้าค่ะ” ฉ่งเอ๋อร์คุกเข่าลงข้างเตียง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจ

“ท่านทำเพื่อผู้อื่นมามากพอแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมามีแต่คำดูถูกและความเย็นชา ตัดใจเถอะเจ้าค่ะ ยิ่งท่านวิ่งตามเขา เขายิ่งมองเห็นท่านเป็นเพียงฝุ่นผงที่น่ารำคาญใจ”

นางเงยหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำสบมองสาวใช้คนสนิท

“ฉ่งเอ๋อร์ ข้ารู้ ข้ารู้ทุกอย่างที่เจ้าพูด แต่ใจข้ามันไม่รักดี” นางปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ท่าทางลนลานราวกับคนกำลังจะจมน้ำที่พยายามคว้าเศษไม้

“ข้าจะให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ครั้งสุดท้ายในชีวิต ข้าจะขอร้องให้เขาส่งปิ่นมาเข้าร่วมพิธีคัดเลือกคู่”

“คุณหนู อย่าทำเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ” ฉ่งเอ๋อร์ร้องเสียงหลง

“หากท่านเชิญเขาลับหลังนายท่าน แล้วเขามิส่งปิ่นมา ท่านจะไม่ยิ่งเสียหน้าและเจ็บปวดไปกว่านี้หรือเจ้าคะ” สาวใช้ไม่รู้จะหว่านล้อมอย่างไรดี ความรักของเด็กสาวนั้นรุนแรงจนเกรงว่านางจะเสียใจจนรับไม่ไหวในภายหลัง

“ข้ายอมเจ็บ หากครั้งนี้เขาไม่เลือกข้า ข้าก็จะยอมจำนนต่อโชคชะตา” คุณหนูสามเสิ่นแค่นยิ้มที่ดูขมขื่นยิ่งกว่าการร้องไห้

“ข้าอยากรู้ว่าหากข้าหยิบยื่นโอกาสสุดท้ายนี้ให้เขาด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่ข้ามี เขาจะยังเหยียบย่ำมันลงกับดินหรือไม่” นางกล่าวเสียงสั่น แม้จะยังไม่ผ่านพ้นวัยปักปิ่นแล้วอย่างไร นางก็มีหัวใจเหมือนกัน

ฉ่งเอ๋อร์มองใบหน้าที่งดงามทว่าดูเปราะบางของเจ้านายแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจยาว นางรู้ดีว่าคุณหนูของนางนั้นแม้ภายนอกจะดูอ่อนหวาน แต่ภายในกลับมีความรั้นอย่างที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของบุรุษนามหลี่หานสือผู้นั้น

‘คุณหนูหนอคุณหนู ท่านช่างเขลาในรักยิ่งนัก’ ฉ่งเอ๋อร์คิดในใจด้วยความเวทนา

นางมองเห็นเด็กสาวที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพียงเพื่อเศษเสี้ยวความรักจากคนใจดำ ทุ่มเทจนลืมไปว่าตนเองก็มีค่า ทุ่มเทจนลืมรักตัวเองไปเสียสิ้น

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 80 คนใกล้ตัว

    หลังจากพูดคุยกันจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเย็น คุณหนูต่างสกุลทั้งสองจึงถึงวลาร่ำลา เสิ่นอวี๋ซินเดินเคียงข้างสหายรักมาตามทางเดินยาวที่ขนาบด้วยสวนไม้ดอก เพื่อไปส่งที่ประตูหน้าตามมารยาททว่าในจังหวะที่เดินผ่านโถงกลาง พวกนางกลับพบกับเสิ่นอี้หลุน ที่กำลังยืนตรวจตราความเรียบร้อยของเครื่องเรือนสำหรับงานวันเกิดที่กำลังจะมาถึง“อ้าว จะกลับแล้วหรือคุณหนูหวัง” เสิ่นอี้หลุนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและรอยยิ้มอบอุ่นอย่างพี่ชายที่แสนดีหวังลี่อินชะงักกึกราวกับถูกมนต์สะกด นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า แววตาที่เคยร่าเริงสดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับอย่างไม่อาจซ่อนเร้น ในใจของนางนึกไปถึงสัมผัสที่แข็งแกร่งยามเขารวบตัวนางหลบรถม้าทว่าในจังหวะที่เสิ่นอี้หลุนหันมาสบตาตอบโดยบังเอิญ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างทำให้สะท้านไปทั้งร่าง หวังลี่อินหน้าร้อนผ่าวแดงลามไปถึงลำคอ“ข้าเห็นเจ้าไม่ได้นำสาวใช้ติดตามมาด้วย จึงเตรียมรถม้าไว้ให้คนไปส่งเจ้า” เขากล่าวเสียงนุ่มนวลด้วยความใส่ใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ ขะ... ข้า

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 79 อวดจดหมาย

    ยามบ่ายที่ตลาดแถบชานเมืองหลวงคึกคักไปด้วยผู้คน เสิ่นอี้หลุนกำลังเดินทอดน่องกลับจวนด้วยท่าทีสงบ ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นหลัก พลันเกิดเหตุชุลมุนเมื่อรถม้าคันหนึ่งเสียหลักพุ่งตรงมายังสตรีร่างบอบบางที่กำลังยืนเลือกซื้อของอยู่ริมทางด้วยสัญชาตญาณอันรวดเร็ว เสิ่นอี้หลุนพุ่งตัวเข้าไปรวบเอวสตรีผู้นั้นแล้วเบี่ยงหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและความตกใจของชาวบ้านรอบข้างเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เขาจึงค่อยๆ ปล่อยมือออกแล้วก้มลงถามด้วยความห่วงใย“แม่นาง ท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”สตรีผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเช็ดฝุ่นบนแก้มเบาๆ เมื่อเห็นชัดว่าเป็นใคร ทั้งสองก็อุทานออกมาพร้อมกัน“พี่อี้หลุน”“หวังลี่อิน เจ้าเองหรือเนี่ย”น้องสาวตัวน้อยของหวังเจี๋ยรีบจัดแจงเสื้อผ้าพลางย่อกายขอบคุณพี่ชายของสหายรักด้วยรอยยิ้มสดใส“ขอบคุณพี่อี้หลุนมากเจ้าค่ะ หากไม่ได้ท่าน ข้าคงได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนจะได้พบอวี๋ซินแน่ๆ”“เจ้ากำลังจะไปหาน้องสามงั้นหรือ” เสิ่นอี้หลุนเลิกคิ้

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 78 สหายสนิท

    ณ โรงน้ำชาแห่งเดิมที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นใบหอม หวังเจี๋ยทำหน้าที่เป็นหัวแรงใหญ่ในการนัดแนะสหายให้มารวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อเสิ่นอี้หลุนก้าวเข้ามาในห้องรับรอง เขาก็ตรงเข้ามาร่วมวงจิบน้ำชากับเหล่าสหายอย่างเป็นกันเอง“ในเมื่อพวกเจ้าอยู่นี่กันครบ ข้าก็มีเรื่องจะบอก” เสิ่นอี้หลุนเอ่ยพลางรินน้ำชาให้ตนเอง พอจิบไปได้ครึ่งจอกก็กล่าวเรื่องน่ายินดีออกมาทันที“อีกสามวันจะเป็นวันเกิดครบรอบสิบเก้าปีของข้า ท่านแม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในจวน เชิญเฉพาะคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้น หากพวกเจ้าว่าง ก็เชิญไปร่วมดื่มสุราที่จวนข้าเสียหน่อย”“งานสำคัญของสหายเช่นนี้ ข้าจะพลาดได้อย่างไร ยินดียิ่งนักที่เจ้าให้เกียรติเชิญข้า” หลี่หานสือพยักหน้ารับทันที แววตาฉายความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด“ที่จริงข้าน่ะ ไม่อยากจะเชิญเจ้านักหรอก แต่ก็เกรงว่าจะเสียมารยาทหากข้ามหัวซื่อจื่อจวนโหวไป” เสิ่นอี้หลุนแค่นยิ้มพลางมองสหายรักด้วยสายตาที่รู้ทัน“ดูเอาเถิดหวังเจี๋ย นิ่งชวน พอเริ่มสนิทเข้าหน่อย เสิ่นอี้หลุนก็กล้าเล่นหัวข้าเสียแล้ว เมื่อก่อนยังเห็นเกรงอกเกรงใจกันอยู่แท้ๆ” หลี่หานสือหัวเราะร่

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 77 จดหมายทางไกล

    ยามเช้าในจวนสกุลเสิ่น นกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งร่อนลงที่ระเบียงห้องของเสิ่นอวี๋ซิน มันอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง ขนหลุดรุ่ยจากการฝ่าแดดฝ่าลมพายุมาเป็นระยะทางไกลแสนไกล บ่งบอกว่าภารกิจที่มันแบกรับมานั้นเร่งด่วนและสำคัญเพียงใดเสิ่นอวี๋ซินรีบปรี่เข้าไปรับนกตัวนั้นไว้ในอุ้งมือด้วยความถนอม ก่อนจะแกะกระบอกไม้ไผ่จิ๋วที่ผูกติดขาออกอย่างระมัดระวัง เพียงเห็นลายมือที่คุ้นเคยดวงตาของนางก็สั่นระริกด้วยความตื้นตัน“จดหมายจากพี่เมิ่งยวน...”นางค่อยๆ คลี่กระดาษออกอ่าน ทุกตัวอักษรที่บรรจงเขียน แม้จะแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่นางไม่อาจล่วงรู้ กลับกลายเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจสตรีที่เฝ้ารอคอย นางไล่สายตาอ่านไปจนถึงประโยคสุดท้ายที่บอกว่าคิดถึง หัวใจของนางก็พองโตจนแทบลืมหายใจเสิ่นอวี๋ซินมองดูวันที่ในจดหมายแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความสะท้อนใจ จดหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นที่เมืองตงซานเมื่อเดือนก่อน หากมิใช่ว่าหลินเมิ่งยวนตัดสินใจใช้นกพิราบสื่อสารที่บินได้รวดเร็วกว่าม้าเร็วหลายเท่า นางคงต้องรอไปอีกหลายเดือนกว่าจะได้รับรู้ข่าวคราวของเขา‘พี่เมิ่งยวน... ท่านต้องลำบากถึงเพียงไหนกัน’ นางพึมพำ

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 76 ออกเดินทางอีกครั้ง

    ในที่สุด วันที่เสบียงหลวงเดินทางมาถึงเมืองตงซานก็มาถึง ขบวนคุ้มกันของสำนักตระกูลหลินเริ่มขยับเขยื้อนเตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้งท่ามกลางแสงแดดจ้าจางจื่ออิงอยู่ในชุดรัดกุมสำหรับนักเดินทาง นางนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามเกินกว่าสตรีทั่วไปในห้องหอ มือบอบบางแต่แข็งแรงกระชับสายบังเหียนอย่างคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมงผิดกับภาพลักษณ์บุตรีขุนนางที่เคยจินตนาการไว้ นางควบม้ามาขนาบข้างหลินเมิ่งยวนพร้อมรอยยิ้มสดใสที่มองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าอย่างเปี่ยมความหวังเจ้าของร่างสูงโปร่งกำยำในวัยสิบเก้าเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก ฝ่ามือข้างที่เขากรีดเนื้อเพื่อเตือนสติแม้จะเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่กลับประท้วงความรู้สึกทุกครั้งที่เขาเห็นนาง‘นางเก่งทั้งดนตรี งามทั้งศาสตร์แห่งศิลป์ แต่ยามถืออาวุธ นางกลับองอาจไม่แพ้บุรุษ’ เขาคิดพลางลอบถอนหายใจ นี่มิใช่สตรีที่ข้าเฝ้าตามหามาตลอดชีวิตหรอกหรือสำหรับหลินเมิ่งยวนที่เติบโตมาในสำนักคุ้มกันภัย ชีวิตที่ต้องเดินทางผ่านความเป็นความตายทำให้เขาโหยหาใครสักคนที่สามารถก้าวไปพร้อมกับเขาได้ ไม่ใช่คนที่รออยู่ข้างหลังเพียงอย่า

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 75 เว้นระยะห่าง

    ความเงียบสงัดภายในห้องพักไม่ได้ทำให้ใจของหลินเมิ่งยวนสงบตาม เขาจัดการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ติดกลิ่นแป้งหอมชวนคลื่นเหียนจากหอนางโลมออก แล้วใช้น้ำเย็นจัดลูบไล้ใบหน้าและลำตัว หวังจะให้ความเย็นเยียบนั้นช่วยดับเปลวไฟแห่งความสับสนที่กำลังแผดเผาเขาอยู่“เจ้าเป็นอะไรไป หลินเมิ่งยวน… เสิ่นอวี๋ซินคือสตรีที่เจ้ารอคอยมาทั้งชีวิต นางคือคู่หมั้นที่ขบวนขันหมากเตรียมจะแห่ไปหาทันทีที่กลับถึงเมืองหลวง เจ้าจะปล่อยให้ความหวั่นไหวชั่ววูบต่อสตรีที่เพิ่งพบหน้าไม่กี่วันมาทำลายทุกอย่างเชียวหรือ..” เขาพึมพำกับเงาของตัวเองในอ่างน้ำ แววตาเต็มไปด้วยความสมเพชเขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามเค้นภาพความอ่อนโยนของเสิ่นอวี๋ซินขึ้นมาทับถมภาพความองอาจของจางจื่ออิง เขาเดินไปบรรจงหยิบปิ่นเงินเรียบง่ายที่เสิ่นอวี๋ซินเคยมอบให้เขาไว้ก่อนออกเดินทางขึ้นมา มองปิ่นในมือด้วยความรู้สึกที่บีบคั้น ความรู้สึกผิดต่อเสิ่นอวี๋ซินและความโหยหาในตัวจางจื่ออิงกำลังฉีกกระชากใจเขาเป็นสองเสี่ยง“ต้องมีสติ ข้าต้องซื่อสัตย์ต่อนาง” หลินเมิ่งยวนกัดฟันกรอด ยิ่งเขานึกถึงความตื่นเต้นยามที่ได้ใกล้ชิดจางจื่ออิง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status