Mag-log inนาวยืนมองเพื่อนรักที่พากันออกมาสู้ชีวิตกันตามลำพัง แต่โชคชะตาเข้าข้างเธอทั้งสองคนให้ได้มาเป็นนางแบบชุดชั้นในและชุดนอนของแบรนด์ EMMELINE จนเธอได้มารักกับปุณณ์น้องชายของบัวเจ้าของแบรนด์ แต่การที่เธอมีคนรักทำให้อีฟต้องอยู่ตามลำพังที่คอนโดมิเนียมของพนักงาน อีฟเข้าใจและยินดีไปกับเธอ จนวันหนึ่งอีฟได้มีโอกาสมาพบกับปัณณ์น้องชายฝาแฝดของปุณณ์ และด้วยความเข้าใจผิดของอีฟที่คิดว่าปัณณ์คือปุณณ์ ทำให้อีฟเอาแต่จะคอยหลบหน้า เพราะรู้สึกหน้าแตกและอาย
วันเวลาผ่านไปอีฟก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากที่คอยหลบหน้า แต่แล้วจู่ๆ กลับกลายเป็นว่าอีฟพุ่งเข้าใส่ปัณณ์อย่างที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว โดยเฉพาะปัณณ์ที่ดูจะฉงนสงสัยในปฏิกิริยาท่าทางและคำพูดของอีฟ แต่เขาก็รับมือเธอด้วยความดุดัน เย็นชา มิหนำซ้ำยังมีลงไม้ลงมือกับเธอบ้างเมื่อถูกยั่วเย้าเอามากๆ
"ว่าแต่นาวชอบคิดถึงอดีต ตัวเองก็มานั่งเหม่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วเหมือนกัน" อีฟหลุดออกจากภวังค์เมื่อมือบางของเพื่อนรักมาจับที่บ่าแล้วหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆ
"ไม่ได้เหม่อซะหน่อย" อีฟหยัดตัวตรงคลายท่อนแขนที่ใช้เป็นที่พักพิงศีรษะออกจากพนักโซฟา
"ไม่ได้เหม่อเลย นาวเข้ามาจนถึงตัว อีฟยังไม่รู้ตัวเลย แล้วจะให้นาวเชื่อดีไหมว่าอีฟไม่ได้เหม่อ ว่าไงคะหนูอีฟผู้เริงร่า" นาวว่าอย่างประชดประชัน เธอรู้ดีว่าภายใต้ความสดใส ร่าเริง คิดบวก ทำเหมือนตัวเองเข้มแข็งของเพื่อน แท้ที่จริงแล้วก็มีความอ่อนแอซุกซ่อนอยู โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว
"ยอมรับก็ได้ว่าคิดเรื่องที่บ้าน แล้วทำไมวันนี้มาหาอีฟได้"
"ก็เป็นห่วงกลัวว่าจะจับไข้ แล้วนี่เป็นยังไงบ้าง ยังปวดเนื้อปวดตัวอยู่ไหม นาวว่าไปให้หมอตรวจหน่อยดีกว่า เผื่อกล้ามเนื้ออักเสบ" นาวบอกพร้อมทั้งจับเนื้อจับตัวเพื่อนอย่างเป็นห่วง เพราะเมื่อวานตอนถ่ายแบบอีฟมีอาการปวดเมื่อยร้าวไปทั้งตัว จนบัวต้องสั่งให้ลาป่วยไปหาหมอ เป็นอาการต่อเนื่องหลังจากกลับจากหัวหิน อีฟที่มีสภาพกะปลกกะเปลี้ยเพราะเล่นเครื่องเล่นในสวนน้ำอย่างหนักหน่วง เล่นแบบเอาเป็นเอาตาย จนไม่ดูสังขารตนเอง เพียงแค่กลัวว่าจะไม่คุ้มค่าบัตร
"อีฟกินยาคลายกล้ามเนื้อไปแล้ว ไม่ต้องไปหาหมอหรอก อีฟดีขึ้นเยอะแล้วด้วย"
"อีฟ เรื่องปัณณ์นี่จริงจังหรือว่าแค่แกล้งปัณณ์สนุกๆ"
"จริงจังสิ อีฟจะแกล้งทำไม อีฟไม่เล่นกับความรู้สึกตัวเองหรอก เวลาเจ็บมันเจ็บจริงๆ มันแกล้งไม่ได้ นาวก็รู้ว่าถ้าอีฟตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้ว อีฟจะจริงจัง แล้วก็ทำมันอย่างเต็มที่"
"แล้วทำไมจู่ๆ ถึงฮึดขึ้นมาจีบปัณณ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยกล้าสู้หน้าปัณณ์อยู่เลย"
"เพราะปัณณ์นั่นแหละ ผู้ชายปากร้าย เย็นชา มันทำให้อีฟอยากเอาชนะ อยากรู้นักว่าผู้ชายแบบนี้จะใจแข็งได้สักเท่าไหร่กัน"
"เดี๋ยว ตกลงว่าอีกชอบหรือว่าแค่อยากเอาชนะ ความรู้สึกมันต่างกันนะ"
"ก็ทั้งสองอย่าง ชอบแล้วก็ต้องเอาชนะใจให้ได้" อีฟบอกด้วยน้ำเสียงและท่าทีมุ่งมั่น ครั้งแรกที่เธอกับเขาได้พบกัน วันนั้นเขาแสร้งเป็นปุณณ์ แล้วก็ทำได้อย่างแนบเนียน ทำให้เธอเล่าเรื่องราวของนาวให้เขาฟังจนหมด แต่มาคิดๆ ดูอีกทีหรือว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นเธอเองที่ไม่รู้จักสังเกตว่าคนไหนปัณณ์คนไหนปุณณ์กันแน่
"ถ้าอีฟจริงจัง นาวก็จะเอาใจช่วย ขอให้จีบปัณณ์ติด อาชนะใจปัณณ์ให้ได้โดยเร็ว"
"อีฟจะเอานายปัณณธรมาเป็นผัวให้ได้ แต่ถ้าเล่นตัวมากนะ จะจับปล้ำเลยคอยดู" ท่าทางของอีฟมุ่งหมายมาดมั่นจะต้องทำอย่างที่พูดให้ได้
"ผัวเลยเหรอ"
"ก็ถ้าเป็นแฟนมันยาก ก็ต้องจับทำผัวนี่แหละ"
"ดูพูดจาเข้า ถ้างั้นไปกินข้าวที่บ้านกัน อีกสองชั่วโมงปุณณ์มารับมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ"
"ไหนๆ ก็ไปถึงบ้านแล้ว อีฟขอดูท่าเผด็จศึกก่อน เผื่อจะได้ตีหัวลากเข้าห้องแล้วจัดการเผด็จศึกเลย นาวต้องชี้จุดให้อีฟนะ"
"ชี้จุดอะไร"
"ก็ชี้จุดห้องปัณณ์ไง" พูดจบอีฟก็เดินโขยกเขยกด้วยยังคงปวดขาไปหยิบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คในห้องนอน
"ไม่ต้องชี้หรอก ถ้าอีฟตีหัวปัณณ์ได้ เดี๋ยวนาวให้ปุณณ์ช่วยลากปัณณ์ไปส่งที่ห้องเลย" นาวว่าทะเล้นเออออตามน้ำไปกับเพื่อน เพราะคิดว่าอีฟคงจะพูดล้อเล่นไปอย่างนั้น อีฟเดินกลับมาก่อนจะวางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คลงบนโต๊ะแล้วจัดการเปิดทันที
"นาวก็มาดูด้วยกันเผื่อจะได้เอาไปจัดการเผด็จศึกปุณณ์ จัดการให้สยบแค่นาวเพียงคนเดียว เอาแบบร้อยแปดท่าเลยไหม เอาให้ปุณณ์หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลย"
"ดูอะไรของอีฟ" นาวเขยิบมานั่งข้างๆ อีฟ จ้องมองจอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่อีฟกำลังเปิดเข้าโปรแกรมอะไรสักอย่างอยู่ด้วยความคล่องแคล่ว ไม่นานก็ปรากฏไฟล์คลิปวีดิโอขึ้นมาหลายสิบไฟล์
"อันไหนดีน๊า...อันนี้ก็ดูแล้ว...อันนี้ก็แล้ว...แล้ว...แล้ว...อันนี้ละกันยังไม่เคยดูเผื่อนาวอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศกับปุณณ์แบบนี้บ้าง" อีฟเลื่อนดูไฟล์คลิปวีดิโอไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ไฟล์คลิปวีดิโอที่ต้องการ ยิ่งฟังอีฟพูดนาวก็ยิ่งงุนงง แต่ก็ยอมดูคลิปวีดิโอนั้นไปพร้อมๆ เพื่อน
ไม่นานก็ปรากฏภาพเคลื่อนไหวที่มีหญิงสาวสวยสุดเซ็กซี่หุ่นสะบึ้ม เนื้อนมที่ใหญ่มหึมา แต่ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าเสริมแต่งขึ้นมา สะโพกผายกลมกลึง เธอกำลังว่ายน้ำอยู่ในสระว่ายน้ำกว้างอย่างสบายอารมณ์ ด้วยท่วงท่าสวยงาม จากนั้นก็ว่ายมาที่ขอบสระแล้วขึ้นมาหาชายหนุ่มตัวสูงโปร่งร่างกายกำยำที่มีหน้าท้องเป็นมัดกล้าม ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์หนุ่มตะวันตก ไม่นานบิกินีตัวจิ๋วก็หลุดออกจากกายสาวและตามด้วยชิ้นล่าง เหลือแต่ร่างกายเปล่าเปลือย ส่วนชายหนุ่มในคลิปวีดีโอก็กำลังถอดกางเกงว่ายน้ำออกเช่นกัน ทำให้นาวพึ่งรู้ตัวว่ากำลังดูหนังประเภทใดอยู่
"อีฟดูอะไรเนี่ย นาวไม่ดูกับอีฟแล้ว" ใบหน้าสวยของนาวเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เบือนหน้าหนีไม่ดูภาพเปล่าเปลือยของชายหญิงในคลิป
"ดูด้วยกันก่อน นาวดูดิสู้ของปุณณ์ได้ไหม" อีฟจับใบหน้าของนาวให้หันกลับมาดูไปกับเธอ
"ไม่เอา นาวไม่ดู ทำไมอีฟเป็นคนแบบนี้เนี่ย" นาวว่าอย่างไม่จริงจัง เบี่ยงตัวหลบนั่งตะแคงข้างกอดอก
"มันเป็นการเรียนรู้ นาวมาดูกับอีฟ จะได้ลองเอาไปใช้กับปุณณ์ไง เร็วมาดูด้วยกัน" อีฟยิ้มขำกลับคำพูดและท่าทางของอีกฝ่าย นี่ขนาดมีแฟนเป็นตัวเป็นตนยังจะเขินอีก ยังไงเธอก็ต้องทำให้นาวยอมดูหนังโป๊กับเธอจนจบเรื่องให้ได้
ในที่สุดอีฟก็ทำให้นาวยอมดูหนังไปกับเธอได้จริงๆ อีฟใช้แขนกอดรัดจับกุมนาวอย่างเต็มกำลัง นาวก็ดีดดิ้นเต็มกำลังเช่นกัน จนอีฟต้องใช้วิธีสุดท้ายคือจี๋เอว นาวหัวเราะเอาเป็นเอาตาย สู้กันอยู่พักใหญ่ จนนาวเหนื่อย อีฟจึงจับล็อคตัวไว้ให้ดูหนังโป๊ไปกับเธอจนจบ
เมี๊ยววววว เมี๊ยววววววว"อัญชัน ดูนั่น" อรัญชี้ให้อัญชันดูเจ้าลูกแมวสีขาวสะอาดที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ส่วนรั้วโรงเรียนบริเวณสนามเด็กเล่นในช่วงเวลาเลิกเรียนขณะรอพี่น้องคนอื่นๆ และรอติว เตอร์ มารับกลับบ้าน เจ้าลูกแมวส่งเสียงร้องราวกับหวาดกลัวโลกกว้าง"จริงด้วย อรัญไปดูกัน" อัญชันวิ่งไปหาเจ้าลูกแมวสีขาวทันที"เมี๊ยวๆ" อรัญ อัญชัน นั่งยองๆ ยื่นมือไปข้างหน้ากวักมือเรียกเจ้าลูกแมว"ออกมาหาอัญชันมา อัญชันไม่ทำอะไรหรอก" อัญชันร้องเรียกเจ้าลูกแมวที่ถอยหนีด้วยอาการหวาดกลัว"กลัวเหรอ? ไม่ต้องกลัว อรัญหล่อแล้วก็ใจดีด้วย ออกมาม่ะ เมี๊ยวๆ""หรือว่าหิว อัญชันมีขนมนะ รอแป๊บหนึ่ง" อัญชันวิ่งไปหยิบขนมในกระเป๋านักเรียนของตัวเอง"อัญชัน แมวไม่กินคุกกี้" อรัญว่าเมื่ออัญชันหยิบกล่องคุกกี้ออกมา"งั้นเอาทาโร่ไหม" อัญชันวิ่งเอากล่องคุกกี้ไปเก็บ แล้วหยิบขนมปลาเส้นออกมา"ได้ๆ" อรัญพยักหน้าหงึกหงัก"มากินมา อร่อยนะ เมี๊ยวๆ" อัญชันเอาที่ปิดปากถุงขนมออกหยิบขนมปลาเส้นยื่นให้เจ้าลูกแมว แต่มันก็ยิ่งถอยหนีอย่างหวาดกลัว"อรัญกินให้ดู...อร่อย" อรัญหยิบขนมใส่ปากตัวเองกินเป็นตัวอย่างให้เจ้าลูกแมวดู"อัญชันกินให้ดูด้วย...อร
"เอิงเอยไปไหน" ปัณณ์อุ้มอัญชันที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วลงมาข้างล่างเพื่อจัดการปัญหาระหว่างลูกสาวทั้งสอง พบกับเตอร์ที่กำลังเดินสวนขึ้นบันไดมา"อยู่บ้านนู้นครับ""แล้วพี่ติวล่ะ" อีฟถาม เพราะปกติทั้งคู่ต้องขึ้นมาหาเด็กๆ พร้อมกัน"พาส้มส้มไปโรงพยาบาลตัดขนครับ""ตัดขน?" อีฟหันมองหน้าอัญชัน พอจะรู้แล้วว่าทำไมเอิงเอยถึงตีอัญชัน"ครับ ส้มส้มโดนตัดหนวด ตัดขน ผมขอตัวไปดูคุณหนูไออุ่น โอบเอื้อ อรัญ ก่อนนะครับ" ปัณณ์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันมาถามลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขน"อัญชันตัดขนส้มส้มเหรอครับ""อังชังเปิดร้างอังชังบาร์เบอร์ค่ะ อังชังเย่งกับฉ้มฉ้ม ฉ้มฉ้มเปงยูกค้า อังชังเปงคงตัด""อัญชันเอ้ย" ปัณณ์ อีฟ เอ่ยออกมาพร้อมกัน เดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก"กรรมของส้มส้มมันจริงๆ เอิงเอยโตพอรู้ประสา ก็มาเจออัญชันต่อ ส้มส้มก็อึด ทึก ทน จริงๆ""อัญชันจะเล่นตัดหนวดตัดขนส้มส้มไม่ได้นะครับ""ทำไมคะ ฉ้มฉ้มไม่เหงว่าเยย ฉ้มฉ้มย้องเมี๊ยวๆ หง่าว ตองอังชังถามว่าเย่งกังไหม""ส้มส้มมันก็ร้องแบบนี้ตลอดไหมคะอัญชัน""ไม่ค่ะ ถ้าฉ้มฉ้มไม่เย่ง ฉ้มฉ้มจะย้องเมี๊ยวๆ ม่ายหง่าว""เฮ้อ! อัญชันฟังพ่อนะครับ ส้มส้มเป็นแมว แล้วหนวดข
"พี่ปัณณ์ ทำไมให้ลูกนอนตอนเย็นล่ะ เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ยอมหลับยอมนอนกันพอดี" อีฟให้ปุณณ์กับนาวแวะมาส่งที่บริษัท พอเข้ามาในห้องทำงานของคนเป็นสามีก็พบลูกน้อยทั้งห้านอนเรียงรายอยู่บนโซฟาที่ถูกปรับพนักให้เอนลงไป ทั้งห้าออนอนแผ่หลาเหมือนคนหมดเรี่ยวหมดแรง มีติว เตอร์ นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ คอยชำเลืองมองเป็นระยะ"มานี่มา" ปัณณ์ยื่นมือไปหาร่างบางให้เดินเข้ามาหาตน"งานยังไม่เสร็จอีกเหรอ อีฟก็นึกว่าจะพาลูกไปเล่นสวนสนุกรอซะอีก" อีฟเดินมานั่งตักของคนตัวสูง วงแขนแข็งแรงโอบกระชับ ฝังจมูกโด่งลงบนแก้มนวล"ยัง ห้าออช่วยสร้างงาน ทุกคนเลยอดไปสวนสนุก""สร้างงาน?" อีฟเอียงคอถามด้วยความฉงนสงสัย ปัณณ์จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง"...........ก็เลยมีสภาพอย่างที่เห็น และคาดว่าคงจะหลับกันยันเช้า""โธ่...ห้าออของแม่ พี่ปัณณ์อ่ะแกล้งลูก" อีฟมองลูกน้อยทั้งห้าด้วยความสงสาร เอ่ยว่าคนเป็นสามีอย่างไม่จริงจังนัก"พี่ไม่ได้แกล้ง พี่อยากให้ลูกมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แล้วพี่ก็ภูมิใจในตัวลูกๆ ที่รู้จักการขอโทษเมื่อทำผิด""ก็ลูกยังเล็กอยู่""ก็ต้องสอนกันตั้งแต่เป็นเด็กนี่ละ""แล้วก่อนหลับได้กินอะไรกันหรือยัง""พี่สั่งอาห
"ยุงติว ยุงเตอร์ มาแย้ว" อัญชันส่งเสียงเรียกสองบอดี้การ์ดที่เปิดประตูเข้ามา ทั้งสองรีบจัดการงานที่ทำอยู่ให้แล้วเสร็จเมื่อเจ้านายหนุ่มโทรไปบอกว่าให้รีบกลับมาอยู่ดูแลเจ้านายตัวน้อยทั้งห้า"ทำอะไรกันอยู่ครับ วาดรูปกันนี่เอง" เตอร์เดินเข้าไปหานายน้อยทั้งห้าที่นอนคว่ำหน้ากระดิกขาไปมาบนพื้นพรมกับแผ่นกระดาษสีขาวที่มีรอยขีดเขียนเป็นรูปต่างๆ หลากหลายสีสัน ในมือแต่ละคนมีดินสอสี หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ อัญชัน"คุณหนูหิวกันหรือยังครับ ใกล้เที่ยงแล้ว ผมสั่งอาหารให้" ติวเหลือบมองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบห้านาที"หิวครับ/หิวครับ/หิวค่ะ/หิวฮับ/หิวค่ะ" ห้าออตอบพร้อมเพรียง รีบลุกนั่งพลางลูบท้องตัวเองไปมา"แต่เปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมฮับ อะยังไม่ไหวแย้ว" อรัญเริ่มรำคาญชุดที่ใส่ หัวหมูป่าก็เหวี่ยงกลิ้งไปอยู่ตรงโซฟา"อังชังก็ไม่ไหวเหมืองกัง อังชังย้อง" อัญชันรู้สึกอึดอัดและร้อนทั้งที่เปิดเครื่อง ปรับอากาศ ใบหน้าจิ้มลิ้มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม จมูกโด่งเล็ก และเหนือริมฝีปาก"ได้ครับ" เตอร์ตอบพร้อมกับยื่นมือไปเปิดตะกร้าหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับเม็ดเหงื่อให้อัญชัน ก่อนจะช่วยกันกับติวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ
"พี่บอกอีฟแล้วไงว่าไม่ต้องทำ พี่เคลียร์งานเสร็จเดี๋ยวพี่ซักเอง ให้นมลูกเสร็จแล้วทำไมไม่นอนพัก" ปัณณ์คว้าตะกร้าผ้าในมืออีฟที่เธอกำลังแยกใส่อ่างซักมาจัดการเสียเองสองเดือนเต็มๆ ที่ปัณณ์จัดการดูแลเรื่องของอีฟกับลูกๆ เสื้อผ้า ของใช้ของอรัญกับอัญชัน ปัณณ์จะเป็นคนดูแลจัดการเอง เพราะผิวของทั้งคู่ยังบอบบางมาก ถ้าจัดการไม่ดี ลูกน้อยก็อาจเกิดการระคายเคืองเป็นผดผื่นได้ ส่วนอีฟต้องให้นมลูกทุกๆ สามชั่วโมงบ้าง สี่ชั่วโมงบ้าง เขาอยากให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อยากให้มีผลต่อน้ำนม เพราะอรัญ อัญชัน ไม่ยอมกินนมอื่นนอกจากนมแม่ และยังไม่ยอมดูดขวดนมอีกด้วย เขาจึงต้องหาอาหารเพื่อบำรุงน้ำนม และอยากให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่"พี่ปัณณ์ทำงานที่คุณพฤกษ์เอามาให้เสร็จแล้วเหรอ ...ยัง?" อีฟว่าอย่างรู้ทัน คงเห็นเธอหิ้วตะกร้าผ้าของอรัญ อัญชัน มาสินะ ถึงได้เดินตามเธอมาเร็วถึงเพียงนี้"แค่อีฟให้นมลูกก็เหนื่อยพอแล้ว เรื่องอื่นๆ ของลูกพี่จัดการเอง อีฟไปนอนพักเถอะ""งานที่ พี.เอ็น.ที. ก็เยอะ แล้วไหนจะงานที่แทนไท คอร์ปอเรชั่น อีก แค่งานพวกนี้พี่ปัณณ์ก็เหนื่อยพอแล้ว เหนื่อยกว่าอีฟที่เพียงให้นมลูกมากด้วย เหนื่อยจนตัวเองได้นอนวัน
"พี่พาฝันมาแล้ว""พี่มาวินมาแล้ว""พี่รักมาแล้ว""พี่คุณมาแล้ว""พี่อุ่นมาแล้ว""พี่เอื้อมาแล้ว""พี่เอิงเอยมาแล้ว"ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นเปิดออก เสียงใสของพี่ๆ ทั้งเจ็ดก็ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ดีใจ หลังจากที่ติวกับเตอร์ไปรับกลับจากโรงเรียน"ชู่วววว..." ผู้ใหญ่ในห้องต่างยกมือขึ้นมาใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตนเอง เป็นเชิงบอกว่าไม่ให้ทุกคนส่งเสียงดังกันโดยมิได้นัดหมาย"นินๆ จุ๊ๆ" คนที่เคยเป็นน้องเล็กสุดอย่างญาณินก็ยกมือขึ้นเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่"น้องหลับอยู่ครับ" ปุณณ์บอกแทบจะเป็นเสียงกระซิบนักเรียนตัวน้อยทั้งเจ็ดคนยกมือขึ้นมาแล้วแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากตัวเอง หันซ้ายหันขวาเป็นสัญญาณว่าห้ามส่งเสียงดัง ก่อนจะค้อมตัวค่อยๆ ก้าวย่องให้ฝีเท้าเบาที่สุด เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากทุกคน"แล้วเมื่อไหร่จะเดินมาถึงกันล่ะนั่น" พรพระพายว่าอย่างขำๆ กับท่าทางของเหลน"เดินกันปกติก็ได้ครับเด็กๆ เดินแบบนั้นวันนี้ก็เดินมาไม่ถึงน้อง" พอได้ยินเสียงของอาชิเอ่ยดังนั้นทั้งเจ็ดคนก็เดินยิ้มร่าเข้ามา"หูยยยยยย" นักเรียนทั้งเจ็ดตาโตตื่นเต้นเมื่อได้เห็นน้องน้อยทั้งสี่นอนเรียงอยู่บนเตียงรถเข็น"คนไหนน้องของพี่พาฝันคะ""







