เข้าสู่ระบบ"มีอะไรหรือเปล่าครับ" โฟร์แมนที่มีหน้าที่คุมคนงานก่อสร้างถามเสียงตะกุกตะกักเมื่อเห็นสีหน้าของปัณณ์เคร่งเครียดขณะเดินตรวจงานก่อสร้างตึกโรงแรม หลังจากตรวจดูสเปควัสดุต่างๆ ทั้งเหล็กเส้น เหล็กกล้า อลูมิเนียม วัสดุก่อ รวมทั้งเสาเข็มที่กำลังถูกปั้นจั่นตอกอัดลงไปยังพื้นดินแข็ง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวนี้ด้วย ที่วัสดุเกือบทั้งหมดถูกเปลี่ยนสเปค บางส่วนก็ถูกทำการยัดไส้ มีวัสดุตามสเปคและวัสดุที่ถูกลดสเปคปะปนกันอยู่ วัสดุบางส่วนก็ถูกเปลี่ยน ไม่ได้มาจากบริษัทในเครือที่แทนไท คอร์ปอเรชั่นใช้
"สเปคหลายอย่างที่นี่ไม่ตรงกับบัญชีจัดซื้อ คุณขจรอยู่ที่ไหน ความจริงแล้วเขาต้องคอยอยู่คุมงานที่นี่ แล้วทำไมถึงไม่มาดูแล ปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดขนาดนี้ได้ยังไง" โฟร์แมนมีสีหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที เมื่อปัณณ์ถามหาวิศวกรของโครงการก่อสร้างแห่งนี้ อีกทั้งยังอึ้งทึ้งเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ใช้เพียงแค่ตาเปล่ามองสำรวจทำไมถึงได้รู้อย่างลึกซึ้งว่าวัสดุก่อสร้างได้ถูกเปลี่ยนแปลงสเปคทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมันแทบดูไม่ออก
"ของตามบัญชีจัดซื้อมันขาดตลาด ผมก็เลยสั่งอีกบริษัท ซึ่งคุณภาพมันก็ทดแทนกันได้ เผลอๆ ดีกว่าด้วยซ้ำ" น้ำเสียงห้วนแข็งดังขึ้น ปัณณ์หันไปมองเจ้าของน้ำเสียงนั้นที่เดินวางมาดเข้ามา
"ขาดตลาด? ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดๆ ของขาดตลาดคุณก็ต้องทำเรื่องแจ้งไปที่บริษัทก่อน คุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงอะไรเองตามอำเภอใจ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าคุณจะผ่านการคุมงานก่อสร้างตึกมาแล้ว คุณขจร"
"ไม่รู้ว่าคุณอินทัชคิดอะไรอยู่ถึงให้เด็กอายุแค่สิบเก้ายี่สิบที่ยังเรียนไม่จบมาตรวจงาน แต่กลับมาทำอวดเก่งกับวิศวกรมือหนึ่งที่จบถึงปริญญาโทจากออสเตรเลียอย่างผม ผมสร้างตึกสูงมานับไม่ถ้วน ทั้งในและต่างประเทศ ไม่เคยมีปัญหา นับประสาอะไรกับโรงแรมแค่ยี่สิบชั้นนี่ ผมมีมาตรฐานการทำงานของผม"
"ผมไม่รู้หรอกนะว่ามาตรฐานการทำงานของคุณมันเป็นยังไง แต่เท่าที่ผมสัมผัสได้ มาตรฐานของคุณคงไม่เหมาะกับแทนไท คอร์ปอเรชั่น หยุดการก่อสร้างทั้งหมด เปลี่ยนวัสดุให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนดทั้งหมด" ปัณณ์เอ่ยอย่างไม่มีความกลัวเกรงคนตรงหน้า ก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"ห๊ะ!! แล้วของพวกนี้ล่ะครับ" โฟร์แมนถามด้วยความตกตะลึง เพราะการก่อสร้างดำเนินไปแล้วเกือบสิบเปอร์เซนต์ ไหนจะวัสดุที่กองพะเนินนี่อีก หนักสุดคือเสาเข็มที่ตอกลงดินไปแล้ว
"ใครสั่งมา คนนั้นก็รับผิดชอบ" ปัณณ์จ้องหน้าขจรเขม็งก่อนจะเดินออกจากไซต์งานก่อสร้าง
"จองหอง อวดเก่ง ก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนล่ะวะ"
"คุณปัณณธรถึงจะเด็กและยังเรียนไม่จบ แต่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะครับ คุณขจรจะประมาทฝีมือไม่ได้ ไม่งั้นคุณอินทัชคงไม่ไว้ใจให้มาตรวจงาน ดูอย่างวันนี้สิครับ แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเราเปลี่ยนสเปควัสดุ"
"ก็ดูกันต่อไปว่าคุณอินทัชจะเชื่อใคร" ขจรเอ่ยอย่างถือดี มั่นใจฝีมือตัวเอง
บ้านแทนไท
"อะๆ มะๆ" ทันทีที่เด็กน้อยพาฝันลูกสาวของปุณณ์กับนาวที่นั่งอยู่บนตักของปัณณ์ที่สนามหน้าบ้าน พอเห็นหน้าอีฟก็ชูแขนป้อมๆ ขึ้น ขยำมือราวกับกวักมือเรียก พลางพยักหน้าหงึกหงัก
"พาฝันขา อาอีฟคิดถึงพาฝันจังเลย ...คิดถึงอาปัณณ์ของพาฝันด้วย" อีฟเข้าไปหอมแก้มนุ่มนิ่งของพาฝัน ก่อนจะช้อนตามองคนที่ทำหน้าขรึมเมื่อเห็นหน้าเธอ ทั้งที่ก่อนหน้ายังเล่นหยอกล้อหัวร่อกับหลานสาวอยู่เลย ดวงตาคู่สวยสบสายตานิ่งนัยน์ตาฉ่ำ เปล่งถ้อยคำหวาน
"คิดถึงหลานฉันคนเดียวพอ ไม่ต้องมาคิดถึงฉัน" ปัณณ์ว่าพร้อมทั้งดันใบหน้าสวยออกห่าง
"ชิ ถามจริง ไม่หวั่นไหวให้อีฟบ้างเหรอ เนอะพาฝันเนอะ อาปัณณ์ของพาฝันหวั่นไหวให้อาอีฟบ้างไหมน๊าาาา" อีฟถอยออกมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ เบ้ปากใส ก่อนจะเอ่ยถาม พลางจับมือเล็ก ทำเสียงเล็กเสียงน้อยคุยเย้าพลางพยักพเยิดกับคนตัวเล็ก
"คนอย่างฉันเนี่ยนะจะหวั่นไหวให้ผู้หญิงอย่างเธอ ไม่มีทาง"
"ไม่หวั่นไหวสักนิดเลยเหรอ"
"............"
"ต้องมีบ้างละน่า อีฟออกจะสวย นมก็ใหญ่ อกเป็นอก ตูดเป็นตูด หุ่นอย่างอีฟเนี่ยหุ่นที่หนุ่มๆ ฝันใฝ่เลยนะ"
"แต่ไม่ใช่ฉัน แล้วเลิกพูดจาไร้สาระต่อหน้าหลานฉันได้ละ เดี๋ยวหลานฉันจะจำคำพูดไร้ยางอายของเธอ"
"ไร้ยางอายตรงไหน"
"แล้วไอ้ที่พรีเซนต์ส่วนสัด สัดส่วนตัวเองให้ผู้ชายฟังเนี่ยไม่เรียกว่าไร้ยางอายแล้วจะให้เรียกว่าอะไร"
"อีฟก็แค่พูดไปตามความจริง ถ้าแก้ผ้าต่อหน้าปัณณ์ก็ว่าไปอย่าง อยากเห็นป่ะล่ะ"
"ไม่ แล้วเธอก็หุบปากไปได้ละ ฉันไม่อยากฟัง"
"กลัวอดใจไม่ไหวอ่ะดิ เนอะพาฝัน อาปัณณ์ต้องกลัวใจตัวเองแน่ๆ เลย จริงไหมคะๆ โอ๊ย! เล่นไรเนี่ยมันเจ็บนะ" อีฟพยักพเยิดกับหลานสาวตัวน้อย ด้วยยังไม่ประสีประสาพาฝันส่งเสียงหัวเราะเอิ๊ก อ๊าก ปรบมือเปาะแปะคิดว่าอีฟพูดหยอกล้อเล่นกับตน ก่อนที่เธอจะร้องโอดโอยเสียงหลงเมื่อถูกมะเหงกประเคนใส่หน้าผากของเธอ มือบางยกขึ้นกุมหน้าผากตัวเองถึงกับน้ำตาเล็ดก็เขาไม่เบามือเลย
"ฉันไม่ได้เล่น ถ้าเธอยังไม่หยุดพร่ามได้โดนอีกแน่" ปัณณ์ว่าอย่างดุดัน คนถูกกระทำยู่หน้าใส่
"พาฝันจะหัวเราะชอบใจไม่ได้นะคะ อาปัณณ์ใช้ความรุนแรงกับอาอีฟ อาปัณณ์ไม่น่ารักเลย"
"เลิกทำปัญญาอ่อนได้ละ แล้วนี่มาทำไม"
"มากินข้าวด้วย แล้วก็อยากให้ปัณณ์ติวให้หน่อย เนื้อหามันเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย อีฟไม่ค่อยเข้าใจ"
"ไม่ถามนาวล่ะ"
"ถึงอีฟกับนาวจะเรียนคณะเดียวกัน แต่ก็คนละสาขานะ แล้วนาวก็มีคนติวส่วนตัวแล้ว อีฟก็อยากมีบ้าง ปัณณ์เป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้อีฟนะ"
"ฉันไม่ว่าง" ปัณณ์ปฏิเสธทันควัน
"ชิ ใจร้าย พาฝันขา ทำไมอาปัณณ์ของพาฝันถึงได้ใจร้ายจังเลย พาฝันจัดการอาปัณณ์ให้อาอีฟเลยค่ะ" อีฟจับมือเล็กให้ตีแขนคนหน้าดุเบาๆ
"ปะๆ อะๆ" มือเล็กตีรัวๆ ไปที่แขนของคนเป็นอา พร้อมทั้งส่งเสียงอืออาไม่หยุด ราวกับจะช่วยจัดการเขาตามที่อีฟบอก
"เออๆ ฉันติวให้ก็ได้ แต่แค่ช่วงพักเที่ยงเท่านั้น"
"เย่ พาฝันของอาอีฟสุดยอดไปเลย งั้นเริ่มพรุ่งนี้เลยนะ" อีฟยิ้มร่าที่แผนอ่อยผู้สำเร็จไปอีกขั้น ต้องยกความดีความชอบให้กับหลานสาวตัวน้อยอย่างพาฝัน
เมี๊ยววววว เมี๊ยววววววว"อัญชัน ดูนั่น" อรัญชี้ให้อัญชันดูเจ้าลูกแมวสีขาวสะอาดที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ส่วนรั้วโรงเรียนบริเวณสนามเด็กเล่นในช่วงเวลาเลิกเรียนขณะรอพี่น้องคนอื่นๆ และรอติว เตอร์ มารับกลับบ้าน เจ้าลูกแมวส่งเสียงร้องราวกับหวาดกลัวโลกกว้าง"จริงด้วย อรัญไปดูกัน" อัญชันวิ่งไปหาเจ้าลูกแมวสีขาวทันที"เมี๊ยวๆ" อรัญ อัญชัน นั่งยองๆ ยื่นมือไปข้างหน้ากวักมือเรียกเจ้าลูกแมว"ออกมาหาอัญชันมา อัญชันไม่ทำอะไรหรอก" อัญชันร้องเรียกเจ้าลูกแมวที่ถอยหนีด้วยอาการหวาดกลัว"กลัวเหรอ? ไม่ต้องกลัว อรัญหล่อแล้วก็ใจดีด้วย ออกมาม่ะ เมี๊ยวๆ""หรือว่าหิว อัญชันมีขนมนะ รอแป๊บหนึ่ง" อัญชันวิ่งไปหยิบขนมในกระเป๋านักเรียนของตัวเอง"อัญชัน แมวไม่กินคุกกี้" อรัญว่าเมื่ออัญชันหยิบกล่องคุกกี้ออกมา"งั้นเอาทาโร่ไหม" อัญชันวิ่งเอากล่องคุกกี้ไปเก็บ แล้วหยิบขนมปลาเส้นออกมา"ได้ๆ" อรัญพยักหน้าหงึกหงัก"มากินมา อร่อยนะ เมี๊ยวๆ" อัญชันเอาที่ปิดปากถุงขนมออกหยิบขนมปลาเส้นยื่นให้เจ้าลูกแมว แต่มันก็ยิ่งถอยหนีอย่างหวาดกลัว"อรัญกินให้ดู...อร่อย" อรัญหยิบขนมใส่ปากตัวเองกินเป็นตัวอย่างให้เจ้าลูกแมวดู"อัญชันกินให้ดูด้วย...อร
"เอิงเอยไปไหน" ปัณณ์อุ้มอัญชันที่อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วลงมาข้างล่างเพื่อจัดการปัญหาระหว่างลูกสาวทั้งสอง พบกับเตอร์ที่กำลังเดินสวนขึ้นบันไดมา"อยู่บ้านนู้นครับ""แล้วพี่ติวล่ะ" อีฟถาม เพราะปกติทั้งคู่ต้องขึ้นมาหาเด็กๆ พร้อมกัน"พาส้มส้มไปโรงพยาบาลตัดขนครับ""ตัดขน?" อีฟหันมองหน้าอัญชัน พอจะรู้แล้วว่าทำไมเอิงเอยถึงตีอัญชัน"ครับ ส้มส้มโดนตัดหนวด ตัดขน ผมขอตัวไปดูคุณหนูไออุ่น โอบเอื้อ อรัญ ก่อนนะครับ" ปัณณ์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันมาถามลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขน"อัญชันตัดขนส้มส้มเหรอครับ""อังชังเปิดร้างอังชังบาร์เบอร์ค่ะ อังชังเย่งกับฉ้มฉ้ม ฉ้มฉ้มเปงยูกค้า อังชังเปงคงตัด""อัญชันเอ้ย" ปัณณ์ อีฟ เอ่ยออกมาพร้อมกัน เดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก"กรรมของส้มส้มมันจริงๆ เอิงเอยโตพอรู้ประสา ก็มาเจออัญชันต่อ ส้มส้มก็อึด ทึก ทน จริงๆ""อัญชันจะเล่นตัดหนวดตัดขนส้มส้มไม่ได้นะครับ""ทำไมคะ ฉ้มฉ้มไม่เหงว่าเยย ฉ้มฉ้มย้องเมี๊ยวๆ หง่าว ตองอังชังถามว่าเย่งกังไหม""ส้มส้มมันก็ร้องแบบนี้ตลอดไหมคะอัญชัน""ไม่ค่ะ ถ้าฉ้มฉ้มไม่เย่ง ฉ้มฉ้มจะย้องเมี๊ยวๆ ม่ายหง่าว""เฮ้อ! อัญชันฟังพ่อนะครับ ส้มส้มเป็นแมว แล้วหนวดข
"พี่ปัณณ์ ทำไมให้ลูกนอนตอนเย็นล่ะ เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ยอมหลับยอมนอนกันพอดี" อีฟให้ปุณณ์กับนาวแวะมาส่งที่บริษัท พอเข้ามาในห้องทำงานของคนเป็นสามีก็พบลูกน้อยทั้งห้านอนเรียงรายอยู่บนโซฟาที่ถูกปรับพนักให้เอนลงไป ทั้งห้าออนอนแผ่หลาเหมือนคนหมดเรี่ยวหมดแรง มีติว เตอร์ นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ คอยชำเลืองมองเป็นระยะ"มานี่มา" ปัณณ์ยื่นมือไปหาร่างบางให้เดินเข้ามาหาตน"งานยังไม่เสร็จอีกเหรอ อีฟก็นึกว่าจะพาลูกไปเล่นสวนสนุกรอซะอีก" อีฟเดินมานั่งตักของคนตัวสูง วงแขนแข็งแรงโอบกระชับ ฝังจมูกโด่งลงบนแก้มนวล"ยัง ห้าออช่วยสร้างงาน ทุกคนเลยอดไปสวนสนุก""สร้างงาน?" อีฟเอียงคอถามด้วยความฉงนสงสัย ปัณณ์จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง"...........ก็เลยมีสภาพอย่างที่เห็น และคาดว่าคงจะหลับกันยันเช้า""โธ่...ห้าออของแม่ พี่ปัณณ์อ่ะแกล้งลูก" อีฟมองลูกน้อยทั้งห้าด้วยความสงสาร เอ่ยว่าคนเป็นสามีอย่างไม่จริงจังนัก"พี่ไม่ได้แกล้ง พี่อยากให้ลูกมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แล้วพี่ก็ภูมิใจในตัวลูกๆ ที่รู้จักการขอโทษเมื่อทำผิด""ก็ลูกยังเล็กอยู่""ก็ต้องสอนกันตั้งแต่เป็นเด็กนี่ละ""แล้วก่อนหลับได้กินอะไรกันหรือยัง""พี่สั่งอาห
"ยุงติว ยุงเตอร์ มาแย้ว" อัญชันส่งเสียงเรียกสองบอดี้การ์ดที่เปิดประตูเข้ามา ทั้งสองรีบจัดการงานที่ทำอยู่ให้แล้วเสร็จเมื่อเจ้านายหนุ่มโทรไปบอกว่าให้รีบกลับมาอยู่ดูแลเจ้านายตัวน้อยทั้งห้า"ทำอะไรกันอยู่ครับ วาดรูปกันนี่เอง" เตอร์เดินเข้าไปหานายน้อยทั้งห้าที่นอนคว่ำหน้ากระดิกขาไปมาบนพื้นพรมกับแผ่นกระดาษสีขาวที่มีรอยขีดเขียนเป็นรูปต่างๆ หลากหลายสีสัน ในมือแต่ละคนมีดินสอสี หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ อัญชัน"คุณหนูหิวกันหรือยังครับ ใกล้เที่ยงแล้ว ผมสั่งอาหารให้" ติวเหลือบมองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบห้านาที"หิวครับ/หิวครับ/หิวค่ะ/หิวฮับ/หิวค่ะ" ห้าออตอบพร้อมเพรียง รีบลุกนั่งพลางลูบท้องตัวเองไปมา"แต่เปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมฮับ อะยังไม่ไหวแย้ว" อรัญเริ่มรำคาญชุดที่ใส่ หัวหมูป่าก็เหวี่ยงกลิ้งไปอยู่ตรงโซฟา"อังชังก็ไม่ไหวเหมืองกัง อังชังย้อง" อัญชันรู้สึกอึดอัดและร้อนทั้งที่เปิดเครื่อง ปรับอากาศ ใบหน้าจิ้มลิ้มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม จมูกโด่งเล็ก และเหนือริมฝีปาก"ได้ครับ" เตอร์ตอบพร้อมกับยื่นมือไปเปิดตะกร้าหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับเม็ดเหงื่อให้อัญชัน ก่อนจะช่วยกันกับติวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ
"พี่บอกอีฟแล้วไงว่าไม่ต้องทำ พี่เคลียร์งานเสร็จเดี๋ยวพี่ซักเอง ให้นมลูกเสร็จแล้วทำไมไม่นอนพัก" ปัณณ์คว้าตะกร้าผ้าในมืออีฟที่เธอกำลังแยกใส่อ่างซักมาจัดการเสียเองสองเดือนเต็มๆ ที่ปัณณ์จัดการดูแลเรื่องของอีฟกับลูกๆ เสื้อผ้า ของใช้ของอรัญกับอัญชัน ปัณณ์จะเป็นคนดูแลจัดการเอง เพราะผิวของทั้งคู่ยังบอบบางมาก ถ้าจัดการไม่ดี ลูกน้อยก็อาจเกิดการระคายเคืองเป็นผดผื่นได้ ส่วนอีฟต้องให้นมลูกทุกๆ สามชั่วโมงบ้าง สี่ชั่วโมงบ้าง เขาอยากให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อยากให้มีผลต่อน้ำนม เพราะอรัญ อัญชัน ไม่ยอมกินนมอื่นนอกจากนมแม่ และยังไม่ยอมดูดขวดนมอีกด้วย เขาจึงต้องหาอาหารเพื่อบำรุงน้ำนม และอยากให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่"พี่ปัณณ์ทำงานที่คุณพฤกษ์เอามาให้เสร็จแล้วเหรอ ...ยัง?" อีฟว่าอย่างรู้ทัน คงเห็นเธอหิ้วตะกร้าผ้าของอรัญ อัญชัน มาสินะ ถึงได้เดินตามเธอมาเร็วถึงเพียงนี้"แค่อีฟให้นมลูกก็เหนื่อยพอแล้ว เรื่องอื่นๆ ของลูกพี่จัดการเอง อีฟไปนอนพักเถอะ""งานที่ พี.เอ็น.ที. ก็เยอะ แล้วไหนจะงานที่แทนไท คอร์ปอเรชั่น อีก แค่งานพวกนี้พี่ปัณณ์ก็เหนื่อยพอแล้ว เหนื่อยกว่าอีฟที่เพียงให้นมลูกมากด้วย เหนื่อยจนตัวเองได้นอนวัน
"พี่พาฝันมาแล้ว""พี่มาวินมาแล้ว""พี่รักมาแล้ว""พี่คุณมาแล้ว""พี่อุ่นมาแล้ว""พี่เอื้อมาแล้ว""พี่เอิงเอยมาแล้ว"ทันทีที่ประตูห้องพักฟื้นเปิดออก เสียงใสของพี่ๆ ทั้งเจ็ดก็ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ดีใจ หลังจากที่ติวกับเตอร์ไปรับกลับจากโรงเรียน"ชู่วววว..." ผู้ใหญ่ในห้องต่างยกมือขึ้นมาใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตนเอง เป็นเชิงบอกว่าไม่ให้ทุกคนส่งเสียงดังกันโดยมิได้นัดหมาย"นินๆ จุ๊ๆ" คนที่เคยเป็นน้องเล็กสุดอย่างญาณินก็ยกมือขึ้นเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่"น้องหลับอยู่ครับ" ปุณณ์บอกแทบจะเป็นเสียงกระซิบนักเรียนตัวน้อยทั้งเจ็ดคนยกมือขึ้นมาแล้วแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากตัวเอง หันซ้ายหันขวาเป็นสัญญาณว่าห้ามส่งเสียงดัง ก่อนจะค้อมตัวค่อยๆ ก้าวย่องให้ฝีเท้าเบาที่สุด เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากทุกคน"แล้วเมื่อไหร่จะเดินมาถึงกันล่ะนั่น" พรพระพายว่าอย่างขำๆ กับท่าทางของเหลน"เดินกันปกติก็ได้ครับเด็กๆ เดินแบบนั้นวันนี้ก็เดินมาไม่ถึงน้อง" พอได้ยินเสียงของอาชิเอ่ยดังนั้นทั้งเจ็ดคนก็เดินยิ้มร่าเข้ามา"หูยยยยยย" นักเรียนทั้งเจ็ดตาโตตื่นเต้นเมื่อได้เห็นน้องน้อยทั้งสี่นอนเรียงอยู่บนเตียงรถเข็น"คนไหนน้องของพี่พาฝันคะ""







