Masukก่อนเดินทางไปรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เวียงไชยมาพบตองนวลที่บ้านไม้หลังเล็กๆ ตรงเชิงเขาท้ายไร่ และบอกความต้องการที่จะให้ จอม จอมนรี ลูกสาวของเขากับเธอที่กำลังเรียนอยู่นั่นกลับมา
ตองนวลถูกพ่อแม่ส่งมาขัดดอกให้ทำงานในไร่จันทร์ผา แต่ความสวยของเธอก็นำภัยมาสู่ตัว ถูกเวียงไชยล่อลวงด้วยคำหวาน จนเธอยอมพลีกายให้เขา เธอกลายเป็นเมียลับๆ แต่ความลับก็ไม่มีในโลก เมื่อเรื่องรู้ถึงหูไหมทิพย์ในวันที่เธอตั้งครรภ์ เธอถูกตบตีจนเกือบแท้งลูก นับตั้งแต่นั้นเธอก็ตกอยู่ในสภาพเมียน้อย ที่ถูกเมียหลวงกดขี่ข่มเหงอย่างไร้ทางต่อสู้ เป็นเหมือนที่ระบายอารมณ์ก็ไม่ปาน
ตองนวลไม่เข้าใจว่าทำไมเวียงไชยถึงให้ลูกสาวหยุดเรียนกลางคันแบบนี้ เพียงแค่ต้องการข้อมูลสำคัญของไร่จันทรัช ทั้งที่มีลูกน้องมากมาย
ก่อนไปเรียนก็ยากเย็นแสนเข็ญ แม้จะสอบชิงทุนไปเรียนต่ออเมริกาได้ แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้สองแม่ลูกคิดหนัก แต่ก่อนจะได้เอ่ยปากวิงวอนต่อไหมทิพย์กับเวียงไชย ก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน
อัศวินพลั้งปากด้วยความคึกคะนองใช้น้องสาวต่างแม่ไปเป็นตัวประกันและเป็นของรางวัลในเกมพนัน แต่ก็ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จอมนรีถูกล่อลวงไปให้เพื่อนของอัศวินปลุกปล้ำ ในวันที่เธอเรียนจบมัธยมปลาย แต่โชคยังดีที่มีคนมาช่วยไว้ได้ทัน ตองนวลจึงขอร้องอ้อนวอนให้เวียงไชยช่วยพูดกับไหมทิพย์ และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เวียงไชยทำเพื่อลูกสาว
“คุณจะให้จอมกลับมาทำไมจ๊ะ อีกสองปี จอมก็จะเรียนจบแล้ว ถ้ากลับมาตอนนี้...”
“ให้มันกลับมาเพื่อทดแทนข้าวแดงแกงร้อนที่เลี้ยงมันมาจนโตไง” เสียงวางอำนาจของไหมทิพย์ ที่เดินเข้ามาพร้อมกับลูกชาย อัศวินแสดงความเหยียดหยามเมียน้อยของพ่ออย่างไม่ปิดบัง เดินเข้าไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หวายอย่างวางมาดนักเลงใหญ่
“คุณไหมทิพย์อย่า...” ตองนวลยกมือขึ้นพนมอ้อนวอนอย่างรู้ชะตากรรมของตนกับลูกสาว
“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำอะไรมัน ก็ให้มันกลับมา แค่อเมริกา ไม่ยากหรอกถ้าฉันจะทำ เอาจริง แค่มันรู้ว่าแกต้องเจอกับอะไรบ้าง มันก็วิ่งแจ้นกลับมาแล้ว” ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือข้างหนึ่งขยุ้มผมของตองนวลจากด้านหลังจนใบหน้าแหงนเงย ไหมทิพย์มั่นใจ อย่างไรจอมนรีก็ต้องกลับมา ในเมื่อมีตองนวลเป็นตัวประกันอยู่ที่นี่ทั้งคน
“จ้ะๆ นวลจะให้จอมกลับมา” ตองนวลไม่ได้ห่วงชีวิตตัวเอง แต่คนใจร้ายอย่างไหมทิพย์ทำอย่างที่พูดแน่
“ถ้ามันทำงานนี้สำเร็จ ฉันจะให้อิสรภาพอย่างที่มันต้องการ พร้อมเงินก้อนหนึ่งไปเริ่มต้นชีวิตใหม่” ในเมื่อจอมนรีเคยร้องขออิสระในการใช้ชีวิตตามประสาแม่ลูก ไหมทิพย์ก็จะให้หากทำงานนี้สำเร็จ และจะได้ไม่ต้องมีอะไรมาขวางหูขวางตาเธอด้วย
นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
จอมนรีสอบชิงทุนมาเรียนที่อเมริกา ซึ่งเป็นความหวังที่จะทำให้เธอกับแม่หลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ แต่มันไม่ง่ายเลย เธอไม่สามารถพาแม่มาอยู่ที่นี่ด้วยได้ โดยไหมทิพย์ยกข้ออ้างที่ตากับยายของเธอติดหนี้สิน แม่ต้องอยู่ทำงานเพื่อขัดดอก จนกว่าจะมีเงินจำนวนหนึ่งล้านมาคืน แต่แม่ของเธอก็พยายามให้เธอมาเรียนที่นี่ เธอยังจำภาพที่แม่ต้องกราบแทบเท้าไหมทิพย์ได้ดี และเมื่อมาอยู่ที่นี่ ยามว่างจากการเรียน เธอรับจ้างทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อเก็บหอมรอมริบ หวังไว้สักวันหนึ่งเธอจะพาแม่มาอยู่ด้วยกันที่นี่
“มีอะไรหรือคะถึงให้จอมมาพบที่นี่ หรือว่าแม่เป็นอะไร” เสียงนั้นไร้ชีวิตชีวา จอมนรีจำใจลางานเพื่อมาพบพ่อกับพี่ชายต่างแม่ นึกเป็นห่วงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับแม่ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น พ่อคงไม่เสียเวลามาบอกเธอด้วยตัวเองแบบนี้ คงแค่โทรมาบอกเท่านั้น ส่วนเธอกับแม่นานๆ จะได้คุยกันครั้งผ่านโทรศัพท์มือถือของพ่อ เพราะแม่ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือใช้ ด้วยไม่ได้รับอนุญาตจากไหมทิพย์
“ไม่คิดจะเรียกพ่อสักคำ” อัศวินเหยียดปากว่าเหน็บแนม
“ฉันเอาจดหมายจากแม่แกมาให้” เวียงไชยวางจดหมายที่ตองนวลเขียนถึงลูกสาวบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าจอมนรี
จอมนรีเปิดจดหมายของแม่อ่าน คิ้วเรียวขมวดสีหน้าครุ่นคิดหนัก
“ฉันกับอัศวินจะไปที่รัฐเท็กซัส อีกสองวัน แกต้องกลับไปกับฉัน” เวียงไชยไม่ถามความสมัครใจของลูกสาว ถึงอย่างไรจอมนรีก็ต้องรับข้อเสนอนี้
จอมนรีเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง คิดไม่ตกว่าเธอจะเข้าไปล้วงข้อมูลของไร่จันทรัชได้อย่างไร อีกทั้งไม่เข้าใจว่าข้อมูลนั้นมันสำคัญอะไรนักหนา ทำไมพ่อกับไหมทิพย์ถึงต้องการมัน
“จะหล่อกันเกินไปแล้ว” จอมนรีในชุดบอดี้สูทสีขาว กับกางเกงขาบานเอวสูงสีขาวเรียบหรู ชุดสวยจากแบรนด์ดัง ไม่คิดว่าแค่งานเปิดฟาร์มเป็ดปลีกับปลังจะต้องแต่งกายเต็มยศถึงเพียงนี้ อันที่จริงไม่ต้องทำพิธีเปิดใหญ่โตก็ได้ แต่เพราะท่านประธานตัวน้อยทั้งสองนี่ละที่บอกต้องอลังการ“เป็นท่านประธานก็ต้องแต่งตัวหล่อๆ สิครับ” ปลีอยู่ในชุดทักซิโด้พร้อมสวมแว่นกันแดด เช่นเดียวกับปลัง“ต้องหล่อและดูดี อย่าให้ใครมาว่าได้ครับ”“แล้วแบบนี้หม่าม้าไม่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดราตรีเลยเหรอคะ”“หม่าม้าควรแต่งตัวสวยมากๆ เลยครับ”“หม่าม้าควรสวย เพราะปะป๊าหล่อมาก”“เฮียก็เอาด้วยเหรอ” ร่างสูงของสามีก็อยู่ในชุดสูทหล่อเหลา เพียงแค่ไม่ได้สวมแว่นกันแดดเหมือนลูกชายทั้งสองก็เท่านั้น“ก็ลูกอยากให้หล่อๆ” ศิราตามใจลูกชาย และตั้งใจว่าก่อนเข้างานค่อยถอดสูทกับเนคไทออก“พร้อมแล้วค่ะ” ผักหวาน ผักกาด และกะเพรา อยู่ในชุดเดรสสั้นพองฟูสุดหรูแบบผู้ดีอังกฤษ“พร้อมแล้วครับ” หมากอยู่ในชุดสูทหล่อเหลาไม่ต่างจากพ่อกับน้องชาย“นี่จัดเต็มกันทุกคนเลยเหรอคะ”“หม่าม้าไม่อ่านไลน์กลุ่มแน่เลย” ปลังว่าคนเป็นแม่“มีแจ้งในไลน์กลุ่มด้วย”“มี” ปลีกับปลังเน้นเสียงว่าพ
“ปะป๊าตื่งๆ” ปลีกับปลังปลุกคนเป็นพ่อตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า“ฟ้ายังมืดอยู่เลย ตื่นมาทำอะไรกันครับ หรือหิวนม” ศิราเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงหรี่ตามองหน้าลูกชาย ก่อนจะเหลือบตามองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลา 04.25 น.“อาบน้ำไปโยงเยียง”“แต่งตัวไปโยงเยียง”“โรงเรียนมี รปภ. ค่ะ ไม่ต้องไปช่วยเปิดประตูโรงเรียน” จอมนรีประชดลูกชายที่ตื่นก่อนไก่โห่ ปกติโรงเรียนเข้า 08.30 น. เด็กๆ จะตื่นนอนเวลา 06.30 น. ออกเดินทางไปโรงเรียนเวลา 07.30 น. และเลิกเรียนเวลา 14.30 น.“หม่าม้ามั่ว”“หม่าม้ามั่วอะไร ก็โรงเรียนมี รปภ. คอยเปิดประตูโรงเรียนอยู่แล้ว ปลีกับปลังไม่ต้องไปแต่เช้ามืดก็ได้”“ไปปลุกพี่ผักหวางกับพี่พักกาดฝ่า”“ไปปลุกพี่หมากกับพี่กะเพราฝ่า”ปลีกับปลังไม่อยากเสียเวลาเถียงกับคนเป็นแม่ รีบออกจากห้องไปปลุกพี่ๆ ให้ไปโรงเรียน“ลูกชายเฮียติดสาวแน่ๆ”“ติดเพื่อน ไม่ใช่ติดสาว ลูกเพิ่งจะสามขวบเองนะจอม”“ปกติเขามีแต่พ่อหวงลูกสาว แต่เฮียหวงลูกชายซะงั้น”“เฮียเป็นห่วงต่างหาก เฮียตามไปดูก่อน ไปปลุกพี่ๆ ตอนนี้ ได้โดนพี่โวยลั่น”จอมนรีมองตามสามีที่รัก หวง ห่วง ลูกชายฝาแฝดคู่เล็กมากเป็นพิเศษ ก่อนจะเดินตามออกไปเฌ
“นี่ฌายัง” ปลีแนะนำให้ทับทิมกับนาเนียรู้จักกับแกะตัวสีขาวนามว่า ฌารัน“นี่ฌามา” ปลังแนะนำให้ทับทิมกับนาเนียรู้จักกับแกะตัวสีขาวนามว่า ฌามา“คุงพ่อกับคุงแม่เคยพาทิมไปเที่ยวเยี้ยงแกะ” ทับทิมเคยไปเที่ยวฟาร์มแกะ และให้อาหารแกะ“แด๊ดดี้กับหม่ามี้ก็เคยพาเนียไปดูแกะ ย้างแฟมีแกะเยอะ” นาเนียเคยไปร้านกาแฟที่มีฝูงแกะ“เยี้ยงแกะได้นะ” ปลีกับปลังกระวีกระวาดหยิบหญ้าให้เพื่อนไปป้อนแกะศิรามองลูกชายด้วยความเอ็นดูที่คอยต้อนรับขับสู้เพื่อน เป็นเจ้าบ้านที่ดี แต่ก็แปลกใจที่ลูกชายทั้งสองดูจะเอาใจเพื่อนเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็นกับเด็กวัยเดียวกัน ขนาดเพลิงกับพราวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับทั้งคู่ยังไม่เคยยอม เผลอเป็นตีกันตลอด“ทับทิมยอนี่นะ”“นาเนียยอนี่นะ”ปลีกับปลังให้เพื่อนทั้งสองนั่งรอบนโซฟารับแขกกับพ่อของตน แล้วพากันไปเอาสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของพี่เฌอมาให้เพื่อนดูด้วยวิ่งเข้าออกบ้านหลังนี้เป็นประจำเสมือนบ้านของตัวเอง จึงรู้ว่าเจ้าสุดหล่อกับเจ้าสุดสวยอยู่ที่ใด“คุงยุงขา ฉุดหย่อหย่อมากไหมคะ”“ฉุดฉวยฉวยมากไหมคะคุงยุง”“เออ...” ศิราไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนของลูกชายว่าอย่างไร สำหรับเฌอ ปลี และปลัง เจ้าสุดหล่อก็หล
“ปลี ปลัง ผู้ปกครองมารับแล้วค่ะ” คุณครูเดินเข้ามาบอก“คุงปู่มายับแย้ว” ปลีกับปลังรู้ว่าคนมารับต้องเป็นปู่ รีบหยิบกระเป๋านักเรียนของตนขึ้นมาสะพาย“ทับทิมกับนาเนียจะไปไหนคะ ผู้ปกครองยังไม่มารับเลยนะคะ” คุณครูเรียกถามทับทิมกับนาเนียที่หยิบกระเป๋านักเรียนของตนขึ้นมาสะพายทั้งที่ผู้ปกครองยังไม่มารับ“ปลีชวงไปฟาร์มเป็ดค่ะ” ปลีชวนทับทิมไปฟาร์มเป็ดของตัวเอง“ปลังชวงไปเยี้ยงเป็ดค่ะ” ปลังชวนนาเนียไปเลี้ยงเป็ดที่ฟาร์มของตัวเอง“ทับทิมกับนาเนียต้องรอผู้ปกครองอนุญาตก่อนค่ะ”“ไปเย็ว” ทับทิมจับมือปลี นาเนียจับมือปลัง พากันวิ่งออกไปยังบริเวณที่ผู้ปกครองมารอรับ กลัวว่าจะไม่ได้ไปฟาร์มเป็ด“ทับทิม นาเนีย ต้องรอผู้ปกครองมารับก่อนค่ะ” คุณครูรีบวิ่งตามนักเรียนในความดูแลของตนไปเดลกับหลานคนอื่นๆ มองปลีกับปลังวิ่งตามเด็กผู้หญิงสองคนผ่านหน้าไปด้วยความประหลาดใจ“ปลี ปลัง จะไปไหนลูก” เดลตะโกนถามหลานชายก่อนจะวิ่งเลยไปไกล“คุงปู่อยู่นี่ๆ” ปลีกับปลังฝืนตัวไว้ ทำให้เสียงจังหวะพากันล้มไปทั้งสี่คน“ทับทิม”“นาเนีย”เสียงของความตกใจจากแม่ของทับทิมกับพ่อของนาเนีย ต่างรีบเข้าไปดูลูกของตนเดลกับพี่ๆ ของปลีกับปลังก็รีบวิ่ง
“เป็นห่วงปลีกับปลังหรือเป็นห่วงครูกับเพื่อนๆ ของลูกคะ” ศิราคิ้วขมวดเล็กน้อยจับจ้องนาฬิกาบนฝาผนัง จอมนรีเดินเข้ามานั่งข้างๆ วางมือทาบทับหลังมือของสามี เดาได้ทันทีว่าเขากำลังเป็นกังวลสองลูกชายที่ไปโรงเรียนวันแรก ไม่รู้ว่าจะเผยตัวตนแล้วสร้างความปั่นป่วน หรือจะเก็บซ่อนตัวตนแล้วแสดงออกเหมือนกับวันสมัครเรียน“ได้เวลานอนแล้ว” เวลานี้คือเวลานอนกลางวันของปลีกับปลัง ศิรากังวลว่าลูกทั้งสองจะหลับได้ไหมยามที่ไม่มีเขา“ถ้าง่วงจัดๆ ยังไงก็หลับค่ะ เหมือนที่เพลิงกับพราวเคยทำให้ปลีกับปลังหลับมาแล้ว ปลีกับปลังเก่ง ต้องปรับตัวได้ค่ะ”“เฮียรู้ แต่มันก็ต้องใช้เวลา” วันนี้ฟาร์มม้ากับฟาร์มวัวเงียบเหงาเพราะไม่มีลูกชายจอมป่วน ไม่มีเสียงที่คอยเรียกให้หันไปมองว่าพวกตนกำลังทำในสิ่งที่เจ๋งสุดๆ หรือไม่มีเสียงต่อล้อต่อเถียงของความดื้อรั้น แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงยามที่ทั้งคู่ไปโรงเรียน แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าขาดหาย“เฮียกับปะป๊าใช่ไหมที่ต้องใช้เวลาปรับตัวให้ชิน” ไม่ใช่แค่สามีที่หงอยเหงา ตั้งแต่กลับจากไปส่งหลานที่โรงเรียน คนเป็นปู่ก็อยู่ในอาการเดียวกัน ไร่จันทรัชไม่สดใสเหมือนทุกวัน เพราะเสียงใสเจื้อยแจ้วหายไป“จอม
รถตู้หรูของไร่จันทรัชมาส่งทายาทตัวน้อย โดยเดลเป็นคนมาส่งหลานๆ อย่างเป็นหน้าที่ประจำไปแล้ว“ฉะหวัดดีฮับ” ปลีกับปลังพนมมือไหว้ทักทายคนเป็นครูด้วยความนอบน้อม พี่ๆ ต่างมองด้วยความรู้สึกประหลาดใจ เหมือนเด็กชายตัวน้อยสองคนตรงหน้าไม่ใช่น้องชายของพวกตน เพราะเรียบร้อยเกินไป“พบตะวันกับเขตตะวันคนเก่งนี่เอง สวัสดีค่ะ” คุณครูจดจำเด็กชายฝาแฝดที่เก่งและเรียบร้อยได้“เก่งแย้วก็หย่อด้วยฮับ”“จริงด้วยค่ะ พบตะวันกับเขตตะวันคนหล่อที่เก่งๆ นี่เอง”“หย่อฉุดๆ เก่งฉุดๆ ด้วยฮับ”“ค่ะ พบตะวันกับเขตตะวันที่หล่อที่สุด แล้วก็เก่งสุดๆ ด้วยค่ะ” ปลีกับปลังยิ้มกว้างเมื่อคุณครูพูดถูกใจ“คุงครูพูดดีมากฮับ”“แล้วจะให้คุณครูพาไปที่ห้อง หรือจะไปกับพี่ๆ คะ”“ไปกับพี่ได้ฮับ ให้พี่ไปฉ่งหนึ่งวัง พรุ่งนี้เก่งแย้วไปเองฮับ”“วังนี้ไปไม่ถูก ให้พี่ไปฉ่ง พรุ่งนี้ไปถูกแย้วไปเองฮับ”“ช่างพูดกันจังเลยค่ะ”“ทำไมคุงปู่ไม่กลับ” ปลีกับปลังหันมาเห็นคนเป็นปู่ที่คิดว่าจะกลับไปแล้ว“ปลีกับปลังอยู่ได้นะลูก” เดลเป็นห่วงหลานชายตัวน้อยทั้งสอง แม้จะมีพี่ๆ คอยดูแล แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้“อยู่ได้ฉิฮับ คุงปู่กลับดีๆ นะฮับ บะบ่าย” เดลคาดหวังให้หลานชายท




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


