Mag-log inเธอปลอมตัวเพื่อเข้าไปล้วงข้อมูลของไร่จันทรัช แต่กลับเป็นเธอเองที่ถูกเจ้าของไร่ล้วง...
view moreผู้ชายในชุดเฉกเช่นคนงานในไร่ปกปิดใบหน้าด้วยหมวกไหมพรมสีดำ กำลังด้อมๆ มองๆ เพื่อหาทางเข้าไปยังเรือนไม้สัก อันเป็นที่พักอาศัยและใช้เป็นสำนักงานของ ‘ศิรา เฌอภัทร’ บุตรชายคนโตของ ‘เดล จันทรัช’ กับ ‘เอวา ทะเลจันทร์’ โดยเขาเป็นหนึ่งในแฝดสาม ‘ธารา เฌอวินท์’ กับ ‘นีรา เฌอริตา’ และยังมีน้องชายน้องสาวฝาแฝด ‘วรา เฌอสลัล’ กับ ‘นารา เฌอลัญจ์’
ในเวลานี้ศิรารับผิดชอบดูแลไร่จันทรัช รวมทั้งฟาร์มม้า ฟาร์มโคเนื้อ และฟาร์มโคนม ซึ่งม้ากับวัวล้วนเป็นสายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และเขาคือเจ้าของไร่จันทรัชคนต่อไป ในขณะที่น้องๆ รับผิดชอบในส่วนของโรงงานกับบริษัท
ผู้บุกรุกรอเวลาเพื่อจะล่วงล้ำเข้ามาค้นหาข้อมูลสำคัญ อาศัยความมืดแฝงตัว ในขณะที่เจ้าของไร่หนุ่มกำลังสังสรรค์กับเครือญาติที่คฤหาสน์บนเนินเขา บัดนี้เรือนไม้สักทองหลังงามเงียบสงบปราศจากผู้คน ได้ยินเพียงเสียงของแมลงกลางคืนและเสียงใบไม้ที่กระทบกันอย่างแผ่วเบาจากแรงลม และสายน้ำที่ตกกระทบโขดหิน
ไฟฉายถูกใช้เป็นเครื่องมือให้ความสว่าง ผู้บุกรุกค้นหาของที่ต้องการ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบ
“มันเอาไปเก็บไว้ไหนว่ะ” เมื่อไม่ได้ของที่ต้องการก็ทำให้หัวเสียยิ่งนัก แต่แล้วทั้งห้องก็สว่างโล่
“หาไอ้นี่อยู่ใช่ไหม”
ดวงตาของผู้บุกรุกเบิกโพลงเมื่อเห็นร่างสูงของชายหนุ่มที่ทุกคนในไร่ต้องยำเกรง เผยให้เห็นสิ่งที่ต้องการ นั่นก็คือทัมบ์ไดรฟ์เก็บข้อมูลสำคัญ ตัวล่อที่ทำให้หนอนบ่อนไส้เผยตัว ศิราเหยียดยิ้ม...
ผลัวะ!!
ปลายเท้าของศิราตวัดเข้าที่ปลายคางของปองพล คนงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่ไร่จันทรัชไม่ถึงเดือนอย่างถนัดถนี่ ก้นกระแทกพื้น หงายหลังผลึ่งไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่ผิดไปจากที่นายพูดเลยครับ” มาโนชนับถือสายตาอันเฉียบคมของผู้เป็นนาย ที่รู้ว่าปองพลเป็นหนอนบ่อนไส้ตั้งแต่วันที่เข้ามาสมัครเป็นคนงานในไร่จันทรัช
“พ่อเลี้ยงเวียงไชยคงคิดว่าฉันจำลูกน้องมันไม่ได้” ศิรามองร่างที่สลบเหมือดอย่างสมเพช เห็นเพียงครั้งเดียวเขาก็จำได้ว่ามันผู้นี้ทำงานให้กับพ่อเลี้ยงเวียงไชย เจ้าของไร่จันทร์ผา คู่แข่งสำคัญ ที่แม้แต่ชื่อไร่ยังจงใจให้คล้ายกับไร่จันทรัช ที่ส่งคนเข้ามาเป็นหนอนบ่อนไส้ในคราบคนงานอยู่เนืองๆ เพื่อล้วงข้อมูล
“แล้วจะเอายังไงต่อดีครับนาย ถ้าปล่อยไปก็ยิ่งได้ใจใหญ่ขึ้นทุกที”
ไร่จันทร์ผา
“ไอ้ศิรา” เสียงเคียดแค้นชิงชังหลังจากถูกเด็กรุ่นลูกหยามหน้า
ปองพลในสภาพสะบักสะบอม เนื่องจากถูกเค้นให้รับสารภาพว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ก่อนจะถูกนำมามัดไว้หน้าทางเข้าไร่จันทร์ผา
“ไอ้ศิรามันทำแบบนี้ มันไม่ไว้หน้าพ่อเลย” อัศวิน บุตรชายของเวียงไชยกับไหมทิพย์ ที่อยู่ในอารมณ์คั่งแค้นไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ
“แกไม่ต้องย้ำ ถ้าแกฉลาดได้สักครึ่งหนึ่งของมัน ไร่จันทร์ผาก็ไม่ต้องตกเป็นรองไร่จันทรัชอยู่แบบนี้ เพราะแกมันไม่ได้เรื่อง แล้วยังคอยหาแต่เรื่องมาให้ฉันตามล้างตามเช็ดไม่เว้นวัน” เวียงไชยปรามาสลูกชาย ทั้งที่เขากับภรรยาหมายมั่นปั้นมือให้สืบทอดไร่จันทร์ผา แต่อัศวินก็ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน มิหนำซ้ำยังสร้างเรื่องให้ตามแก้ไขอยู่เป็นประจำ
“ถ้าผมไม่ได้เรื่อง พ่อก็ให้ลูกอีกคนของพ่อมาทำสิ...” อัศวินไม่สะทกสะท้านคำต่อว่าต่อขานของผู้เป็นพ่อ ในเมื่อตนเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่อง ก็ให้ลูกอีกคนมาทำแทน ซึ่งเป็นลูกนอกสมรส
“ใช่ ถึงเวลาแล้วที่สองแม่ลูกนั่นต้องทำอะไรเพื่อไร่จันทร์ผาบ้าง” เสียงของไหมทิพย์ดังขึ้น เธอปรายตามองร่างสิ้นสภาพของปองพล ก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น และคงไม่ได้ข้อมูลของไร่จันทรัชมาอีกตามเคย
“อาทิตย์หน้าผมต้องไปดูงานที่เท็กซัส ถ้าไหมต้องการแบบนั้น ผมก็จะพูดกับตองนวล” เวียงไชยต้องไปดูงานที่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยที่นั่นมีฟาร์มเลี้ยงวัว ม้า ขนาดใหญ่ เป็นแหล่งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ชั้นดี จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะจัดการตามความต้องการของไหมทิพย์
“อัศวินก็ตามคุณพ่อไปดูงานด้วย”
“ครับแม่” เวียงไชยรู้ดีว่าที่ไหมทิพย์ให้ลูกชายเดินทางไปด้วย ก็เพื่อคอยจับตาดูเขาเท่านั้น
“ส่วนไอ้คนที่ทำงานพลาด ก็จัดการมันซะ” ความเลือดเย็นของไหมทิพย์ แม้แต่เวียงไชยยังต้องหวาดหวั่น
เวียงไชยกับอัศวินเดินทางสู่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับศิรา ที่เดินทางไปอบรม ดูงาน และคัดเลือกวัวกับม้าที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์
“จะหล่อกันเกินไปแล้ว” จอมนรีในชุดบอดี้สูทสีขาว กับกางเกงขาบานเอวสูงสีขาวเรียบหรู ชุดสวยจากแบรนด์ดัง ไม่คิดว่าแค่งานเปิดฟาร์มเป็ดปลีกับปลังจะต้องแต่งกายเต็มยศถึงเพียงนี้ อันที่จริงไม่ต้องทำพิธีเปิดใหญ่โตก็ได้ แต่เพราะท่านประธานตัวน้อยทั้งสองนี่ละที่บอกต้องอลังการ“เป็นท่านประธานก็ต้องแต่งตัวหล่อๆ สิครับ” ปลีอยู่ในชุดทักซิโด้พร้อมสวมแว่นกันแดด เช่นเดียวกับปลัง“ต้องหล่อและดูดี อย่าให้ใครมาว่าได้ครับ”“แล้วแบบนี้หม่าม้าไม่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดราตรีเลยเหรอคะ”“หม่าม้าควรแต่งตัวสวยมากๆ เลยครับ”“หม่าม้าควรสวย เพราะปะป๊าหล่อมาก”“เฮียก็เอาด้วยเหรอ” ร่างสูงของสามีก็อยู่ในชุดสูทหล่อเหลา เพียงแค่ไม่ได้สวมแว่นกันแดดเหมือนลูกชายทั้งสองก็เท่านั้น“ก็ลูกอยากให้หล่อๆ” ศิราตามใจลูกชาย และตั้งใจว่าก่อนเข้างานค่อยถอดสูทกับเนคไทออก“พร้อมแล้วค่ะ” ผักหวาน ผักกาด และกะเพรา อยู่ในชุดเดรสสั้นพองฟูสุดหรูแบบผู้ดีอังกฤษ“พร้อมแล้วครับ” หมากอยู่ในชุดสูทหล่อเหลาไม่ต่างจากพ่อกับน้องชาย“นี่จัดเต็มกันทุกคนเลยเหรอคะ”“หม่าม้าไม่อ่านไลน์กลุ่มแน่เลย” ปลังว่าคนเป็นแม่“มีแจ้งในไลน์กลุ่มด้วย”“มี” ปลีกับปลังเน้นเสียงว่าพ
“ปะป๊าตื่งๆ” ปลีกับปลังปลุกคนเป็นพ่อตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า“ฟ้ายังมืดอยู่เลย ตื่นมาทำอะไรกันครับ หรือหิวนม” ศิราเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงหรี่ตามองหน้าลูกชาย ก่อนจะเหลือบตามองนาฬิกาที่บ่งบอกเวลา 04.25 น.“อาบน้ำไปโยงเยียง”“แต่งตัวไปโยงเยียง”“โรงเรียนมี รปภ. ค่ะ ไม่ต้องไปช่วยเปิดประตูโรงเรียน” จอมนรีประชดลูกชายที่ตื่นก่อนไก่โห่ ปกติโรงเรียนเข้า 08.30 น. เด็กๆ จะตื่นนอนเวลา 06.30 น. ออกเดินทางไปโรงเรียนเวลา 07.30 น. และเลิกเรียนเวลา 14.30 น.“หม่าม้ามั่ว”“หม่าม้ามั่วอะไร ก็โรงเรียนมี รปภ. คอยเปิดประตูโรงเรียนอยู่แล้ว ปลีกับปลังไม่ต้องไปแต่เช้ามืดก็ได้”“ไปปลุกพี่ผักหวางกับพี่พักกาดฝ่า”“ไปปลุกพี่หมากกับพี่กะเพราฝ่า”ปลีกับปลังไม่อยากเสียเวลาเถียงกับคนเป็นแม่ รีบออกจากห้องไปปลุกพี่ๆ ให้ไปโรงเรียน“ลูกชายเฮียติดสาวแน่ๆ”“ติดเพื่อน ไม่ใช่ติดสาว ลูกเพิ่งจะสามขวบเองนะจอม”“ปกติเขามีแต่พ่อหวงลูกสาว แต่เฮียหวงลูกชายซะงั้น”“เฮียเป็นห่วงต่างหาก เฮียตามไปดูก่อน ไปปลุกพี่ๆ ตอนนี้ ได้โดนพี่โวยลั่น”จอมนรีมองตามสามีที่รัก หวง ห่วง ลูกชายฝาแฝดคู่เล็กมากเป็นพิเศษ ก่อนจะเดินตามออกไปเฌ
“นี่ฌายัง” ปลีแนะนำให้ทับทิมกับนาเนียรู้จักกับแกะตัวสีขาวนามว่า ฌารัน“นี่ฌามา” ปลังแนะนำให้ทับทิมกับนาเนียรู้จักกับแกะตัวสีขาวนามว่า ฌามา“คุงพ่อกับคุงแม่เคยพาทิมไปเที่ยวเยี้ยงแกะ” ทับทิมเคยไปเที่ยวฟาร์มแกะ และให้อาหารแกะ“แด๊ดดี้กับหม่ามี้ก็เคยพาเนียไปดูแกะ ย้างแฟมีแกะเยอะ” นาเนียเคยไปร้านกาแฟที่มีฝูงแกะ“เยี้ยงแกะได้นะ” ปลีกับปลังกระวีกระวาดหยิบหญ้าให้เพื่อนไปป้อนแกะศิรามองลูกชายด้วยความเอ็นดูที่คอยต้อนรับขับสู้เพื่อน เป็นเจ้าบ้านที่ดี แต่ก็แปลกใจที่ลูกชายทั้งสองดูจะเอาใจเพื่อนเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็นกับเด็กวัยเดียวกัน ขนาดเพลิงกับพราวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับทั้งคู่ยังไม่เคยยอม เผลอเป็นตีกันตลอด“ทับทิมยอนี่นะ”“นาเนียยอนี่นะ”ปลีกับปลังให้เพื่อนทั้งสองนั่งรอบนโซฟารับแขกกับพ่อของตน แล้วพากันไปเอาสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของพี่เฌอมาให้เพื่อนดูด้วยวิ่งเข้าออกบ้านหลังนี้เป็นประจำเสมือนบ้านของตัวเอง จึงรู้ว่าเจ้าสุดหล่อกับเจ้าสุดสวยอยู่ที่ใด“คุงยุงขา ฉุดหย่อหย่อมากไหมคะ”“ฉุดฉวยฉวยมากไหมคะคุงยุง”“เออ...” ศิราไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนของลูกชายว่าอย่างไร สำหรับเฌอ ปลี และปลัง เจ้าสุดหล่อก็หล
“ปลี ปลัง ผู้ปกครองมารับแล้วค่ะ” คุณครูเดินเข้ามาบอก“คุงปู่มายับแย้ว” ปลีกับปลังรู้ว่าคนมารับต้องเป็นปู่ รีบหยิบกระเป๋านักเรียนของตนขึ้นมาสะพาย“ทับทิมกับนาเนียจะไปไหนคะ ผู้ปกครองยังไม่มารับเลยนะคะ” คุณครูเรียกถามทับทิมกับนาเนียที่หยิบกระเป๋านักเรียนของตนขึ้นมาสะพายทั้งที่ผู้ปกครองยังไม่มารับ“ปลีชวงไปฟาร์มเป็ดค่ะ” ปลีชวนทับทิมไปฟาร์มเป็ดของตัวเอง“ปลังชวงไปเยี้ยงเป็ดค่ะ” ปลังชวนนาเนียไปเลี้ยงเป็ดที่ฟาร์มของตัวเอง“ทับทิมกับนาเนียต้องรอผู้ปกครองอนุญาตก่อนค่ะ”“ไปเย็ว” ทับทิมจับมือปลี นาเนียจับมือปลัง พากันวิ่งออกไปยังบริเวณที่ผู้ปกครองมารอรับ กลัวว่าจะไม่ได้ไปฟาร์มเป็ด“ทับทิม นาเนีย ต้องรอผู้ปกครองมารับก่อนค่ะ” คุณครูรีบวิ่งตามนักเรียนในความดูแลของตนไปเดลกับหลานคนอื่นๆ มองปลีกับปลังวิ่งตามเด็กผู้หญิงสองคนผ่านหน้าไปด้วยความประหลาดใจ“ปลี ปลัง จะไปไหนลูก” เดลตะโกนถามหลานชายก่อนจะวิ่งเลยไปไกล“คุงปู่อยู่นี่ๆ” ปลีกับปลังฝืนตัวไว้ ทำให้เสียงจังหวะพากันล้มไปทั้งสี่คน“ทับทิม”“นาเนีย”เสียงของความตกใจจากแม่ของทับทิมกับพ่อของนาเนีย ต่างรีบเข้าไปดูลูกของตนเดลกับพี่ๆ ของปลีกับปลังก็รีบวิ่ง








![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


