บทที่ 5
@เวลาต่อมา
@บริษัท แอล.อี.โอ.ดีเวลลอปเมนท์
15 : 30 น.
มิกิเดินลงมาจากรถเฟอร์รารี่คันหรูของลีโอนาร์โดหลังจากที่ลีโอนาร์โดไปรับเธอกลับจากโรงเรียน ลีโอนาร์โดพาคู่หมั้นสาวตรงมาที่บริษัทของเขา เนื่องจากว่าวันนี้เขามีประชุมสำคัญในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า จึงรีบขับรถไปรับเธอมาที่บริษัทเขาก่อนที่การประชุมสำคัญจะเริ่มขึ้น ที่เขาต้องขับรถไปรับเธอด้วยตัวเขาเองเพราะเขาไม่ไว้ใจใคร
อีกทั้งเคนตะผู้เป็นพี่ชายของเธอ วันนี้มีประชุมสำคัญเช่นเดียวกัน และดูเหมือนว่าการประชุมครั้งนี้จะยืดยาวจนดึก จึงทำให้มิกิต้องมาอยู่กับลีโอนาร์โดที่บริษัทของเขาก่อน จนกว่าเคนตะจะกลับจากประชุมสำคัญ เคนตะประชุมเสร็จแล้วเขาถึงจะวางใจ ไปส่งเธอที่บ้าน
ระหว่างที่มิกิเดินเข้าไปภายในบริษัท เหล่าบรรดาพนักงานเก่าแก่ของบริษัทต่างเอ่ยทักทายผู้เป็นคนรักของประธานบริษัทอย่างเป็นมิตรด้วยวาจาประจบสอพลอพนักงานของบริษัท แอล.อี.โอ.ดีเวลลอปเมนท์
รู้จักมิกิในฐานะคู่หมั้นของประธานบริษัท มิกิเองเคยมาที่นี่เมื่อตอนอายุสิบขวบ เธอเคยเข้ามาวิ่งเล่นที่บริษัทบ่อยๆ ถึงแม้ว่ามิกิกลับมาที่นี่อีกครั้งในรอบหลายปีพนักงานเก่าแก่ของที่นี่ก็จดจำใบหน้าอันสะสวยของเธอได้เป็นอย่างดี
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลมโตคู่นั้นของเธอช่างหวานหยดทรงเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และไม่เหมือนมนุษย์ เพราะเธอเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้เคลือบแก้วที่มีชีวิตจริงๆ ดวงตากลมโตแสนหวานของเธอทำให้เหล่าบรรดาพนักงานเก่าแก่ที่เคยพบเธอที่นี่เมื่อตอนที่เธอยังเด็กจดจำได้ในทันทีที่เธอปรากฏตัว แม้ว่าใบหน้าและรูปร่างของเธอจะเปลี่ยนไปตามวัยก็ตาม
มิกิหันไปยิ้มบางๆ ตอบรับตามมารยาทก่อนจะเดินเข้าไปภายในลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัทพร้อมกับลีโอนาร์โดเดินตามหลังเข้าไปด้วย
"สวัสดีค่ะนายหญิง...ท่านประธานถึงกับขับรถไปรับที่โรงเรียนเองเลยเหรอคะ...นายหญิงโชคดีจังเลยนะคะ" จันจิ เลขาสาวสวยวัย 29 ปี เธอหน้าตาสะสวยที่สุดในบรรดาพนักงานหญิงของบริษัทแอล.อี.โอ.ดีเวลลอปเมนท์ แต่ก็สวยน้อยกว่ามิกิอยู่ดี จันจิเป็นเลขาหน้าห้องของลีโอนาร์โดเกือบสิบปีแล้ว หล่อนเอ่ยทักทายมิกิพลางแสร้งยิ้มอย่างเป็นมิตร ทว่าวาจาที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความประชดเหน็บแนมราวกับกำลังริษยามิกิ การทักทายของหล่อนทำให้มิกิชะงัก
วาจาประชดเหน็บแนมของหล่อนทำให้ลีโอนาร์โดหันขวับจ้องหน้าหล่อนเชิงตำหนิ คำถามของหล่อนล้ำเส้นมากเกินไป หล่อนไม่ควรที่จะถามเกินหน้าที่ หล่อนเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลีโอนาร์โดหนึ่งครั้งที่คลับของลีโอนาร์โด
หล่อนเป็นฝ่ายเข้าไปเสนอตัวให้ลีโอนาร์โดถึงที่ ครั้งนั้นลีโอนาร์โดตอบรับ ที่ตอบรับเพราะตอนนั้นลีโอนาร์โดยังไม่ได้หมั้นหมายกับมิกิ สถานะในตอนนั้นคือ ว่าที่คู่หมั้น เพราะเพิ่งถูกทาบทามให้หมั้นหมายกัน
แม้ลีโอนาร์โดและจันจิจะเคยลึกซึ้งกันมาก่อน ลีโอนาร์โดก็ลึกซึ้งกับหล่อนเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และหลังจากครั้งนั้นก็ไม่เคยมีอะไรกับหล่อนอีก จะในห้องทำงานหรือห้องไหนในบริษัทก็ไม่เคย จันจิเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลีโอนาร์โดเพียงแค่ครั้งเดียวก็จริง ทว่าแก๊งเพื่อนสนิทของลีโอนาร์โด เพื่อนของเขาทุกคนลึกซึ้งกับหล่อน ร่วมหลับนอนกับหล่อนนับครั้งไม่ถ้วน
จันจิได้ขึ้นเตียงกับประธานบริษัทจึงรู้สึกว่าตนเองนั้นเหนือกว่าพนักงานคนอื่น หล่อนถือดี หล่อนกล้าทำในสิ่งที่พนักงานคนอื่นไม่กล้าทำ เช่น การเอ่ยทักทายคู่หมั้นของผู้เป็นนายเชิงริษยาอย่างชัดเจน
"อะไรนะ?" มิกิชะงักทันที รู้สึกว่าวาจาของเลขาสาวแปลกๆ จึงหันไปเอ่ยถาม มิกิมองใบหน้าของจันจิอย่างงุนงง ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มิกิเดินตรงเข้าไปภายในห้องทำงานของลีโอนาร์โด เมื่อเห็นว่าคู่หมั้นสาวเดินเข้าไปภายในห้องทำงานแล้วลีโอนาร์โดจึงหันไปต่อว่าจันจิทันที
"อย่าแส่เรื่องของฉัน ถ้าคู่หมั้นของฉันรู้เรื่องของเธอกับฉันเมื่อไหร่ฉันฆ่าเธอแน่" ลีโอนาร์โดกดเสียงต่ำแยกเขี้ยวคำรามขู่อย่างเอาจริง ลีโอนาร์โดพยายามเอ่ยเสียงเบาที่สุด พยายามไม่แสดงความไม่พอใจออกมามากเกินไปเพราะกลัวว่าคู่หมั้นสาวจะจับสังเกตได้
"ขะ...ขอโทษค่ะท่านประธาน...จิแค่อยากทักทายนายหญิงไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใดต่อไปจิจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้วค่ะจิขอโทษค่ะท่านประธาน" จันจิรีบพนมมือไหว้วอนขอความเห็นใจน้ำเสียงสั่น แววตาดุดันสีน้ำข้าวจ้องหล่อนอย่างเกรี้ยวกราดจึงทำให้หล่อนรีบแก้ตัวเพื่อเอาชีวิตรอด
"ถ้าไม่อยากหัวหลุดออกจากบ่าก็อย่ายุ่งกับคู่หมั้นของฉันอีก ที่เธอยังทำงานอยู่ที่นี่ได้จนถึงทุกวันนี้เพราะฉันเห็นว่าเธอทำงานดีแต่ถ้าเธอทำนอกเหนือจากงานที่ฉันสั่งเมื่อไหร่ เธอก็เตรียมหัวหลุดออกจากบ่าได้เลย" คำขู่ของลีโอนาร์โดทำเอาจันจิหวาดกลัวตัวสั่น ลีโอนาร์โดปาดตามองอย่างน่ากลัวก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องทำงาน
"หิวข้าวรึยัง" ลีโอนาร์โดเปิดประตูเข้าไปพลางเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นั่งอ่านหนังสือเรียนอยู่บนโซฟารับแขก
"หนูหิวข้าวตั้งนานแล้วทำไมเพิ่งจะถาม" คนตัวเล็กตอบพลางทำหน้ามุ่ย
"หิวข้าวแล้วทำไมไม่บอก เมื่อไหร่จะเลิกทำหน้ามุ่ยสักที" มาเฟียหนุ่มเห็นคนตัวเล็กเอาแต่นั่งทำหน้ามุ่ยจึงเดินเข้าไปหย่อนสะโพกนั่งลงข้างๆ เธอก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง
"เรื่องมันผ่านมาหลายวันแล้ว...ยังจะงอนพี่อีกเหรอ" มาเฟียหนุ่มใช้มือหนาลูบพวงแก้มนวลเบาๆ "เลิกงอนพี่ได้แล้ว"
"หนูอยากกินไอศกรีม" มิกิแสร้งเมินเฉยต่อคำพูดของเขา เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงงอนๆ เช่นเคย
"เดี๋ยวให้ไอ้เจมส์ออกไปซื้อให้" มาเฟียหนุ่มพูดจบประโยคก็ล้วงมือเข้าไปหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเอง แล้วกดต่อสายโทรหามือขวาคนสนิททันที
ก๊อก ก๊อก
"ขออนุญาตครับเจ้านาย" ทันทีที่ผู้เป็นนายกดวางสาย ไม่ถึงห้านาที เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น เจมส์ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านนอกประตู เสียงของเจมส์ดังเล็ดลอดเข้ามาภายในห้องทำงานทำให้มิกิหันไปมองที่ต้นทางของเสียง
"เข้ามา" มาเฟียหนุ่มเอ่ยอนุญาตน้ำเสียงเข้มดุต่างที่สนทนากับคู่หมั้นสาวอย่างสิ้นเชิง
"ไอศครีมกับขนมของนายหญิงครับ" เจมส์เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับถุงขนมมากมายในมือตามคำสั่งของผู้เป็นนายที่เพิ่งโทรสั่งให้เขาซื้อไอศครีมและขนมเข้ามาให้มิกิ
เจมส์ยื่นถุงขนมห่อใหญ่และไอศครีมให้มิกิ เธอรับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส เธอชอบทานไอศครีมที่สุด พอได้ถุงไอศครีมมาก็รีบเปิดออก หยิบไอศครีมรสช็อกโกแลตมินท์รสโปรดของเธอออกจากถุงด้วยความตื่นเต้น
"ขอบคุณนะ" มิกิลุกขึ้นยืนสวมกอดเจมส์เพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาซื้อของที่เธอชอบมาให้โดยไม่ได้คิดอะไรเกินเลย เพราะปกติเธอมักจะขอบคุณผู้อาวุโสกว่าที่ให้ของขวัญแก่เธอแบบนี้เสมอ ทว่าคนมองอย่างลีโอนาร์โดคิด คิดว่าเธอชอบลูกน้องของเขา
"มิกิ!! " ลีโอนาร์โดตวาดเสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นห้องทำงานด้วยความโกรธคู่หมั้นสาวที่สวมกอดลูกน้องคนสนิทของเขาต่อหน้าต่อตาเขา ทั้งที่เขานั่งมองอยู่ทั้งคน น้ำเสียงเหี้ยมของเขาทำให้มิกิสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจจนน้ำตาคลอ
"มานี่!" ลีโอนาร์โดจับเรียวแขนเล็กพลางบีบอย่างแรงก่อนจะกระชากแขนเธอให้เดินตามเข้าไปภายในห้องนอน
"กอดมันทำไม!? บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ชอบให้ใครแตะตัวเธอ" ลีโอนาร์โดบีบเรียวแขนเล็กแรงขึ้น ผลักร่างเล็กขึ้นไปบนเตียงนอนอย่างแรง
ตุ้บ!
"โอ๊ย! หนูเจ็บนะ" ร่างเล็กร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด แรงเหวี่ยงของลีโอนาร์โดเล่นทำเอาร่างของเธอแทบหักเป็นสองท่อน