Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-05-02 14:26:50

“ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง

ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่ๆ มุ่งหน้าสู่ชานเมือง เอวาหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาเติมแต่งใบหน้า จากลุคนางพญาแสนแพงเมื่อครู่ ถูกเปลี่ยนเป็นสาวเฉี่ยวสุดฮอตด้วยอายไลเนอร์สีดำขลับและลิปสติกสีแดงสด เธอมองเงาตัวเองในกระจก...นัยน์ตาคู่สวยยังคงมีแววของความเหนื่อยล้าซ่อนอยู่ลึกๆ

เอวาอดไม่ได้ที่จะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อจับโทรศัพท์มือถือที่ยังคงปิดเครื่องอยู่ ใจหนึ่งก็อยากเปิดดูให้รู้แล้วรู้รอดว่าพ่อส่งข้อความอะไรมาขู่กรรโชกอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าเปิดอ่าน สติที่เหลืออยู่น้อยนิดจะกระเจิดกระเจิงจนทำงานสุดท้ายของวันไม่รอด

ณ สนามแข่งรถ The Empire Circui (เดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต)

[เวลา 16:30 น.]

บรืน! บรืน! บรืน!

เสียงคำรามของเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่กำลังเร่งเครื่องทดสอบสนามดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ กลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นยางไหม้ลอยคลุ้งเตะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถตู้ บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากงานเปิดตัวคอนโดเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วราวกับคนละโลก จากความหรูหราเงียบสงบ กลายเป็นความดิบเถื่อน วุ่นวาย และเต็มไปด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน สองสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ มีอัฒจันทร์สูงรอบสนามสำหรับผู้มานั่งชมและบนนั้นก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน

“โอ้โห คนเยอะมาก! รถแต่ละคันนี่ราคาซื้อบ้านได้สิบหลังเลยมั้งเนี่ย” ชมพูเบิกตากว้างมองไปรอบๆ พลางจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่

“รีบไปสแตนด์บายตรงจุดสตาร์ตกันเถอะ ทีมงานกวักมือเรียกแล้ว” เอวาดึงแขนเพื่อนให้เดินตามไป

ทันทีที่สองสาวเรซควีนปรากฏตัวในชุดสุดเซ็กซี่ที่เน้นส่วนโค้งเว้าชัดเจน แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปก็สาดเข้าใส่แทบจะทุกทิศทาง เอวาปรับสีหน้าและท่าทางเข้าสู่โหมดทำงานทันที เธอโพสท่าพิงซูเปอร์คาร์สีแดงเพลิง โก่งตัวเล็กน้อยอวดสัดส่วนสะดุดตา พร้อมส่งยิ้มหวานยั่วเสน่ห์ให้กับตากล้องและหนุ่มๆ รอบสนามที่มองมาตาเป็นมัน

“ประกาศจากทางสนามครับ!” เสียงโฆษกดังขึ้นผ่านลำโพงตัวใหญ่ ขัดจังหวะความวุ่นวายรอบๆ

“อีกสิบนาทีจะเริ่มการแข่งขันในรุ่น Supercar Unlimited และในวันนี้เราได้รับเกียรติอย่างสูง... บอสใหญ่เจ้าของสนามของเรา จะลงสนามเพื่อทดสอบเครื่องยนต์ในรอบอุ่นเครื่องด้วยตัวเองครับ!!”

“ว่าแต่ทำไมชื่อสนามต้องเอ็มไพร์ด้วยละอย่าบอกนะว่าจะเป็นของคุณคนเมื่อกี้อีก” ชมพูเอ่ยขึ้นอีกครั้งเรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

“ไม่ใช่หรอกมั่ง เขาจะรันทุกวงการเลยไม่ได้นะ ระดับนั้นไม่ลงมาเล่นอะไรแบบนี้หรอกนะแค่บังเอิญเฉยๆ แหละ” เอวาเอ่ยขึ้นเธอเองก็สงสัยแต่เมื่อคิดกลับกันดูคนที่ตาดุเหมือนเสือคนนั้นไม่น่ามาชอบอะไรแบบนี้

สิ้นเสียงประกาศ เสียงเฮและเสียงผิวปากก็ดังสนั่นกึกก้องไปทั้งอัฒจันทร์

“เฮ้ย เอวา! เขาบอกว่าเจ้าของสนามจะลงขับเองด้วยนะ คนไหนวะ อยากเห็นหน้าจัง รวยแถมยังซิ่งอีก” ชมพูกระซิบด้วยความตื่นเต้น

แต่เอวายังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงเครื่องยนต์ที่ดุดันและทรงพลังกว่าคันไหนๆ ก็แผดเสียงคำรามกึกก้องมาจากทางเข้าพิตเลน ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว...บรืน!!!!

ไฮเปอร์คาร์สีดำด้านทั้งคัน ดีไซน์โฉบเฉี่ยวราวกับปีศาจร้าย ค่อยๆ ขับเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบที่จุดสตาร์ตตรงหน้าเอวาพอดี!

กระจกรถฝั่งคนขับเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย เขาไม่ได้ใส่ชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบเหมือนเมื่อตอนบ่าย แต่กลับอยู่ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทที่ขับให้รังสีความอันตรายแผ่ซ่านออกมามากกว่าเดิมหลายเท่า...

มือหนาที่จับพวงมาลัยสวมถุงมือขับรถแบบครึ่งนิ้ว ใบหน้าคมคายนั้นยังคงเรียบตึงดุจน้ำแข็ง มีเพียงนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่เดิม...นัยน์ตาเสือร้ายที่เพิ่งมองเธอราวกับเศษฝุ่นเมื่อชั่วโมงก่อน

ตอนนี้มันกำลังจ้องตรงมาที่เอวา...ตั้งแต่เรือนร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยชุดหนังรัดรูปสีแดงดำ ไปจนถึงใบหน้าที่แต่งแต้มจัดจ้านของเธอ

ลมหายใจของเอวาสะดุดกึก รอยยิ้มยั่วเสน่ห์ที่ปั้นแต่งไว้บนใบหน้าแข็งค้าง มือที่ถือร่มบังแดดให้รถสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่

อาเธอร์...

มาเฟียอสังหาริมทรัพย์คนนั้น...คือเจ้าของสนามแข่งรถเถื่อนแห่งนี้ด้วยงั้นเหรอ?!

โลกทั้งใบของเอวาเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ เมื่อริมฝีปากหยักลึกของชายหนุ่มในรถดูเรียบนิ่งไม่มีรอยยิ้มของคนที่เคยร่วมงานกัน มีเพียงสายตาที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย…

“เอวาเห็นไหมสนามนี้เป็นของเขาจริงๆ ด้วยรวยโหดมากอะ” ชมพูเขย่าแขนเพื่อนเบาๆ พลางเอ่ยบอกวันนี้สามงานเป็นของเขาทั้งสามงาน

“ด…ได้ยิน” เอวาพยายามเค้นเสียงออกมาตอบเพื่อน แม้ว่าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายจะเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รอยยิ้มยั่วเสน่ห์ที่เคยฝึกฝนมาอย่างดีบัดนี้ดูแข็งเกร็งไปหมดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ ‘เจ้าของอาณาจักรเอ็มไพร์’ อีกครั้ง

สายตาคมดุจเหยี่ยวของอาเธอร์ไล่มองเรือนร่างอรชรในชุดหนังรัดรูปของเธออย่างช้าๆ มันไม่ใช่สายตาแทะโลมจาบจ้วงแบบผู้ชายคนอื่นรอบสนาม แต่มันเย็นเยียบ คุกคาม และเหมือนกำลังประเมินคุณค่าของบางสิ่งบางอย่าง...แววตาที่ทำให้เอวารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือที่เขาสามารถบีบให้ตายได้ทุกเมื่อ

บรืนนนน!!!

เสียงเร่งเครื่องยนต์ดังสนั่นจนพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน เป็นจังหวะเดียวกับที่กระจกรถฟิล์มดำสนิทค่อยๆ เลื่อนขึ้นปิดช้าๆ ตัดขาดการสบตาที่แสนจะอึดอัดนั้นไปพร้อมกับสายตาที่ยากจะคาดเดา

“เคลียร์พื้นที่ครับ! สาวๆ ถอยเข้าจุดสแตนด์บายเลย!” เสียงเจ้าหน้าที่สนามตะโกนสั่งการพร้อมโบกธงสีแดง

ชมพูรีบดึงแขนเอวาให้ถอยร่นออกมาจากแทร็ก เอวาก้าวขาตามเพื่อนไปอย่างเหม่อลอย ทันทีที่พวกเธอพ้นระยะอันตราย ไฮเปอร์คาร์สีดำทมิฬของอาเธอร์ก็พุ่งทะยานออกตัวไปราวกับพายุหมุน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นยางไหม้และเสียงโห่ร้องตะโกนด้วยความสะใจของผู้ชมบนอัฒจันทร์

ความเร็วและทักษะการควบคุมรถของเขามันอยู่ในระดับมืออาชีพ ทุกโค้งที่สาดเข้าใส่เต็มไปด้วยความดุดันและแม่นยำ สมกับเป็นบอสใหญ่แห่งเดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต

“เขาน่ากลัวมากอะ ฉันรู้สึกกลัวเขายังไงก็ไม่รู้” เอวาเอ่ยพลางลูบแขนตัวเองป้อยๆ

”ธรรมดาแหละ คนรวยอิทธิพลคับฟ้าขนาดนี้ก็จะดูหยิ่งๆ หน่อย“ ชมพูบอกเพื่อนส่วนใหญ่คนรวยก็มาสไตล์นี้กันทั้งนั้นจากที่เธอเห็นตามงานต่างๆ

เอวาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อขับไล่ความหวาดหวั่นที่เกาะกินหัวใจ แม้คำพูดของชมพูจะดูสมเหตุสมผล แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอกลับตะโกนร้องเตือนว่า ผู้ชายที่ชื่ออาเธอร์คนนี้ ไม่ใช่แค่ ‘คนรวยหยิ่งๆ’ ทั่วไป เขามีกลิ่นอายของความอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินทุกคนที่ขวางทาง เขาคือผู้ชายที่ดูอันตรายที่สุด

บรืนนน!! เอี๊ยดดด!!

เสียงเบรกดังสนั่นเมื่อไฮเปอร์คาร์สีดำด้านพุ่งทะยานเข้าเส้นชัยและหักเลี้ยวเข้าสู่พิตเลนส่วนตัวของ VIP ด้วยความเร็วที่ทำให้คนมองใจหายใจคว่ำ ทว่าจังหวะการจอดกลับนิ่งสนิทและสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องด้วยความชื่นชมดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนามแข่ง

ทีมงานระดับสูงและบอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนรีบกรูกันเข้าไปล้อมรถคันนั้นทันที เอวามองภาพนั้นจากจุดสแตนด์บายด้วยความรู้สึกโล่งอกที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่ใกล้เธอแล้ว เธอพยายามปรับสีหน้า ดึงสติกลับมาโฟกัสกับหน้าที่เรซควีนของตัวเองต่อ

ทว่า...ความสงบสุขของเธออยู่ได้เพียงไม่กี่นาที

ครืด... ครืด... ครืด...

แรงสั่นสะเทือนจากกระเป๋าคาดเอวใบเล็กทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว เอวาหน้าซีดเผือด เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่อยู่บนรถตู้ เธอเผลอเปิดเครื่องทิ้งไว้เพื่อดูเวลาและลืมกดปิดมัน!

ดวงตาคู่สวยก้มมองข้อความด่าทอต่างๆ มากมายที่พ่อของเธอส่งเข้ามา

[พ่อ] นังลูกอกตัญญู! หายหัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหน!

[พ่อ] รีบโอนเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ 50,000 บาท

[พ่อ] อย่าคิดว่าฉันจะหาแกไม่เจอนะ! อย่าต้องให้ฉันไปหาแกถึงที่

เอวากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก โชคดีแค่ไหนที่พ่อยังไม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่

[เอวา] หนูไม่มีค่ะ หนูจะเอาจากไหนมาให้พ่อนักเงินห้าหมื่นหนูทำงานสายตัวแทบขาดกว่าจะหาได้

ข้อความถูกอ่านแทบจะในทันที พร้อมกับข้อความที่พิมพ์ตอบกลับมารัวๆ จนเครื่องสั่นไม่หยุดในมือของเอวา

[พ่อ] แกอย่ามาโกหก! ฉันรู้ว่าแกรับงานพริตตี้ โชว์เนื้อ โชว์หนังได้เงินทีละเยอะๆ

[พ่อ] ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เงินห้าหมื่น แกเตรียมตัวได้เลยนังลูกไม่รักดี!

เอวารีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ทันที ไม่มีอะไรที่จะพิมพ์กลับไป น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงแหมะลงบนหน้าจอมากกว่าความกลัวและความเจ็บปวดที่จะโดนพ่อทำร้ายก็คงเป็นคำด่า ที่ว่าเธอคือลูกไม่รักดี ที่ผ่านมาเธอพยายามมาโดยตลอดที่จะทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูพ่อเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างแม้กระทั่งค่าเช่ารถของพ่อในวันที่พ่อหาเงินไม่ได้เธอยอมเหนื่อย เพื่อให้พ่อได้สบาย สุดท้ายเธอยังเป็นลูกไม่รักดีในสายตาพ่ออยู่เหรอ

ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ไม่ให้ใครในบริเวณนี้สังเกตเห็นความอ่อนแอของเธอรวมทั้งชมพู

เธอต้องตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมาทำงานในทุกวัน ยืนฉีกยิ้มจนปวดแก้ม ปั้นหน้าเป็นนางพญาแสนแพง ทั้งที่ในกระเป๋าแทบจะไม่มีเงินเหลือซื้อข้าวกิน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหาเงินมาอุดรอยรั่วที่พ่อสร้างไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำด่าทอและคำขู่กรรโชก

"ชมพู...เดี๋ยวเรามานะ ขอไปห้องน้ำแป๊บหนึ่ง" เอวาหันไปกระซิบกับเพื่อนเสียงสั่น พยายามก้มหน้าซ่อนดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ

"อ้าว รีบไปรีบมานะแก เดี๋ยวเขาจะปล่อยรถรอบต่อไปแล้ว!" ชมพูตอบรับโดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ เพราะมัวแต่ชะเง้อมองรถแข่งในสนาม

เอวาพยักหน้ารับเร็วๆ ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินฝ่าฝูงชนออกมาทางด้านหลังอัฒจันทร์ฝั่ง VIP ซึ่งค่อนข้างปลอดคน ร่างบางในชุดเรซควีนสีแดงดำกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินแคบๆ สองมือยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างลวกๆ ในหัวมีแต่ความกังวลและสับสน ห้าหมื่นบาท...เธอจะไปหาเงินจำนวนขนาดนั้นมาจากไหนภายในวันนี้ สามงานที่ทำรวมกันยังไม่ถึงห้าหมื่นบาทเลยด้วยซ้ำ

ด้วยความที่มัวแต่ก้มหน้าซ่อนน้ำตาและจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้เอวาไม่ได้สังเกตเลยว่าตรงหัวมุมทางเดินแคบๆ มีใครบางคนกำลังเดินสวนมา...

ปึก!

"อุ๊ย! ขะ…ขอโทษค่ะ“

ร่างบางชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคนอย่างจัง แรงกระแทกทำเอาโทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นคอนกรีต เอวาเซถอยหลังจนเกือบจะล้มก้นจ้ำเบ้า ทว่า...ฝ่ามือหนาที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็กกลับคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้ทันท่วงที ออกแรงดึงเพียงนิดเดียวร่างที่กำลังจะล้มก็ปลิวกลับมายืนทรงตัวได้ตามเดิม

กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและดุดัน ผสมผสานกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายของความอันตรายลอยปะทะจมูก... มันเป็นกลิ่นที่ทำให้สัญชาตญาณในตัวเธอร้องเตือนอย่างรุนแรง

"เดินไม่ดูทาง..."

น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังก้องอยู่เหนือหัว เอวาค่อยๆ ช้อนสายตาที่ยังมีหยาดน้ำตาเกาะอยู่ขึ้นมองคนตรงหน้า วินาทีที่นัยน์ตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่คมดุจเสือร้าย ลมหายใจของเธอก็เหมือนจะขาดห้วงไป…
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 35

    "อ๊ากกกกก!" เสียงร้องโหยหวนดังสะท้อนในซอยแคบๆ ธีรภัทรถูกกระทืบจนน่วมเป็นกระสอบทราย เลือดสีแดงฉานไหลซึมลงสู่พื้นดิน พร้อมๆ กับสติที่เริ่มเลือนลาง เขาถูกทิ้งให้นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น สภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่าสุนัขข้างถนน ท่ามกลางความวุ่นวายที่ยังไม่จางหายหลังบ่อนกาสิโน รถสปอร์ตหรูสองคันแล่นเข้ามาจอ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 34

    “สืบดูว่าบ้านมันอยู่ไหน“ ”ครับนาย…แต่นายครับมันคือลูกหนีเฮียกวงเหมือนกันนะครับ ผมว่…“ ”นั่นแหละที่กูต้องการ ไม่ใช่ลูกสาวของมัน“ ไซยังพูดไม่ทันจบอาเธอร์ก็เอ่ยขึ้น ดูจากสภาพก็รู้ว่าไอ้คนโสโครกคนนั้นต้องเป็นหนี้เฮียกวงมาแน่นอน และมันก็คงใช้ลูกสาวมาเป็นของขัดดอกอย่างที่บอกกับเขาและสิ่งที่เขาต้องการ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 33

    [เวลา 11:30 น.] ธีรภัทรยืนหอบหายใจแรงท่ามกลางไอแดดที่แผดเผา เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลซึมตามใบหน้าที่มีแผลถลอกจากการรื้อค้นข้าวของอย่างบ้าคลั่งเมื่อเช้า ในหัวของเขามีแต่ตัวเลขห้าแสนบาท วนเวียนอยู่เหมือนวิญญาณตามหลอกหลอน เขาตัดสินใจมองรถแท็กซี่คันเก่าสภาพซอมซ่อที่เขาเช่าขับประทังชีวิตมาหลายปี "เอาวะ! อย่า

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 32

    เขายกเหล้าขาวก้นขวดขึ้นดื่มจนหยดสุดท้าย ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ใบเล็กที่ตกอยู่ใต้ตู้เสื้อผ้า เขาปรี่เข้าไปคว้ามันด้วยมือสั่นเทา ภายในมีเพียงเงินไม่กี่ร้อยบาทกับบัตรนัดหมอของแม่เอวาที่เสียไปแล้ว "ห้าแสน กูจะไปหาจากไหนห้าแสน!" เสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังดึกก้องไปในความมืด โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 31

    เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟในห้อง ICU ถูกหรี่ลงเพื่อสอดรับกับเวลาพักผ่อน ชมพูยังคงนั่งเฝ้าอยู่ที่เดิมจนเผลอหลับสัปหงกไปโดยที่มือยังคงกุมมือเพื่อนไว้แน่น ขณะที่หมออลันก้าวเข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยรอบสุดท้ายของวัน เขาหยุดยืนมองสองสาวที่ร่วมชะตากรรมกันมาทั้งวันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ความเง

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 30

    เพียะ! แรงตบที่ใบหน้าซีกซ้ายทำให้โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัส ร่างของเธอถูกเหวี่ยงลงกับพื้นเย็นเชียบเหมือนเศษตุ๊กตาที่ไม่มีค่า "ฮึก! พ่อคะ เอวาเจ็บ เอวาขอโทษ" เสียงเล็กๆ สะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นโทสะของชายตรงหน้า เขาหยิบเข็มขัดหนังเส้นหนาออกมา รอยยิ้มเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status