Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-05-03 14:02:08

อาเธอร์...

บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ

สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดและคราบน้ำตาของเอวาเพียงแวบเดียว ก่อนที่เขาจะปรายตามองลงไปที่พื้น...โทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่เขาไม่พูดอะไรนอกเหนือจากนั้นร่างหนาเดินผ่านเธอไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และกลิ่นบุหรี่

ห้องทำงานกระจกบานใหญ่บนชั้น 2 ของโซน VIP ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภาพรวมของสนามแข่ง เดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต ได้ทั้งหมด

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีดำและเทา อาเธอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังอิตาลีตัวใหญ่ริมกระจก มือหนารับแก้วบรั่นดีจากลูกน้องมาถือไว้ สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังจุดสตาร์ตเบื้องล่าง

การแข่งขันรถซูเปอร์คาร์รอบจริงกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าสายตาของบอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์กลับไม่ได้จับจ้องไปที่รถแข่งราคาแพงระยับเหล่านั้น

นัยน์ตาเสือร้ายกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างอรชรในชุดเรซควีนสีแดงดำ ที่เพิ่งวิ่งกลับไปยืนปั้นยิ้มยั่วเสน่ห์อยู่ข้างแทร็กแข่ง...

แม้จากมุมสูงเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอชัดเจนนัก แต่ภาพหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวในดวงตากลมโตเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในหัว

“คิดเหี้ยอะไรถึงผู้หญิงพันนั้นวะ!“ เขาส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ภาพของเธอออกจากความทรงจำพลางบ่นพึมพำคนเดียว แต่ไซที่เป็นลูกน้องคนสนิทยืนอยู่ไม่ไกลดันได้ยินเจ้านายพูดเขามองตามสายตาของเจ้านายลงไปยังสนามเห็นพริตตี้สาวสองคนกำลังยืนทำหน้าที่อย่างแข็งขัน

“มีอะไรให้ผมจัดการหรือเปล่าครับนาย?” ไซเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงในชุดเรซควีนสีแดงดำที่เจ้านายกำลังทอดสายตามองลงไปคือใคร แต่ในฐานะมือขวา เขาจึงเลือกที่จะถามหยั่งเชิง

อาเธอร์ละสายตาจากกระจกบานใหญ่ ตวัดนัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันกลับมามองลูกน้องคนสนิท “ฉันสั่งให้นายทำอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ไซ”

“แต่ผมเห็นนาย...”

“หุบปาก!“ เสียงทุ้มตวัดสั่งอย่างเฉียบขาด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนไซต้องรีบก้มหัวรับคำ

อาเธอร์กระดกบรั่นดีในแก้วรวดเดียวจนหมด รสชาติบาดคอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไร เขานั่งมองการแข่งขันในสนามนิ่งไม่ได้สนใจหรือปรายตาไปมองพริตตี้สาวอีก

แกร๊ก…

เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาตามด้วยร่างสูงของเพื่อนรักทั้งสองคนเดินเข้ามาทิ้งสะโพกลงนั่งบนโซฟาที่ว่าง

“เสิร์ฟไอ้ไซ” ภัทรยกมือขึ้นบอกไซ อีกคนไม่รอช้าเดินไปหยิบแก้วใบใส่มารินบรั่นดีส่งให้เพื่อนเจ้านาย

“เสียดายมาไม่ทันตอนมึงขับ” คริสวางแก้วในมือลงและเอ่ยขึ้นเขางานยุ่งกว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็ลำบากเลยมาไม่ทันดูเพื่อน

“แค่รอบอุ่นเครื่อง ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย มึงไม่ได้พลาดอะไรหรอก” อาเธอร์ตอบเสียงเรียบ พลางเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ ท่าทีของเขากลับมานิ่งสงบเยือกเย็นเหมือนเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้รบกวนจิตใจ

ภัทรรับแก้วบรั่นดีจากไซมาจิบ ก่อนจะหรี่ตามองหน้าเพื่อนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

“ยืดเส้นยืดสายอะไรของมึง หน้าตึงเหมือนพร้อมจะสั่งเก็บใครสักคน...หรือไอ้ไซทำให้มึงหงุดหงิดถ้าใช่ยิงทิ้งซะไว้ก็เกะกะ“ ภัทรเอ่ยพูดขำๆ แต่คนฟังอย่างไซกลับไม่ตลกด้วย

”ผมเปล่านะครับคุณภัทร“

”ฮ่า….มึงกลัวตายเหรอวะ?“

”ให้ผมตายกับคนอื่นครับ อย่าให้ตายเพราะฝีมือนายเลย“ ไซทำหน้าหยีแค่คิดเขาก็ขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว

“หึ…งานเปิดตัวคอนโดอีกที่เป็นไงบ้างวะ?” คริสหัวเราะหึๆ ในลำคอและเอ่ยถามเพื่อนถึงเรื่องงาน

“ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” อาเธอร์ตอบปัดๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก ไซที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังรีบก้าวเข้ามากดไฟแช็กจุดให้เจ้านายอย่างรู้หน้าที่ ควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกมาบางๆ บดบังนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ยากจะคาดเดา แต่ทว่า….เสียงตื่นเต้นของภัทรก็ดังขึ้น

“ไอ้เหี้ย! นมแม่งขาวจั๋วเลยวะ” ตาคมที่กำลังมองการแข่งขันผ่านจอทีวีขนาดใหญ่ร้องเสียงหลงเมื่อกล้องแพลนมาที่พริตตี้สาวตัวท็อปทั้งสองคน

ทำให้อาเธอร์และคริสต้องหันไปมองยังจอทีวีนั้นด้วย

ภาพบนจอแสดงให้เห็นเอวาในชุดหนังรัดรูปสีแดงดำที่แหวกอกลึกจนเห็นเนินเนื้อขาวเนียนสะดุดตา เธอโก่งตัวโพสท่ากับรถแข่งด้วยความเป็นมืออาชีพ รอยยิ้มยั่วเสน่ห์ถูกส่งให้กล้องอย่างรู้มุม

“จัดเต็มมาเลยไอ้สัส! โดยเฉพาะเรซควีนสนามมึงวันนี้ คัดมาแต่งานพรีเมียมทั้งนั้นเลยนี่หว่า” ภัทรเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

คริสยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาแพรวพราวขณะจ้องมองภาพบนจอ

“มึงดูสองคนนั้นสิไอ้ภัทร ที่ยืนอยู่ตรงรถซูเปอร์คาร์สีแดงน่ะ...หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยว่ะ โดยเฉพาะคนหน้าเฉี่ยวๆ ที่ทำหน้านิ่งๆ นั่นน่ะ สเปกมึงเลยนี่”

“ก็เออดิว่ะ กูมองอยู่เนี่ยเด็ดจริง” ภัทรพยักหน้าเห็นด้วย สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าอกขาวๆ ของเอวาและชมพูไม่วางตา

“ถ้าได้ขึ้นเตียงด้วยนะ...กูว่าร้องครางเสียงหวานแน่ๆ แต่ทำไมหน้าคุ้นๆ จังวะ“ ภัทรขมวดคิ้วจนเป็นปม เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสองสาวในสนามมาก

”อย่าบอกนะว่ามึงเคยได้พริตตี้สองคนนี้มาแล้ว“ คริสเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

”ยังไอ้สัส! นมขาวอึ๋มแบบนี้กูยังไม่เคยลอง มึงว่าหน้าคุ้นๆ ไหมวะ“ คริสมองในจอทีวีสักพักก่อนที่เขาจะหันไปมองยังไซที่ยืนเรียบร้อยอยู่ด้านหลัง

”พริตตี้สองคนเมื่อเช้าที่เปิดตัวโครงการแรกครับ“ ไซก้มหน้าบอกอย่างมีมารยาท สองมาเฟียหนุ่มหันไปมองยังอาเธอร์เป็นตาเดียวกัน

”นี่มึงดิวมาเองเหรอวะ?“ ภัทรเอ่ยถาม

”เปล่า“ อาเธอร์เอ่ยตอบเสียงเรียบ

”ทีมงานเป็นคนติดต่อมาครับ“ ไซก้มหน้าบอกอีกครั้ง

”ไอ้เธอร์ ลองดิวะกูว่าเด็ดนะเว้ย!“

”กูไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้“ อาเธอร์ยกแก้วขึ้นมากระดกดื่มและตอบภัทรออกไป เขาไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้อยู่แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ของอาเธอร์ไม่ดารานางแบบดังๆ ก็ต้องเป็นนักธุรกิจสาวที่เขาจะลงไปเล่นด้วย

“แบบไหนวะ? แบบที่สวย เอ็กซ์ หุ่นน่าขย้ำแบบนี้น่ะนะ?” คริสเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ปกติผู้ชายร้อยทั้งร้อยเห็นหุ่นแบบนี้ก็ต้องมีสั่นคลอนกันบ้าง

“หึ…ก็พวกผู้หญิงที่ยอมแต่งตัวล่อตะเข้ โชว์เนื้อหนังมังสาแลกกับเศษเงินของพวกผู้ชายหื่นกาม” อาเธอร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความหยามเหยียด

“ผู้หญิงพวกนี้ก็แค่สินค้าที่มีป้ายราคาแปะไว้บนหน้าผาก ทำทุกอย่างได้เพื่อแลกกับเงิน” อาเธอร์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“โหย! ปากหมาจังวะบอสเอ็มไพร์ มึงก็พูดแรงไป พวกเธอแค่ทำงานหาเงินป่าววะ ไม่ได้ไปปล้นใครสักหน่อย”

“มึงคิดว่าผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับสายตาโลมเลียพวกนี้ จะมีศักดิ์ศรีอะไรนักหนา? ใครจ่ายหนักกว่าก็พร้อมจะอ้าขาตามไปปรนเปรอถึงเตียง หิวเงินจนยอมเกลือกกลั้วกับความโสโครก กูเกลียดความวุ่นวายและชีวิตสวะๆ ของผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด” อาเธอร์พ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลมองจ้องไปที่ร่างของเอวาบนหน้าจอทีวี

“มึงนี่น้า...จริงจังไปได้” คริสส่ายหน้าพลางกลั้วหัวเราะ

“เราไม่ได้จะเอามาทำเมียออกงานสังคมสักหน่อยเว้ย แค่ซื้อมาคลายเครียดขำๆ จ่ายเงินจบก็แยกย้าย ไม่เห็นต้องไปสนเรื่องศักดิ์ศรีหรือชีวิตเบื้องหลังอะไรของพวกเธอเลย ได้เอา ได้มันส์ ก็วินวินทั้งคู่ป่าววะ”

“นั่นดิ” ภัทรพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าอกอวบอิ่มที่ดันทะลักเสื้อหนังของเอวาและชมพู

“ในเมื่อมึงรังเกียจนักหนา งั้นกูไม่เกรงใจนะเว้ย คืนนี้กูจะให้ไอ้ไซไปดิวมาให้กูสักคน กูอยากรู้จริงๆ ว่าใต้ชุดหนังสีแดงนั่นจะขาวเนียนและเด็ดแค่ไหน มึงเอาไหมคริสแบ่งกัน”

ภัทรแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายตามประสาเพลย์บอยตัวพ่อที่เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเขาพูดแบ่งผู้หญิงเหมือนแบ่งขนมกันกิน

คำพูดและท่าทางของเพื่อนรักทำเอาฝ่ามือหนาที่กำลังถือแก้วบรั่นดีของอาเธอร์กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองภัทรด้วยประกายวาวโรจน์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน ทว่าเขากลับเลือกที่จะปั้นหน้าเรียบตึง ข่มความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอกเอาไว้

’ทำไมเขาต้องหงุดหงิดที่เพื่อนจะซื้อผู้หญิงหน้าเงินพวกนั้นด้วย? มันก็แค่เรื่องปกติของพวกผู้หญิงแบบนั่นไม่ใช่หรือไง‘ อาเธอร์ขบคิดคนเดียวอยู่ในใจ

“เรื่องของมึง” เขากระแทกเสียงตอบเย็นชา ก่อนจะหันไปสบตาไซที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ด้านหลัง “แต่ห้ามพามันมามั่วสุมในพื้นที่ของกู ถ้ามึงอยากจะเอา ก็ไปเปิดโรงแรม“

“เออๆ รู้แล้วน่า หวงอาณาเขตจังนะมึงเนี่ย” ภัทรหัวเราะร่วน ไม่ได้ใส่ใจกับคำด่าทอของเพื่อน เพราะชินกับนิสัยเจ้าระเบียบและรักความสะอาดเกินร้อยของอาเธอร์อยู่แล้ว ชายหนุ่มหันไปพยักพเยิดกับไซ

“ไอ้ไซ เดี๋ยวมึงไปจัดการดิวเด็กคนนั้นให้กูทีนะ บอกว่ากูให้ราคาไม่อั้น ขอแค่คืนนี้เธอตามใจกูก็พอ”

ไซลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงรังสีอำนาจเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของเจ้านาย แม้ปากอาเธอร์จะบอกว่า 'เรื่องของมึง' แต่สายตาที่เจ้านายมองมาทางเขามันเหมือนกำลังสั่งประหารชีวิตอยู่กลายๆ! ‘หรือเขาจะคิดไปเอง’

กระทั่งการแข่งขันจบลงในช่วงค่ำของวัน

[เวลา 20:00 น.]

เสียงเครื่องยนต์ที่เคยแผดคำรามมาตลอดช่วงบ่ายเริ่มสงบลง แทนที่ด้วยเสียงเพลงบีทหนักๆ จากปาร์ตี้ฉลองแชมป์ที่กำลังจะเริ่มขึ้นบริเวณลานกว้างของสนามแข่ง เอวาและชมพูเดินลากขาด้วยความเหนื่อยล้ากลับเข้ามาในเต็นท์พักของสตาฟฟ์ ทั้งสองจัดการเปลี่ยนชุดเรซควีนสุดเซ็กซี่กลับมาเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง

"โอ๊ย ปวดขาไปหมดเลยแก แต่คืนนี้จะนอนหลับไหมฉัน โคตรเหนื่อย โคตรร้อน“ ชมพูบ่นพึมพำพลางก้มลงไปนวดขาของตัวเองทั้งสองข้าง

”เดี๋ยวได้เงินก็หายเหนื่อยแล้ว“ เอวาเอ่ยขึ้นสำหรับเธอเงินสามารถรักษาความเหนื่อยล้าได้จริง

ไซ มือขวาคนสนิทของอาเธอร์ กวาดสายตาคมกริบมองไปรอบๆ เพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเอวาและชมพู

"คุณสองคนคือเรซควีนที่ยืนประจำจุดสตาร์ตใช่ไหมครับ" ไซเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด

"ชะ...ใช่ค่ะ" ชมพูตอบตะกุกตะกัก พลางขยับตัวเข้าไปยืนชิดเพื่อนด้วยความประหม่า

ไซล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบซองสีดำขลิบทองสุดหรูออกมาสองซอง มันเป็นซองกระดาษเนื้อหนาชั้นดีที่มีตราสัญลักษณ์ประทับของ 'เดอะ เอ็มไพร์' อย่างชัดเจน

"นี่เป็นค่าตัวของคุณสองคนในวันนี้ครับ“ ไซยื่นซองแรกให้ชมพู หญิงสาวยื่นมือไปรับด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะหันมายื่นซองที่สองให้กับเอวา

สองสาวตั้งท่าจะเดินออกจากสนามพลันต้องชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงจากชายชุดดำดังขึ้นอีกครั้ง

“ขอโทษครับ เพื่อนเจ้านายผมสนใจซื้อเวลาคุณสองคนต่อเรียกราคามาได้เลยครับ” ไซเอ่ยบอกสองสาวตามคำสั่ง ดวงตาคู่สวยของทั้งสองนิ่งตึงไปทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนที่ชมพูจะทนไม่ไหว รู้สึกคันยิบๆ ที่ปากจนต้องพ่นคำด่าออกมา

“ฝากไปบอกเพื่อนเจ้านายคุณด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ขายค่ะ กรุณาให้เกียรติกันหน่อยนะคะไม่ใช่เห็นผู้หญิงแล้วเอะอะจะใช้เงินฟาดหัวซื้ออย่างเดียว!

มีเงินแล้วต้องมีสมองคิดพิจารณาด้วยนะคะ ไปหาซื้อในที่ที่เขาขายค่ะ…รวยซะเปล่าแต่กลับไม่มีสมอง“ ชมพูเชิดหน้าขึ้น กอดอกแน่นด่าเสร็จเธอก็จูงมือเอวาเดินออกไปทันที

ไซหน้าชาไปเล็กน้อยกับคำด่าที่สวนกลับมาฉาดใหญ่ เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกอยู่ลึกๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 242

    เขามองลูกทั้งสองที่ยืนจับมือกันอยู่ ก่อนยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบคุณ…ที่ให้เฮียเป็นพ่อของลูก” “ขอบคุณ…ที่ให้เฮียเป็นสามีของหนู” “และไม่ว่าจะชาติไหน” “เฮียก็ยังเลือกหนู…คนเดิม” เสียงปรบมือดังกึกก้อง หลายคนถึงกับต้องเช็ดน้ำตา เมื่อได้ยินในสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูด เอวารับไมโครโฟนต่อ หญิงสาวสูดหายใจลึ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 241

    หลายเดือนต่อมา… แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกสีของมหาวิหารหลังใหญ่ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงหวานลอยคลอไปทั่วบริเวณงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติผู้นำตระกูลคิมสันยัง พื้นที่รอบงานถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวนับแสนดอก ผสมกับดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอ่อนและลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ โคมไฟคริสตัลระยิบระ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 240

    มาเฟียหนุ่มมองลูกทั้งสองสลับกัน ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “ต่อให้ทั้งโลกจะเรียกแด๊ดดี๊ว่ามาเฟีย…” เขาก้มลงแตะหน้าผากลูกทั้งสองเบา ๆ “แต่สำหรับลูก แด๊ดดี๊ก็เป็นแค่พ่อคนหนึ่ง ที่จะปกป้องรอยยิ้มของลูกไปตลอดชีวิต” ฟอด! “เฮียดีใจที่สุดที่ข้าง ๆ เฮียเป็นหนู” เขาหันไปหอมแก้มเอวาและเอ่ยบอก ลมเย็นพ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 239

    1 ปีต่อมา… ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ “ไคเลอร์ มันร้อนลูก” “แอ้! อาว จาอาว” เด็กชายวัยหนึ่งขวบกว่า ๆ ยืนโงนเงนอยู่หน้าโต๊ะกลาง ดวงตากลมโตจ้องแก้วนมอุ่นในมือพ่อตาไม่กะพริบ มืออวบป้อมพยายามเอื้อมคว้าไม่หยุดเพราะเข้าใจว่าเป็นของตัวเอง “ไม่ได้ มันร้อน ของหม่ามี๊ แด๊ดดี๊ทำไว้ให้หม่ามี๊” “แอ้!! อาวว

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 238

    แง้! แง้! ไม่นานเสียงอ้อแอก็เปลี่ยนเป็นเสียงร้องงอแงคริสและภัทรถึงกับหุบยิ้มทั้งสองมองหน้าอาเธอร์เป็นตาเดียวกัน “เธอร์กูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” คริสรีบเอ่ยบอก “เออ หลานร้องทำไมวะ?” ภัทรเอ่ยขึ้น เขาก็แค่อุ้มเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย “ขออนุญาตคะนาย ถึงเวลานมของนายน้อยแล้วค่ะ“ แม่บ้านสาวที่ได้รับ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 237

    1 เดือนต่อมา… ห้องรับแขกภายในคฤหาสน์คิมสันยัง วันนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของแขกคนสนิท เหตุผลมีเพียงข้อเดียว… ทุกคนตั้งใจมาเยี่ยมลูกแฝดตัวน้อยของอาเธอร์กับเอวา “โอ๊ย…หลานกู!” คริสเดินเข้ามาก่อนใคร พร้อมถุงของขวัญสำหรับเด็กกองโตจนเดลต้องรีบเข้าไปรับ “คุณคริสซื้อของมาเปิดร้านเด

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 5

    “ระดับเอวาซะอย่าง สู้ตายอยู่แล้วพี่เกด!” เอวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามร่าเริง ก่อนจะคว้ากระเป๋าใบใหญ่แล้ววิ่งตามชมพูออกไปขึ้นรถตู้ของทีมงานที่จอดรออยู่ด้านหลังห้าง การทำงานของพวกเธอค่อนข้างดีมีรถรับส่งหากมีงานต่อช่วยประหยัดเวลาและค่ารถไปได้ส่วนหนึ่ง ภายในรถตู้ที่กำลังแล่นฝ่าการจราจรในยามบ่ายแก่

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 4

    สายตาของเอวาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถแท็กซี่ที่กำลังฝ่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ในใจภาวนาขอให้พระอาทิตย์หยุดเคลื่อนที่ หรือไม่ก็ขอให้รถติดนานกว่านี้อีกสักหน่อย เพื่อยืดเวลาการเผชิญหน้ากับความจริงที่น่ากลัวออกไป ณ ห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าประตูทางเข้า เอวาก้าวลงจากรถพร้อมพ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 3

    รถลีมูซีนสีดำเงาวับเคลื่อนผ่านหน้าหญิงสาวสองคนไปช้าๆ อาเธอร์มองผ่านกระจกฟิล์มมืดสนิทเห็นร่างบางของเอวายืนโงนเงนจนเพื่อนต้องคอยพยุง เหงื่อที่ซึมตามไรผมสะท้อนกับแสงแดดจัดจ้านของเมืองไทยทำให้เธอดูเปราะบางผิดกับมาดนางพญาบนเวทีเมื่อครู่ กระทั่ง… แท็กซี่สีชมพูก็ขับเข้ามาจอดตรงหน้าสองสาว “ไปกันเถอะ…

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 2

    เวลาต่อมา… [เวลา 11.30 น.] ร่างสูงของมาเฟียหนุ่ม อาเธอร์ คิมสันยัง (อาเธอร์) อายุ 35 ปี ฉายา ”พยัคฆ์น้ำแข็ง“ ความดุร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา ไม่ค่อยพูดแต่ลงมือทีเดียวจบก้าวเท้าสุขุมเดินลงจากเวทีไปยังเพื่อพบปะพูดคุยกับแขกที่มาร่วมเปิดงานในวันนี้ “แสดงความยินดีด้วยนะครับคุณอาเธอร์ คอนโดโค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status