อาเธอร์...
บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ
สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดและคราบน้ำตาของเอวาเพียงแวบเดียว ก่อนที่เขาจะปรายตามองลงไปที่พื้น...โทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่เขาไม่พูดอะไรนอกเหนือจากนั้นร่างหนาเดินผ่านเธอไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และกลิ่นบุหรี่
ห้องทำงานกระจกบานใหญ่บนชั้น 2 ของโซน VIP ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภาพรวมของสนามแข่ง เดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต ได้ทั้งหมด
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีดำและเทา อาเธอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังอิตาลีตัวใหญ่ริมกระจก มือหนารับแก้วบรั่นดีจากลูกน้องมาถือไว้ สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังจุดสตาร์ตเบื้องล่าง
การแข่งขันรถซูเปอร์คาร์รอบจริงกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าสายตาของบอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์กลับไม่ได้จับจ้องไปที่รถแข่งราคาแพงระยับเหล่านั้น
นัยน์ตาเสือร้ายกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างอรชรในชุดเรซควีนสีแดงดำ ที่เพิ่งวิ่งกลับไปยืนปั้นยิ้มยั่วเสน่ห์อยู่ข้างแทร็กแข่ง...
แม้จากมุมสูงเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอชัดเจนนัก แต่ภาพหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวในดวงตากลมโตเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในหัว
“คิดเหี้ยอะไรถึงผู้หญิงพันนั้นวะ!“ เขาส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ภาพของเธอออกจากความทรงจำพลางบ่นพึมพำคนเดียว แต่ไซที่เป็นลูกน้องคนสนิทยืนอยู่ไม่ไกลดันได้ยินเจ้านายพูดเขามองตามสายตาของเจ้านายลงไปยังสนามเห็นพริตตี้สาวสองคนกำลังยืนทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
“มีอะไรให้ผมจัดการหรือเปล่าครับนาย?” ไซเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงในชุดเรซควีนสีแดงดำที่เจ้านายกำลังทอดสายตามองลงไปคือใคร แต่ในฐานะมือขวา เขาจึงเลือกที่จะถามหยั่งเชิง
อาเธอร์ละสายตาจากกระจกบานใหญ่ ตวัดนัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันกลับมามองลูกน้องคนสนิท “ฉันสั่งให้นายทำอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ไซ”
“แต่ผมเห็นนาย...”
“หุบปาก!“ เสียงทุ้มตวัดสั่งอย่างเฉียบขาด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนไซต้องรีบก้มหัวรับคำ
อาเธอร์กระดกบรั่นดีในแก้วรวดเดียวจนหมด รสชาติบาดคอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไร เขานั่งมองการแข่งขันในสนามนิ่งไม่ได้สนใจหรือปรายตาไปมองพริตตี้สาวอีก
แกร๊ก…
เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาตามด้วยร่างสูงของเพื่อนรักทั้งสองคนเดินเข้ามาทิ้งสะโพกลงนั่งบนโซฟาที่ว่าง
“เสิร์ฟไอ้ไซ” ภัทรยกมือขึ้นบอกไซ อีกคนไม่รอช้าเดินไปหยิบแก้วใบใส่มารินบรั่นดีส่งให้เพื่อนเจ้านาย
“เสียดายมาไม่ทันตอนมึงขับ” คริสวางแก้วในมือลงและเอ่ยขึ้นเขางานยุ่งกว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็ลำบากเลยมาไม่ทันดูเพื่อน
“แค่รอบอุ่นเครื่อง ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย มึงไม่ได้พลาดอะไรหรอก” อาเธอร์ตอบเสียงเรียบ พลางเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ ท่าทีของเขากลับมานิ่งสงบเยือกเย็นเหมือนเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้รบกวนจิตใจ
ภัทรรับแก้วบรั่นดีจากไซมาจิบ ก่อนจะหรี่ตามองหน้าเพื่อนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
“ยืดเส้นยืดสายอะไรของมึง หน้าตึงเหมือนพร้อมจะสั่งเก็บใครสักคน...หรือไอ้ไซทำให้มึงหงุดหงิดถ้าใช่ยิงทิ้งซะไว้ก็เกะกะ“ ภัทรเอ่ยพูดขำๆ แต่คนฟังอย่างไซกลับไม่ตลกด้วย
”ผมเปล่านะครับคุณภัทร“
”ฮ่า….มึงกลัวตายเหรอวะ?“
”ให้ผมตายกับคนอื่นครับ อย่าให้ตายเพราะฝีมือนายเลย“ ไซทำหน้าหยีแค่คิดเขาก็ขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว
“หึ…งานเปิดตัวคอนโดอีกที่เป็นไงบ้างวะ?” คริสหัวเราะหึๆ ในลำคอและเอ่ยถามเพื่อนถึงเรื่องงาน
“ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” อาเธอร์ตอบปัดๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก ไซที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังรีบก้าวเข้ามากดไฟแช็กจุดให้เจ้านายอย่างรู้หน้าที่ ควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกมาบางๆ บดบังนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ยากจะคาดเดา แต่ทว่า….เสียงตื่นเต้นของภัทรก็ดังขึ้น
“ไอ้เหี้ย! นมแม่งขาวจั๋วเลยวะ” ตาคมที่กำลังมองการแข่งขันผ่านจอทีวีขนาดใหญ่ร้องเสียงหลงเมื่อกล้องแพลนมาที่พริตตี้สาวตัวท็อปทั้งสองคน
ทำให้อาเธอร์และคริสต้องหันไปมองยังจอทีวีนั้นด้วย
ภาพบนจอแสดงให้เห็นเอวาในชุดหนังรัดรูปสีแดงดำที่แหวกอกลึกจนเห็นเนินเนื้อขาวเนียนสะดุดตา เธอโก่งตัวโพสท่ากับรถแข่งด้วยความเป็นมืออาชีพ รอยยิ้มยั่วเสน่ห์ถูกส่งให้กล้องอย่างรู้มุม
“จัดเต็มมาเลยไอ้สัส! โดยเฉพาะเรซควีนสนามมึงวันนี้ คัดมาแต่งานพรีเมียมทั้งนั้นเลยนี่หว่า” ภัทรเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
คริสยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาแพรวพราวขณะจ้องมองภาพบนจอ
“มึงดูสองคนนั้นสิไอ้ภัทร ที่ยืนอยู่ตรงรถซูเปอร์คาร์สีแดงน่ะ...หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยว่ะ โดยเฉพาะคนหน้าเฉี่ยวๆ ที่ทำหน้านิ่งๆ นั่นน่ะ สเปกมึงเลยนี่”
“ก็เออดิว่ะ กูมองอยู่เนี่ยเด็ดจริง” ภัทรพยักหน้าเห็นด้วย สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าอกขาวๆ ของเอวาและชมพูไม่วางตา
“ถ้าได้ขึ้นเตียงด้วยนะ...กูว่าร้องครางเสียงหวานแน่ๆ แต่ทำไมหน้าคุ้นๆ จังวะ“ ภัทรขมวดคิ้วจนเป็นปม เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสองสาวในสนามมาก
”อย่าบอกนะว่ามึงเคยได้พริตตี้สองคนนี้มาแล้ว“ คริสเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
”ยังไอ้สัส! นมขาวอึ๋มแบบนี้กูยังไม่เคยลอง มึงว่าหน้าคุ้นๆ ไหมวะ“ คริสมองในจอทีวีสักพักก่อนที่เขาจะหันไปมองยังไซที่ยืนเรียบร้อยอยู่ด้านหลัง
”พริตตี้สองคนเมื่อเช้าที่เปิดตัวโครงการแรกครับ“ ไซก้มหน้าบอกอย่างมีมารยาท สองมาเฟียหนุ่มหันไปมองยังอาเธอร์เป็นตาเดียวกัน
”นี่มึงดิวมาเองเหรอวะ?“ ภัทรเอ่ยถาม
”เปล่า“ อาเธอร์เอ่ยตอบเสียงเรียบ
”ทีมงานเป็นคนติดต่อมาครับ“ ไซก้มหน้าบอกอีกครั้ง
”ไอ้เธอร์ ลองดิวะกูว่าเด็ดนะเว้ย!“
”กูไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้“ อาเธอร์ยกแก้วขึ้นมากระดกดื่มและตอบภัทรออกไป เขาไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้อยู่แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ของอาเธอร์ไม่ดารานางแบบดังๆ ก็ต้องเป็นนักธุรกิจสาวที่เขาจะลงไปเล่นด้วย
“แบบไหนวะ? แบบที่สวย เอ็กซ์ หุ่นน่าขย้ำแบบนี้น่ะนะ?” คริสเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ปกติผู้ชายร้อยทั้งร้อยเห็นหุ่นแบบนี้ก็ต้องมีสั่นคลอนกันบ้าง
“หึ…ก็พวกผู้หญิงที่ยอมแต่งตัวล่อตะเข้ โชว์เนื้อหนังมังสาแลกกับเศษเงินของพวกผู้ชายหื่นกาม” อาเธอร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความหยามเหยียด
“ผู้หญิงพวกนี้ก็แค่สินค้าที่มีป้ายราคาแปะไว้บนหน้าผาก ทำทุกอย่างได้เพื่อแลกกับเงิน” อาเธอร์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“โหย! ปากหมาจังวะบอสเอ็มไพร์ มึงก็พูดแรงไป พวกเธอแค่ทำงานหาเงินป่าววะ ไม่ได้ไปปล้นใครสักหน่อย”
“มึงคิดว่าผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับสายตาโลมเลียพวกนี้ จะมีศักดิ์ศรีอะไรนักหนา? ใครจ่ายหนักกว่าก็พร้อมจะอ้าขาตามไปปรนเปรอถึงเตียง หิวเงินจนยอมเกลือกกลั้วกับความโสโครก กูเกลียดความวุ่นวายและชีวิตสวะๆ ของผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด” อาเธอร์พ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลมองจ้องไปที่ร่างของเอวาบนหน้าจอทีวี
“มึงนี่น้า...จริงจังไปได้” คริสส่ายหน้าพลางกลั้วหัวเราะ
“เราไม่ได้จะเอามาทำเมียออกงานสังคมสักหน่อยเว้ย แค่ซื้อมาคลายเครียดขำๆ จ่ายเงินจบก็แยกย้าย ไม่เห็นต้องไปสนเรื่องศักดิ์ศรีหรือชีวิตเบื้องหลังอะไรของพวกเธอเลย ได้เอา ได้มันส์ ก็วินวินทั้งคู่ป่าววะ”
“นั่นดิ” ภัทรพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าอกอวบอิ่มที่ดันทะลักเสื้อหนังของเอวาและชมพู
“ในเมื่อมึงรังเกียจนักหนา งั้นกูไม่เกรงใจนะเว้ย คืนนี้กูจะให้ไอ้ไซไปดิวมาให้กูสักคน กูอยากรู้จริงๆ ว่าใต้ชุดหนังสีแดงนั่นจะขาวเนียนและเด็ดแค่ไหน มึงเอาไหมคริสแบ่งกัน”
ภัทรแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายตามประสาเพลย์บอยตัวพ่อที่เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเขาพูดแบ่งผู้หญิงเหมือนแบ่งขนมกันกิน
คำพูดและท่าทางของเพื่อนรักทำเอาฝ่ามือหนาที่กำลังถือแก้วบรั่นดีของอาเธอร์กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองภัทรด้วยประกายวาวโรจน์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน ทว่าเขากลับเลือกที่จะปั้นหน้าเรียบตึง ข่มความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอกเอาไว้
’ทำไมเขาต้องหงุดหงิดที่เพื่อนจะซื้อผู้หญิงหน้าเงินพวกนั้นด้วย? มันก็แค่เรื่องปกติของพวกผู้หญิงแบบนั่นไม่ใช่หรือไง‘ อาเธอร์ขบคิดคนเดียวอยู่ในใจ
“เรื่องของมึง” เขากระแทกเสียงตอบเย็นชา ก่อนจะหันไปสบตาไซที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ด้านหลัง “แต่ห้ามพามันมามั่วสุมในพื้นที่ของกู ถ้ามึงอยากจะเอา ก็ไปเปิดโรงแรม“
“เออๆ รู้แล้วน่า หวงอาณาเขตจังนะมึงเนี่ย” ภัทรหัวเราะร่วน ไม่ได้ใส่ใจกับคำด่าทอของเพื่อน เพราะชินกับนิสัยเจ้าระเบียบและรักความสะอาดเกินร้อยของอาเธอร์อยู่แล้ว ชายหนุ่มหันไปพยักพเยิดกับไซ
“ไอ้ไซ เดี๋ยวมึงไปจัดการดิวเด็กคนนั้นให้กูทีนะ บอกว่ากูให้ราคาไม่อั้น ขอแค่คืนนี้เธอตามใจกูก็พอ”
ไซลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงรังสีอำนาจเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของเจ้านาย แม้ปากอาเธอร์จะบอกว่า 'เรื่องของมึง' แต่สายตาที่เจ้านายมองมาทางเขามันเหมือนกำลังสั่งประหารชีวิตอยู่กลายๆ! ‘หรือเขาจะคิดไปเอง’
กระทั่งการแข่งขันจบลงในช่วงค่ำของวัน
[เวลา 20:00 น.]
เสียงเครื่องยนต์ที่เคยแผดคำรามมาตลอดช่วงบ่ายเริ่มสงบลง แทนที่ด้วยเสียงเพลงบีทหนักๆ จากปาร์ตี้ฉลองแชมป์ที่กำลังจะเริ่มขึ้นบริเวณลานกว้างของสนามแข่ง เอวาและชมพูเดินลากขาด้วยความเหนื่อยล้ากลับเข้ามาในเต็นท์พักของสตาฟฟ์ ทั้งสองจัดการเปลี่ยนชุดเรซควีนสุดเซ็กซี่กลับมาเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง
"โอ๊ย ปวดขาไปหมดเลยแก แต่คืนนี้จะนอนหลับไหมฉัน โคตรเหนื่อย โคตรร้อน“ ชมพูบ่นพึมพำพลางก้มลงไปนวดขาของตัวเองทั้งสองข้าง
”เดี๋ยวได้เงินก็หายเหนื่อยแล้ว“ เอวาเอ่ยขึ้นสำหรับเธอเงินสามารถรักษาความเหนื่อยล้าได้จริง
ไซ มือขวาคนสนิทของอาเธอร์ กวาดสายตาคมกริบมองไปรอบๆ เพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเอวาและชมพู
"คุณสองคนคือเรซควีนที่ยืนประจำจุดสตาร์ตใช่ไหมครับ" ไซเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
"ชะ...ใช่ค่ะ" ชมพูตอบตะกุกตะกัก พลางขยับตัวเข้าไปยืนชิดเพื่อนด้วยความประหม่า
ไซล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบซองสีดำขลิบทองสุดหรูออกมาสองซอง มันเป็นซองกระดาษเนื้อหนาชั้นดีที่มีตราสัญลักษณ์ประทับของ 'เดอะ เอ็มไพร์' อย่างชัดเจน
"นี่เป็นค่าตัวของคุณสองคนในวันนี้ครับ“ ไซยื่นซองแรกให้ชมพู หญิงสาวยื่นมือไปรับด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะหันมายื่นซองที่สองให้กับเอวา
สองสาวตั้งท่าจะเดินออกจากสนามพลันต้องชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงจากชายชุดดำดังขึ้นอีกครั้ง
“ขอโทษครับ เพื่อนเจ้านายผมสนใจซื้อเวลาคุณสองคนต่อเรียกราคามาได้เลยครับ” ไซเอ่ยบอกสองสาวตามคำสั่ง ดวงตาคู่สวยของทั้งสองนิ่งตึงไปทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนที่ชมพูจะทนไม่ไหว รู้สึกคันยิบๆ ที่ปากจนต้องพ่นคำด่าออกมา
“ฝากไปบอกเพื่อนเจ้านายคุณด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ขายค่ะ กรุณาให้เกียรติกันหน่อยนะคะไม่ใช่เห็นผู้หญิงแล้วเอะอะจะใช้เงินฟาดหัวซื้ออย่างเดียว!
มีเงินแล้วต้องมีสมองคิดพิจารณาด้วยนะคะ ไปหาซื้อในที่ที่เขาขายค่ะ…รวยซะเปล่าแต่กลับไม่มีสมอง“ ชมพูเชิดหน้าขึ้น กอดอกแน่นด่าเสร็จเธอก็จูงมือเอวาเดินออกไปทันที
ไซหน้าชาไปเล็กน้อยกับคำด่าที่สวนกลับมาฉาดใหญ่ เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกอยู่ลึกๆ