แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: Story ปลายตะวัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-03 14:02:08

อาเธอร์...

บอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทกำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาเพิ่งลงจากการแข่งรถมาหมาดๆ เส้นผมสีเทาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับเพิ่มความดิบเถื่อนให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงนั้นดูอันตรายยิ่งขึ้นไปอีก รังสีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันจนเอวาแทบจะลืมวิธีหายใจ

สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดและคราบน้ำตาของเอวาเพียงแวบเดียว ก่อนที่เขาจะปรายตามองลงไปที่พื้น...โทรศัพท์มือถือที่หล่นอยู่เขาไม่พูดอะไรนอกเหนือจากนั้นร่างหนาเดินผ่านเธอไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และกลิ่นบุหรี่

ห้องทำงานกระจกบานใหญ่บนชั้น 2 ของโซน VIP ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นภาพรวมของสนามแข่ง เดอะ เอ็มไพร์ เซอร์กิต ได้ทั้งหมด

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีดำและเทา อาเธอร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังอิตาลีตัวใหญ่ริมกระจก มือหนารับแก้วบรั่นดีจากลูกน้องมาถือไว้ สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังจุดสตาร์ตเบื้องล่าง

การแข่งขันรถซูเปอร์คาร์รอบจริงกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าสายตาของบอสใหญ่แห่งอาณาจักรเอ็มไพร์กลับไม่ได้จับจ้องไปที่รถแข่งราคาแพงระยับเหล่านั้น

นัยน์ตาเสือร้ายกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างอรชรในชุดเรซควีนสีแดงดำ ที่เพิ่งวิ่งกลับไปยืนปั้นยิ้มยั่วเสน่ห์อยู่ข้างแทร็กแข่ง...

แม้จากมุมสูงเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอชัดเจนนัก แต่ภาพหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวในดวงตากลมโตเมื่อครู่ยังคงฉายชัดในหัว

“คิดเหี้ยอะไรถึงผู้หญิงพันนั้นวะ!“ เขาส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ภาพของเธอออกจากความทรงจำพลางบ่นพึมพำคนเดียว แต่ไซที่เป็นลูกน้องคนสนิทยืนอยู่ไม่ไกลดันได้ยินเจ้านายพูดเขามองตามสายตาของเจ้านายลงไปยังสนามเห็นพริตตี้สาวสองคนกำลังยืนทำหน้าที่อย่างแข็งขัน

“มีอะไรให้ผมจัดการหรือเปล่าครับนาย?” ไซเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงในชุดเรซควีนสีแดงดำที่เจ้านายกำลังทอดสายตามองลงไปคือใคร แต่ในฐานะมือขวา เขาจึงเลือกที่จะถามหยั่งเชิง

อาเธอร์ละสายตาจากกระจกบานใหญ่ ตวัดนัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันกลับมามองลูกน้องคนสนิท “ฉันสั่งให้นายทำอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ไซ”

“แต่ผมเห็นนาย...”

“หุบปาก!“ เสียงทุ้มตวัดสั่งอย่างเฉียบขาด ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนไซต้องรีบก้มหัวรับคำ

อาเธอร์กระดกบรั่นดีในแก้วรวดเดียวจนหมด รสชาติบาดคอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไร เขานั่งมองการแข่งขันในสนามนิ่งไม่ได้สนใจหรือปรายตาไปมองพริตตี้สาวอีก

แกร๊ก…

เสียงประตูห้องเปิดเข้ามาตามด้วยร่างสูงของเพื่อนรักทั้งสองคนเดินเข้ามาทิ้งสะโพกลงนั่งบนโซฟาที่ว่าง

“เสิร์ฟไอ้ไซ” ภัทรยกมือขึ้นบอกไซ อีกคนไม่รอช้าเดินไปหยิบแก้วใบใส่มารินบรั่นดีส่งให้เพื่อนเจ้านาย

“เสียดายมาไม่ทันตอนมึงขับ” คริสวางแก้วในมือลงและเอ่ยขึ้นเขางานยุ่งกว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็ลำบากเลยมาไม่ทันดูเพื่อน

“แค่รอบอุ่นเครื่อง ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย มึงไม่ได้พลาดอะไรหรอก” อาเธอร์ตอบเสียงเรียบ พลางเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ ท่าทีของเขากลับมานิ่งสงบเยือกเย็นเหมือนเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้รบกวนจิตใจ

ภัทรรับแก้วบรั่นดีจากไซมาจิบ ก่อนจะหรี่ตามองหน้าเพื่อนรักที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน

“ยืดเส้นยืดสายอะไรของมึง หน้าตึงเหมือนพร้อมจะสั่งเก็บใครสักคน...หรือไอ้ไซทำให้มึงหงุดหงิดถ้าใช่ยิงทิ้งซะไว้ก็เกะกะ“ ภัทรเอ่ยพูดขำๆ แต่คนฟังอย่างไซกลับไม่ตลกด้วย

”ผมเปล่านะครับคุณภัทร“

”ฮ่า….มึงกลัวตายเหรอวะ?“

”ให้ผมตายกับคนอื่นครับ อย่าให้ตายเพราะฝีมือนายเลย“ ไซทำหน้าหยีแค่คิดเขาก็ขนลุกไปหมดทั้งตัวแล้ว

“หึ…งานเปิดตัวคอนโดอีกที่เป็นไงบ้างวะ?” คริสหัวเราะหึๆ ในลำคอและเอ่ยถามเพื่อนถึงเรื่องงาน

“ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” อาเธอร์ตอบปัดๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก ไซที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังรีบก้าวเข้ามากดไฟแช็กจุดให้เจ้านายอย่างรู้หน้าที่ ควันสีเทาหม่นถูกพ่นออกมาบางๆ บดบังนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ยากจะคาดเดา แต่ทว่า….เสียงตื่นเต้นของภัทรก็ดังขึ้น

“ไอ้เหี้ย! นมแม่งขาวจั๋วเลยวะ” ตาคมที่กำลังมองการแข่งขันผ่านจอทีวีขนาดใหญ่ร้องเสียงหลงเมื่อกล้องแพลนมาที่พริตตี้สาวตัวท็อปทั้งสองคน

ทำให้อาเธอร์และคริสต้องหันไปมองยังจอทีวีนั้นด้วย

ภาพบนจอแสดงให้เห็นเอวาในชุดหนังรัดรูปสีแดงดำที่แหวกอกลึกจนเห็นเนินเนื้อขาวเนียนสะดุดตา เธอโก่งตัวโพสท่ากับรถแข่งด้วยความเป็นมืออาชีพ รอยยิ้มยั่วเสน่ห์ถูกส่งให้กล้องอย่างรู้มุม

“จัดเต็มมาเลยไอ้สัส! โดยเฉพาะเรซควีนสนามมึงวันนี้ คัดมาแต่งานพรีเมียมทั้งนั้นเลยนี่หว่า” ภัทรเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

คริสยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาแพรวพราวขณะจ้องมองภาพบนจอ

“มึงดูสองคนนั้นสิไอ้ภัทร ที่ยืนอยู่ตรงรถซูเปอร์คาร์สีแดงน่ะ...หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยว่ะ โดยเฉพาะคนหน้าเฉี่ยวๆ ที่ทำหน้านิ่งๆ นั่นน่ะ สเปกมึงเลยนี่”

“ก็เออดิว่ะ กูมองอยู่เนี่ยเด็ดจริง” ภัทรพยักหน้าเห็นด้วย สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าอกขาวๆ ของเอวาและชมพูไม่วางตา

“ถ้าได้ขึ้นเตียงด้วยนะ...กูว่าร้องครางเสียงหวานแน่ๆ แต่ทำไมหน้าคุ้นๆ จังวะ“ ภัทรขมวดคิ้วจนเป็นปม เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสองสาวในสนามมาก

”อย่าบอกนะว่ามึงเคยได้พริตตี้สองคนนี้มาแล้ว“ คริสเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

”ยังไอ้สัส! นมขาวอึ๋มแบบนี้กูยังไม่เคยลอง มึงว่าหน้าคุ้นๆ ไหมวะ“ คริสมองในจอทีวีสักพักก่อนที่เขาจะหันไปมองยังไซที่ยืนเรียบร้อยอยู่ด้านหลัง

”พริตตี้สองคนเมื่อเช้าที่เปิดตัวโครงการแรกครับ“ ไซก้มหน้าบอกอย่างมีมารยาท สองมาเฟียหนุ่มหันไปมองยังอาเธอร์เป็นตาเดียวกัน

”นี่มึงดิวมาเองเหรอวะ?“ ภัทรเอ่ยถาม

”เปล่า“ อาเธอร์เอ่ยตอบเสียงเรียบ

”ทีมงานเป็นคนติดต่อมาครับ“ ไซก้มหน้าบอกอีกครั้ง

”ไอ้เธอร์ ลองดิวะกูว่าเด็ดนะเว้ย!“

”กูไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้“ อาเธอร์ยกแก้วขึ้นมากระดกดื่มและตอบภัทรออกไป เขาไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้อยู่แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ของอาเธอร์ไม่ดารานางแบบดังๆ ก็ต้องเป็นนักธุรกิจสาวที่เขาจะลงไปเล่นด้วย

“แบบไหนวะ? แบบที่สวย เอ็กซ์ หุ่นน่าขย้ำแบบนี้น่ะนะ?” คริสเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ปกติผู้ชายร้อยทั้งร้อยเห็นหุ่นแบบนี้ก็ต้องมีสั่นคลอนกันบ้าง

“หึ…ก็พวกผู้หญิงที่ยอมแต่งตัวล่อตะเข้ โชว์เนื้อหนังมังสาแลกกับเศษเงินของพวกผู้ชายหื่นกาม” อาเธอร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความหยามเหยียด

“ผู้หญิงพวกนี้ก็แค่สินค้าที่มีป้ายราคาแปะไว้บนหน้าผาก ทำทุกอย่างได้เพื่อแลกกับเงิน” อาเธอร์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“โหย! ปากหมาจังวะบอสเอ็มไพร์ มึงก็พูดแรงไป พวกเธอแค่ทำงานหาเงินป่าววะ ไม่ได้ไปปล้นใครสักหน่อย”

“มึงคิดว่าผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับสายตาโลมเลียพวกนี้ จะมีศักดิ์ศรีอะไรนักหนา? ใครจ่ายหนักกว่าก็พร้อมจะอ้าขาตามไปปรนเปรอถึงเตียง หิวเงินจนยอมเกลือกกลั้วกับความโสโครก กูเกลียดความวุ่นวายและชีวิตสวะๆ ของผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด” อาเธอร์พ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลมองจ้องไปที่ร่างของเอวาบนหน้าจอทีวี

“มึงนี่น้า...จริงจังไปได้” คริสส่ายหน้าพลางกลั้วหัวเราะ

“เราไม่ได้จะเอามาทำเมียออกงานสังคมสักหน่อยเว้ย แค่ซื้อมาคลายเครียดขำๆ จ่ายเงินจบก็แยกย้าย ไม่เห็นต้องไปสนเรื่องศักดิ์ศรีหรือชีวิตเบื้องหลังอะไรของพวกเธอเลย ได้เอา ได้มันส์ ก็วินวินทั้งคู่ป่าววะ”

“นั่นดิ” ภัทรพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าอกอวบอิ่มที่ดันทะลักเสื้อหนังของเอวาและชมพู

“ในเมื่อมึงรังเกียจนักหนา งั้นกูไม่เกรงใจนะเว้ย คืนนี้กูจะให้ไอ้ไซไปดิวมาให้กูสักคน กูอยากรู้จริงๆ ว่าใต้ชุดหนังสีแดงนั่นจะขาวเนียนและเด็ดแค่ไหน มึงเอาไหมคริสแบ่งกัน”

ภัทรแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหายตามประสาเพลย์บอยตัวพ่อที่เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเขาพูดแบ่งผู้หญิงเหมือนแบ่งขนมกันกิน

คำพูดและท่าทางของเพื่อนรักทำเอาฝ่ามือหนาที่กำลังถือแก้วบรั่นดีของอาเธอร์กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองภัทรด้วยประกายวาวโรจน์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน ทว่าเขากลับเลือกที่จะปั้นหน้าเรียบตึง ข่มความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอกเอาไว้

’ทำไมเขาต้องหงุดหงิดที่เพื่อนจะซื้อผู้หญิงหน้าเงินพวกนั้นด้วย? มันก็แค่เรื่องปกติของพวกผู้หญิงแบบนั่นไม่ใช่หรือไง‘ อาเธอร์ขบคิดคนเดียวอยู่ในใจ

“เรื่องของมึง” เขากระแทกเสียงตอบเย็นชา ก่อนจะหันไปสบตาไซที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ด้านหลัง “แต่ห้ามพามันมามั่วสุมในพื้นที่ของกู ถ้ามึงอยากจะเอา ก็ไปเปิดโรงแรม“

“เออๆ รู้แล้วน่า หวงอาณาเขตจังนะมึงเนี่ย” ภัทรหัวเราะร่วน ไม่ได้ใส่ใจกับคำด่าทอของเพื่อน เพราะชินกับนิสัยเจ้าระเบียบและรักความสะอาดเกินร้อยของอาเธอร์อยู่แล้ว ชายหนุ่มหันไปพยักพเยิดกับไซ

“ไอ้ไซ เดี๋ยวมึงไปจัดการดิวเด็กคนนั้นให้กูทีนะ บอกว่ากูให้ราคาไม่อั้น ขอแค่คืนนี้เธอตามใจกูก็พอ”

ไซลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงรังสีอำนาจเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของเจ้านาย แม้ปากอาเธอร์จะบอกว่า 'เรื่องของมึง' แต่สายตาที่เจ้านายมองมาทางเขามันเหมือนกำลังสั่งประหารชีวิตอยู่กลายๆ! ‘หรือเขาจะคิดไปเอง’

กระทั่งการแข่งขันจบลงในช่วงค่ำของวัน

[เวลา 20:00 น.]

เสียงเครื่องยนต์ที่เคยแผดคำรามมาตลอดช่วงบ่ายเริ่มสงบลง แทนที่ด้วยเสียงเพลงบีทหนักๆ จากปาร์ตี้ฉลองแชมป์ที่กำลังจะเริ่มขึ้นบริเวณลานกว้างของสนามแข่ง เอวาและชมพูเดินลากขาด้วยความเหนื่อยล้ากลับเข้ามาในเต็นท์พักของสตาฟฟ์ ทั้งสองจัดการเปลี่ยนชุดเรซควีนสุดเซ็กซี่กลับมาเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง

"โอ๊ย ปวดขาไปหมดเลยแก แต่คืนนี้จะนอนหลับไหมฉัน โคตรเหนื่อย โคตรร้อน“ ชมพูบ่นพึมพำพลางก้มลงไปนวดขาของตัวเองทั้งสองข้าง

”เดี๋ยวได้เงินก็หายเหนื่อยแล้ว“ เอวาเอ่ยขึ้นสำหรับเธอเงินสามารถรักษาความเหนื่อยล้าได้จริง

ไซ มือขวาคนสนิทของอาเธอร์ กวาดสายตาคมกริบมองไปรอบๆ เพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเอวาและชมพู

"คุณสองคนคือเรซควีนที่ยืนประจำจุดสตาร์ตใช่ไหมครับ" ไซเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด

"ชะ...ใช่ค่ะ" ชมพูตอบตะกุกตะกัก พลางขยับตัวเข้าไปยืนชิดเพื่อนด้วยความประหม่า

ไซล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบซองสีดำขลิบทองสุดหรูออกมาสองซอง มันเป็นซองกระดาษเนื้อหนาชั้นดีที่มีตราสัญลักษณ์ประทับของ 'เดอะ เอ็มไพร์' อย่างชัดเจน

"นี่เป็นค่าตัวของคุณสองคนในวันนี้ครับ“ ไซยื่นซองแรกให้ชมพู หญิงสาวยื่นมือไปรับด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะหันมายื่นซองที่สองให้กับเอวา

สองสาวตั้งท่าจะเดินออกจากสนามพลันต้องชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงจากชายชุดดำดังขึ้นอีกครั้ง

“ขอโทษครับ เพื่อนเจ้านายผมสนใจซื้อเวลาคุณสองคนต่อเรียกราคามาได้เลยครับ” ไซเอ่ยบอกสองสาวตามคำสั่ง ดวงตาคู่สวยของทั้งสองนิ่งตึงไปทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนที่ชมพูจะทนไม่ไหว รู้สึกคันยิบๆ ที่ปากจนต้องพ่นคำด่าออกมา

“ฝากไปบอกเพื่อนเจ้านายคุณด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ขายค่ะ กรุณาให้เกียรติกันหน่อยนะคะไม่ใช่เห็นผู้หญิงแล้วเอะอะจะใช้เงินฟาดหัวซื้ออย่างเดียว!

มีเงินแล้วต้องมีสมองคิดพิจารณาด้วยนะคะ ไปหาซื้อในที่ที่เขาขายค่ะ…รวยซะเปล่าแต่กลับไม่มีสมอง“ ชมพูเชิดหน้าขึ้น กอดอกแน่นด่าเสร็จเธอก็จูงมือเอวาเดินออกไปทันที

ไซหน้าชาไปเล็กน้อยกับคำด่าที่สวนกลับมาฉาดใหญ่ เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกอยู่ลึกๆ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 35

    "อ๊ากกกกก!" เสียงร้องโหยหวนดังสะท้อนในซอยแคบๆ ธีรภัทรถูกกระทืบจนน่วมเป็นกระสอบทราย เลือดสีแดงฉานไหลซึมลงสู่พื้นดิน พร้อมๆ กับสติที่เริ่มเลือนลาง เขาถูกทิ้งให้นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น สภาพดูไม่ได้ยิ่งกว่าสุนัขข้างถนน ท่ามกลางความวุ่นวายที่ยังไม่จางหายหลังบ่อนกาสิโน รถสปอร์ตหรูสองคันแล่นเข้ามาจอ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 34

    “สืบดูว่าบ้านมันอยู่ไหน“ ”ครับนาย…แต่นายครับมันคือลูกหนีเฮียกวงเหมือนกันนะครับ ผมว่…“ ”นั่นแหละที่กูต้องการ ไม่ใช่ลูกสาวของมัน“ ไซยังพูดไม่ทันจบอาเธอร์ก็เอ่ยขึ้น ดูจากสภาพก็รู้ว่าไอ้คนโสโครกคนนั้นต้องเป็นหนี้เฮียกวงมาแน่นอน และมันก็คงใช้ลูกสาวมาเป็นของขัดดอกอย่างที่บอกกับเขาและสิ่งที่เขาต้องการ

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 33

    [เวลา 11:30 น.] ธีรภัทรยืนหอบหายใจแรงท่ามกลางไอแดดที่แผดเผา เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลซึมตามใบหน้าที่มีแผลถลอกจากการรื้อค้นข้าวของอย่างบ้าคลั่งเมื่อเช้า ในหัวของเขามีแต่ตัวเลขห้าแสนบาท วนเวียนอยู่เหมือนวิญญาณตามหลอกหลอน เขาตัดสินใจมองรถแท็กซี่คันเก่าสภาพซอมซ่อที่เขาเช่าขับประทังชีวิตมาหลายปี "เอาวะ! อย่า

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 32

    เขายกเหล้าขาวก้นขวดขึ้นดื่มจนหยดสุดท้าย ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ใบเล็กที่ตกอยู่ใต้ตู้เสื้อผ้า เขาปรี่เข้าไปคว้ามันด้วยมือสั่นเทา ภายในมีเพียงเงินไม่กี่ร้อยบาทกับบัตรนัดหมอของแม่เอวาที่เสียไปแล้ว "ห้าแสน กูจะไปหาจากไหนห้าแสน!" เสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังดึกก้องไปในความมืด โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 31

    เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟในห้อง ICU ถูกหรี่ลงเพื่อสอดรับกับเวลาพักผ่อน ชมพูยังคงนั่งเฝ้าอยู่ที่เดิมจนเผลอหลับสัปหงกไปโดยที่มือยังคงกุมมือเพื่อนไว้แน่น ขณะที่หมออลันก้าวเข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยรอบสุดท้ายของวัน เขาหยุดยืนมองสองสาวที่ร่วมชะตากรรมกันมาทั้งวันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ความเง

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 30

    เพียะ! แรงตบที่ใบหน้าซีกซ้ายทำให้โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัส ร่างของเธอถูกเหวี่ยงลงกับพื้นเย็นเชียบเหมือนเศษตุ๊กตาที่ไม่มีค่า "ฮึก! พ่อคะ เอวาเจ็บ เอวาขอโทษ" เสียงเล็กๆ สะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นโทสะของชายตรงหน้า เขาหยิบเข็มขัดหนังเส้นหนาออกมา รอยยิ้มเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status