LOGIN“คุณองศาเรียกหนูขึ้นรถมามีอะไรหรือเปล่าคะ?” มาธวีรีบถามหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถของเขาแล้ว เธอรู้สึกตัวเกร็งไปหมดเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านประธานของบริษัทมากขนาดนี้
“ผมเห็นว่าเลิกงานผิดเวลาน่ะก็เลยอยากจะไปส่ง”
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกค่ะคุณองศา หนูนั่งรถเมล์ไปไม่กี่ป้ายก็ถึงบ้านแล้ว”
“รังเกียจผมเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะแต่หนูเกรงใจค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ
“แต่ผมเป็นคนทำให้คุณต้องเลิกงานผิดเวลานะ ถ้าทำที่แผนกเดิมก็คงได้เลิกงานตามเวลา” องศาพูดเหมือนรู้สึกผิดแต่ทุกอย่างมันเป็นแผนของเขา
“เรื่องนี้หนูเต็มใจเองนะคะ ไม่ได้มีใครบังคับเลยนะคะ”
“แต่ไหน ๆ คุณก็ขึ้นรถมาแล้วยังไงให้ผมไปส่งที่บ้านดีกว่านะ บอกทางมาสิ”
“คุณองศาคะถ้าคุณอยากจะไปส่งจริง ๆ คุณส่งแค่หน้าปากซอยได้ไหม”
“ทำไมล่ะหรือที่บ้านมีใครรออยู่ แล้วกลัวเขาจะรู้ว่ามีผู้ชายมาส่งที่บ้านเหรอ?”
“เปล่าค่ะ หนูอยู่กับยายและหนูไม่อยากให้ยายตกใจที่เห็นคุณองศาซึ่งเป็นถึงประธานบริษัทมาส่งหนูที่บ้าน”
“แต่ผมว่าถ้าผมไปส่งคุณที่บ้านยายคุณน่าจะไม่ว่าอะไรหรอกนะ ท่านก็คงรู้สึกดีที่หลานสาวของท่านถึงบ้านอย่างปลอดภัย”
“แต่หนูว่าอย่าเลยค่ะ หนูไม่อยากให้คนอื่นรู้ด้วยค่ะ”
“ผมว่านอกจากกลัวยายรู้แล้ว คุณยังกลัวคนอื่นจะรู้อีกหรือเปล่าล่ะ คุณคงกลัวแฟนรู้สินะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะที่หนูบอกว่ากลัวคนอื่นจะรู้ก็คือหนูกลัวเพื่อนที่ฝึกงานด้วยกันจะรู้หรือไม่คนที่บริษัทของคุณองศารู้หนูคงเดือดร้อนแน่ ๆ หนูไม่อยากจบช้านะคะ คุณองศาคะหนูขอร้องล่ะค่ะส่งหนูแค่หน้าปากซอยนะคะ” หญิงสาวมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดเธอกลัวว่าเรื่องนี้คนอื่นจะรู้และมันจะกระทบกับการฝึกงานของเธอ
บรรยากาศในรถเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่เดินเบา ๆ กับเสียงลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะของหญิงสาว
องศาเหลือบมองเธอจากหางตา เห็นท่าทางนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มบาง ๆ มุมปาก
“ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมน้ำผึ้ง” เสียงของเขาเรียบ
“คุณองศาจะถามอะไรหนูคะ” มาธวีรู้สึกถึงความผิดปกติในน้ำเสียงนั้นโดยเฉพาะเมื่อเขาเน้นที่ชื่อเล่นของเธอมันฟังดูคล้ายกับบาร์เทนเดอร์ในคืนนั้น หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาและเมื่อตั้งใจมองจากมุมด้านข้างภาพของเขาในเช้านั้นมันก็ซ้อนทับกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ เหรอน้ำผึ้ง?”
“หมายความว่ายังไงคะ?” เธอแกล้งถามออกไปทั้งที่ตอนนี้ในใจมันเต้นแรงและกำลังคิดหาทางปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงในคืนนั้น
องศาไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงมองถนนตรงหน้า สายตาเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่
“ผมอยากรู้จังว่าคุณเมามากจนจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้หรือคุณแค่แกล้งทำเป็นจำไม่ได้ว่าเราสองคนเคยเจอกันมาก่อน” องศาหยุดรถชิดข้างทางแล้วหันกลับมามองหน้ามาธวีตรง ๆ สายตาคมเข้มที่จ้องมานั้นทำให้เธอแทบกลั้นหายใจ หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
“แต่หนูกับคุณไม่เคยเจอกันนะคะ” เธอพยายามปฏิเสธ ทั้งที่เสียงเริ่มสั่นและสายตาหลบเลี่ยง
“คิดว่าจะหนีความจริงพ้นเหรอน้ำผึ้ง”
“เปล่านะคะ” เสียงของเธอสั่นพร่าทั้งที่พยายามฝืนให้คงที่
“คุณคิดว่าเงินสามพันจะปิดความลับได้เหรอ?”
“แล้วคุณต้องการเท่าไหร่?”
“พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า คุณกำลังจะเอาเงินปิดปากผมทั้งที่ผมเป็นเจ้าของบริษัทที่คุณฝึกงานอยู่นะ”
“แล้วคุณจะให้หนูทำยังไง?” ดวงตาของมาธวีเริ่มสั่นระริก ความทรงจำบางส่วนที่เธอพยายามฝังลึกให้ลืมเลือน เริ่มกลับมาทีละน้อยเหมือนเงาที่โผล่จากความมืด ภาพแสงไฟนีออน เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ รอยยิ้มของผู้ชายที่ดูอบอุ่นแต่แฝงเสน่ห์บางอย่าง แม้ว่าตอนแรกเธอจำได้เพียงเลือนราง แต่เสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบข้างหูในคืนนั้นมันคือเสียงเดียวกับคนตรงหน้าในตอนนี้
“คืนนั้นคุณตั้งใจใช่ไหม คุณรู้ว่าผมเป็นใครใช่ไหม?” องศาถามออกไปอย่างไม่แน่ใจเพราะถ้าหากมันเป็นแบบนั้นเขาก็จะเลิกสนใจในตัวเธอ
“หนูไม่รู้ว่าคุณคือใคร ถ้ารู้หนูคงไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก คุณคงไม่ยกเลิกการฝึกงานของหนูใช่ไหมคะ?”
“คุณทำผิดอะไรผมถึงต้องยกเลิก”
“ก็คือ หนู.....” เมื่อคิดถึงโน้ตที่ตัวเองทิ้งไว้หญิงสาวก็รู้สึกอายจนหน้าแดง เขาเป็นถึงประธานบริษัทแต่เธอกลับคิดว่าเขาคือบาร์เทนเดอร์อีกทั้งยังจ่ายเงินให้เขาอีกด้วย ตอนนี้มาธวีกลัวว่าเขาจะโกรธและยกเลิกการฝึกงานของเธอ
“มีอะไรจะพูด”
“คุณเป็นคนเดียวกับผู้ชายคืนนั้นจริงใช่ไหมคะ?” เธออยากให้เขาตอบว่าไม่แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของท่านประธานแล้วเธอก็หน้าจ๋อย
“ใช่สิ จะให้ผมบอกไหมว่าคืนนั้นเราทำอะไรกันบ้าง มีความสุขแค่ไหนและตอนเช้าคุณทิ้งโน้ตว่าอะไรบ้าง ผมจำไม่ลืมนะ”
มาธวีเม้มปากแน่น มือเย็นเฉียบจนต้องกำไว้กับตัก เธอรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลง ทุกอย่างรอบตัวพร่าเบลอก่อนจะถามออกไปด้วยเสียงสั่น
“คุณองศารู้เรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกใช่ไหมคะ ว่าหนูคือคนคนนั้น”
“รู้” เขาตอบตรง ๆ
“แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องเรียกหนูขึ้นรถ ต้องทำให้หนูรู้สึก....” น้ำเสียงของเธอขาดห้วงไป เพราะไม่รู้จะใช่คำว่าอะไรดี อับอาย? กลัว? หรือเจ็บกันแน่
“เพราะผมอยากให้คุณจำผมได้” องศามองหน้าเธอ ดวงตานั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“แต่คุณไม่ควรพูดมันออกมาแบบนี้ หนูอยากจะลืม คุณรู้ไหมว่าหนูรู้สึกยังไง หนูพยายามลืมมัน พยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดของคนเมา หนูไม่คิดว่าจะต้องมาเจอคุณอีก” มาธวีเสียงสั่น
“แต่เราก็ได้เจอกันอีก ผมคิดว่าอาจเป็นโชคชะตา” องศาพูดอย่างเย็นชา
“โชคชะตาเหรอคะแต่สำหรับหนูคิดว่ามันคือฝันร้ายต่างหาก” มาธวีหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอ
คำพูดนั้นแทงใจเขาอย่างจัง องศาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
“ผมขอโทษนะน้ำผึ้งที่พูดเรื่องนี้โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคุณ ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าผมจำคุณได้และไม่เคยดูถูกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลย”
หญิงสาวไม่ตอบ เธอหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง พยายามซ่อนแววตาที่สั่นไหวและน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมา เธอไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะโกรธหรือเสียใจดี
องศานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้น
“ผมจะส่งคุณแค่หน้าปากซอยอย่างที่ขอ” แล้วรถก็เคลื่อนไปไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย
เมื่อรถจอดที่หน้าปากซอยมาธวีรีบเปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง หญิงสาวไม่รู้เลยว่าการไปฝึกงานพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
รถยนต์คันหรูแล่นเข้าสู่ทางเข้ารีสอร์ทริมทะเลที่คุ้นตา ลมทะเลพัดโชยเรียกความสดชื่นแต่ในใจหญิงสาวยังคงหนักอึ้งมาธวีนั่งนิ่งอยู่บนรถมือของเธอกำชายกระโปรงแน่น ใจหนึ่งเต้นแรง อีกใจหนึ่งยังสับสนไม่มั่นใจว่าทำไมเธอถึงยอมมาที่นี่กับเขาอีกครั้ง“คุณพาผึ้งมาที่นี่ทำไมคะ”“เพราะที่นี่คือที่ที่ผมเริ่มรักคุณ... และผมอยากให้ที่นี่ เป็นที่ที่เราจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”คำพูดนั้นทำให้มาธวีถึงกับนิ่งงัน เธอหลบสายตาเขาไปทางหน้าต่าง รถหยุดลงตรงหน้ารีสอร์ทเดิมที่พวกเขาเคยพักด้วยกัน ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่หัวใจของเธอกลับไม่เหมือนเก่าอีกต่อไป องศาเปิดประตูรถแล้วหันมาหา “ลงก่อนสิครับไปเดินเล่นกันไหม”หญิงสาวลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเขาไปตามทางเดินริมทะเล ลมอุ่นพัดกลิ่นเกลือทะเลโชยมาแตะปลายจมูก เสียงคลื่นซัดเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจเธอ“ผมรู้ว่าผึ้งยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเรา” องศาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงจัง“ค่ะผึ้งไม่แน่ใจอะไรเลย ผึ้งไม่รู้ว่าตัวเองควรจะอยู่ตรงไหนในชีวิตของคุณ คุณองศาเป็นถึงประธานบริษัท ส่วนผึ้งเป็นแค่นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ ผึ้งกลัวว่าวันหนึ่งเมื่อคุณเจ
มาธวีกลับมาใช้ชีวิตในแบบเดิมของตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวตื่นเช้า ทำอาหารเช้าให้คุณยาย อ่านหนังสือเตรียมสอบและช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้าน แต่สิ่งที่เธอไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้คือหัวใจของเธอ ยังคงคิดถึงผู้ชายที่ชื่อองศาอยู่เสมอตั้งแต่ฝึกงานเสร็จเขาก็ไม่คิดต่อเธอมาเลยสักครั้ง จนกระทั่งเธอเรียนจบ ตอนนี้หญิงสาวกำลังเก็บของเพื่อไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนและหวังว่าความสนุกสนานกับบรรยากาศริมทะเลจะทำให้เธอลืมเขาได้ในไม่ช้าเช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวออกไปพบเพื่อน ๆ ที่นัดกันไว้เพื่อเตรียมทริปไปทะเลหลังเรียนจบ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานแต่สำหรับมาธวีเธอเหมือนคนอกหัก“ผึ้ง ทำไมดูเหม่อจัง เป็นอะไรหรือเปล่า”“เปล่าหรอก เราก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย”“คิดถึงใครหรือเปล่า” วรัมพรถามยิ้ม ๆ“บ้าเหรอ ไม่มีสักหน่อย” มาธวีตอบพร้อมรอยยิ้มกลบเกลื่อน เธอไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอกับองศาไม่ได้คุยกันนานแล้ว“ถ้าไม่ก็ขึ้นรถเถอะฉันอยากเล่นน้ำทะเลจะแย่แล้ว” รวีภัทรรีบขึ้นไปบนรถตู้ที่พวกเธอเช่ามาซึ่งการไปเที่ยวทะเลครั้งนี้พวกเธอเช่ารถตู้ไปกันถึงสองคันตลอดระยะเวลาที่อยู่กับเพื่อนมาธวีพยายามลืมเรื่องขององศา
หลังเลิกงานวันนี้มาธวีกำลังเตรียมตัวกลับบ้านเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของชไมพรก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบรับสายทันทีเพราะกลัวจะมีเรื่องด่วนเนื่องจากเจ้าของโต๊ะกลับบ้านไปแล้วช่วงนี้ชไมพรมาทำงานพร้อมกับสามีเธอจึงเลิกงานเหมือนคนปกติ ส่วนมาธวีนั้นต้องรอให้เจ้านายกลับก่อนเธอถึงจะกลับได้ เธอยกหูและกรอกเสียงไปตามสาย“สวัสดีค่ะ”“ผมเองนะ เข้ามาหาผมหน่อยสิ”“ค่ะ” มาธวีมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีพนักงานอยู่บริเวณนี้แล้วหญิงสาวก็เปิดประตูห้องประธานบริษัทเข้าไปองศายิ้มเมื่อเธอเดินเข้ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยิ้มก่อนจะเดินอ้อมมาล็อกประตูแล้วรวบกอดหญิงสาวจากด้านหลัง“ผมคิดถึงผึ้งจัง”“คุณองศาปล่อยคะหนูก่อนเดี๋ยวมีคนมาเห็น” มาธวีพยายามจะดิ้นออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นของเขาแต่เหมือนว่าเขาจะกอดเธอแน่นขึ้น จมูกโด่งคลอเคลียอยู่บริเวณหลังใบหู“จะมีใครเห็นกันล่ะผึ้ง” เขาปล่อยอ้อมแขนออกแล้วพลิกให้เธอหันกลับมาช้าๆ“คุณเรียกหนูมามีอะไรหรือเปล่าคะ”“เรียกแฟนมาหาต้องมีอะไรด้วยเหรอ” องศาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะดึงมือเธอมานั่งที่โซฟามุมห้อง“แต่ถ้าเราอยู่ในห้องนี้ด้วยกันนาน ๆ คนอื่นจะสงสัยเอาได้นะ”“ผมแค่อยากถามบางเ
เช้าวันจันทร์องศามาถึงบ้านของมาธวีตรงเวลา ยังไม่ทันได้ลงจากรถมากดออกหญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของท่านประธานมันเต้นแรงละมีชีวิตชีวาขึ้น“สวัสดีค่ะคุณองศา” มาธวียกมือไหว้เหมือนทุกครั้งที่เจอเขา“ผึ้ง ผมขอล่ะต่อไปไม่ต้องยกมือไหว้แล้วนะ มันรู้สึกแปลกที่แฟนยกมือไหว้”“ค่ะ” เธอตอบรับพร้อมรอยยิ้ม“กินข้าวหรือยัง”“กินแล้วค่ะ คุณองศาคงยังไม่ได้กินใช่ไหม”“ครับ”“คุณไม่ชอบกินข้าวตอนเช้าใช่ไหม”“อือ แต่พอไปถึงบริษัทผมก็มีกาแฟกับของว่างครับ”“ค่ะ”มาธวีอยากบอกเขาว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพแต่หญิงสาวก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวว่ามันจะเป็นการเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไป“อันที่จริงผมก็อยากกินข้าวตอนเข้าก่อนไปทำงานนะ แต่ไม่รู้จะกินกับใคร ถ้าผมขอมากินกับผึ้งก่อนไปทำงานล่ะได้ไหมล่ะ”“หนูก็อยากให้คุณองศามากินด้วยนะคะแต่คุณยายต้องสงสัยแน่ ๆ ค่ะ“แต่คุณยายออกไปขายขนมตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ ผมมาทานข้าวแล้วรับผึ้งไปทำงานท่านก็คงไม่รู้”“ก็ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้ไปทุกวันสักหน่อย”“ผมเข้าใจว่าผึ้งยังกังวลว่าคุณจะรู้ว่าเราแอบคบกัน แต่ผมจะรอผึ้งฝึกงานเสร็จนะ แล้วผมจะเป็นคนบอกคุณยาย
หลังจากทานอาหารเย็นแล้วมาธวีก็ไลน์ไปนัดกับเพื่อนว่าเธอมีเรื่องอยากจะปรึกษา เมื่อถึงเวลานัดทั้งวรัมพรและรวีภัทรก็พร้อมสำหรับการวิดีโอคอล“เป็นไงบ้างผึ้งไปทำงานที่หัวหินกับท่านประธานสนุกไหม” วรัมพรทักทายเสียงสดใส“ฉันไปทำงานนะป่าน ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย”“อะไรกัน นี่เขาไม่ให้แกได้เที่ยวเลยเหรอผึ้ง ใจร้ายจัง” รวีภัทรต่อว่าโดยไม่สนใจว่าเขาคือเจ้าของบริษัท“เขาไม่ได้ใจร้ายหรอกนะ ออกจะใจดีด้วยซ้ำ” มาธวีรีบแก้ตัวแทนองศาเพราะไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิด“รีบแกตัวแทนเชียวนะหรือว่าข่าวลือที่ฉันได้ยินจะเป็นจริง” วรัมพรแซว“ข่าวลืออะไรเหรอป่าน”“เอาไงดีล่ะรวี เราจะเล่าให้ยัยผึ้งฟังดีไหม” วรัมพรถามความเห็นจากรวีภัทรที่ฝึกงานในแผนกเดียวกัน“พวกแกสองคนไปรู้อะไรมารีบเล่าให้ฉันฟังเลยนะ” มาธวีร้อนใจเพราะพอจะเดาออกว่าเรื่องที่เพื่อนทั้งสองคนได้ยินมาน่าจะเกี่ยวกับตัวเธอ“คืออย่างนี้นะผึ้ง รุ่นพี่ที่แผนกฉันแอบคุยกันในห้องน้ำแล้วฉันก็บังเอิญได้ยิน”“รีบเล่ามาเลยนะรวีอย่ามัวแต่ลีลาฉันอยากรู้แล้วนะว่าเขาพูดกันว่ายังไง”“คืองี้นะผึ้ง รุ่นพี่ฉันเขาคุยกับว่าช่วงนี้ท่านประธานดูจะสนิทกับแกมากเป็นพิเศษ”“แค่นี้เหรอ บ
รถยนต์คันหรูแล่นออกจากหัวหินในเวลาบ่าย เสียงคลื่นและลมทะเลค่อย ๆ จางหายไปทางกระจกหลัง เหลือเพียงความเงียบในรถที่มีเพียงสองหัวใจเต้นอยู่ในจังหวะที่ไม่สอดคล้องกันองศาขับรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตาของเขากลับมีบางอย่างซ่อนอยู่ความคาดหวังบางอย่างที่เขาเพิ่งเปิดเผยออกไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น“ผมอยากเป็นเจ้าของหัวใจของคุณ ไม่ใช่แค่ร่างกาย ผมรักคุณนะ”เขาไม่เคยพูดแบบนั้นกับใครมาก่อนแต่กับมาธวีแล้วเธอคือข้อยกเว้นในขณะที่มาธวีเองก็กำลังสับสนแม้เขาจะบอกว่ารักและเธอก็บอกรักเขาอีกทั้งยังตอบตกลงไปแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่เธอพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองว่า สิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงจากใจไม่ใช่แค่ความพอใจที่จะได้นอนกับเธอหรือแค่ความหลงชั่วคราวของผู้ชายที่ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเท่านั้นแต่ไม่ว่าจะคิดยังไงหัวใจของมาธวีก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายิ่งได้อยู่ใกล้เขาเธอยิ่งรู้สึกรักมากขึ้นทุกทีองศาเหลือบมองมาธวีเป็นระยะเขารู้ว่าเธอเครียดและคิดมากเกี่ยวกับสถานะใหม่ที่เขายื่นให้“ทำไมเงียบไปล่ะน้ำผึ้งเป็นอะไรหรือเปล่า” องศาเอื้อมมือไปจับมือของเธอมากุมไว้หลวม ๆ“เปล่าค่ะ” เธอปฏิเสธแต่สีหน้ายังคง







