Masukคำว่า “ก็ได้” ของมาธวีดังเบาหวิวท่ามกลางเสียงเพลงคลอเบาๆ เพราะตอนนี้ผับกำลังจะปิดแล้ว องศายิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นปนเมามายของหญิงสาวเขายื่นมือออกมาจับข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นพอให้รู้สึกถึงแรงบีบ แต่ไม่ถึงกับทำให้เจ็บ
“งั้นตามผมมา” เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบข้างหูทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
มาธวีปล่อยให้ตัวเองถูกนำทางไปอย่างไม่รู้ตัว ความมึนเมาทำให้สติของเธอพร่าเลือนเกินกว่าจะคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เธอเห็นเพียงแค่แผ่นหลังกว้างภายใต้ไฟสลัว
แม้จะจำชื่อเขาได้ว่า “องศา” แต่กลับไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน นอกจากชายเย็นชาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทายตลอดเวลา
เขาพาเธอเดินลัดเลาะออกจากผับโดยผ่านทางเดินพิเศษที่พนักงานเท่านั้นที่ใช้ได้ ขึ้นลิฟต์ส่วนตัวที่มุ่งตรงไปยังโรงแรมหรูซึ่งตั้งอยู่บนตึกเดียวกัน
ภายในลิฟต์ที่เงียบสงัด มาธวีพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง
“นี่... เราจะไปไหนกันคะ?”
“ไปหาความสุขไงล่ะ คุณตกลงแล้วว่าจะให้รางวัลผม... แค่คืนเดียว” องศาตอบเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงระเรื่ออย่างพิจารณา
“แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เธอขยับถอยอย่างลังเลแต่คำพูดต่อมาของเขาทำให้ต้องหยุดชะงัก
“ไม่กล้าแล้วเหรอ? ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนที่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้วยังไม่รักษาคำพูดของตัวเองอีกด้วย” เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ องศาเลือกใช้คำพูดที่แทงใจเพราะเดาว่าเธอเป็นคนชอบเอาชนะ
คำว่าแพ้จุดไฟในใจเธอให้ลุกพรึบ ความรู้สึกขุ่นเคืองจากคำพูดเย้ยหยันและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังทำงานอย่างหนัก ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอต้องเดินหน้าต่อเพื่อพิสูจน์ตัวเอง มาธวีเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย
“ก็ได้! ฉันตกลง พาฉันไปสิคะ”
“ดีมากน้ำผึ้ง... ผมชอบผู้หญิงที่รักษาคำพูด” องศายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจในความกล้าและบุคลิกที่ไม่ยอมใครของเธอ เขาเข้าใจแล้วว่าอะไรคือจุดอ่อนของเธอ
เมื่อถึงชั้นบนสุดห้องสวีทหรูเปิดออก องศาผลักเธอเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา แต่เสียงปิดประตูกลับดังสนั่นในความรู้สึกของมาธวี เธอมองทิวทัศน์กลางคืนของเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับสวยงามแต่ในความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขังอยู่ในกรงของเสือผู้หญิงที่กำลังหิวกระหาย
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบแต่มีแรงดึงดูดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ มาธวีปล่อยให้ความมึนเมานำทางโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา
“ถึงเวลาแล้วที่ผมจะได้รางวัลตอบแทน” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบแตะกัน
มาธวีปฏิเสธไม่ได้ว่าชายตรงหน้ามีเสน่ห์ดึงดูด แม้จะเย็นชา แต่ทุกการกระทำของเขากลับเต็มไปด้วยความร้อนแรงที่เผาผลาญจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้
ภาพต่อจากนั้นเลือนหายไปในแสงไฟสลัวและเสียงหัวใจเต้นแรงที่ดังอยู่ในหูของเธอ
ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ไร้ซึ่งความทรงจำที่ชัดเจน ไม่มีคำหวาน ไม่มีสัญญาใดๆ มีเพียงการตอบสนองต่อแรงปรารถนาของร่างกายเท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น
มาธวีตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าของวันใหม่ หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือผิวกายที่เปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มเนื้อดีและเตียงนอนที่นุ่มสบายแต่ไม่คุ้นเคย
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลย้อนกลับมาในความคิดทั้งคำพูดท้าทาย การเต้นรำ สายตาคมที่มองมาอย่างเอาจริงและการยอมรับข้อเสนอที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิต
มาธวีเบิกตากว้างแล้วหันไปมองข้างกายเธอพบว่าชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ ยังคงหลับสนิท เสี้ยวหน้าของเขาช่างดูอันตรายและน่าค้นหาในเวลาเดียวกันดู แต่เธอกลับจำรายละเอียดของเขาไม่ได้เลยเพราะเมื่อคืนเธอเมามากและในความทรงจำที่เลือนราง เธอแค่จำได้ว่าเขาคือ ‘บาร์เทนเดอร์หนุ่มเสื้อขาว’ ที่ยอมเต้นรำกับเธอ
“ตายแล้ว... ฉันทำอะไรลงไป!” เธอพึมพำกับตัวเอง
ความรู้สึกผิดและละอายใจพุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรง เธอเป็นเด็กที่เติบโตมาอย่างดี มีคุณยายที่รักและเป็นห่วงเสมอ ไม่เคยคิดเลยว่าความบ้าบิ่นเพียงชั่ววูบของเธอจะนำพาตัวเองมาพบกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ขนาดนี้
เธอรีบยันตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบที่สุดแล้วคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ
หัวใจของเธอกำลังร้องบอกให้หนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ผู้ชายคนนี้จะตื่น หญิงสาวรู้ดีว่าต้องจบทุกอย่างไว้ตรงนี้
มาธวีมองหาอะไรบางอย่างเพื่อทิ้งไว้เป็นสัญลักษณ์ของการ จบความสัมพันธ์บ้าๆ นี้ เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใครแต่เมื่อเขาร้องขอรางวัลเธอจึงต้องจ่ายให้เป็นไปตามความเข้าใจของเธอ
หญิงสาวเห็นสมุดจดเล่มเล็กๆ บนโต๊ะข้างเตียง เธอฉีกกระดาษออกมาหนึ่งแผ่นและเขียนด้วยลายมือเรียบร้อย
‘ขอโทษที่หนีออกมาแบบนี้ค่ะ ฉันเมามากเมื่อคืนนี้และทำเรื่องผิดพลาดไป ฉันขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงที่นี่ และหวังว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีกเลย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในการชนะเกมของเพื่อนค่ะ’
‘ฉันไม่รู้ว่าบาร์เทนเดอร์อย่างคุณคิดค่าตัวเท่าไหร่ แต่ขอให้เงิน 3,000 บาทนี้ เป็นค่าปิดปากเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นคืนนี้นะคะ’น้ำผึ้ง
หญิงสาวพับโน้ตนั้นวางไว้บนหมอน จากนั้นก็หยิบเงินสดสามพันบาทที่เก็บไว้ในกระเป๋าวางทับโน้ตนั้นไว้
เงินสามพันบาทสำหรับเธอที่เป็นนักศึกษาอย่างมาธวี มันคือเงินจำนวนไม่น้อยแต่สำหรับเขาที่อยู่ในห้องสวีทสุดหรูนี้ เธอไม่แน่ใจว่ามันจะเพียงพอไหมแต่เธอก็มีเงินสดมาแค่เท่านี้
มาธวีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งสุดท้าย มองไปยังร่างสูงที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียงก่อนจะเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว เธอเปิดประตูและปิดมันลงอย่างเงียบกริบ พร้อมกับเดินออกมาจากโรงแรมนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนได้หลุดพ้นจากกรงขัง
องศาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดแต่เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าห้องว่างเปล่า เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นนั่งอย่างไม่รีบร้อน
เขาไม่ได้แปลกใจที่เธอหนีไป ผู้หญิงที่มาในสถานที่แบบนี้ส่วนใหญ่มักทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือสิ่งที่วางอยู่บนหมอนข้าง
องศาหยิบโน้ตและเงินสดจำนวนหนึ่งขึ้นมาดู
เขายิ้มหยันให้กับข้อความในกระดาษ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ‘ฉันไม่รู้ว่าบาร์เทนเดอร์อย่างคุณคิดค่าตัวเท่าไหร่ แต่ขอให้เงิน 3,000 บาทนี้ เป็นค่าปิดปากเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นคืนนี้นะคะ’
“บาร์เทนเดอร์... ค่าตัวสามพันเหรอ?” เสียงหัวเราะแผ่วต่ำแต่แฝงความขบขันและขุ่นเคืองในเวลาเดียวกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงฟันแล้วทิ้งแถมยังยัดเงินให้เหมือนซื้อบริการราคาถูก
ชายหนุ่มกำเงินสามพันบาทในมือแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจแต่ก็แฝงไว้ด้วยความท้าทายเพราะปกติผู้หญิงทุกคนต่างพยายามตามหาเขาเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบ
“ผู้หญิงคนแรกที่กล้าดูถูกฉันแบบนี้....น้ำผึ้งเหรอ? เรื่องมันไม่จบแค่เงินสามพันแน่... ผมจะทำให้คุณจำไว้ผมต้องได้รางวัลมากกว่านี้” ดวงตาคมวาววับด้วยประกายบางอย่าง
รถยนต์คันหรูแล่นเข้าสู่ทางเข้ารีสอร์ทริมทะเลที่คุ้นตา ลมทะเลพัดโชยเรียกความสดชื่นแต่ในใจหญิงสาวยังคงหนักอึ้งมาธวีนั่งนิ่งอยู่บนรถมือของเธอกำชายกระโปรงแน่น ใจหนึ่งเต้นแรง อีกใจหนึ่งยังสับสนไม่มั่นใจว่าทำไมเธอถึงยอมมาที่นี่กับเขาอีกครั้ง“คุณพาผึ้งมาที่นี่ทำไมคะ”“เพราะที่นี่คือที่ที่ผมเริ่มรักคุณ... และผมอยากให้ที่นี่ เป็นที่ที่เราจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”คำพูดนั้นทำให้มาธวีถึงกับนิ่งงัน เธอหลบสายตาเขาไปทางหน้าต่าง รถหยุดลงตรงหน้ารีสอร์ทเดิมที่พวกเขาเคยพักด้วยกัน ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่หัวใจของเธอกลับไม่เหมือนเก่าอีกต่อไป องศาเปิดประตูรถแล้วหันมาหา “ลงก่อนสิครับไปเดินเล่นกันไหม”หญิงสาวลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเขาไปตามทางเดินริมทะเล ลมอุ่นพัดกลิ่นเกลือทะเลโชยมาแตะปลายจมูก เสียงคลื่นซัดเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจเธอ“ผมรู้ว่าผึ้งยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเรา” องศาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงจัง“ค่ะผึ้งไม่แน่ใจอะไรเลย ผึ้งไม่รู้ว่าตัวเองควรจะอยู่ตรงไหนในชีวิตของคุณ คุณองศาเป็นถึงประธานบริษัท ส่วนผึ้งเป็นแค่นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ ผึ้งกลัวว่าวันหนึ่งเมื่อคุณเจ
มาธวีกลับมาใช้ชีวิตในแบบเดิมของตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวตื่นเช้า ทำอาหารเช้าให้คุณยาย อ่านหนังสือเตรียมสอบและช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้าน แต่สิ่งที่เธอไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้คือหัวใจของเธอ ยังคงคิดถึงผู้ชายที่ชื่อองศาอยู่เสมอตั้งแต่ฝึกงานเสร็จเขาก็ไม่คิดต่อเธอมาเลยสักครั้ง จนกระทั่งเธอเรียนจบ ตอนนี้หญิงสาวกำลังเก็บของเพื่อไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนและหวังว่าความสนุกสนานกับบรรยากาศริมทะเลจะทำให้เธอลืมเขาได้ในไม่ช้าเช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวออกไปพบเพื่อน ๆ ที่นัดกันไว้เพื่อเตรียมทริปไปทะเลหลังเรียนจบ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานแต่สำหรับมาธวีเธอเหมือนคนอกหัก“ผึ้ง ทำไมดูเหม่อจัง เป็นอะไรหรือเปล่า”“เปล่าหรอก เราก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย”“คิดถึงใครหรือเปล่า” วรัมพรถามยิ้ม ๆ“บ้าเหรอ ไม่มีสักหน่อย” มาธวีตอบพร้อมรอยยิ้มกลบเกลื่อน เธอไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอกับองศาไม่ได้คุยกันนานแล้ว“ถ้าไม่ก็ขึ้นรถเถอะฉันอยากเล่นน้ำทะเลจะแย่แล้ว” รวีภัทรรีบขึ้นไปบนรถตู้ที่พวกเธอเช่ามาซึ่งการไปเที่ยวทะเลครั้งนี้พวกเธอเช่ารถตู้ไปกันถึงสองคันตลอดระยะเวลาที่อยู่กับเพื่อนมาธวีพยายามลืมเรื่องขององศา
หลังเลิกงานวันนี้มาธวีกำลังเตรียมตัวกลับบ้านเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของชไมพรก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบรับสายทันทีเพราะกลัวจะมีเรื่องด่วนเนื่องจากเจ้าของโต๊ะกลับบ้านไปแล้วช่วงนี้ชไมพรมาทำงานพร้อมกับสามีเธอจึงเลิกงานเหมือนคนปกติ ส่วนมาธวีนั้นต้องรอให้เจ้านายกลับก่อนเธอถึงจะกลับได้ เธอยกหูและกรอกเสียงไปตามสาย“สวัสดีค่ะ”“ผมเองนะ เข้ามาหาผมหน่อยสิ”“ค่ะ” มาธวีมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีพนักงานอยู่บริเวณนี้แล้วหญิงสาวก็เปิดประตูห้องประธานบริษัทเข้าไปองศายิ้มเมื่อเธอเดินเข้ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยิ้มก่อนจะเดินอ้อมมาล็อกประตูแล้วรวบกอดหญิงสาวจากด้านหลัง“ผมคิดถึงผึ้งจัง”“คุณองศาปล่อยคะหนูก่อนเดี๋ยวมีคนมาเห็น” มาธวีพยายามจะดิ้นออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นของเขาแต่เหมือนว่าเขาจะกอดเธอแน่นขึ้น จมูกโด่งคลอเคลียอยู่บริเวณหลังใบหู“จะมีใครเห็นกันล่ะผึ้ง” เขาปล่อยอ้อมแขนออกแล้วพลิกให้เธอหันกลับมาช้าๆ“คุณเรียกหนูมามีอะไรหรือเปล่าคะ”“เรียกแฟนมาหาต้องมีอะไรด้วยเหรอ” องศาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะดึงมือเธอมานั่งที่โซฟามุมห้อง“แต่ถ้าเราอยู่ในห้องนี้ด้วยกันนาน ๆ คนอื่นจะสงสัยเอาได้นะ”“ผมแค่อยากถามบางเ
เช้าวันจันทร์องศามาถึงบ้านของมาธวีตรงเวลา ยังไม่ทันได้ลงจากรถมากดออกหญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของท่านประธานมันเต้นแรงละมีชีวิตชีวาขึ้น“สวัสดีค่ะคุณองศา” มาธวียกมือไหว้เหมือนทุกครั้งที่เจอเขา“ผึ้ง ผมขอล่ะต่อไปไม่ต้องยกมือไหว้แล้วนะ มันรู้สึกแปลกที่แฟนยกมือไหว้”“ค่ะ” เธอตอบรับพร้อมรอยยิ้ม“กินข้าวหรือยัง”“กินแล้วค่ะ คุณองศาคงยังไม่ได้กินใช่ไหม”“ครับ”“คุณไม่ชอบกินข้าวตอนเช้าใช่ไหม”“อือ แต่พอไปถึงบริษัทผมก็มีกาแฟกับของว่างครับ”“ค่ะ”มาธวีอยากบอกเขาว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพแต่หญิงสาวก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวว่ามันจะเป็นการเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไป“อันที่จริงผมก็อยากกินข้าวตอนเข้าก่อนไปทำงานนะ แต่ไม่รู้จะกินกับใคร ถ้าผมขอมากินกับผึ้งก่อนไปทำงานล่ะได้ไหมล่ะ”“หนูก็อยากให้คุณองศามากินด้วยนะคะแต่คุณยายต้องสงสัยแน่ ๆ ค่ะ“แต่คุณยายออกไปขายขนมตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ ผมมาทานข้าวแล้วรับผึ้งไปทำงานท่านก็คงไม่รู้”“ก็ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้ไปทุกวันสักหน่อย”“ผมเข้าใจว่าผึ้งยังกังวลว่าคุณจะรู้ว่าเราแอบคบกัน แต่ผมจะรอผึ้งฝึกงานเสร็จนะ แล้วผมจะเป็นคนบอกคุณยาย
หลังจากทานอาหารเย็นแล้วมาธวีก็ไลน์ไปนัดกับเพื่อนว่าเธอมีเรื่องอยากจะปรึกษา เมื่อถึงเวลานัดทั้งวรัมพรและรวีภัทรก็พร้อมสำหรับการวิดีโอคอล“เป็นไงบ้างผึ้งไปทำงานที่หัวหินกับท่านประธานสนุกไหม” วรัมพรทักทายเสียงสดใส“ฉันไปทำงานนะป่าน ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย”“อะไรกัน นี่เขาไม่ให้แกได้เที่ยวเลยเหรอผึ้ง ใจร้ายจัง” รวีภัทรต่อว่าโดยไม่สนใจว่าเขาคือเจ้าของบริษัท“เขาไม่ได้ใจร้ายหรอกนะ ออกจะใจดีด้วยซ้ำ” มาธวีรีบแก้ตัวแทนองศาเพราะไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิด“รีบแกตัวแทนเชียวนะหรือว่าข่าวลือที่ฉันได้ยินจะเป็นจริง” วรัมพรแซว“ข่าวลืออะไรเหรอป่าน”“เอาไงดีล่ะรวี เราจะเล่าให้ยัยผึ้งฟังดีไหม” วรัมพรถามความเห็นจากรวีภัทรที่ฝึกงานในแผนกเดียวกัน“พวกแกสองคนไปรู้อะไรมารีบเล่าให้ฉันฟังเลยนะ” มาธวีร้อนใจเพราะพอจะเดาออกว่าเรื่องที่เพื่อนทั้งสองคนได้ยินมาน่าจะเกี่ยวกับตัวเธอ“คืออย่างนี้นะผึ้ง รุ่นพี่ที่แผนกฉันแอบคุยกันในห้องน้ำแล้วฉันก็บังเอิญได้ยิน”“รีบเล่ามาเลยนะรวีอย่ามัวแต่ลีลาฉันอยากรู้แล้วนะว่าเขาพูดกันว่ายังไง”“คืองี้นะผึ้ง รุ่นพี่ฉันเขาคุยกับว่าช่วงนี้ท่านประธานดูจะสนิทกับแกมากเป็นพิเศษ”“แค่นี้เหรอ บ
รถยนต์คันหรูแล่นออกจากหัวหินในเวลาบ่าย เสียงคลื่นและลมทะเลค่อย ๆ จางหายไปทางกระจกหลัง เหลือเพียงความเงียบในรถที่มีเพียงสองหัวใจเต้นอยู่ในจังหวะที่ไม่สอดคล้องกันองศาขับรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตาของเขากลับมีบางอย่างซ่อนอยู่ความคาดหวังบางอย่างที่เขาเพิ่งเปิดเผยออกไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น“ผมอยากเป็นเจ้าของหัวใจของคุณ ไม่ใช่แค่ร่างกาย ผมรักคุณนะ”เขาไม่เคยพูดแบบนั้นกับใครมาก่อนแต่กับมาธวีแล้วเธอคือข้อยกเว้นในขณะที่มาธวีเองก็กำลังสับสนแม้เขาจะบอกว่ารักและเธอก็บอกรักเขาอีกทั้งยังตอบตกลงไปแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่เธอพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองว่า สิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงจากใจไม่ใช่แค่ความพอใจที่จะได้นอนกับเธอหรือแค่ความหลงชั่วคราวของผู้ชายที่ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเท่านั้นแต่ไม่ว่าจะคิดยังไงหัวใจของมาธวีก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายิ่งได้อยู่ใกล้เขาเธอยิ่งรู้สึกรักมากขึ้นทุกทีองศาเหลือบมองมาธวีเป็นระยะเขารู้ว่าเธอเครียดและคิดมากเกี่ยวกับสถานะใหม่ที่เขายื่นให้“ทำไมเงียบไปล่ะน้ำผึ้งเป็นอะไรหรือเปล่า” องศาเอื้อมมือไปจับมือของเธอมากุมไว้หลวม ๆ“เปล่าค่ะ” เธอปฏิเสธแต่สีหน้ายังคง







