Masukเสียงเพลงในจังหวะสนุกสนานหนักแน่นดังก้องไปทั่วผับ บรรยากาศภายในผับเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวดีที่กำลังปล่อยใจไปกับความสนุกสนานแม้จะเป็นคืนวันจันทร์แต่นักเที่ยวก็ยังมาใช้บริการกันอย่างคึกคัก
องศานั่งเอนหลังพิงโซฟากำมะหยี่สีเข้มในโซนวีไอพีของผับ มองดูแสงไฟนีออนที่สะท้อนวูบไหวบนผิวน้ำสีอำพันในแก้ววิสกี้ที่ถืออยู่ แม้จะอยู่ในท่าทางผ่อนคลาย แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับฉายแววครุ่นคิด
“ไงองศา เป็นอะไรถึงได้แต่นั่งจ้องแก้วเหล้าอย่างนั้นล่ะ เครียดอะไรขนาดนั้น งานมีปัญหาเหรอ” เพชรภูมิเจ้าของผับถามก่อนจะนั่งลงข้างๆ
องศาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ แต่สายตากลับกวาดมองไปรอบผับค้นหาใบหน้าหวานของผู้หญิงที่เจอคืนนั้น
“ฉันกำลังมองหาผู้หญิงคนนั้น” องศาตอบเสียงเรียบ
“ผู้หญิงคนนั้น? คนไหนวะ? คนที่แกหิ้วไปวันก่อนนู้นน่ะเหรอ? ไอ้ที่ยอมลงทุนลงไปเต้นรำเพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง? สุดท้ายก็หายไปอย่างกับผีเสื้อกลางคืน” ไทธัชเพื่อนอีกคนถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ไม่หาย.... แต่หนีไป แล้วทิ้งอะไรไว้รู้ไหม?”
“อะไรวะ? ทิ้งเบอร์? ทิ้งนามบัตร?” เพชรภูมิถามอย่างสนใจ
องศาส่ายหน้าก่อนจะหยิบซองซิปขนาดเล็กสีใสออกจากกระเป๋าเสื้อด้านในและโยนมันลงบนโต๊ะ ซองนั้นบรรจุธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทสามใบและกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ ที่พับไว้
ไทธัชหยิบขึ้นมาคลี่ดู เมื่ออ่านข้อความในกระดาษจบเขาก็หัวเราะออกมาอย่างไม่ไว้หน้าก่อนจะส่งกระดาษแผ่นนั้นให้เพชรภูมิ
“หัวเราะอะไรขนาดนั้นวะ” เพชรภูมิหยิบมาอ่านแล้วก็หัวเราะตามเพื่อนไปอีกคน
“ฮ่า ๆ ๆ อะไรวะเนี่ย! ฉันไม่รู้ว่าบาร์เทนเดอร์อย่างคุณคิดค่าตัวเท่าไหร่ แต่ขอให้เงิน 3,000 บาทนี้ เป็นค่าปิดปากเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นคืนนี้นะคะ” เพชรภูมิยื่นกระดาษไปทางองศาพร้อมกับหัวเราะจนตัวโยน
“ไอ้องศา! นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ! ท่านประธานบริษัทใหญ่ที่มีมูลค่าทรัพย์สินเป็นหมื่นล้าน ถูกฟันแล้วทิ้ง แถมยังโดนยัดเงินสามพันบาทเป็นค่าตัวเนี่ยนะ นี่เป็นเรื่องที่ตลกที่สุดในรอบสิบปีของฉันเลยว่ะ”
“ฉันก็ไม่ได้อยากให้มันตลกหรอกนะ แต่เธอเมามากจริง ๆ เธอคงคิดว่าฉันเป็นบาร์เทนเดอร์เพราะคืนนั้นฉันใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนเด็กในร้านแกด้วยสิ” องศาหัวเสียเมื่อนึกไปถึงเช้าวันต่อมา
“แล้วแกปล่อยให้เธอเข้าใจผิดได้ไงวะ? แกไม่บอกชื่อจริงหรือตำแหน่งตัวเองไปเลยเหรอ?” ไทธัชถามพลางเทเหล้าเพิ่มให้ตัวเอง
“ฉันไม่ได้มีเวลาจะอธิบายอะไรมากนักคืนนั้น เธอแค่ต้องการชนะเกมกับเพื่อนของเธอ แล้วฉันก็เสนอรางวัลให้ตัวเองเท่านั้น ฉันบอกแค่ชื่อเธอไปเธอก็คงคิดว่าฉันเป็นพนักงานผับ”
“แล้วทำไมแกไม่ทวงให้มากกว่าสามพันวะ หรือเรียกค่าเสียหายสักสามล้านไปเลย” ไทธัชยังคงหัวเราะ
“ไม่ตลกนะธัชเธอเป็นผู้หญิงที่กล้าทำแบบนี้กับฉัน เธอไม่ได้มาเพื่อหวังผลประโยชน์ ไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบและนั่นทำให้ฉันสนใจ” องศาเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจัง
“แกไม่ได้โกรธที่ถูกดูถูก... แต่แกกำลังตามล่าเธออยู่ใช่ไหมวะ? ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของเสือที่ไม่เคยพลาด” ไทธัชหยุดหัวเราะ แล้วมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างพิจารณา
“ก็คงอย่างนั้น ฉันแค่อยากเจอเธออีกครั้ง อยากคุยกับเธอแบบที่เธอมีสติ อยากรู้ว่าถ้าเธอรู้ว่าฉันคือใครเธอจะมีปฏิกิริยายังไง”
“แล้วจะเจอได้ไงวะ? เธอทิ้งแค่ชื่อน้ำผึ้งกับลายมือสวย ๆ บนโน้ตสามพันนี่เนี่ยนะ? ไม่รู้ว่านั่นจะใช่ชื่อจริงของเธอหรือเปล่า ผู้หญิงกลุ่มนั้นฉันก็ไม่ค่อยคุ้นหน้าเลยนะ น่าจะไม่ใช่นักเที่ยวขาประจำและตั้งแต่คืนนั้นพวกเธอก็ไม่มาเที่ยวอีกเลย” เพชรภูมิที่จำลูกค้าได้แม่นบอกกับเพื่อน
“เธอเคยบอกแกหรือเปล่าว่าทำงานที่ไหน” ไทธัชพยายามจะช่วยเพื่อนตามหา
“เท่าที่คุยกันเธอน่าจะยังเรียนไม่จบนะ”
“ท่านประธานกินเด็กเหรอนี่ ระวังคุกเพาะพรากผู้เยาว์นะเว้ย”
“ถ้าฉันจะติดคุกเพราะพรากผู้เยาว์ฉันก็จากลากนายเข้าไปในนั้นด้วย”
“เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ” เพชรภูมิถามอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะนายปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่ายี่สิบเข้ามาเที่ยวน่ะสิ คราวนี้คงต้องปิดผับแน่” องศาพูดหัวเราะ
“ไม่มีทางเพราะลูกน้องของฉันตรวจบัตรประชาชนอย่างละเอียดแล้ว” ชายหนุ่มเจ้าของผับยืนยันเสียงแข็ง
“งั้นนายก็สบายใจได้ว่าเธออายุเกินยี่สิบแล้วแต่ก็ยากที่จะเจอเธอเพราะเด็กวัยนี้เปลี่ยนที่เที่ยวไปทั่วเลยนะ” ไทธัชพูดขึ้นบ้าง
“ฉันก็เลยเครียดอยู่นี่ไงล่ะ”
“นี่ ฉันถามนายหน่อยนะองศา ชีวิตนายมีผู้หญิงสวย ๆ เข้าหาเยอะแยะไปหมดทำไมนายจะต้องมาสนใจผู้หญิงคนนี้ด้วยนะ” ไทธัชถามเพราะอยากรู้เหตุผลที่แท้จริงของเพื่อน
“ฉันก็บอกนายไปแล้วไงฉันว่าเธอน่าสนใจดี ฉันไม่เคยเจอใครแบบเธอก่อน”
“บางทีที่เธออยากให้ทุกอย่างมันจบเพราะอาจจะคิดว่านายก็แค่บาร์เทนเดอร์ธรรมดาคนหนึ่งแต่ถ้าเธอรู้ว่านายเป็นใครเธอก็จะเกาะติดนายเหมือนกับคนอื่น ๆ ฉันว่านายอย่าพยายามตามหาเลยเสียเวลาเปล่าน่า นายลองมองไปข้างล่างสิ วันนี้มีผู้หญิงสาวมาเที่ยวเยอะเลย นายแค่เดินลงไปชวนคนที่ถูกใจดื่มสักแก้วเดี๋ยวเธอก็ทำให้นายลืมน้องน้ำผึ้งได้เองแหละ” เพชรภูมิแนะนำเพราะไม่เห็นถึงความจำเป็นอะไรที่จะต้องตามหาผู้หญิงที่ตกลงจะวันไนท์สแตนด์ด้วย
“ไอ้เพชรมันพูดถึงนะองศา สนใจคนไหนเดี๋ยวฉันไปเรียกให้ก็ได้นะ อย่าเสียเวลาตามหาคนที่ไม่อยากให้เราตามเลย”
“ไม่ล่ะ ฉันจะรอก่อนเผื่อบางทีอาจจะเจอกับเธออีกครั้ง ถึงตอนนั้นถ้าเธอจะสนใจฉันเพราะรู้ว่าฉันเป็นใครมีเงินมากขนาดไหนฉันค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ บางทีเราอาจได้เจอกันอีกครั้งก็ได้ ถ้าโชคชะตายังไม่หมดอายุ” องศาไม่อยากถอดใจถึงแม้ว่าโอกาสที่จะได้เจอกับเธอนั้นมันแทบไม่มีเลยก็ตาม
“ก็แล้วแต่นายเลย ถ้าเธอกับเพื่อนมาเที่ยวที่นี่อีกฉันจะบอกนะ แล้วจะสั่งลูกน้องไว้ด้วยว่าถ้ามีผู้หญิงที่ชื่อน้ำผึ้งมาเที่ยวให้รีบบอกฉันทันที”
“ขอบใจมากนะเพชร”
องศานั่งดื่มคุยกับเพื่อนต่ออีกพักใหญ่เขาก็ขอตัวกลับ เขาไม่อยากดื่มต่อ ไม่อยากมองใครหน้าอื่น ในหัวของเขามีเพียงรอยยิ้มของหญิงสาวคืนนั้น ในใจของชายหนุ่มตอนนี้ยังคงคิดถึงผู้หญิงที่ชื่อน้ำผึ้งอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วก็ตาม
รถยนต์คันหรูแล่นเข้าสู่ทางเข้ารีสอร์ทริมทะเลที่คุ้นตา ลมทะเลพัดโชยเรียกความสดชื่นแต่ในใจหญิงสาวยังคงหนักอึ้งมาธวีนั่งนิ่งอยู่บนรถมือของเธอกำชายกระโปรงแน่น ใจหนึ่งเต้นแรง อีกใจหนึ่งยังสับสนไม่มั่นใจว่าทำไมเธอถึงยอมมาที่นี่กับเขาอีกครั้ง“คุณพาผึ้งมาที่นี่ทำไมคะ”“เพราะที่นี่คือที่ที่ผมเริ่มรักคุณ... และผมอยากให้ที่นี่ เป็นที่ที่เราจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”คำพูดนั้นทำให้มาธวีถึงกับนิ่งงัน เธอหลบสายตาเขาไปทางหน้าต่าง รถหยุดลงตรงหน้ารีสอร์ทเดิมที่พวกเขาเคยพักด้วยกัน ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่หัวใจของเธอกลับไม่เหมือนเก่าอีกต่อไป องศาเปิดประตูรถแล้วหันมาหา “ลงก่อนสิครับไปเดินเล่นกันไหม”หญิงสาวลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเขาไปตามทางเดินริมทะเล ลมอุ่นพัดกลิ่นเกลือทะเลโชยมาแตะปลายจมูก เสียงคลื่นซัดเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจเธอ“ผมรู้ว่าผึ้งยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเรา” องศาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงจัง“ค่ะผึ้งไม่แน่ใจอะไรเลย ผึ้งไม่รู้ว่าตัวเองควรจะอยู่ตรงไหนในชีวิตของคุณ คุณองศาเป็นถึงประธานบริษัท ส่วนผึ้งเป็นแค่นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ ผึ้งกลัวว่าวันหนึ่งเมื่อคุณเจ
มาธวีกลับมาใช้ชีวิตในแบบเดิมของตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวตื่นเช้า ทำอาหารเช้าให้คุณยาย อ่านหนังสือเตรียมสอบและช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้าน แต่สิ่งที่เธอไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้คือหัวใจของเธอ ยังคงคิดถึงผู้ชายที่ชื่อองศาอยู่เสมอตั้งแต่ฝึกงานเสร็จเขาก็ไม่คิดต่อเธอมาเลยสักครั้ง จนกระทั่งเธอเรียนจบ ตอนนี้หญิงสาวกำลังเก็บของเพื่อไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนและหวังว่าความสนุกสนานกับบรรยากาศริมทะเลจะทำให้เธอลืมเขาได้ในไม่ช้าเช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวออกไปพบเพื่อน ๆ ที่นัดกันไว้เพื่อเตรียมทริปไปทะเลหลังเรียนจบ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานแต่สำหรับมาธวีเธอเหมือนคนอกหัก“ผึ้ง ทำไมดูเหม่อจัง เป็นอะไรหรือเปล่า”“เปล่าหรอก เราก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย”“คิดถึงใครหรือเปล่า” วรัมพรถามยิ้ม ๆ“บ้าเหรอ ไม่มีสักหน่อย” มาธวีตอบพร้อมรอยยิ้มกลบเกลื่อน เธอไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอกับองศาไม่ได้คุยกันนานแล้ว“ถ้าไม่ก็ขึ้นรถเถอะฉันอยากเล่นน้ำทะเลจะแย่แล้ว” รวีภัทรรีบขึ้นไปบนรถตู้ที่พวกเธอเช่ามาซึ่งการไปเที่ยวทะเลครั้งนี้พวกเธอเช่ารถตู้ไปกันถึงสองคันตลอดระยะเวลาที่อยู่กับเพื่อนมาธวีพยายามลืมเรื่องขององศา
หลังเลิกงานวันนี้มาธวีกำลังเตรียมตัวกลับบ้านเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของชไมพรก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบรับสายทันทีเพราะกลัวจะมีเรื่องด่วนเนื่องจากเจ้าของโต๊ะกลับบ้านไปแล้วช่วงนี้ชไมพรมาทำงานพร้อมกับสามีเธอจึงเลิกงานเหมือนคนปกติ ส่วนมาธวีนั้นต้องรอให้เจ้านายกลับก่อนเธอถึงจะกลับได้ เธอยกหูและกรอกเสียงไปตามสาย“สวัสดีค่ะ”“ผมเองนะ เข้ามาหาผมหน่อยสิ”“ค่ะ” มาธวีมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีพนักงานอยู่บริเวณนี้แล้วหญิงสาวก็เปิดประตูห้องประธานบริษัทเข้าไปองศายิ้มเมื่อเธอเดินเข้ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยิ้มก่อนจะเดินอ้อมมาล็อกประตูแล้วรวบกอดหญิงสาวจากด้านหลัง“ผมคิดถึงผึ้งจัง”“คุณองศาปล่อยคะหนูก่อนเดี๋ยวมีคนมาเห็น” มาธวีพยายามจะดิ้นออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นของเขาแต่เหมือนว่าเขาจะกอดเธอแน่นขึ้น จมูกโด่งคลอเคลียอยู่บริเวณหลังใบหู“จะมีใครเห็นกันล่ะผึ้ง” เขาปล่อยอ้อมแขนออกแล้วพลิกให้เธอหันกลับมาช้าๆ“คุณเรียกหนูมามีอะไรหรือเปล่าคะ”“เรียกแฟนมาหาต้องมีอะไรด้วยเหรอ” องศาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนจะดึงมือเธอมานั่งที่โซฟามุมห้อง“แต่ถ้าเราอยู่ในห้องนี้ด้วยกันนาน ๆ คนอื่นจะสงสัยเอาได้นะ”“ผมแค่อยากถามบางเ
เช้าวันจันทร์องศามาถึงบ้านของมาธวีตรงเวลา ยังไม่ทันได้ลงจากรถมากดออกหญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เย็นชาของท่านประธานมันเต้นแรงละมีชีวิตชีวาขึ้น“สวัสดีค่ะคุณองศา” มาธวียกมือไหว้เหมือนทุกครั้งที่เจอเขา“ผึ้ง ผมขอล่ะต่อไปไม่ต้องยกมือไหว้แล้วนะ มันรู้สึกแปลกที่แฟนยกมือไหว้”“ค่ะ” เธอตอบรับพร้อมรอยยิ้ม“กินข้าวหรือยัง”“กินแล้วค่ะ คุณองศาคงยังไม่ได้กินใช่ไหม”“ครับ”“คุณไม่ชอบกินข้าวตอนเช้าใช่ไหม”“อือ แต่พอไปถึงบริษัทผมก็มีกาแฟกับของว่างครับ”“ค่ะ”มาธวีอยากบอกเขาว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพแต่หญิงสาวก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวว่ามันจะเป็นการเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไป“อันที่จริงผมก็อยากกินข้าวตอนเข้าก่อนไปทำงานนะ แต่ไม่รู้จะกินกับใคร ถ้าผมขอมากินกับผึ้งก่อนไปทำงานล่ะได้ไหมล่ะ”“หนูก็อยากให้คุณองศามากินด้วยนะคะแต่คุณยายต้องสงสัยแน่ ๆ ค่ะ“แต่คุณยายออกไปขายขนมตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ ผมมาทานข้าวแล้วรับผึ้งไปทำงานท่านก็คงไม่รู้”“ก็ใช่ค่ะ แต่ไม่ได้ไปทุกวันสักหน่อย”“ผมเข้าใจว่าผึ้งยังกังวลว่าคุณจะรู้ว่าเราแอบคบกัน แต่ผมจะรอผึ้งฝึกงานเสร็จนะ แล้วผมจะเป็นคนบอกคุณยาย
หลังจากทานอาหารเย็นแล้วมาธวีก็ไลน์ไปนัดกับเพื่อนว่าเธอมีเรื่องอยากจะปรึกษา เมื่อถึงเวลานัดทั้งวรัมพรและรวีภัทรก็พร้อมสำหรับการวิดีโอคอล“เป็นไงบ้างผึ้งไปทำงานที่หัวหินกับท่านประธานสนุกไหม” วรัมพรทักทายเสียงสดใส“ฉันไปทำงานนะป่าน ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย”“อะไรกัน นี่เขาไม่ให้แกได้เที่ยวเลยเหรอผึ้ง ใจร้ายจัง” รวีภัทรต่อว่าโดยไม่สนใจว่าเขาคือเจ้าของบริษัท“เขาไม่ได้ใจร้ายหรอกนะ ออกจะใจดีด้วยซ้ำ” มาธวีรีบแก้ตัวแทนองศาเพราะไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิด“รีบแกตัวแทนเชียวนะหรือว่าข่าวลือที่ฉันได้ยินจะเป็นจริง” วรัมพรแซว“ข่าวลืออะไรเหรอป่าน”“เอาไงดีล่ะรวี เราจะเล่าให้ยัยผึ้งฟังดีไหม” วรัมพรถามความเห็นจากรวีภัทรที่ฝึกงานในแผนกเดียวกัน“พวกแกสองคนไปรู้อะไรมารีบเล่าให้ฉันฟังเลยนะ” มาธวีร้อนใจเพราะพอจะเดาออกว่าเรื่องที่เพื่อนทั้งสองคนได้ยินมาน่าจะเกี่ยวกับตัวเธอ“คืออย่างนี้นะผึ้ง รุ่นพี่ที่แผนกฉันแอบคุยกันในห้องน้ำแล้วฉันก็บังเอิญได้ยิน”“รีบเล่ามาเลยนะรวีอย่ามัวแต่ลีลาฉันอยากรู้แล้วนะว่าเขาพูดกันว่ายังไง”“คืองี้นะผึ้ง รุ่นพี่ฉันเขาคุยกับว่าช่วงนี้ท่านประธานดูจะสนิทกับแกมากเป็นพิเศษ”“แค่นี้เหรอ บ
รถยนต์คันหรูแล่นออกจากหัวหินในเวลาบ่าย เสียงคลื่นและลมทะเลค่อย ๆ จางหายไปทางกระจกหลัง เหลือเพียงความเงียบในรถที่มีเพียงสองหัวใจเต้นอยู่ในจังหวะที่ไม่สอดคล้องกันองศาขับรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตาของเขากลับมีบางอย่างซ่อนอยู่ความคาดหวังบางอย่างที่เขาเพิ่งเปิดเผยออกไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น“ผมอยากเป็นเจ้าของหัวใจของคุณ ไม่ใช่แค่ร่างกาย ผมรักคุณนะ”เขาไม่เคยพูดแบบนั้นกับใครมาก่อนแต่กับมาธวีแล้วเธอคือข้อยกเว้นในขณะที่มาธวีเองก็กำลังสับสนแม้เขาจะบอกว่ารักและเธอก็บอกรักเขาอีกทั้งยังตอบตกลงไปแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่เธอพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองว่า สิ่งที่เขาพูดมันคือความจริงจากใจไม่ใช่แค่ความพอใจที่จะได้นอนกับเธอหรือแค่ความหลงชั่วคราวของผู้ชายที่ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเท่านั้นแต่ไม่ว่าจะคิดยังไงหัวใจของมาธวีก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายิ่งได้อยู่ใกล้เขาเธอยิ่งรู้สึกรักมากขึ้นทุกทีองศาเหลือบมองมาธวีเป็นระยะเขารู้ว่าเธอเครียดและคิดมากเกี่ยวกับสถานะใหม่ที่เขายื่นให้“ทำไมเงียบไปล่ะน้ำผึ้งเป็นอะไรหรือเปล่า” องศาเอื้อมมือไปจับมือของเธอมากุมไว้หลวม ๆ“เปล่าค่ะ” เธอปฏิเสธแต่สีหน้ายังคง





![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

