Share

ตอนที่ 3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-15 01:54:38

กลางสะพานไม้ทอดยาวสู่ทุ่งกุหลาบแดงในยามค่ำคืน ศิลา เดินมาหยุดยังที่ประจำของตัวเอง สถานที่ที่เขามักจะมานั่งเงียบๆ ทุกครั้งที่รู้สึกอึดอัดหรือมีเรื่องให้คิดมาก

กลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบที่ลอยมากับสายลมเย็น ช่วยปลอบประโลมหัวใจได้เสมอ ความสงบนิ่งของที่นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายภายนอก

แต่ทันทีที่เดินมาถึง ชายร่างสูงกลับชะงักฝีเท้า

บนม้านั่งกลางสะพาน มีร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว

ภาพตรงหน้าทำให้ศิลาแปลกใจไม่น้อย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาเหยียบที่นี่ เพียงแค่รู้ว่ามันเป็นสถานที่ส่วนตัวของเขา

ดวงตาคมเข้มมองแผ่นหลังเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางทะเลกุหลาบสีแดง ตรงนี้ไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สีซีดที่สาดลงมา ทว่าท่ามกลางความเงียบ เสียงสูดน้ำมูกเบาๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะ กลับทำให้ศิลารู้ได้ทันทีว่า หญิงสาวคนนั้นกำลังร้องไห้

เขาจึงคิดจะหันหลังเดินกลับ แต่การก้าวพลาดไปเหยียบแผ่นไม้เก่าที่ผุกร่อนจนเกิดเสียงดังเบาๆ ทำให้หญิงสาวรู้ตัวทันทีว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

น้ำตาล สะดุ้งเฮือก รีบยกมือปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนลุกขึ้นยืนตัวตรง

“ขอโทษค่ะ ฉันจะรีบกลับห้องเดี๋ยวนี้เลย”

ยังไม่ทันที่ศิลาจะได้พูดอะไร เธอกลับมีท่าทีกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด สองมือเล็กรีบยกขึ้นปัดป่ายราวกับกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

“ฉันไม่ได้หนีออกมานะคะ ฉันแค่ได้กลิ่นกุหลาบ มันหอมมาก เลยเดินออกมาตามกลิ่น ประตูรั้วหลังตึกมันไม่ได้ล็อก ฉันก็เลย...”

คำอธิบายรัวเร็วเสียจนคนฟังแอบกังวลว่าเธอจะหายไม่ทัน ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรนักหนา

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

เสียงทุ้มหนักเอ่ยขัดขึ้น ทำให้หญิงสาวชะงัก ก่อนจะค่อยๆ สงบลง

ศิลาหันไปมองตึกแดง เห็นหน้าต่างห้องหนึ่งบนชั้นสี่เปิดอยู่ตรงกับสะพานไม้พอดี

“เพิ่งมาใหม่เหรอ”

หญิงสาวที่ยืนตัวแข็งอยู่ในความมืดสลัวพยักหน้าน้อยๆ แต่ไม่พูดอะไร

“นั่งต่อเถอะ ฉันจะไปแล้ว”

เขาพูดเรียบๆ ก่อนหันหลังจะเดินกลับ ทว่าเสียงใสๆ กลับเรียกไว้เสียก่อน

“เอ่อ...คือ”

ศิลาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง

“ว่าไง”

“คุณจะไม่บอกพี่โรเซ่ใช่ไหมคะ”

“หึ...ฉันไม่ใช่คนขี้ฟ้องเสียหน่อย”

เขาหันมองวิวเบื้องหน้าแล้วพูดต่อ

“ตรงนี้วิวสวย ฉันเข้าใจ จริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นสถานที่ต้องห้ามอะไร ใครอยากมาก็มานั่งได้”

หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาอย่่างโล่งใจ อย่างน้อยในวันเกิดที่เต็มไปด้วยเรื่องเศร้า ก็ยังมีเรื่องดีๆ หลงเหลืออยู่บ้าง

“เสียดายนะคะ ถ้ามีไฟสักหน่อย วิวคงสวยกว่านี้”

ศิลาพยักหน้าเบาๆ เห็นด้วยกับคำพูดนั้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นสะพานไม้ เสียงใสๆ ของหญิงสาวก็ดังไล่หลังมาอีกครั้ง

“ขอบคุณนะคะ คุณลุง!”

ทำเขาถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น

คุณลุง?

ชายหนุ่มวัยสามสิบเก้าถึงกับจิตล่องลอยไปชั่วขณะ

เสียงฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ...

แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่กระแอมเบาๆ กลบความรู้สึกขัดใจที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

ส่วนน้ำตาลที่ยืนอยู่บนสะพานไม้ยังคงยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า คำขอบคุณเมื่อครู่เล่นเอาชายหนุ่มเจ้าของไร่กุหลาบถึงกับเสียเซลฟ์ไปไม่น้อย

ศิลาเดินกลับไปยังคฤหาสน์หรูสามชั้นที่ตั้งอยู่ด้านหน้าตึกแดง แม้บริเวณทั้งหมดจะถูกล้อมด้วยรั้วสูง แต่เขามีทางลับที่เชื่อมระหว่างตึกแดงกับคฤหาสน์ จึงลัดเลาะกลับเข้าไปภายในได้โดยไม่ต้องอ้อมไกล

ระหว่างเดินผ่านเรือนรับรองแขกหลายหลังที่ปลูกกระจายอยู่ภายในรั้วเดียวกัน เขาก็สวนทางกับเจย์ บอดี้การ์ดคนสนิทพอดี

"ไอ้เจย์!"

"ครับพ่อเลี้ยง"

เจย์ก้มหัวรับคำสั่งตามความเคยชิน ก่อนเงยหน้ารอฟังต่อ แต่คนเป็นนายกลับยืนนิ่งเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง

"เสียงกู...เป็นไงบ้างวะ?"

"ครับ?" เจย์ขมวดคิ้ว งงจนไปไม่เป็น

"ช่างมันเถอะ ไม่มีอะไร จะไปไหนก็ไป"

พูดจบศิลาก็เดินเข้าคฤหาสน์ทันที ทิ้งให้บอดี้การ์ดยืนมองตามด้วยสีหน้างุนงง

แม้จะเดินขึ้นมาถึงชั้นสองแล้ว แต่ความหงุดหงิดในอกก็ยังไม่จางหาย

"เรียกลุงเลยเหรอ..."

ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนแค่นหัวเราะหึเบา ๆ

"เหอะ! หักเบี้ยเลี้ยงสักสามเดือนเลยดีกว่ามั้ง!"

น้ำตาลนั่งรับลมอยู่พักใหญ่จนรู้สึกดีขึ้น จึงเดินกลับเข้าตึกแดงตามเดิม

ตึกแดงที่ทุกคนเรียกติดปาก แม้ตัวอาคารจะไม่ได้มีสีแดงอยู่เลยก็ตาม ถูกออกแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยมล้อมโถงกลางขนาดใหญ่เอาไว้ พื้นที่ตรงกลางเปิดโล่งสูงทะลุถึงชั้นบนสุด ทำให้ผู้ที่ยืนอยู่ตามระเบียงแต่ละชั้นสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวด้านล่างได้อย่างชัดเจน

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในอาคาร ยังไม่ทันถึงลิฟต์ เสียงแหลมจัดของใครบางคนก็ดังขึ้นเสียก่อน

"ไปไหนมาอีน้ำตาล!"

หญิงสาวชะงักเท้าอยู่หน้าประตูลิฟต์ ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย อุตส่าห์มีเรื่องดี ๆ ให้ยิ้มได้ไม่กี่นาที ก็ต้องมาเจอกับคนที่เป็นเหมือนตัวดูดพลังงานเสียแล้ว

ส้ม เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยถูกชะตากับเธอ

ถ้าจะให้ย้อนหาสาเหตุจริง ๆ น้ำตาลเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเริ่มจากเรื่องไหน ระหว่างการเรียนที่เธอทำได้ดีกว่า ตำแหน่งเฟรชชี่ที่ชนะมาแบบเฉียดฉิว หรือการประกวดแปลภาษาจีนชิงทุนที่เธอปาดหน้าอีกฝ่ายไปได้

หรืออาจเป็นเรื่องล่าสุด... ที่เธอถูกจัดให้อยู่เกรดสูงกว่า

"ไปไหนก็เรื่องของฉันไหมล่ะ"

"เชอะ! ได้อยู่เกรดสูงกว่าเข้าหน่อย กล้าปากดีขึ้นมาเลยนะ"

น้ำตาลไม่คิดต่อความยาวสาวความยืด พอดีกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไป เรือนผมสลวยก็ถูกกระชากอย่างแรงจนร่างเซตามแรงดึง

"มึงมานี่!"

"โอ๊ย! ปล่อยนะ ฉันเจ็บ"

ส้มจิกผมน้ำตาลแล้วลากเข้าไปในลิฟต์ ก่อนกดปิดประตูอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ภายในลิฟต์ยังมีอีกคนยืนอยู่ลึกเข้าไปด้านใน

เด็กเลี้ยงคนหนึ่งยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตั้งแต่แรก ใบหน้าสวยแต่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด

"เงียบหน่อยได้ปะ? น่ารำคาญ"

ส้มหันขวับไปมอง ก่อนตวัดสายตาตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เสือก!"

หญิงสาวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันเหลือบมองน้ำตาลที่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาให้

น้ำตาลจำเธอได้ดี อีกฝ่ายเป็นนักศึกษาต่างคณะ ฐานะค่อนข้างดี เห็นได้จากเสื้อผ้า เครื่องประดับ และกระเป๋าแบรนด์เนมที่เปลี่ยนใช้ไม่ซ้ำกัน บางวันยังมีรถเบนซ์สีดำมารับถึงหน้าอาคาร

เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นเด็กเลี้ยงของพ่อเลี้ยงศิลาเหมือนกัน

แต่คนถูกขอความช่วยเหลือกลับไม่มีท่าทีตอบสนอง เพียงก้าวเข้ามากดปุ่มลิฟต์เท่านั้น

ส้มเห็นดังนั้นก็แสยะยิ้ม

"กดให้ด้วย ชั้นสาม"

ปากพูดสั่งสบาย ๆ แต่มือยังขยำเรือนผมน้ำตาลไว้แน่น จนหญิงสาวไม่กล้าดิ้นแรงไปกว่านี้

ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้กดเลือกชั้นสามอย่างที่ส้มต้องการ เธอกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์แทน

ติ๊ง...

บานประตูเลื่อนเปิดออกที่ชั้นหนึ่งอีกครั้ง

ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง บอดี้การ์ดที่ยืนดูแลอยู่บริเวณนั้นก็หันมาเห็นภาพตรงหน้าเข้าพอดี

"ทำอะไรกัน!"

เสียงเข้มดังลั่นทำเอาส้มสะดุ้ง รีบคลายมือออกจากเรือนผมน้ำตาลแทบไม่ทัน ก่อนจะผลักหญิงสาวออกจากลิฟต์ และกดปิดประตูอย่างรวดเร็ว

"อยู่ที่นี่ห้ามทะเลาะกัน รู้ไหมว่ารอยแผลแค่รอยเดียวก็อาจถูกลดเกรดได้"

เสียงหวานนุ่มดังขึ้นจากทางเข้าตึกแดง ทำให้ทุกสายตาหันมองเป็นทางเดียวกัน

หญิงสาวหุ่นสวยในชุดเดรสสีอ่อนก้าวเข้ามาภายในอาคารอย่างสง่างาม ข้างกายมีบอดี้การ์ดรีบเข้าไปรับถุงและสัมภาระในมือของเธอมาถือให้

น้ำตาลมองภาพนั้นตาค้าง

ผู้หญิงคนนี้สวยเกินไป...

ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าเรียวหวานราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร ดวงตาสวยคมและรอยยิ้มอ่อนโยนยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่นจนละสายตาไม่ได้

"ส...สวยจัง"

น้ำตาลเผลอพึมพำออกมาเบา ๆ ขณะเดียวกันเสียงซุบซิบของเหล่าเด็กเลี้ยงรอบ ๆ ก็ดังขึ้นระงม

"คนนี้ไง..."

"คนโปรดของพ่อเลี้ยงศิลา"

"ได้ยินว่าพ่อเลี้ยงตามใจมากเลยนะ"

"ก็ไม่แปลกหรอก สวยขนาดนั้น..."

น้ำตาลกะพริบตาปริบ ๆ มองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะคิดในใจอย่างเห็นด้วย

...ถ้าเธอเป็นพ่อเลี้ยงศิลาอะไรนั่น ก็คงจะตามใจเหมือนกัน


💌 หนึ่งประโยคท้ายบท : 

“ความใจดีเพียงเล็กน้อย อาจเปลี่ยนทั้งวันของใครบางคนให้กลายเป็นวันที่ดีขึ้น” 💙


Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ของหวงมาเฟียโคตรอันตราย   ตอนที่ 3

    กลางสะพานไม้ทอดยาวสู่ทุ่งกุหลาบแดงในยามค่ำคืน ศิลา เดินมาหยุดยังที่ประจำของตัวเอง สถานที่ที่เขามักจะมานั่งเงียบๆ ทุกครั้งที่รู้สึกอึดอัดหรือมีเรื่องให้คิดมากกลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบที่ลอยมากับสายลมเย็น ช่วยปลอบประโลมหัวใจได้เสมอ ความสงบนิ่งของที่นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายภายนอกแต่ทันทีที่เดินมาถึง ชายร่างสูงกลับชะงักฝีเท้าบนม้านั่งกลางสะพาน มีร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วภาพตรงหน้าทำให้ศิลาแปลกใจไม่น้อย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาเหยียบที่นี่ เพียงแค่รู้ว่ามันเป็นสถานที่ส่วนตัวของเขาดวงตาคมเข้มมองแผ่นหลังเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางทะเลกุหลาบสีแดง ตรงนี้ไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สีซีดที่สาดลงมา ทว่าท่ามกลางความเงียบ เสียงสูดน้ำมูกเบาๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะ กลับทำให้ศิลารู้ได้ทันทีว่า หญิงสาวคนนั้นกำลังร้องไห้เขาจึงคิดจะหันหลังเดินกลับ แต่การก้าวพลาดไปเหยียบแผ่นไม้เก่าที่ผุกร่อนจนเกิดเสียงดังเบาๆ ทำให้หญิงสาวรู้ตัวทันทีว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังน้ำตาล สะดุ้งเฮือก รีบยกมือปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนลุกขึ้นยืนตัวตรง“ขอโทษค่ะ ฉันจะรีบกลับห้องเด

  • ของหวงมาเฟียโคตรอันตราย   ตอนที่ 2

    ภายในห้องกว้างมี่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แอร์เย็นฉ่ำจนต่างจากโลกภายนอกลิบลับหลังจากถูกพาตัวเข้ามา น้ำตาลก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงอยู่ในห้องก่อนแล้วหลายคน หากกวาดตามองคร่าวๆ ก็น่าจะราวสิบคนได้ ทุกคนอายุใกล้เคียงกันแต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือ ไม่มีใครดูหวาดกลัวหรือไม่เต็มใจเลยสักคนตรงกันข้าม แต่ละคนนั่งแต่งหน้า ทำผม เช็กตัวเองในกระจกกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ราวกับกำลังเตรียมตัวขึ้นเวทีประกวดอะไรสักอย่าง“เธอก็มาเหมือนกันเหรอ?”เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้น้ำตาลรีบหันไปมอง“ส้ม?”หญิงสาวขมวดคิ้วทันทีส้ม คือเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่รู้ว่าไปโกรธเธอมาจากชาติปางไหน ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวิชาการหรือกิจกรรมอะไร อีกฝ่ายมักหาเรื่องขัดแข้งขัดขาเธออยู่เสมอส้มยกยิ้มมุมปาก“เชอะ ก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากรู้มานานแล้วว่าระหว่างเธอกับฉัน ใครสวยกว่ากัน”น้ำตาลยิ่งงงหนักกว่าเดิม“พูดอะไรของเธอเนี่ยส้ม? หรือว่าเธอก็ถูกลักพาตัวมาเหมือนกัน?”“เป็นบ้าอะไร โรคประสาทกำเริบเหรอ?”ส้มหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่าฮ่าฮ่า!”เสียงหัวเราะของเธอทำให้เด็กผู้หญิงคนอื่นในห้องพากันหัวเราะตามไปด้วยน้ำตาลอ

  • ของหวงมาเฟียโคตรอันตราย   ตอนที่ 1

    (พ.ศ. 2569)ในห้องแถวเช่าเล็กๆ กลางตรอกแคบของชุมชนแออัดทางเหนือสุดของประเทศไทย หญิงสาวในชุดนักศึกษาค่อยๆ วางถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ที่เพิ่งตักจากหม้อลงบนโต๊ะญี่ปุ่นหน้าโทรทัศน์เก่า ก่อนตะโกนเรียกคนที่ยังนอนอยู่ในห้อง“น้ากิ่ง! ฉันไปก่อนนะ สายแล้ว วันนี้กินข้าวต้มเกลือไปก่อน เย็นนี้เดี๋ยวฉันซื้อหมูมาให้”พูดจบก็รีบหยิบนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่หลังตู้เย็นขึ้นมาสวมลวกๆ ก่อนคว้าแฟ้มงานกับกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่“น้ากิ่งงงง ได้ยินไหมเนี่ย ตื่นรึยัง”แต่พอแง้มประตูห้องนอนชะโงกหน้าเข้าไปดู หญิงสาวก็ได้แต่ถอนหายใจ เมื่ออีกฝ่ายยังหลับสนิทอยู่บนฟูกเก่าๆเธอเดินเข้าไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้น้าสาวตามเดิม ก่อนจะหันหลังเตรียมออกจากห้อง ทว่าคนบนที่นอนกลับลืมตาขึ้นมาถามเสียงงัวเงีย“เงิน กยศ. เข้ายังวะ”“เข้าแล้วเมื่อคืน...เย็นนี้เดี๋ยวฉันซื้อ-”คำพูดชะงักไปทันที เมื่อคนผมฟูบนที่นอนแบมือขอเงินตรงหน้า จนสาวในชุดนักศึกษาต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง“เดี๋ยวโอนให้ ฉันไปเรียนแล้ว!”ร่างบางรีบเดินออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันพ้นหน้าประตู เสียงตะโกนก็ดังไล่หลังมา“โอนมาให้หมดนะโว้ยอีตาล! อย่าหมกเม็ด ไม่งั้นมึงไปหาที่ซุกหัวน

  • ของหวงมาเฟียโคตรอันตราย   บทนำ

    (พ.ศ 2555)“ล็อกประตูรึยัง?”เสียงทุ้มเอ่ยถามแหบพร่าพร้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างลวก ๆ ขณะที่หญิงสาวผมยาวตรงหน้ากำลังเร่งปลดหัวเข็มขัดให้เขาด้วยท่าทีร้อนรนไม่แพ้กัน“อืม…ล็อกแล้ว อ๊ะ!”ยังไม่ทันตั้งตัวดี ร่างสูงก็โถมเข้าประกบริมฝีปากเธอทันที จูบร้อนแรงบดเบียดจนลมหายใจของหญิงสาวสะดุดหายไปในลำคอภายในห้องเก็บดินปลูกและปุ๋ยกากมะพร้าวที่มีกระสอบนับร้อยวางเรียงราย กลิ่นอับชื้นกับเศษฝุ่นที่ลอยฟุ้งแทบไม่มีผลต่อคู่หนุ่มสาวที่กำลังคลอเคลียกันอย่างเร่าร้อนเลยแม้แต่น้อย“หะ…หิน อ๊า…วารีไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวครางเสียงสั่น เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มไล่ดูดเม้มสร้างความวาบหวามไปทั่วสองเต้าอวบ เธอแอ่นกาย แหงนหน้ารับสัมผัสนั้น ก่อนจะดันอกกว้างของเขาให้เอนลงกับพื้น แล้วขยับขึ้นคร่อมด้วยสายตาร้อนฉ่า“เดี๋ยวก่อนวารี…หินลืมหยิบถุงยางมา”แม้เขาจะร้องทัก แต่กลับไม่อาจหยุดการกระทำต่อจากนี้ได้ ทันทีที่หญิงสาวกดตัวนั่งลง เสียงครางต่ำก็หลุดออกจากริมฝีปากหยักไม่ขาดสาย ทุกจังหวะที่เธอขยับขึ้นลงทำเอาสติของชายหนุ่มแทบกระเจิง“ซี๊ดดดดด วารี เบาหน่อย หินจะแตกแล้ว”“อื้อ…งั้นก็แตกสิ แตกใส่เราเลย”เสียงหวานกระซิบยั

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status