LOGIN
(พ.ศ 2555)
“ล็อกประตูรึยัง?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามแหบพร่าพร้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างลวก ๆ ขณะที่หญิงสาวผมยาวตรงหน้ากำลังเร่งปลดหัวเข็มขัดให้เขาด้วยท่าทีร้อนรนไม่แพ้กัน
“อืม…ล็อกแล้ว อ๊ะ!”
ยังไม่ทันตั้งตัวดี ร่างสูงก็โถมเข้าประกบริมฝีปากเธอทันที จูบร้อนแรงบดเบียดจนลมหายใจของหญิงสาวสะดุดหายไปในลำคอ
ภายในห้องเก็บดินปลูกและปุ๋ยกากมะพร้าวที่มีกระสอบนับร้อยวางเรียงราย กลิ่นอับชื้นกับเศษฝุ่นที่ลอยฟุ้งแทบไม่มีผลต่อคู่หนุ่มสาวที่กำลังคลอเคลียกันอย่างเร่าร้อนเลยแม้แต่น้อย
“หะ…หิน อ๊า…วารีไม่ไหวแล้ว”
หญิงสาวครางเสียงสั่น เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มไล่ดูดเม้มสร้างความวาบหวามไปทั่วสองเต้าอวบ เธอแอ่นกาย แหงนหน้ารับสัมผัสนั้น ก่อนจะดันอกกว้างของเขาให้เอนลงกับพื้น แล้วขยับขึ้นคร่อมด้วยสายตาร้อนฉ่า
“เดี๋ยวก่อนวารี…หินลืมหยิบถุงยางมา”
แม้เขาจะร้องทัก แต่กลับไม่อาจหยุดการกระทำต่อจากนี้ได้ ทันทีที่หญิงสาวกดตัวนั่งลง เสียงครางต่ำก็หลุดออกจากริมฝีปากหยักไม่ขาดสาย ทุกจังหวะที่เธอขยับขึ้นลงทำเอาสติของชายหนุ่มแทบกระเจิง
“ซี๊ดดดดด วารี เบาหน่อย หินจะแตกแล้ว”
“อื้อ…งั้นก็แตกสิ แตกใส่เราเลย”
เสียงหวานกระซิบยั่ว ก่อนพายุอารมณ์จะค่อย ๆ สงบลงในเวลาต่อมา
หญิงสาวซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างออดอ้อน ขณะที่ชายหนุ่มกอดเธอแน่นบนพื้นซึ่งปูด้วยผ้าบาง ๆ เพียงผืนเดียว
“หิน…รักวารีไหม?”
“รักสิ ถามแบบนี้ทำไม”
“เดือนหน้าวารีก็เรียนจบแล้ว…ถึงตอนนั้นเราแต่งงานกันนะ”
ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่เคยผ่อนคลายพลันตึงขึ้นทันตา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแต่งงาน แต่เพราะรู้ดีว่าคนอย่างอาของเขานั้น ไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้ง่าย ๆ ท่าทีลังเลของเขาทำให้หญิงสาวขมวดคิ้ว ก่อนยันตัวลุกขึ้นอย่างน้อยใจ
“หินอายุยี่สิบห้าแล้วนะ จะทำอะไรยังต้องรอให้ใครอนุญาตอีกเหรอ? หรือเพราะเห็นวารีเป็นแค่เด็กเลี้ยง…จะทิ้งกันเมื่อไหร่ก็ได้?”
“วารี…ไม่ใช่นะ”
ชายหนุ่มรีบคว้าข้อมือบางไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจ
“หินไม่เคยคิดจะทิ้งวารีเลย”
เขาแค่รู้จักนิสัยของอาตัวเองอย่างพ่อเลี้ยงตะวันดีเกินไป ชายผู้เคร่งครัดกับกฎระเบียบยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และน่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดาได้
หากวันหนึ่งอารู้ว่าหลานชายเพียงคนเดียวของตัวเอง แอบมีความสัมพันธ์กับเด็กเลี้ยงในระบบ แค่คิด...เขาก็รู้สึกหนาววาบขึ้นมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังส่งยิ้มบางไปให้
“งั้น…เราหนีไปด้วยกันไหม? หินจะดูแลวารีเอง”
ทว่าคำพูดนั้นกลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวพอใจเลย เธอรีบลุกขึ้นสวมกางเกงยีนส์ขายาว สีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด จนชายหนุ่มต้องรีบชันตัวนั่งตาม
“วารี…”
“หินเป็นทายาทนะ! จะหนีทำไม” เธอพูดแทรกทันที “วารีอยากแต่งงาน จดทะเบียนสมรส แล้วสร้างครอบครัวอยู่ที่นี่ ลูกของเราจะได้สบาย วารีไม่ออกไปลำบากกัดก้อนเกลือกินข้างนอกหรอกนะ”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ก็ได้ครับ เอาตามนั้นก็ได้...”
เขายิ้ม พลางดึงหญิงสาวกลับเข้ามากอดอีกครั้ง
“หินจะแต่งงานแล้วอยู่ที่นี่กับวารี ยิ้มหน่อยนะ คุณว่าที่ภรรยา”
ทันใดนั้น เสียงทุ้มหนักที่ชายหนุ่มหวาดหวั่นที่สุดก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องเก็บของ
“พังประตูเข้าไป”
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ประตูไม้บานหนาก็ถูกกระแทกอย่างแรงจากชายฉกรรจ์หลายนาย จนกลอนพังหลุดกระเด็น
โครม!
เสียงประตูดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของบอดี้การ์ดชุดดำที่กรูกันเข้ามาล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมด ก่อนทุกคนจะรีบเบือนหน้าหนี เมื่อเห็นสภาพของชายหญิงที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย
“พะ…พ่อเลี้ยงตะวัน”
หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น ร่างกายที่ยังเปลือยท่อนบนสั่นเทาไปหมดด้วยความหวาดกลัว
“อา”
ชายหนุ่มรีบขยับตัวเข้าบังเธอเอาไว้ ใช้ร่างสูงกำยำของตัวเองปกปิดเรือนร่างบางให้หลบอยู่ด้านหลังอย่างปกป้องเต็มที่
ผู้เป็นอาเดินเข้ามาช้า ๆ ก่อนจะขบกรามแน่น ใบหน้าเรียบนิ่งจนยากจะเดาอารมณ์
เขายื่นมือไปรับซิการ์จากลูกน้องข้างกาย ก่อนสูบควันเข้าปอดลึก ๆ แล้วค่อยใช้ปลายรองเท้าเขี่ยเสื้อเชิ้ตของหลานชายที่ตกอยู่บนพื้นส่งกลับไปให้
“รีบแต่งตัวเดี๋ยวนี้ ไอ้หลานเวร”
น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมาพร้อมควันซิการ์ มันช่างเย็นเยียบจนบรรยากาศทั้งห้องเหมือนถูกกดทับจนรู้สึกหายใจไม่ออก ต่อให้ไม่พูดอะไร ทุกคนก็รู้ดีว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่าย ๆ แน่
เด็กเลี้ยงของที่นี่แม้จะอยู่อย่างสุขสบาย มีตึกใหญ่ให้พักพิง มีเสื้อผ้าดี ๆ สวมใส่ และได้รับเบี้ยเลี้ยงทุกเดือนราวกับคุณหนูในตระกูลใหญ่ แต่แท้จริงแล้วพวกเธอคือ “สินค้า” ที่ถูกพ่อเลี้ยงตะวันเลี้ยงไว้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
บางคนเป็นลูกชาวไร่ชาวสวนที่ยากจนเกินจะเลี้ยงดูไหว จึงถูกฝากให้พ่อเลี้ยงตะวันอุปการะ
บางคนเกิดจากครอบครัวที่แบกรับหนี้สินมหาศาล จนพ่อแม่ต้องยอมเอาลูกสาวมาขัดดอก
และบางคนก็ถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่ เพราะเชื่อว่าชีวิตใน “ตึกแดง” แห่งนี้ จะดีกว่าการอดตายอยู่ข้างนอกอย่างแน่นอน
ตึกห้าชั้นสีแดงเลือดหมูหลังใหญ่กลางไร่กุหลาบแห่งนี้ จึงเป็นสถานที่ที่หญิงสาวหลายสิบคนถูกเลี้ยงดูรวมกัน
ภายใต้คำว่า “อุปการะ” กลับมีการคัดเลือกที่โหดร้ายซ่อนอยู่
เด็กสาวทุกคนจะถูกประเมินจากรูปร่าง หน้าตา สีผิว กิริยามารยาท ไปจนถึงแววตาและโครงหน้า
คนไหนหน้าตาดี ผิวพรรณสวย หรือมีแววเติบโตเป็นหญิงงาม จะถูกจัดให้อยู่ใน “เกรดสูง” ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ถูกส่งเรียนโรงเรียนดี ๆ ฝึกมารยาท ภาษา การเข้าสังคม และทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการก้าวเข้าไปอยู่ในวงการชนชั้นสูง
เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเธอจะถูกส่งต่อให้เหล่านักธุรกิจ นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพล ในฐานะของกำนัลบนโต๊ะเจรจามูลค่าหลายพันล้าน ทว่าหญิงสาวแทบทุกคนกลับเต็มใจ และเฝ้ารอวันที่จะได้พาตัวเองขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของชีวิต
บางคนโชคดี ได้รับความเอ็นดูจนก้าวขึ้นไปเป็นคุณนาย ใช้ชีวิตสุขสบายเหนือคนทั่วไป ขณะที่บางคนเป็นได้เพียงของเล่นชั่วคราวของผู้ชายทรงอำนาจ
ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าปลายทางของตัวเองจะจบลงเช่นไร เพราะทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับว่า...เจ้าของคนใหม่ของพวกเธอเป็นคนแบบไหนเท่านั้นเอง
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อเลี้ยงตะวันให้ความสำคัญกับพรหมจรรย์ของเด็กเลี้ยงทุกคนยิ่งกว่าสิ่งใด
และใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎข้อนี้ จะถูกลงโทษอย่างสาสม หากแต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าโทษนั้นคืออะไรกันแน่
เพราะเด็กเลี้ยงทุกคนที่เคยทำผิด ต่างหายตัวไปจากที่แห่งนี้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน ไม่มีใครได้พบพวกเธออีกเลยแม้แต่คนเดียว
“อาครับ…ผมจะแต่งงานกับวารี”
“หุบปาก แล้วใส่เสื้อซะ”
“ผมรักวารี อาได้ยินไหม?”
“กูบอกให้มึง! ...หุบ...ปาก! แล้วเดินมานี่”
เสียงตวาดดังลั่นไปทั่วห้อง ดวงตาคมกริบของพ่อเลี้ยงตะวันเต็มไปด้วยอำนาจกดดันชวนหวาดผวา
ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังยืนกรานจะปกป้องคนรักของตัวเอง เขาไม่ยอมถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว กลับยืนประจันหน้ากับผู้เป็นอาที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กอย่างไม่เกรงกลัว
“ไม่ครับ อานั่นแหละถอยไป”
สิ้นคำ การ์ดชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาล็อกแขนเขาไว้ทันที เพียงเพราะสายตาเย็นเยียบจากพ่อเลี้ยงตะวันที่ส่งมาเป็นคำสั่ง
“ขอโทษครับคุณศิลา”
พวกเขาเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนจะออกแรงลากตัวชายหนุ่มให้ห่างจากหญิงสาว
“พวกมึงกล้าแตะตัวกูเหรอ!”
ชายหนุ่มตวาดลั่น ขณะพยายามสะบัดตัวออกจากพันธนาการของเหล่าบอดี้การ์ด
ลูกน้องชุดดำหลายคนชะงักไปชั่วขณะ สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเลและเกรงใจ เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือหลานชายคนเดียวของพ่อเลี้ยงตะวัน คนที่ใคร ๆ ในไร่ต่างให้ความเคารพ
แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่ดี เมื่อคำสั่งนั้นออกมาจากนายใหญ่ อย่างพ่อเลี้ยงตะวัน
เพีียะ!
ฝ่ามือใหญ่ของพ่อเลี้ยงตะวันฟาดลงบนใบหน้าหญิงสาวอย่างแรง จนร่างบางเซล้มกระแทกพื้นทันที
“นังแพศยา! คิดจะจับหลานกูเหรอ”
“อาาาาา!”
ชายหนุ่มตะโกนลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความเดือดดาลเมื่อเห็นหญิงคนรักถูกทำร้าย
แต่ต่อให้ดิ้นแรงแค่ไหน เขาก็ไม่อาจหลุดจากแรงจับของลูกน้องทั้งสองได้เลย
“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้อง!” พ่อเลี้ยงตะวันออกคำสั่งเสียงเหี้ยม “ถ้าใครปล่อยมันหลุดออกมา…กูเอาถึงตาย!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ชายชุดดำอีกหลายคนก็กรูเข้ามาช่วยกันจับร่างหนาเอาไว้แน่น ก่อนพร้อมใจกันลากเขาออกไปจากห้อง
“ปล่อยกูไอ้พวกเหี้ย!”
เขาตะโกนเสียงแตก ดวงตาแดงฉานไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง
ไม่มีอะไรเลย…ที่เขาจะช่วยเธอได้ในตอนนี้
ก่อนประตูห้องเก็บของจะปิดลง ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น ใบหน้าเปื้อนน้ำตา มองตามเขาด้วยแววตาหวาดกลัวสุดชีวิต
“หิน! ช่วยวารีด้วย ฮือออ…หิน!”
“ไม่นะวารี... อาครับ! จะทำอะไร ปล่อยเธอนะ! อาาา!!”
กลางสะพานไม้ทอดยาวสู่ทุ่งกุหลาบแดงในยามค่ำคืน ศิลา เดินมาหยุดยังที่ประจำของตัวเอง สถานที่ที่เขามักจะมานั่งเงียบๆ ทุกครั้งที่รู้สึกอึดอัดหรือมีเรื่องให้คิดมากกลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบที่ลอยมากับสายลมเย็น ช่วยปลอบประโลมหัวใจได้เสมอ ความสงบนิ่งของที่นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้หลบหนีจากความวุ่นวายภายนอกแต่ทันทีที่เดินมาถึง ชายร่างสูงกลับชะงักฝีเท้าบนม้านั่งกลางสะพาน มีร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วภาพตรงหน้าทำให้ศิลาแปลกใจไม่น้อย เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาเหยียบที่นี่ เพียงแค่รู้ว่ามันเป็นสถานที่ส่วนตัวของเขาดวงตาคมเข้มมองแผ่นหลังเล็กที่นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางทะเลกุหลาบสีแดง ตรงนี้ไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สีซีดที่สาดลงมา ทว่าท่ามกลางความเงียบ เสียงสูดน้ำมูกเบาๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะ กลับทำให้ศิลารู้ได้ทันทีว่า หญิงสาวคนนั้นกำลังร้องไห้เขาจึงคิดจะหันหลังเดินกลับ แต่การก้าวพลาดไปเหยียบแผ่นไม้เก่าที่ผุกร่อนจนเกิดเสียงดังเบาๆ ทำให้หญิงสาวรู้ตัวทันทีว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังน้ำตาล สะดุ้งเฮือก รีบยกมือปาดน้ำตาลวกๆ ก่อนลุกขึ้นยืนตัวตรง“ขอโทษค่ะ ฉันจะรีบกลับห้องเด
ภายในห้องกว้างมี่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แอร์เย็นฉ่ำจนต่างจากโลกภายนอกลิบลับหลังจากถูกพาตัวเข้ามา น้ำตาลก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงอยู่ในห้องก่อนแล้วหลายคน หากกวาดตามองคร่าวๆ ก็น่าจะราวสิบคนได้ ทุกคนอายุใกล้เคียงกันแต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือ ไม่มีใครดูหวาดกลัวหรือไม่เต็มใจเลยสักคนตรงกันข้าม แต่ละคนนั่งแต่งหน้า ทำผม เช็กตัวเองในกระจกกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ราวกับกำลังเตรียมตัวขึ้นเวทีประกวดอะไรสักอย่าง“เธอก็มาเหมือนกันเหรอ?”เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้น้ำตาลรีบหันไปมอง“ส้ม?”หญิงสาวขมวดคิ้วทันทีส้ม คือเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่รู้ว่าไปโกรธเธอมาจากชาติปางไหน ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวิชาการหรือกิจกรรมอะไร อีกฝ่ายมักหาเรื่องขัดแข้งขัดขาเธออยู่เสมอส้มยกยิ้มมุมปาก“เชอะ ก็ดีเหมือนกัน ฉันอยากรู้มานานแล้วว่าระหว่างเธอกับฉัน ใครสวยกว่ากัน”น้ำตาลยิ่งงงหนักกว่าเดิม“พูดอะไรของเธอเนี่ยส้ม? หรือว่าเธอก็ถูกลักพาตัวมาเหมือนกัน?”“เป็นบ้าอะไร โรคประสาทกำเริบเหรอ?”ส้มหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่าฮ่าฮ่า!”เสียงหัวเราะของเธอทำให้เด็กผู้หญิงคนอื่นในห้องพากันหัวเราะตามไปด้วยน้ำตาลอ
(พ.ศ. 2569)ในห้องแถวเช่าเล็กๆ กลางตรอกแคบของชุมชนแออัดทางเหนือสุดของประเทศไทย หญิงสาวในชุดนักศึกษาค่อยๆ วางถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ที่เพิ่งตักจากหม้อลงบนโต๊ะญี่ปุ่นหน้าโทรทัศน์เก่า ก่อนตะโกนเรียกคนที่ยังนอนอยู่ในห้อง“น้ากิ่ง! ฉันไปก่อนนะ สายแล้ว วันนี้กินข้าวต้มเกลือไปก่อน เย็นนี้เดี๋ยวฉันซื้อหมูมาให้”พูดจบก็รีบหยิบนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่หลังตู้เย็นขึ้นมาสวมลวกๆ ก่อนคว้าแฟ้มงานกับกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่“น้ากิ่งงงง ได้ยินไหมเนี่ย ตื่นรึยัง”แต่พอแง้มประตูห้องนอนชะโงกหน้าเข้าไปดู หญิงสาวก็ได้แต่ถอนหายใจ เมื่ออีกฝ่ายยังหลับสนิทอยู่บนฟูกเก่าๆเธอเดินเข้าไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้น้าสาวตามเดิม ก่อนจะหันหลังเตรียมออกจากห้อง ทว่าคนบนที่นอนกลับลืมตาขึ้นมาถามเสียงงัวเงีย“เงิน กยศ. เข้ายังวะ”“เข้าแล้วเมื่อคืน...เย็นนี้เดี๋ยวฉันซื้อ-”คำพูดชะงักไปทันที เมื่อคนผมฟูบนที่นอนแบมือขอเงินตรงหน้า จนสาวในชุดนักศึกษาต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง“เดี๋ยวโอนให้ ฉันไปเรียนแล้ว!”ร่างบางรีบเดินออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันพ้นหน้าประตู เสียงตะโกนก็ดังไล่หลังมา“โอนมาให้หมดนะโว้ยอีตาล! อย่าหมกเม็ด ไม่งั้นมึงไปหาที่ซุกหัวน
(พ.ศ 2555)“ล็อกประตูรึยัง?”เสียงทุ้มเอ่ยถามแหบพร่าพร้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองอย่างลวก ๆ ขณะที่หญิงสาวผมยาวตรงหน้ากำลังเร่งปลดหัวเข็มขัดให้เขาด้วยท่าทีร้อนรนไม่แพ้กัน“อืม…ล็อกแล้ว อ๊ะ!”ยังไม่ทันตั้งตัวดี ร่างสูงก็โถมเข้าประกบริมฝีปากเธอทันที จูบร้อนแรงบดเบียดจนลมหายใจของหญิงสาวสะดุดหายไปในลำคอภายในห้องเก็บดินปลูกและปุ๋ยกากมะพร้าวที่มีกระสอบนับร้อยวางเรียงราย กลิ่นอับชื้นกับเศษฝุ่นที่ลอยฟุ้งแทบไม่มีผลต่อคู่หนุ่มสาวที่กำลังคลอเคลียกันอย่างเร่าร้อนเลยแม้แต่น้อย“หะ…หิน อ๊า…วารีไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวครางเสียงสั่น เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มไล่ดูดเม้มสร้างความวาบหวามไปทั่วสองเต้าอวบ เธอแอ่นกาย แหงนหน้ารับสัมผัสนั้น ก่อนจะดันอกกว้างของเขาให้เอนลงกับพื้น แล้วขยับขึ้นคร่อมด้วยสายตาร้อนฉ่า“เดี๋ยวก่อนวารี…หินลืมหยิบถุงยางมา”แม้เขาจะร้องทัก แต่กลับไม่อาจหยุดการกระทำต่อจากนี้ได้ ทันทีที่หญิงสาวกดตัวนั่งลง เสียงครางต่ำก็หลุดออกจากริมฝีปากหยักไม่ขาดสาย ทุกจังหวะที่เธอขยับขึ้นลงทำเอาสติของชายหนุ่มแทบกระเจิง“ซี๊ดดดดด วารี เบาหน่อย หินจะแตกแล้ว”“อื้อ…งั้นก็แตกสิ แตกใส่เราเลย”เสียงหวานกระซิบยั







