LOGIN"ที่รักคุณหลับหรือยัง ผมรักคุณนะ รักคุณคนเดียว" มาร์ตินกระซิบลงไปที่ข้างใบหูของมารียา เขาพูดไปตามบทที่ท่องมา ในขณะที่หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น โดยมาร์ตินได้โน้มใบหน้าเข้าใกล้แล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าของมารียา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่งาม ซึ่งใจของมาร์ตินอยากจะได้มารียามาเป็นแฟนของเขาจริงๆ เพราะเขาชอบที่เธอนั้นไม่เคยมีข่าวเสียหายเรื่องผู้ชายในวงการ เนื่องจากมารียาครองตัวเป็นโสดมาตลอด
"คุณผิดสัญญา คุณนอกใจฉัน!" สิ้นเสียงพูดของมารียา ริมฝีปากหนาได้ทาบลงไปที่เรียวปากบาง ก่อนจะบดขยี้จูบเธออย่างไม่ปรานี มารียารู้ดีเวลานี้มาร์ตินกำลังเล่นนอกบท เมื่อเขากำลังพยายามจะสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอ
"ฮื้อ! อื้อ!" เสียงดังอู้อี้ขัดขืนอยู่ในลำคอมารียาดังเล็ดลอดออกมา พร้อมกับมือเรียวพยายามจับไปที่ต้นแขนของมาร์ติน เพื่อผลักเขาออก
เพียะ!! ฝ่ามือของมารียาตบลงไปที่ใบหน้าของดาราหนุ่มอย่างแรง
"คัท! ชอตนี้ทั้งสองคนทำออกมาได้ดีมาก เลิกกองได้ครับวันนี้" เสียงผู้กำกับดังขึ้น ในขณะที่ทุกคนยิ้มออกมา เมื่อทั้งสองเล่นได้สมบทบาท
"น้องมารียาตบได้สมจริงมากค่ะ" ช่างแต่งหน้าเดินเข้ามาซับเหงื่อให้กับดาราสาวพร้อมกับคำชม
"ผมขอคุยอะไรด้วยสักครู่ได้ไหมครับคุณมารียา" มาร์ตินเอามือลูบลงไปที่ใบหน้าคม ที่มันยังคงชาอยู่จากแรงตบของมารียา
"คุณมีธุระอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ คุยตรงนี้เลยก็ได้" มารียายังคงไม่ชอบมาร์ติน ไม่ว่าดาราหนุ่มจะพยายามตีสนิทเธอมากแค่ไหนก็ตามที หญิงสาวก็พยายามอยู่ห่างๆ เขาไว้ ซึ่งเธอไม่เคยคิดที่จะตีสนิทด้วย
"ผมอยากชวนคุณไปทานมื้อเย็น หวังว่าคุณคงไม่ปฏิเสธนะครับ อย่างน้อย ก็เพื่อมิตรภาพความเป็นเพื่อนของเรา ผมชวนคุณตั้งแต่เปิดกล้องยันจะปิดกล้องแล้ว ไปทานกับผมสักมื้อนะครับคุณมารียา" มารียาถอนหายใจออกมาอย่างแรง เพราะเธอนั้นได้ปฏิเสธเขาไปหลายครั้งแล้ว "ก็ได้ค่ะ แค่มื้อเดียวนะคะ หวังว่าคุณคงไม่ตามตอแยฉันอีก" มารียาพูดออกไป เพื่อปัดความรำคาญ เมื่อเธอนั้นต้องการให้เขานั้นหยุดตามตื้อสักที
"คุณมารียาน่ารักจัง นี่ก็เย็นมากแล้วเราขับรถออกไปพร้อมกันเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะนำหน้าไปก่อน หรือจะไปคันเดียวกันกับผมก็ได้" มาร์ตินพูดออกมาพร้อมกับแววตาที่หวานหยาดเยิ้ม เมื่อเขากำลังคิดว่ามารียาคงจะใจอ่อนยอมเขาง่ายๆ ถ้าหากจะใช้เงินตราเนรมิตทุกอย่างให้เธอประทับใจ ในดินเนอร์ของค่ำคืนนี้
"คุณขับไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะขับตามไป" มารียาพูดจบก็เดินตรงไปที่ห้องแต่งตัว เพื่อเปลี่ยนชุดใหม่ ก่อนจะกลับออกมาแล้วรีบเดินตรงไปที่รถ แล้วขับตามมาร์ตินที่ติดเครื่องจอดรออยู่แล้ว โดยที่เธอไม่รู้ว่าการยอมตกลงรับปากไปกับมาร์ตินในครั้งนี้ อาจจะนำพาให้เธอนั้นได้เป็นข่าวใหญ่ในวันรุ่งขึ้นก็เป็นได้
มารียาขับรถตามมาร์ตินไปเรื่อยๆ โดยมีเชอรี่ผู้จัดการส่วนตัวนั่งมาด้วย แน่นอนเธอไม่มีทางไปรับประทานมื้อเย็นกับเขาสองต่อสอง และคิดว่าการไปคราวนี้คงจะไม่เป็นประเด็นอะไร เพราะแค่ไปทานข้าวธรรมดา
"ไหนบอกไม่ชอบไง ทำไมหล่อนถึงได้ตกปากรับคำมาทานข้าวกับมาร์ตินได้" เชอรี่ถามออกมาด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าแม่ดาราสาวจอมเย็นชา จะยอมมาทานข้าวกับดาราหนุ่ม ที่เธอนั้นบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา
"มะลิแค่อยากจะมาทานให้มันจบสิ้นเรื่องสิ้นราว เขาจะได้เลิกตามตอแยสักที" มารียาพูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจอย่างแรง ขณะที่ภายในใจของเธอนั้นกำลังนึกถึงใครบางคน ที่หายไปจากชีวิตของเธอเกือบเดือนแล้ว
"ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น" เชอรี่พูดออกมาอย่างรู้ทันในเกมของมาร์ติน ที่เขาได้วางหมากเอาไว้ เพราะจ้าพ่อคาสโนวาของวงการ คงไม่ปล่อยมารียาไปง่ายๆ แน่
"พี่เชอรี่กำลังพูดให้มะลิกลัวอยู่นะคะ ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันดีไหม" ดาราสาวถามออกมา ขณะที่รถแล่นอยู่จอดรถที่ที่ลาดจอดรถของภัตตาคารหรูเรียบร้อยแล้ว
"ยังไงก็ได้มาแล้ว หล่อนจะมาเปลี่ยนใจทำไมตอนนี้" เชอรี่พูดพร้อมกับเปิดประตูก้าวลงไปจับรถ
"อะไรดลใจให้ฉันมาทานข้าวกับมาร์ตินเนี่ย! เพราะคุณคนเดียวเลย คุณกวิน! ทำให้ฉันต้องหลวมตัวมาทานข้าวกับพระเอกหน้าม่อนั่น" มารียาบ่นพึมพำอยู่คนเดียวในรถก่อนจะก้าวเท้าลงมา เพราะเธอเชื่อว่าหากเป็นข่าวกับมาร์ติน จะทำให้กวินอยากมาหาเธอ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาอาจจะไม่ต้องการจะสานสัมพันธ์กับเธอต่อด้วยซ้ำ ชายหนุ่มถึงได้หายหน้าหายตาไปแบบนี้ โดยที่ไม่บอกกล่าวเธอเลยสักคำ
ดาราสาวและผู้จัดการส่วนตัวเดินเข้าไปในภัตตาคารหรู โซนวีไอพี ซึ่งมีพนักงานนำพาเธอกับเชอรี่เข้าไปด้านใน พอไปถึงเท่านั้นแหละมารียาถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าห้องอาหารจะถูกจัดแต่งสวยหรูดูโรแมนติก ท่ามกลางดอกไม้นานาชนิด และแสงเทียนที่ระยิบระยับไปทั่วห้อง
"เชิญครับคุณมารียา ผมจองห้องนี้ไว้สำหรับคุณ ส่วนคุณเชอรี่ เชิญนั่งที่โต๊ะนู้นเลยครับ" มาร์ตินพูดพร้อมกับให้ผู้ติดตามของเขา นำพาเชอรี่เป็นนั่งอีกโต๊ะ มารียาเองเริ่มหวาดกลัวขึ้นมากับบรรยากาศที่แสนจะดื่มด่ำ เหมือนกำลังออกเดทกับคู่รักก็ไม่ปาน บริบทรอบๆ ของโซนนี้ถูกคงจะขึ้นสำหรับคู่รักที่อยากจัดเซอร์ไพรส์เท่านั้น ซึ่งทางเจ้าของภัตตาคารได้จัดเรทราคาเอาไว้ ตามแต่ลูกค้าจะสะดวกควักกระเป๋า แน่นอนสำหรับมาร์ตินแล้ว แค่นี้ไม่ใช่ปัญหาในชีวิตของเขาแม้แต่น้อย
"มะลิวันนี้หนูไปฉลองวันครบรอบกับกวินเถอะ ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่จะช่วยกันดูแลมาวินเอง" มารดาของสามีเอ่ยขึ้น เมื่อมารียาได้นั่งลงที่โซฟาข้างๆ กับนาง ขณะที่ฟังดนตรี ซึ่งชายสูงวัยกำลังบรรเลงอย่างเมามัน โดยมีเด็กชายนั่งตักฟังด้วยความสนใจ "แต่มะลิว่า เราฉลองกับที่บ้านก็ได้ค่ะคุณแม่" มารียายังคงพูดออกมาด้วยความรู้สึกจากใจ แม้จะเป็นวันครบรอบ แต่เธอก็อยากอยู่กับครอบครัวมากกว่า "ปีละครั้งที่จะได้อยู่กันตามลำพัง ไปอาบน้ำเตรียมตัวรอกวินเถอะ""ขอบคุณนะคะคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นมะลิขอตัวไปอาบน้ำก่อน" พูดจบมารียาก็เดินขึ้นไปบนห้อง เพราะใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว หญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ มารียาได้แต่งหน้าทำผมเอง วันนี้เธอค่อนข้างจะสวยแปลกตาเป็นพิเศษ เพราะเมื่ออยู่ที่บ้านนานๆ ครั้งถึงจะแต่งหน้าสักที ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ชายร่างสูงใหญ่ พร้อมกับดอกไม้ช่อโตในมือ "สุขสันต์วันครบรอบนะครับ คุณภรรยาที่รักของผม" กวินยื
"อืม....อ๊า บี๋แน่นจัง" เสียงที่แหบพร่าของสามีหนุ่มดังออกมา เมื่อเขาสอดมังกรยักษ์เข้าไปสำรวจในถ้ำของเธอ ความคับแคบยังมีไม่เปลี่ยนยิ่งกระตุ้นให้กวินอยากจะดันเข้าไปให้มิดลำ แต่เขาคงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ เวลานี้คงต้องผ่อนแรงลงก่อน "อ๊า...ที่รักเร็วค่ะ มะลิตัวจะลอยแล้ว" คำพูดของมารียา ทำให้กวินเร่งจังหวะเร็วขึ้น แต่ทว่าไม่หนักหน่วงมากนัก สักพักน้ำรักที่แสนจะสุขสมได้หลั่งออกมาจากปากถ้ำของมารียา ในขณะที่ช่องแคบตอดรัดมังกรยักษ์ตุบๆ ทำให้สามีหนุ่มขย่มเข้าออกอย่างเร้าอารมณ์ "โอ้ววว! อ๊า... บี๋ ทำไมร่องคุณตอดรัดดีจัง" กวินคำรามในลำคอสุดที่จะต้านทานความคับแคบนั้นได้ ก่อนที่มังกรจะพ่นน้ำลาวาขาวขุ่นออกมา จนทำให้ชายหนุ่มเกร็งไปทั้งตัว ไม่ว่ากี่ครั้งกี่คราภรรยาสาวก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง ความสุขที่ได้รับความสาวที่มารียามอบให้ มันยังคงตราตรึงใจเขาไปตราบนานเท่านั้น "พ่อรักหนูนะ จุ๊บ!" เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ชายหนุ่มได้ก้มลงไปที่หน้าท้องของภรรยา ก่อนจะจุมพิตแล้วพูดออกมาแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อเขานั้นได้ทำการเข้าไปเยี่ยมลู
"ขอบคุณมากนะคะยาย เอาไว้วันพักผ่อนของครอบครัว พวกเราจะแวะมาที่นี่นะคะยาย ขอบคุณมากค่ะ สำหรับของฝากกลับแล้วนะคะ" เมื่อพูดจบบิดามารดาของกวินก็ได้กราบลายาย โดยมีลูกชายแบกกระสอบผลไม้ไปส่งที่รถ ทำให้มารียาอดที่จะอมยิ้มให้กับท่าทีของมาดของท่านรองประธาน เวลาแบกกระสอบแบบนี้ไม่ได้ในตอนเย็นของวันแต่งงาน เมื่องานพิธีการเสร็จสิ้นลงไป แม้จะเป็นงานที่เรียบง่าย แต่ก็ทำให้คนทั้งตำบลได้เรื่องลือไกล วันนี้จะเป็นอีกวันที่ทั้งสองจะจดจำไปชั่วชีวิต เพราะคำว่าสามีภรรยาได้ผ่านพิธีการที่ถูกต้องตามประเพณีและตามกฎหมาย โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น "อาบน้ำเสร็จทำไมมายืนตากลม ห่มผ้าเอาไว้เดี๋ยวไม่สบายอากาศยิ่งเย็นๆ อยู่" เมื่อกวินออกมาจากห้องน้ำไม่พบภรรยา เขาจึงกวาดสายตามองหาเธอ จนพบหญิงสาวร่างอรชรยืนอยู่ที่ระเบียง ชายหนุ่มจึงหยิบผ้ามาคลุมไหล่ให้กับเธอ ขณะที่ตัวเองนั้นมีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเอาไว้ จากนั้นชายหนุ่มได้สวมกอดภรรยาจากทางด้านหลังมาแนบกับอกกว้างเอาไว้ ด้วยความรักและหลงใหลในตัวเธอ กวินคิดว่าชาตินี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้ นอกจากมารียาภรรยาของเขาอย่างแน่นอน
"นั่นตั้วล่ะว่าแล้ว ยายจ่อยลงแม่นบ้อ เดี๋ยวมะลิสิอยู่กับยายเป็นเดือนเลย จังสิหลบไป สิขุนยายให้อ้วน มักแนวได๋มะลิกะสิหาสิเฮ็ดมาสู่กิน ดีบ่อยาย" (นั่นไงว่าแล้ว ยายผอมลงใช่ไหมเนี่ย เดี๋ยวมะลิอยู่กับยายเป็นเดือนเลย จึงจะกลับจะขุนยายให้อ้วน ยายชอบอะไรจะหามาทำให้ทาน ดีไหมยาย) มารียาพูดพร้อมกับฉีกยิ้มออกมา ในขณะที่ยายนั้นมองไปที่สิงห์อย่างเคืองๆ ที่มากล่าวหาคนแก่ว่ากินข้าวน้อย "ฮ่วย! หลานอยู่นำโดนๆ กะดีละน้อ ยายกินข้าวหลายแต่บ่ออ้วน ผู้เฒ่ากินเบิ้ดจานกะหลายแล้วเด้ ไผสิกินเทือละสองสามจานคือบักสิงห์ได่น้อ" (ยายกินข้าวเยอะแต่ไม่อ้วน คนแก่กินหมดจานก็เยอะอยู่นะ ใครจะไปกินทีละสองสามจานเหมือนไอ้สิงห์ได้ล่ะ) พอยายพูดจบทุกคนได้หัวเราะออกมาพร้อมกัน นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าครอบครัวสุขสันต์ แม้เธอนั้นจะขาดบิดามารดาไป แต่ผู้เป็นยายก็ได้เติมเต็ม จนทำให้มารียานั้นไม่รู้สึกขาดหาย ความรักที่ยายมีให้ เพียงพอที่จะชดเชยอกอุ่นๆ ของบิดามารดาได้มากเลยทีเดียว เมื่อรับประทานมื้อเย็นเสร็จ กวินและมารียาทั้งสองสามีภรรยาได้ช่วยกันเก็บกวาด
"ยายบ่อเคียดให้มะลิติ" (ยายไม่โกรธมะลิเหรอ) มารียาเอ่ยถามผู้เป็นยายออกไปด้วยความสงสัย เพราะดูเหมือนว่ายายจะไม่ตื่นเต้นกับคำบอกเล่าของเธอเลยสักนิด "สิเคียดให้เฮ็ดหยัง เพิ่นโทรมาเว้าสู่ยายฟังเบิ้ดแล้ว ยายไปอาบน้ำก่อนเด้อ ค่อยเว้ากัน" (จะโกรธให้ทำไม เขาโทรมาเล่าให้ยายฟังหมดแล้ว ยายไปอาบน้ำก่อนนะแล้วค่อยคุยกัน) พอพูดจบยายก็ลุกไปอาบน้ำ จากนั้นมารียาได้ทำหน้าตาบึ้งตึง แสดงอาการงอนๆ ออกมาทางใบหน้า ก่อนจะออกไปหากวินที่เดินชมวิวทิวทัศน์รออยู่ด้านนอก"คุณกวิน! .." มารียาเรียกสามีหนุ่มออกมาด้วยน้ำเสียงที่ห้วนๆ เหมือนกับว่าเธอนั้นกำลังโกรธเขาอยู่ เมื่อชายหนุ่มนั้นแอบโทรหายาย "ผมชอบบรรยากาศที่บ้านคุณจังเลยบี๋ ช่วงใกล้มืดแบบนี้ เสียงหิ่งห้อยเรไรดังแข่งกัน ราวกับพวกมันกำลังเล่นดนตรี ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะ ซึ่งผมไม่ได้สัมผัสแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่พ่อกับแม่พาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศ หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำแต่งาน จนพวกเราแทบจะไม่ได้ออกจากเมืองศิวิไลซ์นั่นอีกเลย" คำพูดที่เหมือนจะระบายออกมายาวเป็นหางว่าวนั
"ว้าว! เป็นภาพที่สวยงามมาก หวานจนมดขึ้นแล้วค่ะ" นักข่าวพูดแซวขึ้น จดมารียาหน้าร้อนจนแดงผ่าว เมื่อเธอนั้นตั้งรับไม่ทัน เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่ากวินจะกล้าจูบเธอโชว์ทุกคนแบบนี้ "สำหรับการแถลงข่าววันนี้ มะลิขอบคุณมากนะคะ ต้องขออนุญาตขอตัวไปพักก่อนนะคะ" "เดี๋ยวก่อนครับบี๋" ขณะที่มารียากำลังจะลุกขึ้น กวินรีบคว้ามือของภรรยามากุมเอาไว้ เมื่อเขานั้นยังมีอีกเรื่องที่ต้องการชี้แจงกับนักข่าว "มีอะไรอีกเหรอค่ะ" มารียาถามออกมาด้วยความสงสัย กวินทำเพียงแค่กระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกระดาษเป็นปึกออกมาจากซองสีน้ำตาล "นี่คือหลักฐานของบุคคลที่ทำให้ภรรยาของผมเสียชื่อเสียง คนที่ปล่อยข่าวฉาวคือเนเน่ ซึ่งผมไม่สามารถยอมได้ เพราะหลายภาพถูกตัดต่อด้วยฝีมือของเธอ" กวินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ในขณะที่นักข่าวได้แจกเอกสาร พร้อมกับหลักฐานที่มัดตัวเนเน่ว่าเป็นคนทำข่าวนี้ขึ้นมา ทำให้ได้ดูอย่างทั่วถึงกันทุกคน "แย่จังเลยนะคะ พวกเราต้องขอโทษคุณมารียาด้วย แล้วเรื่องคุณเนเน่จะเอายังไงคะ"







