Mag-log inรูปหล่อ สายเปย์ โอนไว ใจถึง แต่อาภัพรัก! "เป็นเมียเฮียจะเอาเท่าไหร่?" "ห้ะ!! ขอกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ อาเหี้ย" "อาเฮียจ้ะอีหนู ไม่ใช่อาเหี้ย..." "โทษที พอดีหนูขึ้นเสียงสูงไปหน่อย ว่าแต่ขอกันแบบนี้ก็ได้เรอะ" "อืม ขี้เกียจไปหาแล้วอะ จะมีเมียสักคนแม่งช่างยากเย็น" "ถ้าจ้างไปเล่นละครตบตาว่าเป็นเมียหนูโอเค แต่ถ้าจะให้เป็นเมียจริงๆ ไม่ไหวอะ เหี้ยดีเกินไป" "เอ่อ เฮียว้อย!! ไม่ใช่เหี้ย ถ้าเรียกแบบนั้นอีกทีจับจูบปากนะ" "แฮ่ ขอโทษค่า อาเฮีย" "จะเอาค่าจ้างเท่าไหร่ล่ะ?" "ห้าล้านบาทขาดตัว" "หะ...หา ห้าล้านบาท!! นี่มันกีทองคำเรอะ" "โห แร๊งงง! ไหนว่ารวย?" "เออรวยน่ะใช่ แต่อยากรู้ว่าจ่ายค่าจ้างห้าล้านบาทนี่ คือทำอะไรได้บ้างในระหว่างที่แกล้งมาเป็นเมีย" "นอนจับมือ มากสุดได้แค่นี้" "..."
view moreChapter 01
พาร์ทสี่ คฤหาสน์หรูเสี่ยสาม ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ มีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังพร่ำบ่นลูกชายตัวดีของเขาอย่างหัวเสีย “อาสี่อ่า ลื้อโตแล้วนา อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ ทำไมต้องให้ป๊ามาคอยบ่นลื้อตลอดเลยวะ ลื้อก็อีกคนนะ ชอบตามใจลูกชายจนเคยตัว” “เอาน่าเฮีย...ลูกโตแล้วนะ เฮียบ่นไปก็เท่านั้นแหละน่า” “ใช่ป๊า ที่ม้าพูดก็ถูก หนูโตแล้ว ป๊าบ่นไปก็เท่านั้นแหละ”ผมนั่งหน้านิ่งบนโซฟา เอาเท้าขึ้นไขว่ห้างแล้วเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ป๊าน่ะมักจะบ่นแบบนี้มาตั้งแต่ผมอายุเข้ายี่สิบต้นๆ จนตอนนี้จะเข้าสามสิบแล้วก็ยังไม่เลิกบ่น ก็เรื่องเดิมๆ แหละครับ แต่วันนี้มีเพิ่มมาคือเรื่อง 'เมื่อไหร่ผมจะมีเมียสักที' เพราะป๊าอ้างว่าอยากจะอุ้มหลานเต็มทน แต่เมียมันจะหากันได้ง่ายๆ เสียที่ไหนกันเล่า ผมหล่อ ผมรวย สายเปย์โอนไว แต่โดนเททิ้งเหมือนเศษอาหารประจำ!! ทำไมน่ะเหรอ หึ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ToT “ก็เพราะโตแล้วไงถึงต้องมีเมียได้แล้ว ลื้อจะรออะไรวะ รอให้ป๊าแก่ตายก่อนหรือยังไงกัน” ป๊าพูดเสียงดังพลางมองมาที่ผมอย่างไม่เข้าใจ “เมียมันหากันได้ง่ายๆ ที่ไหนล่ะป๊า ป๊าก็เห็นว่าหนูคบกับใครได้ไม่นาน หนูก็โดนเทตลอด” “ไม่รู้ละ ถ้าลื้อยังไม่รีบหาเมียให้ได้ภายในเดือนนี้ อั๊วจะให้ลื้อไปแต่งงานกับลูกสาวเสี่ยซ่ง” ป๊าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นที่ป๊าพูดออกมา โทรศัพท์ก็แทบจะหลุดจากมือ “หวือ...ไม่เอานะป๊า ถ้าให้แต่งกับยัยหมูดาวนั่น หนูขอขึ้นคานดีกว่า ฮึ่ย!” ผมรีบค้านขึ้นทันที แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้วครับ ยัยหมูดาวนั่นตัวอย่างกับช้างน้ำแถมยังเป็นผู้หญิงที่ซกมกอีกต่างหาก ถ้าจะให้แต่งงานกับยัยนั่น ผมแต่งกับอีด่างหมาข้างถนนยังดีเสียกว่า “หนูยอมขึ้นคานดีกว่า” เฮียสี่ก็ว่าไปนั่น ^^ “ให้เวลาลูกมันหน่อยนะเฮีย สมัยนี้ผู้หญิงดีๆ มันไม่ได้หากันง่ายๆ จะคบใครก็ต้องดูให้ดีเสียก่อนสิ” ม้าพยายามช่วยพูดเกลี้ยกล่อมกับป๊าให้ผม “ใช่ครับ ที่ม้าพูดก็ถูกนะป๊า...ขอเวลาให้หนูหน่อยสิ” “นี่เงียบไปทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะ! ไม่รู้แหละ ให้เวลาแกแค่หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนเท่านั้น! จะต้องมีเมียมาไหว้ป๊ากับม้าแกให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปแต่งกับหนูหมูดาว” “แต่...” “ไม่มีแต่...” พูดจบป๊าก็เดินขึ้นชั้นบนไปในทันที ส่วนม้าได้แต่ตบบ่าปลอบผมเบาๆ แล้วเดินตามป๊าขึ้นไปเช่นกัน “อืม...ชีวิตกู หนึ่งเดือนจะต้องหาเมียให้ได้ แล้วจะไปหามาจากไหนวะเมียน่ะ ช้อปออนไลน์ได้มั้ย หรือสั่งเดลิเวอรีให้มาส่งดี ป๊าก็พูดง่ายเนอะ โอ๊ย! ปวดกบาล” . . 21:00น. คลับปลดล็อกสกิลลูกกระเดือกทองคำ (ใครเป็นคนตั้งชื่อคลับวะ แม่ง... ><) “แต่ถ้ามึงรู้แล้ว มึงจะหาอยู่มั้ย...” “ไม่...กูหาไม่ได้ ก็คนมันหาไม่ได้ จะให้ทำยังไง” เอิ่ม....มาหาเค้าก็ได้นะเฮียสี่ขา ^^ “ป๊ามึงก็นะ เดือนนึงจะต้องให้ลูกหาเมียให้ได้ จะไปหาที่ไหนวะนั่น กูละยอมใจ” ไอ้มาร์คพูดพลางส่ายหน้าไปมา ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนสนิทผมเอง เรียนและเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นลูกครึ่งควบครึ่งลูก อะหยอกๆ มันเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกา เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่ผมมี เรื่องนิสัยผมนี่ยกให้มันเลย เรี่ยหู้มาก...แปลว่าดีมากครับ เพื่อนผมเป็นคนดี “แต่ถ้ากูไม่หา กูก็ต้องแต่งงานกับยัยหมูดาวนั่นนะเว้ย กูไม่เอาด้วยหรอก ไอ้มาร์คมึงต้องช่วยกูหาเมีย ด่วน!!!” “เดี๋ยวๆ เรียกชื่อกูใหม่ดิ มันขัดๆ หูยังไงก็ไม่รู้ว่ะ” “ไอ้มาร์ค” “ไม่ๆ พูด มัค...คึ” “มาร์ค...คึ” “โนว โนว เพื่อนมึงดูปากกูนะ มัค...คึ ลิ้นต้องกระดกขึ้นเล็กน้อย ไหนลองพูดใหม่” “นี่คือกูต้องทำตามมึงชะ” “เออ ถ้าไม่เรียก กูก็ไม่ช่วยหานะ” ผมละเหนื่อยใจกับมันจริงๆ เพื่อนคนนี้ แค่เรียกชื่อนี่มันจะอะไรนักหนาวะ เฮอะ! “มัค...คึ อิไต อิคึ อิอิ” เพียะ! ไอ้มาร์คมันตบเข้าที่หัวผมหนึ่งที “ไอ้สัส คำแรกอะเรียกถูกละ แต่คำหลังๆ นี่ จังไรมาเชียว” “ผมกูเสียทรงหมดละ ตบมาได้” ผมพูดพลางเอามือจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่เข้าทางของมัน “เอ้อ...กูรู้จักน้องอยู่คนนึง เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก มึงก็ไปตามจีบเอาเองละกัน” “ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอวะ อยู่ๆ ก็จะให้กูไปตามจีบ” “ไม่รู้ว่ะ กูรู้จักผ่านๆ แหะๆ” “โถ่...ไอ้ฝัด” “แต่หน้าตาใช้ได้เลยนะ” “แล้วคือ...กูเคยเห็นยังวะ” “มึงยังไม่เคยเห็น แต่ถ้าได้เห็นมึงร้องว้าวแน่...” “แบบว่าสวยสุดๆ ไปเลยใช่มะ” “เปล่า แม่งกวนตีนสุดๆ ไปเลย” “.....” “น้องมันชื่อว่า ตะไคร้ เป็นลูกสาวของตาเล้งเจ้าของร้านต้มแซ่บอยู่ตรงหน้าปากซอยบ้านกู” พรืด ~ ผมถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อไอ้มาร์คมันบอกชื่อของเด็กที่มันจะแนะนำให้ผมไปจีบ “คนเชี่ยไรวะชื่อตะไคร้ ฮ่า” “ขำไอ้สัส กูก็ขำ ฮ่าๆ” . . ร้านต้มแซ่บตาเล้ง “นี่พี่อีกแล้วเหรอ พี่มัค...คึ วันนี้หนูเรียกชื่อพี่ถูกแล้วนะ” “ดีมากจ้ะ ว่าแต่ทำไมวันนี้คนน้อยจังอะ” “ก็คนมันไม่เยอะไงพี่ ถามแปลกๆ เนอะ” “มึงเห็นมั้ย ว่าน้องแม่งกวนตีนจริงๆ” ไอ้มาร์คมันกระซิบมาที่ข้างหูผมเบาๆ “หืมพี่มัคคึ...นี่เรียกกระซิบแล้วใช่ปะ ถ้าตะโกนนี่ไม่ดังไปถึงท้ายหมู่บ้านเลยเหรอ...?” “แหะๆ” ไอ้มาร์คถึงกับหน้าเหวอแล้วยื้มเจื่อนๆ ออกมา “แล้วนี่...” ตะไคร้มองมาที่ผมอย่างสงสัย “พี่ชื่อสี่จ้ะ แต่เรียกว่าเฮียสี่จะดีกว่าครับ...คนสวย” ผมตอบกลับพลางคลี่ยิ้มมุมปากกระชากใจให้เธอลูก!! นี่เฮียสี่พูดว่าลูก!! “ใช่...อีกอย่างก็คิดถึงพี่สี่แหละเลยมาหาตามที่อยู่ที่พี่ให้” “อื้ม...แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง แล้วเงินพอใช้มั้ย” เงินพอใช้ไหมอย่างนั้นเหรอ!! ฉันไม่อยากจะมายืนเป็นก้างขวางคอและไม่อยากทนฟังเลยเดินเข้าไปแย่งตัวน้องหนึ่งมาจากเฮียสี่ “ตามสบายนะคะ” พูดจบก็เดินออกมาทันทีแล้วพาลูกๆ เข้าไปนอนในห้อง นี่อย่าบอกนะว่าสามปีที่ผ่านมาเฮียสี่ไม่ได้ไปติดอยู่ในเรือ แต่ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นและมีลูกด้วยกัน ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง...อย่าคิดมากสิตะไคร้เอ๊ย ….. “นี่ก็ผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วทำไมอีเฮียมันยังไม่ขึ้นตามฉันมาอีกนะ ขอแอบลงไปดูหน่อยดีกว่า” ว่าจบฉันก็เดินลงมาข้างล่างคนเดียวปล่อยให้ลูกๆ นอนหลับอยู่ในห้องไปก่อน เดินไปดูในห้องรับแขกก็ไม่มี “ป้าคะ...เฮียสี่ไปไหนเหรอ” ฉันถามป้าแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี “ไม่ได้บอกนะคะ แต่ป้าเห็นไปกับผู้หญิงคนนั้นและก็เด็กค่ะ ออกไปได้สักพักแล้วนะคะ” “ไปได้สักพักแล้วเหรอคะ!” “ใช่ค่ะ...คุณสี่ก็ไม่ได้บอกคุณตะไคร้เหรอคะ” “เปล่าค่ะ ขอบคุณป้ามากๆ นะคะ” ฉันรีบเดินขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าไปในห้องหยิบโทรศัพท์มือถือมาแล้
เราเดินกันไปเรื่อยๆ จนมานั่งพักอยู่ที่โต๊ะไม้ ตะไคร้ให้ผมและลูกๆ นั่งรอ ส่วนเธอเดินไปซื้อน้ำกับกาแฟให้ผม “ป่าป๊า...” น้องหนึ่งเรียกผม “ครับผม...” ผมขานรับแล้วยิ้มให้ลูกสาว “พาหนึ่นไปดูเจื๋อหน่อยได้มั้ยคะ หม่าม้าไม่ยอมพาไปดูเพราะหม่าม้าบอกว่ามันน่ากลัวค่ะ” “ใช่ๆ ฉองก็อยากดูเจื๋อ ป่าป๊าพาไปดูหน่อยได้มั้ย” เจ้าแฝดพากันพูดออดอ้อนจะให้ผมพาไปดูเสือโดยให้แอบพาไปตอนนี้เพราะตะไคร้ไม่อยู่ คือเธอห้ามไม่ให้พาลูกไปเพราะมันเป็นเสือที่อยู่นอกกรงให้คนได้เข้าไปถ่ายรูปกันโดยมีเจ้าหน้าที่คอยคุมอยู่ด้วย เอาไงดีนะผมยิ่งแพ้ความออดอ้อนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเมียหรือลูกผมก็แพ้... . . “เดี๋ยวยิ้มกันหน่อยนะครับรูปจะได้ออกมาดูดี” เจ้าหน้าที่สั่งให้ผมกับลูกๆ ยิ้ม แล้วกดถ่ายรูปให้ “เรียบร้อยครับ จับเล่นได้ตามสบายเลยน้องไม่กัดหรอกครับถ้าเราไม่ไปทำอะไรให้เค้ากลัวหรือตกใจ ว่าแต่เด็กๆ น่ารักมากเลยนะครับไม่มีกลัวเลยสักนิด” เจ้าหน้าที่พูดแล้วยิ้มให้ “ขอบคุณครับผม” ใช่ครับ ผมพาลูกมาดูเสือตามที่ร้องขอ ดูชนิดที่ว่าแบบใกล้ชิดสุดๆ และลูกๆ ก็ไม่มีกลัวเลยสักนิด จับและลูบเจ้าเสือเหมือนกับเป็นแมวไปเลย ฮ่าๆ เจ้
Chapter 11 พาร์ทสี่ เช้านี้ตื่นมาด้วยอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดใจสุดๆ ทั้งโดนถีบ ทั้งตกเตียง ไหนจะต้องนอนข้างล่างบนพื้นแข็งๆ ทั้งคืน “โอย...ปวดหลังว้อย!” ผมพูดออกมาพลางมองไปบนที่นอนก็เห็นแต่ลูกๆ นอนหลับอยู่ ส่วนตะไคร้น่าจะอาบน้ำเพราะผมได้ยินเสียงคนเปิดน้ำในห้องน้ำ เมื่อคืนอารมณ์ค้างสุดๆ และตอนนี้ก็ยังค้างอยู่ อดกลั้นมาสามปีพอได้ทำก็ดันไม่สุด เพราะลูกๆ จะคอยมาขัดขวางถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ เมื่อคืนผมนี่อยากจะอุ้มลูกเอาไปฝากไว้ห้องป๊ากับม้ามากๆ แต่ก็ได้แค่คิดไง ผมค่อยๆ ขึ้นไปบนเตียงแล้วล้มตัวนอนลงข้างๆ ลูก ตะไคร้ก็อาบน้ำเสร็จและเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมที่เห็นก็ถึงกับ น้ำลายไหล ความหื่นปะทุขึ้นมาทันที พระเจ้า! เธอนุ่งผ้าขนหนูเดินออกมา ขาขาวและสวยมากๆ ส่วนหน้าอกนี่ผ้าปิดแทบจะไม่มิด ก่อนยังไม่มีลูกว่าบึ้มแล้วพอมีลูกมันบึ้มยิ่งกว่าเดิมอีก “ตาจะหลุดออกมาแล้วนะเฮีย...ดูไม่รู้เลยว่ามองหนูอยู่” ตะไคร้พูดพลางเดินมาใกล้ๆ ผมแล้วนั่งลงข้างๆ “เฮียมัดผมให้หนูหน่อยสิ” เธอยื่นหนังยางมาให้ผมมัดผมให้ รับหนังยางมาแล้วบรรจงตั้งใจมัดผมให้เธอ “เสร็จแล้วครับ ว่าแต่...อ่อยเฮียเหรอ” ผมมองต้นคอและแผ่น
เดี๋ยว!! นี่สรุปใครเป็นแม่ ใครเป็นลูกกันแน่ฟะ! เจ้าแฝดก็นะ พอมีป่าป๊าเข้าหน่อยก็ทำเมินใส่หม่าม้า TT ….. เวลาผ่านไปได้สักพักเจ้าแฝดก็เล่นกันจนเหนื่อยแล้วหลับไปพร้อมกันโดยที่ไม่กินนมฉัน แต่ไปนอนกอดป่าป๊าแทน เฮียสี่ตอนแรกก็ดูเหมือนจะหลับไปแล้วนะแต่อยู่ๆ ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาแล้วเขยิบมานอนข้างๆ ฉัน “นี่เฮีย! ไปนอนที่อื่นเลยจะมาเบียดหนูทำไมเล่า” “หือ...นี่ไม่ได้กอดมาตั้งสามปีเลยนะ อย่าผลักไสกันสิครับ เฮียคิดถึงหนูใจจะขาด” เขาพูดพลางล้วงมือเข้าไปภายในเสื้อฉันแล้วจับเต้าอวบทั้งสองข้างเล่น “มันใหญ่ขึ้นหรือเปล่าเนี่ย” “มันจะไม่ใหญ่ได้ไงเล่า ลูกกินนมหนูนะมันก็เป็นเรื่องปกติแหละน่า ว่าแต่เฮียเถอะ...ต้องการอะไรกันแน่พูดมาตรงๆ” “ต้องการหนู...ให้เฮียได้มั้ยครับ” เขากระซิบที่ข้างหู “มันจะเจ็บมั้ย หนูคลอดลูกธรรมชาติด้วยหมอต้องกรีดและเย็บตรงนั้น...และตั้งแต่คลอดลูกมามันก็ปิดตายมาตลอด” ในใจลึกๆ กลัวมากเลยนะ เพราะบางคนบอกว่ามีเซ็กซ์ครั้งแรกหลังคลอดลูกมันจะเจ็บนิดๆ บางคนก็บอกว่าเจ็บมาก “ไม่รู้สิ...ของเฮียมันก็เท่าเดิมนะ” “ฮะ...เฮีย เลิกพูดลามกได้แล้วน่า ขอหนูทำใจก่อน” “ไม่มีเวลาแล้ว เ
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน
“ว่าแต่ดาด้าคนสวยหลับแล้วเหรอ...?” ไอ้มาร์คมันถามตะไคร้ก่อนจะชะเง้อมองไปบนเตียง “หลับหรือซ้อมตายวะนั่น” “มึงไม่ต้องมาพูดเลย ขึ้นไปนอนบนเตียงมึงอะ” ผมไล่ให้ไอ้มาร์คขึ้นไปนอนบนเตียงแทน แล้วให้ตะไคร้นอนข้างล่างกับผม “เชี่ย! มึงจะบ้าเหรอวะไอ้สี่! กูไม่ขึ้น...จะนอนข้างล่าง” ไอ้มาร์คมันปฏิเสธที่จะขึ้
“ทำไมต้องห้าม...ในเมื่อคนที่โดนกระทำไม่ใช่เมียเฮีย” กรี๊ด!!! พี่หมวยนางร้องกรี๊ดออกมาอย่างกับคนบ้าเสียสติ จนน้ำหนึ่งกับรุ่นน้องต้องช่วยกันลากนางออกไปให้ร้องกรี๊ดที่อื่น “เฮ้อ...เรามานอนกันต่อดีกว่า ง่วงมาก” เฮียสี่ล้มตัวลงนอนพลางดึงฉันลงไปด้วย “สบายใจยังครับ” “สบายใจอะไรของเฮีย หนูไม่ได้มีอ
ผมก็ยังไม่วายที่จะพูดแหย่ตะไคร้ให้เธอเขินอายเล่นๆ เพราะผมชอบมองหน้าเธอเวลามันแดงก่ำ ดูน่ารักมากๆ “ไม่ต้องเลย...เดี๋ยวจะโดน!” พูดจบเธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตูล็อกกลอนแบบแน่นหนา “จริงๆ เลย เมียใครวะเนี่ย” ผมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเธอแล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอน ..... 21:00น. ป๊ากับม้าผมติ