تسجيل الدخولศรันย์มองกวาดไปรอบๆ บริเวณสนามบิน เขาเดินดุ่มออกมาจากบริเวณเกต ไม่ได้แวะร้านสินค้าปลอดภาษีเพื่อซื้อของฝากให้กับคุณย่าตามที่แม่เลี้ยงสั่งนักหนา เขาพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างหงุดหงิด เขาหงุดหงิดมากที่โดนเรียกตัวกลับมาที่นี่...ด่วนมาก
เขายังไม่ถึงเวลาที่ขอต่อรองไว้กับคุณย่า ว่าจะขออยู่เที่ยวก่อนจะกลับมาทำงาน เพราะเขายอมทำตามที่คุณย่าขอให้เขาไปเรียนในสาขาเพื่อจะมาต่อยอดงานของท่าน ซึ่งมันคนล่ะอย่างกับสิ่งที่เขาชอบ คุณสิริญตกลง เขาจึงเรียนจบแล้วยังอยู่เที่ยวเล่นมาหลายเดือนไม่ยอมกลับเมืองไทยเสียที
คุณย่าตามตัวเขากลับมาก่อนที่คุยกันไว้ และย้ำมาว่าด่วนมาก มีเรื่องที่จะต้องการให้เขารับรู้และต้องทำตาม
ศรันย์พ่นลมหายใจออกมายาวๆ อีกครั้งอย่างหงุดหงิด
เขาไม่รอให้ใครมารับ เขาจำทางกลับบ้านได้ ข้าวของมีเพียงกระเป๋าเป้ใบเดียว ส่วนของที่เหลือเขาให้เพื่อนที่ต่างประเทศแพ็คส่งกลับมาให้ ก็ไม่ได้เอาอะไรกลับมามากมายนอกจากของสะสม ที่เป็นรองเท้าและพวกงานศิลปะที่เขาชอบอุปกรณ์เครื่องเขียนใดๆ ของเขาด้วย มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขามาก
ศรันย์ชอบงานศิลปะ เขามีพรสวรรค์ในการวาดรูป แต่เขาไม่มีทางได้ทำมันเต็มที่ เพราะภาระหน้าที่ซึ่งได้แบกไว้ มันสวนทางกับสิ่งที่เขาอยากทำและชอบ
เกิดมาเพื่อเป็นทายาทสืบต่อทุกสิ่งของคุณสิริญ และเขาก็จะต้องได้ทุกอย่างมาไว้ในมือ ห้ามทำให้มันพังพินาศ ต้องให้ตกต้องเป็นมรดกของตระกูลสืบไป นี่คือสิ่งที่ถูกกรอกหูใส่ตั้งแต่จำความได้
อึดอัดพอสมควรกับความคาดหวังที่ถูกยกใส่บ่าไว้ อาจจะเพราะแบบนี้ ศรันย์เลยไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำประชดประชันชีวิตไปพอสมควรกับย่าของเขา เขาคือเด็กดื้อที่ท่านต้องถอนใจใส่บ่อยๆ แต่ก็ไม่อาจจะทอดทิ้งหรือตัดขาดเขาได้ เขาเองก็ตัดขาดท่านไม่ได้ดั่งใจอยากจะทำ ทั้งสองมีความผูกพันที่ไม่อาจจะ ตัดกันได้ จำต้องยอมทำตามความปรารถนาของอีกฝ่าย โดยที่ไม่รู้ตัวแม้จะฝืนใจอย่างไรก็ตามที
ศรันย์กำลังเดา ว่าเรื่องที่ย่าของเขาบอกว่าเรื่องด่วนนั้นคือเรื่องอะไร ระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่กลับไปยังบ้านของครอบครัว ย่าบอกว่าจะมารับเขา แต่เขาก็ทำกวนประสาทท่านด้วยการบอกเวลาให้ท่านไปรับ คนล่ะเวลากับที่เครื่องลง คุณสิริญไปรับหลานชายด้วยตัวเองวันนี้แน่นอนว่าท่านจะต้องหัวเสีย แล้วเขาก็จะปิดโทรศัพท์ ให้ท่านร้อนอกร้อนใจ และกลับมาเจอเขาที่บ้าน
โดนด่าแน่ๆ
คิดแล้วก็ขำพรืดขึ้นมาบนรถ จนคนขับหันมามอง ศรันย์ยิ้มตาพราวเป็นประกาย เมื่อนึกถึงหน้าตาของคุณสิริญและคำด่าทอจากท่าน
นิสัยของเขาข้อนี้ไม่รู้เอามาจากใคร ท่านเคยว่า น่าจะจากแม่เขา...ศรันย์ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาเขาทำตัวอย่างที่ท่านลงความเห็นว่าไม่ดี ทำไมถึงมาโทษมารดาของเขาเรื่อย ไม่โทษคนเลี้ยงเขามาบ้างล่ะ ทุกคนสปอยเอาใจเขา และยิ่งคุณนาตยามารดาเลี้ยง ยิ่งแทบจะถวายทุกสิ่งใส่พานให้เขา พ่อของเขาคุณศันย์ยังพอปรามกันได้ ดุลูกได้บ้าง พอสิ้นพ่อเขาแล้วก็ไม่มีใครปรามศรันย์ได้อยู่
เรื่องอะไรนะ ที่ย่าให้มาทำด่วน เดาก็ไม่น่าจะใช่เรื่องงาน เขาถึงจะไม่ทำงานที่บริษัท แต่ก็มีลูกพี่ลูกน้องอย่างสรชัชคอยส่งข่าวถึงการบริหาร ปัญหาภายใน เพราะทางนั้นทำงานแล้วเต็มตัว ส่วนเขายังไม่ได้ไปทำแต่ก็ถามไถ่อยากรู้ความเคลื่อนไหวไว้เผื่อไปรับมือได้ถ้าเกิดว่าต้องไปรับช่วงต่อ
ตอนนี้บริษัทก็กำลังไปได้ดี ไม่มีปัญหา หมอนั่นเป็นคนเก่งมาก จริงๆ ควรจะเป็นสรชัชขึ้นบริหารไม่ใช่เขา...แต่เอาเถอะ ย่ายกมันให้เขา เขาก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด
กลับมาแล้วนะ
เอ้า...ไหนบอกว่าถึงไฟลท์บ่ายโมง นี่ฉันกับย่ากำลังออกไปรับนาย สวนกันสิแบบนี้
อืม...นั่งรถออกมาล่ะ นายอย่างกระโตกกระตากไปนะ ถ่ายคลิปเวลาคุณย่าด่าฉันไว้ด้วยล่ะ
ไอ้โรคจิต...เฮ้อ นายได้อะไรจากการทำแบบนี้วะ
คุณย่าจะได้เลือดลมสูบฉีดไง แล้วนายก็จะได้เป็นหลานรัก ขึ้นแท่นแทนฉันได้สักที
ไอ้...
ทางนั้นด่ามาอีกเพียบจนเขาต้องขำ แต่เขารู้ว่าสรชัชจะต้องทำตามที่เขาบอกไว้อยู่แล้ว น้องชายไม่เคยขัดใจเขา ก็ทุกคนนั่นแหละ ที่ไม่เคยขัดใจศรันย์ เว้นไว้คนหนึ่งก็คือคุณย่า...
คุณย่าจะให้เขาทำอะไรให้นะ?
มีวี่แววรังสีอำมหิตอย่างน่าแปลก...
เรื่องหลังสุดที่คุณย่าไปรับเขานี่...ท่านโมโหเขามาก ที่เขาพาสาวๆ เข้าห้องไปสวิงกิ้งบนเตียงถึงสองคน ก็ตามประสาหนุ่มโสดท่านจะโกรธเขาทำไมนักก็ไม่รู้
พอนึกถึงเหตุการณ์นั้นก็ไพล่ไปนึกถึงใครบางคน สาวน้อยที่ติดตามคุณย่าไปเห็นฉากเด็ดนั้นเข้า ยัยเด็กน้อยที่เขาเคยไม่ชอบหล่อนเพราะหมั่นไส้ที่คุณย่ารักหล่อนนัก ไม่ชอบทุกสิ่งที่เป็นตัวหล่อน ไม่รู้เพราะทำไม รู้แต่ว่าหน้าหงอๆ เซื่องๆ ของหล่อนมันไม่ถูกชะตาเขาเลยจริงจัง แต่คุณย่าก็ยังไงกัน ชอบให้เด็กนั่นมาป้วนเปี้ยนวอแวกับเขาอยู่บ่อยๆ
ดอกหญ้า...
เขาเห็นครั้งล่าสุด ก็ยังดูหงอ ดูซึมๆ เอ๋อๆ แบบเดิม ตัวเล็กผอมแห้ง แขนขาเหมือนกิ่งไม้ หัวโตยังกับไม้ขีดไฟ แต่งตัวเชยๆ เฉิ่มๆ ไร้สิ่งดึงดูด
เผลอไปคิดถึงหล่อน ก็พานหงุดหงิดขึ้นมาเสียแล้ว ยัยเด็กดอกหญ้าโดนเอามาเปรียบเทียบกับเขาหลายอย่าง จากคุณย่า ท่านรักเอ็นดูยัยเด็กเอ๋อนั่น ชมเชยรักหลงกันจนมารดาเลี้ยงของเขาเป็นกังวลแทนว่า สักวันเกิดเขาขัดใจท่านมากเข้า มรดกทั้งหมด กิจการทั้งหมด ท่านจะยกให้กับชินานาง
เขายักไหล่เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เรื่องอะไรจะให้ยัยเด็กนั่นได้ทุกอย่างกัน เขาเป็นทายาทของคุณย่า นั่นเด็กเก็บมาเลี้ยงก็เพราะแบบนี้กระมังเขาถึงไม่เคยชอบหน้าชินานาง เพราะลึกๆ เขาอิจฉาเธอแต่ศรันย์ไม่เคยยอมรับและไม่รู้สึกตัว
จริงๆ แล้วยัยเด็กเอ๋อที่เขาว่ากด กลับเคยสร้างความประทับใจหลายอย่างให้กับเขา โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
รู้ก็แค่ไม่ชอบแต่ก็กำจัดออกจากสมองไม่ได้ง่ายดายนัก
ไม่รู้ทำไม
งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานางเธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดีวันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ “หึงเหรอวะ นายโบ้”น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่
“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“กินแล้วค่ะ”“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอเขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วันคืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” “เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก
คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้วแบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัวสรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไปอนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง
ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำแถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิสำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว “เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล
“วันนี้คุณย่าให้เราไปดูโรงแรมที่จะจัดงานแต่ง แล้วก็ไปติดต่อเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”เขาว่าในตอนสาย...ขณะที่มาทำงานด้วยกัน วันนี้มีเพียงเขาและเธอในห้องทำงาน ไม่มีคนอื่น พักนี้ศรันย์ตาบวมๆ เหมือนคนอดนอน ทว่า...หน้าตาเขากลับมีความสุขมากจนน่าแปลกใจสาเหตุของการอดนอนน่ะหรือ?“ค่ะ”ชินานางพยักหน้ารับ เธอกำลังคุยแชทกับทางสรชัช ที่สองสามวันนี้เขาไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูงานและไปดูที่ดินแปลงหนึ่งที่คุณย่าสั่งไว้ เพื่อขยายกิจการของท่าน“พี่จะพาเราไปแวะที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ต้องกินข้าวเย็นที่บ้าน”“ค่ะ”เหมือนขานตอบเขาสั้นๆ แต่ตายังคงจ้องที่จอโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังชวนเธอคุยชักจะฉุนที่น้องไม่สนใจตนเองเลย“ดอกหญ้า ทำอะไรน่ะ”“คุยงานกับพี่ชัชน่ะค่ะ พี่ชัชส่งรูปที่ดินมาให้ดู ฉันกำลังคุยและส่งให้กับคุณท่านน่ะค่ะ”“เอามานี่พี่คุยเอง”ทำท่าว่าจะแย่ง แต่ชินานางกลับเอาโทรศัพท์หลบมือเขา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาและทำตาโตใส่เขา“พี่จัมโบ้คะ นี่ฉันกำลังคุยงานนะคะ งาน...” เสียงหวานเน้น แล้วเลิกคิ้วใส่เขา“เข้าใจไหมคะ”“อื้อ...” ทำหน้าดุใส่น้องบ้าง“เอ่อ ก็เข้าใจล่ะว่างาน แต่ดอกหญ้าไม่สนใจพี่เลย พี่คุยเ
“อรุณสวัสดิ์”เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อเธอลืมตาทำให้ชินานางสะดุ้งตื่นเต็มตา คนกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอยิ้มและก้มลงจูบหน้าผากเธอเร็วๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงของเธอ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องเธอ เธอเห็นว่าเขาเหมือนกำลังปิดปากหาวด้วยตาของเธอกะพริบปริบๆ อย่างทบทวนว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ตายล่ะ นี่เธอนอนกับเขาทั้งคืนเลยหรือนี่แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอจริงๆ มากไปกว่าจูบ กอดและ ลูบ...แง้...นั่นมันก็เยอะแล้วนะชินานาง!เหลือบตามองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบหกโมงเช้าแล้ว เธอมักจะตื่นเวลานี้เพื่อลงไปดูความเรียบร้อยของงานครัว ตระเตรียมทุกอย่างให้กับทุกคนในมื้อเช้า จึงรีบลุกขึ้นและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทำงานประจำวันของเธอ“วันนี้มีอะไรกิน”เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเธอเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร...คนที่นั่งรอคือศรันย์ที่จ้องตรงมายังเธอ ขอบตาของเขาคล้ำนิดๆ เหมือนขอบตาเธอนั่นแหละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน...ก็ดึกโข เกือบสว่างเลยก็ว่าได้เขาตื่นเช้ามากวันนี้ทั้งที่ปรกติไม่เคยตื่นเวลานี้ ถ้าเกิดว่านอนดึกขนาดนั้นไม่ได้นอนเท่าไหร่หรอก...ก็นอนตัวแข็งอะไรต่อมิอะไรก็แข็งทั้งคืนนั้นแหละ ถึงได้ตาดำขนาดนี้มอง







![เจ้าสาวแวมไพร์ [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)