FAZER LOGINแรกสยายปีกอย่างหงส์จิกตีรังแกน้อง หวังจะให้น้องทนไม่ไหวขอเลิกพันธะที่คุณย่าของเขาสร้างขึ้น ยัยเด็กเอ๋อหน้านิ่งอย่างชินานางน่ะเหรอ เขาไม่มีทางจะยอมแต่งงานด้วยหรอก แต่ทว่า... หงส์กำลังจะกลายเป็นแมว เหมี้ยววว
Ver mais"ดอกหญ้า"
เสียงเรียกชื่อเล่นของเธอ ทำให้ชินานางที่กำลังนั่งทำงานอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง แล้ววางปากกาลง เธอกำลังลอกรายละเอียดบัญชีจากจอไอแพคลงบนสมุดบัญชีให้กับคุณท่าน...ท่านสะดวกที่จะอ่านรายละเอียดลงบนกระดาษมากกว่าบนจอ ฉะนั้นเมื่อทางบัญชีส่งเอกสารมาเป็นไฟล์ excel ให้กับเธอทางเมล หน้าที่ของเธอคือลอกทุกอย่างแบบคัดลายมือลงในสมุดบัญชีแบบเก่า เพื่อให้ท่านได้อ่านทบทวนอีกหน...
"ค่ะท่าน"
"เสร็จงานหรือยัง"
"ยังเลยค่ะท่าน หนูยังลอกไม่เสร็จค่ะ"
"วางมือไว้ก่อน และตามฉันไปที่ห้องเอนหลัง"
คุณสิริญเอ่ยสั่ง ตาของท่านมองพินิจเด็กสาวในปกครอง เม้มปากเป็นเส้นตรง อย่างเครียดๆ
เมื่อชินานางทรุดลงนั่งพับเพียบตรงหน้า ท่านก็ถอนใจแล้วเรียกให้เธอไปใกล้ๆ ชินานางเงยมองหน้าท่านอย่างไม่เข้าใจนัก เมื่อท่านเชยคางเธอขึ้นมองอย่างพินิจ มองไล้ไปตั้งแต่วงหน้ารูปไข่ แต่งแต้มด้วยนัยน์ตายาวรี
ตาแบบนี้ทางซินแสบอกว่าตาหงส์ จมูกของเธอโด่งปลายเป็นหยดน้ำ ริมฝีปากบางสีชมพูเรื่อ ผมของเธอยาวดำมันเหมือนขนนกกาน้ำ มันยาวจนถึงเอวและมัดรวบไว้ด้วยริบบิ้นสีดำเธอสวมเสื้อคอปกประดับด้วยระบายลูกไม้ แขนตุ๊กตา แบบเรียบร้อยน่ารักสีส้มอ่อน กระโปรงทรงเอยาวเลยเข่าสีน้ำเงินเข้ม แบบของมันและคนสวมใส่ ดูราวกับว่าย้อนไปยังยุคท่านสาวๆ แล้วแต่งตัวแบบนี้ออกไปทำงานที่กรม...
ก็ท่านนั่นแหละสอนให้หล่อนหัดตัดเย็บเสื้อผ้าอย่างนึกสนุก ก็ทำได้แต่แบบแพทเทินเสื้อผ้าแนวๆ นี้ ชินานางผู้ไม่มีปากเสียง ยิ้ม และบอกกับท่านเวลาท่านถามทักว่าชอบไหม ว่าได้ค่ะ ชอบค่ะ ผลก็คือเจ้าหล่อนยังสวมใส่เสื้อผ้าที่ท่านสอนตัดเย็บ
เลือกสีชุด เลือกแบบให้กับชินานางมาจนถึงตอนนี้ ไม่ค่อยเปลี่ยนแบบ ถ้าจะมีเสื้อผ้าเพิ่มเติม ก็คือคุณท่านชวนเธอเย็บผ้าตัดชุดเล่น หรือใจดีพาเธอไปซื้อในห้างสรรพสินค้า ซึ่งอย่างหลังถ้าพาไป เจ้าหล่อนจะสั่นหน้าไม่เอา จนต้องแอบซื้อให้นั่นแหละไม่มีปากมีเสียง
ดุก็ยิ้ม ชมก็ยิ้ม
แถมยังเป็นรอยยิ้มแบบน่ารักน่ามอง คือยิ้มตาหยี ดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาจีน
ท่านเก็บเจ้าหล่อนมาชุบเลี้ยง เพราะเมตตาว่าน่าสงสาร ไปเก็บหนี้ด้วยตนเองที่บ้านของลูกหนี้รายหนึ่ง แล้วปรากฏว่าพบกับเด็กน้อย...ที่นั่งร้องไห้ อยู่ข้างๆ กับศพของแม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นไหลตาย
ใจของคุณสิริญนั้นเหลวเป็นน้ำ สงสารแม่เด็กน้อยตัวผอม วัยเพียงแปดขวบ จึงเอามาเลี้ยงดูแล เป็นเพื่อนแก้เหงาชินานางนั้นเป็นชื่อที่ท่านตั้งให้ และตั้งนามสกุลให้สาวน้อย ส่วนชื่อเล่นดอกหญ้านั้น ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่าเธอชื่อนี้ ท่านจึงคงไว้เป็นชื่อเล่น เพื่อให้ได้ระลึกถึงมารดาที่เสียไปที่ตั้งชื่อไว้ให้
ชินานางรู้ถึงภูมิหลังของตนเอง ไม่เคยหลงลืมตัว เธอระลึกจดจำได้ว่าเธอมาจากไหน และยกคุณสิริญไว้เหนือหัว ตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนที่ท่านให้ข้าว ให้น้ำ ให้การศึกษา และให้ชีวิตใหม่
ยิ่งเธอนอบน้อม น่ารัก ท่านก็เอ็นดูเธอมาก ส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญา ชินานางเรียนเก่งพอสมควร ตอนนี้คุณสิริญให้ช่วยงานทางบัญชี และคอยเป็นมือขวาของท่าน ถึงจะวางกิจการให้รุ่นลูกรุ่นหลานดูแล แต่ก็ยังไม่วางเสียทีเดียว คอยตรวจตราทุกอย่างอีกทีหนึ่ง ชินานางรับหน้าที่นั้น บางหนเธอก็จะติดตามคุณสิริญไปที่บริษัทไปช่วยตรวจงาน อีกทีหนึ่งด้วย
ยังเป็นชื่อของคุณสิริญที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทธุรกิจส่งออกอาหารของเธอ
และมีชื่อของหลานชายคนเดียวของท่าน หลานชายสายตรง ที่คาดเดากันว่า อนาคตท่านจะยกให้ทุกอย่างให้กับเขา คนอื่นที่นามสกุลเดียวกับท่าน ทำงานในนั้นมีเพียงแค่หุ้นนิดหน่อย แต่คนนี้แหละคือทายาทว่าที่เจ้าของหุ้นใหญ่ตัวจริง รวมถึงกิจการอื่นๆ ในเครือของคุณสิริญด้วย
ศรันย์...
คิดถึงพ่อตัวดี และข่าวคราวล่าสุดก็ให้เครียด จนถึงกับต้องวางหมากวางแผน...ไว้สำหรับอนาคตของหลานชายนี่แหละ
มองใบหน้าจิ้มลิ้มของชินานางแล้ว ก็คิดถึงรสนิยมของหลานชาย แม่ดอกหญ้าของท่านสวยน่ารักก็จริง แต่สำหรับพ่อจัมโบ้แล้ว ชินานางก็คงเหมือนดอกหญ้า ไม่สวยเตะตาเหมือนพวกนังดอกไม้สีทองพวกนั้นแน่ๆ ล่ะ
แต่พวกนั้นเหมาะแค่ดมเล่นฉาบฉวย
ต้องดอกหญ้าของท่านนี่แหละ
แล้วคุณสิริญก็เอื้อนเอ่ย ถึงสิ่งที่ท่านคิดไว้ กับชินานาง
"แม่ดอกหญ้า อายุเราเท่าไหร่แล้วนะปีนี้"
"ยี่สิบสี่แล้วค่ะ"
ตอบท่านไป ก็เอียงคออย่างสงสัย ทำไมท่านถึงถามแบบนี้กันนะ มือของท่านลูบแก้มของเธอเบาๆ แล้วกระแอม ก่อนจะเอ่ยต่อเสียงนุ่ม
"ยี่สิบสี่ อายุอานามก็พอเหมาะแล้วนะ อืม...เราจำพี่จัมโบ้ได้ใช่ไหม? เขากำลังจะบินกลับมาแล้วนะ"
"จำได้ค่ะ"
ทำไมจะจำไม่ได้ เด็กผู้ชายตัวแสบคนนั้น คนที่ชอบแกล้งเธอ แถมยังเรียกเธอว่า ยัยหน้าเอ๋อ...
ชินานางหน้าเป็นสีเรื่อขึ้นเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเขา...เจอเขาครั้งล่าสุดเพราะไปเยี่ยมเขากับคุณสิริญ สถานการณ์ที่เจอเขานั้นมันไม่ปรกติเลย ก็คุณสิริญเล่นเปิดห้องผัวะไป ตอนที่เขากำลังเล่นเกม...สองรุมหนึ่งกับสาวฝรั่ง แบบไม่ใส่เสื้อผ้าน่ะสิ อี๋...ชินานางผู้ไม่เคยเห็นฉากเรตสิบแปดบวกบวกทวีบวกแบบนี้ ถึงกับเป็นลมไปเลยทันทีด้วยความตื่นเต้นตกใจ
ก็มันเห็นเข้าเต็มๆ ทั้งตัว ขาวจั๊วะ อะไรขนาดนั้น ไม่ตกใจได้ยังไงไหวเล่า
"ถ้าจำได้ก็ดี"
คุณสิริญกระแอมอีกหน แล้วเรียกให้เธอไปนั่งใกล้กว่าเดิม พร้อมกับลูบไหล่ของชินานางเบาๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงนุ่ม
"ฉันจะให้เรา กับตาจัมโบ้แต่งงานกัน"
ชินานางมองท่าน เบิกตากว้างอย่างตกใจ และตัวแข็งทื่อ...
นี่เธอกำลังฝันหรือเปล่านะ?
งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานางเธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดีวันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ “หึงเหรอวะ นายโบ้”น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่
“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“กินแล้วค่ะ”“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอเขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วันคืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” “เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก
คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้วแบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัวสรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไปอนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง
ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำแถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิสำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว “เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล

















