تسجيل الدخول“คุณท่านไปรับคุณจัมโบ้หรือคะ”
น้ำเสียงที่เอ่ยขานคุยกับเด็กรับใช้คนในบ้าน มักจะลงด้วยคะค่ะ หวานหู แม้ว่าเธอจะเป็นคนพิเศษของคุณท่าน ก็ไม่ได้ทำให้เธอถือตัวว่าเป็นอีกระดับหนึ่ง ทำตัวเสมอกับทุกคนทั้งที่มีสิทธิ์ ทำให้ชินานางเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน มีแต่คนรักเอ็นดูคุณดอกหญ้า บางคนออกโรงปกป้องด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าคุณดอกหญ้าโดนรังแกแกล้งเอา
คนที่รังแกแกล้งคุณดอกหญ้าก็เห็นจะมีแค่คนเดียวเท่านั้น
คุณจับโบ้ หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณท่าน
“ค่ะ คุณดอกหญ้า ไปเมื่อสักครู่นี้แล้วค่ะ คุณท่านสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเย็นขึ้นโต๊ะค่ะวันนี้ เพราะจะพาคุณจัมโบ้ไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านเรือนพัชรา”
เธอพยักหน้ารับรู้ และซักถามว่าคนครัวกินอะไรกันมื้อเย็นนี้ ก็ให้ทำเผื่อเธอด้วยไม่ต้องคิดทำอะไรพิเศษให้
ห้องของศรันย์ถูกเปิดทำความสะอาดอีกครั้งเมื่อวานนี้ หน้าที่ของชินานางวันนี้คือต้องไปเช็คดูแลอีกครั้งเป็นหนสุดท้ายเพื่อให้เจ้าของห้องพึงพอใจอย่างสูงสุด ก็ความศรันย์น้อยเสียที่ไหน เกิดไม่ชอบอะไรขึ้นมาก็พานจะเหวี่ยงวีน ให้ต้องปวดหัววิ่งวุ่นกันอีก แต่ก่อนที่เธอจะทันขึ้นไปที่ห้องของเขา เสียงของเด็กใบตองที่เป็นลูกของคนงานในบ้านก็เรียกเธอไว้ เด็กน้อยชวนพี่ดอกหญ้าไปหาซื้อของแซ่บๆ กิน ชินานางฟังแล้วก็เกิดน้ำลายสอ อยากรับประทานตามเด็กไปด้วย
ไปแค่ไม่เกินชั่วโมงเดี๋ยวค่อยกลับมาทำก็แล้วกัน ยังไงกว่าเขาจะมาก็น่าจะมืดค่ำ เธอก็ลงมารับหน้าเขาพอเป็นพิธีก็พอ
คิดแล้วชินานางก็ถอนใจน้อยๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่คุณท่านจะให้เธอทำหน้าที่...กับคุณศรันย์
นัยน์ตาคมกริบนั่น ผุดขึ้นมาในห้วงนึก
เขาหล่อเหลา...เปี่ยมเสน่ห์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าตาของเขาและบุคลิกช่างดึงดูดสายตาและหัวใจ เธอเองนั้น แม้จะถูกเขากลั่นแกล้ง แหย่แรงๆ และเจียมตนแค่ไหน ว่าตนอย่าไปหาญยุ่งกับคุณเขา แต่ก็...อดตกลงไปในหลุมเสน่ห์ร้ายกาจนั่นไม่ได้
เมื่อเธอถูกมอบหมายให้เป็นว่าที่เจ้าสาวของเขา
ใจหนึ่งก็กลัว เกรง
อีกใจก็สุข
ไม่มีใครรู้ความลับนี้ของเธอ ว่าเธอนั้นแอบหลงรักเขามาตั้งแต่วัยรุ่น ก็ตั้งแต่เรียนรู้คำว่ารักคำนั้นก็คือเป็นศรันย์ เธอคอยเฝ้าดูเขา คอยดูแลเขา ช่วยงานเขาตามคุณท่านสั่ง อดทนแม้โดนเขาแกล้งเอาแรงๆ จนแทบจะร้องไห้ก็มี
เขาใจร้ายเอาการ ขี้แกล้งที่หนึ่ง แถมชอบทำให้เธอร้องไห้ เธอเป็นคนร้องไห้ยาก แต่เขาก็เหมือนยิ่งอยากให้เธอแสดงอารมณ์ออกมา เอาจริงๆ เธอน่าจะเกลียดเขานะ แต่ทำไมก็ไม่รู้ ก็อย่างว่า ความรักมันไม่มีเหตุผล
การเป็นว่าที่คู่หมั้นคู่หมายของเขามันทำให้ชินานางรู้สึกสองขั้วขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เธอถอนใจอีกแล้ว...
อย่าถอนใจสิชินานาง ถ้าถอนใจบ่อยความสุขมันจะหดหายไปนะ
หญิงสาวเฝ้าบอกกับตนเอง
.........................................................................................................................................................
“คุณจัมโบ้ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
เสียงนายเทิ้มเอ่ยอย่างตื่นเต้นประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินลงมาจากแท็กซี่ที่มาจอดตรงรั้วบ้าน
“ชูว์”
เขาทำท่าจุ๊ปาก แล้วขยิบตาให้กับนายเทิ้มที่ทำหน้าที่เป็นคนสวน และคนดูแลบริเวณบ้าน นายเทิ้มเป็นคนรับใช้เก่าแก่อยู่กันมาเกินยี่สิบปี เห็นคุณจัมโบ้มาแต่เล็กจึงจำได้ในทันที แม้ว่าเจ้านายหนุ่มจะเปลี่ยนไปมากก็ตามที เทิ้มมองศรันย์ที่โตเป็นหนุ่มเต็มที่ เขาสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงสีเดียวกัน ทำผมสีบลอนด์เงินตัดแบบอันเดอร์คัต ทำให้ใบหน้ายิ่งโดดเด่น เขาสวมแว่นเลนส์สีเหลืองแบบแฟชั่น เจาะหูใส่ต่างหูเรียงกันที่ใบหูด้านขวา ดูเป็นหนุ่มไฮแฟชั่นมาก กับบุคลิกนี้นายเทิ้มไม่เคยเห็นมาก่อน เลยมองคุณจัมโบ้อย่างตื่นตาตื่นใจ เจ้านายกลับมาจากนอก ยังกับดาราเลยก็ไม่ปาน คุณจัมโบ้หน้าตาดีอยู่แล้ว แต่พอยิ่งโตก็ยิ่งหล่อ รูปร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อที่เห็นได้ชัดจากการออกกำลัง เขาสวมเสื้อกล้ามทำให้เห็นได้ชัดเจนในส่วนของแขน ไม่ต้องสืบว่าถ้าถอดเสื้อ ต้องเห็นซิกแพคสวยแน่น อย่างคนดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
ร่างกาย หน้าตาของเขา ฐานะ มันส่งเสริมให้ศรันย์ยิ่งกลายเป็นที่ดึงดูด และเขาก็ใช้ร่างกายค่อนข้างเปลืองแหละ กับการไปเผชิญชีวิตในต่างแดน เขายังไม่จริงจังกับใคร สนุกกับชีวิตโสด แม้ว่าหญิงสาวที่มาพัวพันคนล่าสุดนั้น ดูหล่อนจะติดอกติดใจเขามาก และพอรู้ว่าเขาจะต้องกลับบ้าน หล่อนก็ทำเรื่องบินตามเขากลับมาด้วย เรียกได้ว่าหนึบหนับมากมายจริงๆ หนนี้
คะนึงนิตย์เป็นสาวไฮโซ ที่บ้านรวยติดชื่อมิลลิแนร์เมืองไทย หล่อนเลยไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับการที่จะต้องทำงาน คะนึงนิตย์เดินทางท่องเที่ยวประเทศที่มีชื่อด้านของแบรนด์ช้อปปิ้งเพื่อทำคอนเทนต์ในช่องยูทูปของเธอ ไม่เน้นยอดวิว ไม่เน้นเงิน แต่เน้นได้อวดของและโปรโมตตัวเองว่าเธอร่ำรวยแค่ไหน เธอขึ้นชื่อเรื่องเป็นสาวสวย รวย เวอร์วัง ใช้เงินเหมือนเบี้ยใช้เงินซื้อทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ พ่อแม่ตามใจลูกสาวคนเดียวสนับสนุนและเปย์ไม่อั้นไม่ว่าลูกสาวจะทำอะไร ไม่เคยหวงห้าม สปอยเต็มที่ไม่มีกั๊ก
เธอโตมาแบบนี้ เลยเป็นคนเอาแต่ใจตัวขั้นสุด เริด เชิด และไม่แคร์ใครนอกจากความต้องการของตัวเอง บังเอิญมาเจอกับศรันย์ เขาหล่อ ถูกใจเธอ เป็นหนุ่มที่เธอได้กินกรุบแล้วติดใจ ทว่าเขากลับทำเหมือนว่าวันไนท์ไม่ได้สนใจอะไรมากกว่าเซ็กซ์
เขาเหมือนกับม้าป่าไม่เชื่อง และแน่ล่ะ เธออยากได้เขามาเป็นม้าเลี้ยงของเธอ แน่นอนว่าศรันย์ไม่รู้ความในใจของเธอ เขาบอกไม่ถูกว่าชอบเธอระดับไหนถ้าวัดจากหนึ่งถึงสิบ แต่ก็ถ้าอยากจะตามก็ตามมา มีสาวสวยรวยตามเอาใจ ก็สนุกดีออก อีกอย่างหนึ่ง...นั่นแหละ เอาไว้กวนประสาทคุณย่า
“อย่าให้ใครรู้ว่าฉันกลับมาแล้วล่ะ อย่ากระโตกกระตากมาก ฉันอยากทำให้คุณย่าตกใจ”
บอกกับนายเทิ้ม ทางนั้นอมยิ้ม รู้แหละว่าหลานชอบแหย่ย่า แหย่แบบแรงๆ เสียด้วย ศรันย์เลยซุบซิบกับนายเทิ้ม ว่าจะทำยังไงถึงจะให้เข้าบ้านได้โดยไม่มีใครเห็น เทิ้มเสนอแผนให้เขาเข้าไปทางห้องครัว ตอนนี้เป็นเวลาพักของพวกคนรับใช้ในบ้าน ส่วนใหญ่ก็อยู่ในเรือนพัก บ้านเลยเงียบๆ เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่มีใครอยู่
ศรันย์ย่องเข้าบ้านตัวเองตามแผนของนายเทิ้ม เข้าไปได้เสร็จก็พบว่าทางประตูหลังครัวนี้ไม่มีคนเลยสักคน คงไม่มีใครรู้การมาของเขาแน่นอน เขาย่องๆ ขึ้นไปยังชั้นบน และตรงเข้าไปในห้องตัวเอง มันไม่ได้ล็อคและทำความสะอาดปัดกวาดแล้วอย่างเรียบร้อย ผ้าปูที่นอนเป็นสีโปรดของเขา ทุกสิ่งยังถูกจัดวางไว้ที่เดิม ไม่ว่าจะเป็นพวกฟิกเกอร์และของสะสมที่อยู่ตรงบิ้วอินท์ มันถูกดูแลเป็นอย่างดี
บ้านยังไงก็คือบ้าน ไปอยู่ที่ไหนมาถูกใจขนาดไหน สุดท้ายที่พักผ่อนได้สบายใจและนอนหลับได้สบายตัวที่สุดก็คงจะเป็นบ้าน...นั่นแหละ
เขาแขวนกระเป๋าเป้ไว้ตรงผนัง และกระโจนขึ้นไปบนเตียง นอนเล่นสักพัก ก็ลุกขึ้นและตรงไปยังห้องน้ำ อาบน้ำและนอนพักสักตื่นหนึ่ง คงได้เวลาคุณย่ากลับมาพอดี...
ศรันย์เดินเข้าไปในห้องน้ำ และทำการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย รอไว้เซอร์ไพรส์คุณสิริญเมื่อท่านกลับมา
งานแต่งงานจัดขึ้นตามฤกษ์ยามเดิม มีคุณนาตยาเป็นแม่งานและตัวแทนคุณสิริญ โดยไม่สนใจว่าจะมีใครไม่พอใจ ซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติๆ บางคน ทำประท้วงด้วยการไม่มาร่วมงาน แต่มีหรือศรันย์จะสนใจอะไร เขาเรียกคนมาทำข่าว โหมไฟด้วยซ้ำว่าจัดงานยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็ให้อิจฉาตาลุกกันไป ทุกคนจะต้องอิจฉาเจ้าสาวของเขาอย่างชินานางเธอถูกเรียกว่าซินเดอเลอร่าผู้โชคดีวันนี้น้องสวยเหลือเกิน ทั้งงานเช้าและงานปาร์ตี้ คนที่หน้าบานไม่แพ้เขาก็คงจะเป็นสรชัช ที่ดูมีความสุขกับงานแต่งงานของพวกเขามาก จนเขานึกหมั่นไส้ ทางนั้นก็หัวเราะเมื่อเขาเปรยขึ้นลอยๆ ตอนที่หาข้าวหาขนมให้น้องกินระหว่างงาน ว่าอย่าทำหน้าที่เกินเจ้าบ่าวอย่างเขาสิ “หึงเหรอวะ นายโบ้”น้องชายกระเซ้า เมื่อโดนพี่ชายว่าเอาแบบนั้น“เอ่อ” ยอมรับไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรจะต้องวางมาดอีกแล้ว ก็มันคือความจริง“รักน้องเข้าแล้วหรือว่ะ นายโบ้” สรชัชก้มลงถามศรันย์ พี่ชายของเขายักคิ้วให้ และตอบเสียงเข้ม“ฉันน่ะผัว นายแค่พี่ชาย ต่อไปอย่าเยอะกับดอกหญ้า ฉันหึง”ตอบแบบนั้น เล่นเอาน้องชายหัวเราะจนตัวงอ แขกมาร่วมงานที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับหันมาดู ว่าสองพี่น้องคุยอะไรกัน คนหน้าตายอย่
“ดอกหญ้า ไปกินข้าวบ้างเถอะ พี่ไม่เห็นเธอกินอะไรเลย”เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัว ทำให้ชินานางหันไปมองเขาและพยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“กินแล้วค่ะ”“กินอะไร?” เขาถามเสียงเข้ม เพราะเขาจับสังเกตเธออยู่ตลอดเวลา ในงานพิธีศพของคุณสิริญ เหมือนจะปกป้องเธอกลายๆ นั่นแหละ ก็พวกญาติๆ ที่จ้องจะเล่นงานเธอมีอยู่มากมาย หลายคนไม่พอใจที่คุณย่ายกเธอให้เป็นหลานสะใภ้ จึงมีคำพูดต่างๆ อยู่ตลอดเวลามาเข้าหูเธอเขาได้ยินกับหูตัวเอง ว่าเพราะจะแต่งงานให้กับตัวกาลกิณีอย่างชินานาง คุณสิริญถึงได้เสียชีวิตไปแบบนั้น ก่อนงานแต่งงานไม่กี่วันคืนนั้นหลังจากที่ท่านคุยกับเขาฝากฝังเขาราวกับเป็นลาง ท่านก็หลับและเสียชีวิตไปเลย การพิสูจน์บอกว่าท่านหัวใจล้มเหลว และจากไปอย่างสงบ...คำพูดเหล่านั้นชินานางก็ได้ยิน เธอซึมมาก แม้จะไม่ได้ร้องไห้ให้เขาเห็น แต่สีหน้าของเธอที่ทุกข์อยู่ตลอดเวลา มันอยากให้เธอร้องไห้ระบายออกมาเสียดีกว่า“กินโอวัลตินไปแก้วหนึ่งค่ะ” “เฮ้อ...พอที่ไหนกัน ยิ่งผอมๆ อยู่จะปลิวแล้ว ไป ไปข้างนอกกับพี่”ศรันย์ว่าแล้วจูงมือเธอออกไปจากงาน ก่อนไปเขาแวะไปบอกสรชัชให้ทำหน้าที่แทนให้หน่อย จะพาชินานางไปหาอะไรก
คุณสิริญมองดูหลานชายของท่าน ที่นั่งประกบข้างชินานาง แถมยังบอกขอให้น้องตักนั่นตักนี่ส่งให้ ไหนจะสายตาที่มองสรชัชน้องชาย ยามที่เอ่ยคุยเล่นกับเด็กของท่าน มันบอกเลยว่าศรันย์กำลัง ‘หลง’ น้องเข้าแล้วแบบนี้ก็พอจะอุ่นใจวางใจได้มากๆ ไม่รู้ว่าไปหลงกันตอนไหนนะ? แต่คงเป็นเรื่องบุพเพสันนิวาสนั่นแหละ ท่านก็ปลื้มในฐานะคนจัดสรรคนสื่อ ให้คนทั้งสองได้มามองกันในฐานะนี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทและญาติ ทำให้ท่านมีความสุขมาก เหมือนเป็นครั้งแรกที่คุณสิริญปล่อยวางจากงานหนักที่แบกไว้มาตลอดชีวิต ท่านก็พอจะไว้วางใจได้บ้างว่าลูกหลานจะไม่ปล่อยให้มันล้มครืนลงไปอย่างที่ท่านเคยหวาดกลัวสรชัชจะเป็นหัวเรือหลักได้ดี ศรันย์นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว พ่อคนนี้ฉลาด และเป็นคนยุติธรรม นี่แหละท่านถึงเลือกให้หลานรักขึ้นมาเป็นคนคุม โดยมีสรชัชเป็นมือขวา คนอื่นๆ จะได้ไม่กล้าลุกขึ้นมาประท้วงอะไร ท่านแบ่งหุ้นปันส่วนให้แบบยุติธรรมแล้ว ใครควรได้ก็ได้ ใครไม่ควรค่าจะได้ท่านก็ตัดไปอนาคตก็วางไว้ให้แล้วสำหรับเด็กเลี้ยงของท่านอย่างชินานาง ในการจับหล่อนดองคู่กับศรันย์ ท่านเชื่อว่าชินานางจะดูแลเขาได้ดี ส่วนศรันย์นั้นก็จะปกป้อง
ตั้งแต่งานหมั้น ศรันย์ก็ไม่ตอบแชทเธอเลย...ไหนบอกว่าไม่อยากได้เด็กหน้าจืดนี่เป็นเมีย ถึงกับเกือบหนีงานหมั้น จนต้องให้น้องชายไปลากออกจากอ้อมอกของเธอด้วยซ้ำแถมพ่อน้องชายคนนั้นก็ยังเช่าคอนโดเดียวกับเธอ เขาขู่ว่าถ้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับศรันย์อีก เธอโดนดีแน่ๆ แหม...กลัวนิดๆ แหละกับคำขู่ แต่อะไรที่ท้าทายความสามารถมันก็มักจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มน่ะสิสำหรับเธอผลตอบแทนกับการเสี่ยงก็คือศรันย์...ตอนแรกคิดไว้แบบนั้นแน่ล่ะ แต่ตอนนี้คะนึงนิตย์เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วสักเท่าไหร่เพราะดูจากสายตาของเขาที่มองเด็กนั่นในตอนนี้ แล้วก็ชักจะร้อนๆ หนาวๆ ว่าแผนการเอาตัวเข้าเสนอในการช่วยเขาจากคู่หมั้นที่ไม่เต็มใจ ตอนนี้มันจะกลายเป็นคู่หมั้นที่เขาอยากได้ไปแล้วไหมอะ?คะนึงนิตย์หรี่ตาลงมองหน้าของเด็กนั่น ที่ตอนนี้ศรันย์สั่ง...ไม่ได้สั่งหรอก อ้อนให้เด็กนั่นตักอาหารให้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้มากๆ ตงิดใจตั้งแต่ชวนเขามากินข้าวกลางวันด้วย เขารับคำชวนแต่ว่าให้ชินานางออกมาด้วย เพราะจะต้องไปธุระกันต่อ“ธุระที่ไหนหรือคะ” เธอลองถามดู ขณะที่กำลังดูเมนูอาหารหวานหลังจากรับประทานอาหารคาวเรียบร้อยแล้ว “เราจะต้องไปดูโรงแรมจัดงานแล
“วันนี้คุณย่าให้เราไปดูโรงแรมที่จะจัดงานแต่ง แล้วก็ไปติดต่อเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้ง”เขาว่าในตอนสาย...ขณะที่มาทำงานด้วยกัน วันนี้มีเพียงเขาและเธอในห้องทำงาน ไม่มีคนอื่น พักนี้ศรันย์ตาบวมๆ เหมือนคนอดนอน ทว่า...หน้าตาเขากลับมีความสุขมากจนน่าแปลกใจสาเหตุของการอดนอนน่ะหรือ?“ค่ะ”ชินานางพยักหน้ารับ เธอกำลังคุยแชทกับทางสรชัช ที่สองสามวันนี้เขาไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูงานและไปดูที่ดินแปลงหนึ่งที่คุณย่าสั่งไว้ เพื่อขยายกิจการของท่าน“พี่จะพาเราไปแวะที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ต้องกินข้าวเย็นที่บ้าน”“ค่ะ”เหมือนขานตอบเขาสั้นๆ แต่ตายังคงจ้องที่จอโทรศัพท์ทำให้คนที่กำลังชวนเธอคุยชักจะฉุนที่น้องไม่สนใจตนเองเลย“ดอกหญ้า ทำอะไรน่ะ”“คุยงานกับพี่ชัชน่ะค่ะ พี่ชัชส่งรูปที่ดินมาให้ดู ฉันกำลังคุยและส่งให้กับคุณท่านน่ะค่ะ”“เอามานี่พี่คุยเอง”ทำท่าว่าจะแย่ง แต่ชินานางกลับเอาโทรศัพท์หลบมือเขา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาและทำตาโตใส่เขา“พี่จัมโบ้คะ นี่ฉันกำลังคุยงานนะคะ งาน...” เสียงหวานเน้น แล้วเลิกคิ้วใส่เขา“เข้าใจไหมคะ”“อื้อ...” ทำหน้าดุใส่น้องบ้าง“เอ่อ ก็เข้าใจล่ะว่างาน แต่ดอกหญ้าไม่สนใจพี่เลย พี่คุยเ
“อรุณสวัสดิ์”เสียงทุ้มดังขึ้น เมื่อเธอลืมตาทำให้ชินานางสะดุ้งตื่นเต็มตา คนกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอยิ้มและก้มลงจูบหน้าผากเธอเร็วๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียงของเธอ ก่อนจะก้าวออกไปจากห้องเธอ เธอเห็นว่าเขาเหมือนกำลังปิดปากหาวด้วยตาของเธอกะพริบปริบๆ อย่างทบทวนว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ตายล่ะ นี่เธอนอนกับเขาทั้งคืนเลยหรือนี่แต่เขาก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอจริงๆ มากไปกว่าจูบ กอดและ ลูบ...แง้...นั่นมันก็เยอะแล้วนะชินานาง!เหลือบตามองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบหกโมงเช้าแล้ว เธอมักจะตื่นเวลานี้เพื่อลงไปดูความเรียบร้อยของงานครัว ตระเตรียมทุกอย่างให้กับทุกคนในมื้อเช้า จึงรีบลุกขึ้นและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทำงานประจำวันของเธอ“วันนี้มีอะไรกิน”เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเธอเข้าไปในห้องรับประทานอาหาร...คนที่นั่งรอคือศรันย์ที่จ้องตรงมายังเธอ ขอบตาของเขาคล้ำนิดๆ เหมือนขอบตาเธอนั่นแหละ เมื่อคืนกว่าจะได้นอน...ก็ดึกโข เกือบสว่างเลยก็ว่าได้เขาตื่นเช้ามากวันนี้ทั้งที่ปรกติไม่เคยตื่นเวลานี้ ถ้าเกิดว่านอนดึกขนาดนั้นไม่ได้นอนเท่าไหร่หรอก...ก็นอนตัวแข็งอะไรต่อมิอะไรก็แข็งทั้งคืนนั้นแหละ ถึงได้ตาดำขนาดนี้มอง






![เจ้าสาวแวมไพร์ [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
