LOGINบทที่ 30วสันตฤดูที่ผลิบาน และของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์สามเดือนต่อมา ยามเว่ย ณ ศาลาริมน้ำ จวนแม่ทัพเหมันตฤดูอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยคาวเลือดได้ผ่านพ้นไป บัดนี้เมืองหลวงก้าวเข้าสู่วสันตฤดูอย่างเต็มตัว ดอกอวี้หลานในจวนแม่ทัพเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมหวนไปทั่วบริเวณ บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขภายใต้การปกครองที่เข้มแข็งขององค์รัชทายาทหอการค้าลี่จินของหวังเข้อซิงเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นเสาหลักทางการค้าของแว่นแคว้น ทว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายหญิงแห่งหอการค้ากลับมอบหมายงานทั้งหมดให้หลงจู๊ดูแล ส่วนตนเองนั้นเอาแต่พักผ่อนอยู่แต่ในจวน ตามคำสั่งขั้นเด็ดขาดของบุรุษผู้เป็นเจ้าของหัวใจลมเอื่อยพัดกลีบดอกท้อให้ร่วงหล่นลงบนโต๊ะหินอ่อน หวังเข้อซิงในชุดอาภรณ์สีชมพูอ่อนกำลังนั่งเหม่อมองฝูงปลาคาร์ปในสระ ใบหน้างดงามดูอวบอิ่มและมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าแต่ก่อน รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลาเสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังก้าวเข้ามาในศาลา ลี่เจียวเจี๋ยในชุดลำลองสีเข้มเพิ่งกลับมาจากการตรวจค่ายทหาร เขาไม่รอช้าที่จะสวมกอดร่างระหงจากด้านหลังทันทีที่มาถึง ฝังจมูกโด่งเป็นสันลงบนลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายห
บทที่ 29 จุดจบของดอกฟ้า และความลับใต้แสงโคมสามวันต่อมา ยามซื่อ ณ ท้องพระโรง วังหลวงข่าวการสิ้นชีพขององค์ชายสามกบฏแผ่นดินแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการกวาดล้างขุนนางโฉดที่สมรู้ร่วมคิดจนสิ้นซาก องค์รัชทายาทได้ขึ้นกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างชอบธรรม ทว่ายังมีอีกหนึ่งบุคคลที่ต้องรับผลกรรมจากการกระทำอันเย่อหยิ่งของตนเองกลางท้องพระโรง องค์หญิงจินหลิง ผู้เคยหยิ่งผยองและหมายปองลี่เจียวเจี๋ยมาตลอด บัดนี้กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้าแท่นประทับของฮองเฮา แม้นางจะมิได้ร่วมก่อกบฏโดยตรง ทว่าหลักฐานจากจวนองค์ชายสามระบุชัดเจนว่า นางเคยแอบส่งจดหมายลับและให้ความร่วมมือในการใส่ร้ายตระกูลหวังเพื่อหวังจะกำจัดหวังเข้อซิงให้พ้นทาง“องค์หญิงจินหลิง... เจ้าเป็นถึงสายเลือดมังกร กลับมีจิตใจคับแคบ ริษยาสตรีที่มีสวามีแล้ว หนำซ้ำยังรู้เห็นเป็นใจกับกบฏ” ฮองเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด “เพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล ข้าในฐานะมารดาของแผ่นดิน ขอสั่งปลดเจ้าจากฐานันดรศักดิ์องค์หญิง ริบทรัพย์สินทั้งหมด และเนรเทศให้ไปบวชชีที่วัดหลวงบนยอดเขาเหลียงซาน คัดลอกพระสูตรสำนึกผิดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
บทที่ 28 คมดาบปลิดชีพ และน้ำตาของฮูหยินยามห้าย ณ วัดร้างหานซาน หุบเขาไร้เงาเงาดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์ พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วและแรงอาฆาตที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้ องค์ชายสามเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พยายามก้าวเท้าหนีพร้อมกับร้องขอชีวิต“ละ... ลี่เจียวเจี๋ย! ข้าเป็นถึงองค์ชาย! เจ้าฆ่าข้า... เสด็จพ่อต้อง...”สวบ!!คมดาบทะลวงผ่านลำคอขององค์ชายสาม ตัดขาดซึ่งเสียงร้องและลมหายใจในเสี้ยววินาที เลือดสีสดสาดกระเซ็นย้อมแท่นบูชาเก่าทรุดโทรม ร่างขององค์ชายสามทรุดฮวบลงกับพื้น ดวงตายังคงเบิกโพลงค้าง ทว่าไร้ซึ่งแววแห่งชีวิตอีกต่อไปทรชนผู้มักใหญ่ใฝ่สูงและทะเยอทะยาน บัดนี้ได้จบสิ้นลงอย่างน่าสมเพชใต้คมดาบของแม่ทัพไร้พ่าย!ทันทีที่ผู้เป็นนายสิ้นชีพ นักฆ่าที่เหลือรอดเพียงหยิบมือต่างเสียขวัญทิ้งอาวุธเตรียมหลบหนี ทว่าเสียงฝีเท้าม้านับร้อยและเสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องปิดล้อมอารามร้างเอาไว้จนหมดสิ้น“พี่ใหญ่!” ลี่เจียวจ้านนำกองกำลังทมิฬบุกทะลวงเข้ามาด้านใน ทหารม้าเหล็กกวัดแกว่งอาวุธเข้าจัดการนักฆ่าที่เหลือรอดอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเมื่อการต่อสู้จบลง ลี่เจียวเจี๋ยที่ยืนตระหง่านอยู่กลางกองเลื
บทที่ 27ค่ายกลมรณะ และเลือดของเทพสงครามยามห้าย ณ วัดร้างหานซาน หุบเขาไร้เงาเศษไม้จากบานประตูที่แตกกระจายร่วงหล่นลงสู่พื้น ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยคลุ้ง ลี่เจียวเจี๋ยก้าวเข้ามาในอารามร้าง รังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำเอาอากาศในห้องเย็นยะเยือกจนแทบจับขั้วหัวใจ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างของหวังเข้อซิงที่ถูกมัดอยู่กับเสา เมื่อเห็นรอยแดงช้ำบนปลายคางและใบหน้าที่ซีดเซียวของภรรยา เส้นเลือดบนขมับของแม่ทัพหนุ่มก็ปูดโปนขึ้นทันทีองค์ชายสามผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่น ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองวางค่ายกลไว้พร้อมสรรพ เขาก็แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง“มาได้รวดเร็วสมเป็นแม่ทัพไร้พ่ายแต่เจ้าก้าวเข้ามาในถิ่นของข้าแล้ว ลี่เจียวเจี๋ย วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็นสตรีที่เจ้ารักตายไปต่อหน้าต่อตา! ฆ่ามัน! แล้วจุดชนวนระเบิดเสีย!”สิ้นคำสั่ง นักฆ่าเงากว่ายี่สิบคนก็ชักกระบี่พุ่งทะยานเข้าใส่ลี่เจียวเจี๋ยจากทุกทิศทาง พร้อมกันนั้น นักฆ่าอีกผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้เสาไม้ก็หยิบคบเพลิงขึ้นมา เตรียมจี้ลงบนสายชนวนดินปืนที่ถูกโยงไว้รอบอารามทว่าองค์ชายสามประเมินความสามารถของสตรีตระกูลหวังต่ำเกินไป!
บทที่ 26 โทสะเทพสงคราม ทะลวงเลือดล้างบางยามโหย่ว ณ จวนแม่ทัพกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานจวน ลี่เจียวเจี๋ยหยัดกายลุกขึ้นจากกองเลือดขององครักษ์ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมั่นคงเยือกเย็น บัดนี้ถูกฉาบเคลือบด้วยเงาทะมึนแห่งมัจจุราช รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนทหารยามที่รอดชีวิตต่างสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ“ตามท่านหมอเทวดามารักษาเยี่ยตง! หากเขาตาย ข้าจะเอาหัวพวกเจ้าไปเซ่นไหว้เขา!” แม่ทัพหนุ่มตวาดก้อง ก่อนจะหันไปหาทหารคนสนิท “ส่งพลุสัญญาณสีแดงเรียกรวมพล ‘กองกำลังทมิฬ’ ทั้งหมดเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการทหารม้าเหล็กห้าร้อยนาย และส่งคนนำป้ายประจำตัวข้าไปแจ้งใต้เท้ากวนแห่งศาลต้าหลี่ ให้ออกคำสั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามผู้ใดเข้าออกแม้แต่สุนัขตัวเดียว!”ลี่เจียวจ้านที่เพิ่งทราบข่าวและควบม้าตามมาถึงจวน เบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพพังทลายของบ้านและจิตสังหารของพี่ชาย “พี่ใหญ่! รัชทายาททรงทราบเรื่องแล้ว พระองค์ทรงมอบป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำมาให้ สั่งการให้พี่ใหญ่มีอำนาจจัดการกบฏและผู้สมรู้ร่วมคิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอไต่สวนขอรับ!”ลี่เจียวเจี๋ยรับป้ายอาญาสิทธิ์มาถือไว้ในมือ นัยน์ตาแดงก่ำวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น “ดี
บทที่ 25ล่อเสือออกจากถ้ำ และวิกฤตของฮูหยินสามวันต่อมา ยามเว่ย ณ จวนแม่ทัพเมืองหลวงตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด ทหารยามออกลาดตระเวนค้นหาตัวองค์ชายสามที่บัดนี้กลายเป็นกบฏแผ่นดินอย่างพลิกแผ่นดิน ทว่าสุนัขจนตรอกผู้นี้กลับหลบซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดราวกับไร้ตัวตนภายในจวนแม่ทัพ หวังเข้อซิงกำลังนั่งดูสมุดบัญชีหอการค้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้ภายนอกนางจะดูเยือกเย็น แต่ในใจกลับสังหรณ์ไม่ดี ลี่เจียวเจี๋ยเองก็เพิ่มกำลังคุ้มกันจวนเป็นสองเท่า และสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปไหนเด็ดขาด“ซิงเออร์ พักสายตาเสียบ้างเถิด” ลี่เจียวเจี๋ยเดินเข้ามาในห้อง วางถ้วยรังนกตุ๋นลงบนโต๊ะ มือแกร่งบีบนวดไหล่บางเบาๆ “สายลับของข้ากำลังปูพรมค้นหาทั่วเมืองหลวง อีกไม่นานต้องได้ตัวมันแน่”“ข้ามิได้กังวลเรื่องตนเองหรอกเจ้าค่ะ” หวังเข้อซิงถอนหายใจ “แต่ข้ากังวลใจเรื่องท่านพ่อ องค์ชายสามรู้ดีว่าผู้ที่ร่วมมือกับท่านพี่ตัดท่อน้ำเลี้ยงของเขาคือกรมคลัง หากเขาคิดจะแว้งกัด...”ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประตูห้องหนังสือก็ถูกเปิดผางออก เยี่ยตงพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนแขนเสื้อ สีหน้าขององครักษ์เงาตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่
บทที่ 5 จวนวิวาห์แสนล้าน กับการมัดมือชกเข้าหอ!ยามตะวันรอน ณ บริเวณหน้าปะรำพิธีหุบเขาชิงหลิงทันทีที่เสียงกลองสัญญาณจบเกมชิงธงเงียบลง บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นมาทันตา เมื่อแม่ทัพใหญ่ลี่เจียวเจี๋ยเดินก้าวอาดๆ ออกมาจากชายป่า ในอ้อมแขนอุ้มร่างอรชรของคุณหนูหวังเข้อซิงเอาไว้แนบอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่ง
บทที่ 4 แผนลวงกลางป่า และการประกาศสิทธิ์ครอบครอง!ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งก้านธูปก่อนหน้า ในช่วงชุลมุนที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันเข้าป่าชิงหลิง...ณ มุมลับตาคนหลังปะรำพิธี องค์ชายสามที่กำลังหงุดหงิดจากการถูกแย่งสลากสีดำ ได้สบตากับองค์หญิงเล่อเยียนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความริษยา ทั้งสองซึ่งมีจุดประสงค์ตรง
บทที่ 3เผยโฉมว่าที่ฮูหยิน และศัตรูหัวใจจวนตระกูลลี่ค่ำคืนนี้ บรรยากาศชื่นมื่นผิดหูผิดตาประหนึ่งมีงานมงคลล่วงหน้า หลังจากที่คุณชายใหญ่ผู้ดื้อรั้นหนีการแต่งงานมาทั้งชีวิต ควบม้ากลับมาถึงจวนแล้วประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหารว่า...“ข้าตกลงจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลหวัง!”เคร้ง!ตะเกียบในมือของท่านแม่ทัพเฒ่า
บทที่ 2จับโป๊ะคุณหนูจอมซนคุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีการคลังตระกูลหวัง เป็นที่กล่าวขานในเมืองหลวงว่าเป็นสตรีลึกลับ ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงมาก่อน เนื่องจากนางไม่เคยปรากฏตัวในงานสังสรรค์หรือคบค้าสมาคมกับบุตรีจวนใด ข่าวลือหนาหูต่างเล่าลือกันไปว่า ตอนเด็กนางป่วยหนักจนเสียโฉม มีแผลเป็นน่าเกลียดน่







