ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น

ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น

last updateDernière mise à jour : 2026-06-25
Par:  whiteinkwithdarkEn cours
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
29Chapitres
1.8KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ลือกันให้แซ่ดทั่วเมืองหลวง... ‘ลี่เจียวเจี๋ย’ แม่ทัพหน้ากากเหล็กผู้ไร้พ่าย คือบุรุษเหี้ยมโหด อัปลักษณ์ และไร้หัวใจ! ส่วน ‘หวังเข้อซิง’ คุณหนูใหญ่จวนเสนาบดี คือสตรีอัปลักษณ์ เสียโฉม จนต้องเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน! เมื่อสมรสพระราชทานชักนำให้ผีเน่ากับโลงผุต้องมาแต่งงานกัน ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการถูกบังคับจึงควบม้าบุกไปจวนว่าที่พ่อตาเพื่อ ‘ขอถอนหมั้น!’ ทว่าฟ้ากลับเล่นตลก เมื่อคุณหนูอัปลักษณ์ในข่าวลือ กลับกลายเป็น ‘สตรีสวมหน้ากากจิ้งจอก’ ผู้มีดวงตางดงามดุจดวงดารา ที่เคยปล้นหัวใจเขาไปในคืนเทศกาลโคมไฟ! เมื่อรู้ว่าว่าที่ฮูหยินกำลังเล่นละครงิ้วปลอมเป็นสาวใช้เพื่อหลอกทดสอบเขา แม่ทัพหนุ่มจึงซ้อนแผนตลบหลัง จากที่ตั้งใจจะไปยกเลิกงานแต่ง... กลับกลายเป็นเร่งส่งเทียบมงคลมาสู่ขอในวันพรุ่งนี้แทนเสียอย่างนั้น! “ข้าขอเปลี่ยนจากการยกเลิกหมั้นหมาย... เป็นการให้แม่สื่อนำ ‘เทียบมงคล’ มาสู่ขอในวันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกันขอรับ!”

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 พ่ายแพ้ให้เพียงดวงตา

บทที่ 1

พ่ายแพ้ให้เพียงดวงตา

เสียงดาบกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วสมรภูมิ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลในอากาศ ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของทหารที่ล้มตายเกลื่อนกลาดนับไม่ถ้วน บุรุษผู้หนึ่งกลับยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบอย่างนิ่งงัน ราวกับมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึก

เกราะสีดำทมิฬของเขาชโลมไปด้วยเลือดของศัตรูจนแทบกลายเป็นสีแดงฉาน ใบหน้าครึ่งบนถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากเหล็กสีดำสนิท มีเพียงดวงตาคมกริบและเย็นเยียบที่กวาดมองไปยังทหารศัตรูที่เหลือรอด

“แม่ทัพ… แม่ทัพหน้ากาก!” เสียงตะโกนของทหารฝ่ายตรงข้ามสั่นเครือไปด้วยความหวาดหวั่น

เพียงแค่เอ่ยชื่อของเขา ก็มากพอที่จะทำให้ศัตรูขวัญหนีดีฝ่อ ชายผู้นี้คือ ‘ลี่เจียวเจี๋ย’ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นมู่ เทพเจ้าแห่งสงครามผู้ไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้ ว่ากันว่าภายใต้หน้ากากเหล็กนั้นซุกซ่อนใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวจนต้องปิดบังไว้ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดหาญกล้าเอ่ยถาม เพราะผู้ที่พยายามล่วงรู้ความลับของเขา ล้วนกลายเป็นศพเฝ้าสนามรบไปสิ้นแล้ว

แม่ทัพหนุ่มยกดาบที่ชุ่มเลือดขึ้นอย่างเชื่องช้า 

“ถอย... หรือจะตาย”

เสียงทุ้มต่ำดุดันลอดผ่านหน้ากากเหล็ก เพียงประโยคเดียว ทหารศัตรูที่เหลือก็แตกพ่ายทิ้งอาวุธหนีตายกันจ้าละหวั่น สมรภูมิรบกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง

รองแม่ทัพรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า 

“ท่านแม่ทัพ! ศึกชายแดนครั้งนี้เราได้ชัยชนะแล้ว ขอรับ”

ชายในหน้ากากไม่ได้เอ่ยตอบสิ่งใด สายลมหนาวพัดผ่านชายผ้าคลุมสีดำให้โบกสะบัด นัยน์ตาคมทอดมองไปยังขอบฟ้าอันห่างไกล

“กลับเมืองหลวง”

รองแม่ทัพเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง 

“แต่ฝ่าบาทยังไม่ได้มีพระบัญชาเรียกตัวกลับ”

“ข้ามีเรื่องต้องจัดการ” 

เขาหมุนตัวตวัดขาก้าวขึ้นหลังม้าศึก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทหารทั้งกองทัพแทบหยุดหายใจ

“ฮ่องเต้ประทานสมรสให้ข้า”

บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบกริบ ทหารหลายคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง พลางลอบคิดตื่นตระหนกในใจว่า ‘สตรีจวนใดกันที่ช่างโชคร้ายและใจกล้าพอ... ถึงต้องมาแต่งงานกับแม่ทัพหน้ากากจอมโหดผู้นี้?’

ทว่าประโยคถัดมาของเขา กลับยิ่งทำให้ทุกคนเบิกตาโพลงด้วยความช็อกยิ่งกว่าเดิม

“...ข้าจะไปถอนหมั้น!”

พูดจบ แม่ทัพใหญ่ก็กระตุกบังเหียนพุ่งทะยานออกไปท่ามกลางสายลม ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า การกลับเมืองหลวงครั้งนี้ จะทำให้แม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามรบ... ต้องพ่ายแพ้ให้กับเพียงดวงตาของสตรีผู้หนึ่ง

สตรี... ที่ต่อมาเขาจะเรียกขานนางว่า 

‘ฮูหยินของข้า’

ณ เมืองหลวง... บรรยากาศภายในโถงใหญ่จวนตระกูลลี่ตึงเครียดจนแทบจะบีบคั้นให้คนหายใจไม่ออก

“เจียวเจี๋ย! อายุเจ้าก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว พ่อรอมาหลายปี ทุกครั้งที่หาบุตรีตระกูลดีๆ มาให้ เจ้าก็หาข้ออ้างหนีกลับค่ายทหารไปดื้อๆ คราวนี้พ่อไม่ยอมเจ้าอีกแล้ว!”

เสียงตวาดกร้าวของท่านแม่ทัพผู้เฒ่าลี่ดังก้องไปทั่วจวน ในขณะที่คุณชายใหญ่ลี่เจียวเจี๋ย ที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงหมาดๆ นั่งหน้าตึงอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“พ่อจะไปส่งเทียบสู่ขอ ‘คุณหนูใหญ่หวังเข้อซิง’ บุตรีจวนเสนาบดีการคลังให้เจ้า เจ้ามีหน้าที่เข้าพิธีแต่งงานและเดินเข้าเรือนหออย่างเดียว รอบนี้เจ้าห้ามปฏิเสธ!”

ลี่เจียวเจี๋ยผุดลุกขึ้นยืนด้วยความกรุ่นโกรธ 

“ท่านพ่อ! ข้าบอกหลายครั้งแล้วว่ายังไม่อยากแต่งงาน หากท่านอยากอุ้มหลานนัก ก็ให้น้องรองแต่งแทนข้าเสียสิ! ข้าไม่แต่ง! ข้าขอตัว!”

คุณชายใหญ่สะบัดชายเสื้อเดินตึงตังออกไปจากโถงใหญ่โดยไม่สนใจเสียงเรียกของผู้เป็นบิดา เขาคว้าหน้ากากประจำตัวอีกอันเดินเร้นกายหายเข้าไปในความวุ่นวายของเมืองหลวงทันที

เทศกาลหยวนเซียวในปีนี้ เมืองหลวงสว่างไสวราวกับกลางวัน โคมไฟนับหมื่นดวงถูกจุดประดับประดาทอดยาวไปตามถนนสายหลัก ผู้คนหลั่งไหลออกมาร่วมงานเฉลิมฉลองกันอย่างเนืองแน่น เสียงหัวเราะและดนตรีบรรเลงดังแว่วมาไม่ขาดสาย

ทว่าท่ามกลางความครึกครื้นนั้น บุรุษร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มกลับยืนนิ่งสงบด้วยท่วงท่าเงียบขรึมและโดดเดี่ยวอยู่ริมถนนฝั่งหนึ่ง ใบหน้าครึ่งบนของเขาถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากเหล็กสีเงินสลักลายพยัคฆ์ ซ่อนเร้นร่องรอยแห่งสงครามและข่าวลือเรื่องความอัปลักษณ์ไว้มิดชิด

ลี่เจียวเจี๋ยถอนหายใจแผ่วเบา เขาเพิ่งหนีความวุ่นวายจากการถูกบิดาและฮ่องเต้รบเร้าเรื่องการแต่งงาน เขาจึงเลือกที่จะหลบเร้นกายออกมาปะปนกับฝูงชนในงานโคมไฟ เพื่อหวังให้ความวุ่นวายของเมืองหลวงช่วยกลบความหงุดหงิดในใจ

ในคืนเทศกาลเช่นนี้ หนุ่มสาวมากมายต่างสวมหน้ากากกระดาษเพื่อหยอกเย้าและรักษาความทัดเทียม ลี่เจียวเจี๋ยทอดสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่เคยชินแต่กับการมองหาศัตรูในสนามรบ กวาดมองไปยังฝั่งตรงข้ามของถนนอย่างไร้จุดหมาย

อีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางคลื่นกระแสมนุษย์ ‘หวังเข้อซิง’ คุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีที่เพิ่งแอบหนีบิดาออกมาเดินชมโคมไฟ ก็กำลังบ่นพึมพำในใจอย่างเลื่อนลอย 

‘ท่านพ่อนะท่านพ่อ ทำการสิ่งใดไม่ปรึกษาข้าก่อนเลย’ 

นางสวมหน้ากากกระดาษรูปจิ้งจอกสีขาวครึ่งหน้าเพื่อพรางตัว พลางถอนหายใจให้กับชะตากรรมของตนเองที่ถูกยัดเยียดให้แต่งงานกับบุรุษหยาบกระด้างผู้นั้น

จนกระทั่ง... กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยลอยมาตามสายลม

ในชั่วขณะที่หวังเข้อซิงกำลังเดินทอดน่อง นางพลันสัมผัสได้ถึง ‘สายตา’ คู่หนึ่งที่จ้องมองมาอย่างแน่วแน่และทรงพลัง มันทะลุทะลวงข้ามผ่านผู้คนนับพันจนทำให้นางรู้สึกสะท้านไปทั้งแผ่นหลัง แม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละฝั่งถนน แต่นางกลับรับรู้ได้ถึงจิตที่จ้องมองมาอย่างแจ่มชัด

ด้วยสัญชาตญาณ นางค่อยๆ หันหน้าไปตามทิศทางนั้น...

ท่ามกลางแสงโคมไฟที่สาดส่อง ร่างอรชรในชุดฮั่นฝูสีแดงสดราวกับเพลิงกัลป์หยุดชะงัก ดวงตากลมโตหงส์ภายใต้หน้ากากจิ้งจอก ค่อยๆ เลื่อนมาสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันภายใต้หน้ากากเหล็กของแม่ทัพหนุ่มที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งพอดี

เสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบของคนทั้งคู่คล้ายหยุดหมุน

มันเป็นดวงตาที่งดงามและกระจ่างใสที่สุดเท่าที่บุรุษผู้กรำศึกมาทั้งชีวิตเคยพานพบ ภายในแววตานั้นไม่มีความหวาดกลัวต่อหน้ากากเหล็กอันเย็นชาของเขา มีเพียงความประหลาดใจระคนสงสัย กระชากหัวใจที่เคยด้านชาประดุจหินผาของเขาให้เต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในขณะเดียวกัน หวังเข้อซิงก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาของบุรุษร่างสูงใต้หน้ากากพยัคฆ์ผู้นั้นตรึงนางไว้ราวกับถูกมนต์สะกด นางแอบขอบคุณหน้ากากจิ้งจอกที่ช่วยบดบังใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนของนางเอาไว้ได้ทัน

แต่ความงดงามมักคงอยู่เพียงชั่วครู่...

“คุณหนูเจ้าคะ! หยุดยืนตรงนี้ทำไมเจ้าคะ ดึกมากแล้ว รีบกลับจวนกันเถอะเจ้าค่ะ!” เสียงของ ‘อามี่’ สาวใช้คนสนิทดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับกระตุกแขนเสื้อผู้เป็นนาย ดึงสติของหวังเข้อซิงให้กลับมา นางถูกดึงให้เดินตามไปตามกระแสฝูงชนที่หลั่งไหลเข้ามาบดบังวิสัยทัศน์

เมื่อลี่เจียวเจี๋ยตั้งสติได้และพยายามแหวกฝูงชนข้ามถนนไปมองหา ร่างอรชรในชุดสีแดงและดวงตาคู่สวยที่ทำให้เขาใจสั่น ก็อันตรธานหายไปกับแสงโคมเสียแล้ว

แม่ทัพหนุ่มผู้ไร้พ่ายยืนนิ่งอยู่กับที่ ท่ามกลางแสงโคมไฟ เขาไม่รู้ว่านางคือใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาภายใต้หน้ากากนั้นเป็นเช่นไร แต่สัญชาตญาณของเขาบอกชัดเจนว่า... ไม่ว่านางจะเป็นใคร เขาจะต้องตามหาเจ้าของดวงตาคู่นี้ให้พบ!

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

SSMT
SSMT
ชอบพระเอกเจ้าเล่ห์
2026-08-15 22:14:06
0
0
29
บทที่ 1 พ่ายแพ้ให้เพียงดวงตา
บทที่ 1พ่ายแพ้ให้เพียงดวงตาเสียงดาบกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วสมรภูมิ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลในอากาศ ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของทหารที่ล้มตายเกลื่อนกลาดนับไม่ถ้วน บุรุษผู้หนึ่งกลับยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบอย่างนิ่งงัน ราวกับมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึกเกราะสีดำทมิฬของเขาชโลมไปด้วยเลือดของศัตรูจนแทบกลายเป็นสีแดงฉาน ใบหน้าครึ่งบนถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากเหล็กสีดำสนิท มีเพียงดวงตาคมกริบและเย็นเยียบที่กวาดมองไปยังทหารศัตรูที่เหลือรอด“แม่ทัพ… แม่ทัพหน้ากาก!” เสียงตะโกนของทหารฝ่ายตรงข้ามสั่นเครือไปด้วยความหวาดหวั่นเพียงแค่เอ่ยชื่อของเขา ก็มากพอที่จะทำให้ศัตรูขวัญหนีดีฝ่อ ชายผู้นี้คือ ‘ลี่เจียวเจี๋ย’ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นมู่ เทพเจ้าแห่งสงครามผู้ไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้ ว่ากันว่าภายใต้หน้ากากเหล็กนั้นซุกซ่อนใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวจนต้องปิดบังไว้ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดหาญกล้าเอ่ยถาม เพราะผู้ที่พยายามล่วงรู้ความลับของเขา ล้วนกลายเป็นศพเฝ้าสนามรบไปสิ้นแล้วแม่ทัพหนุ่มยกดาบที่ชุ่มเลือดขึ้นอย่างเชื่องช้า “ถอย... หรือจะตาย”เสียงทุ้มต่ำดุดันลอดผ่านหน้ากากเหล็ก เพียงประโยคเดียว ทหารศัตรูที่เ
Read More
บทที่ 2 จับโป๊ะคุณหนูจอมซน
บทที่ 2จับโป๊ะคุณหนูจอมซนคุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีการคลังตระกูลหวัง เป็นที่กล่าวขานในเมืองหลวงว่าเป็นสตรีลึกลับ ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงมาก่อน เนื่องจากนางไม่เคยปรากฏตัวในงานสังสรรค์หรือคบค้าสมาคมกับบุตรีจวนใด ข่าวลือหนาหูต่างเล่าลือกันไปว่า ตอนเด็กนางป่วยหนักจนเสียโฉม มีแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวบนใบหน้า จึงต้องเก็บตัวอยู่แต่ในจวนทว่าความจริงแล้ว... คนในจวนตระกูลหวังต่างรู้ดีที่สุด ว่าคุณหนูใหญ่ ‘หวังเข้อซิง’ นั้น มีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดาจำแลง!ดวงตากลมโตหงส์สุกสกาวดั่งดวงดารา เรือนผมดำขลับดุจน้ำหมึก ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดไร้รอยตำหนิ ยิ่งเติบโต นางก็ยิ่งงดงามละม้ายคล้ายคลึงกับมารดาที่ล่วงลับไปแล้วไม่มีผิดเพี้ยน นี่จึงเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ท่านเสนาบดีหวัง ผู้เป็นบิดาเกิดอาการ หวงลูกสาวขั้นวิกฤต ไม่ยอมให้นางออกไปพบปะผู้คน หากจะออกจากจวนก็ต้องสวมผ้าคลุมหน้าหรือหน้ากากปกปิดความงดงามนั้นไว้เสมอแต่ความหวงแหนของบิดา ก็มิอาจต้านทานรับสั่งของโอรสสวรรค์ได้...“ท่านพ่อ! ท่านพ่อกลับมาแล้ว!”เสียงใสกังวานดังขึ้น พร้อมกับร่างอรชรที่วิ่งเข้ามากอดแขนผู้เป็นบิดาแล้วแกว่งไปมาอย่างออดอ้อน
Read More
บทที่ 3 เผยโฉมว่าที่ฮูหยิน และศัตรูหัวใจ
บทที่ 3เผยโฉมว่าที่ฮูหยิน และศัตรูหัวใจจวนตระกูลลี่ค่ำคืนนี้ บรรยากาศชื่นมื่นผิดหูผิดตาประหนึ่งมีงานมงคลล่วงหน้า หลังจากที่คุณชายใหญ่ผู้ดื้อรั้นหนีการแต่งงานมาทั้งชีวิต ควบม้ากลับมาถึงจวนแล้วประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหารว่า...“ข้าตกลงจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลหวัง!”เคร้ง!ตะเกียบในมือของท่านแม่ทัพเฒ่าลี่ ฮูหยินลี่ และคุณชายรองลี่เจียวจ้าน ร่วงหล่นกระทบชามข้าวแทบจะพร้อมเพรียงกัน“ไหน เจ้าลูกชาย! ลองพูดใหม่อีกทีซิ!” ท่านแม่ทัพผู้เป็นบิดาเบิกตากว้าง “วันนี้ที่เจ้าบุกไปจวนตระกูลหวัง... เจ้าไปเจอสิ่งใดดีๆ มาใช่หรือไม่! บอกพ่อมาให้ชื่นใจเดี๋ยวนี้ ว่าครั้งนี้พ่อจะได้อุ้มหลานแน่แล้ว!”“โธ่ ท่านพ่อ ข้ายอมแต่งงาน ท่านก็ยังหวาดระแวงข้าอีก” ลี่เจียวเจี๋ยแสร้งถอนหายใจ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน “ข้าก็แค่รู้สึกว่า... ต่อไปนี้หากข้าแต่งกับนาง ชีวิตข้าคงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป นางไม่เหมือนใครดี ข้าชอบ... เอาเป็นว่าข้าแต่งแน่ พรุ่งนี้รบกวนท่านแม่ช่วยจัดเตรียมของหมั้นไปส่งเทียบสู่ขอให้ข้าด้วยนะขอรับ เอาให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติตระกูลเราเลย!”“ได้สิ! แม่จะจัดของหมั้นให้ยิ่งใหญ่ที่สุดเ
Read More
บทที่ 4 แผนลวงกลางป่า และการประกาศสิทธิ์ครอบครอง!
บทที่ 4 แผนลวงกลางป่า และการประกาศสิทธิ์ครอบครอง!ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งก้านธูปก่อนหน้า ในช่วงชุลมุนที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันเข้าป่าชิงหลิง...ณ มุมลับตาคนหลังปะรำพิธี องค์ชายสามที่กำลังหงุดหงิดจากการถูกแย่งสลากสีดำ ได้สบตากับองค์หญิงเล่อเยียนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความริษยา ทั้งสองซึ่งมีจุดประสงค์ตรงกันจึงลอบเจรจากันอย่างรวดเร็ว“น้องสี่... ดูเหมือนเราสองพี่น้องจะมีศัตรูคนเดียวกันเสียแล้ว” องค์ชายสามแสยะยิ้ม “ข้าจะส่งองครักษ์เงาของข้าไปลอบจัดการขัดขวางลี่เจียวเจี๋ยเสีย อย่าให้พวกมันหาธงเจอ ส่วนนังลูกขุนนางหน้าตางดงามนั่น ข้าจะให้คนสาดผงยาสลบใส่ แล้วข้าจะตามไปสวมรอยเป็น ‘วีรบุรุษช่วยสาวงาม’ พาตัวนางกลับมาเอง... พอถึงตอนนั้น ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ลี่เจียวเจี๋ยก็ต้องเป็นของเจ้า ส่วนหวังเข้อซิงก็ต้องตกเป็นของข้า!”องค์หญิงเล่อเยียนแค่นเสียงเย็นชา “ตกลง! ถือว่าผลประโยชน์ร่วมกัน ข้าจะรอชมงิ้วโรงใหญ่ของเสด็จพี่สามก็แล้วกัน!”แผนการสกปรกถูกวางเอาไว้อย่างรวดเร็ว ทว่าพวกเขากลับประเมิน ‘เทพเจ้าแห่งสงคราม’ ต่ำเกินไป!ลึกเข้ามาในป่าชิงหลิง ลี่เจียวเจี๋ยเดินนำหน้าหวังเข้อซิงไปตามทางเดินแคบๆ สายตาคมก
Read More
บทที่ 5 จวนวิวาห์แสนล้าน กับการมัดมือชกเข้าหอ!
บทที่ 5 จวนวิวาห์แสนล้าน กับการมัดมือชกเข้าหอ!ยามตะวันรอน ณ บริเวณหน้าปะรำพิธีหุบเขาชิงหลิงทันทีที่เสียงกลองสัญญาณจบเกมชิงธงเงียบลง บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นมาทันตา เมื่อแม่ทัพใหญ่ลี่เจียวเจี๋ยเดินก้าวอาดๆ ออกมาจากชายป่า ในอ้อมแขนอุ้มร่างอรชรของคุณหนูหวังเข้อซิงเอาไว้แนบอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งเปิดเผยต่อสาธารณชน มิได้มีความอับอายแม้แต่น้อย ทว่ากลับเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบทอปรากยเย่อหยิ่งและหยิ่งผยองอย่างถึงที่สุด เขากวาดสายตามองไปยังเหล่าบุรุษรอบข้างที่เคยแอบมองนาง ดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังประกาศสิทธิ์ครอบครอง ‘ของดี’ ที่ตนเพิ่งล่ามาได้!“ท่านแม่ทัพ! ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะ! คนมองกันหมดแล้ว!” หวังเข้อซิงกระซิบประท้วง หน้าแดงเถือกจนถึงใบหู นางพยายามดิ้นทว่าเขากลับกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น“มองก็มองไปซิ ข้ากำลังอุ้มว่าที่ฮูหยินของข้า ใครกล้ามีปัญหา?” เขาตอบหน้าตาย พลางเดินตรงไปยังขบวนรถม้า โดยมี ลี่เจียวจ้าน น้องชายตัวดีเดินตามมาติดๆ พร้อมส่งยิ้มชงเก่งมาให้เมื่อถึงรถม้า ลี่เจียวเจี๋ยช้อนร่างนางขึ้นไปบนรถม้าคันหรูของตระกูลลี่อย่างนุ่มนวล ทว่าเมื่อน้องชายทำท่าจะก้าวตามขึ้นมา เขากลับตวัดส
Read More
บทที่ 6 มหาพิธีวิวาห์สะท้านเมืองหลวง และพันธนาการรักในคืนเข้าหอ
บทที่ 6มหาพิธีวิวาห์สะท้านเมืองหลวง และพันธนาการรักในคืนเข้าหอแสงอรุณยังไม่จับขอบฟ้า บรรดาสาวใช้ทั้งหลายก็รีบปลุกคุณหนูประจำจวนว่าที่เจ้าสาวในวันนี้ลุกขึ้น อาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้า มาสวมชุดแต่งงานที่แสนสวยงาม ด้วยนางยังไม่ทันตั้งสติว่าเหตุการณ์เช่นนี้ทำไมเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวกับนางได้“นี้ข้าไม่สามารถหลุดพ้นไปจาก แม่ทัพหนาหน้าผู้นั้นได้จริงๆ หรือ”หวังเข้อซิง ได้แต่พูดบ่นในความคิดของตนเองผู้เดียวไม่สามารถทำอะไรกับช่วงเวลานี้ได้ ทำได้เพียงแต่ไหลไปตามน้ำ“ท่านพ่อนี้ก็ช่างกระไร ไม่เพียงจะหวงลูกสาวอย่างข้าบ้าง กลับกลายเป็นว่า จะชื่นชอบลูกเขยคนนี้มากกว่าบุตรสาวตนเองเสียอีก”“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะยอมแต่งให้แม่ทัพบ้ากามนั้นแต่โดยดี แต่อย่าคิดว่าข้าจะยอมมีใจให้ได้ง่ายๆนะ ข้าจะดูสิว่าบุรุษผู้นั้นจะทนข้าได้นานเพียงใด”เมื่อหวังเข้อซิงคิดได้เพียงนี้ ก็ต้องปล่อยให้เกมที่เริ่มเดินแล้วเด่นต่อไป ก็ดูสิว่าผู้ใดจะชนะในเกมรักครั้งนี้ล่วงเข้ายามแสงอาทิตย์จับขอบฟ้าทั่วทั้งถนนสายหลักที่มุ่งสู่จวนเสนาบดีหวังกลับถูกปูด้วยพรมแดงยาวเหยียด ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวขนาดแปดคนหามไม่ได้มาเพียงลำพัง ทว่าลี่เจียวเจี๋ยกลับ
Read More
บทที่ 7 เล่ห์ร้ายในวังหลวง
บทที่ 7เล่ห์ร้ายในวังหลวง สามวันหลังงานวิวาห์สะท้านเมืองหลวง หวังเข้อซิงในฐานะฮูหยินแม่ทัพใหญ่ต้องเข้าวังหลวงเพื่อร่วมงานเลี้ยงน้ำชาเปิดตัวคู่สมรสใหม่ ลี่เจียวเจี๋ยเดินประคองนางเข้าสู่อุทยานหลวงด้วยท่าทางหวงแหน เขาคอยจัดชุดให้นางอย่างเบามือ และคอยคีบขนมวางใส่จานให้นางต่อหน้าขุนนางและนับร้อย จนเสียงซุบซิบถึงความ ‘หลงเมีย’ ของแม่ทัพใหญ่ดังระงมไปทั่วงาน“เจ้ากินนี่เสียหน่อย ซิงเออร์ ขนมนี่หวานกำลังดี ข้าให้คนไปสืบมาแล้วว่าเจ้าชอบ” ลี่เจียวเจี๋ยเอ่ยพลางยิ้มละมุน นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองศัตรู บัดนี้มีเพียงภาพสะท้อนของสตรีตรงหน้าเท่านั้นทว่าในจังหวะที่ลี่เจียวเจี๋ยปลีกตัวไปสนทนาเรื่องราชการสำคัญกับ ลี่เจียวจ้าน น้องชายที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของอุทยาน แผนการร้ายก็เริ่มทำงาน!“อุ๊ย! ขอประทานอภัยเจ้าค่ะฮูหยินลี่!” นางกำนัลนางหนึ่งแกล้งสะดุดหกล้ม จนน้ำชาที่ร้อนจัดหกใส่ชุดฮั่นฝูสีแดงงดงามของหวังเข้อซิงจนเปียกชุ่มไปเกือบครึ่ง“ว้าย! ซิงเออร์ ชุดเจ้าเปียกหมดเลย” องค์หญิงเล่อเยียน ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แสร้งทำเป็นตกใจ “รีบไปผลัดเปลี่ยนชุดที่ตำหนักรับรองด้านในเถิด ข้าเตรียมชุดใหม่ไว้ให้เจ้าแล้ว เดี๋ยวข้าจ
Read More
บทที่8 น้ำชาเชื่อมสัมพันธ์ และความหวังเรื่องทายาท
บทที่8น้ำชาเชื่อมสัมพันธ์ และความหวังเรื่องทายาทยามเฉิน (07.00 น.) ณ เรือนหลัก จวนแม่ทัพ (แห่งใหม่)เช้าวันนี้จวนแม่ทัพหลังใหม่ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สดส่งกลิ่นหอมขจรขจาย หวังเข้อซิงในอาภรณ์สีชมพูกลีบบัวเดินตรวจตราความเรียบร้อยของขนมมงคลและใบชาชั้นดีด้วยความประณีตแม้ภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง แต่ทุกย่างก้าวที่ขยับกายกลับรู้สึกถึงความอ่อนล้าปนอุ่นซ่านที่ยังหลงเหลืออยู่ ภาพไอร้อนและการ "แก้พิษ" อย่างหนักหน่วงในห้องน้ำเมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนจนแก้มเนียนซับสีระเรื่อ นางลอบถอนใจเบาๆ พลางนึกขัดเคืองสามีในใจ... ทั้งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนที่แสนทรหดมาด้วยกันแท้ๆ แต่เขากลับดูมีเรี่ยวแรงมหาศาลผิดกับนางที่แทบจะประคองปั้นชาไม่อยู่“เจ้าจัดเตรียมทุกอย่างดีแล้ว ซิงเออร์... ไม่ต้องกังวลไป” เสียงทุ้มของลี่เจียวเจี๋ยดังขึ้นพร้อมกับวงแขนแกร่งที่สวมกอดจากด้านหลัง สัมผัสแนบชิดที่คุ้นเคยทำให้นางสะดุ้งน้อยๆ เพราะมันย้ำเตือนถึงอ้อมกอดรัดรึงในอ่างน้ำเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน“ท่านพี่! ปล่อยก่อนเจ้าค่ะ บ่าวไพร่เดินกันเต็มไปหมด” นางดุเบาๆ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม“บ่าวคนไหนจะกล้ามอง? ข้าเพียงอยากให้กำลังใจภรรยาที่เก่งกา
Read More
บทที่ 9 ควันหลงหลังพายุ และเงาในห้องหนังสือ
บทที่ 9ควันหลงหลังพายุ และเงาในห้องหนังสือเช้าวันต่อมา ณ จวนใหม่ที่เพิ่งถูกเนรมิตขึ้นเป็นเรือนหอ​หวังเข้อซิง ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงกว้าง ความเจ็บแปลบบนฝ่ามือทำให้ต้องนิ่วหน้า ทว่าความล้าสายหนึ่งที่แล่นริ้วไปตามร่างกายกลับย้ำเตือนถึงบทเพลงรักที่ "ขยัน" เกินเหตุของสามีเมื่อคืนนี้จนนางแทบจะลุกไม่ไหว มือหนาของคนที่นอนอยู่ข้างๆ กลับคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ ลี่เจียวเจี๋ยลืมตาขึ้นมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู​“จะรีบไปไหน ฮูหยิน... ข้าสั่งพ่อบ้านไว้แล้วว่าเช้านี้ห้ามใครมารบกวน”​“ท่านแม่ทัพ... แดดส่องจนจะถึงกลางห้องแล้วนะเจ้าคะ ข้าเป็นสะใภ้แต่งเข้าช่วงแรกๆ จะให้นอนกินบ้านกินเมืองได้อย่างไร” นางพยายามแกะมือเขาออก “อีกอย่าง ข้าอยากเรียกพ่อบ้านมาคุยเรื่องการจัดการจวนใหม่เสียหน่อย จวนใหญ่โตเช่นนี้หากไม่วางระเบียบให้ดีจะวุ่นวายเอาได้”​“เรื่องในจวนข้ายกให้เจ้าตัดสินใจขาด แต่ตอนนี้... ให้ข้าตรวจดูแผลที่มือเจ้าก่อน” เขาประคองมือนางขึ้นมาเป่าเบาๆ ท่าทางห่วงใยนั้นทำให้นางเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวยามอู่ ณ จวนแม่ทัพ​หลังจากจัดการเรื่องบัญชีจวนร่วมกับพ่อบ้านคนใหม่ หวังเข้อซิงก็นึกถึงล
Read More
บทที่ 10 แผนตัดท่อน้ำเลี้ยง และความคลั่งรักกลางตลาด
บทที่ 10แผนตัดท่อน้ำเลี้ยง และความคลั่งรักกลางตลาดยามเช้าตรู่ หวังเข้อซิงอาศัย ‘ประตูเชื่อมจวน’ เดินทะลุกลับมาหาผู้เป็นบิดา เสนาบดีหวังผู้ดูแลกรมคลังกำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องหนังสือ เมื่อเห็นบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ซิงเออร์... เจียวเจี๋ยดูแลเจ้าดีหรือไม่? เขารังแกอะไรเจ้าหรือเปล่า?”หวังเข้อซิงใบหน้าซับสีเลือดฝาด “เขามิได้รังแกข้าหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ... ออกจะตามใจข้าเสียจนจะเสียคนอยู่แล้ว”เสนาบดีหวังหัวเราะลูบเคราอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่สถานการณ์ตึงเครียด “องค์ชายสามคงไม่ยอมรามือแน่ ตอนนี้เริ่มกว้านซื้อตัวขุนนางเตรียมยื่นฎีกาเล่นงานสามีเจ้าแล้ว พ่อสืบรู้มาว่าแหล่งเงินทุนหลักขององค์ชายสามคือ ‘หอการค้า’ และ ‘บ่อนพนันใหญ่’ ทางตลาดฝั่งตะวันออก พวกมันทำบัญชีปลอมซุกซ่อนเงินผิดกฎหมายเอาไว้ หากเจ้าอยากช่วยสามี ก็จงคัดลอกบัญชีหน้านี้ไปหาวิธีจัดการเสีย”ดวงตาของหวังเข้อซิงเป็นประกาย นางรีบฝนหมึกและลงมือคัดลอกข้อมูลสำคัญนั้นทันทียามซื่อ (09.00 น.) ณ จวนแม่ทัพหลังจากกลับมาจากจวนบิดาพร้อมข้อมูลสำคัญ หวังเข้อซิงก็เข้าครัวลงมือทำขนมถั่วกวนเพื่อนำไปให้สามีที่ห้อ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status