Share

บทที่ 2 จับโป๊ะคุณหนูจอมซน

last update publish date: 2026-06-11 13:13:16

บทที่ 2

จับโป๊ะคุณหนูจอมซน

คุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีการคลังตระกูลหวัง เป็นที่กล่าวขานในเมืองหลวงว่าเป็นสตรีลึกลับ ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงมาก่อน เนื่องจากนางไม่เคยปรากฏตัวในงานสังสรรค์หรือคบค้าสมาคมกับบุตรีจวนใด ข่าวลือหนาหูต่างเล่าลือกันไปว่า ตอนเด็กนางป่วยหนักจนเสียโฉม มีแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวบนใบหน้า จึงต้องเก็บตัวอยู่แต่ในจวน

ทว่าความจริงแล้ว... คนในจวนตระกูลหวังต่างรู้ดีที่สุด ว่าคุณหนูใหญ่ ‘หวังเข้อซิง’ นั้น มีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดาจำแลง!

ดวงตากลมโตหงส์สุกสกาวดั่งดวงดารา เรือนผมดำขลับดุจน้ำหมึก ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดไร้รอยตำหนิ ยิ่งเติบโต นางก็ยิ่งงดงามละม้ายคล้ายคลึงกับมารดาที่ล่วงลับไปแล้วไม่มีผิดเพี้ยน นี่จึงเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ท่านเสนาบดีหวัง ผู้เป็นบิดาเกิดอาการ หวงลูกสาวขั้นวิกฤต ไม่ยอมให้นางออกไปพบปะผู้คน หากจะออกจากจวนก็ต้องสวมผ้าคลุมหน้าหรือหน้ากากปกปิดความงดงามนั้นไว้เสมอ

แต่ความหวงแหนของบิดา ก็มิอาจต้านทานรับสั่งของโอรสสวรรค์ได้...

“ท่านพ่อ! ท่านพ่อกลับมาแล้ว!”

เสียงใสกังวานดังขึ้น พร้อมกับร่างอรชรที่วิ่งเข้ามากอดแขนผู้เป็นบิดาแล้วแกว่งไปมาอย่างออดอ้อน 

“ท่านพ่อคิดหาทางออกให้ข้าได้หรือยังเจ้าคะ ข้ายังไม่อยากแต่งงานออกเรือนไปกับแม่ทัพจอมโหดผู้นั้นนะ ท่านพ่อต้องช่วยข้านะเจ้าคะ!”

ท่านเสนาบดีหวังลูบศีรษะบุตรีสุดที่รักด้วยความเอ็นดูระคนหนักใจ พลางลอบตัดพ้อฮ่องเต้อยู่ในใจ ‘ฝ่าบาทนะฝ่าบาท ท่านก็เอ็นดูเข้อซิงของข้าแท้ๆ เหตุใดจึงจับคู่ลูกสาวแสนน่ารักของข้า ให้ไปตกระกำลำบากกับบุรุษหยาบกระด้างที่วันๆ เอาแต่สู้รบฆ่าฟันอย่างลี่เจียวเจี๋ยกันเล่า!’

“ลูกรัก ครั้งนี้พ่อคงช่วยเจ้าไม่ได้จริงๆ เพราะเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาทโดยตรง แต่เจ้าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป สัญญานี้ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาที่แน่ชัด พ่อจะลองหาโอกาสทูลเกล้าฯ ขอความเมตตาอีกครั้ง”

ในขณะที่หวังเข้อซิงกำลังขมวดคิ้วใช้ความคิดเพื่อหาทางรอดอยู่นั้น บ่าวรับใช้ก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานว่า มีเทียบสารจากจวนแม่ทัพลี่ส่งมาถึง แจ้งว่า ‘คุณชายใหญ่ลี่เจียวเจี๋ย ขอมาเยือนจวนตระกูลหวังในยามเช้าวันพรุ่งนี้’

เมื่อได้ยินดังนั้น นัยน์ตากลมโตของคุณหนูใหญ่ก็ทอประกายวิบวับขึ้นมาทันที... เป็นประกายตาที่คนทั้งจวนรู้ดีว่า ‘คุณหนูจอมซนกำลังจะแผลงฤทธิ์อีกแล้ว!’

ยามเช้าตรู่วันถัดมา ขบวนม้าศึกหลายสิบตัวก็ควบตะบึงมาหยุดลงที่หน้าประตูจวนตระกูลหวัง

เหล่าบุรุษบนหลังม้าล้วนสวมชุดเกราะสีดำทะมึน แผ่รังสีอำมหิตจนทหารยามหน้าจวนถึงกับลอบกลืนน้ำลาย โดยเฉพาะบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นำหน้าขบวน เขาสวมหน้ากากเหล็กปิดบังใบหน้า แผ่กลิ่นอายความอันตรายจนผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

“เชิญคุณชายใหญ่ลี่ไปพักผ่อนที่โถงรับรองก่อนขอรับ ข้าจะให้คนไปแจ้งคุณหนูว่าท่านมาถึงแล้ว” ทหารยามกล่าวเสียงสั่น ก่อนจะเดินนำกลุ่มแขกผู้มาเยือนเข้าไปด้านใน

ทว่าในจังหวะที่ไม่มีใครทันสังเกต บุรุษร่างสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่มกลับเบี่ยงตัวหลบฉาก เล็ดลอดหายเข้าไปในสวนดอกไม้ของจวนตระกูลหวังอย่างเงียบเชียบเพื่อสอดแนมลาดเลา

ในเวลาเดียวกัน ทางด้านเรือนปีกซ้าย หวังเข้อซิงกำลังจัดการจับ ‘อามี่’ สาวใช้คนสนิทมาสวมชุดหรูหราของตนและคลุมหน้าไว้

“เจ้าต้องสวมรอยเป็นข้าชั่วคราว ข้าจะปลอมเป็นบ่าวเดินตามไปเอง ข้าอยากจะเห็นนักว่าบุรุษผู้นี้มีนิสัยใจคอเช่นไร!” 

หวังเข้อซิงยิ้มกริ่ม จัดแจงเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าสาวใช้ ทว่าด้วยความรีบร้อนและคิดว่าคงไม่มีคนนอกเข้ามาถึงสวนด้านใน นางจึงลืมใช้ผ้าปิดบังใบหน้าของตนเองก่อนออกจากห้องไปเสียสนิท

ขบวนของหญิงสาวเดินเรียงรายลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้ โดยมีหวังเข้อซิงในคราบสาวใช้เดินแทรกอยู่กลางขบวน

ลี่เจียวเจี๋ยที่หลบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมสระบัว ชะงักงันเมื่อเห็นกลุ่มสตรีเดินผ่านมา สายตาของเขาไม่ได้สนใจสตรีชุดหรูหราที่เดินนำหน้า ทว่ากลับถูกดึงดูดด้วย ‘สาวใช้’ คนที่สองที่มีใบหน้างดงามดุจเทพธิดา ท่วงท่าการเดินแต่ละย่างก้าวมั่นคงและสง่างามเกินกว่าจะเป็นเพียงบ่าว

และจังหวะที่นางหันหน้ามา หัวใจของแม่ทัพหนุ่มก็เต้นกระหน่ำดั่งกลองศึก! ดวงตาหงส์คู่นั้น  ดวงตาคู่เดียวกับสตรีชุดแดงในงานเทศกาลโคมไฟที่ปล้นหัวใจเขาไป!

‘ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง...’ ลี่เจียวเจี๋ยคิดในใจอย่างมาดหมาย แววตาคมกริบทอประกายคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง ‘ต่อให้นางจะเป็นเพียงสาวใช้ในจวนแห่งนี้ ข้าก็จะเอาตัวนางมาเป็นฮูหยินของข้าให้จงได้! ในเมื่อนางคือสาวใช้ วันนี้ข้าก็จะเข้าไปยกเลิกงานแต่งกับคุณหนูหวังให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!’

ชายหนุ่มตอกย้ำปณิธานในใจ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ลอบเดินตามขบวนนั้นไปที่โถงรับรอง

บริเวณหน้าโถงใหญ่ หวังเข้อซิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองลืมพรางหน้า จึงรีบดึงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาผูกปิดบังใบหน้าครึ่งล่างไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวเข้าไปด้านใน

เมื่อเข้าสู่โถงรับรอง ‘อามี่’ ในชุดหรูหราเดินไปนั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของคุณหนู ส่วน ‘หวังเข้อซิง’ ตัวจริงในชุดสาวใช้ที่เพิ่งผูกผ้าปิดหน้า ก็ไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง

ทันทีที่เห็นภาพนั้น ท่านเสนาบดีหวังก็ขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม เขารู้ทันทีว่าลูกสาวตัวดีเล่นพิเรนทร์แอบสลับตัวกับสาวใช้เสียแล้ว เขาเลือกที่จะเงียบและตามน้ำไป อยากรู้นักว่าบุรุษที่จะมาเป็นลูกเขย จะรับมือกับความดื้อรั้นนี้อย่างไร

ทันใดนั้น ลี่เจียวเจี๋ยก็ก้าวเข้ามาในโถง หวังเข้อซิงรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างทันที และสายตาคู่นั้นอีกแล้ว! สายตาคมกริบที่ไม่ได้จ้องมองอามี่ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ทว่ากลับพุ่งตรงมาที่นางซึ่งยืนอยู่ด้านหลังอย่างจงใจ! มันเป็นสายตาที่ทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนคืนเทศกาลโคมไฟไม่มีผิด!

“อ้าว หลานชาย มานั่งใกล้ๆ ลุงนี่มา” 

ท่านเสนาบดีเอ่ยทักทายทำลายความเงียบ 

“ไหนๆ ก็มาแล้ว ช่วยถอดหน้ากากเหล็กออกเถิด ลุงไม่ได้เจอหน้าเจ้ามาเสียนาน แล้วอาซิง... เหตุใดจึงเสียมารยาท ไม่ทักทายพี่เจียวเจี๋ยเขาล่ะ?”

ระหว่างที่พูด แม้ปากจะเรียกอาซิง แต่สายตาของท่านเสนาบดีกลับไม่ได้มองไปที่บุตรีซึ่งนั่งอยู่ ทว่ากลับตวัดสายตามองเลยไปยัง ‘สาวใช้’ ที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างลืมตัว!

เพียงเสี้ยววินาทีนั้น ลี่เจียวเจี๋ยที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าในทันที!

ท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเสนาบดีเฒ่า บวกกับสายตาที่ส่งไปให้บ่าวรับใช้ด้านหลัง และท่วงท่าสง่างามของสาวใช้ผู้นั้นที่เขาเห็นในสวนเมื่อครู่ ทำให้แม่ทัพผู้ผ่านกลศึกมานับไม่ถ้วนปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมดที่แท้ ยายหนูจอมซนผู้นี้ก็เล่นละครงิ้วสลับตัวกับสาวใช้เพื่อทดสอบข้าหรอกหรือ!

มุมปากใต้หน้ากากเหล็กกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อรู้ทันเกม       ลี่เจียวเจี๋ยก็ตัดสินใจพลิกแผนกะทันหัน จากที่ตั้งใจจะมายกเลิกงานแต่งเพื่อชิงตัวสาวใช้ เขาจะซ้อนแผนตลบหลังยายแมวสาวตัวแสบให้เข็ด!

หวังเข้อซิงแอบหยิกหลังอามี่เบาๆ อามี่จึงรีบลุกขึ้นกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

ลี่เจียวเจี๋ยมองการแสดงอันแสนแนบเนียนนั้นด้วยแววตาขบขัน ก่อนจะค่อยๆ ปลดหน้ากากเหล็กของตนออก...

ทันทีที่หน้ากากถูกถอดออก หวังเข้อซิงถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ไหนเล่าบุรุษอัปลักษณ์หน้าตาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าหล่อเหลาคมคายสมบูรณ์แบบ คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจกระบี่ จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักลึกที่กำลังเหยียดยิ้มบางๆ แฝงความร้ายกาจ!

ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้สติ ประโยคถัดมาของลี่เจียวเจี๋ยก็ทำเอานางแทบช็อก!

“ท่านลุง... เดิมทีวันนี้ ข้าตั้งใจจะมาขอเสียมารยาทยกเลิกสัญญาหมั้นหมายระหว่างข้ากับน้องหญิงเข้อซิง เพราะข้าไร้ความปรารถนาที่จะมีฮูหยิน”

เขาจงใจลากเสียงยาว นัยน์ตาคมกริบช้อนขึ้นสบตากับ สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างจงใจ 

“ทว่า... เมื่อข้าได้มาเยือนจวนตระกูลหวัง และได้พบเจอน้องหญิงที่งดงามถึงเพียงนี้ ข้าก็เปลี่ยนใจแล้วขอรับ”

เขาฉีกยิ้มกว้าง 

“ข้าขอเปลี่ยนจากการยกเลิกหมั้นหมาย... เป็นการให้แม่สื่อนำ เทียบมงคล มาสู่ขอในวันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกันขอรับ!”

“เอ๊ะ!! อะไรนะ! ส่งแม่สื่อพรุ่งนี้หรือ! ไม่นะ ข้าไม่ยอม!!”

เสียงหวานตะโกนลั่นโถงด้วยความลืมตัว หวังเข้อซิงช็อกจนหลุดปากออกมาอย่างจัง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง

เมื่อดึงสติกลับมาได้ นางก็พบว่าตนเองตกหลุมพรางของบุรุษหน้าตายผู้นี้เข้าอย่างจัง! ลี่เจียวเจี๋ยกำลังกลั้นขำจนไหล่สั่น ส่วนท่านเสนาบดีหวังก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ที่ไม่ต้องมานั่งปั้นหน้าแสดงละครเล่นตลกร่วมกับลูกสาวให้เสียผู้ใหญ่

“ก็ได้! ข้ายอมแพ้!”

หวังเข้อซิงกระแทกเสียงขัดใจ ก่อนจะสะบัดค้อนวงใหญ่ เดินปึงปังกลับมานั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง ไล่อามี่ให้ไปยืนด้านหลังแทน นางกระชากผ้าคลุมหน้าออก เผยใบหน้างดงามที่ตอนนี้บึ้งตึง คิ้วสวยได้รูปผูกเข้าหากันจนเป็นปม

“ข้าน้อยหวังเข้อซิง ขอคารวะคุณชายใหญ่ลี่ วันนี้ข้าล่วงเกินท่านไปบ้าง หวังว่าท่านจะใจกว้างไม่ถือสา!”

ลี่เจียวเจี๋ยมองใบหน้างดงามนั้นใกล้ๆ พลางคิดในใจว่า ‘หากข้าไม่ได้เห็นใบหน้าของนางในสวนมาก่อน ข้าคงเสียอาการมากกว่านี้เป็นแน่’ เขาแอบเห็นลูกน้องของตนอ้าปากค้างตะลึงในความงามของนาง จึงตวัดสายตาดุดันไปปรามอย่างหวงแหน

“เจ้าโดนคุณชายใหญ่จับโป๊ะได้แล้ว ซิงเออร์! พ่อสมน้ำหน้าเจ้านัก” เสนาบดีหวังหัวเราะร่วน

“ก็ข้าอยากทดสอบนิสัยใจคอของบุรุษที่จะมาเป็นสามี ข้าผิดตรงไหนเล่าเจ้าคะ!” 

นางหันไปค้อนบิดา ก่อนจะเชิดหน้าใส่ชายหนุ่ม 

“ในเมื่อท่านฉลาดปราดเปรื่อง จับข้าได้ ข้าก็ไม่ขออ้อมค้อม... ถึงอย่างไร ข้าก็ไม่อยากแต่งงานกับท่านอยู่ดี!”

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ยินดีทำตามเงื่อนไขทุกอย่างของคุณหนู เพื่อให้ท่านยอมรับการแต่งงานครั้งนี้” 

ลี่เจียวเจี๋ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น 

“เพียงแต่ในระหว่างนี้ ข้าขออนุญาตมาแวะเวียนเยี่ยมเยียนท่านบ่อยๆ... นอกเหนือจากนี้ เพียงท่านเอ่ยปาก ข้าพร้อมทำให้ทุกสิ่ง”

หวังเข้อซิงชะงักไปเล็กน้อยกับแววตาจริงจังนั้น 

“ง-งั้นข้าจะขอเก็บไปคิดก่อน หากนึกออกแล้วจะแจ้งให้ทราบ วันนี้ข้าขอตัว!”

หญิงสาวรีบสะบัดชายกระโปรงลุกเดินหนีออกจากโถงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อซ่อนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อแผ่นหลังบางลับสายตา ลี่เจียวเจี๋ยก็หันกลับมาประสานมือเคารพว่าที่พ่อตา

 “ท่านอา... ข้าขอเรียนท่านตามตรง ข้าเคยพบซิงเออร์มาก่อนหน้านี้แล้ว แม้เพียงชั่วเสี้ยววินาที แต่ข้าก็ตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกพบ วันนี้ข้าตั้งใจมาถอนหมั้นก็เพื่อจะออกตามหานางในดวงใจให้พบ... แต่สวรรค์ช่างมีเมตตา ที่แท้สตรีที่ข้าตามหา ก็คือว่าที่ฮูหยินของข้านี่เอง”

ท่านเสนาบดีหวังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะลูบเคราหัวเราะลั่น 

“ฮ่าๆๆ! ดี! ดีมาก! แต่อาเลี้ยงนางมาอย่างตามใจ นางทั้งดื้อรั้น ซุกซน และไม่เหมือนสตรีในห้องหอทั่วไป อาจะขอดูความสามารถของเจ้า ว่าจะกำราบหัวใจยายหนูจอมพยศของอาได้อย่างไร!”

“ข้าไม่ทำให้ท่านอาผิดหวังแน่นอนขอรับ!”

แม่ทัพหนุ่มยิ้มรับคำท้า ศึกในสนามรบเขาไม่เคยพ่ายแพ้... ศึกรักครั้งนี้ เขาก็จะต้องคว้าชัย และยกเกี้ยวเจ้าสาวมารับนางเข้าจวนให้จงได้!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 30 วสันตฤดูที่ผลิบาน และของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์

    บทที่ 30วสันตฤดูที่ผลิบาน และของขวัญล้ำค่าจากสวรรค์สามเดือนต่อมา ยามเว่ย ณ ศาลาริมน้ำ จวนแม่ทัพเหมันตฤดูอันหนาวเหน็บและเต็มไปด้วยคาวเลือดได้ผ่านพ้นไป บัดนี้เมืองหลวงก้าวเข้าสู่วสันตฤดูอย่างเต็มตัว ดอกอวี้หลานในจวนแม่ทัพเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมหวนไปทั่วบริเวณ บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขภายใต้การปกครองที่เข้มแข็งขององค์รัชทายาทหอการค้าลี่จินของหวังเข้อซิงเจริญรุ่งเรืองจนกลายเป็นเสาหลักทางการค้าของแว่นแคว้น ทว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายหญิงแห่งหอการค้ากลับมอบหมายงานทั้งหมดให้หลงจู๊ดูแล ส่วนตนเองนั้นเอาแต่พักผ่อนอยู่แต่ในจวน ตามคำสั่งขั้นเด็ดขาดของบุรุษผู้เป็นเจ้าของหัวใจลมเอื่อยพัดกลีบดอกท้อให้ร่วงหล่นลงบนโต๊ะหินอ่อน หวังเข้อซิงในชุดอาภรณ์สีชมพูอ่อนกำลังนั่งเหม่อมองฝูงปลาคาร์ปในสระ ใบหน้างดงามดูอวบอิ่มและมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าแต่ก่อน รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลาเสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังก้าวเข้ามาในศาลา ลี่เจียวเจี๋ยในชุดลำลองสีเข้มเพิ่งกลับมาจากการตรวจค่ายทหาร เขาไม่รอช้าที่จะสวมกอดร่างระหงจากด้านหลังทันทีที่มาถึง ฝังจมูกโด่งเป็นสันลงบนลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายห

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 29 จุดจบของดอกฟ้า และความลับใต้แสงโคม

    บทที่ 29 จุดจบของดอกฟ้า และความลับใต้แสงโคมสามวันต่อมา ยามซื่อ ณ ท้องพระโรง วังหลวงข่าวการสิ้นชีพขององค์ชายสามกบฏแผ่นดินแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการกวาดล้างขุนนางโฉดที่สมรู้ร่วมคิดจนสิ้นซาก องค์รัชทายาทได้ขึ้นกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างชอบธรรม ทว่ายังมีอีกหนึ่งบุคคลที่ต้องรับผลกรรมจากการกระทำอันเย่อหยิ่งของตนเองกลางท้องพระโรง องค์หญิงจินหลิง ผู้เคยหยิ่งผยองและหมายปองลี่เจียวเจี๋ยมาตลอด บัดนี้กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้าแท่นประทับของฮองเฮา แม้นางจะมิได้ร่วมก่อกบฏโดยตรง ทว่าหลักฐานจากจวนองค์ชายสามระบุชัดเจนว่า นางเคยแอบส่งจดหมายลับและให้ความร่วมมือในการใส่ร้ายตระกูลหวังเพื่อหวังจะกำจัดหวังเข้อซิงให้พ้นทาง“องค์หญิงจินหลิง... เจ้าเป็นถึงสายเลือดมังกร กลับมีจิตใจคับแคบ ริษยาสตรีที่มีสวามีแล้ว หนำซ้ำยังรู้เห็นเป็นใจกับกบฏ” ฮองเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด “เพื่อรักษากฎมณเฑียรบาล ข้าในฐานะมารดาของแผ่นดิน ขอสั่งปลดเจ้าจากฐานันดรศักดิ์องค์หญิง ริบทรัพย์สินทั้งหมด และเนรเทศให้ไปบวชชีที่วัดหลวงบนยอดเขาเหลียงซาน คัดลอกพระสูตรสำนึกผิดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 28 คมดาบปลิดชีพ และน้ำตาของฮูหยิน

    บทที่ 28 คมดาบปลิดชีพ และน้ำตาของฮูหยินยามห้าย ณ วัดร้างหานซาน หุบเขาไร้เงาเงาดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์ พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วและแรงอาฆาตที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้ องค์ชายสามเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พยายามก้าวเท้าหนีพร้อมกับร้องขอชีวิต“ละ... ลี่เจียวเจี๋ย! ข้าเป็นถึงองค์ชาย! เจ้าฆ่าข้า... เสด็จพ่อต้อง...”สวบ!!คมดาบทะลวงผ่านลำคอขององค์ชายสาม ตัดขาดซึ่งเสียงร้องและลมหายใจในเสี้ยววินาที เลือดสีสดสาดกระเซ็นย้อมแท่นบูชาเก่าทรุดโทรม ร่างขององค์ชายสามทรุดฮวบลงกับพื้น ดวงตายังคงเบิกโพลงค้าง ทว่าไร้ซึ่งแววแห่งชีวิตอีกต่อไปทรชนผู้มักใหญ่ใฝ่สูงและทะเยอทะยาน บัดนี้ได้จบสิ้นลงอย่างน่าสมเพชใต้คมดาบของแม่ทัพไร้พ่าย!ทันทีที่ผู้เป็นนายสิ้นชีพ นักฆ่าที่เหลือรอดเพียงหยิบมือต่างเสียขวัญทิ้งอาวุธเตรียมหลบหนี ทว่าเสียงฝีเท้าม้านับร้อยและเสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องปิดล้อมอารามร้างเอาไว้จนหมดสิ้น“พี่ใหญ่!” ลี่เจียวจ้านนำกองกำลังทมิฬบุกทะลวงเข้ามาด้านใน ทหารม้าเหล็กกวัดแกว่งอาวุธเข้าจัดการนักฆ่าที่เหลือรอดอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเมื่อการต่อสู้จบลง ลี่เจียวเจี๋ยที่ยืนตระหง่านอยู่กลางกองเลื

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 27 ค่ายกลมรณะ และเลือดของเทพสงคราม

    บทที่ 27ค่ายกลมรณะ และเลือดของเทพสงครามยามห้าย ณ วัดร้างหานซาน หุบเขาไร้เงาเศษไม้จากบานประตูที่แตกกระจายร่วงหล่นลงสู่พื้น ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยคลุ้ง ลี่เจียวเจี๋ยก้าวเข้ามาในอารามร้าง รังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ทำเอาอากาศในห้องเย็นยะเยือกจนแทบจับขั้วหัวใจ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างของหวังเข้อซิงที่ถูกมัดอยู่กับเสา เมื่อเห็นรอยแดงช้ำบนปลายคางและใบหน้าที่ซีดเซียวของภรรยา เส้นเลือดบนขมับของแม่ทัพหนุ่มก็ปูดโปนขึ้นทันทีองค์ชายสามผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่น ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองวางค่ายกลไว้พร้อมสรรพ เขาก็แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง“มาได้รวดเร็วสมเป็นแม่ทัพไร้พ่ายแต่เจ้าก้าวเข้ามาในถิ่นของข้าแล้ว ลี่เจียวเจี๋ย วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็นสตรีที่เจ้ารักตายไปต่อหน้าต่อตา! ฆ่ามัน! แล้วจุดชนวนระเบิดเสีย!”สิ้นคำสั่ง นักฆ่าเงากว่ายี่สิบคนก็ชักกระบี่พุ่งทะยานเข้าใส่ลี่เจียวเจี๋ยจากทุกทิศทาง พร้อมกันนั้น นักฆ่าอีกผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้เสาไม้ก็หยิบคบเพลิงขึ้นมา เตรียมจี้ลงบนสายชนวนดินปืนที่ถูกโยงไว้รอบอารามทว่าองค์ชายสามประเมินความสามารถของสตรีตระกูลหวังต่ำเกินไป!

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 26  โทสะเทพสงคราม ทะลวงเลือดล้างบาง

    บทที่ 26 โทสะเทพสงคราม ทะลวงเลือดล้างบางยามโหย่ว ณ จวนแม่ทัพกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานจวน ลี่เจียวเจี๋ยหยัดกายลุกขึ้นจากกองเลือดขององครักษ์ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมั่นคงเยือกเย็น บัดนี้ถูกฉาบเคลือบด้วยเงาทะมึนแห่งมัจจุราช รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนทหารยามที่รอดชีวิตต่างสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ“ตามท่านหมอเทวดามารักษาเยี่ยตง! หากเขาตาย ข้าจะเอาหัวพวกเจ้าไปเซ่นไหว้เขา!” แม่ทัพหนุ่มตวาดก้อง ก่อนจะหันไปหาทหารคนสนิท “ส่งพลุสัญญาณสีแดงเรียกรวมพล ‘กองกำลังทมิฬ’ ทั้งหมดเดี๋ยวนี้ ข้าต้องการทหารม้าเหล็กห้าร้อยนาย และส่งคนนำป้ายประจำตัวข้าไปแจ้งใต้เท้ากวนแห่งศาลต้าหลี่ ให้ออกคำสั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามผู้ใดเข้าออกแม้แต่สุนัขตัวเดียว!”ลี่เจียวจ้านที่เพิ่งทราบข่าวและควบม้าตามมาถึงจวน เบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพพังทลายของบ้านและจิตสังหารของพี่ชาย “พี่ใหญ่! รัชทายาททรงทราบเรื่องแล้ว พระองค์ทรงมอบป้ายอาญาสิทธิ์ทองคำมาให้ สั่งการให้พี่ใหญ่มีอำนาจจัดการกบฏและผู้สมรู้ร่วมคิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอไต่สวนขอรับ!”ลี่เจียวเจี๋ยรับป้ายอาญาสิทธิ์มาถือไว้ในมือ นัยน์ตาแดงก่ำวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น “ดี

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 25 ล่อเสือออกจากถ้ำ และวิกฤตของฮูหยิน

    บทที่ 25ล่อเสือออกจากถ้ำ และวิกฤตของฮูหยินสามวันต่อมา ยามเว่ย ณ จวนแม่ทัพเมืองหลวงตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด ทหารยามออกลาดตระเวนค้นหาตัวองค์ชายสามที่บัดนี้กลายเป็นกบฏแผ่นดินอย่างพลิกแผ่นดิน ทว่าสุนัขจนตรอกผู้นี้กลับหลบซ่อนตัวได้อย่างมิดชิดราวกับไร้ตัวตนภายในจวนแม่ทัพ หวังเข้อซิงกำลังนั่งดูสมุดบัญชีหอการค้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้ภายนอกนางจะดูเยือกเย็น แต่ในใจกลับสังหรณ์ไม่ดี ลี่เจียวเจี๋ยเองก็เพิ่มกำลังคุ้มกันจวนเป็นสองเท่า และสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปไหนเด็ดขาด“ซิงเออร์ พักสายตาเสียบ้างเถิด” ลี่เจียวเจี๋ยเดินเข้ามาในห้อง วางถ้วยรังนกตุ๋นลงบนโต๊ะ มือแกร่งบีบนวดไหล่บางเบาๆ “สายลับของข้ากำลังปูพรมค้นหาทั่วเมืองหลวง อีกไม่นานต้องได้ตัวมันแน่”“ข้ามิได้กังวลเรื่องตนเองหรอกเจ้าค่ะ” หวังเข้อซิงถอนหายใจ “แต่ข้ากังวลใจเรื่องท่านพ่อ องค์ชายสามรู้ดีว่าผู้ที่ร่วมมือกับท่านพี่ตัดท่อน้ำเลี้ยงของเขาคือกรมคลัง หากเขาคิดจะแว้งกัด...”ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประตูห้องหนังสือก็ถูกเปิดผางออก เยี่ยตงพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนแขนเสื้อ สีหน้าขององครักษ์เงาตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 5 จวนวิวาห์แสนล้าน กับการมัดมือชกเข้าหอ!

    บทที่ 5 จวนวิวาห์แสนล้าน กับการมัดมือชกเข้าหอ!ยามตะวันรอน ณ บริเวณหน้าปะรำพิธีหุบเขาชิงหลิงทันทีที่เสียงกลองสัญญาณจบเกมชิงธงเงียบลง บรรยากาศกลับตึงเครียดขึ้นมาทันตา เมื่อแม่ทัพใหญ่ลี่เจียวเจี๋ยเดินก้าวอาดๆ ออกมาจากชายป่า ในอ้อมแขนอุ้มร่างอรชรของคุณหนูหวังเข้อซิงเอาไว้แนบอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่ง

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 4 แผนลวงกลางป่า และการประกาศสิทธิ์ครอบครอง!

    บทที่ 4 แผนลวงกลางป่า และการประกาศสิทธิ์ครอบครอง!ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งก้านธูปก่อนหน้า ในช่วงชุลมุนที่ทุกคนกำลังแยกย้ายกันเข้าป่าชิงหลิง...ณ มุมลับตาคนหลังปะรำพิธี องค์ชายสามที่กำลังหงุดหงิดจากการถูกแย่งสลากสีดำ ได้สบตากับองค์หญิงเล่อเยียนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความริษยา ทั้งสองซึ่งมีจุดประสงค์ตรง

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 3 เผยโฉมว่าที่ฮูหยิน และศัตรูหัวใจ

    บทที่ 3เผยโฉมว่าที่ฮูหยิน และศัตรูหัวใจจวนตระกูลลี่ค่ำคืนนี้ บรรยากาศชื่นมื่นผิดหูผิดตาประหนึ่งมีงานมงคลล่วงหน้า หลังจากที่คุณชายใหญ่ผู้ดื้อรั้นหนีการแต่งงานมาทั้งชีวิต ควบม้ากลับมาถึงจวนแล้วประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหารว่า...“ข้าตกลงจะแต่งงานกับคุณหนูตระกูลหวัง!”เคร้ง!ตะเกียบในมือของท่านแม่ทัพเฒ่า

  • ข้าคือแม่ทัพที่คลั่งรักที่สุดในแคว้น   บทที่ 1 พ่ายแพ้ให้เพียงดวงตา

    บทที่ 1พ่ายแพ้ให้เพียงดวงตาเสียงดาบกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วสมรภูมิ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลในอากาศ ท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของทหารที่ล้มตายเกลื่อนกลาดนับไม่ถ้วน บุรุษผู้หนึ่งกลับยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบอย่างนิ่งงัน ราวกับมัจจุราชที่ไร้ความรู้สึกเกราะสีดำทมิฬของเขาชโลมไปด้วยเลือดของศัตรูจนแทบก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status