Beranda / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 3 เข้าใจผิดรอบสอง (1)

Share

บทที่ 3 เข้าใจผิดรอบสอง (1)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-12 11:43:52

หลัง “การประชุมชั้น 18” เช้านั้น วันทำงานวันที่สองของฉันผ่านไปเร็วกว่าที่คิด แปลกดีที่พอหัวใจเบา งานก็เบาตาม ทั้งที่จริง ๆ เนื้อหาที่ต้องร่างก็ไม่ได้ง่ายอะไร ฉันยังคงจำคำของภีมที่พูดไว้ “เริ่มใหม่มันสนุก” แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ระหว่างนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ช่วงบ่ายฉันร่างสตอรี่บอร์ดไว้สามโพสต์ “เช้าใหม่ เมล็ดใหม่” วาดรูปคนยืนรับแสงอาทิตย์พร้อมถือแก้วกาแฟ แล้วยำมุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้คนอ่านได้ยิ้ม โทนเดียวกับชีวิตช่วงสองสามวันที่ผ่านมา: ไม่หวือหวา แต่มีความอบอุ่นแบบไฟอ่อน ๆ เผาไขไม่ไหม้

พอถึงเวลาเลิกงาน ฉันรีบเก็บกระเป๋า เหตุผลไม่ใช่เพราะอยากกลับไปนอนเร็ว แต่เพราะไม่อยากให้เครื่องซักผ้าคิดถึงฉันจนพ่นน้ำต้อนรับอีก รอบนี้ฉันตั้งปณิธานแน่วแน่กลับถึงบ้านจะเช็กวาล์วสายยางก่อนทุกอย่าง และจะไม่ทำตัวเป็นวิศวกรสมัครเล่นอีกแล้ว

ก่อนออกออฟฟิศ มิ้นท์ตะโกนตามหลังมา “เฮ้ เพื่อนบ้านหล่อคนนั้นเป็นไงบ้าง เมื่อเช้าส่งรูปสติกเกอร์ไขควงมาในไลน์เหรอ”

“เรื่องมันยาว ไว้เล่าพร้อมชานม” ฉันตะโกนกลับ พลางทำท่ายกแก้วสมมติ มิ้นท์ทำหน้าหมั่นไส้อย่างจงใจ เราหัวเราะให้กันสั้น ๆ

ฉันเดินผ่านร้านผลไม้หน้าปากซอยแวะซื้อกล้วยหอมหนึ่งหวี ถุงผักหนึ่งถุง น้ำปลา น้ำมันพืช ข้าวสารครึ่งถุง (ครึ่งถุงก็ยังหนักนะบอกเลย) และขนมแมวรสปลาคู่ชีวิตที่ถ้าไม่ได้ซื้อ โมจิจะยื่นหนังสือคำร้องหยุดความสัมพันธ์แม่-ลูกทันที หยิบของครบแล้ว ฉันเปลี่ยนแขนสลับถือไปมา สาบเสื้อเกี่ยวถุงจนตึงไปทั้งแถบ เดิน ๆ อยู่ก็บ่นในใจ “โต๊ะกินข้าวยังไม่มี แต่ความมุทะลุอยากทำกับข้าวมีแล้วหนึ่ง”

ถึงล็อบบี้คอนโด รปภ.หน้าตายิ้มต้อนรับ ฉันยกมือไหว้แบบหอบ ๆ เขาหัวเราะ “วันนี้ไม่ท่วมแล้วนะคุณมะปราง ช่างแจ้งว่าเรียบร้อยดี”

“ค่ะ ๆ ขอบคุณมากเลย ถ้าท่วมอีกหนูจะตั้งศาลพระภูมิเครื่องซักผ้าแล้วค่ะ” ฉันตอบไปแบบนั้นจริง ๆ และเหมือนจักรวาลจะชอบมุกล้อโชคชะตา เพราะพอเข้าลิฟต์ไป ฉันดันยืนคู่กับผู้หญิงหิ้วพัดลมตั้งโต๊ะใหม่เอี่ยม เธอมองถุงน้ำมันในมือตะลึง ๆ ฉันเลยยิ้มบอกว่า “ห้องครัวฉันเพิ่งผ่านสงครามน้ำเมื่อวาน วันนี้เลยซื้ออาวุธมาเพิ่ม” เราหัวเราะให้กันแบบคนแปลกหน้าที่เข้าใจอะไรบางอย่างร่วมกัน

ลิฟต์เปิด “ติ๊ง” ชั้น 18 ตามกำหนด ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่น ถ้าไม่ใช่เพราะประตูห้องฉันเปิดแง้มไว้เพราะดึงของเข้าไปไม่ทัน และโมจิ…ใช่ค่ะ โมจิของฉัน ออกมายืนจังก้าหน้าห้องเหมือนบอดี้การ์ดที่ลืมว่าหน้าที่คือเฝ้าอยู่ข้างใน มันเหลือบตามองถุงขนมในมือฉันหนึ่งที ก่อนวิ่งสวนทางฝีเท้าเบา ๆ ไปที่ห้อง 18B ราวกับรู้เส้นทางดี

“โมจิ! หยุด! นั่นเขตแดนประเทศเพื่อนบ้าน!” ฉันร้องลั่น แต่คนถือถุงสองมือน่ะ บอกเลยว่าแพ้นักวิ่งสี่ขาเสมอ

พอถึงหน้าห้อง 18B ฉันก็เห็นประตูเปิดพอดี เหมือนรอเวลามะปรางหน้าแตก ภีมยืนอยู่ตรงนั้นในชุดที่ฉันไม่ค่อยเห็น เสื้อเชิ้ตดำเรียบ กางเกงสแลคเข้ารูป มือซ้ายถือกุญแจรถ มือขวาดึงสายจูงโตโตะไว้หลวม ๆ กลิ่นโคโลญจน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นกาแฟติดเสื้อ ทำให้ภาพรวมดูเรียบง่ายแต่ดูดีแบบที่ทำให้คนถือถุงข้าวสารอย่างฉันรู้สึกว่า…นะ เหมือนโฆษณาน้ำหอมยังไงยังงั้น

โตโตะเห็นโมจิแล้วตาเป็นประกาย ส่ายหางถี่ “บรู๋ง บรู๋ง” รอท่าเหมือนจะบอกว่า “ยินดีต้อนรับครับ แขก VIP”

โมจิหยุดตรงหน้าเขา ยกคางสูงเหมือนเจ้าเมือง “เหมียว” เบา ๆ หนึ่งครั้ง แล้วเดินเฉียด ๆ ขาหน้าภีมอย่างถือสิทธิ์

ฉันรีบพูดรัว “ไม่ใช่นะคะ! โมจิไม่ได้เป็นแมวขโมย! มันไม่ได้จะเอ่อ เข้ามาขโมยอะไรของคุณนะคะ! ไม่! ไม่! ไม่ใช่ว่าฉันหาว่าคุณเป็นขโมยนะคะ ฉันหมายถึง..”

ประโยคของฉันพันกันเป็นก้อน เหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ลอยวนอยู่ในชามจนหาจุดเริ่มไม่เจอ ภีมเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นนิด ๆ “หืม ใครว่าผมเป็นขโมยนะ”

“ไม่ใช่ ๆ ๆ ฉันหมายถึงแมว! แมวไม่ใช่ขโมย! แล้ว โอ๊ย ขอโทษค่ะ ฉันพูดไม่เป็นภาษาไปหมดเลย” ฉันยืนตัวแข็ง ๆ เหมือนเสาอากาศเสียในวันที่พายุเข้า

โตโตะมองหน้าเราแล้วเห่า “บู้” เบา ๆ เหมือนหัวเราะ เผลอ ๆ อาจกำลังให้คะแนนความวุ่นวายอยู่ในใจ

ภีมหัวเราะน้อย ๆ เสียงทุ้มชัด “ใจเย็นครับ ผมไม่ได้คิดว่าใครเป็นขโมยสักคน แค่นึกภาพตัวเองถูกกล่าวหาแบบงง ๆ ก็…ขำดี”

ฉันอยากเอาถุงน้ำมันพืชคลุมหัว “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันรีบเกินไป ปากเลยวิ่งแซงสมอง”

เขาชำเลืองมองมือฉันที่ถือถุงพะรุงพะรัง “ให้ช่วยไหมครับ ของดูหนัก”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยกไหว” ฉันพยายามจะพิสูจน์ความแข็งแกร่งหญิงสาว แต่ทันทีที่ยกสูงขึ้นนิด ถุงน้ำมันก็เอียงไปชนถุงข้าวสารดัง “ตั้บ” แบบเสียวหล่น ทั้งหมดเกิดขึ้นช้ามากในสายตา แต่เร็วมากในความเป็นจริง ภีมเอื้อมมือมาคว้าได้พอดี ช่วยชีวิตน้ำมันกับศักดิ์ศรีฉันไปพร้อมกัน

“ยกไหวเหรอครับ” น้ำเสียงเขาเรียบ แต่สายตาแซวอย่างสุภาพ

“เอ่อ…ไม่ไหวก็ได้ค่ะ” ฉันยอมแพ้แบบไร้ศักดิ์ศรีอย่างรวดเร็ว เพื่อนบ้านปลอดภัยไว้ก่อน

เขารับถุงทั้งสองจากฉันอย่างง่ายเหมือนยกหมอน “งั้นเข้าไปวางในห้องก่อน”

ฉันเปิดประตูเชื้อเชิญ โมจิเดินนำเข้าไปก่อนพร้อมท่าทีเป็นเจ้าบ้าน โตโตะยืนรอหน้าประตูแป๊บหนึ่งแล้วนั่งลงอย่างมีมารยาท ภีมวางถุงลงบนเคาน์เตอร์ครัวชั่วคราว ฉันรีบเคลียร์พื้นที่โดยกวาดนิตยสารกับเทปกาวไปกองไว้ที่มุม

“ขอบคุณนะคะ รบกวนอีกแล้ว” ฉันยกมือไหว้เหมือนเจอครูบาอาจารย์ เขาส่ายหน้าเบา ๆ

“ผมแค่ช่วยยกของ ไม่ได้ใช้ไขควง ถือว่ายังไม่ได้ทำงาน” เขายิ้มจาง ๆ ฉันหัวเราะ เขามักหาคำพูดพอดี ๆ ที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ง่ายเสมอ

โมจิกระโดดขึ้นไปนอนบนถุงข้าวสารอย่างภาคภูมิใจ เหมือนประกาศกรรมสิทธิ์ตามคติ “ใครนอนก่อนคนนั้นเป็นเจ้าของ” ฉันชี้ให้ภีมดู เขาพูดเสียงนิ่ง “มันคงคิดว่าเป็นเตียงนุ่มพิเศษ”

“ใช่ค่ะ เตียงรุ่น ‘เมล็ดข้าวทนทาน’” เราหัวเราะพร้อมกัน หัวเราะแบบเสียงไม่ดังมาก แต่ยาวพอจะทำให้ไหล่ที่เกร็งคลายลง

“คุณเพิ่งกลับจากร้านเหรอคะ” ฉันเห็นเสื้อเชิ้ตเรียบกริบเลยถามอย่างอยากรู้

“ครับ แวะไปดูเครื่องก่อนปิดร้าน แล้วก็ลงไปเอาของที่รถนิดหน่อย” เขาชี้กุญแจที่มือ “เลยแต่งตัวสุภาพกว่าปกติหน่อย”

“สุภาพมากค่ะ” ฉันเผลอพูดออกไปตรง ๆ แล้วหน้าก็ร้อน โอเค มะปราง เก็บคำชมไว้ในใจบ้างก็ดี

เขามองรอบห้อง “วันนี้อยู่รอดดีไหม ไม่มีเสียงน้ำพุ่ง”

“สบายมากค่ะ” ฉันชี้สติ๊กเกอร์เล็ก ๆ ที่ติดข้างวาล์ว “ฉันแปะป้ายเตือนตัวเองว่า ‘อย่าซน’”

“ดีครับ ช่างบอกว่าทุกอย่างโอเคแล้ว” เขาขยับแววตาไปทางโมจิ “เหลือแค่ระบบกันหนีของสมาชิกสี่ขา”

“ใช่ค่ะ” ฉันถอนหายใจ “มันฉลาดแบบที่เก่งเรื่องประตูมากกว่าฉันอีก”

“จริงสิ” เขาเหมือนนึกอะไรได้ “พรุ่งนี้ช่วงเย็นผมจะลองคั่วเมล็ดใหม่ ถ้าคุณว่าง แวะไปชิมไหม ผมอยากฟังความเห็นคนชอบรส ‘นิ่มนวลในถ้วย’”

หัวใจฉันเต้น “ตุบ” หนึ่งครั้ง คำชวนของเขาเหมือนง่าย ๆ แต่สำหรับฉันมีน้ำหนักมากกว่ากาแฟหนึ่งแก้ว “ได้สิคะ ถ้าไม่ติดงานฉันจะไป”

“โอเคครับ” เขาพยักหน้าเรียบ ๆ “เดี๋ยวผมเอาโตโตะไปเดินเล่นต่อ เห็นทีวันนี้มันได้พบเจอเพื่อนเยอะแล้ว”

“ขอบคุณมากนะคะ สำหรับ…ทุกอย่างวันนี้” ฉันย้ำ แล้วส่งยิ้มแบบเก็บเสียง เขายกมือบ๊ายบายเบา ๆ ก่อนปิดประตู

เสียงปิดประตู 18B ยังไม่ทันเงียบ โมจิก็หันมามองฉันตาปรือ เหมือนถามว่า “ขนมล่ะ” ฉันส่ายหน้าให้มัน “อย่าทำหน้ารู้ทันสิคุณนาย ฉันเพิ่งหน้าแตกต่อหน้าคนหล่อ เอ๊ย คนสุภาพ เพราะเธอเลยนะ” มันยืดตัว บิดขี้เกียจ แล้วเดินไปนั่งมุมเดิมราวกับว่า “ยินดีค่ะ เดี๋ยวทำให้อีก”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษที่ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองท

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status