Beranda / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 3 เข้าใจผิดรอบสอง (2)

Share

บทที่ 3 เข้าใจผิดรอบสอง (2)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-06 17:47:56

ฉันเก็บของเข้าที่ทีละอย่าง เปิดลิสต์ในมือถือ “โต๊ะพับเล็ก, กระทะเหล็ก, ที่ทุบกระเทียม” อ่านแล้วก็รู้สึกว่า ถ้าความรักต้องการเครื่องมือ ฉันคงมีพร้อมของครัวมากกว่าของหัวใจ…แต่เอาเถอะ อย่างน้อยท้องอิ่มก่อน ความกล้าค่อยตามมา

ระหว่างจัดของ โทรศัพท์ดัง มิ้นท์โทรมา “สรุป เล่าเดี๋ยวนี้ เพื่อนบ้านข้างห้องเจอกันอีกไหม”

“เจอสิ” ฉันตอบขณะจัดข้าวสารให้พ้นจากอาณาจักรของโมจิ “แล้วฉันก็พูดอะไรพัง ๆ อีกแล้ว เหมือนกล่าวหาเขาเป็นขโมย กลายเป็นแมวขโมย อะไรก็ไม่รู้วุ่นวายหมด”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ “โอ๊ยยยย เพื่อนกู๊!!! ดีมาก ตลกแบบซิทคอมเลย”

“ขำเถอะ เดี๋ยวฉันย้ายออกไปอยู่กับเธอเลยไหม” ฉันทำเสียงบ่น แต่ก็หัวเราะไปด้วย

“ไม่ต้องย้าย แต่ฟังนะ” มิ้นท์เปลี่ยนโทนเป็นจริงจัง “ฟังจากที่เล่ามา ผู้ชายคนนั้นใจเย็น พูดน้อย แต่สื่อสารชัดเจน เขาชวนเธอไปชิมกาแฟพรุ่งนี้ นั่นมันกึ่งเดตแล้วนะเพื่อน”

ฉันเงียบไปเล็กน้อย “ฉันไม่อยากคิดไกล แต่ก็…นิดหนึ่ง” ฉันยอมรับแบบไม่อาย

“ดีแล้ว ค่อย ๆ ไป จำไว้ว่าเธอเพิ่งย้ายบ้าน อย่ากดดันตัวเอง ให้ความสุขเล็ก ๆ พาเดิน” มิ้นท์พูดเหมือนพี่สาว

ฉันพยักหน้า ทั้งที่เธอมองไม่เห็น “โอเค รับคำสั่งหัวหน้าทีมแซว”

เราคุยเรื่องงานและชีวิตอีกนิดก่อนวางสาย ฉันหันกลับมาที่ครัว ตั้งใจทำข้าวผัดทูน่าอีกครั้งแต่เวอร์ชันอัปเกรด เพิ่มกระเทียมเจียวกรอบ ต้นหอมซอย และพริกไทยนิดหน่อย กลิ่นหอมขึ้นกว่าคราวก่อนจนฉันอยากตบไหล่ตัวเอง แถมไม่ลืมเปิดหน้าต่างกับเครื่องดูดควัน บทเรียนราคาแพงจากเสียงเตือนควันที่ฉันไม่อยากได้ยินอีก

กินข้าวไปสักพัก เสียงแจ้งเตือนดัง “ติ๊ง” หน้าจอโชว์ชื่อ “ภีม” ใจฉันหวิวหนึ่งทีแบบคนไม่อยากสารภาพ เขาส่งข้อความมา “ถ้าวันนี้มีปัญหาเรื่องประตู ล็อกเสริมได้ ผมมีบานพับแม่เหล็กเผื่อเหลืออยู่” ต่อด้วยรูปโตโตะทำหน้าหล่อเอียงคอ น่าจะตั้งใจให้บรรยากาศไม่ทางการ

ฉันตอบไป “วันนี้สบายมากค่ะ แต่อุปกรณ์กันหนีของเจ้าเหมียวสนใจอยู่” แล้วแถมสติกเกอร์แมวนอนกลิ้ง เขาส่งกลับมาแค่ “รับทราบครับ” กับอีโมจิแก้วกาแฟ ฉันยิ้มน้อย ๆ ให้หน้าจอโดยลืมว่ากำลังกิน แล้วสำลักพริกไทยนิดหน่อย ความหวานของชีวิตมักมากับความเผ็ดของความซุ่มซ่ามเสมอ

หลังอาหาร ฉันล้างจานช้า ๆ ตั้งใจทำมือให้ว่าง เพื่อปล่อยให้ใจคิดทีละเรื่อง เห็นแผ่นกระดาษโน้ตเขียนรายการ “สิ่งดี ๆ ของวันนี้” ที่ฉันเริ่มติดไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ฉันเติมเพิ่มสามบรรทัด

ทีมงานใจดี

ข้าวแกงร้านหน้าซอยไม่หวงเครื่อง

เข้าใจผิดรอบสอง แต่จบด้วยการหัวเราะ

ฉันเดินไปที่ระเบียงส่วนกลางเพื่อรับลมเย็น ๆ อีกนิด เห็นเงาของเฟิร์นไหวตามแรงลมแบบเมื่อเช้า ข้างล่างถนนเริ่มเงียบลง แสงไฟจากร้าน “ที่เดิม” เหลือแค่ป้ายไม้ที่ส่องนวล ๆ ฉันยืนพิงราว ก้มดูปลายเท้าแล้วเงยขึ้นมองท้องฟ้า มีดาวหนึ่งดวงชัดกว่าดาวอื่นนิดหน่อย บางทีอาจเพราะฉันอยากให้มันชัด

ประตูระเบียงเลื่อนเปิด ภีมเดินออกมาพร้อมขวดสเปรย์น้ำสำหรับรดเฟิร์น ยิ้มสั้น ๆ ให้เราเจอกันพอดี “อากาศดีนะครับ”

“ค่ะ ดีมาก” ฉันหันไป “เมื่อกี้ขอบคุณสำหรับข้อความนะคะ ฉันว่าจะไปดูบานพับแม่เหล็กพรุ่งนี้”

“ถ้าไม่สะดวก ผมติดให้ได้” เขาพูดเฉย ๆ เหมือนชวนคนไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง

“สะดวกสิคะ” ฉันรีบตอบเร็วไปนิด ก่อนจะเสริม “หมายถึง สะดวกให้ช่างคอนโดติดให้ก่อนค่ะ ถ้าไม่เวิร์คค่อยรบกวนคุณ”

เขาพยักหน้า “ได้ครับ” แล้วรินน้ำสเปรย์ใส่เฟิร์น เสียงน้ำเบา ๆ เหมือนฝนจิ๋ว

ฉันอยากชวนคุยต่อ เลยถาม “คุณเริ่มคั่วกาแฟยังไงคะ”

เขามองปลายเฟิร์น “เริ่มจากอยากรู้ว่าทำไมกาแฟถ้วยหนึ่งถึงต่างกันนัก บางถ้วยทำให้เช้าไม่ดี กลายเป็นดี บางถ้วยทำให้บ่ายที่หนัก ๆ กลายเป็นเบา ผมอยากรู้ต้นเหตุ เลยเริ่มคั่วเอง ลองเอง ล้มเหลวเอง แล้วเขียนโน้ตไว้”

“ฟังดูเป็นคนบันทึกเก่ง” ฉันว่า

“บันทึกช่วยให้ไม่โกหกตัวเอง” เขาตอบ “เวลาอ่านย้อนหลัง จะรู้ว่าเมื่อวานเราคิดยังไง วันนี้เปลี่ยนยังไง มันซื่อสัตย์ดี”

ฉันเงียบไปครู่หนึ่ง ชอบประโยคนี้มากจนอยากขีดเส้นใต้ในหัว ใจหนึ่งอยากบอกเขาว่าฉันก็เริ่มบันทึกรายการ “สิ่งดี ๆ ของวันนี้” แต่อีกใจกลัวจะฟังดูเหมือนสารภาพอะไรบางอย่างเร็วเกิน

ลมพัดแรงขึ้นนิดหนึ่ง เส้นผมหน้าฉันปลิวมาแตะแก้ม ฉันพยายามเก็บ ผิดจังหวะจนเส้นผมไปเกี่ยวต่างหู ไร้สง่าจนหัวเราะให้ตัวเอง ภีมส่งยางมัดผมอันเดิมนั่นแหละที่ฉันยืมจากเขาวันแรก “เผื่อจำเป็น”

ฉันรับไว้ “จะคืนเมื่อหัวไม่ยุ่งนะคะ”

“ไม่ต้องรีบ” เขายิ้ม

เรายืนเงียบแบบสบาย ๆ สักพัก แต่เงียบของเราไม่อึดอัด เหมือนเสียงของเมืองไกล ๆ ทำหน้าที่พูดแทน จนฉันนึกขึ้นได้ “ขอโทษนะคะ ที่เมื่อกี้ฉันพูดเพี้ยน ๆ จนเหมือนหาว่าคุณเป็นขโมย”

“ผมรู้ว่าคุณหมายถึงแมว” เขาหัวเราะบาง ๆ “ชีวิตมีพื้นที่ให้เข้าใจผิดได้ เราคงไม่ต้องจริงจังกับทุกคำผิดพลาดหรอก”

“ค่ะ” ฉันยิ้ม “งั้นขอประกาศว่าผู้ต้องสงสัยคือโมจิเท่านั้น”

“รับทราบ” เขาทำเสียงจริงจังเล่น ๆ

ฉันมองนาฬิกา “งั้นฉันไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า เรา…นัดชิมเมล็ดใหม่” พอพูดคำว่า “เรา” แล้วรู้สึกหน้าอุ่น ฉันรีบกล่าวลา เขาพยักหน้า ฉันเดินกลับห้องพร้อมคิดว่า คำสั้น ๆ ก็ทำให้วันยาวขึ้นได้

ในห้อง โมจินอนเหยียดยาวบนพรม แผ่พุงเหมือนคนพอใจในความปั่นป่วนที่ก่อ ฉันนั่งลงข้างมัน วางมือบนหัวกลม ๆ “ฟังนะลูก พรุ่งนี้แม่มีนัดชิมกาแฟ แกห้ามทำตัวเป็น ‘แมวขโมย’ เข้าใจไหม” มันกระพริบตาสองครั้งเหมือนตอบว่า “ไม่รับประกัน”

ฉันหัวเราะ ลุกไปอาบน้ำ น้ำอุ่นไหลผ่านไหล่แบบความกังวลไหลออกบ้าง พอเช็ดตัวเสร็จ ฉันหยิบสมุดโน้ตเล่มเดิม เปิดหน้าว่าง เขียนหัวข้อ “บทเรียนวันนี้”

ปากไวแซงสมอง = ตลกได้ แต่ต้องมีคนใจดีอยู่ฝั่งตรงข้าม

ของหนักควรให้คนเสนอช่วยถือ อย่าฝืน

การชวนไปชิมกาแฟ = คำสัญญารสอ่อน ๆ ที่ทำให้คืนนี้นอนหลับดี

ฉันนั่งนิ่ง ๆ อีกครู่หนึ่งก่อนดับไฟ ห้องค่อย ๆ มืดลง แสงจากเมืองลอดเข้ามาเป็นลายบนผนัง โมจิมาขดตัวปลายเท้าเหมือนเดิม แต่วันนี้มันไม่ยอมขึ้นมาทับอก คงเพราะขนมปลาอบ ในความเงียบฉันนึกถึงคำ “เริ่มใหม่” ของภีม และรู้สึกว่า…บางทีการเริ่มใหม่ไม่ต้องการคำประกาศอะไรยิ่งใหญ่ เพียงแค่หัวใจยอมให้พื้นที่กับความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ที่จบด้วยรอยยิ้ม แค่นั้นก็มากพอจะผลักวันพรุ่งนี้ให้ใกล้เข้ามาอีกนิด

ก่อนหลับ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความของเขาอีกครั้ง “ถ้ามีปัญหาเรียกได้ตลอดครับ” มันเป็นประโยคธรรมดาที่ใคร ๆ ก็พิมพ์ได้ แต่จากเขา มันดูเหมือนป้ายไฟเล็ก ๆ ตรงโค้งถนน ไม่ได้สว่างจ้า แต่ทำให้เลี้ยวได้ไม่พลาด

ฉันพิมพ์ข้อความสั้น ๆ กลับไป “ขอบคุณนะคะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ” แล้ววางโทรศัพท์ลงข้างหมอน หลับตาพร้อมเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของแมว และความคิดหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความหมายผิดนับไม่ถ้วน การมี “คนหนึ่ง” ที่ยอมให้เราพูดผิดได้โดยไม่ตัดสิน คือของขวัญล้ำค่ามากกว่ากาแฟสูตรไหนดีเสียอีก

และใช่ ฉันตั้งปลุกสองเรือนอีกครั้ง เผื่อวันพรุ่งนี้จะเป็น “เข้าใจถูกครั้งแรก” ของเรา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษที่ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองท

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status