Beranda / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 2 การประชุมครั้งแรกของชั้น 18 (2)

Share

บทที่ 2 การประชุมครั้งแรกของชั้น 18 (2)

last update Tanggal publikasi: 2025-11-06 17:37:40

ออฟฟิศของฉันเป็นสตูดิโอเล็ก ๆ มีโต๊ะไม้ยาวหนึ่งตัว โซฟาสีครีมหนึ่งตัว และกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ เจ้านาย พี่นนท์ ยืนชี้ปากกาอยู่หน้ากระดาน “มะปราง ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะ วันนี้เราคุยไอเดียเปิดเพจลูกค้าคาเฟ่ใหม่กัน”

ฉันเกือบเงยหน้าขึ้นตอบว่า “พร้อม!” แต่หยุดทันเดี๋ยวจะติดภาพคาเฟ่ของข้างห้องจนผิดลูกค้า เราคุยไอเดียกันสนุกมาก ฉันเสนอคอนเซปต์ “เช้าใหม่ เมล็ดใหม่” ที่เล่าเรื่องกาแฟผ่านผู้คนย่านนี้ ใส่โทนอบอุ่น เบาสมอง ได้ทั้งภาพและคำ

พี่นนท์พยักหน้า “ได้เลย ลองทำสตอรี่บอร์ดสั้น ๆ สักสามโพสต์ เอาฟีลลิ่งที่อ่านแล้วอยากยิ้ม” เขาวางมือบนโต๊ะ “แล้วก็…อยากให้ลองถ่ายภาพด้วยนะ เรามีเลนส์ 35 ที่ยืมไว้”

ฉันรับงานด้วยความตื่นเต้น แอบนึกถึงแก้วลาเต้ที่ภีมชงให้เมื่อเช้าและคิดว่ารู้สึกโชคดีที่ชีวิตใหม่ขยับไปทีละคลิกแบบนี้

กลางวัน มิ้นท์ เพื่อนร่วมงานเดินมานั่งข้าง ๆ “ย้ายบ้านวันแรกเป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ย”

“เหนื่อยแต่คุ้ม” ฉันเล่าคร่าว ๆ เกี่ยวกับเครื่องซักผ้า เทวดาชั้น 18 และหมากับแมวที่กำลังเจรจาสันติภาพ มิ้นท์หัวเราะจนตาโค้ง “โอ๊ย ฟีลกู้ดมาก เพื่อนบ้านเธอหล่อไหม”

“สุภาพค่ะ” ฉันตอบกลาง ๆ ไม่อยากให้เพื่อนเอาไปแซวจนหลุดกรอบงาน

“สุภาพ = หล่อระดับทำกาแฟแล้วหัวใจสั่นใช่ไหม” เธอทำหน้าทะเล้น ฉันผลักไหล่เธอเล่นแล้วเปลี่ยนเรื่องไปเมนูข้าวมันไก่หน้าปากซอยแทน

ช่วงบ่ายฉันนั่งร่างคอนเทนต์อย่างเพลิน จนลืมเวลา พอเงยหน้าก็สี่โมงกว่าแล้ว ฉันเซฟไฟล์ หยิบกระเป๋า แล้วส่งสติกเกอร์รูปชามก๋วยเตี๋ยวไปหา “ภีม เย็นนี้ยังไปปากซอยไหมคะ” เขาตอบกลับด้วยสติ๊กเกอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ยิ้มและคำว่า “เจอกันหน้าล็อบบี้ 6 โมงครับ”

โอเค ใจเต้นปกติไว้มะปราง แค่ก๋วยเตี๋ยว แค่พริกเผา ไม่ใช่พิธีสารสันติภาพโลก

กลับถึงคอนโดก่อนหกโมงสิบห้าเล็กน้อย ฉันแวะที่ระเบียงส่วนกลางอีกครั้ง ลมเย็นกว่าเช้า ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เมฆสีชมพูอ่อนวาดเป็นริ้ว ๆ ไล่ไปทางแม่น้ำ ฉันหยุดหายใจลึก ๆ สองครั้ง ตั้งสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

เสียง “เห่า!” สั้น ๆ ดังขึ้น โตโตะคาบสายจูงสีเหลืองวิ่งมาหาฉัน ภีมเดินตามมาพร้อมยกมือทัก “พร้อมลุยพริกเผาหรือยัง”

“พร้อมค่ะ” ฉันตอบทันทีโดยไม่ลองใจตัวเองซ้ำ

“ก่อนลงไป เดี๋ยวรอช่างแวะดูห้องคุณแป๊บหนึ่งนะครับ ผมโทรตามไว้ เขาบอกหกโมงจะขึ้น”

“ดีเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องลุ้นทุกครั้งที่ซักผ้า”

ไม่นาน ช่างของคอนโดก็มาถึง ตรวจหัวก๊อก เปลี่ยนโอริงใหม่ เช็กวาล์ว และแนะนำให้ซื้อท่อยางแบบล็อกสองชั้น “จบเรื่องครับ” ช่างพูด ฉันยกมือไหว้สามรอบ ความกังวลเรื่องน้ำท่วมครัวจางหายเหมือนไอน้ำที่โดนลมพัด

“ขอบคุณภีมด้วยนะคะ ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงได้ว่ายน้ำกลางห้องครัว”

“ยินดีครับ” เขายกสายจูงให้ฉันถือ “ถือไว้ก่อนสิ เดี๋ยวโตโตะคิดว่าคุณเป็นหัวหน้าทีมดับเพลิง”

โตโตะหันมามองฉัน ตาใสเป็นประกาย ฉันยิ้ม “ไปครับคุณลูกทีม”

ก่อนลงลิฟต์ โมจิยืนอยู่หน้าประตูห้องฉันเหมือนจะบอกว่า “เดี๋ยวฉันเฝ้าบ้านให้ก็ได้ แต่อย่าลืมทิปนะ” ฉันลูบหัวมัน “กลับมาจะให้ขนมปลาอบนะจ๊ะ ท่านผู้กำกับความสงบเรียบร้อย”

ร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอยมีป้ายไฟสีส้มสว่าง โต๊ะสแตนเลสเงาวับ เสียงคนคุยกันคึกคัก กลิ่นน้ำซุปเดือดเคี่ยวหอมลอยมาแตะจมูก ภีมจูงโตโตะมานั่งโต๊ะริม ๆ เจ้าของร้านยิ้มจนแก้มป่อง “คุณภีม วันนี้พาเพื่อนมาเหรอ”

“ครับ พาเพื่อนบ้านใหม่มาลอง” เขาพูดง่าย ๆ แต่คำว่า “เพื่อนบ้านใหม่” ทำฉันยิ้มโดยไม่รู้ตัว

เราสั่งเส้นเล็กน้ำตกสองชาม เกาเหลาอีกหนึ่ง (ภีมบอกว่าไว้เผื่อหิวตอนคุยเพลิน) แล้วเขาก็เลื่อนถ้วยพริกเผามาใกล้มือฉัน “เชิญพิสูจน์ความไม่มือใหม่เรื่องพริก”

ฉันตักพริกเผาใส่ครึ่งช้อน คนเบา ๆ สูดกลิ่นน้ำซุปแล้วลองชิม “โอ้โห…อร่อย” รสเข้มแบบไม่ดุเกินไป เผ็ดพอดีจนจมูกโล่ง

“ผ่าน” ภีมพยักหน้า “แต่ยังไม่ใช่ด่านสุดท้ายของชั้น 18”

“ด่านสุดท้ายคืออะไรคะ”

“คาเฟ่ของผมตอนเช้า 7 โมง ลาเต้กับแซนด์วิชไข่ ถ้าไม่ชอบ ต้องรีวิวอย่างซื่อสัตย์” เขายิ้มบาง ๆ “ผมรับฟังลูกบ้าน”

“งั้นฉันขอจองเก้าอี้หน้าบาร์” ฉันยักไหล่รับคำท้า “แต่ขอเตือนก่อน ฉันรีวิวตรงไปตรงมาตลอด ถ้าไม่อร่อยจะบอกว่า…ต้องปรับสูตรความรักนะคะ” ฉันหัวเราะเองกับมุกที่เพิ่งปล่อย

ภีมหลุดขำจนเผลอก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม “งั้นผมจะคั่วเมล็ดสูตร ‘รักไม่เผ็ดแต่หอม’ ไว้รอ”

บทสนทนาของเราลื่นไหลอย่างประหลาด เราคุยเรื่องเครื่องชงมือสอง การล้างหัวชง การเลือกนมสำหรับลาเต้อาร์ต และเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับชีวิตในคอนโด เช่น เซเว่นฝั่งเหนือดีกว่าฝั่งใต้เพราะแซนด์วิชไข่หมดช้ากว่า หรือ รปภ.เวรกลางคืนใจดีเป็นพิเศษกับน้องหมา

โตโตะนอนหมอบใต้โต๊ะอย่างสงบเป็นพนักงานดีเด่นของค่ำคืน ฉันยื่นหมูเด้งชิ้นเล็ก ๆ ให้ มันรับไปอย่างสุภาพจนใจกะพริบ

ตอนคิดเงิน เจ้าของร้านไม่รับเงินของฉันเต็มจำนวน “ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านของคุณภีม” เธอยิ้ม ฉันเกรงใจแต่ภีมพยักหน้าขอบคุณแทน จึงยอมรับไมตรีด้วยหัวใจอุ่น ๆ

ระหว่างเดินกลับคอนโด ไฟข้างทางสาดแสงสีเหลืองนวลบนใบไม้ ฉันถามภีม “ทำไมตั้งชื่อร้านว่า ‘ที่เดิม’ คะ”

“เวลาเราเหนื่อย ๆ เรามักจะนึกถึง ‘ที่เดิม’ ที่นั่งประจำ เพลงเดิม กลิ่นเดิม ๆ ที่ทำให้หายใจโล่ง” เขาตอบช้า ๆ “ผมอยากให้ร้านเป็นความรู้สึกแบบนั้น”

ฉันพยักหน้า “เข้าใจเลยค่ะ…เหมือนระเบียงชั้น 18 ตอนเช้าที่มีเฟิร์นไหว ๆ กับกาแฟหอม ๆ”

“ใช่ ประมาณนั้น” เขายิ้มบาง

เดินถึงล็อบบี้ เราแยกทางกันตรงหน้าลิฟต์ “ขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะคะ” ฉันยกมือไหว้เล่น ๆ

“ขอบคุณที่ไม่ทำก๋วยเตี๋ยวหกใส่เหมือนที่คุณกลัว” เขาแกล้งแซว “พรุ่งนี้เช้า ถ้าผ่านร้าน ผมทำแซนด์วิชไข่ให้”

“ตกลงค่ะ” ฉันยิ้มจนตาโค้ง “แล้วเจอกันที่…ที่เดิม”

“ที่เดิม” เขาทวนคำเหมือนปิดประชุมใหญ่ประจำวัน

ลิฟต์เปิด ฉันกับโตโตะบอกลากันด้วยการแตะฝ่ามือกับอุ้งเท้า (ภีมบอกว่าโตโตะทำ “ไฮไฟว์” ได้) พอกลับถึงชั้น 18 ประตูห้องฉันเปิดออกก่อนที่ฉันจะไขกุญแจ—โมจิพุ่งมาทำหน้าเหมือนเจ้าหน้าที่ตรวจหนังท่องเที่ยว “กลับช้านะคุณผู้โดยสาร”

“ค่ะ ๆ กลับมาแล้ว คุณผู้กำกับ” ฉันอุ้มมันขึ้นลูบหัว แล้ววางลงข้างถ้วยน้ำ

ในห้องอุ่นสลัว ฉันอาบน้ำ เปลี่ยนชุด นั่งลงที่โต๊ะเล็ก ๆ หยิบสมุดโน้ตออกมา เปิดหน้าใหม่ เขียนบรรทัดสั้น ๆ ว่า “การประชุมเช้าของชั้น 18: สมาชิกครบ วาระชัด ผลการประชุมหัวใจกาแฟเข้มขึ้นหนึ่งระดับ”

ฉันเงยหน้ามองเพดานพลางยิ้มน้อย ๆ ความกังวลเรื่องเครื่องซักผ้าและความว่างเปล่าของห้องเริ่มหายไป กลายเป็นความรู้สึกว่า “ฉันอยู่ที่นี่จริง ๆ แล้ว” ไม่ใช่แค่คนย้ายของเข้ามาพักชั่วคราว

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น “พรุ่งนี้ 7.30 ผมคั่วเมล็ดชุดใหม่ ถ้าตื่นทัน แวะมาได้  ภีม” ตามด้วยอีโมจิรูปเมล็ดกาแฟและโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ยิ้ม

ฉันพิมพ์ตอบ “7.45 ได้ไหมคะ ฉันกับโมจิจะพยายาม” แล้วส่งอีโมจิรูปแมวหนึ่งตัวกับรูปไฟสายฟ้าเหมือนเพิ่มพลัง

ฉันวางโทรศัพท์ ดึงผ้าห่มขึ้น ปิดไฟ ปล่อยความเงียบสบาย ๆ เข้ามาแทนที่ วันนี้ทั้งวันเหมือนยาว แต่เป็นความยาวที่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้หัวใจเบา กลิ่นกาแฟแรกของเช้า เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ระเบียง เงาสีชมพูของฟ้ายามเย็น น้ำซุปร้อน ๆ และคำว่า “ที่เดิม”

ก่อนจะหลับ ฉันเอื้อมไปแตะสมุดอีกครั้ง เติมประโยคสุดท้ายของวัน “พรุ่งนี้เช้าลาเต้หนึ่งแก้ว แซนด์วิชไข่หนึ่งชิ้น และย่อหน้าใหม่ของชีวิตที่ค่อย ๆ ชัดขึ้น”

โมจิกระโดดขึ้นเตียง ม้วนตัวเป็นก้อนกลม ๆ วางคางบนแขนฉัน ฉันกระซิบเบา ๆ “คืนนี้ช่วยอย่านอนบนหน้าอกแม่นะลูก พรุ่งนี้เรามีนัดประชุมใหญ่ของชั้น 18”

มันขยับหางช้า ๆ เหมือนตอบรับ สักพักก็หลับสนิท ฉันหลับตามไปพร้อมความคิดเรียบง่ายในโลกที่วุ่นวาย การมี “ที่เดิม” ให้กลับมา และ “คนเดิม” ให้ทักทายยามเช้า อาจเป็นความโรแมนติกที่ดีที่สุดแบบหนึ่งแล้วก็ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองทุกครั้ง เม

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 10 เสียงจากอดีต (1)

    เช้า 7:50 น. ตามนัดที่ระเบียงชั้น 18 ฉันตั้งดริปเปอร์กระดาษบนแก้วใสเล็ก ๆ เทน้ำร้อนช้า ๆ ให้ผงกาแฟบานขึ้นจนกลิ่นหอมลอยเหมือนหมอกบาง ภีมยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามในผ้ากันเปื้อนสีเข้มแบบที่เขาชอบ หยักคิ้วนิดหน่อยเวลาจับจังหวะน้ำ “ดีเลยครับ จังหวะนี้ให้หยุดสักห้าวินาที แล้วค่อยเทต่อ” เขาพู

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 9 แสงไฟยามค่ำ (2)

    กลิ่นมะลิอ่อน ๆ ทำให้หัวใจเต้นช้าลง โตโตะขยับตัวเอาคางเกยขาโซฟาแล้วถอนหายใจยาว ฟังดูเหมือนคนที่ปล่อยความกังวลออกมาทีละน้อย ส่วนโมจิเปลี่ยนท่านอน เอาขาหน้าปิดหน้าอย่างหมดห่วง ฉันเผลอยิ้มกับภาพ “ครอบครัวเล็ก ๆ” ชั่วคราวที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องประกาศสถานะ “แล้วคุณล่ะคะ” ฉันถามในที่สุ

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 9 แสงไฟยามค่ำ (1)

    หลัง “ภารกิจจ่ายตลาด” เมื่อวาน ฉันใช้เวลาทั้งบ่ายลองทำพาสต้าแบบที่ภีมเขียนโพสต์อิทให้ กระเทียมซอยกับพริกแห้งครึ่งเม็ดถูกทอดเบา ๆ ในน้ำมันมะกอกจนหอม จากนั้นก็คลุกเส้นกับน้ำเส้นนิดหน่อย ง่ายกว่าที่คิดและอร่อยกว่าที่คาด พอตกค่ำฉันก็เก็บล้างอย่างใจเย็น วางที่รองแก้วลายแมว–

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 8 ภารกิจจ่ายตลาด (2)

    ขณะกำลังทดลองความถนัดไม้พายในอากาศ โตโตะก็คว่ำตัวในรถตาข่ายแล้วพยายามเอาหัวลอดออกมาอีกครั้งเพื่อจะ “ช่วยเลือก” ยิ่งฉันเล่นไม้อยู่ มันยิ่งตื่นเต้น หางส่ายจนรถตาข่ายขยับภีมเลยเอื้อมมือแตะเบา ๆ “ใจเย็นครับผู้ช่วย” พนักงานคนหนึ่งที่ยืนเรียงของอยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าก็หัวเราะ “พี่คะ น้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status