تسجيل الدخولทุกเช้าเวลา 7:50 น. เธอจะชงกาแฟแก้วเดิม... และเขาจะออกมาขอกินด้วยทุกครั้งจากระเบียงข้าง ๆ “ภีม” ชายข้างห้องที่ไม่เคยพูดคำหวาน แต่ทุกการกระทำกลับทำให้หัวใจของ “มะปราง” อุ่นขึ้นทุกวัน จนกระทั่ง... “นที” แฟนเก่าที่เคยทำให้เธอเจ็บ กลับมาพร้อมข้อเสนอทางงานที่เธอปฏิเสธไม่ได้ ระหว่างชายที่ “พูดมากไป” กับชายที่ “พูดน้อยแต่ทำให้รู้สึกทุกอย่าง” ใครกันแน่...คือคนที่อยู่ในจังหวะเดียวกับหัวใจเธอ
عرض المزيد“No matter how Impossible, Unattainable, or Unimaginable something may seem. If it's meant to be, it will be.”
***********************
"We had an expiration date. We both knew it but didn't want to acknowledgment it. This wasn't meant to work out. The worst part is...you are perfect! You are everything a girl could ever ask for; smart, kind, funny, sweet, hot, nice to everyone. You are the whole package. I don't....I don't fit with you."
Tears brimmed my eyes but I kept going. I had to say this or I would back down and stay with him."I can't keep standing by as you explain to your friends and family why you're with me. I can't make you choose sides anymore. Even they know I'm not good enough for you; can't fathom why you picked me out of everyone. You can have any girl you want but you stuck with this," I gestured to my face and body, "you stuck with whatever this is."
I've heard what everyone says about me. I'm not an idiot. I've seen the way people look at me when I was with him. Saw the glares and hateful words muttered about me, even when I was present.
"You need someone that fits you Who people can look at and go 'yes they belong together." And I don't fit that picture, never will." I choked out the truthful words. As much as they hurt they were true. I've tried to push those thoughts away but I can't do that anymore.
"I won't let you give up your dreams for me. I can't. You were made to this and I won't let anymore, including me, ruin your only shot." I spoke fiercely. Despite everything in me screaming to stop talking, to take back the words, I couldn't.
I could hear his parents words repeating in my head as I stood there. Telling me to break it off or I'd ruin his chances of being in the NFL. Telling me he was going to give up football for me. Going to give up his dream career, a career he's been working for since he was 13.
"You are going to find the most perfect woman who will be by your side as you win Super Bowl after Super Bowl. And you will love her with every ounce of her being, because that is who you are." I said, even though just the thought of him with someone else sent a dagger right to my heart.
Knowing if I didn't leave now I wouldn't, I took a step back. It felt like my feet were glued to the ground but I made them move. It was time to go.
Tilting my head back I gazed up at those ocean blue eyes that had become my world in such a short amount of time. I knew in that moment I wouldn't ever forget my time with Harold James. Everyone moment we spent together will forever be engraved in my mind.He will move on and forget about me, that I have no doubt on, but, I won't ever forget him and the way he made me feel. Despite how I felt for him I knew I wasn't good enough for him. His parents and his friends were right. I just realized it too late.
"I'm so sorry for wasting your time." The sobs I was holding in were seconds away from bursting. Not wanting to break down in front of him I said my final goodbye.
"Goodbye, Harold." With that I turned and hastily walked away. I knew if I so much as paused I would turn right around and jump back in his arms. Screw everyone and everything else.
Every part of me was hoping and pleading that Harold would call out my name or chase after me. Telling me that I was being stupid and that we could work through this, regardless of what others say. But glancing over my shoulder I found him turned to the side, looking down at his phone. Almost like he couldn't wait for me to leave.
The sight broke me but it was enough to finally hit the nail on the head. I turned back around and ran down the sidewalk as far away from him as possible. Each step leaving pieces of my heart.
โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองทุกครั้ง เม
ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง
เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั
เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”
โดยที่เธอ…ยังไม่ทันตั้งตัวเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งคำว่า “อีกหน่อยก็เป็นนะลูก” ของคุณแม่ภีม ทั้งสายตากรุ้มกริ่มของหมาหนึ่ง แมวหนึ่งที่มองมาเหมือนรู้ทัน ทุกอย่างมันตีกันยุ่งไปหมดในหัวมะปราง ช่วงเช้าในออฟฟิศเต็มไปด้วยเสียงเครื่องปริ้น เสียงเคาะคีย์บอร์ด และเสียงหั
“บางครั้งคนที่ทำเราตกใจที่สุด…ก็เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มกว้างที่สุดเหมือนกัน” เช้าที่สามที่ภีมนอนโรงพยาบาล แต่เป็นเช้าที่มะปรางรู้สึกว่าทุกอย่างในห้องดู “เหงาเกินจำเป็น” ทั้งที่มีคนอยู่ในห้องตั้งสองตัว แมวเอาแต่ใจหนึ่ง และหมาเรียบร้อยหนึ่ง แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนบางอย่างขา
“ถึงเขาไม่อยู่ที่ระเบียง…แต่หัวใจฉันยังไปยืนรออยู่ตรงนั้นทุกเช้า” กลับถึงห้องเมื่อคืน มะปรางแทบไม่ได้พักเลย เธออาบน้ำล้างหน้าแบบเร็วที่สุดในชีวิต เพราะเป็นห่วงว่าโตโตะกับโมจิจะทะเลาะกันก่อนตัวเองจะได้เข้าห้องอีกครั้ง ทันทีที่ปิดประตูห้องและเห็นสภาพห้องยังอยู่ในสภาพดี เ
ระหว่างนั่งรอหน้าห้องตรวจ เสียงเครื่องปรับอากาศของโรงพยาบาลดังหึ่งเบา ๆ ผสมกับเสียงรองเท้ากระทบพื้นและเสียงเรียกชื่อคนไข้เป็นระยะ มะปรางนั่งเกร็งอยู่ข้าง ๆ ภีมที่พิงผนังด้วยสีหน้าอ่อนล้า เขาจับหน้ากากอนามัยแนบไว้กับใบหน้า ดวงตายังแดงและล้า แต่ก็ยังหันมาถามเธอเบา ๆ “เหนื











