Beranda / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 4 เพื่อนรักสายแซว (1)

Share

บทที่ 4 เพื่อนรักสายแซว (1)

last update Tanggal publikasi: 2025-10-14 21:17:44

เสียงกริ่งประตู “ติ๊งต่อง” ดังขึ้นตอนทุ่มครึ่งพอดี ฉันกำลังจัดตะกร้าเครื่องครัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งซื้อมาจากซูเปอร์ ทัพพีกับที่คีบสแตนเลสวางสลับกันอย่างภูมิใจ ก็สะดุ้งเฮือกเพราะลืมไปว่าเรานัดใครมาไว้ตอนค่ำ

“ใครเอ่ย” ฉันถาม ทั้งที่จริง ๆ ก็พอนึกออก

“เปิดสิยะ คุณผู้หญิงชั้น 18 ฉันถือความรัก เอ๊ย! ขนม มาให้” เสียงใสนั้นคือมิ้นท์ เพื่อนสนิทตั้งแต่ ม.ปลาย คนที่เชื่อว่าโลกนี้แก้ปัญหาได้ด้วยมุกตลก 70% กับชานมไข่มุกอีก 30%

ฉันหัวเราะ รีบเปิดประตู “เข้ามาเลยคุณท่าน ดึกดื่นไม่เกรงใจแมวข้างบ้านกันบ้างหรือไง”

มิ้นท์ยิ้มหวาน หล่อนหิ้วถุงสองข้าง ข้างหนึ่งคือชานมไข่มุกสองแก้ว อีกข้างเป็นขนมปังกลิ่นเนยหอมใหม่ ๆ กับมันฝรั่งทอดสามรส “ขอโทษทีเธอ แต่ฉันมาในฐานะหน่วยกู้ภัยห้องรก และผู้เชี่ยวชาญการวางกล่องอย่างเป็นศิลปะ”

“โอเคค่ะ คุณผู้เชี่ยวชาญ” ฉันรับของเข้ามาวางบนเคาน์เตอร์ครัวชั่วคราว “คืนนี้เป้าหมายคือทำให้ห้องดูเหมือนมีคนอยู่ ไม่ใช่โกดังขนย้าย”

โมจิ เหมียวอ้วนขนฟูของฉัน เดินอาด ๆ ออกมาต้อนรับ กลิ่นชานมคงลอยเข้าจมูกมันพอดี มันยืนจังก้าดมถุงแล้วเงยหน้ามองมิ้นท์ด้วยสายตาแบบ “แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้หรือไม่”

“โอ๊ยยย ตัวจริงอวบกว่าในรูปอีกนะเรา” มิ้นท์ยื่นนิ้วไปลูบ โมจิเบือนหน้าหนีอย่างหยิ่ง ๆ ทำเป็นไม่อิน ฉันยิ้ม—นิสัยคุณหนูของมันนี่ไม่มีวันที่หาย

เราช่วยกันจัดห้องอย่างเป็นพิธีการ—จริง ๆ คือคุยมากกว่าจัด เริ่มจากย้ายกล่องหนังสือไปชิดผนัง ตั้งชั้นวางเหล็กสำเร็จรูป, กางพรมผืนเล็กใต้โต๊ะกาแฟ แล้วก็เอากรอบรูปเปล่าที่ฉันยังไม่มีรูปใส่ไปวางพิง ๆ ให้ดูเหมือนบ้านของคนมีรสนิยม ราวชั่วโมงผ่านไป ความรกระดับ “สนามรบ” ลดลงเป็น “ห้องซ้อมรบ” อย่างน้อยก็เดินไม่สะดุดบ่อยแล้ว

“ห้องเริ่มเป็นห้อง” มิ้นท์ดื่มชานมอึกใหญ่ “แล้วเพื่อนบ้านข้างห้องล่ะ ไหน ๆ ให้ดูหน้าหน่อยสิ”

ฉันยักคิ้ว “ให้ดูยังไงล่ะ จะไปเคาะเรียกมาดูตัวไหม”

“ถ้าเคาะแล้วได้โบนัสเป็นกาแฟ ฉันก็ยอม” เธอทำตาวาว ฉันส่ายหัว พลังงานสายแซวของคุณเธอโดดเด่นเสมอ

เราย้ายมาคัดเสื้อผ้า ฉันพับเสื้อยืดเรียงเป็นแนวสวยงาม มิ้นท์กำลังวุ่นกับการจัดกล่องเครื่องสำอางใส่ตะกร้า ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าพร้อมเสียงกรุ๋งกริ๋งของเหรียญจากทางเดินนอกห้อง ตามด้วยเสียงเห่า “บู้!” หนึ่งทีสั้น ๆ หางเสียงมีความตื่นเต้น

ฉันเงยหน้ามองประตูที่แง้มไว้เล็กน้อย ลืมปิดสนิทอีกแล้วสิเรา แล้วทันใดนั้นเจ้าของเสียงก็ปรากฏตัวที่ช่องแง้ม แส้หางสั้นส่ายเร็วเหมือนพัดลมเบอร์สาม

โตโตะ

“เทวดาชั้น 18 มาแล้ว!” มิ้นท์กระซิบกับฉันเสียงดัง ดังเกินกว่าจะเรียกว่ากระซิบ “เพื่อนบ้านเธอนี่แพ็กเกจครบมาก หล่อ สุภาพ เลี้ยงหมา…ชนะเลิศ!”

“เบา ๆ” ฉันทำตาหวานขอชีวิต แต่ไม่ทันแล้ว ภีมยืนตามหลังโตโตะมา ชุดวันนี้เป็นเสื้อยืดสีครามกับกางเกงยีนส์พอดีตัว ง่าย ๆ แต่ดูดีแปลก ความสุภาพมีในท่าทางตั้งแต่ยืนยันเท้าจนถึงรอยยิ้มมุมปากที่ยกนิดเดียว

“สวัสดีครับ” ภีมพยักหน้าทัก “ขอโทษที่โตโตะมันผลุนผลันเห็นประตูแง้มแล้วคิดว่าเชิญ”

“เชิญสิคะ เชิญเลยค่ะ” มิ้นท์สวนทันที แบบคนไม่อายฟ้าอายดิน ฉันสะกิดแขนเธอให้เพลา ๆ ละเนื้อเธอก็แค่ยิ้มกว้างกว่าเดิม

“หมาน่ารักจังค่ะ ขอโทษนะคะ ขออนุญาต…” เธอย่อเข่า ยื่นมือไปเบื้องหน้าอย่างถูกหลัก แต่ยังไม่ทันแตะ โตโตะก็…กระโดด!

“มิ้นท์!” ฉันร้อง แต่สายไป ครืนเดียวเธอก้นจ้ำเบ้าลงบนพรมหน้าประตู เสียงถุงชานมสั่น “พรวด ๆ” ดวงตาเธอเท่าไข่ห่านก่อนจะ…หัวเราะ

“ไม่เป็นไร ๆ ๆ” เธอพูดทั้งหัวเราะ น้ำตาซึมขำ “หมาหล่อเจ้าของหล่อ ให้อภัย!”

ฉันอยากมุดพื้นให้รู้แล้วรู้รอด “ขอโทษนะคะคุณภีม โตโตะแค่ตื่นเต้น” ฉันเผลอเรียกหมาตามเจ้าของอย่างสนิทโดยไม่ตั้งใจ

ภีมหยิบสายจูงขึ้นมาควบคุมอย่างใจเย็น “ผมขอโทษแทนครับ ปกติมันไม่ค่อยกระโดดใส่ใคร คงดีใจที่มีเพื่อน”

เสียง “ฟู่…” เบา ๆ ดังจากด้านใน โมจิยืนถ่างขาอยู่บนพรมในห้อง มองโตโตะราวกำลังตัดสินคดีความ มันหรี่ตา สะบัดหางหนึ่งครั้งประกอบคำตัดสินว่า “ผู้บุกรุก!” ก่อนจะก้าวช้า ๆ แบบราชินีอย่างไม่เกรงใจใคร

ฉันรีบคว้าโมจิขึ้นมา “เฮ้ ใจเย็น ๆ นั่นเพื่อนนะลูก” โมจิทำหน้าหงุดหงิดแต่ยอมอยู่นิ่งบนแขน ฉันเลยหันไปถามมิ้นท์ “โอเคไหม เจ็บไหม”

“ก้นช้ำหน่อย แต่หัวใจชุ่มชื้นมากจ้ะ” มิ้นท์ตอบอย่างภาคภูมิ ใบหน้ากับน้ำเสียงประมาณคนเพิ่งได้ลายเซ็นต์ดารา

ภาพรวมชั่ววินาทีนั้นตลกพิลึก เพื่อนฉันนั่งหัวเราะอยู่บนพรม หมาข้างห้องน้ำลายเล็ก ๆ หอบหายใจอย่างภูมิใจที่มีเพื่อนใหม่ แมวฉันตาวาวอย่างไม่ไว้ใจ และภีมชายผู้คุมสถานการณ์ ยืนยิ้มบาง ๆ แต่สากลุกนิด ๆ ที่คิ้วเหมือนกำลังคิดหาวิธีทำให้ทุกอย่างกลับสู่สมดุล

“ให้ผมหยิบสเปรย์ทำความสะอาดมาฉีดพรมหน่อยไหมครับ เผื่อชานมหก” เขากล่าวเรียบ ๆ อย่างมืออาชีพเรื่องชีวิตประจำวัน

“โอ๊ย ไม่หกค่ะ ๆ” มิ้นท์ยกชานมโชว์ “ยังครบสามสิบเปอร์เซ็นต์น้ำตาล”

“ดีครับ” ภีมยิ้ม “งั้น…พาโตโตะไปเดินอีกรอบแล้วเดี๋ยวผมพากลับขึ้นไปทักทายใหม่แบบมีมารยาทกว่านี้”

“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ” ฉันรีบพูด “เดี๋ยว เอ่อ ถ้าคุณว่าง แวะมาชิมขนมปังไส้ครีมที่เพื่อนฉันเอามาหน่อยก็ได้ เรากำลังจะพักรอบหนึ่งพอดี”

“ได้ครับ” เขาพยักหน้า “เดี๋ยวผมพาโตโตะลงไปปล่อยพลังห้านาที” เขาโบกมือเบา ๆ แล้วหายไปตามทางเดิน ทิ้งกลิ่นอากาศสะอาด ๆ กับความสงบไว้เบื้องหลังอย่างเดิม

ประตูปิด ฉันหันไปยังมิ้นท์ เธอมองฉันตาวาว “ฉันว่าชั้น 18 นี่มีโอกาสพิเศษนะเพื่อน”

“หยุด” ฉันเอานิ้วจิ้มหน้าผากเธอเบา ๆ “ยัง ยัง ไม่เอาอะไรพิเศษทั้งนั้น”

“พิเศษแบบลาเต้ช็อตคู่” เธอทำท่าชงกาแฟในอากาศ “หรือพิเศษแบบหมากับแมวอยู่บ้านเดียวกันก็ได้ ฉันไม่เรื่องมาก”

“มิ้นท์!”

เธอหัวเราะลั่น “โอเค ๆ ฉันหยุดก่อน” แล้วก็หันไปมองโมจิ “คุณนายคะ อย่าโกรธเด็กข้างบ้านเขาเลย โตโตะเขาเฟรนด์ลี่”

โมจิกระพริบตาช้า ๆ แบบแมวผู้ดี ฉันตีความว่า “จะลองพิจารณา”

เรากลับมาจัดห้องต่อสำหรับสิบนาทีถัดมา แต่เป็นสิบนาทีที่มีเสียงซุบซิบมากกว่ากระดิ่ง นัดหมายการลงรูปในกรอบก็ยังไม่คืบหน้าเพราะมัวแต่เลือกว่าจะใส่รูปวิวหรือรูปสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งเสียงเคาะประตูสองที “ก๊อก ก๊อก” ดังขึ้น

ภีมโผล่หน้าเข้ามาพร้อมโตโตะที่ดูเรียบร้อยขึ้นมาก เขาจับสายจูงสั้นลง โตโตะนั่งลงด้วยท่าทางขยันเป็นพิเศษจนฉันอยากให้ประกาศนียบัตร

“เชิญค่ะ” มิ้นท์เป็นคนตอบก่อนใคร “พรมสะอาดพร้อมรับแขกแล้วค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดตัวเอง

“ขอบคุณครับ” ภีมยิ้มบาง ๆ แล้วกวาดตาไปรอบห้อง “จัดห้องคืบหน้าดีเลยนะครับ ดูเป็นบ้านขึ้นมาก”

ฉันยิ้มเขิน ๆ “ขอบคุณค่ะ มีแรงงานสายแซวช่วย”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ มิ้นท์ค่ะ” เพื่อนฉันยื่นมือให้ พร้อมยิ้มกว้างแบบนักการทูต

“ภีมครับ” เขาจับมืออย่างสุภาพ ระยะสัมผัสดูพอดีจนฉันอดชมในใจไม่ได้

ฉันวางจานขนมปังไส้ครีมกับแก้วน้ำลงบนโต๊ะพับเล็ก ๆ “ชิมก่อนค่ะ เผื่อหิว ข้างซอยเพิ่งอบมาเมื่อกี้”

ภีมขอบคุณและหยิบชิ้นเล็ก ๆ ลองกัด พลางพยักหน้า “นุ่มดีครับ หวานกำลังพอดี ถ้าคู่กับอเมริกาโน่จะลงตัวมาก”

“โห เสิร์ฟคำแนะนำพ่วงการจับคู่ทันที” มิ้นท์ว่า “เห็นไหมล่ะมะปราง คนนี้แหละที่ฉันบอกว่า”

“มิ้นท์” ฉันทำเสียงเตือน เธอเลยหัวเราะเบา ๆ แล้วจิบน้ำแทน

โตโตะนั่งจ้องชิ้นขนมปังแบบตั้งใจ ภีมแตะหัวมันเบา ๆ “นั่งดี ๆ นะครับนักเรียน ห้ามขอของคนอื่น” โตโตะเหลือบตามองเจ้าของ แล้วหันหน้ากลับมายิ้ม ฉันใช้คำว่ารอยยิ้มกับหมาได้จริง ๆ เพราะมันดูยิ้มจริง ๆ

“โมจิอยากชิมไหม” มิ้นท์หยิบขนมแมวเม็ดเล็ก ๆ โยนหนึ่งเม็ดลงบนจานรอง โมจิเดินมายืนพิจารณาเหมือนนักวิจารณ์อาหารระดับโลก จากนั้นก็ค่อย ๆ กินไปอย่างช้า ๆ ราวกับจะบอกว่าคู่ควร

“ดีครับ” ภีมพูดขึ้น “วันนี้ถือว่าเป็นการทำความรู้จักอย่างเป็นทางการของสัตว์เลี้ยงและเพื่อนบ้าน”

“จริงด้วย” ฉันตอบ “ขอบคุณนะคะที่พาโตโตะมาทัก เสียดายเมื่อกี้เพื่อนฉัน…เอ่อ…เพิ่งทดสอบความแข็งแรงของพรมไปแล้ว”

“พรมสอบผ่านครับ” ภีมตอบ มุมปากยิ้มมองมิ้นท์ “แต่ครั้งหน้าผมจะให้โตโตะโค้งคำนับก่อนเข้าห้อง”

“โอ๊ย ไม่ต้องถึงขนาดนั้นค่ะ” มิ้นท์หัวเราะ “แค่ไม่ชนฉันจนหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มก็พอ”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเราสามคนกับหนึ่งหมาหนึ่งแมวคลอไปกับเพลงแจ๊สเบาลงมาจากชั้นล่าง น่าจะเป็นเพลงจากร้าน “ที่เดิม” ที่เปิดคลอไว้ยามค่ำ ลมจากช่องหน้าต่างเล็ก ๆ พัดกลิ่นไม้เคลือบพื้นมาผสมกับกลิ่นขนมปังและกลิ่นสบู่หอมของภีมอย่างบาง ๆ ทำให้บรรยากาศแปลกดี…เหมือนฉากครอบครัวที่ไม่ได้นัดกันมาก่อนแต่ลงตัวเฉย

“ว่าแต่…” มิ้นท์หันมาหาฉันแล้วทำเสียงอ่อย ๆ “คืนนี้เราเปิดซีซั่นใหม่ของงานอดิเรกเธอไหมล่ะ เขียนนิยายวันละย่อหน้า จำได้ไหมที่ตั้งใจไว้”

ฉันสะดุดนิดหนึ่ง “อืม…จริงด้วย ลืมไปเลย”

ภีมหันมาฟังเงียบ ๆ ไม่ขัด มิ้นท์ยิ้ม “ฉันเป็นบอดี้การ์ดแรงใจให้เอง! เธอเขียนย่อหน้าหนึ่งตอนนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวฉันกับคุณภีม ขอโทษค่ะ คุณภีมกับฉัน (เรียงลำดับใหม่เพื่อความเหมาะสม) จะนั่งกินขนมอย่างสงบ”

ฉันหัวเราะ “การบังคับให้เพื่อนทำตามเป้าแบบมีผู้ชายเป็นพยานนี่มันอะไร”

“มันคือวิธีเล่นใหญ่เพื่อให้เป้าเล็ก ๆ สำเร็จ” มิ้นท์พูดจริงจังขึ้น “เธออยากเขียน เธอก็ลงมือเลย ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ”

ฉันหันไปมองภีม เขาพยักหน้าเล็ก ๆ “วันละย่อหน้าก็เป็นระบบนะครับ ระบบเล็ก ๆ ที่สะสมเป็นเล่มได้”

ประโยคนั้นเหมือนเปิดสวิตช์ ฉันหยิบสมุดโน้ตจากโต๊ะ เปิดหน้าว่าง หายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “โอเค…งั้นย่อหน้าแรกของค่ำนี้..”

ปลายปากกาแตะกระดาษ พลางเสียงหมึกขีดเบา ๆ บันทึกประโยคแรก “ค่ำวันศุกร์ที่ชั้น 18 เริ่มด้วยกริ่งประตูหนึ่งครั้ง ชานมสองแก้ว หมาหนึ่งตัว แมวหนึ่งตัว และเพื่อนสนิทหนึ่งคน ก่อนจบลงด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ห้องเล็ก ๆ กลายเป็นบ้าน”

ฉันเงยหน้าขึ้น มิ้นท์ปรบมือดัง “แปะ ๆ ๆ” อย่างภูมิใจ ภีมยิ้มบางแต่แววตาอบอุ่นขึ้นนิดหนึ่ง นิดเดียวก็พอจะทำให้ฉันมั่นใจว่ากำลังก้าวถูกทาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองทุกครั้ง เม

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 18 สัญญาณจากระยะใกล้

    “บางครั้งสิ่งที่ดังที่สุด...คือความเงียบของคนที่ห่วง และเสียงงอนของแมวเอาแต่ใจ” เสียงเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศดังเบา ๆ มะปรางจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ พยายามพิมพ์รายงานสรุปโปรเจกต์ “Warm Days” แต่สมาธิกลับหลุดเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น “มีข่าวดีมาบอกครับ” พี่นนท์ หัวหน้าทีม

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 17 เกมทางงาน

    “บางคำว่า ‘ร่วมงาน’ แปลว่า ‘เข้าใกล้’ มากกว่าที่คิด” เช้าวันจันทร์ แสงแดดลอดผ่านกระจกใสของออฟฟิศจนแสบตา มะปรางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะพลางเปิดโน้ตบุ๊ก เสียงแจ้งเตือนเมลดังขึ้นพอดีกับที่เธอจิบคำแรกFrom: Natee S.Subject: Project: “Warm Days” (ต่อยอดจากแคมเปญเดิม) เธอชะงัก อ

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 16 พื้นที่ที่ไม่เหมือนเดิม

    “บางความเงียบอบอุ่นกว่าคำขอโอกาส” เสียงกาน้ำเดือดดังแผ่วในห้องครัวเล็ก ๆ ของคอนโด มะปรางเทกาแฟลงแก้ว กลิ่นหอมลอยปะทะจมูกพร้อมความรู้สึกที่ทั้งคุ้นและสั่นเบา ๆ ที่หน้าอก โมจิเดินมาคลอเคลียขา ส่งเสียง “เมี้ยว—” เหมือนรู้ว่าเจ้าของกำลังมีเรื่องกังวล “วันนี้แม่ต้องเจอคนเก่

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 15 คุยงาน…หรือคุยเรา

    เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดดังสลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่เป่าลมเบา ๆ ทั่วออฟฟิศ มะปรางนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม ข้าง ๆ มีกองแฟ้มเอกสารและถ้วยกาแฟเย็นที่ละลายไปครึ่งแก้ว เธอจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตั้งใจ แต่สายตากลับพร่าเพราะใจลอยไปถึงวันปิดกอง ภาพคนที่ยื่นแก้วกาแฟให้เธอด้วยรอยยิ้มเรียบง่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status