Home / โรแมนติก / ข้างห้องคือคนข้างใจ / บทที่ 4 เพื่อนรักสายแซว (2)

Share

บทที่ 4 เพื่อนรักสายแซว (2)

last update Last Updated: 2025-11-06 17:51:37

“ทีนี้คนเขียนต้องการน้ำไหมคะ” มิ้นท์โบกแก้ว “หรืออยากได้กาแฟยามค่ำ เอ๊ะ ถามเจ้าของร้านกาแฟเลยไหมคะว่ามีเมนู Night Mode”

“ผมทำดริปรสอ่อน ๆ ได้ครับ ถ้าไม่ทำให้คืนนอนไม่หลับ” ภีมตอบ

ฉันรีบส่ายหน้า “คืนนี้ขอพักกาแฟก่อนค่ะ เดี๋ยวใจเต้นแรงเกินเหตุ” ประโยคหลุดโดยไม่ตั้งใจทำให้แก้มฉันร้อนวาบ ฉันเลยหัวเราะกลบเกลื่อน “หมายถึง…หัวใจฉันแพ้คาเฟอีนง่าย”

“ครับ” ภีมรับคำเรียบ ๆ แต่ดวงตากระพริบขำเล็ก ๆ

เราแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ ฉันจัดเสื้อผ้าเพิ่ม มิ้นท์จัดลิ้นชักเครื่องครัวเหมือนกำลังทำภารกิจในเกม ภีมนั่งคุยเล่นเรื่องย่านร้านอาหารกับเรา บอกว่าก๋วยเตี๋ยวปากซอยมีเมนูเส้นใหญ่แห้งแอบเด็ด และร้านยำตรงหัวมุมควรสั่งเผ็ดครึ่งเดียวสำหรับคนไม่ใช่มืออาชีพ

ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์ของภีมดังเตือน เขาเหลือบดูข้อความแล้วหันมาบอก “ขอตัวลงไปร้านสักสิบนาทีครับ พนักงานแจ้งว่าลืมปิดเครื่องบด ผมลงไปดู แล้วจะเอากล่องเมล็ด ‘เริ่มใหม่’ ขึ้นมาให้ลองดมกลิ่น ไม่ชง แค่ดม”

“โอเคค่ะ” ฉันบอก “เดี๋ยวเราจัดห้องรอ”

ประตูปิดลงอย่างนุ่มนวล เหลือเราและเสียงหัวเราะคิกคักในห้อง

ทันทีที่เขาไป มิ้นท์กระโดดเข้ามากัดแขนฉันเบา ๆ “อ๊ายยยยย เพื่อนนนนนน ชั้น 18 มีดาวประจำชั้น! เขาโคตรดี เขาพูดน้อยแต่ไม่เย็นชา คือหายากมากนะ คนแบบนี้”

“ใจเย็น ๆ” ฉันหัวเราะจนท้องคัด “ยังไม่ถึงไหนเลย”

“ก็ไม่ได้จะให้ถึงไหน แต่ฉันอยากให้เธอ ‘อยู่’ ที่ไหนสักที่ อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับคนดี ๆ อยู่กับความสุขเล็ก ๆ เธอเข้าใจฉันไหม” มิ้นท์เสียงอ่อนลง “ฉันเห็นเธอเหนื่อยมานานแล้ว”

ฉันนิ่งไปชั่วครู่ แล้วพยักหน้า “เข้าใจ ขอบใจนะเพื่อน”

โมจิเดินมาถูขาเราเหมือนอยากขโมยซีน ฉันลูบหัวมัน “ส่วนแก ถ้าอยากอยู่กับปัจจุบัน โปรดอย่าหนีไปอนาคตที่ห้อง 18B บ่อย ๆ เข้าใจไหม”

มันหาวหนึ่งทีเป็นคำตอบ ก็ชัดเจนดี

สิบกว่านาทีต่อมา ภีมกลับมาพร้อมกล่องเมล็ดกาแฟสีน้ำตาลปั๊มตรา “ที่เดิม” ตัวเล็ก ๆ เขาวางกล่องลง เปิดฝาให้เราได้กลิ่นหอมฟุ้งของเมล็ดคั่วกลาง ชวนให้คิดถึงไม้แห้ง น้ำผึ้ง และดอกส้มจาง ๆ

“โห…” มิ้นท์สูดหายใจยาว “กลิ่นดีมาก แบบอยากย้ายมานอนในถุง”

“อย่านะคะ” ฉันแซว “เดี๋ยวเจ้าของร้านตกใจ” แล้วหันไปมองภีม “ชื่อ ‘เริ่มใหม่’ ยังอยู่ไหมคะ”

“อยู่ครับ” เขายิ้ม “เพราะทุกเช้าเราควรมีสิทธิ์เริ่มใหม่”

ประโยคนั้นทำฉันเงียบชั่ววินาที มันเรียบง่าย แต่กระทบมาก

เรานั่งคุยเรื่องการคั่ว กลิ่น และเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัวอีกพักหนึ่ง ระหว่างนั้นโตโตะนอนหมอบอยู่หน้าประตูอย่างว่าง่าย ส่วนโมจิขึ้นมานอนคูณบนกล่องเสื้อผ้าเหมือนราชินียึดบัลลังก์ ภาพสองตัวในเฟรมเดียวกันทำให้ฉันและภีมสบตากันอย่างขำ ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไร

“ฉันว่าชั้น 18 นี่มีโอกาสพิเศษนะเพื่อน” มิ้นท์ทวนคำเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอพูดเบาลง คล้ายเป็นคำอวยพร มากกว่าคำแซว

ภีมหันมามองฉันเซ็กน้อยเหมือนจะถามในสายตาว่า “โอกาสอะไร” ฉันยิ้มแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ยังไม่พร้อมให้คำนิยาม แต่พร้อมให้มันค่อย ๆ เติบโต

ใกล้สามทุ่ม เราเริ่มเก็บของเข้าที่ในระดับที่พอให้หายใจโล่งขึ้น ฉันเอาขยะไปลงถังรวม ภีมช่วยถือถุงใหญ่ด้านหนึ่ง มิ้นท์เดินตามถือถุงรีไซเคิล ในลิฟต์มีเราสามคนกับความเงียบสบาย ๆ สายตาสะท้อนแสงไฟเพดานเป็นวงกลม ๆ เหมือนโดนัท

“ขอบคุณนะครับที่ให้ผมรบกวนพื้นที่” ภีมพูดเบา ๆ ตอนลิฟต์ลงถึงชั้นล่าง

“จะบอกว่ารบกวนได้ยังไงคะ นี่มันภารกิจพิเศษ—ปฏิบัติการปรับห้องมะปราง 1.0” มิ้นท์ตอบทันควัน “รหัสภารกิจ: ก้นฉันยังโอเค”

ทุกคนหัวเราะ ป้ายไฟ “ที่เดิม” ส่องแสงนวล ๆ อยู่ไม่ไกล ภีมเหลือบดูร้านแวบหนึ่งแล้วกลับมามองเรา “ถ้าพรุ่งนี้ตอนเช้าไม่รีบ ผมทำแซนด์วิชไข่ไว้ให้ชิมได้ ข้างบนจะเงียบ เรากินกันที่ระเบียงก็ได้”

ฉันตอบเร็วเกินไปนิด “ดีค่ะ!” แล้วรีบลดโทน “หมายถึง…ขอบคุณมากค่ะ”

มิ้นท์กระซิบ (แต่ดัง) “อื้มมมมม ดีค่ะ!”

ขากลับขึ้นไปชั้น 18 ฉันดึงมิ้นท์ให้เดินช้าลงนิดให้ภีมกับโตโตะไปก่อน เธอเหล่มองฉัน “ก็ฉันอยากเห็นภาพเธอกับเขาเดินข้างกันไงล่ะ มันน่ารัก”

“อย่าแซวมาก เดี๋ยวหน้าแตกอีก” ฉันเตือน

“แตกบ้างก็ได้ ชีวิตจะได้มีเรื่องเล่า” เธอว่าพร้อมยิ้ม รอยยิ้มที่ฉันรู้ว่ามีความเป็นห่วงอยู่ข้างใต้

ถึงหน้าห้อง ภีมหยุดส่ง “งั้นคืนนี้พักผ่อนนะครับ” เขาพูดสั้น ๆ แต่เหมือนวางมือเบา ๆ บนความวุ่นวายของวัน “พรุ่งนี้เจอกันที่…ที่เดิม”

“ที่เดิม” ฉันทวนโดยอัตโนมัติ แล้วก็ยิ้ม คำเดียวกันที่ว่าวันก่อนกลับมาอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ประตูปิดลง เราสองสาวยืนมองหน้ากันเงียบ ๆ สองวินาที ก่อนเสียงกรี๊ดเบา ๆ หลุดออกมาพร้อมกัน “กรี๊ดดดดด!” แล้วก็หัวเราะจนต้องพิงผนัง

“โอเค” มิ้นท์ชูมือ “สรุป เพื่อนบ้านหล่อ สุภาพ เลี้ยงหมา น่ารักกับสัตว์ และชงกาแฟอร่อย พรุ่งนี้เช้ากินแซนด์วิชไข่…สวรรค์ชั้น 18 ชัด ๆ”

“หยุด ๆ ๆ” ฉันหัวเราะ “พอเลยคุณศาลาพักใจ” แต่ในใจ ฉันก็ไม่ได้เถียงเธอเท่าไรนัก

เรากลับมาเก็บงานเล็ก ๆ ที่เหลือ โมจินอนเหยียดยาวบนโซฟาเหมือนประกาศว่าพื้นที่นี้เป็นของมันแล้ว ฉันเอาผ้าห่มผืนบางมาคลุมปลายเท้าให้มันนิดหนึ่ง ท่าทางเจ้าหญิงดีเหลือเกิน ก่อนหันไปเก็บเครื่องครัวชิ้นสุดท้ายเข้าลิ้นชัก

“คืนนี้นอนนี่ไหม” ฉันถามมิ้นท์ “แต่ไม่มีที่นอนสำรองนะ เตียงลมฉันกอดคนเดียว”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันกลับดีกว่า” เธอยิ้ม “พรุ่งนี้จะทักไปถามรีวิวแซนด์วิชไข่ ขอดาวเต็มสิบเท่านั้น”

ฉันตีแขนเธอเบา ๆ “กลับดี ๆ โทรหาด้วย” เรากอดกันสั้น ๆ แบบเพื่อนที่ผ่านพ้นวันยาว ๆ มาด้วยกัน แล้วฉันก็เดินไปส่งเธอที่ลิฟต์ โบกมือจนประตูลิฟต์ปิด

เมื่อกลับเข้าห้อง ความเงียบอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ฉันแปรงฟัน ล้างหน้า พับผ้าอีกสองชิ้นแล้วหยิบสมุดโน้ตขึ้นมา เปิดหน้าที่เขียนค้างไว้ เขียนต่ออีกสองสามบรรทัดเกี่ยวกับ “การทักทายระหว่างหมากับแมว” และ “เสียงหัวเราะของเพื่อนที่ทำให้ห้องกลายเป็นบ้าน”อารมณ์มันไหลดีจนฉันไม่อยากหยุด แต่ก็บอกตัวเองว่าเป้าคือวันละย่อหน้า พอแค่นี้ให้รู้สึกหิวต่อวันพรุ่งนี้

ก่อนปิดไฟ ฉันเดินไปที่ระเบียง ผลักบานเลื่อนออกรับลมเย็น ๆ เมืองยามค่ำเป็นเส้นแสงยาว ๆ บนถนน ปลายฟ้าสีกรมท่าเข้ม ดาวน้อยดวงหนึ่งชัดเจนกว่าที่เหลือ ฉันพึมพำกับตัวเองว่า “ดีนะที่ย้ายมา” ดีที่ได้เริ่มใหม่ ดีที่มีชั้น 18 ดีที่มีเพื่อนรักสายแซวคอยดัน และดี…ที่มีประตูห้อง 18B อยู่ตรงข้าม

เสียงแจ้งเตือนดัง “ติ๊ง” ข้อความจากภีม “พรุ่งนี้ 7:45 น. แซนด์วิชไข่พร้อม ลาเต้อุ่นหนึ่ง แก้วน้ำร้อนหนึ่ง จะได้ไม่ใจสั่นเกินไป :)” ต่อด้วยรูปโตโตะทำหน้าเหนื่อย ๆ เหมือนเพิ่งวิ่งเสร็จ

ฉันยิ้ม พิมพ์ตอบ “ตกลงค่ะ เจอกันที่ระเบียง สมาชิกครบชั้น 18” แล้วใส่อีโมจิแมวหนึ่งตัว โกลเด้นรีทรีฟเวอร์หนึ่งตัว กับรูปขนมปัง

ฉันวางโทรศัพท์ ขยับตัวขึ้นเตียงลม โมจิเคลื่อนตัวมานอนข้าง ๆ อย่างยอมประนีประนอม วันนี้มันไม่ขึ้นมานอนทับอกเหมือนคืนก่อน อาจเพราะเหนื่อยจากการเป็นผู้ตรวจสอบความเรียบร้อยแห่งชั้น 18

“ราตรีสวัสดิ์นะ โมจิ” ฉันกระซิบ

มันกระดิกหางเบา ๆ เป็นคำตอบ ฉันปิดไฟ ปล่อยให้ความมืดนุ่ม ๆ โอบกอด และปล่อยให้หัวใจเก็บภาพค่ำคืนนี้ไว้ เสียงหัวเราะของเพื่อน, แววตาใจดีของเพื่อนบ้าน, กลิ่นเมล็ด “เริ่มใหม่” ที่ยังติดปลายจมูก, กับความรู้สึกง่าย ๆ ว่า พรุ่งนี้เช้าจะมี “ที่เดิม” ให้ไป และ “คนเดิม” ให้ทัก

และใช่ฉันตั้งปลุกสองเรือนเหมือนเดิม แต่อีกเหตุผลหนึ่งนอกเหนือจากการตื่นให้ทัน…คือการไม่อยากพลาดแซนด์วิชไข่ที่ระเบียงชั้น 18

คืนนี้ ชั้น 18 เงียบสงบ แต่ในความเงียบนั้น เต็มไปด้วยโอกาสเล็ก ๆ ที่เพื่อนรักสายแซวเพิ่งชี้ให้เห็น โอกาสที่จะค่อย ๆ ทำความรู้จักกัน แบบไม่รีบ แบบไม่ฝืน แบบมีหมากับแมวคอยเป็นกรรมการ และมีลาเต้อุ่น ๆ เป็นพยาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษที่ 4 ผมชื่อโตโตะ

    โตโตะนั่งอยู่บนพรมหนานุ่มในมุมห้องที่อบอุ่นของภีม มันชอบที่นี่ที่ไม่เคยมีอะไรยุ่งยาก หรือวุ่นวาย แต่กลับเต็มไปด้วยความสงบและความสุขที่ไม่อาจอธิบายได้ มันรู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะยืน หรือนั่งอยู่ตรงไหน มันก็คือบ้านที่อบอุ่นที่สุด วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ภีมกลับบ้านตอนเย็น เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่ชื่อร้านผมฟังแล้วมันก็แปลก ภีมตั้งชื่อร้านว่า ร้านที่เดิม เหมือนจะรู้ว่ามะปรางรอเขาอยู่ ภีมมักจะทำกาแฟให้มะปรางทุกครั้งที่กลับมาจากทำงาน แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่โตโตะเห็นในท่าทางของเขา ภีมอยากให้มะปรางรู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น โตโตะกระดิกหางไปมา มองไปที่ภีมที่ทำกาแฟให้มะปรางที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะกาแฟ หญิงสาวที่ดูนุ่มนวลและใจดี เขามักจะเห็นภีมมองมะปรางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะเงียบ ไม่พูดอะไรออกมา แต่โตโตะรู้ดีว่าแววตาของภีมเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยในทุกการกระทำ ผมมักจะชอบอยู่ข้าง ๆ มะปรางในทุกวัน ตอนที่เธอนั่งอยู่ตรงโซฟา ก้มหน้าก้มตาทำอะไรไปบ้าง โตโตะแอบยิ้มให้ตัวเองท

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 3 ฉันชื่อโมจิ

    ฉันคือโมจิ แมวที่หน้าตาดุร้ายที่สุดในร้านขายสัตว์เลี้ยง และเชื่อเถอะว่าเมื่อก่อนฉันไม่คิดเลยว่าจะมีชีวิตที่ดีแบบนี้ ย้อนกลับไปตอนนั้น...ตอนที่ยังไม่รู้จักมะปรางเลย ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกถึงความโหดร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าฉันจะเป็นแมวที่มีขนฟูเหมือนกับแมวธรรมดาทั่วไป แต่ว่าฉันกลับมีหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำให้ทุกคนในร้านไม่อยากจะรับฉันไปเลี้ยงสักคน บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแมวที่ไม่มีใครรัก ฉันไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเจ้าของร้านถึงไม่พยายามหาคนรับฉันไปเลี้ยงสักคน ฉันไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ฉันแค่มีหน้าตาโหดเกินไปนิดหน่อย ลองคิดดูสิ! แมวหน้าตาน่ากลัวกับคนทั่วไปมันจะน่ารักตรงไหน? ตอนนั้น ฉันจำได้ว่าเคยคิดในใจว่า “ทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่นี่?” ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาในร้าน ฉันจะมองเขาอย่างหวังว่าเขาจะเห็นฉันและรับฉันไป แต่ไม่เคยมีใครหันมาสนใจฉันเลย ทุกวันฉันก็แค่ยืนอยู่ในกรง รอเวลาที่จะมีใครสักคนมองเห็นฉันที่ไม่ใช่แค่ในฐานะแมวที่หน้าตาดุ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถมอบความรักให้กับใครสักคนได้ วันหนึ่ง มิ้นท์พามะปรางมาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 2 วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    เช้าวันทำงานที่มะปรางคิดว่าจะเป็นวันธรรมดา กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดในสัปดาห์ เพราะหลังจากที่มะปรางตัดสินใจบอกมิ้นท์เกี่ยวกับข่าวดีที่เธอและภีมได้ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนแล้ว ก็เป็นวันที่ทุกคนแซวจนเธอแทบจะไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อมิ้นท์เดินเข้ามาหามะปรางที่โต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง มะปรางก็ไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดี “มิ้นท์... ฉันมีเรื่องจะบอก” มะปรางพูดเสียงเบา ๆ แต่ก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย มิ้นท์มองมาที่เธออย่างสงสัย “อะไรเหรอ? ทำไมหน้าตาดูตื่นเต้นขนาดนั้น?” มะปรางยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะตอบออกไป “ภีม... เราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” มิ้นท์ตาโตและอ้าปากค้าง “จริงเหรอ?! โอ้ยยย ในที่สุดก็ได้คบกันแล้วนะ! ฉันรู้แล้วล่ะว่าภีมต้องเป็นคนพิเศษของเธอแน่ ๆ!” มิ้นท์พูดเสียงดังจนคนในออฟฟิศหันมามอง มะปรางรีบก้มหน้าหลบสายตา ไม่รู้จะทำยังไงดี “มิ้นท์... ดังไปนะ ทุกคนได้ยินหมดแล้ว” เธอพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปิดรอยยิ้มได้เลย มิ้นท์หัวเราะขำ ๆ “โอ๊ยยย ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ แต่นี่มันข่าวดีนี่นา!” แล้วก็ยิ้มแหย ๆ “บอกมาเร็ว ๆ สิ ยั

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   ตอนพิเศษ 1 วันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ภายในคอนโดของมะปราง ทุกอย่างเงียบสงบและอบอุ่น ราวกับว่าโลกภายนอกนั้นไม่มีความวุ่นวายที่สามารถเข้ามากวนใจได้ วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ความรู้สึกของเธอไม่เคยเบาหรือสับสนเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้มันชัดเจนขึ้น และในความเงียบของเช้านี้ เธอได้เห็นภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังและการเริ่มต้นใหม่ มะปรางลุกจากเตียงและเดินไปที่ระเบียงห้อง ก้มมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอบอุ่นจากแสงแรกของวัน เธอได้ยินเสียงในใจที่บอกว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป วันนี้ไม่เหมือนทุกวันก่อนหน้านี้ มันเป็นวันที่มะปรางและภีมจะเริ่มต้นชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ในแง่ของความรู้สึกหรือการที่ทั้งสองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น แต่เป็นการที่พวกเขาจะเริ่มทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เหมือนคู่รักที่ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ “ภีมคะ” มะปรางพูดเบา ๆ ขณะเปิดประตูระเบียงให้ลมเย็นจากนอกบ้านพัดเข้ามา ภีมที่กำลังยืนรอดื่มกาแฟอยู่ตรงมุมห้องหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ “อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้มีแผนอะไรหรือเปล่า?”

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 39 ความรักของสองเรา

    หลังจากวันทำขนมกับคุณแม่ภีม วันนี้มะปรางตื่นขึ้นมาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ แม้จะเป็นแค่การทำขนมธรรมดา ๆ แต่การได้ใช้เวลากับคุณแม่ของภีมทำให้เธอรู้สึกถึงการยอมรับและความใกล้ชิดที่มากขึ้น วันนี้ภีมมาที่ห้องมะปรางพร้อมกาแฟและขนมที่ทำเอง ทั้งสองเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภีมที่เคยทำตัวห่างเหินเริ่มเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้นผ่านการกระทำ และมะปรางก็เริ่มรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขามากขึ้น “ภีมวันนี้ทำขนมมาให้หรอ?” มะปรางถามยิ้ม ๆ ขณะภีมยืนอยู่หน้าประตูห้อง พร้อมกับถุงขนมที่เขาทำเอง ภีมยิ้มอย่างเขิน ๆ แล้วตอบว่า “ก็แค่ขนมง่าย ๆ น่ะครับ อยากให้ลองชิมดู” เขายื่นถุงขนมให้มะปรางอย่างระมัดระวัง มะปรางรับขนมจากเขาและเปิดถุงขึ้น ดูเหมือนจะเป็นขนมที่เขาทำด้วยใจจริง ๆ แม้จะเป็นแค่ขนมง่าย ๆ แต่การที่ภีมทำมันให้เธอแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกพิเศษมาก “ดูแล้วก็น่ากินนะคะ ขอบคุณค่ะภีม” มะปรางยิ้มให้ภีม ขนมนี้อาจจะเรียบง่าย แต่มันทำให้เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่ภีมมอบให้ โมจิที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสนใจขนมทันที มันเดินไป

  • ข้างห้องคือคนข้างใจ   บทที่ 38 นึกว่าจะได้อาหารของภีม

    เช้าวันหนึ่ง บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและคุ้นเคยกลับทำให้มะปรางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะเมื่อคืนนี้เธอได้บ่นกับภีมว่า ถ้าเขามีโอกาสก็อยากจะลองทำอาหารมื้อเช้าให้เธอบ้าง มะปรางนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในคอนโดนี้ในตอนแรกๆ ภีมมักจะทำอาหารเช้าหรือขนมปังมาให้เธอทานบ่อยๆ ทุกเช้า โดยเฉพาะในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน แต่ตอนนี้ภีมต้องรีบไปเปิดร้านทำให้หยุดส่งอาหารเช้าหรือขนมปังให้เธอมาหลายวันแล้ว มะปรางรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้กลับไปเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นแบบนั้นอีกครั้ง เพราะทุกครั้งที่ภีมทำอาหารให้เธอ เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจทุกครั้ง มะปรางนั่งที่เตียงแล้วหันไปมองหน้าต่างที่ยังคงมีแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องเข้ามา สายลมเย็นพัดผ่านจากระเบียงห้อง ทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกนิด "วันนี้ภีมจะทำอาหารให้แน่ ๆ!" มะปรางคิดในใจขณะเดินไปที่ระเบียงเพื่อรอเขาเหมือนทุกเช้า มันเป็นเช้าวันหยุดที่ทุกอย่างควรจะเป็นไปตามปกติ แต่ในวันนี้มีบางอย่างที่ทำให้เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ เมื่อมาถึงระเบียง ภีมยืนอยู่ที่เดิมและยิ้มให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status