Masukตอนที่ 11 นางร้ายขายหนังสือ
"เราสามารถส่งให้กระทรวงพิจารณา แล้วเราสามารถทำหนังสือสัญญาเลยได้ไหมจ๊ะ" ถิงถิงรอให้พี่สาวถามก็ไม่ยอมถามสักที บอกเลยว่าใจร้อนมาก เธออยากรู้ว่าพี่สาวจะสามารถทำอาชีพนี้ได้ไหม หากไม่ได้ เธอจะได้พาพี่สาวเข้าโกดังหาอาชีพอื่น
"เรื่องทำสัญญาต้องทำอยู่แล้ว แต่ต้องรอให้ทางกระทรวงอนุมัติก่อน หากต้องการส่งหนังสือตรวจสอบให้ส่งทีเดียวจะได้ไม่ต้องเสียเวลา แต่หลาย ๆ อย่างอาจเปลี่ยนไปเพราะตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูการศึกษา พอเข้าใจใช่ไหม" ทุกอย่างต้องรอให้ทางกระทรวงแจ้ง แต่ถ้าผ่านการอนุมัติ นั่นถือว่าเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาจะมีการทำสัญญาอย่างน้อยก็สามปี และยังสามารถวางขายหนังสือได้ทั่วประเทศเลยก็ว่าได้
"คุณตาช่วยฉันได้ไหมจ๊ะ ฉันจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้" เมื่อเธอไม่มีผู้หนุนหลัง ไม่มีลู่ทาง เธอก็ต้องยอมเสียเงินจ้างแบบนี้ น่าจะดีกว่าให้ถิงถิงใช้ทางลัด ทางลัดนั้นดี แต่ถ้าถิงถิงไม่อยู่ใครจะมาช่วย แบบนี้ดีกว่าสามารถทำธุรกิจในระยะยาวได้
"ไอ้เรื่องเปอร์เซ็นต์มันไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องที่จะเป็นปัญหาคือ จะมีสินค้าส่งให้กระทรวงตามที่เขาต้องการไหม คิดให้ดี ๆ เพราะหากผ่านแล้วเขาจะให้ทำสัญญา และแน่นอนว่าสัญญานั้นต้องเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมาก หากเราไม่มีสินค้าส่งให้เขาตามที่เขาต้องการ" จากที่ฟังมา... เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย
"คุณตาไม่ต้องห่วง พี่สาวทำได้แน่นอน" ถิงถิงพูดจบก็สะบัดน้ำวิเศษใส่คุณตาทันที
"ถิงถิงทำอะไร! " อยู่ ๆ คุณตาก็หลับตาลง
"การเจรจามันช้าเกินไป แค่ใช้ตัวช่วยที่เรามีก็แค่นั้นเอง คุณตาจะทำตามที่เราต้องการ" บอกไปตามความจริง มานั่งพูดมานั่งอธิบายกว่าจะเข้าใจ แค่ใช้น้ำยาให้ทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ก็พอแล้ว
"มันจะเป็นอันตรายหรือเปล่า คุณตาอายุเยอะแล้วนะ" เพิ่งจะคิดว่าไม่ใช้ทางลัด แต่ลืมไปว่าคิดเองเออเองคนเดียว ลืมบอกถิงถิงไว้...
"พี่สาวอย่าได้ห่วง ถิงถิงตรวจสอบดูแล้ว ของพวกนี้ไม่เป็นอันตราย ไม่มีผลข้างเคียง และถิงถิงจะใช้เฉพาะกับคนที่สามารถใช้ได้ อย่าได้ห่วง คุณตาไม่เป็นอะไรแน่นอน และที่สำคัญคุณตาจะช่วยพี่สาวทำงานโดยไม่ถามหาที่มาของหนังสือพวกนั้นเลย เขาจะเข้าใจเองโดยอัตโนมัติ... ง่ายจะตาย น้ำยานี้มีเผื่อให้พี่สาวด้วยนะ" บอกไปตามความจริง เรื่องง่าย ๆ
ไม่ต้องอธิบาย แค่ทำงานแล้วให้ค่าจ้างเขาไปเท่านั้นก็จบแล้ว ต่างคนต่างได้ผลประโยชน์ ไม่มีการบังคับฝืนใจแน่นอน เพราะเธออ่านความคิดแล้วว่า... คุณตาเห็นด้วยกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หากเขาสองจิตสองใจ เธอจะไม่ทำแบบนี้เป็นอันขาด เพราะทุกอย่างมันมีกฎข้อบังคับของมัน เธอไม่สามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจอยู่แล้ว
"จะเข้าใจทุกอย่างเลยเหรอ หรือว่าเข้าใจในแบบที่เราอยากให้เข้าใจ" เมื่อไม่รู้ว่าน้ำยาที่ใช้มันมีผลยังไง ก็ต้องถามให้ละเอียด จะได้พูดไปในแนวทางเดียวกัน
"จะเข้าใจว่าเรามีให้เขา แต่เขาจะไม่ถามหาที่มา พอถึงเวลาไปคุย เขาจะหาทางเอาตัวรอดได้เอง คุณตาอายุเยอะแล้ว ผ่านอะไรมาก็มากแล้วด้วย เชื่อเถอะว่าเขาสามารถเอาตัวรอดได้ และทุกอย่างที่เขาพูดมาจะน่าเชื่อถือ เพราะเขาเป็นคนของกระทรวงอยู่แล้ว" ถิงถิงอธิบายเพิ่มเพื่อให้พี่สาวได้เข้าใจ เพราะคนผู้นี้นับเป็นผู้อาวุโสก็ว่าได้ อย่างไรเสียเขาก็น่าเชื่อถืออยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่าห่วง สบายมาก
"รู้ด้วยเหรอว่าเขาเป็นคนของกระทรวง" เธอก็สงสัยเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
"ร้านขายหนังสือหรืออุปกรณ์การเรียนทั้งหลาย ส่วนมากก็ทำงานให้กับกระทรวงทั้งนั้นแหละ" ถึงบอกไปแบบนั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องนี้เพียงอย่างเดียว แต่ไม่รู้จะบอกไปทำไม เลยเลือกที่จะตอบแบบนั้นมากกว่า
"พี่สาวก็คิดเหมือนกัน แต่ยังไม่แน่ใจเท่านั้นเอง การไม่มีคนหนุนหลังนี่มันก็ทำงานยากเหมือนกันเนอะ" จะทำอะไรก็ลำบาก ต้องมีคนหนุนหลัง ต้องมีเส้นมีสาย
"อย่าได้กังวลเรื่องนั้นเลย ตอนนี้พี่สาวไปทำหนังสือที่จะส่งดีกว่าจะได้ส่งไปทีเดียว" จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เธอมาด้วยยังไงก็เรียบร้อยอย่างแน่นอน
"แม่จะขายหนังสือเหรอจ๊ะ" อิงอิงที่ยืนฟังสองคนคุยกันเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง เธอก็ได้แต่ฟัง และรอจังหวะที่จะถาม เพราะแม่บอกว่าต้องรอให้ผู้ใหญ่พูดจบก่อน เราถึงจะสามารถพูดคุยหรือสอบถามได้ เราไม่สามารถพูดแทรกขึ้นมาได้ เธอจึงรอให้ทั้งสองคุยกันเสร็จก่อน
"ใช่จ้ะ แต่ให้ท่านตาเป็นคนจัดการให้ ลูกอยู่กับพี่สาวถิงถิงก่อนได้ไหม เดี๋ยวแม่มา" เธอต้องไปทำหนังสือมาให้ คุณตาจะได้ส่งไปทีเดียว
"พี่สาวไปเถอะ ถิงถิงจะดูแลน้องเอง อย่าได้ห่วง" น้องน้อยไม่ดื้อ ว่านอนสอนง่ายอีกต่างหาก แค่มีหนังสือหรือสมุดภาพก็สามารถนั่งอยู่กับที่ได้นานเป็นชั่วโมงเลย
เจ้าหรูปลีกตัวออกมาจัดเตรียมหนังสือเพียงลำพัง ให้ถิงถิงเป็นคนดูแลและนั่งรออยู่ที่ร้านหนังสือ เธอเตรียมหนังสือพร้อมสมุดทำแบบฝึกหัดห้าภาษา ทั้งยังมีทุกระดับชั้น รวมถึงสมุดภาพสำหรับเด็กเล็กอีกด้วย
ส่วนหนังสืออย่างอื่น เธอยังไม่ได้ศึกษาหรืออ่าน เลยยังไม่เอาออกมาเสนอขาย บางอย่างก่อนที่จะเอาออกมาขาย เธอจะต้องอ่านทำความเข้าใจ เพราะเธอคิดว่าเจ้าของหนังสือต้องรู้เรื่องหนังสือของตัวเองก่อนถึงจะเอามานำเสนอขาย
เมื่อเตรียมหนังสือเรียบร้อยแล้วก็กลับมาที่ร้านเหมือนเดิม ระยะเวลาไม่ถึง 15 นาทีด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะเครื่องที่ใช้ผลิตนั้นมันครอบคลุม สะดวก และใช้งานง่ายมาก ๆ
"นี่คือหนังสือที่ฉันจะส่ง แต่มันยังมีหนังสือแบบอื่นอีก ฉันสามารถส่งไปทีหลังได้ไหมจ๊ะ" เจ้าหรูส่งหนังสือให้คุณตาที่ตอนนี้ตื่นมานั่งเป็นปกติแล้ว
"เท่านี้ก่อนก็ได้ แต่ถ้ามีอีกค่อยส่งไปอีกรอบ อีกอย่างหนึ่ง มันต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าหนังสือนี้ถูกต้องและได้มาตรฐานไหม คงต้องรอเวลา ยิ่งเป็นภาษาต่างประเทศก็ต้องรอให้คนต่างชาติและผู้เชี่ยวชาญเป็นคนพิสูจน์ แต่หากผ่านการรับรอง มันจะเป็นผลดีทีเดียว การตอบแทนก็ค่อนข้างสูง และจะมีการทำสัญญาในระยะยาวอีกด้วย" จากที่รู้มาล่าสุดเป็นแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอะไรอีกไหม คงต้องรอดูกันต่อไป
"คุณตาจะส่งไปตรวจสอบ หรือคุณตาจะไปด้วยตัวเองเหรอจ๊ะ" เพราะเธอไม่รู้ว่ามันเป็นแบบไหน เลยคิดว่าจะให้คุณตาเป็นคนออกหน้าให้
"หากเชื่อใจ ตาจะเป็นคนไปจัดการเอง แต่หากว่าไม่เชื่อใจก็ต้องไปเดินเรื่องด้วยตัวเอง เรื่องนี้แล้วแต่ตัดสินใจได้เลย" เพราะของแบบนี้ต้องแล้วแต่เจ้าตัวจริง ๆ แต่ถ้าเชื่อใจมันก็ไม่ใช่ปัญหา เขาสามารถช่วยได้อยู่แล้ว ที่เขาอยากช่วยเพราะหากหนังสือนี้มีประโยชน์จริง ๆ บุตรหลานและคนทั่วไปจะได้ความรู้ ซึ่งมันเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน
"ให้คุณตาเป็นคนดำเนินการได้เลยจ้ะ" ในเมื่อคิดจะเริ่มธุรกิจแล้ว ก็ต้องเชื่อใจคู่ค้า หากหักหลังขึ้นมาก็อาจต้องใจร้ายใช้ยาที่ถิงถิงจัดไว้ให้เต็มตู้ มันต้องมีสักตัวที่สามารถใช้งานได้อย่างแน่นอน
"เข้าใจคิดนะพี่สาว ทำแบบนี้ดีแล้ว บางอย่างเราไม่สามารถออกหน้าเองก็ให้คนอื่นออกหน้าให้ ถูกต้องแล้ว" ถิงถิงส่งเสียงนี้ให้พี่สาวรับรู้เพียงคนเดียว เพราะบางอย่างก็ไม่ควรให้คนอื่นได้ยินในสิ่งที่เรากำลังพูดคุย
"ถิงถิงสามารถส่งข้อความแบบนี้ได้ด้วยเหรอ" เจ้าหรูรู้ว่าถิงถิงสามารถอ่านความคิดได้ เธอเลยตอบกลับทางความคิดเช่นกัน
"ได้สิ... ทำได้ และพี่สาวเชื่อใจคุณตาได้เลย แต่เพื่อความไม่ประมาท เราสามารถทำสัญญาว่าจ้างได้ด้วย" เธอเคยเห็นการทำสัญญาธุรกิจที่โลกอนาคตมาแล้ว รับรองว่ามันดียิ่งกว่าหยดเลือดสาบานอย่างแน่นอน
"ฉันอยากให้คุณตาเป็นคนจัดการให้ หากทางกระทรวงอนุมัติแล้วเราค่อยมาทำหนังสือสัญญาว่าจ้าง คุณตามีความคิดว่าอย่างไรบ้างจ๊ะ" ในเมื่อจะทำงานร่วมกันก็บอกตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า เพราะอย่างไรเสีย คุณตาก็ไม่สามารถยึดหนังสือไปเป็นของตัวเองได้อยู่แล้ว เนื่องจากเธอทำลายน้ำไว้ทุกเล่ม
ถิงถิงตาโตทันทีที่อ่านความคิดของพี่สาวเจ้าหรู ไม่คาดคิดว่าคนคนนี้จะรอบคอบ ขนาดเธอยังไม่ได้คิดขนาดนี้เลย เธอไม่รู้ว่าทำลายน้ำไว้เรียบร้อยแล้วด้วย แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีโรงพิมพ์ไหนทำออกมาได้เหมือนเครื่องที่เธอนำมาจากโลกอนาคตได้อย่างแน่นอน
"ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว ยังไงมันก็เป็นกรรมสิทธิ์ของคนทำขายอยู่แล้ว เรื่องนี้ตารู้ดี ว่าแต่เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยไม่ใช่เหรอ" คุยกันจนตกลงทำธุรกิจร่วมกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้จักเลยว่าใครเป็นใคร
"ฉันกู้เจ้าหรูจ้ะ ส่วนคนนี้ลูกสาวของฉัน หลิวรั่วอิง อีกคนคือหลานสาวของฉันชื่อถิงถิงจ้ะ" ไม่รู้จะบอกว่าเป็นอะไรดี เลยให้เป็นหลานสาวนี่แหละ
"ส่วนตาชื่อ หม่าซวน เรียก ตาหม่า ก็ได้ คนส่วนมากจะเรียกแบบนี้ทั้งนั้น" ไปทางไหนก็มีแต่คนเรียกชื่อนี้จนเคยชินเสียแล้ว
ถิงถิงกลอกตามองบน จู่ ๆ จากที่เป็นภูตน้อยผู้น่ารัก กลับกลายมาเป็นหลานสาวของนางร้ายอันดับหนึ่งไปเสียแล้ว...
ตอนที่ 46 บทส่งท้ายตอนนี้เจ้าหรูท้องได้ 5 เดือนแล้วช่วงเวลาที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ครอบครัวลู่กับครอบครัวหลินถูกจับและถูกส่งไปรับโทษแทบหมดตระกูล จะเหลือก็แต่สะใภ้ เด็กตัวเล็ก กับลูกชังที่ครอบครัวไม่สนับสนุนไม่ใส่ใจ แยกตัวตัดขาดออกจากครอบครัวไปอยู่ที่อื่นนานแล้วเลยรอดจากการลงโทษเจ้าหรูไม่ได้รู้จักทุกคน เธอรู้จักเพียงบางคนเท่านั้น พ่อเฒ่าหลิวไม่ได้ถูกยิงเป้า แต่ลูกชายคนโตกับคนรองเป็นคนได้รับโทษ เพราะข้อหาทุจริต ส่วนคนอื่น ๆ ถูกส่งไปใช้แรงงาน แต่ละคนรับโทษไม่เท่ากัน เท่าที่รู้คือไม่มีใครต่ำกว่า 10 ปี ที่สำคัญยึดทรัพย์สินทั้งหมด ลูกหลานที่ไม่โดนลงโทษก็ต้องย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่ทันทีครอบครัวลู่ถูกตัดสินยิงเป้าหนึ่งคน นอกนั้นถูกส่งไปใช้แรงงานไม่ต่ำกว่า 10ปีเช่นเดียวกัน ทรัพย์สินก็ถูกยึดจนหมด และยังเป็นหนี้รัฐบาลอ
ตอนที่ 45 ข่าวดีหรือไม่ดี"อ้าว... ทำไมทุกคนมาอยู่ที่นี่กันหมด" เจ้าหรูเปิดประตูเข้ามาเห็นทุกคนในครอบครัวมานั่งอยู่เต็มห้องพัก แล้วยังหันมามองเธอเป็นตาเดียวอีกด้วย"เป็นไงบ้าง... บอกเลย ข่าวดีหรือไม่ดี" ซูเยว่ก็รีบเข้าไปหาเพื่อนพร้อมทั้งเขย่าแขนให้เพื่อนรีบบอกข่าว"ข่าวดี... " เจ้าหรูบอกไปพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ใช่แล้ว!! เธอกำลังตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์!!"โอ๊ย...ในที่สุด!! ก็มาสักที ดีใจ! ดีใจ! ดีใจ! " ซูเยว่ร้องขึ้นพร้อมทั้งกอดเจ้าหรูด้วยความดีใจ นี่คือเรื่องน่ายินดีของครอบครัวกู้เลยก็ว่าได้"แม่ดีใจทำไม" เจินเจินไม่เข้าใจ อยู่ ๆ แม่ก็พูดว่าดีใจ ดีใจ ยินดีกับอาเล็ก ยินดีเรื่องอะไร... เธอไม่เข้าใจจริง ๆ"ใช่... ป้าใหญ่ดีใจเรื่องอ
ตอนที่ 44 เฝ้ารออย่างใจจดจ่อวันนี้มีงานเทศกาลจัดขึ้นในตัวเมืองทำให้สองสาวที่ช่วงนี้เห่อการเป็นช่างภาพอยากไปถ่ายภาพที่งานเทศกาล พวกเธอต่างพากันตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้น"แม่หมวยจ๋า... พ่อจ๋ากลับวันไหน หนูหักนิ้วนับแล้วพ่อจ๋าต้องกลับมาวันนี้ไม่ใช่เหรอจ๊ะ" พ่อบอกไว้แบบนั้น แต่ทำไมวันนี้พ่อยังไม่มาอีก!!"พ่อจ๋าบอกกลับวันนี้ แต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยนะ" เจ้าหรูหัวเราะกับคนคิดถึงพ่อ ถามทุกวันทั้งที่รู้ว่ายังไม่ถึงกำหนดวันที่พ่อจะกลับ แต่ขอให้ได้พูดถึง ได้ถามหาก็ยังดี"น่าจะกำลังเดินทางเนอะ ๆ " อิงอิงพูดแล้วพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเองเจ้าหรูหัวเราะเบา ๆ กับการพูดเองเออเองพยักหน้าหงึกหงักเองอีกด้วย เธอก็คิดว่าวันนี้ หากไม่ได
ตอนที่ 43รอดูผลงานเว่ยหยางลงมือก่อนถึงวันที่กำหนด เพราะมันคือแผนใหม่ที่เขาเพิ่งคิดได้ และแผนนี้ไม่จำเป็นต้องรอเวลาเหมือนแผนของพี่ชาย เขาสั่งให้คนไปปล้นคลังสินค้าอีกที่หนึ่งที่เป็นของรัฐบาลถึงแม้ตอนแรกเขาจะไปปล้นคู่แข่งของตระกูลลู่ แต่เขาคิดว่าเรื่องมันอาจไม่ใหญ่พอ หากเป็นธุรกิจของรัฐบาลมาร่วมน่าจะดีกว่า เล่นทั้งทีเอาใหญ่ ๆ หน่อย มันจะได้น่าจดจำแน่นอนว่าเขาไม่กลัวว่าคนของรัฐบาลจะสาวมาจนถึงตัวเขา เพราะหากเขาเตรียมหลักฐานไว้ให้พร้อม จะไม่มีใครตามสืบต่อแน่นอน รัฐบาลไม่มีกำลังคนและกำลังเงินมากพอทุกอย่างต้องอาศัยงบประมาณ หากมีหลักฐานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสืบต่อให้เปลืองงบและแน่นอนว่าเว่ยหยางมีหลักฐานให้ทางการเอาผิดตระกูลลู่อย่างแน่นอน ถึงแม้หลักฐานนั้นจะเป็นหลักฐานจริงและหลักฐานปลอมก็ตาม
ตอนที่ 42 เปลี่ยนแผนวันนี้เจ้าหรูจัดอุปกรณ์การเรียนเตรียมให้ตาหม่าเพื่อนำเอาไปบริจาคให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เธอมีหน้าที่จัดเตรียมเพียงเท่านั้นเพราะเธอไม่สะดวกที่จะไปเอง จึงต้องให้ตาหม่าเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้เหมือนเดิม"แค่คาเฟยก็ขมพอแล้ว... ไม่ต้องเพิ่มความหน้าบึ้งเข้าไปก็ได้" เจ้าหรูหยอกเย้าเพื่อให้เพื่อนอารมณ์ดีขึ้น"ใครจะไปอารมณ์ดีได้" ตั้งแต่มีเรื่องของพี่ชาย ทำให้เธอคิดมากพอสมควร เรื่องเงินหาทางออกได้แล้ว โดยทางครอบครัวสามีออกเงินให้ และให้พี่ชายของเธอทำงานใช้หนี้โดยหักจากเงินเดือนที่จะได้รับถึงแม้ในตอนนี้พี่ชายไม่ได้มีเรื่องชู้สาวกับลู่หลิน แต่พี่ชายก็เลือกที่จะหย่าขาดให้มันจบ เพราะแบบนี้เลยทำให้ยิ่งสงสัย ตั้งแต่ตอนแรกพี่ชายไม่ยอมหย่า แต่ครั้งนี้เขายอมหย่า ทั้งยังเต็มใจจ่ายเงินให้อดีตภรรยาอีกด้วย เธอกลัวว่าพี่ชายห
ตอนที่ 41อยากไต่ขึ้นที่สูงNc+++จากเรื่องราวที่เจ้าหรูรับรู้มาเมื่อตอนกลางวัน เธออยากให้ถึงเวลาก่อนที่จะเข้านอนแทบไม่ไหวเพราะต้องการถามข้อมูลบางอย่างจากสามี..."หมวยมีอะไรหรือเปล่าครับ" เมื่อเดินออกจากห้องน้ำแล้วเห็นคนตัวเล็กจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตา จึงทำให้เขารู้ตัวในทันทีว่าภรรยามีเรื่องที่จะพูดกับเขาแน่ ๆ"เรื่องพี่ชายซูเยว่กับลู่หลินเป็นเรื่องจริงไหม" ตอนที่ไปหาลูกที่ห้องนอนใหญ่ ได้เห็นสีหน้าเพื่อนแล้วรู้ได้ทันทีว่ายังไม่ได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนั้นแน่ ๆ"ทั้งสองรู้จักกันครับ สนิทกันในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีอะไรลึกซึ้ง" หากหมวยถาม เขาไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้ว"มีแนวโน้มว่าจะจริง... หากเป็นเรื่องจริงนี่คือเรื่องใหญ่เลยนะ" หากใช่เรื่องจริง ลู







