Se connecterดวงความโชคดีของข้าถูกใช้หมดไปแล้วหรืออย่างไรจึงได้มาเกิดใหม่ในร่างของนายหญิงที่แม้แต่คนที่ถูกเรียกว่าปีศาจอย่างเขายังเกลียดชังและต้องพบจุดจบน่าอนาถ ข้าจะเอาตัวรอดจากเขาอย่างไรดี... คำเตือนเนื้อหาเรื่องความรุนแรง การทำร้ายร่างกายและความคิดบิดเบี้ยวของตัวละคร เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เล่มแรก Slow Burn พระเอกร้ายแต่ยังพอน่ารักอยู่บ้างเพราะเป็นวัยเด็ก
Voir plusครั้นลู่ฟางเซียนได้สติก็รีบไปดูอาการหลิวฮวาเหลียน สงสารที่นางต้องตกอยู่ในชะตาเดียวกันกับตัวเองเพราะฝีมือของหลี่หยางอินเจียงจื่อซวนตรวจอาการของบุตรสาว สีหน้ายังคงตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่านางจะอยู่ในสภาพเช่นนี้ ขณะที่หลิวอิงลู่กับเจียงเมิ่งฉียืนนิ่งตะลึงงันราวกับสติมลายหายไปท่านหมอถอนหายใจเฮือกใหญ่รีบรักษาบาดแผลเป็นการด่วน ส่วนคนร้ายอย่างหลี่หยางอินถูกสวีซือหมิงซ้อมจนสลบคามือรอไต่สวนทันทีที่ฟื้นซือหยางมองหลี่หยางอินราวกับวางแผนจัดการคนที่สร้างบาดแผลให้ลู่ฟางเซียน แม้ไม่รู้ว่าเขาทำอันใดกับนางไว้บ้างเพราะอีกฝ่ายไม่เคยเล่าให้ฟังแต่ในใจก็นึกโกรธขึ้นมา คิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะเหมือนอย่างที่เขาทำกับหลิวฮวาเหลียนหรือไม่หากเป็นอย่างที่คิดก็จะเอามีดแทงคนผู้นั้นเป็นพันเป็นหมื่นครั้งให้สาสมกับที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของลู่ฟางเซียนผ่านไปห้าวันแล้ว หลิวฮวาเหลียนยังไม่ฟื้นเพราะบาดแผลสาหัสนัก ทุกคนผลัดกันมาเฝ้าไม่ว่างเว้น หวังให้นางฟื้นในเร็ววันหลิวอิงลู่เห็นท่าทีหวาดกลัวของลู่ฟางเซียนจึงอยากรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกับนางหรือไม่
วันต่อมาซือหยางยังคงตัวติดกับลู่ฟางเซียนเหมือนเป็นเงา ไม่ว่านางจะขยับไปทางไหน เดินไปที่ใดย่อมเห็นชายร่างสูงใหญ่ หนวดเครารกรุงรังยืนอยู่ข้างกายสีหน้าบอกบุญไม่รับทำเอาใครหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้ เวลาเดินอยู่ในตลาดทุกคนก็พร้อมใจกันหลีกทางให้เป็นวงกว้าง “เจ้าอยากกินแกงจืดสาหร่ายกระดูกหมูหรือไม่” ลู่ฟางเซียนรู้ว่าเป็นของโปรดของเขา เมื่อก่อนแค่ได้ยินว่านางจะทำให้ทาน ดวงตาสองสีเป็นประกายลุกวาว น้ำลายสอแต่ยามนี้ไม่อยากอาหารเสียอย่างนั้น“ข้าป้อน…” เสียงหวานยังเอ่ยไม่จบดี“กิน… ข้าหิวแล้ว” เจ้าตัวตอบทันควัน ไม่รอช้าโอบเอวบางเดินเข้าไปในร้าน “ข้ากินสองชามได้หรือไม่”“เฮ้อ…” หญิงสาวเห็นสีหน้าเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่าทีเปลี่ยนไปจากไม่กี่วันก่อนมากเพียงนี้ แต่พอชายหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจกลับเข้าใจผิด“ข้ากินแค่ชามเดียวก็ได้”“แค่ชามเดียวจะไปอิ่มได้อย่างไร” นางพูดจบก็สั่งแกงจืดมาสามชามพร้อมข้าวร้อน ๆ สองถ้วยเพราะคนตรงหน้าชอบกินกับมากกว่าข้าวในใจไม่ได้คิดจะป้อนคนตัวโตอย่างที่พูด แต่กลับกลา
หลังจากนั้น สองพี่น้อง ลู่ฟางเซียน รวมถึงครอบครัวของหมอเจียงก็เข้าไปพูดคุยกันอย่างลับ ๆ ในห้อง คนที่รู้เรื่องราวดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้นสวีซือหมิง เขาจึงเป็นฝ่ายเล่าความหลังเพื่อให้คนที่เหลือปะติดปะต่อเรื่องราวได้เมื่อสิบปีก่อน หวังอวี่หลินพาสวีซือหมิงไปเยี่ยมเยียนสหายที่ต่างเมือง โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าชะตาชีวิตของตัวเองกำลังพลิกผันถูกหย่งชางตามล่าจนเกือบเอาตัวไม่รอดเคราะห์ยังดีที่ได้พบเจียงจื่อซวนกับหลิวอิงลู่ผ่านมาแถวนั้นพอดีจึงช่วยเอาไว้โดยซ่อนในรถม้าหย่งชางที่แสร้งว่าเป็นทหารตรวจการไม่ตกหลุมพรางเพราะได้รับคำสั่งให้สังหารหงเฟิ่งทุกคน ไม่เว้นกระทั่งเด็กและสตรีจึงชักดาบออกมาคิดเสือกแทงร่างที่อาการบาดเจ็บสาหัสให้ตายในทันทีเจียงจื่อซวนห้ามเอาไว้ก่อนโดยอ้างว่าพวกเขาติดโรคระบาดจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้หลันซี เวลานี้ใครเข้าใกล้เกินหนึ่งก้าวล้วนแล้วแต่เสี่ยงติดโรคอย่างแน่นอน พลันแกล้งกระแอมไอออกมาเป็นเลือด ย้ำเตือนให้หย่งชางได้รู้ว่าตัวเขาเองก็อาจจะไม่รอดเช่นเดียวกัน พลางไล่ให้คนพวกนั้นให้รีบไปหาสมุนไพรตัวหนึ่งมากินก่อนจะสายเกินไป
ลู่ฟางเซียนยังคงไม่รับรู้สิ่งใด นางมุ่งมั่นจะออกไปจากห้องนี้ให้ได้ หากแต่คนข้างกายโอบร่างบางเอาไว้แน่นเสียจนไม่อาจขยับเพียงหนึ่งคืบขณะที่อีกคนเพิ่งรู้สึกตัวว่านางตัดสินใจบางอย่างไปแล้ว จึงว้าวุ่นใจพลางคิดว่าใบหน้านี้... เถียนเหม่ยหลินหากคนที่อยู่ข้างในนั้นเป็นลู่ฟางเซียนหากเขาปล่อยนางไปเพราะเกลียดเถียนเหม่ยหลินหากไม่ได้เจอนางอีกแล้ว…สิ่งใดจะทรมานใจตัวเองมากกว่ากันกระนั้น คำตอบย่อมประจักษ์แจ้งว่าถ้าต้องพรากจากคนในอ้อมกอด… ห่างจากลู่ฟางเซียนของเขา ย่อมทรมานยิ่งกว่าและหากเขายังคงยึดติดกับภาพในอดีตที่หลอกหลอน อาจทำให้เสียนางไปตลอดกาลแม้เวลานี้ยังไม่มั่นใจว่าคนตรงหน้าใช่ลู่ฟางเซียนหรือไม่ เขาก็อยากจะเชื่อ… ไม่ว่าอย่างไรจะพยายามเชื่อให้ได้หรือหากถูกเถียนเหม่ยหลินเสแสร้งแกล้งว่ารักเขาเหมือนคราก่อน คงต้องยอมให้นางหลอกจริง ๆเขาปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าครานี้ หลงรักตัวตนที่อยู่ตรงหน้า ผู้ที่ตั้งชื่อให้เขาว่า ซือหยาง เสียงพึมพำเอ
หวังอี้หลุนกลับไปยังฐานลับที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเลี่ยงเกอ พวกหย่งชางวุ่นวายและตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดจากการโดนบุกรุกถึงถิ่น มิหนำซ้ำนายหญิงยังหายตัวไป สืบเสาะจากผู้ใดไม่ได้เลยอู๋เซี่ยเหวินพุ่งตัวมาหาหวังอี้หลุนทันทีที่พบหน้า โพล่งถามเสียงดัง “เจอนายหญิงห
ชีวิตของพวกเขาสามคนยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย หวังอี้ชิงตามติดฟางเหม่ยหลินทุกฝีก้าว แม้ว่าตอนที่อยู่ในจวนสกุลซ่งจะมีหย่งชางคนอื่น ๆ แฝงตัวเข้ามาคุ้มครองนางตามคำสั่งของเถียนซีเย่อยู่แล้วก็ตามส่วนหวังอี้หลุนอาศัยจังหวะที่นายหญิงออกไปข้างนอกจวน รู้ว่าผู้ติดตามเพียง
ฟางเหม่ยหลินมองภาพชุลมุนตรงหน้า พลันเห็นแล้วว่าฝีมือของพวกเขาทั้งสองเก่งกาจไม่แพ้กันแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปช่วยเด็กชายคนนั้นอย่างไร อีกทั้งยังสังเกตเห็นว่าทั้งคู่เหมือนรู้จักกัน“เหตุใดท่านพี่จึงเข้ามาขวางข้า” หวังอี้หลุนเอ่ยถามพี่ชายที่ไม่ยอมปล่อยมีดคู
บรรยากาศในจวนสกุลซ่งเหมือนป่าช้าเข้าไปทุกที ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด ใต้เท้าซ่งคิดหนักเพื่อหาทางรอดให้กับครอบครัวของตัวเอง หนีห่างจากความตายที่คืบคลานเข้ามา“องค์ชาย… กระหม่อมไม่กล้าทูลในตอนแรกเพราะคิดว่าองค์หญิงเป็นเพียงหลานสาวนางกำนัล เร
![สองแม่ทัพขย่มกลีบโบตั๋น (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![ลำนำรักเคียงใจ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
