นายหญิงแสนรักของตัวร้าย

นายหญิงแสนรักของตัวร้าย

last updateآخر تحديث : 2026-05-09
بواسطة:  MACARONI/1Millionmilesawayتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
72فصول
497وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ดวงความโชคดีของข้าถูกใช้หมดไปแล้วหรืออย่างไรจึงได้มาเกิดใหม่ในร่างของนายหญิงที่แม้แต่คนที่ถูกเรียกว่าปีศาจอย่างเขายังเกลียดชังและต้องพบจุดจบน่าอนาถ ข้าจะเอาตัวรอดจากเขาอย่างไรดี... คำเตือนเนื้อหาเรื่องความรุนแรง การทำร้ายร่างกายและความคิดบิดเบี้ยวของตัวละคร เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เล่มแรก Slow Burn พระเอกร้ายแต่ยังพอน่ารักอยู่บ้างเพราะเป็นวัยเด็ก

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 ไล่ล่า

หงเฟิ่ง องค์กรมือสังหารที่ดำรงตำแหน่งเงาอยู่เบื้องหลังการปกป้องและรับใช้ฮ่องเต้แคว้นคุนหลันมาหลายชั่วอายุคนด้วยความจงรักภักดีได้ถูกใส่ร้ายว่าร่วมมือกับเถียนอ๋องก่อกบฏ

แม้ไม่เคยคิดทำในสิ่งที่ถูกกล่าวหาแต่เวลานี้ไม่อาจพิสูจน์สิ่งใดได้เพราะโดนโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงทำได้แค่เอาชีวิตรอดเพื่อกลับมากอบกู้ชื่อเสียงอีกครั้ง

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหงเฟิ่งสามารถแตกพ่ายไร้หนทางสู้ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วข้ามคืน ซ้ำยังถูกมือสังหารบุกเข้ามาถึงฐานลับที่อาศัยมานานหลายชั่วอายุคน

พวกเขาเร่งฝีเท้าไปตามถนนสายเล็กคดเคี้ยว พื้นดินส่วนใหญ่เป็นหินก้อนเล็กแหลมคมขรุขระจนยากต่อการหลบหนี ยิ่งอยู่ในป่าทึบท่ามกลางคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายจะขาดสะบั้นทันที

ฉึก!

ศรธนูลอยลิ่วปักเข้าที่กลางหลังชายผู้หนึ่งที่วิ่งมาด้วยจนล้มลง หากแต่เขาไม่แยแสรีบยันตัวลุกขึ้นแล้วยิงธนูสวนกลับไปหาฝ่ายศัตรูอย่างแม่นยำในพริบตา

“เร็วเข้า!” ชายคนนั้นตะโกนบอกพวกที่เหลือ หวังว่าทางข้างหน้าจะมีที่ซ่อนหรือตั้งหลักเพื่อรับมือ ก่อนหันไปหาหัวหน้าหงเฟิ่งแล้วยิ้มมุมปากเพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายกำลังผิดแปลกไป “ธนูอาบยาพิษขอรับ”

“ไปกับข้า” สวีจวินฉือไม่ยอมทิ้งลูกน้องผู้ภักดีของตนเอาไว้แต่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอร้องแล้วมองเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างเขา 

“รีบไปขอรับ ข้าจะถ่วงเวลาให้นานที่สุด” 

เจ้าตัวไม่นึกเสียดายชีวิตและยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้คนในองค์กรของตนเองรอดชีวิตมากที่สุดเพราะหวังว่าอย่างน้อยต้องมีสักคน ลากคอผู้อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้

“ท่านอา…” เด็กชายเก้าขวบเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยความสนิทสนม สายตากระวนกระวายเมื่อเห็นเขาไอจนเลือดสีดำเปรอะเปื้อนมุมปาก 

“สวีอันอวี่ เสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสได้เห็นเจ้าเติบโต” เขาเอื้อมมือลูบศีรษะเด็กน้อยที่รักเหมือนลูก “ต้องรอด เข้าใจหรือไม่”

เวลานั้น หนึ่งในหงเฟิ่งที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้เริ่มรู้สึกตัวว่าวิ่งหนีต่อไปไม่ไหวแล้วจึงเสียสละตนเองเป็นฝ่ายยื้อเวลาให้คนที่เหลือ คอยอยู่กับคู่หูข้างกายจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของลมหายใจ

ดวงตาของหัวหน้าหงเฟิ่งมีแววอาลัยอาวรณ์ฉายชัด ไม่นึกเลยว่าวันเหล่านี้จะมาถึง องค์กรมือสังหารที่เคยยิ่งใหญ่โดนมือที่มองไม่เห็นไล่กวาดล้างราวกับไม่ต้องการปล่อยให้ผู้ใดรอดชีวิต

ไม่ทันได้ลังเลใจไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าที่น่าเกรงขามเริ่มเข้ามาใกล้ทุกขณะ คนที่ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อจึงเข้าซ่อนในพุ่มไม้ใหญ่ ขณะที่คนอื่น ๆ วิ่งไปตามทางข้างหน้าด้วยใจที่เคียดแค้นและต้องการสืบหาความจริง

ทว่า พ้นจากแนวป่าเพียงหนึ่งอึดใจกลับเห็นชายชุดดำอาวุธครบมือกลุ่มหนึ่งเข้าขวาง พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปะทะ ล้มศัตรูให้ได้มากที่สุดแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร คนที่จำนวนน้อยกว่าก็ไม่สามารถฝ่าฟันไปได้เลย

“อันอวี่ เจ้าหนีไป” บิดาร้อนรนใจรีบตะโกนบอกบุตรชาย คิดแค่ว่าเวลานี้ต้องปกป้องสายเลือดของตัวเองให้ได้ และอีกใจหนึ่งก็ไม่รู้เลยว่าบุตรชายคนโต ฮูหยินและคนอื่น ๆ ในหงเฟิ่งเป็นตายร้ายดีอย่างไร “จำที่พ่อบอกได้หรือไม่”

เด็กน้อยพยักหน้า ตัวสั่นเทาเพราะกลัวว่าบิดาจะพ่ายแพ้ต่อคนพวกนั้น แววตาสั่นระริก กระวนกระวาย แทบก้าวขาไม่ออกด้วยซ้ำ

“ไป!”

“ท่านพ่อ!” สายตาลังเลมองไปรอบตัวจึงได้เห็นว่าคนที่รู้จักกำลังถูกศัตรูรุมล้อมไม่แพ้กับบิดาของตน วันนี้เจอเรื่องสูญเสียมามากพอแล้ว เขาไม่อยากเสียใครไปอีก “ท่านพ่อ ไปกับข้าเถอะขอรับ”

“ไม่ได้” สวีจวินฉือส่ายหน้า มือข้างขวากำดาบไว้แน่น ตวัดยั้งคมอาวุธที่ฟาดฟันลงมา ปกป้องลูกชายคนเล็กของตัวเองด้วยกำลังทั้งหมด “หนีไป นี่คือคำสั่ง!”

น้ำตาไหลอาบแก้มสวีอันอวี่ ความกลัวฝังอยู่ในใจราวกับรู้ว่าผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าบิดาอีก แต่คนตรงหน้ากลับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมเหมือนให้ความหวังว่าบิดาของเขาเป็นถึงผู้นำหงเฟิ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกลับมาหาครอบครัวได้อย่างแน่นอน

เด็กน้อยพยักหน้าเบา ๆ แล้ววิ่งลัดเข้าไปในทุ่งหญ้าสูงท่วมศีรษะ จังหวะพุ่งตัวไปข้างหน้าได้ไม่ไกลจากจุดที่บิดาอยู่กลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารรุนแรงจากศัตรูโดยเฉพาะชายที่มีรอยบากตรงปากเป็นทางยาว

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหันขวับมองไปยังเบื้องหลังภายในพริบตาจึงได้เห็นว่าฝ่ายไล่ล่าทวีจำนวนมากขึ้น พวกมันพุ่งเป้าไปยังคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล 

สวีอันอวี่หวั่นเกรงไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด ไม่อยากรับรู้สิ่งใดแต่ศีรษะกำลังหันไปมอง ไล่ตามเงามืดโดยไม่รู้ตัว

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

มีดเงินแวววาวของชายหน้าบากทิ่มแทงจุดสำคัญบนร่างของบิดาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนทรุดเข่าต่อหน้าศัตรู เลือดแดงฉานไหลอาบร่างพอ ๆ กับน้ำตาบุตรชายที่ร่วงหล่นเพราะไม่อาจช่วยเหลืออันใดได้เลย

นอกเหนือจากนั้น หงเฟิ่งที่เหลือยังต้านแรงฝ่ายตรงข้ามไม่ไหวเพราะพิษจากคมอาวุธแล่นเข้าสู่กระแสเลือด ถูกปลิดชีวิตจนเหลือแต่ร่างไร้ลมหายใจไปตาม ๆ กัน

“หย่งชาง” สวีจวินฉือจำได้ว่าชายที่มีรอยบากตรงปากเป็นมือสังหารของใคร พลันสับสนไปหมดว่าเหตุใดคนของไทเฮาจึงคิดกำจัดพวกเขาให้สิ้นซาก

“วันนี้เจ้าพ่ายแพ้แก่ข้าจนได้” น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยไม่แยแส ยิ่งเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงบุตรชายที่วิ่งหายลับไปในพงหญ้าจึงอดเย้าแหย่เพราะกระหายในความสิ้นหวังของเขาไม่ได้ “ข้าจะส่งพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกันแน่นอน”

ครั้นได้ยินเช่นนั้นจึงตะโกนเรียกสติบุตรชาย “อันอวี่ หนีไป!” แล้วคว้าอาวุธข้างกาย ยืนหยัดสู้กับศัตรูอีกครั้ง

กระนั้น เรี่ยวแรงและกำลังที่มีหายไปจนสิ้น อาการบาดเจ็บแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกายจนแทบขยับตัวไม่ได้ ลมหายใจขาดห้วง จนท้ายที่สุด อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้น ร่างหนาเอนล้มจบชีวิตในทันที

“ท่านพ่อ!!!” 

เขาเผลอร้องลั่นทั้ง ๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ ไม่ทันได้ก้าวขาทำสิ่งใดจึงถูกศรธนูพุ่งเฉียดแขนไป เด็กชายกัดฟันจำคำสั่งเสียของบิดาได้ เวลานี้เหลือเพียงเขาเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ล้างมลทินให้หงเฟิ่ง หนทางเดียวคือต้องรอดจึงลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตโดยมีมือสังหารตามมาติด ๆ 

หย่งชางที่เหลือคิดกำจัดบุตรชายหัวหน้าหงเฟิ่งตามคำสั่งของชายหน้าบากผู้เป็นหัวหน้ามือสังหาร พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ฝีเท้ากระทบพื้นดังกระหึ่มลั่นสร้างความหวาดหวั่นให้เด็กน้อยเป็นอย่างยิ่ง 

สวีอันอวี่เร่งฝีเท้าไปข้างหน้า หอบหายใจ ก้าวเท้าไปโดยไม่รู้เลยว่าอีกเพียงสิบก้าวคือเหวลึกที่รอดูดกลืนวิญญาณของเขา

“!!!” 

ดวงตาสั่นระริกมองไปเบื้องล่าง ปลายเท้าสัมผัสได้ว่าดินร่วนลื่นไถลลงไปได้โดยง่ายจึงถอยกลับทันควัน ถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดวิ่งไปทางอื่นแต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะหย่งชางไล่ตามมา เมื่อเห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายในค่ำคืนนี้ไร้หนทางหนีจึงไม่รอช้ารีบขว้างมีดคู่ประจำกายหมายปลิดลมหายใจ

เด็กน้อยเคยฝึกวิชาพื้นฐานของตระกูลมาบ้างจึงเอี้ยวตัวหลบได้ทัน หากแต่ทางตรงนั้นทั้งมืดและคับแคบ ใจจดจ่อกับการหลบอาวุธจึงพลั้งพลาดเหยียบอากาศว่างเปล่าเสียการทรงตัวร่วงหล่นสู่ก้นเหวไปโดยปริยาย

คนพวกนั้นเข้ามาดูใกล้ ๆ คาดคะเนความสูงและพื้นที่โดยรอบแล้วยิ้มมุมปากเพราะรู้ว่าไม่มีผู้ใดรอดจากเหวนรกแห่งนี้ได้อย่างแน่นอนจึงรีบวิ่งกลับไปยังจุดเดิมที่เพิ่งกำจัดหงเฟิ่ง

“อาจารย์ ทำอย่างไรต่อขอรับ” 

หนึ่งในมือสังหารหย่งชางเอ่ยถามคนหน้าบากเพราะแผนจัดการหงเฟิ่งเรียบร้อยแล้ว ยืนยันได้ว่ากลุ่มคนที่หนีมาจากฐานลับในหุบเขาเยว่เทียน ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตอย่างแน่นอน

“ตรวจดูให้แน่ใจ อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว” 

“ขอรับ” 

ศิษย์ที่สั่งสอนมากับมือรับคำแล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ส่วนเขามุ่งหน้าไปที่แห่งหนึ่งในวังหลวงเพื่อรายงานสถานการณ์

ตำหนักอวี้เหยา

“หงเฟิ่งล้มแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ชายหน้าบากรายงานด้วยน้ำเสียงที่ดูสนุกสนานและตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้เห็นว่าเงาเคียงบัลลังก์ตั้งแต่อดีตหลายร้อยปีก่อนถูกกำจัดอย่างง่ายดาย

“ดี” อีกฝ่ายยิ้มมุมปากเพราะแผนสำเร็จไปหนึ่งขั้น เมื่อใดกำจัดเงาที่มีอยู่แต่เดิมได้แล้ว หย่งชางจะกลายเป็นเงาขึ้นมาแทนที่ ไม่ว่าจะชักนำคนผู้นั้นอย่างไรก็ยิ่งง่ายกว่าเดิม

“ฝ่าบาทจะทรงยอมรับหย่งชางจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ” เขาถามคนตรงหน้าด้วยความสงสัยเพราะเดิมทีหงเฟิ่งเป็นองค์กรที่รับใช้เชื้อพระวงศ์สกุลเถียนมาเนิ่นนาน

“เสด็จพี่จะทำอันใดได้” 

เถียนซีเย่ พระอนุชาของฮ่องเต้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะรู้ว่าพี่ชายไม่มีทางเลือกอื่นใด และอย่างน้อยหย่งชางก็เป็นมือสังหารที่สืบทอดจากฝั่งมารดา นับว่าเชื่อใจได้มากกว่าผู้ใดในเวลานี้

“เช่นนั้นเถียนอ๋องจะเป็นอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” 

“อู๋เซี่ยเหวิน” บุรุษสูงศักดิ์เอ่ยเรียกนามคนตรงหน้า “รุ่งสางคงได้ยินคำสั่งประหารจากเสด็จพี่กระมัง” เถียนซีเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับรู้ทุกอย่างล่วงหน้า ไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งสิ้นแล้วคิดดำเนินการแผนต่อไป

เช้าวันต่อมา

คำสั่งประหารเถียนอ๋องเป็นอันรู้โดยทั่วกัน ผู้คนในวังหลวงต่างกระซิบกระซาบด้วยความสงสัย

“เหตุใดเถียนอ๋องต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่า พำนักอยู่ที่นอกวังหลวงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ” นางกำนัลพูดกับคนข้างกาย ไม่เข้าใจเหตุผลที่พระโอรสองค์โตของอดีตฮ่องเต้ก่อกบฏเลยแม้แต่น้อย

“นั่นสิ” หญิงสาวอีกคนถอนหายใจเพราะคนวงในเล่ากันว่าอดีตฮ่องเต้รักและหวงแหนเถียนอ๋องมากที่สุดจึงไม่อยากให้พัวพันเรื่องราวในวังหลวง กลัวว่าวันหนึ่งจะถูกลอบสังหารแต่วันนี้เขากลับเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

“ท่านอ๋องทรงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ครองบัลลังก์กระมัง” หญิงสาวอีกคนครุ่นคิดว่านั่นอาจเป็นสาเหตุ “หรือว่าจะมีใครอยู่เบื้องหลังกันนะ”

“ใครกัน” เพื่อนอีกสองคนอยากรู้ไม่แพ้กัน “แต่นอกจากเรื่องนั้นแล้ว หงเฟิ่งก็ถูกกำจัดด้วยไม่ใช่หรือ เช่นนั้น... ผู้ใดจะกลายเป็นเงาให้ฝ่าบาทเล่า”

“หย่งชางอย่างไรล่ะ”

“…” คนที่เหลือมองหน้ากันไม่อยากคาดเดาแต่ก็พูดออกมา “เจ้าคิดว่าหย่งชางกำจัดหงเฟิ่งอย่างนั้นหรือ”

“อย่าเสียงดังไป อันตราย” พวกนางรู้ดีว่าคนเหล่านั้นเหี้ยมโหดไม่แพ้ผู้ใดจึงต่างคนต่างเงียบปากไม่พูดถึงสิ่งที่จะเป็นภัยต่อตัวเองแล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อีกฟากหนึ่งไม่ไกลจากที่ที่นางกำนัลยืนอยู่ สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของเหรินไทเฮากำลังจับจ้องไปที่พระโอรสองค์เล็ก คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด

เถียนซีเย่หันมามองพระมารดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่มีปิดบังจนทำให้อีกฝ่ายหน้าซีดเซียวด้วยความกลัวพระโอรสของตัวเองในทันใด

“ปีศาจ” นางพึมพำ ไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขาและรู้สึกเสียใจมากเหลือเกินที่คลอดคนประหลาดวิปริตเช่นนั้นออกมา

หากแต่เถียนซีเย่รับรู้ได้ว่าในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดมองว่าเขาเป็นคนผู้หนึ่งที่มีความรู้สึกรัก เกลียดและเจ็บปวดยามถูกผลักไสจึงไม่แยแสสิ่งใดเช่นกัน พลางทำมือนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญลักษณ์ข่มขู่พระมารดาให้ปิดปากตัวเองเอาไว้ให้ดี

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
72 فصول
ตอนที่ 1 ไล่ล่า
หงเฟิ่ง องค์กรมือสังหารที่ดำรงตำแหน่งเงาอยู่เบื้องหลังการปกป้องและรับใช้ฮ่องเต้แคว้นคุนหลันมาหลายชั่วอายุคนด้วยความจงรักภักดีได้ถูกใส่ร้ายว่าร่วมมือกับเถียนอ๋องก่อกบฏแม้ไม่เคยคิดทำในสิ่งที่ถูกกล่าวหาแต่เวลานี้ไม่อาจพิสูจน์สิ่งใดได้เพราะโดนโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงทำได้แค่เอาชีวิตรอดเพื่อกลับมากอบกู้ชื่อเสียงอีกครั้งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหงเฟิ่งสามารถแตกพ่ายไร้หนทางสู้ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วข้ามคืน ซ้ำยังถูกมือสังหารบุกเข้ามาถึงฐานลับที่อาศัยมานานหลายชั่วอายุคนพวกเขาเร่งฝีเท้าไปตามถนนสายเล็กคดเคี้ยว พื้นดินส่วนใหญ่เป็นหินก้อนเล็กแหลมคมขรุขระจนยากต่อการหลบหนี ยิ่งอยู่ในป่าทึบท่ามกลางคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายจะขาดสะบั้นทันทีฉึก!ศรธนูลอยลิ่วปักเข้าที่กลางหลังชายผู้หนึ่งที่วิ่งมาด้วยจนล้มลง หากแต่เขาไม่แยแสรีบยันตัวลุกขึ้นแล้วยิงธนูสวนกลับไปหาฝ่ายศัตรูอย่างแม่นยำในพริบตา“เร็วเข้า!” ชายคนนั้นตะโกนบอกพวกที่เหลือ หวังว่าทางข้างหน้าจะมีที่ซ่อนหรือตั้งหลักเพื่อรับมือ ก่อนหันไปหาหัวหน้าหงเฟิ่งแล้วยิ้มมุมปากเพร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 หลงกล
ช่วงสายของวันต่อมาสายลมเย็นพัดเอื่อย ระลอกคลื่นน้ำทะเลเคลื่อนกระทบชายฝั่งสาดกระเซ็น ท้องฟ้าไร้เมฆฝนนับว่าอากาศดีเหมาะกับการหาปลาเป็นอย่างยิ่ง “นั่นอะไรน่ะ” เสียงของชายชราที่มาตกปลาแถวนั้นเอ่ยถามคนที่มาด้วยกันพลางหยีตามองสิ่งที่สายน้ำพัดเกยฝั่ง ก่อนเดินไปดูใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้จึงพบว่าเป็นร่างของเด็กชายผู้หนึ่งนอนหงาย ใบหน้าซีดเซียวราวกับไร้ชีวิต“ตายแล้วรึ” ชายชราอีกคนขมวดคิ้ว ค่อย ๆ เข้าใกล้ร่างที่นอนนิ่งแล้วอังจมูกตรวจลมหายใจ “ยังไม่ตาย! เขายังไม่ตาย”“มา ๆ ช่วยกันพาขึ้นฝั่งก่อน” เขาบอกคนตรงหน้าแล้วหามหัวท้ายพลันตะโกนบอกกลุ่มชายหนุ่มที่กำลังเดินมาทางนี้ให้ช่วยแบกไปหาหมอยาในหมู่บ้านแม้ร่างกายของเด็กชายไม่มีรอยบาดแผลมากมายแต่เขากลับหลับลึกเกือบห้าวันราวกับไม่อยากตื่นขึ้นมาจนใครต่อใครคิดว่าอีกไม่นานคงจากไปอย่างสงบกระนั้น พวกคนที่ช่วยเหลือก็ยังหวังว่าเขาจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตให้มากกว่านี้ เจ้าตัวตกอยู่ในภวังค์ไม่รู้ตัวเลยว่าหมู่บ้านแห่งนี้กำลังเกิดหายนะครั้งใหญ่ ผู้คนตะโกนเอะอะโวยวาย ร้องไห้ระงมและคมอาวุธกระทบกันดังลั่นไปถึงท้ายหมู่บ้านที่เด็กชายพักรักษาตัวอยู่เสียงเหล่านั้นทำให้เข
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 ครอบครัวจอมปลอม
ค่ำคืนนั้น โจรป่าถูกกลุ่มคนในสกุลหวังวางแผนอย่างแยบยลล่อลวงเข้ามาติดกับเกือบทั้งยวง บางคนถูกกำราบจนสิ้นชื่อ ขณะที่บางคนอาการร่อแร่ปางตาย สายตามองมายังเด็กชายที่เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองชื่อหวังอี้หลุน“ไอ้เด็กเวร!” เขาสบถลั่นรู้ตัวว่าพลาดพลั้งเพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยที่ถูกทุบตี กระทืบซ้ำทุกวี่วันจะกล้าขัดคำสั่งแล้วตลบหลังพวกเขา “น่าจะฆ่าตั้งแต่ตอนนั้น อ๊าก!!!”ไม่ทันที่เขาได้พูดสิ่งใดไปมากกว่านั้น ชีวิตที่เหลืออยู่ก็ดับสูญไปต่อหน้าต่อตาหวังอี้หลุน“ตกใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ” ชายหน้าบากที่แนะนำตัวว่าชื่ออู๋เซี่ยเหวินถามไถ่ผู้เป็นหลานชาย “สิ่งที่มันทำกับบิดามารดาเจ้า ยังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ”“…”“เฮ้อ…” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วโอบกอดเด็กน้อยตรงหน้าเอาไว้ ลอบยิ้มมุมปากเพราะรู้สึกถูกชะตา ข้าจะแจ้งทหารให้ไปช่วยคนที่เหลือ ส่วนเจ้า… จะกลับไปพร้อมข้าหรือไม่”“…”“เจ้ายังมีพี่ชายอีกคนนะ”เมื่อได้สร้างเรื่องโกหกหนึ่งเรื่องแล้ว อู๋เซี่ยเหวินก็แสดงละครต่อเพื่อโน้มน้าวใจให้เด็กน้อยยอมกลับไปที่ฐานลับของหย่งชางด้วยความเต็มใจเพราะอยากสร้างมือสังหารใต้อำนาจของตัวเองจึงหยิบเรื่องครอบครัวมาล่อ ปั้นแต่งเรื่องราว
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 บุปผาในกำมือ
ตำหนักอวี้เหยา วังหลวงแคว้นคุนหลันองค์ชายทอดสายตามองดูดอกไม้ผลิบานกลางสวน รอยยิ้มบางปรากฏยามนึกถึงวันแรกที่ได้เจอคนผู้นั้น บทสนาเรียบง่ายแต่กลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจของคนตรงหน้า“ท่านเป็นผู้ใดหรือ” น้ำเสียงสดใสเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เพราะไม่เคยเห็นหน้าเถียนซีเย่มาก่อน “ข้าน่ะหรือ…” เขาเอียงคอเล็กน้อย สบตากับเจ้าของดวงตาสีอำพันที่เปล่งประกายเหมือนดวงจันทร์ยามค่ำคืนแล้วตอบนางว่า “หากเจ้าคือองค์หญิงเถียนเหม่ยหลิน เช่นนั้นข้าก็คงเป็นเสด็จอาของเจ้า”เวลานั้น พระธิดาของฮ่องเต้อายุเพียงสี่ชันษา เพิ่งเคยออกมาเที่ยวเล่นนอกตำหนักพระมารดาไกลถึงเพียงนี้เพราะวิ่งตามผีเสื้อฝูงหนึ่งจนหลงทางดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองหลานสาวแท้ ๆ ของตัวเองด้วยความงุนงงเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าวังหลวงแห่งนี้มีใครสักคนหนึ่งปฏิบัติกับเขาเหมือนคนทั่วไปเพราะแม้แต่ผู้เป็นมารดายังคิดว่าเขาคือปีศาจ“เสด็จอา ดูนั่นสิ ผีเสื้อสวยหรือไม่” เด็กน้อยยังคงมองฝูงผีเสื้อหลากสีไม่อาจละสายตา ตื่นเต้นกับวสันตฤดูในปีนี้เป็นอย่างมาก “เสด็จอา… ชอบผีเสื้อหรือไม่เพคะ”“ชอบสิ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลันได้ยินนางกำนัลพี่เลี้ยงเรียกหาองค์หญิงแสนซนกั
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ร่างของผู้ใด
คืนเดียวกันจู่ ๆ พายุลูกใหญ่พัดถล่มเมืองเป่ยหลิงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เม็ดฝนโปรยปรายลงมาเบื้องล่างราวกับฟ้ารั่ว สายลมหนาวพัดประตูหน้าต่างกระทบขอบเสียงดังปึงปังหากแต่เด็กหญิงที่นอนหลับใหลยังคงไม่รู้ตัวว่าเกิดอันใดขึ้น แม้ว่าฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างดังลั่นหรือน้ำฝนหยดผ่านรูหลังคาร่วงหล่นโดนใบหน้าจนเปียกปอนก็ตามพลันใบหน้านิ่งเฉยเริ่มขยับเขยื้อนเพราะน้ำไหลเข้ารูจมูกน้อย ๆ จนเกือบสำลักน้ำ สะดุ้งตื่นจากภวังค์ด้วยความงุนงง ยิ่งเห็นว่าที่นอนและพื้นรอบตัวมีน้ำเจิ่งนอง ยิ่งสับสนจนไม่รู้จะทำอย่างไรไม่ใช่ไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับน้ำฝนที่ท่วมห้องอย่างไร แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ต่างหากทั้งที่ภาพสุดท้ายในความทรงจำกำลังนอนอยู่บนทุ่งหญ้าพลิ้วไหว ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเหม่อมองท้องฟ้าสดใส ฟังเสียงนกร้องยามเช้าและนับใบไม้สีแดงที่กำลังร่วงหล่นอย่างช้า ๆ นางคิดในใจว่า ถึงแม้ว่าข้าไม่เคยเดินทางไปยังดินแดนหลังความตายแต่ข้าว่าแปลกยิ่งนัก...ร่างกายของเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดขวบขยับเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่เฉอะแฉะไปหมด คิดรีบลงจากเตียงนอนแต่ลืมไปว่าพื้นข้างล่างเละเทะไม่แพ้กันทันทีที่ปลายเท้าเปลื
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 พบพาน
ลู่ฟางเซียน หลินอันเล่อหรือตอนนี้คือเถียนเหม่ยหลินวัยสิบเอ็ดกำลังนอนคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไรกับชีวิตใหม่ครั้งนี้ “คิดถึงท่านแม่ยิ่งนัก หากกลับมาอยู่ในร่างนี้เร็วขึ้นเพียงนิด ข้าคงมีโอกาสได้เจอท่านแม่อีกครั้ง” นางหวนนึกถึงชีวิตเก่าของตัวเองในตอนที่เป็นบุตรสาวเจ้าเมืองเหอผิง คนผู้เดียวที่รักนางก็คือมารดา หากแต่น่าเสียดายนักที่จู่ ๆ ล้มป่วย ไร้ทางรักษาและจากไปตั้งแต่นางยังเด็กคราแรกนึกเสียใจที่กลับเข้าร่างเถียนเหม่ยหลิน แต่พอนึกได้ว่าการย้อนเวลากลับมาเช่นนี้จะทำให้ได้เจอมารดาที่คิดถึงก็อดดีใจไม่ได้ทว่า ตื่นเต้นได้ไม่นานจึงได้รู้ว่าปีนี้อยู่ในรัชศกอะไรก็กลับมาเศร้าใจอีกรอบหนึ่ง “เฮ้อ…” นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ดูจากที่ใช้ชื่อปลอมเช่นนี้ พวกเขาคงไม่อยากให้ใครรู้กระมังว่าเด็กคนนี้คือองค์หญิงสูงศักดิ์ บางที… สวีอันอวี่ก็คงไม่รู้เช่นเดียวกัน”เสียงฝีเท้าจากข้างนอกใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พลันประตูบานเล็กเปิดกว้างพร้อมเสียงแหลมแสบแก้วหูอย่างเคย“หลินอันเล่อ เจ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ไม่รู้หรือว่าต้องรีบไปทำความสะอาดหอพิธี” เผิงลู่ซินที่อายุมากกว่านางสองปีตะโกนเสียงดัง สายตากราดเกรี้ยวไม่พอใจท
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 ล่อลวง
หลินอันเล่อแบกสาลี่ม่านโหรวเต็มตะกร้ามาจนถึงอารามได้อย่างปลอดภัย หอบหายใจเหนื่อยอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงของศิษย์ไป๋เหลียน“เจ้า… หลินอันเล่อ...”“เจ้าคะ”“เจ้าคือองค์หญิงเถียนเหม่ยหลินจริงหรือ” เผิงลู่ซินถามด้วยความสงสัย ตัวสั่นระริกเล็กน้อยเพราะเมื่อครู่เพิ่งเห็นสีหน้าของเถียนซีเย่และพวกหย่งชางที่เหี้ยมโหดจนเกือบลืมหายใจ“หลินอันเล่อเจ้าค่ะ” นางไม่รู้หรอกว่าเกิดเรื่องใดขึ้นแต่นางไม่อยากเป็นเถียนเหม่ยหลินจริง ๆ “เจ้าจะบอกว่าพวกเขาโกหกอย่างนั้นรึ” ฉิงเอ๋อร์ไม่แน่ใจสักเท่าใดแล้วรีบบอกว่า “เฮ้อ… ลู่ซินพานางไปอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าตัวใหม่แล้วไปพบอาจารย์ที่ห้องโถงหลัก”“เจ้าค่ะ” ศิษย์น้องพยักหน้าแล้วรีบพาตัวหลินอันเล่อไปขัดสีฉวีวรรณไม่ให้เหลือคราบหญ้าสีอร่ามมอมแมมแม้แต่น้อย ทั้งยังพรมน้ำหอมและนำเสื้อผ้าสีขาวที่ถักทออย่างดีที่สุดมาให้นางสวมอีกด้วย“ศิษย์พี่ เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” หลินอันเล่อเอ่ยถาม
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 ซ่อนตัว
จวนสกุลซ่ง ตำบลเซียวเหอซ่งจินเหลียง ชายวัยกลางคนผู้มั่งคั่งพลิกชีวิตตัวเองจากยาจกกลายเป็นเศรษฐีเพราะมีเส้นสายค้าขายเทียนหอมคลายกังวลกับราชสำนักผ่านเถียนซีเย่ในช่วงที่เขาร่ำเรียนจริยธรรมอยู่ที่อารามอันจิ้งสองสามวันก่อน เขาได้รับจดหมายแจ้งว่าเถียนซีเย่จะเข้ามาพบเพื่อพูดคุยเรื่องบางอย่าง พาลเข้าใจไปว่าอีกฝ่ายมีช่องทางฝากฝังให้ญาติของตนได้รับคัดเลือกทำงานใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ในวังหลวงหรือกระทั่งได้เป็นสนมคนสำคัญหากแต่องค์ชายเก้าเข้ามาพบเพียงเพื่อพูดคุยเรื่องเทียนหอมที่จะใช้ในงานพระราชพิธีฤดูร้อนช่วงสองเดือนข้างหน้าจึงอยากให้ใต้เท้าซ่งจัดเตรียมข้าวของให้พร้อมแม้ยอดขายในครั้งนี้อู้ฟู่แต่เจ้าตัวไม่พอใจอยู่แค่นั้นเพราะต้องการอำนาจที่มากกว่าเดิมเพื่อขยายกิจการและเกี่ยวดองกับสายเลือดผู้ปกครองแคว้นคุนหลัน“ฟางเหม่ยหลินเป็นหลานสาวของนางกำนัลที่เคยเลี้ยงดูข้าเมื่อเยาว์วัย ก่อนจากไปด้วยโรคภัยจึงฝากฝังให้ข้าดูแล” เถียนซีเย่แนะนำให้ทุกคนในจวนสกุลซ่งรู้จักเถียนเหม่ยหลิน สีหน้าของนางไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะเพิ่งฟื้น
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 อดทน
ซ่งไป๋อวี้ บุตรสาวคนเดียวของใต้เท้าซ่งได้รับการเลี้ยงดูต่างจากคุณหนูสกุลอื่น ๆ ในเซียวเหอ บิดามารดาและบ่าวรับใช้ต่างคอยเอาใจ ต้องการสิ่งใดหาให้ไม่เคยขาดและไม่ว่าจะทำอันใดผิดพลาดไปก็คอยให้ท้ายจนนางมักทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ ดังนั้นการกระทำที่นางแสดงออกล้วนมีเหตุที่มา ประการแรก ไม่มีใครคาดคิดว่าฮูหยินสามารถให้กำเนิดบุตรได้เพราะปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังมานาน อีกทั้งช่วงเวลานั้นการค้าขายของใต้เท้าซ่งยังเกิดวิกฤตร้ายแรงทว่า หลังจากที่ฮูหยินคลอดซ่งไป๋อวี้ออกมา เรื่องราวเลวร้ายต่าง ๆ ของสกุลซ่งเริ่มคลี่คลาย เงินทองที่ขาดมือไหลมาเทมา อาการป่วยของฮูหยินหายดี นับว่าบุตรสาวผู้นี้คือของขวัญจากสวรรค์โดยแท้ประการที่สอง เดิมทีใต้เท้าซ่งเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่จับผลัดจับผลูได้ทำงานในตระกูลพ่อค้าจึงพอมีความรู้เรื่องหลอมเทียนอยู่บ้าง เมื่อถูกใครหลายคนดูถูกว่าชีวิตต่ำต้อยจึงกัดฟันสร้างกิจการของตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรงและตั้งมั่นว่าจะไม่กลับไปอยู่ในจุดเดิมอีกแล้ว หากแต่เป้าหมายของเขายิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่ออยู่เหนือกว่าคนที่เคยดูถูกจึงไขว่คว้า
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 คนแปลกหน้า
สองเดือนต่อมาชีวิตของฟางเหม่ยหลินยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ดีกว่าแต่ก็ไม่เลวร้ายมากกว่านี้อีกแล้ว หลังจากครุ่นคิดมาหลายวันก็นึกถึงสิ่งที่เถียนซีเย่พูดขึ้นมาว่านางจำเป็นต้องหลบซ่อนอยู่ที่แห่งนี้ไม่อย่างนั้น เมื่อใดที่ทหารของฮ่องเต้หรือเจิ้งอ๋องมาพบเข้า นางจะต้องโดนบังคับให้อภิเษกอย่างแน่นอน หากเป็นอย่างนั้นแล้ว แม้แต่เถียนซีเย่เองก็คงไม่อาจช่วยหนีออกมาได้ ทั้งยังย้ำเตือนอีกว่าเจิ้งอ๋องเป็นพวกยึดติดขั้นรุนแรง สิ่งใดที่เป็นของตนไม่มีทางปล่อยให้หลุดไปความคิดที่ว่าจะทำงานเก็บเงินเพื่อหนีไปใช้ชีวิตเป็นลู่ฟางเซียนจึงต้องล้มเลิกไปโดยปริยายเพราะนอกจากต้องระวังคนเหล่านั้น ใต้เท้าซ่งยังหมกเม็ดไม่ให้เงินค่าจ้างโดยอ้างว่าเงินเดือนนั้นถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่นางกินอยู่ในจวนสกุลซ่ง “ทำอย่างไรดีนะ” เด็กหญิงครุ่นคิดว่าจะหลีกเลี่ยงซ่งไป๋อวี้อย่างไรพลางแบกตะกร้าไม้สานใบใหญ่เดินไปในป่ากว้างใหญ่ด้านหลังจวนดวงตาสีอำพันมองเห็นป่าไม้ในหุบเขาเลี่ยงเกอผลัดใบจากสีเขียวเป็นส้มแดงไกลสุดลูกหูลูกตา ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเริ่มทำงานที่ได้รับมอบหมายกิจการเทียนหอมของสกุลซ่งเป็นที่เลืองลือ ยิ่งได้รับเลือกให้เป็นผ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status