Mag-log inตอนที่ 9 ลู่ทางหาเงิน
ตอนนี้เจ้าหรูอยู่ในโกดังขนาดใหญ่ โกดังแห่งนี้มีสิ่งของมากมาย สิ่งของเหล่านั้นมาจากโลกต่าง ๆ ที่ถิงถิงไปเยือน แล้วนำมาเก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้
พรวิเศษที่มาจากสร้อยไข่มุกยังไม่ปรากฏ ถิงถิงให้เธอมาหาสิ่งของต่าง ๆ จากโกดังแห่งนี้ เผื่อมีสิ่งไหนสามารถเอาไปสร้างอาชีพได้จึงต้องพากันเดินสำรวจก่อนตัดสินใจ
ถิงถิงบอกว่าโกดังแห่งนี้อยู่ในมิติของนายหญิง ต้องมีถิงถิงเป็นคนพาเข้าออก คนนอกไม่สามารถเข้าออกได้ แม้แต่นายท่านยังไม่สามารถเข้ามาได้เลย เจ้าหรูไม่รู้หรอกว่านายท่านคือใคร และไม่ได้ถามต่อด้วยเช่นกัน เล่าให้ฟังแค่ไหนก็ฟังแค่นั้นเอง
"เวลาในนี้กับเวลาข้างนอกเท่ากันไหม" เพราะลูกนอนหลับอยู่ข้างนอก เธอจะได้คำนวณเวลาได้ถูก ไม่อยากให้ลูกตื่นมาแล้วไม่เจอใคร
"ถิงถิงหยุดเวลาไว้เจ้าค่ะ เราออกไปน้องก็ยังหลับอยู่แน่นอน" เธอไม่คิดว่าผู้ผ่านทางคนนี้จะมีความคิดที่รอบคอบ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังไม่มองข้าม
"ตอนแรกคิดว่าพี่สาวเหมือนกับนางร้ายอีกคน แต่พอมาอยู่ด้วยแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง รู้เลยว่าทั้งสองคนไม่เหมือนกันเลย" เมื่อคิดได้แบบนั้นก็บอกออกไป
"หลายคนบอกว่าเราสองคนเหมือนกัน แต่สำหรับพี่สาวคิดว่าไม่ค่อยเหมือน หนิงหนิงชอบโวยวาย ไม่ค่อยชอบใช้ความคิด ทั้งที่ตัวเองก็มีความคิดที่ดี" หรือจะให้บอกว่าอีกคนใจร้อนก็ว่าได้
"พี่สาวไม่รู้อะไร พี่สาวหนิงหนิงตื่นมาก็ตบคนเลย ทั้งที่ยังไม่มีความทรงจำก็ยังจัดเต็ม แต่พี่สาวหนิงหนิงก็บอกว่าพี่สาวใจร้อนเหมือนกันนะเจ้าคะ" ถิงถิงพูดไปด้วยหัวเราะไปด้วย
"เป็นบางครั้งและบางเรื่องที่ทำให้พี่สาวหัวร้อน" เจ้าหรูพูดไปด้วย แต่สายตาก็จับจ้องมองสิ่งของในโกดังไปด้วย ยังดีที่สิ่งของต่าง ๆ มีชื่อและมีรายละเอียดระบุไว้
สิ่งของส่วนมากในโกดังจะเป็นเครื่องที่ใช้ผลิตสิ่งของต่าง ๆ บางอย่างดูล้ำสมัยมาก แต่บางอย่างกลับล้าสมัยสุด ๆ เช่นเดียวกัน
"เห็นด้วย แต่พี่สาวนิ่งกว่าพี่สาวหนิงหนิง" เหมือนนางร้ายคนนี้จะใช้สมองจัดการปัญหามากกว่าใช้กำลัง แต่ก็คงขึ้นอยู่กับโอกาสมากกว่า
"หากเป็นตอนที่อยู่โลกเก่า พี่สาวยอมรับว่าจะนิ่งกว่านี้ แต่พอมาเจอเจ้าหรูที่อยู่ในโลกนี้ เชื่อไหมว่าเจ้าหรูในโลกนี้คล้ายกับหนิงหนิงเลย" อาจเพราะผสานวิญญาณ บางครั้งรับรู้ได้เลยว่านิสัยแตกต่างจากเดิม ทำทุกอย่างตามความเคยชินมากกว่า
"ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ พี่สาวเคยคิดจะไปตบคนรักของสามีไหม" ถิงถิงรู้ดีว่าคนเก่าไปตบมาแล้ว เลยอยากรู้ว่าคนที่มาใหม่จะทำเหมือนคนเก่าไหม
"ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่พี่สาวจะไม่ทำแบบประเจิดประเจ้อเท่านั้นเอง แต่ถ้าให้พูดจริง ๆ พี่สาวมีวิธีที่เอาคืนอย่างสาสมมากกว่าการลงมือตบ แต่ขอเวลาก่อน จะจัดให้งาม ๆ เลยแหละ" เจ้าหรูคนเก่าชอบทำแบบเปิดเผย ผู้คนเลยเห็นเยอะ ทำให้ถูกมองในทางที่ไม่ดี ทั้งที่เจ้าหรูถูกรังแกก่อนแท้ ๆ
"ถิงถิงจะช่วย... " เธอมีตัวช่วยหลายอย่างเลยแหละ หากตัวช่วยพวกนี้เปิดก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ เธอคงช่วยพี่สาวหนิงหนิงได้มากกว่านี้แน่นอน พรวิเศษปรากฏเร็วมันก็ดี แต่มันก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน หากช่วยพี่สาวเจ้าหรูเสร็จแล้ว เธอถึงจะวกกลับไปหาพี่สาวหนิงหนิงอีก เผื่อได้ช่วยอะไรบ้าง แต่กลัวมันจะผ่านไปนานหลายปีแล้วเพราะเวลาแต่ละโลกแตกต่างกัน
"พี่สาวมีความรู้เรื่องทำเบเกอรี่ หากเราทำขนมขาย ในอนาคตมันจะไปได้ไกลไหม" พอเดินผ่านเครื่องทำขนมปังและเครื่องอบเค้ก เจ้าหรูก็ชวนเจ้าตัวเล็กคุยเรื่องลู่ทางทำกินต่อ
"ทุกอาชีพก็อยู่รอดหมดแหละ ขึ้นอยู่กับเราจะทำแบบไหนมากกว่า เพราะยังไงอาชีพขายเบเกอรี่ก็มีอยู่ทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว ถ้าทำให้อร่อย ยังไงลูกค้าก็ติดอยู่แล้ว" ไปมาหลายโลก ร้านขายขนมก็มีทุกยุค ทุกสมัย ทุกโลกด้วยเช่นกัน
"พี่สาวสามารถเลือกได้กี่อย่าง แล้วถ้าพรวิเศษปรากฏขึ้นมา สิ่งของที่เลือกจากโกดังแห่งนี้จะถูกยึดคืนไหม" ในเมื่อบอกว่าช่วยสร้างอาชีพ ก่อนที่พรวิเศษจะปรากฏ เธอต้องถามให้ละเอียด รอบคอบเข้าไว้ ไม่ใช่ขาย ๆ อยู่แล้วทุกอย่างถูกยึดคืนจะทำยังไง
"ถ้าเป็นเครื่องพวกนี้ไม่ยึดคืนเจ้าค่ะ เอาไปได้เลย และรับรองว่ามันไม่พังแน่นอน ถิงถิงจัดการเรียบร้อยแล้ว หากก่อนหน้านี้โกดังสามารถเปิดให้ผู้ผ่านทางคนอื่นได้ ถิงถิงก็จะให้เข้ามาเลือกเช่นกันเจ้าค่ะ" แต่ก่อนถิงถิงมีหน้าที่เก็บสิ่งของอย่างเดียว ไม่สามารถเอาของจากในโกดังไปได้ เพิ่งจะเปิดเข้าได้ตอนที่รับรู้การมีอยู่ของนายหญิงนี่เอง
"แล้วพี่สาวคนนี้เลือกเยอะได้ไหม" เธอจะได้เลือกสิ่งที่มันคุ้มค่าและสามารถยึดเป็นอาชีพได้อีกนาน
"พี่สาวอยากทำอะไรบ้าง ลองบอกมาได้เลยเจ้าค่ะ" จะได้บอกว่ามีสิ่งนั้นไหม และหากเครื่องที่มีอยู่มีข้อเสีย เธอก็จะได้บอกไว้เลยทีเดียว
"อยากทำเบเกอรี่ขาย แต่ยังไม่รู้ว่าข้างนอกนั้นจะมีวัตถุดิบอย่างที่ต้องการไหม อีกอย่างยังไม่ได้ไปศึกษาตลาด" เธอจำสูตรขนมที่เรียนมาได้ แต่ไม่รู้ว่ายุคนี้จะมีวัตถุดิบที่ต้องการไหมเท่านั้นเอง
"แล้วคิดจะทำอะไรนอกจากทำขนมไหมเจ้าคะ" เธออ่านความคิดได้ แต่ต้องให้ผู้ผ่านทางเอ่ยปากออกมา เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือได้
"อยากทำหนังสือความรู้ต่าง ๆ หนังสือเกี่ยวกับการเรียนภาษาต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะในระดับอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย หนังสือแบบฝึกหัดสำหรับเด็กเล็ก เพราะเท่าที่จำได้ ในโลกนี้เพิ่งจะเริ่มฟื้นฟูการศึกษา หากทำขายได้มันต้องสร้างรายได้เยอะเลยแหละ" เธอพอจะรู้ว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใด เธออยากทำสิ่งนั้นขาย แต่ถ้าเป็นไปได้ เธออยากเข้าไปคุยและเสนอหนังสือขายให้กับกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง
"ความคิดพี่สาวสุดยอด อันนี้ถิงถิงเห็นด้วย เพราะว่าถิงถิงคนนี้มีเครื่องผลิตหนังสือที่รวบรวมทุกอย่างไว้ในนั้นทั้งหมด ทั้งถ่ายเอกสาร สแกนเอกสาร จัดหน้า เข้าเล่มให้เรียบร้อยเลยด้วย" เครื่องนี้เธอได้มาจากอนาคตที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ามาก แม้แต่พี่สาวที่มาจากโลกอนาคตก็ไม่เคยเห็น เพราะมันล้ำหน้ากว่านั้นมาก ที่สำคัญเธอมีเครื่องที่ว่านี้อยู่เยอะเลยทีเดียว
"รวมทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียวเลยใช่ไหมถิงถิง มันใช้งานแบบไหน" การทำหนังสือเกี่ยวกับภาษาต่างชาติขายคือความคิดแรกที่เธอคิดไว้ เพราะเธอชอบเรียนรู้เกี่ยวกับภาษา เธอเลยมั่นใจว่าหากทำในสิ่งที่ชอบ มันต้องออกมาดีแน่ ๆ แต่พอเดินผ่านเครื่องทำเบเกอรี่ ก็คิดถึงความฝันที่จะมีร้านคาเฟ่เป็นของตัวเอง
แต่หากให้เลือก ตอนนี้เธอคงเอาสิ่งที่สามารถทำงานหาเงินได้ก่อนที่จะทำตามความฝัน เพราะบางครั้งความฝันมันไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ แต่หากมีเงินมากมายเหลือเฟือแล้ว เธอค่อยคิดจะทำตามความฝันมันก็ไม่สายเกินไป
"มันมีคู่มือบอกรายละเอียดทั้งหมด หากพี่สาวต้องการ ถิงถิงสามารถให้พี่สาวได้ถึงสองเครื่อง ส่วนเรื่องที่พี่สาวอยากทำขนมหรือเปิดคาเฟ่เป็นของตัวเอง พี่สาวก็ทำได้ ถิงถิงมีเครื่องทำขนม ทำน้ำชา กาแฟ ที่มาจากโลกอนาคตเช่นเดียวกัน รับรองว่าพี่สาวได้ทำตามความฝันอย่างแน่นอน" สิ่งที่พี่สาวบอกและสิ่งที่พี่สาวคิดนั้นมีเครื่องแบบนั้นอยู่แล้ว มีเต็มโกดังเลยก็ว่าได้ สามารถช่วยเหลือผู้ผ่านทางคนนี้ได้อย่างสบาย
"ถิงถิงมีเครื่องแบบนั้นด้วยเหรอ" หากมีจริงมันจะสะดวกมาก แต่ต้องรอดูรายละเอียดและวิธีการใช้งานอีกที
"ถิงถิงไม่ค่อยรู้เรื่องมากนัก ทุกอย่างที่ถิงถิงซื้อมามันเป็นที่นิยมในโลกอนาคตเจ้าค่ะ บางอย่างมันก็แปลกประหลาดมากด้วย ส่วนรายละเอียดการใช้งาน พี่สาวไปอ่านเองเลยเจ้าค่ะ" เธอไม่ได้สนใจรายละเอียดเยอะขนาดนั้น เธออยากได้ก็แค่ซื้อมา ยังดีที่ในมิติของนายหญิงมีสิ่งของมีค่ามากมาย เธอสามารถเอาไปแลกเปลี่ยนมาได้ ต้องขอบคุณต้นไม้ทองคำที่ออกผลบ่อย ๆ เธอเลยเป็นภูตที่ร่ำรวยในโลกที่ไปเยือน
เจ้าหรูนั่งอ่านรายละเอียดของเครื่องที่เป็นเครื่องคล้าย ๆ เครื่องถ่ายเอกสาร แต่มีขนาดกะทัดรัด เครื่องสามารถสั่งพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ได้หลายอย่าง มีโปรแกรมให้เลือกมากมาย แค่เลือกโปรแกรมแบบฝึกหัดหรือโปรแกรมหนังสือว่าต้องการแบบไหน แล้วกดปุ่ม เครื่องจะทำงานโดยอัตโนมัติ เธอไม่ต้องมานั่งพิมพ์เองเลยด้วยซ้ำ มันสะดวกมากเลยทีเดียว ไม่จำเป็นต้องเติมหมึก แต่ต้องหากระดาษมาใส่เองเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นมีอยู่ในเครื่องครบหมดแล้ว
"ไม่น่าเชื่อว่ามันจะใช้ง่ายและสะดวกมากด้วย มีเครื่องนี้เครื่องเดียว พี่สาวก็สามารถทำหนังสือขายได้หลายแนวเลย มีโปรแกรมทำหนังสือเรียนหลายระดับ โปรแกรมมันครอบคลุมหนังสือหลายแนวมาก ๆ แต่ตอนนี้เราต้องหาแหล่งผลิตกระดาษ" ข้างนอกน่าจะมีโรงงานกระดาษ เธอค่อยไปหา แบบนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว
"อ๋อ... ถ้าเป็นกระดาษ... ถิงถิงมีเครื่องผลิตกระดาษ เพียงพี่สาวเอาต้นไม้ใส่เข้าไป มันก็จะออกมาเป็นกระดาษให้พี่สาวแล้ว" เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีเครื่องอย่างที่พี่สาวต้องการก็เสนอทันที
"โห... ถิงถิงใจดีมาก... ใจดีที่สุด!! ช่วยพี่สาวได้เยอะเลย" เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำหนังสือแบบเรียนขายก็จะศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดมากขึ้น หากมีทุกอย่างครบ เธอก็ไม่จำเป็นต้องตามหาโรงงานผลิตกระดาษแล้ว
"ถิงถิงจะให้ไปอย่างละห้าเครื่อง เครื่องผลิตกระดาษสามารถทำดินสอกับยางลบได้ด้วย แต่มันต้องใช้ต้นไม้ มีรายละเอียดบอก พี่สาวต้องไปศึกษาเอาเอง" เพราะเครื่องพวกนี้เธอขนมาเยอะมาก เธอสามารถแบ่งปันได้อยู่แล้ว จริง ๆ แล้วแค่สองเครื่องก็น่าจะพอแล้ว แต่เธอก็ยังให้สำรองไว้ด้วย
"ถ้าอย่างนั้นพี่สาวเลือกอันนี้แหละ เพราะถ้ายิ่งเดินดูเรื่อย ๆ พี่สาวก็อยากทำหลายอย่าง" ในเมื่อเธอมีความรู้ด้านภาษาหลายภาษา เธอก็จะทำสิ่งนี้ขายและนำไปเสนอตามกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นเอง
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ก็พากันออกมาข้างนอก ให้ถิงถิงเปิดมิติในสร้อยไข่มุกเพื่อเอาสิ่งของต่าง ๆ เก็บไว้ในนั้น ส่วนเธอก็นั่งอ่านรายละเอียด เพราะมันมีหนังสือบอกรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน
"พี่สาวมีเรื่องจะถาม... เรื่องของเด็กคนนั้น ได้ช่วยตามที่พี่สาวขอไว้ไหม" ถึงแม้จะบอกตัวเองว่ามาอยู่อีกโลกหนึ่งแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นห่วงพ่อหนุ่มน้อยของเธออยู่ดี
ก่อนจากมา... เธอขอให้ถิงถิงไปช่วยดูแลเขา เธออยากมอบทรัพย์สินหลายอย่างให้เขา เพื่อที่เขาจะได้มีทุนในการสร้างเนื้อสร้างตัว
"ก็ช่วยทำตามที่พี่สาวบอกนั่นแหละเจ้าค่ะ" สิ่งไหนช่วยได้ ถิงถิงก็ช่วยอยู่แล้ว
"ตอนนี้เขาจะยังเศร้าอยู่ไหม... " ครั้งแรกที่เธอเจอกับเขา เป็นวันที่แม่ของเขาจากโลกใบนั้นไป เด็กคนนั้นเลยอยู่ตัวคนเดียว พร้อมกับหนี้สินที่คนเป็นพ่อทิ้งไว้ให้อีกมากมาย
เขาสูญเสียคนที่ตัวเองรัก และยังถูกพ่อทิ้งไปพร้อมทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้เขาอีกด้วย บ้านที่เคยอยู่ก็ถูกยึด ไม่มีแม้แต่ที่จะนอน เขาถึงกับคิดจะจบชีวิตโดยการกระโดดน้ำในสวนสาธารณะที่เธอชอบไปนั่งอยู่เป็นประจำ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สู้ แต่เขาสู้จนหมดหนทางแล้ว เขาถูกบีบคั้นทุกทาง และยังจะมาสูญเสียคนที่ตัวเองรักอีก ถูกคนที่ตัวเองเคารพขายให้แม่ม่ายเงินหนาอีก ใครบอกว่ามีแต่ผู้หญิงถูกขาย เด็กผู้ชายที่หน้าตาดีบางครั้งก็ถูกขายด้วยเช่นกัน
เจ้าหรูได้ยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้หนี ซื้อคอนโดให้อยู่ แล้วยังคอยอยู่เป็นเพื่อนทุกครั้งที่มีเวลา พาเขาผ่านจุดที่โศกเศร้าที่สุดจนเขาสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ
จะบอกว่าปกติเลยก็ไม่ได้ เพราะเขาจะชอบมานั่งรอเธอที่สวนสาธารณะเป็นประจำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอจะมาได้ไหม แต่หากให้คิดอีกแง่หนึ่ง ที่เขามานั่งที่สวนสาธารณะเพราะมันอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลที่แม่เขามารักษาตัวก่อนที่จะเสียชีวิต
"พี่สาวรู้ไหมว่าแต่ละโลก วันเวลาแตกต่างกันไป พี่สาวมาอยู่ที่โลกนี้เดือนหนึ่ง แต่โลกที่พี่สาวจากมาผ่านมาหลายปีแล้วนะเจ้าคะ" บอกไปตามความเป็นจริง เพราะวันเวลาในแต่ละโลกแตกต่างกัน แล้วอีกอย่าง พี่สาวติดอยู่ในช่วงเส้นแบ่งความเป็นและความตายเป็นเวลานาน ถึงจะอยู่เพียงครู่เดียว แต่เวลาของโลกภายนอกนั้นผ่านไปนานหลายปี
"หากเป็นแบบนั้น... ก็เป็นเรื่องที่ดี ให้เขาเติบโต พี่สาวคนนี้จะได้หมดห่วง" มันเหมือนพอช่วยแล้ว เธอก็อยากจะช่วยให้ถึงที่สุด ถ้ารู้ว่าเขามีอนาคตที่ดีแล้ว เธอก็หมดห่วงเท่านั้นเอง
ถิงถิงส่ายหน้าไปมา อยากจะบอกเหลือเกินว่า... พี่สาวไม่ยึดติด แต่เด็กหนุ่มคนนั้นยึดติดกับพี่สาวอย่างมาก กว่าจะผ่านไปได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาเลย
แต่ถิงถิงรู้ดีว่าสิ่งไหนควรพูดหรือไม่ควรพูด จึงได้แต่เงียบและช่วยพี่สาววางแผนลู่ทางทำมาหากินต่อ โดยไม่พูดถึงเรื่องเด็กหนุ่มคนนั้นอีก...
ตอนที่ 46 บทส่งท้ายตอนนี้เจ้าหรูท้องได้ 5 เดือนแล้วช่วงเวลาที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ครอบครัวลู่กับครอบครัวหลินถูกจับและถูกส่งไปรับโทษแทบหมดตระกูล จะเหลือก็แต่สะใภ้ เด็กตัวเล็ก กับลูกชังที่ครอบครัวไม่สนับสนุนไม่ใส่ใจ แยกตัวตัดขาดออกจากครอบครัวไปอยู่ที่อื่นนานแล้วเลยรอดจากการลงโทษเจ้าหรูไม่ได้รู้จักทุกคน เธอรู้จักเพียงบางคนเท่านั้น พ่อเฒ่าหลิวไม่ได้ถูกยิงเป้า แต่ลูกชายคนโตกับคนรองเป็นคนได้รับโทษ เพราะข้อหาทุจริต ส่วนคนอื่น ๆ ถูกส่งไปใช้แรงงาน แต่ละคนรับโทษไม่เท่ากัน เท่าที่รู้คือไม่มีใครต่ำกว่า 10 ปี ที่สำคัญยึดทรัพย์สินทั้งหมด ลูกหลานที่ไม่โดนลงโทษก็ต้องย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่ทันทีครอบครัวลู่ถูกตัดสินยิงเป้าหนึ่งคน นอกนั้นถูกส่งไปใช้แรงงานไม่ต่ำกว่า 10ปีเช่นเดียวกัน ทรัพย์สินก็ถูกยึดจนหมด และยังเป็นหนี้รัฐบาลอ
ตอนที่ 45 ข่าวดีหรือไม่ดี"อ้าว... ทำไมทุกคนมาอยู่ที่นี่กันหมด" เจ้าหรูเปิดประตูเข้ามาเห็นทุกคนในครอบครัวมานั่งอยู่เต็มห้องพัก แล้วยังหันมามองเธอเป็นตาเดียวอีกด้วย"เป็นไงบ้าง... บอกเลย ข่าวดีหรือไม่ดี" ซูเยว่ก็รีบเข้าไปหาเพื่อนพร้อมทั้งเขย่าแขนให้เพื่อนรีบบอกข่าว"ข่าวดี... " เจ้าหรูบอกไปพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ใช่แล้ว!! เธอกำลังตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์!!"โอ๊ย...ในที่สุด!! ก็มาสักที ดีใจ! ดีใจ! ดีใจ! " ซูเยว่ร้องขึ้นพร้อมทั้งกอดเจ้าหรูด้วยความดีใจ นี่คือเรื่องน่ายินดีของครอบครัวกู้เลยก็ว่าได้"แม่ดีใจทำไม" เจินเจินไม่เข้าใจ อยู่ ๆ แม่ก็พูดว่าดีใจ ดีใจ ยินดีกับอาเล็ก ยินดีเรื่องอะไร... เธอไม่เข้าใจจริง ๆ"ใช่... ป้าใหญ่ดีใจเรื่องอ
ตอนที่ 44 เฝ้ารออย่างใจจดจ่อวันนี้มีงานเทศกาลจัดขึ้นในตัวเมืองทำให้สองสาวที่ช่วงนี้เห่อการเป็นช่างภาพอยากไปถ่ายภาพที่งานเทศกาล พวกเธอต่างพากันตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้น"แม่หมวยจ๋า... พ่อจ๋ากลับวันไหน หนูหักนิ้วนับแล้วพ่อจ๋าต้องกลับมาวันนี้ไม่ใช่เหรอจ๊ะ" พ่อบอกไว้แบบนั้น แต่ทำไมวันนี้พ่อยังไม่มาอีก!!"พ่อจ๋าบอกกลับวันนี้ แต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยนะ" เจ้าหรูหัวเราะกับคนคิดถึงพ่อ ถามทุกวันทั้งที่รู้ว่ายังไม่ถึงกำหนดวันที่พ่อจะกลับ แต่ขอให้ได้พูดถึง ได้ถามหาก็ยังดี"น่าจะกำลังเดินทางเนอะ ๆ " อิงอิงพูดแล้วพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเองเจ้าหรูหัวเราะเบา ๆ กับการพูดเองเออเองพยักหน้าหงึกหงักเองอีกด้วย เธอก็คิดว่าวันนี้ หากไม่ได
ตอนที่ 43รอดูผลงานเว่ยหยางลงมือก่อนถึงวันที่กำหนด เพราะมันคือแผนใหม่ที่เขาเพิ่งคิดได้ และแผนนี้ไม่จำเป็นต้องรอเวลาเหมือนแผนของพี่ชาย เขาสั่งให้คนไปปล้นคลังสินค้าอีกที่หนึ่งที่เป็นของรัฐบาลถึงแม้ตอนแรกเขาจะไปปล้นคู่แข่งของตระกูลลู่ แต่เขาคิดว่าเรื่องมันอาจไม่ใหญ่พอ หากเป็นธุรกิจของรัฐบาลมาร่วมน่าจะดีกว่า เล่นทั้งทีเอาใหญ่ ๆ หน่อย มันจะได้น่าจดจำแน่นอนว่าเขาไม่กลัวว่าคนของรัฐบาลจะสาวมาจนถึงตัวเขา เพราะหากเขาเตรียมหลักฐานไว้ให้พร้อม จะไม่มีใครตามสืบต่อแน่นอน รัฐบาลไม่มีกำลังคนและกำลังเงินมากพอทุกอย่างต้องอาศัยงบประมาณ หากมีหลักฐานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสืบต่อให้เปลืองงบและแน่นอนว่าเว่ยหยางมีหลักฐานให้ทางการเอาผิดตระกูลลู่อย่างแน่นอน ถึงแม้หลักฐานนั้นจะเป็นหลักฐานจริงและหลักฐานปลอมก็ตาม
ตอนที่ 42 เปลี่ยนแผนวันนี้เจ้าหรูจัดอุปกรณ์การเรียนเตรียมให้ตาหม่าเพื่อนำเอาไปบริจาคให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เธอมีหน้าที่จัดเตรียมเพียงเท่านั้นเพราะเธอไม่สะดวกที่จะไปเอง จึงต้องให้ตาหม่าเป็นคนดำเนินการเรื่องนี้เหมือนเดิม"แค่คาเฟยก็ขมพอแล้ว... ไม่ต้องเพิ่มความหน้าบึ้งเข้าไปก็ได้" เจ้าหรูหยอกเย้าเพื่อให้เพื่อนอารมณ์ดีขึ้น"ใครจะไปอารมณ์ดีได้" ตั้งแต่มีเรื่องของพี่ชาย ทำให้เธอคิดมากพอสมควร เรื่องเงินหาทางออกได้แล้ว โดยทางครอบครัวสามีออกเงินให้ และให้พี่ชายของเธอทำงานใช้หนี้โดยหักจากเงินเดือนที่จะได้รับถึงแม้ในตอนนี้พี่ชายไม่ได้มีเรื่องชู้สาวกับลู่หลิน แต่พี่ชายก็เลือกที่จะหย่าขาดให้มันจบ เพราะแบบนี้เลยทำให้ยิ่งสงสัย ตั้งแต่ตอนแรกพี่ชายไม่ยอมหย่า แต่ครั้งนี้เขายอมหย่า ทั้งยังเต็มใจจ่ายเงินให้อดีตภรรยาอีกด้วย เธอกลัวว่าพี่ชายห
ตอนที่ 41อยากไต่ขึ้นที่สูงNc+++จากเรื่องราวที่เจ้าหรูรับรู้มาเมื่อตอนกลางวัน เธออยากให้ถึงเวลาก่อนที่จะเข้านอนแทบไม่ไหวเพราะต้องการถามข้อมูลบางอย่างจากสามี..."หมวยมีอะไรหรือเปล่าครับ" เมื่อเดินออกจากห้องน้ำแล้วเห็นคนตัวเล็กจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตา จึงทำให้เขารู้ตัวในทันทีว่าภรรยามีเรื่องที่จะพูดกับเขาแน่ ๆ"เรื่องพี่ชายซูเยว่กับลู่หลินเป็นเรื่องจริงไหม" ตอนที่ไปหาลูกที่ห้องนอนใหญ่ ได้เห็นสีหน้าเพื่อนแล้วรู้ได้ทันทีว่ายังไม่ได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนั้นแน่ ๆ"ทั้งสองรู้จักกันครับ สนิทกันในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีอะไรลึกซึ้ง" หากหมวยถาม เขาไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้ว"มีแนวโน้มว่าจะจริง... หากเป็นเรื่องจริงนี่คือเรื่องใหญ่เลยนะ" หากใช่เรื่องจริง ลู





![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

