ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย

ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้เดียวดาย

last updateDernière mise à jour : 2026-05-31
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
133Chapitres
3.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

‘นี่มันที่ไหน?’ ดวงตาของอดีตสายลับจากศตวรรษที่ 20 กวาดมองไปรอบๆ พบว่าตนเองอยู่ในห้องกว้างขวางประดับอย่างหรูหราแต่ออกจะดูโบราณไปนิด และไม่ทันได้คิดมากไปกว่านั้น คลื่นความทรงจำปะทะเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง ทำให้ต้องขมวดคิ้วมุ่น ก่อนหน้านี้ นางกำลังปฏิบัติภารกิจสุดท้าย ก่อนถูกศัตรูจับได้และจบชีวิตลง… ทว่าบัดนี้นางกลับมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในยุคโบราณ! ที่สำคัญ เป็นถึงองค์หญิงที่ถูกส่งไปอภิเษกสมรสต่างแคว้น ยิ่งไปกว่านั้น! นางอยู่ในร่างองค์หญิงที่ไร้่ความทรงจำของเจ้าของร่าง ข้ารับใช้จากแคว้นเดียวกันทำตัวราวเป็นเจ้านายเสียเอง ไหนจะจดหมายตัดพ้อของเจ้าของร่างเดิมที่มาพร้อมการตายอย่างปริศนา หรือเเม้กระทั่งผู้คนที่แม้ไม่เคยพบหน้าก็สามารถรู้ตัวตนของนางเพียงเเค่ได้สบตา… ก็เพราะเจ้านัยน์ตาสีฟ้าแสนโดดเด่นนั่นล่ะ! หนีไปพร้อมเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเช่นนี้ สายลับก็สายลับเถอะ คงถูกจับได้ตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าออกจากวังแล้วกระมัง!

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บทนำ

คืนดึกสงัด แสงจันทร์ถูกกลืนหายไปในเมฆดำ ความเงียบปกคลุมทั่วตำหนักแห่งนี้ ตำหนักงดงามโอ่อ่ากลับดูมืดมนราวกับตำหนักร้างเมื่อเข้าสู่ยามกลางคืน

ภายในห้องบรรทม องค์หญิงสามแห่งแคว้นเย่นั่งอยู่เพียงลำพัง ร่างบางใต้ชุดสีขาวบริสุทธิ์นั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ รอบกายมีเพียงเงามืดเป็นสหายรัก ใบหน้างดงามราวหยกบัดนี้ไร้สีเลือด ดวงตาคู่งามจับจ้องความว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณถูกดูดกลืนไปแล้ว

ความเงียบรอบข้างสะท้อนความทุกข์ในใจของนางอย่างเด่นชัด

เพียงคิดถึงความจริงที่เพิ่งล่วงรู้ หัวใจที่เคยอ่อนโยนก็ถูกบีบคั้นจนเจ็บราวกับมีมือเย็นเยียบกำเอาไว้

องค์หญิงจากแคว้นเย่ของตน มาเพื่ออภิเษกเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นฉี ความจริงที่ตนถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยเมืองของตนนี้ยังไม่เจ็บปวดเท่าความจริงที่เพิ่งล่วงรู้เลย...

ท่ามกลางความมืดมิดนี้ ร่างบางปลิวลมค่อยๆ ลุกขึ้นจากตั่งด้วยท่าทีเชื่องช้าไม่ต่างจากคนไร้วิญญาณ ไม่มีแววลังเลในดวงตา แม้กายจะอ่อนล้าแต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งมั่น วันนี้นางมีสิ่งที่ต้องทำ

เวลาล่วงเลยสู่ยามโฉ่ว (01.00 – 02.59 น.) องค์หญิงสามเย่ย่องออกจากห้องบรรทมของตำหนักรับรองในแคว้นฉี

...ไร้ซึ่งนางกำนัลเฝ้าเช่นเคย นางเดินเลียบกำแพงมืด หลบสายตาองครักษ์ที่เฝ้าด้านหน้าตำหนัก ก่อนจะลอบเร้นไปยังจุดนัดหมาย

ใต้ร่มเงาต้นเหมยเก่าแก่ ขันทีสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว นางก้าวเข้าไปใกล้ น้ำเสียงเย็นเยียบเมื่อเอ่ยถามอย่างไม่รีรอ

“ได้เรื่องหรือไม่?”

“เรียบร้อยพะยะค่ะ”

ขันทีคนหนึ่งก้มหน้ารายงาน นางมิได้พูดอะไรอีก เพียงพยักหน้าแล้วหมุนตัวจากไปเงียบๆ

จุดหมายของนางคือโรงเก็บฟืน ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงครัวเล็กของวังหลวง เมื่อมาถึง นางเปิดประตูไม้เก่าเอี๊ยดอ๊าดเข้าไป ภายในนั้นมีเพียงตะเกียงหนึ่งดวงให้แสงสลัว และร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น เขาหายใจหนักหน่วง ใบหน้าขาวซีดจากพิษยากำหนัดที่สองขันทีบังคับให้กิน

เงาตะคุ่มของร่างบุรุษดูไร้เรี่ยวแรง ร่างกายกำยำที่ดูสง่างามแม้ท่ามกลางความมืดนี้ทำให้องค์หญิงสามมองเขาค้างไปชั่วขณะ ก่อนดวงตาไร้ซึ่งความรู้สึกของนางนั้นกลับมาฉายวาบอีกครั้ง

...นางมิสนใจว่าเขาเป็นใคร มิสนใจว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สิ่งเดียวที่นางต้องการคือทำตามแผนให้สำเร็จ นางคุกเข่าลง ปลดชุดสีดำของบุรุษผู้นี้โดยไร้ซึ่งความลังเล

ท่ามกลางความมืดนี้

เสียงลมหายใจแผ่วเบา...

เสียงลมกระทบกระเบื้องหลังคา...

และเสียงผ้าที่ถูกถอดออกทีละชิ้นดังแผ่วเบา

...ล้วนบ่งบอกถึงเรื่องที่กำลังเกิดที่มิอาจหวนคืน

ไม่มีเสียงครวญคราง ไม่มีความเร่าร้อนของรสสวาทที่สุขสม มีเพียงความเย็นชาของหญิงหนึ่งและร่างอันอ่อนแรงของบุรุษผู้หนึ่งที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัว

เมื่อทุกอย่างจบลงตามแผน นางลุกขึ้น สวมชุดคืนสู่ร่างอย่างสงบ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของแผนการ

ก่อนเดินจากไปนั้น องค์หญิงสามเย่ที่บรรลุเป้าหมายก็ไม่คิดใช้คนโดยไม่ตอบแทน นางหยิบห่อยาล้ำค่าของตนขึ้นมาพร้อมกรอกผงเหล่านั้นใส่ปากของบุรุษที่มีชะตากรรมน่าเวทนาอย่างไม่นึกเสียดาย

ผงยาสารพัดประโยชน์นี้สามารถแก้พิษทุกชนิดได้ หากเป็นพิษร้ายแรงก็จะบรรเทาลงอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งนี้มีเพียงเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเย่เท่านั้นจะมีในครอบครอง และมีเพียงหนึ่งห่อด้วย!

นางไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ใช้แล้ว หากมอบให้ผู้อื่นก็คงมีประโยชน์มากกว่า...

น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงอาบแก้มขณะลุกและเดินออกมาจากโรงเก็บฟืน ดวงตาขององค์หญิงผู้เดียวดายยังคงแน่วแน่ นางมิได้สะอื้น ไม่ได้หันกลับไปมองร่างที่นอนแน่นิ่งนั้นแม้แต่น้อย

ในห้องอับแสง บุรุษที่นอนนิ่งบนพื้นขยับเปลือกตาเล็กน้อย ความมึนงงผสมกับโทสะเดือดดาล ดวงตาคมเปิดปรือขึ้นทีละน้อย แม้ร่างกายยังไร้เรี่ยวแรง แต่ริมฝีปากกลับพยายามขยับเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก

บังอาจนัก…!”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

มายุมายูมายา
มายุมายูมายา
มีใครรอเรื่องนี้อยู่ไหมค้าาาาา
2026-04-12 22:47:36
0
0
133
บทนำ
บทนำคืนดึกสงัด แสงจันทร์ถูกกลืนหายไปในเมฆดำ ความเงียบปกคลุมทั่วตำหนักแห่งนี้ ตำหนักงดงามโอ่อ่ากลับดูมืดมนราวกับตำหนักร้างเมื่อเข้าสู่ยามกลางคืนภายในห้องบรรทม องค์หญิงสามแห่งแคว้นเย่นั่งอยู่เพียงลำพัง ร่างบางใต้ชุดสีขาวบริสุทธิ์นั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ รอบกายมีเพียงเงามืดเป็นสหายรัก ใบหน้างดงามราวหยกบัดนี้ไร้สีเลือด ดวงตาคู่งามจับจ้องความว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณถูกดูดกลืนไปแล้วความเงียบรอบข้างสะท้อนความทุกข์ในใจของนางอย่างเด่นชัดเพียงคิดถึงความจริงที่เพิ่งล่วงรู้ หัวใจที่เคยอ่อนโยนก็ถูกบีบคั้นจนเจ็บราวกับมีมือเย็นเยียบกำเอาไว้องค์หญิงจากแคว้นเย่ของตน มาเพื่ออภิเษกเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นฉี ความจริงที่ตนถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยเมืองของตนนี้ยังไม่เจ็บปวดเท่าความจริงที่เพิ่งล่วงรู้เลย...ท่ามกลางความมืดมิดนี้ ร่างบางปลิวลมค่อยๆ ลุกขึ้นจากตั่งด้วยท่าทีเชื่องช้าไม่ต่างจากคนไร้วิญญาณ ไม่มีแววลังเลในดวงตา แม้กายจะอ่อนล้าแต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความตั้งมั่น วันนี้นางมีสิ่งที่ต้องทำเวลาล่วงเลยสู่ยามโฉ่ว (01.00 – 02.59 น.) องค์หญิงสามเย่ย่องออกจากห้องบรรทมของตำหนักรับรองในแคว้นฉี...ไร้ซึ่งนางกำน
Read More
บทที่ 1
บทที่ 1 แน่ใจ! ว่าข้าคือองค์หญิงช่วงสายวันหนึ่ง ณ ห้องบรรทมในตำหนักรับรองของวังหลวงแคว้นฉีบนเตียงหรูหราประดับม่านบางสีอ่อน ร่างขององค์หญิงสามจากแคว้นเย่ เย่ซือหนิงนอนแน่นิ่งอยู่ ใบหน้าซีดเซียวราวไร้ชีวิต ทว่าเพียงครู่หนึ่ง เปลือกตานางค่อยๆ ขยับ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความงุนงง‘นี่มันที่ไหน?’ดวงตาของนางกวาดมองไปรอบๆ พบว่าตนเองอยู่ในห้องกว้างขวางประดับอย่างหรูหราแต่ออกจะดูโบราณไปนิดและไม่ทันได้คิดมากไปกว่านั้น คลื่นความทรงจำปะทะเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง ทำให้ต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างกายนี้ไม่ใช่ของตนก่อนหน้านี้ นางยังคงเป็นสายลับขององค์กรลับแห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 20 กำลังปฏิบัติภารกิจสุดท้าย ก่อนถูกศัตรูจับได้และจบชีวิตลง… ทว่าบัดนี้เมื่อลืมตาอีกครั้ง นางกลับมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในยุคโบราณ!ที่สำคัญหญิงสาวนางนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นองค์หญิงลำดับที่สาม จากแคว้นเย่ เย่ซือหนิง ที่เดินทางมาพักอยู่ที่แคว้นฉีเพื่อรอกำหนดการอภิเษกสมรสกับองค์รัชทายาทแคว้นฉีในตำแหน่งชายายังไม่ทันได้ตั้งตัวคิดพิจารณาความทรงจำอันแสนน้อยนิดที่ติดมาตอนนี้ เสียงจากนอกห้องข้างหน้าก็ดังขึ้น“สายมากแล้ว อง
Read More
บทที่ 2
บทที่ 2 นางถูกใครปลิดชีพกันแน่สองวันผ่านไป ซือหนิงใช้เวลาช่วงที่อยู่ในบทลงโทษของซูกูกูนี้เพื่อตั้งตัว นางเฝ้าสังเกตคนรอบกายและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้ให้มากที่สุดเพราะความทรงจำที่มีนั้นเป็นเพียงนามและคนผู้นั้นคือใครยามเจอหน้าเท่านั้น ซือหนิงเรียกนางกำนัลส่วนตัวที่ดูแลภายในตำหนักมาพบในบางที มีนางกำนัลเซียวซึ่งเป็นคนจากแคว้นเย่ และอีกสองคนที่เป็นนางกำนัลจากแคว้นฉี ได้แก่ ซินเยว่และลี่หมิงสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือ นางกำนัลกลุ่มที่มาจากแคว้นเย่อันเป็นแคว้นเดียวกันกลับปฏิบัติต่อนางอย่างไม่ให้ความเคารพแม้แต่น้อย ต่อหน้าคนของแคว้นฉีพวกนางยังแสร้งเป็นข้ารับใช้ที่ดี ทว่าลับหลังกลับทำราวกับนางมิใช่องค์หญิง ซือหนิงใช้เวลาเพียงไม่นานก็สรุปได้ว่า คนที่นางพึ่งพาได้คือคนของแคว้นฉี หาใช่คนของแคว้นเย่ไม่แต่เรื่ององค์หญิงร่างเดิมปลิดชีพตนเองหรือคนฝ่ายไหนเป็นผู้ลงมือนั้นย่อมเป็นคนละเรื่อง...จากการสืบเสาะข้อมูลเพิ่มเติมจากการสอบถาม นางพบว่าร่างนี้เป็นพระธิดาของฮ่องเต้แห่งแคว้นเย่กับนางบำเรอจากต่างแคว้น ดวงตาสีฟ้าของนางแตกต่างจากคนอื่นที่ล้วนมีนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหรือดำ มันคือเครื่องหมายที่ทำให้ร่
Read More
บทที่ 3
บทที่ 3 ฝีปากใครดีผู้นั้นชนะ!เช้าวันต่อมา วันนี้สิ้นสุดบทลงโทษของซูกูกูแล้ว อากาศยามเช้าในตำหนักรับรองสดชื่นเป็นพิเศษ นางกำนัลจากวังหลวงนามซินเยว่ก็เข้ามานำอ่างน้ำมาให้ซือหนิงล้างหน้าเช่นเคยจากมุมหางตา ซือหนิงสังเกตเห็นซูกูกูยืนอยู่ห่างออกไป สีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายแตกต่างจากตอนที่ไม่มีคนของแคว้นฉีอยู่ด้วย ตอนนี้ดูเรียบนิ่ง มีความนอบน้อมตามมารยาท ทว่าในแววตากลับซ่อนความขุ่นเคืองเอาไว้อย่างแนบเนียนเมื่อซินเยว่ทำเสร็จตามหน้าที่แล้วก็เตรียมจะเดินออกไปซือหนิงลอบยิ้ม ก่อนจะเรียกซินเยว่ไว้ "มื้อเช้าวันนี้มีอะไรทานบ้าง?"ซินเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะประหลาดใจเพราะปกติแล้วองค์หญิงมิเคยได้ถามเช่นนี้ นางก้มหน้าตอบตามหน้าที่ทันที"มีข้าวต้มธัญพืชเพคะ องค์หญิงมีพระประสงค์อยากให้เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมอะไรหรือไม่เพคะ?"จากหางตา ซือหนิงจับได้ว่าซูกูกูที่ยืนอยู่นั้นคงกำลังอดกลั้นไม่พอใจที่ตนข้ามหน้าข้ามตาไปสั่งการโดยตรง แต่นางทำเป็นไม่สนใจ ยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง"ข้าอยากได้อาหารที่มีเนื้อสัตว์เยอะหน่อย และให้นำไปตั้งไว้ที่ศาลากลางสระน้ำ ข้าอยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ อยู่แต่ในห้องนอนนี
Read More
บทที่ 4
บทที่ 4 ความอยากรู้สร้างเรื่องหลังจากจบสงครามฝีปากของสตรีแล้ว ซือหนิงก็สั่งให้เมื่อซินเยว่เก็บสำรับอาหารออกไป ซูกูกูก็เดินเข้ามาหาซือหนิงทันที ทว่ากลับยังเว้นระยะห่างเล็กน้อยราวกับหวาดระแวงบางอย่าง นางกล่าวเสียงแฝงความสะใจเล็กน้อย"องค์หญิงเพคะ หากพระองค์ดำริจะอยู่ในวังหลวงและอภิเษกกับองค์รัชทายาทอย่างราบรื่นแล้วล่ะก็ ควรเอาใจคุณหนูใหญ่หวงผู้นี้เอาไว้ดีกว่านะเพคะ นางเป็นคุณหนูที่มีโอกาสขึ้นเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทมากที่สุดแล้วในขณะนี้... มีโอกาสมากกว่าพระองค์ด้วยซ้ำ"ซือหนิงฟังแล้วก็เข้าใจทันที ...ที่แท้ก็ว่าที่เมียหลวงหาเรื่องว่าที่เมียน้อยนั่นเอง...แม้คำแนะนำกึ่งเหน็บแนมของซูกูกูจะทำให้นางเข้าใจความจริงแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องทำตาม เพราะนางไม่ได้คิดจะขึ้นเป็นชายาขององค์รัชทายาทเสียหน่อย อีกอย่างในลิสต์ผู้ที่มีความเป็นไปได้ที่จะต้องการปลิดชีพองค์หญิงสามฉีนั้น ก็มีองค์รัชทายาทผู้นี้อยู่ในลิสต์ผู้ต้องสงสัยสำหรับนางด้วยซ้ำซือหนิงไม่คิดตอบนางหมุนตัวเพื่อกลับไปยังห้องนอนของตน"ข้าจะเข้าไปนอนพักช่วงสายสักหน่อย ไม่ต้องเฝ้าหรอกมีอะไรก็ไปทำเถอะ"ซูกูกูจ้องนางอย่างสงสัยชั่วครู่
Read More
บทที่ 5
บทที่ 5 เจตนาของบุรุษผู้นี้ช่าง...ซือหนิงเดินตามฉีหนานหวังไปอย่างเงียบ ๆ แต่ภายในใจของนางพยายามคิดหาหนทางปลีกตัวออกจากสถานการณ์นี้อยู่ตลอดเวลา บุรุษผู้นี้ก็เดินนำไปอย่างเชื่องช้าเสียจริง เขาไม่เร่งรีบใด ๆ ทำให้นางต้องคอยชะลอฝีเท้าตามโดยไม่ให้ดูเร่งร้อนเกินไปเช่นกันนางเหลือบตามองไปทางสตรีที่เดินเคียงข้างฉีหนานหวัง ซูลี่ชายารองของเขา สีหน้าของนางแม้จะเรียบนิ่งแต่ก็ไม่อาจซ่อนความขัดใจไว้ได้ กระนั้นกลับไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกจากริมฝีปากของนาง ทั้งสี่เดินต่อไปโดยไม่มีใครพูดอะไรแต่ดูเหมือนสวรรค์จะเล่นตลกกับซือหนิงเสียแล้ว!เส้นทางที่ฉีหนานหวังพานางไปนั้น ดันผ่านสวนในเขตตำหนักขององค์รัชทายาท ตำหนักตะวันออก และก็เป็นอย่างที่นางไม่อยากให้เกิดขึ้น กลุ่มของพวกนางต้องเดินผ่านศาลาที่มีบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งดื่มชาอยู่กับคุณหนูหวง!ซือหนิงพยายามเดินให้ชิดร่มไม้ หวังจะไม่เป็นจุดสนใจ ทว่าแผนการของนางกลับล้มเหลว เพราะฉีหนานหวังจงใจเดินเข้าไปทักสองคนนั้นโดยตรง"ดื่มชาอันใดหรือ กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล"เสียงของฉีหนานหวังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทว่ากลับทำให้บรรยากาศโดยรอบตึงเครียดขึ้นทันทีองค์รัชทายาทแค
Read More
บทที่ 6
บทที่ 6 สหายวัยเยาว์ขององค์หญิงหลายวันต่อมา ในที่สุดความพยายามของซือหนิงก็เป็นผล วันนี้นางไปอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดประจำขององครักษ์หลี่และก็ได้พบกับเขาแล้วหลี่เจ๋อหานที่ยืนเฝ้ายามอยู่ คำนับให้นางอย่างนอบน้อมและก็ก้มหน้าหลบเลี่ยง ไม่ยอมสบตา เป็นกิริยาที่ข้ารับใช้จากแคว้นเย่ที่ติดตามมาไม่มีใครทำ ซือหนิงมองท่าทางนั้นแล้วก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงสนิทสนมอย่างจงใจ"เจ๋อหาน" นามนี้โผล่ขึ้นมาในความทรงจำขององค์หญิงร่างเดิมนี้...เมื่อได้ยินเสียงเรียกนามอันแสดงออกถึงความสนิทสนมนี้ เจ๋อหานก็ดูเหมือนชะงักเล็กน้อย ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกเกราะสั่นไหวเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมานิ่งเฉยเช่นเดิม"องค์หญิงมีรับสั่งอันใดพะยะค่ะ?"ซือหนิงยิ้มบาง ๆ ส่ายหน้าไม่ตอบอะไร นางเดินผ่านหน้าเขาไปเหมือนจะจากไปแล้ว ทว่าเดินไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างของนางก็โซเซก่อนจะล้มลงไปด้านหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว"โอ๊ะ!"นางร้องออกมาเสียงดังแสร้งทำเป็นสะดุดก้อนหิน ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวราวกับเจ็บปวด ดวงตาสีฟ้าใสเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นแต่ก็ฝืนกลั้นไว้อยู่องครักษ์หลี่ที่ยืนอยู่ใกล้ รีบเข้าประคองนางใ
Read More
บทที่ 7
บทที่ 7 รายการอาหารใหม่เพื่อซูกูกูโดยเฉพาะหลังจากแยกจากองครักษ์หลี่แล้ว ซือหนิงก็พบซูกูกูกำลังยืนรออยู่ที่บริเวณหน้าห้องบรรทมของนาง ใบหน้าของซูกูกูฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน ไม่มีคนของแคว้นฉีอยู่แถวนี้ เช่นนั้นซูกูกูจึงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นเคารพองค์หญิงของตน"พระองค์เสด็จไปที่ใดมาเพคะ?" ซูกูกูเอ่ยถาม น้ำเสียงกดต่ำ "เหตุใดจึงไม่พานางกำนัลเซียวไปด้วย?"ซือหนิงลอบหัวเราะเยาะในใจ ‘หากข้าพานางไปด้วย ข้าก็ถูกจับตามองหมดสิ’"ที่นี่ข้าคือเจ้านาย ซูกูกูต้องการให้ข้าย้ำเรื่องนี้กี่ครั้งกัน? อีกอย่าง ข้าเพียงเดินออกไปไม่นาน ไยต้องมีผู้ติดตามด้วย?"กล่าวจบซือหนิงก็เดินเข้าห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบอื่นใดอีก ขณะที่ซูกูกูยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสงสัย นางรับรู้ได้ชัดว่าองค์หญิงซือหนิงเปลี่ยนไปอย่างมาก จากที่เคยเป็นเพียงองค์หญิงที่เชื่อฟังและไม่เคยต่อต้าน กลับกลายเป็นผู้ที่กล้าพูดสวนตนโดยตรงซูกูกูขมวดคิ้วแน่น ความไม่ไว้วางใจทวีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น นางมั่นใจว่าเมื่อครู่องค์หญิงซือหนิงไม่ได้อยู่ภายในเขตตำหนักรับรอง เพราะก่อนหน้านี้นางได้เดินสำรวจทั่วแล้ว ไม่พบองค์หญิงแม้
Read More
บทที่ 8
บทที่ 8 เรื่องบังเอิญที่จงใจหลังจากที่ซือหนิงลดขั้นซูกูกูให้ออกไปทำงานเป็นนางกำนัลชั้นนอกผู้มีหน้าที่ทำความสะอาดตำหนักและให้คนของนางจับตาดูพฤติกรรมของซูกูกูและข้ารับใช้ที่มาจากแคว้นเย่ต่อ นางก็ใช้ชีวิตในตำหนักรับรองได้ง่ายขึ้นมาก หลังจากวันนี้ซูกูกูก็คงไม่กล้าส่งสารสำคัญอันใดกลับไปยังคนแคว้นเย่อีกแล้วซือหนิงสามารถเรียกตัวหลี่เจ๋อหานมาพูดคุยได้โดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีใครคอยจับตามองมากเท่าก่อนหน้านี้อีกด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา ซือหนิงได้รับรู้เรื่องราวขององค์หญิง ซือหนิงร่างเดิมมากมาย นางก็ได้รู้ความจริงหลายเรื่องที่ไม่สามารถอ่านได้จากหนังสือที่มีเป็นความจริงเกี่ยวกับอดีตของร่างนี้องค์หญิงซือหนิงในวัยสิบแปดปีถูกส่งมาแคว้นฉีเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง หน้าที่หนึ่งเดียวของนางคือทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อภิเษกกับองค์รัชทายาทแคว้นฉี ซึ่งเป็นคำสั่งที่ได้รับจากฮองเฮาแคว้นเย่ ผู้ที่เลี้ยงดูนางมาเพื่อเป้าหมายนี้ตั้งแต่เยาว์วัยน่าแปลกตรงที่เหตุใดฮองเฮาแคว้นเย่ถึงได้คาดหวังตำแหน่งว่าที่ฮองเฮาในอนาคตได้กัน แคว้นเย่ไม่หาเรื่องให้แคว้นตนเองโดยการแต่งสตรีจากแคว้นอื่นเป็นฮองเฮาหรอก หากไม่โลกสวยเช่น
Read More
บทที่ 9
บทที่ 9 ข้อเสนอขององค์หญิงผู้เดียวดายยามจื่อ (23.00 – 00.59 น.) แสงจันทร์เหลืองทองทอดเงาลงบนพื้นศาลาที่เคยไร้ผู้คน ไฟตะเกียงมุมเสาริบหรี่เพราะแรงลม ท่ามกลางความเงียบสงัดในยามค่ำคืน มีเพียงเสียงแมลงดังแว่วแทรกบรรยากาศตึงเครียดซือหนิงนั่งสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้ เนื้อผ้าไหมสีอ่อนพริ้วไหวตามลม นางเอนกายพิงพำนักเก้าอี้ ใช้ปลายนิ้วไล้ถ้วยน้ำชาพลางทอดสายตาออกไปยังความมืด"องค์หญิงแน่พระทัยหรือพะยะค่ะ ว่าองค์รัชทายาทจะเสด็จมาตามที่ทรงนัด?"เสียงทุ้มของหลี่เจ๋อหานทำลายความเงียบ เขายืนกอดอกอยู่ด้านข้าง น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความกังวล เพียงแค่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดซือหนิงจึงมั่นใจนัก ถึงขนาดรออยู่ที่ศาลาร้างนี้มีนานเกือบครึ่งชั่วยามเห็นจะได้ซือหนิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบ "ถ้าถามว่าข้ามั่นใจเต็มสิบหรือไม่…คำตอบก็คงไม่..."หลี่เจ๋อหานขมวดคิ้ว "เช่นนั้น---""แต่ข้ามั่นใจมากกว่าครึ่งว่าเขาจะมา..." นางกล่าวพลางไล้นิ้วบนถ้วยน้ำชาเบา ๆ "ข้าไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะเมินเฉยต่อเรื่องที่เกี่ยวกับตำแหน่งขององค์รัชทายาทหรอก..."หลี่เจ๋อหานยังคงเงียบ แต่ดวงตาของเขาสะท้อนแววเข้าใจเพิ่มขึ้นซือหนิงยิ้มมุมปาก “หากข้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status