로그인“เป็นอะไรไหม?”เสียงทุ้มเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมที่รับรู้ได้ว่าผมกำลังอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของเจ้าของเสียงที่เอ่ยถามผมก็ค่อยๆลืมตามามองหน้าผู้ชายคนตรงหน้า
ใบหน้าเรียวเล็กหน้าตาคมเข้มนัยน์ตาสีดำแต่แวบหนึ่งเหมือนเป็นสีเหลือง จมูกโด่งใบหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันมาก มากจนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่กำลังเป่ารินรดใบหน้าของผมอยู่ ลมหายใจของเขา หอมดีจัง เราสองคนเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งภวังค์ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัวเหมือนหยุดแน่นิ่งไปเหมือนเวลาหยุด เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างหยุดหมด แต่สิ่งที่กำลังเต้นรัวเร็วอยู่ในตอนนี้คือ หัวใจของผมและของเขาคนนี้ พรึบ “เอ่อ…เอ็งไม่เป็นไรใช่ไหม?”เหมือนคนร่างหนาจะได้สติก่อนผมเขาดันร่างของผมให้ลุกขึ้นยืนและเอ่ยถามผมเสียงเข้มพร้อมกับเสมองไปทางอื่นใบหน้าแดงก่ำอย่างคนที่กำลังเขินอาย ทำให้ผมยิ้มกรุ้มกริ่มขึ้นมา คนนี้แหละที่เป็นเจ้าของอ้อมกอดที่อบอุ่นที่กอดผมในตอนที่ผมกำลังฝันร้ายอยู่เมื่อคืนนี้ “ข้าว่าเอ็งไปนอนพักก่อนเถอะ…จะรีบออกมาทำไม…” “พอดี…ผมหิวน้ำและก็หิวข้าวนะครับ…”ผมเอ่่ยบอกเขาไป เขาก็มองหน้าผมแต่ก็แค่แวบเดียวก่อนจะแปรเปลี่ยนมองไปทางอื่น “งั้นก็ไปนั่งรอที่เอ็งนอนก่อน..เดี๋ยวข้าจะไปเอาน้ำกับข้าวมาให้กิน…”เสียงเข้มเอ่ยบอกผมแต่ก็ยังไม่ยอมหันมามองหน้าผมอยู่ดี “ขอบคุณครับ…”ผมเอ่ยตอบเขาพร้อมกับมองคนตรงหน้าที่ไม่สบตาผมอยู่ด้วยสายตาเอ็นดู ผู้ชายคนนี้น่ารักจังวะ หล่อเข้มแต่มองขี้เขินจัง น่ารักโคตรๆ^_^ ตัวโตซะเปล่า ขี้เขินชะมัด^_^ ผมเดินพาร่างกายที่อิดโรยของตัวเองกลับไปนั่งลงบนเตียงไม้ไผ่ที่ผมใช้นอนพักก่อนตามเดิมอย่างช้าๆพร้อมกับสอดส่องสายตามองไปรอบๆห้องแห่งนี้ ห้องที่โล่งเปล่า และบ้านหลังนี้ก็มีเพียงแค่ห้องนี้เท่านั้น จะเรียกว่าบ้านก็ไม่เชิงมันเหมือนกระท่อมที่ใช้นอนปลายนามากกว่า ตึกๆๆๆ ผมหันไปมอยังร่างหนาที่เดินเปลือยกายท่อนบนเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับในมือถือถาดไม้สานเดินมุ่งตรงมาหาผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย พรึบ เขาวางถาดสานลงตรงด้านข้างของผมก่อนจะนั่งลงข้างๆผมบนแคร่ไม้ไผ่ “กินซะสิ…” “ขอบคุณครับ….” “ที่นี่เป็นบ้านของคุณหรือครับ?”ผมเอ่ยถามเขาไปอย่างสงสัย ผู้ชายร่างหนารูปร่างกำยำผิวแทนก็หันมามองหน้าผม “ใช่…นี่บ้านข้า…ข้าอยู่คนเดียว…”เขาตอบผมมา ผมก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเอื้อมมือลงไปมองอาหารในถาดสานที่เป็นจานกระเบื้องที่ผมไม่คุ้นตาวางอยู่หนึ่งจานและด้านข้างเป็นกระติบใส่ข้าวเหนียว ผมก็เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ข้างๆที่เห็นว่าเขามองไปทางอื่นอยู่โดยไม่สนใจผม ผมก็ยิ้มกริ่มออกมาก่อนจะลงมือปั้นข้าวเหนียวจิ้มกับอาหารอะไรสักอย่างคล้ายๆลาบหมูแต่มันไม่ใช่เนื้อหมู แต่มันอร่อยกว่า “ว่าแต่…คุณชื่ออะไรเหรอครับ?” “ข้าชื่อเข้ม…” “ผมชื่อดาวเหนือนะครับ…เรียกเหนือเฉยๆก็ได้ครับ^_^”ผมเอ่ยแนะนำตัวกับเขากลับไป พี่เข้มก็หันมามองหน้าผมแวบหนึ่งด้วยแววตาสั่นไหวก่อนจะรีบหันกลับไปมองทิศทางอื่น “ทำไมผมรู้สึก…คุ้นเคยกับพี่จัง…” “เอ็งรู้ได้ยังไงว่าข้า…อายุมากกว่าเอ็ง?”เขาเอ่ยถามผมกลับมาอย่างสงสัย ใบหน้าหล่อจ้องผมเขม่น ผมก็คลี่ยิ้มบางๆให้เขาก่อนจะเคี้ยวข้าวเหนียวในปากอย่างเอร็ดอร่อยและไม่ยอมตอบคำถามพี่เข้มไป ก็ผมพอใจที่จะเรียกเขาแบบนี้^_^"โถ้ไอ้ทิว!!!"ผมสบถออกไปอย่างหัวเสียไอ้ทิวก็ยิ้มแหยๆให้ผม"เกือบโดนรุ่นพี่ต่อยแล้วไหมล่ะ""และแกมาเงียบๆแบบนี้ทำไม?!"ผมถามมันเสียงแข็ง"แล้วพี่ล่ะครับ....วิ่งตามใครมา?"มันถามผมกลับหน้าตาสงสัยผมก็มองหน้ามันก่อนจะหันหลังกลับไปมองยังทิศทางที่ผมวิ่งตามชายคนนั้นไปและคาดกันไปแค่กระพริบตาเดียวพลางถอนหายใจออกมาผมคงจะเผลอมองใครคนอื่นเป็นพี่เข้มไปหมดแล้ว"เปล่าหรอก......แกจ่ายตังค์ยังฉันจะกลับกรุงเทพล่ะ""เรียบร้อยแล้วครับพี่เดินทางปลอดภัยและกันนะครับ""อืม....ไว้เจอกัน"ผมเอ่ยลาไอ้ทิวพร้อมกับโบกมือลามันมันก็โบกมือบ๊ายบายให้ผม ผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะเดินไปยังรถสปอร์ตของผมแล้วขับรถออกมาจากตลาดภูดาวแห่งนี้และผมจะกลับมาอีกมาจนกว่าผม จะได้รู้ข่าวของพี่เข้มวันต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.....10:30น."สายแล้ว!!"ผมบ่นอุบออกมาก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟไปเพราะลิฟต์ของสำนักงานเต็มไปตัวผู้คนและเวลาที่กระชั้นชิดแบบนี้ทำให้ผมรอไม่ได้และคิดว่าการวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นห้าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้แล้วผมหอบหายใจเหนื่อยถี่หยุดยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่มีตัวหนังสือถูกติดหน้าห้องไว้ว่า
หนึ่งเดือนต่อมาที่ภูเขาภูดาวตลาดสดโต้รุ่ง.....ดาวเหนือ ณทภัทร....08:30น."คุณจะกลับเมื่อไหร่ครับคุณดาวเหนือ?"เสียงสงสัยเอ่ยขึ้นจากรุ่นน้องของผมที่ทำงานอยู่กรมป่าไม้เอ่ยออกมาผมก็ละสายตาจากแก้วกาแฟร้อนตรงหน้าขึ้นไปมองหน้าของรุ่นน้องที่แต่งตัวเต็มยศเขาเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ประจำอยู่ที่นี่น่ะครับและผมก็เคยมาเดินสำรวจป่าแถวนี้กับเขาอยู่เป็นประจำเพื่อดูการลักลอบขนยาเสพติดแต่ตอนนี้คดียาเสพติดได้ถูกปิดคดีไปแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาแถวตะเข็บชายแดนแบบนี้อีกแล้วก็ได้แต่ที่ผมต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งและทุกครั้งที่เป็นวันหยุดของผมหรือวันที่ผมไม่มีงานสืบคดีผมก็มักจะมาที่นี่เสมอถ้ามีโอกาสเพื่อมาหาสิ่งที่จะนำพาผมกลับไปหาพี่เข้มอีกครั้งผมยกมือขึ้นไปหยิบสร้อยในมือผมมาดู ซึ่งมันเป็นสร้อยหน้าผากเสือที่ผมนำมันไปเหลี่ยมกรอบเป็รกรอบสีเงินเพื่อเก็บรักษาให้มันดีขึ้นที่สุดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างบางๆ"กลับวันนี้แหละ....พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปที่สำนักงานใหญ่"ผมเอ่ยบอกรุ่นน้องของผมไปเขาก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะกินข้าวตรงหน้าของเขาต่อตอนนี้ผมกับเขามาอยู่ที่ตลาดสดตอนเช้าแถวๆป่าภูดาวนะครับซึ่งผมมาอยู่ที
ในขณะเดียวกัน"ตื่นได้แล้วนะคะ....ที่รักของโยริน"เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับค่อยๆขยับใบหน้าสวยหวานลงไปหาใบหน้าหล่อใสไร้ที่ติที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงอย่างช้าๆจนริมฝีปากของเธอแตะลงบนริมฝีปากนุ่มของคนป่วยเธอมักจะแอบทำแบบนี้อยู่เป็นประจำเวลาที่เธออยู่กับเขาแค่สองคนในห้องพักฟื้นผู้ป่วยแบบนี้และวันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้งเธอเฝ้าเขาอยู่คนเดียว เพราะคุณหญิงพรทิพย์แม่ของเขาไปเดินสายทำบุญสวดมนต์ภาวนาให้ลูกชายของเธอตื่นขึ้นมาเสียทีเธอผู้เป็นแม่ ทนเห็นลูกชายเพียงคนเดียวนอนอยู่บนเตียงโดยไร้เสียงพูดคุยและไร้การตอบสนองแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว หัวใจของคนเป็นแม่มันจะขาดเสียให้ได้นาทีนี้ ไม่ว่าจะสายมูเตรูหรือสายวิทยาศาสตร์เธอเอาหมดขอแค่ให้ลูกชายของเธอฟื้นตื่นขึ้นมาให้เธอได้พูดคุยกับเขาอีกสักครั้งจุ๊ฟดาวเหนือ ณทภัทร......ผมค่อยๆเบิกตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรที่เปียกแฉะอยู่ตรงบริเวณริมฝีปากของตัวเองเมื่อผมลืมตามาก็พบเข้ากับผู้หญิงหน้าตาสะสวย ดวงตากลมโตจมูกโด่งเป็นสัรริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ แต่งหน้าโทนชมพูออกแนวสาวหวานเธอเป็นคนที่คุ้นตาและคุ้นเคยกับผมยิ่งผมได้เห็นเธอแบบนี้มันยิ่งตอกย้ำให้ผมได้อย่
"คุณหมอหมายความว่า....ลูกชายฉันจะกลายเป็นเจ้าชายนิทราเหรอคะ?"คุณหญิงถามเสียงสั่น คุณหมอก็ทำสีหน้าเศร้าสลดลงก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบให้คุณหญิงไปเพราะเรื่องนี้เขาผิดเต็มๆถ้าคุณหญิงจะฟ้องเขา เขาก็ต้องออกจากหมอทันทีเหมือนกันแต่ในกรณีแบบนี้ ถ้าคุณหญิงเข้าใจว่าลูกชายของเขาไม่ยินดีที่จะรับรู้อะไรอีกแล้วเขาก็จะไม่โดนฟ้อง"ทำไมลูกฉันเป็นแบบนี้ไปได้....เป็นเพราะยาสลบนั่นที่คุณหมอฉีดให้ลูกฉันหรือเปล่า?"คุณหญิงเข้าประเด็นเสียงเข้มหน้าตาจริงจังขึ้นมา"ผมก็ยอมรับว่าผมเองก็มีส่วนผิดที่ฉีดยาสลบเข้าเส้นเลือดให้คุณดาวเหนือไปแบบนั้น""แต่เคสแบบคุณดาวเหนือพบเจอได้ในแค่หนึ่งในล้านคนเท่านั้นครับ""ร่างกายเขารู้สึกรับสารอาหาร......หายใจเองได้...แต่เขาแค่ไม่อยากตื่น""ผมคิดว่า....เขาคงเจอเรื่องที่สะเทือนใจอย่างหนักมาครับ""เราต้องรู้ให้ได้ว่าตลอดระยะเวลาที่คุณดาวเหนือหายตัวไป....เขาไปอยู่ที่ไหนมา""และมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขากันแน่""และเราจะรู้ได้ยังไง....ในเมื่อลูกชายของฉันยังไม่ฟื้น""แต่ผมเชื่อครับว่าเรายังพอมีความหวังและอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเราในสักวัน""ถ้าคุณดาวเหนืออยากตื่น.....เขาก็จะตื่
แต่ผมเคยเดินผ่านอยู่สองสามรอบแต่พอผ่านที่ตรงนั้นที่ไร หัวใจของผมมันก็ห่อเหี่ยวและเศร้ากระตุกแปลกๆขึ้นมาทุกครั้งเลยล่ะครับหมับ"คุณจะไปไหนครับ?"ลุงเอ่ยถามผมในขณะที่ผมปล่อยแขนเขาและทำท่าจะออกวิ่งไปที่น้ำตกแห่งนั้นที่มันต้องมีถ้ำที่พี่เข้มอยู่แน่ๆ"ปล่อยผมครับ!"ผมเอ่ยบอกลุงเสียงเข้มพลางใช้มืออีกข้างมาจับมือลุงให้ออกไปจากมือของผมแต่ลุงแกก็ไม่ยอมปล่อย รีบหันไปเรียกคนอื่นให้เข้ามาช่วยจับร่างของผม"เร็ววววคุณดาวเหนือจะหนีไปแ้ว!!!!"สิ้นเสียงลุง คนนับร้อยทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพรานก็ต่างพากันมารุมล้อมรอบๆตัวผมเพื่อกั้นไว้ไม่ให้ผมหนี"หลีกไป!!"ผมเอ่ยสั่งคนพวกนั้นไปเสียงเข้ม แต่ก็ไม่มีใครฟังเสียงของผมเลยสักคนทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา"ขอโทษนะครับคุณดาวเหนือ"เสียงสุภาพเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังผมอย่างรู้สึกผิด ผมก็หันไปหาต้นเสียงนั้นอย่างไวก็พบกับผู้ชายในเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งที่สวมใส่แว่นตาหนาเตอะ คาดว่าเขาน่าจะเป็นหมอนะ และยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามเขาว่าเขาขอโทษผมเรื่องอะไรกันท่อนแขนของผมก็ถูกชายร่างใหญ่สองคนที่แอบมายืนอยู่ด้านหลังผมตอนไหนโดยที่ผมไม่รู้ตัวและเขาก็จับผมยึดไว้แน่นโดย
และเสียงด้านในของถ้ำก็เงียบสนิท เหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าตอนที่หินถล่มลงมา อาจจะไปทับร่างของพี่เข้มและไอ้พรายสมิงบ้างก็ได้"ม่ายยยยยยยยย!!!!!"ผมตะโกนเสียงดังลั่นออกมา จนผมได้ยินเสียงของตัวเองที่มันดังสะท้อนกลับมาผมร้องไห้ทั้งน้ำตาและเดินไปยกหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ให้ออกไปจากปากถ้ำเหมือนคนบ้า จนร่างของผมหมดแรงทรุดลงไปกับพื้นผมก็ยังไม่หยุดที่จะใช้มือที่แตกจากการยกหินไปตะกุยหินให้ออกไปเลือดสีแดงสดไหลซึมไปทั่วบริเวณหน้ามือของผมแต่ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิด"หยุดเถอะจ๊ะพี่ดาวเหนือ""พ่อคงจะหลับไม่สบายถ้าเห็นว่าพี่ดาวเหนือร้องไห้อยู่แบบนี้"เสียงที่คุ้นหูของเด็กผู้ชายดังขึ้นจากทางด้านข้างผมพร้อมกับฝ่ามือที่และสัมผัสวางลงบนไหล่ของผมน้ำเสียงที่เห็นใจและสงสารผมทำให้ผมหันไปมองหน้ายมด้วยน้ำตาที่นองหน้าอย่างไม่อาย"นี่จ้ะ....พ่อสั่งข้าไว้ว่าถ้าดินลงมาปิดปากถ้ำแล้วให้พี่ดาวเหนือเอามีดอันนี้ปักลงไปบนดินจ๊ะ""มันจะช่วยสะกดวิญญาณของไอ้พรายสมิงไม่ให้ออกมาทำร้ายใครได้อีก""และมันจะถูกสิงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์จ๊ะ"รักเอ่ยบอกผมต่อพลางยื่นวัตถุบางอย่างมาตรงหน้าผมมัน
“พวกมัน…โดนเสือกัดตาย….”พี่เข้มเอ่ยออกมาเสียงเข้มน้ำเสียงของเขาแสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ผมก็เดินตามแผ่นหลังของพี่เข้มไปอย่างช้าๆและทิ้งระยะห่างไว้สองศอกและตั้งอกตั้งใจฟังสิ่งที่พี่เข้มพูดอยู่ในขณะนี้ “แต่ผมได้ยินเสียงปืนกลรัวยิงนับหลายสิบกระบอก…เสือมันไม่ได้มีตัวเดียวใช่ไหมพี่…” “ในยุคสมัยพ
2ชั่วโมงต่อมา…ตึกๆๆๆ“เราจะเดินไปอีกไกลไหมครับ…พี่เข้ม..?”ผมเอ่ยถามพี่เข้มไปพลางมองสำรวจรอบๆของป่ารกทึบไปด้วยที่นี่เป็นป่าที่จัดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆเพราะผมไม่เคยเห็นป่าที่ไหนเขียวขจีเท่ากับที่นี่มาก่อนเลยแต่เอ๊ะ ผมเคยเดินสำรวจกับทางกรมป่าไม้มาแล้วหนิแต่ไม่เคยเห็นป่าโซนนี้เลยเสียด้วยซ้ำ“ไม่ไกล….อี
เวลาหัวค่ำบ้านพรานเข้ม….พรึบ“วันนี้ผมขอไม่ดื่มเหล้าด้วยนะครับ…”ผมว่าเสียงอ่อนพร้อมกับทำหน้าแหยๆให้ลุงสิงห์ไป ลุงสิงห์ที่ล้างมือเสร็จเพราะเราเพิ่งจะกินข้าวเย็นกันเสร็จโดยกับข้าวเย็นฝีมือพี่เข้มตามเดิมก็หันกลับมามองหน้าผมโดยยิ้มเยาะผม“ทำไม….เหล้าต้มของข้ามันไม่ถูกปากเอ็งเหรอไง?”ลุงสิงห์เอ่ยถามผมพ
บ้านพรานเข้มดาวเหนือ ณทภัทร…..พรึบ“อื้อออ”สิ้นเสียงคำพูดของพี่เข้ม ผมก็คราญครางออกมาเมื่อปลายลิ้นสากของพี่เข้มตวัดเลียไปรอบๆซอกคอของผมพร้อมดูดดื่มอย่างหื่นกระหาย ผมก็หลับตาพริ้มรับสัมผัสของพี่เข้มก่อนที่ผมจะไม่ยอมแพ้เขาโดยการใช้มือทั้งสองข้างรูดดึงโจงกระเบนของพี่เข้มให้หลุดพ้นไปจากท่อนร่างของขอ







