로그인ภูดาว…..คือชื่อหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ใจกลางระหว่างภูเขาสองลูกที่มีชื่อว่า ภูเขาภูและภูเขาดาวที่มีรูปร่างคล้ายดาวห้าแฉก ชาวบ้านจึงเรียกขานภูเขาสองลูกที่อยู่ใกล้กันว่าภูเขาภูดาว ที่หมู่บ้านแห่งนั่นร่ำลือกันว่ามีนายพรานเก่งกาจอยู่หลายนับสิบคน แต่นายพรานพวกนั้นไม่มีใครสามารถฆ่าเสือสมิงใหญ่ตัวนั้นได้เลยสักคน……ยิ่งมันได้กินนายพรานที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามากเข้าไปเพียงใด วิชาอาคมในตัวมันก็จะแกร่งกล้ามากขึ้นเท่านั้น…
เสือสมิง…เสืออาคม คือคนที่เล่นของคาถาอาคม ทั้งไสยเวท ไสยศาสตร์ มนต์ดำ คุณไสย ทำผิดครูและผิดกฏต้องห้ามจนวิชาเหล่านั้นเข้าตัวทำให้กลายเป็นสัตว์เดรัจฉาน มันจะปลอมแปลงเป็นมนุษย์ที่มันฆ่าได้ทุกคน มันจะกัดกินเลือดกินเนื้อของมนุษย์เพื่อเพิ่ม พละกำลังและพละกำลังคุณเวชของมันที่อยู่ในตัวให้แกร่งกล้าขึ้น กระสุนธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้ มันไม่ตาย เพราะหนังมันเหนียว มันมีของต่ำมากมายอยู่ในตัว สองสิ่งที่จะฆ่ามันได้ก็คือ….กระสุนปลุกเสกจากคนที่มีคาถาอาคมแกร่งกล้า และมีดหมอปลุกเสกนั่นเอง ………………………………………….. พุทธศักราช2466 เช้าวันต่อมา หมู่บ้านภูดาว บ้านของพรานเข้ม ดาวเหนือ….. “อืมมมม…”ผมครวญครางออกมาก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาเมื่อสายตาไปกระทบเข้ากับแสงแดดยามเช้าที่ส่องแสงเข้ามาจากทางหน้าต่างด้านข้างของผม ทำให้ผมมองไปรอบๆห้องเล็กสี่เหลี่ยมแห่งนี้ ด้วยความแปลกใจกับสิ่งของที่ผิดแปลกไป ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่มีพัดลมไม่มีเครื่องปรับอากาศไม่มีที่นอนนุ่มนิ่มๆมีเพียงแค่หมอนอิฐใบเดียวกับเตียงนอนไม้ไผ่หรือที่เขาเรียกกันว่าแคร่ที่ผมกำลังนอนอยู่แค่นั้น ห้องนี้โล่งมาก มากถึงมากที่สุด “โอ้ย!”ผมยันตัวลุกขึ้นแต่ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่หน้าท้องของผม ทำให้ผมรีบก้มหน้าลงไปดูทันที ก็ต้องขมวดคิ้วออกมา กับสิ่งที่อยู่บนร่างของผมในตอนนี้ มันคือผ้าหลายสีผืนหนึ่งกำลังพันรอบเอวสอบของผม และด้านในผ้านี้ก็คงจะเป็นบาดแผลของผมเป็นแน่ “นี่เรา…ยังไม่ตายใช่ไหม?”ผมพึมพำออกมาไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจเพราะตอนนี้ในหัวของผมมันตื้อไปหมด เหตุการณ์ก่อนหน้าที่ผมจะดับวูบลงไป คือร่างของไอ้ปลิวที่โดนเสือโคร่งใหญ่ตัวนั้นกัดกินจนศีรษะของมันหลุดกระเด็นออกมา เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดขึ้นไปทั่วบริเวณแห่งนั้น พรึบ “มันเกิดอะไรขึ้น….” “เรารอดพ้นจากเสือตัวนั้นมาได้ยังไง?”ผมพึมพำต่ออย่างต้องการหาคำตอบให้ตัวเอง ผมขมวดคิ้วจนจะผูกกันเป็นปมอยู่แล้วแต่ก็ยังคิดอะไรไม่ออกสักที แต่สิ่งเดียวที่ผมจำได้ คือผู้ชายหน้าคมเข้มหล่อเหลาจมูกโด่งนัยน์ตาสีเหลืองไม่สิ สายตาเขาแปรเปลี่ยนสีได้ บางครั้งก็มองเห็นเป็นสีดำบางครั้งก็มองเห็นเป็นสีเหลือง เขามีร่างกายกำยำเต็มไปด้วยหมัดกล้ามที่แกร่งแข็งที่ปกป้องและกอดผมจนทำให้ผมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นใครกันนะ แต่เหมือนผมจะคุ้นเคยกับเขามานานแล้ว เหมือนนานมากๆแล้ว พรึบ “ที่นี่ที่ไหนกันนะ…”ผมพึมพำขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปตามพื้นไม้เรื่อยๆเพื่อจะออกไปที่หน้าประตูไม้ไผ่บานตรงหน้าของผม มือก็กำแผลตรงที่รู้สึกเจ็บไปด้วย พรึบ แอดดดดดดด ผมเอื้อมมือไปเปิดประตูพร้อมกับชะโงกหน้าออกไปดูด้านนอกก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผม หมู่บ้านหลายๆหลังที่เป็นบ้านเรือนทำจากไม้มุ่งหลังคาด้วยหญ้าคาผู้คนเดินกันเพ่นพ่านไปหมด ผู้ชายบางคนไม่ใส่เสื้อ บางคนใส่เสื้อ ผู้หญิงก็นุ่งผ้าถุงเสื้อแขนสั้นส่วนผู้หญิงสาวก็นุ่งเสื้อแขนตุ๊กตากับผ้าถุง ทำให้ผมขมวดคิ้วงุนงงกับการแต่งกายที่ไม่เหมือนที่ผมเคยเห็น การแต่งกายชาวบ้านแบบนี้ มันเหมือนเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน ใช่….สถานที่แห่งนี้…ผมเคยเห็น….ผมคุ้นตาและคุ้นเคยกับมัน…ผมเคยฝันเห็นบ่อยๆ พรึบ “โอ้ย!”ผมร้องเสียงหลงที่รู้สึกหน้ามืดกระทันหันทำให้เสียการทรงตัวกำลังจะล้มหงายหลัง “เห้ย…ระวัง!!”เสียงเข้มร้องอุทานขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆที่วิ่งมารับร่างของผมไว้อย่างไวและได้ทันเวลา พรึบ"โถ้ไอ้ทิว!!!"ผมสบถออกไปอย่างหัวเสียไอ้ทิวก็ยิ้มแหยๆให้ผม"เกือบโดนรุ่นพี่ต่อยแล้วไหมล่ะ""และแกมาเงียบๆแบบนี้ทำไม?!"ผมถามมันเสียงแข็ง"แล้วพี่ล่ะครับ....วิ่งตามใครมา?"มันถามผมกลับหน้าตาสงสัยผมก็มองหน้ามันก่อนจะหันหลังกลับไปมองยังทิศทางที่ผมวิ่งตามชายคนนั้นไปและคาดกันไปแค่กระพริบตาเดียวพลางถอนหายใจออกมาผมคงจะเผลอมองใครคนอื่นเป็นพี่เข้มไปหมดแล้ว"เปล่าหรอก......แกจ่ายตังค์ยังฉันจะกลับกรุงเทพล่ะ""เรียบร้อยแล้วครับพี่เดินทางปลอดภัยและกันนะครับ""อืม....ไว้เจอกัน"ผมเอ่ยลาไอ้ทิวพร้อมกับโบกมือลามันมันก็โบกมือบ๊ายบายให้ผม ผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะเดินไปยังรถสปอร์ตของผมแล้วขับรถออกมาจากตลาดภูดาวแห่งนี้และผมจะกลับมาอีกมาจนกว่าผม จะได้รู้ข่าวของพี่เข้มวันต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.....10:30น."สายแล้ว!!"ผมบ่นอุบออกมาก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟไปเพราะลิฟต์ของสำนักงานเต็มไปตัวผู้คนและเวลาที่กระชั้นชิดแบบนี้ทำให้ผมรอไม่ได้และคิดว่าการวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นห้าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้แล้วผมหอบหายใจเหนื่อยถี่หยุดยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ที่มีตัวหนังสือถูกติดหน้าห้องไว้ว่า
หนึ่งเดือนต่อมาที่ภูเขาภูดาวตลาดสดโต้รุ่ง.....ดาวเหนือ ณทภัทร....08:30น."คุณจะกลับเมื่อไหร่ครับคุณดาวเหนือ?"เสียงสงสัยเอ่ยขึ้นจากรุ่นน้องของผมที่ทำงานอยู่กรมป่าไม้เอ่ยออกมาผมก็ละสายตาจากแก้วกาแฟร้อนตรงหน้าขึ้นไปมองหน้าของรุ่นน้องที่แต่งตัวเต็มยศเขาเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ประจำอยู่ที่นี่น่ะครับและผมก็เคยมาเดินสำรวจป่าแถวนี้กับเขาอยู่เป็นประจำเพื่อดูการลักลอบขนยาเสพติดแต่ตอนนี้คดียาเสพติดได้ถูกปิดคดีไปแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาแถวตะเข็บชายแดนแบบนี้อีกแล้วก็ได้แต่ที่ผมต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งและทุกครั้งที่เป็นวันหยุดของผมหรือวันที่ผมไม่มีงานสืบคดีผมก็มักจะมาที่นี่เสมอถ้ามีโอกาสเพื่อมาหาสิ่งที่จะนำพาผมกลับไปหาพี่เข้มอีกครั้งผมยกมือขึ้นไปหยิบสร้อยในมือผมมาดู ซึ่งมันเป็นสร้อยหน้าผากเสือที่ผมนำมันไปเหลี่ยมกรอบเป็รกรอบสีเงินเพื่อเก็บรักษาให้มันดีขึ้นที่สุดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างบางๆ"กลับวันนี้แหละ....พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปที่สำนักงานใหญ่"ผมเอ่ยบอกรุ่นน้องของผมไปเขาก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะกินข้าวตรงหน้าของเขาต่อตอนนี้ผมกับเขามาอยู่ที่ตลาดสดตอนเช้าแถวๆป่าภูดาวนะครับซึ่งผมมาอยู่ที
ในขณะเดียวกัน"ตื่นได้แล้วนะคะ....ที่รักของโยริน"เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับค่อยๆขยับใบหน้าสวยหวานลงไปหาใบหน้าหล่อใสไร้ที่ติที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียงอย่างช้าๆจนริมฝีปากของเธอแตะลงบนริมฝีปากนุ่มของคนป่วยเธอมักจะแอบทำแบบนี้อยู่เป็นประจำเวลาที่เธออยู่กับเขาแค่สองคนในห้องพักฟื้นผู้ป่วยแบบนี้และวันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้งเธอเฝ้าเขาอยู่คนเดียว เพราะคุณหญิงพรทิพย์แม่ของเขาไปเดินสายทำบุญสวดมนต์ภาวนาให้ลูกชายของเธอตื่นขึ้นมาเสียทีเธอผู้เป็นแม่ ทนเห็นลูกชายเพียงคนเดียวนอนอยู่บนเตียงโดยไร้เสียงพูดคุยและไร้การตอบสนองแบบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว หัวใจของคนเป็นแม่มันจะขาดเสียให้ได้นาทีนี้ ไม่ว่าจะสายมูเตรูหรือสายวิทยาศาสตร์เธอเอาหมดขอแค่ให้ลูกชายของเธอฟื้นตื่นขึ้นมาให้เธอได้พูดคุยกับเขาอีกสักครั้งจุ๊ฟดาวเหนือ ณทภัทร......ผมค่อยๆเบิกตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรที่เปียกแฉะอยู่ตรงบริเวณริมฝีปากของตัวเองเมื่อผมลืมตามาก็พบเข้ากับผู้หญิงหน้าตาสะสวย ดวงตากลมโตจมูกโด่งเป็นสัรริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ แต่งหน้าโทนชมพูออกแนวสาวหวานเธอเป็นคนที่คุ้นตาและคุ้นเคยกับผมยิ่งผมได้เห็นเธอแบบนี้มันยิ่งตอกย้ำให้ผมได้อย่
"คุณหมอหมายความว่า....ลูกชายฉันจะกลายเป็นเจ้าชายนิทราเหรอคะ?"คุณหญิงถามเสียงสั่น คุณหมอก็ทำสีหน้าเศร้าสลดลงก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบให้คุณหญิงไปเพราะเรื่องนี้เขาผิดเต็มๆถ้าคุณหญิงจะฟ้องเขา เขาก็ต้องออกจากหมอทันทีเหมือนกันแต่ในกรณีแบบนี้ ถ้าคุณหญิงเข้าใจว่าลูกชายของเขาไม่ยินดีที่จะรับรู้อะไรอีกแล้วเขาก็จะไม่โดนฟ้อง"ทำไมลูกฉันเป็นแบบนี้ไปได้....เป็นเพราะยาสลบนั่นที่คุณหมอฉีดให้ลูกฉันหรือเปล่า?"คุณหญิงเข้าประเด็นเสียงเข้มหน้าตาจริงจังขึ้นมา"ผมก็ยอมรับว่าผมเองก็มีส่วนผิดที่ฉีดยาสลบเข้าเส้นเลือดให้คุณดาวเหนือไปแบบนั้น""แต่เคสแบบคุณดาวเหนือพบเจอได้ในแค่หนึ่งในล้านคนเท่านั้นครับ""ร่างกายเขารู้สึกรับสารอาหาร......หายใจเองได้...แต่เขาแค่ไม่อยากตื่น""ผมคิดว่า....เขาคงเจอเรื่องที่สะเทือนใจอย่างหนักมาครับ""เราต้องรู้ให้ได้ว่าตลอดระยะเวลาที่คุณดาวเหนือหายตัวไป....เขาไปอยู่ที่ไหนมา""และมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขากันแน่""และเราจะรู้ได้ยังไง....ในเมื่อลูกชายของฉันยังไม่ฟื้น""แต่ผมเชื่อครับว่าเรายังพอมีความหวังและอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเราในสักวัน""ถ้าคุณดาวเหนืออยากตื่น.....เขาก็จะตื่
แต่ผมเคยเดินผ่านอยู่สองสามรอบแต่พอผ่านที่ตรงนั้นที่ไร หัวใจของผมมันก็ห่อเหี่ยวและเศร้ากระตุกแปลกๆขึ้นมาทุกครั้งเลยล่ะครับหมับ"คุณจะไปไหนครับ?"ลุงเอ่ยถามผมในขณะที่ผมปล่อยแขนเขาและทำท่าจะออกวิ่งไปที่น้ำตกแห่งนั้นที่มันต้องมีถ้ำที่พี่เข้มอยู่แน่ๆ"ปล่อยผมครับ!"ผมเอ่ยบอกลุงเสียงเข้มพลางใช้มืออีกข้างมาจับมือลุงให้ออกไปจากมือของผมแต่ลุงแกก็ไม่ยอมปล่อย รีบหันไปเรียกคนอื่นให้เข้ามาช่วยจับร่างของผม"เร็ววววคุณดาวเหนือจะหนีไปแ้ว!!!!"สิ้นเสียงลุง คนนับร้อยทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพรานก็ต่างพากันมารุมล้อมรอบๆตัวผมเพื่อกั้นไว้ไม่ให้ผมหนี"หลีกไป!!"ผมเอ่ยสั่งคนพวกนั้นไปเสียงเข้ม แต่ก็ไม่มีใครฟังเสียงของผมเลยสักคนทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา"ขอโทษนะครับคุณดาวเหนือ"เสียงสุภาพเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังผมอย่างรู้สึกผิด ผมก็หันไปหาต้นเสียงนั้นอย่างไวก็พบกับผู้ชายในเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งที่สวมใส่แว่นตาหนาเตอะ คาดว่าเขาน่าจะเป็นหมอนะ และยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามเขาว่าเขาขอโทษผมเรื่องอะไรกันท่อนแขนของผมก็ถูกชายร่างใหญ่สองคนที่แอบมายืนอยู่ด้านหลังผมตอนไหนโดยที่ผมไม่รู้ตัวและเขาก็จับผมยึดไว้แน่นโดย
และเสียงด้านในของถ้ำก็เงียบสนิท เหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่ในนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าตอนที่หินถล่มลงมา อาจจะไปทับร่างของพี่เข้มและไอ้พรายสมิงบ้างก็ได้"ม่ายยยยยยยยย!!!!!"ผมตะโกนเสียงดังลั่นออกมา จนผมได้ยินเสียงของตัวเองที่มันดังสะท้อนกลับมาผมร้องไห้ทั้งน้ำตาและเดินไปยกหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ให้ออกไปจากปากถ้ำเหมือนคนบ้า จนร่างของผมหมดแรงทรุดลงไปกับพื้นผมก็ยังไม่หยุดที่จะใช้มือที่แตกจากการยกหินไปตะกุยหินให้ออกไปเลือดสีแดงสดไหลซึมไปทั่วบริเวณหน้ามือของผมแต่ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิด"หยุดเถอะจ๊ะพี่ดาวเหนือ""พ่อคงจะหลับไม่สบายถ้าเห็นว่าพี่ดาวเหนือร้องไห้อยู่แบบนี้"เสียงที่คุ้นหูของเด็กผู้ชายดังขึ้นจากทางด้านข้างผมพร้อมกับฝ่ามือที่และสัมผัสวางลงบนไหล่ของผมน้ำเสียงที่เห็นใจและสงสารผมทำให้ผมหันไปมองหน้ายมด้วยน้ำตาที่นองหน้าอย่างไม่อาย"นี่จ้ะ....พ่อสั่งข้าไว้ว่าถ้าดินลงมาปิดปากถ้ำแล้วให้พี่ดาวเหนือเอามีดอันนี้ปักลงไปบนดินจ๊ะ""มันจะช่วยสะกดวิญญาณของไอ้พรายสมิงไม่ให้ออกมาทำร้ายใครได้อีก""และมันจะถูกสิงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์จ๊ะ"รักเอ่ยบอกผมต่อพลางยื่นวัตถุบางอย่างมาตรงหน้าผมมัน
"อ๊ากกกกกกกกกกก""ย๊า!!!"และไม่นานทั้งคู่ก็กระโจนเข้าหากันถึงแม้ไอ้สางดงจะมีรูปร่างลักษณะคล้ายคนแต่ความสูงของมันใหญ่โตสูงกว่าพี่เข้มหลายสิบเมตรพี่เข้มก็ใช้มือของเขาชกต่อยไปที่ที่ร่างของสางดง สางดงก็ใช้มือพยายามจับร่างของพี่เข้มพี่เข้มตวัดมีดแกว่งไปแกว่งมาแต่ไอ้สางดวกลับมีสีหน้าที่กวาดกลัวมีดของพี
"มันเป็นหุ่นพยนต์สางดงเหมือนกันจ่ะ""แต่กลิ่นเหม็นเน่าของมันแรงมาก.....แสดงว่าพละกำลังของมันต้องมากมายมหาศาลเเน่เลยยม"รักเอ่ยออกมาพลางยื่นมือไปเกาะไหล่ของยมและทั้งสองก็หันมามองหน้ากันก่อนจะทำหน้าตาหวาดกลัวออกมารูปร่างของมันเหมือนหุ่นพยนต์ของพี่เข้ม มีหัวเป็นลิงเขี้ยวของมันยาวแหลมคม ขาแขนยาวและมีขน
สิบนาทีต่อมา"ถึงหรือยังครับ""ยังเอ็งหลับตาไว้ก่อนนะห้ามลืมตามาแอบมองเด็ดขาด"พี่เข้มว่าผมเสียงย้ำ ผมที่ถูกเขาสั่งให้หลับตาตั้งแต่เราสองคนเหยียบชายป่าทางด้านหลังของบ้านพี่เข้มมา ก็แอบลุ้นด้วยหัวใจที่เต้นตุ๊มๆต่อมๆโดยที่ผมหลับตาปี๋และไม่แอบมอง มือของผมก็ถูกพี่เข้มกำไว้อย่างไม่ยอมปล่อยและพาผมเดินไปท
ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆก็ยิ้มที่มุมปากขึ้นมาก่อนจะค่อยๆเดินมุ่งตรงมาหาแสงเดือน"ใช่....ข้าไม่ใช่คนที่นี่...ข้าหนีคดีมาจากในเมืองหลวงเลยว่าจะมาพักค้างแรมที่หมู่บ้านนี้สักสองสามวันก็จะออกเดินทาง"ชายหนุ่มคนนั้นว่าเสียงเรียบแสงเดือนก็มองชายคนนี้อย่างไม่ค่อยไว้วางใจเพราะแอบกลัวว่าเขาเป็นผู้ร้ายหนีคดี ฆ







